สมาชิก

เวียงร้อยดาว

ตอนที่ 2

ร้อยดาวปัดความหงุดหงิดเรื่องสิบทิศทิ้งเมื่อเดินไปส่งปรมัตถ์กับทวีปที่รถ นมแสงอดระบายกับทนายประจำตระกูลไม่ได้ว่าสะใภ้ทั้งสามคนนั่งแทบไม่ติดเพราะใกล้ถึงเวลาเปิดพินัยกรรมของปกรณ์เต็มที ทวีปถอนใจยาวแล้วบอกว่าอีกไม่กี่วันร้อยดาวจะอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ เมื่อนั้นทุกคนจะได้รู้ข้อความในพินัยกรรมเสียที

ปรมัตถ์ส่งสายตามองคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรอย่างมีเยื่อใย ทวีปก็รู้สึก ต้องกระแอมส่งสัญญาณให้ลูกชายเก็บอาการ ลึกๆก็แอบไม่สบายใจ กลัวมีเรื่องวุ่นวายเพราะเสน่หาเหมือนในอดีต

“คุณหนูร้อยดาวเธออัธยาศัยดีนะพ่อ เป็นกันเองไม่ค่อยถือตัว ผิดกับคนอื่นๆในบ้านบดินทร์ธร ตอนแรกที่พ่อให้ผมไปรับที่สนามบิน ผมวาดภาพในใจอีกอย่างว่าน่าจะเรียบร้อย เจ้าระเบียบ ติดหรูสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ไม่คิดว่าจะเป็นตัวของตัวเองขนาดนี้ แถมสดใสร่าเริง ใครได้อยู่ใกล้ก็มีความสุข...พ่อว่าไหม”

ปรมัตถ์พร่ำเพ้อไม่หยุดปาก ไม่รู้เลยว่าทวีปนั่งหน้าเครียด ไม่อยากให้ลูกหวังสูงเกินไป...บ้านนี้เขาไม่ธรรมดา!

ด้านเมดาในคราบร้อยดาว...ยิ้มกว้างเมื่อเต็มเดือนมาหาถึงห้องนอนในบ่ายวันเดียวกัน พร้อมหอบเสื้อผ้าสวยๆมาให้หลายชิ้น แถมอบด้วยบุหงารำไป...เครื่องหอมไทยโบราณสูตรเฉพาะของเธอเอง หญิงสาวจากเมืองผู้ดีชอบใจมาก ร่ำอยากจะมีคุณสมบัติกุลสตรีไทยแบบนี้บ้าง เต็มเดือนเสนอตัวสอนให้ ร้อยดาวยินดีมาก

“คุณพ่อปกรณ์โชคดีนะคะที่ได้คุณเต็มเดือนเป็นภรรยา”

“ไม่ถือว่าเป็นโชคหรอกจ้ะ...เป็นกรรมต่างหาก เพราะฉันเป็นหมัน ไม่มีปัญญาให้กำเนิดทายาทแก่คุณพี่ เลยได้แต่ยอมทนเห็นสามีพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้”

ร้อยดาวมองสะใภ้เอกด้วยความเห็นใจ ท่าทางเรื่องราวในอดีตระหว่างปกรณ์และบรรดาเมียทั้งสี่คงไม่ค่อยราบรื่นนัก หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่ทนเก็บความสงสัยไว้นาน กลางดึกคืนนั้นจึงออกไปห้องสมุดอีกครั้งเพื่อถามหาความจริงจากร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนที่มาให้เห็นบ่อยขึ้นในระยะหลัง

“สิ่งที่ฉันเห็นคืนนั้นคือเรื่องในอดีตของคุณใช่ไหม คุณต้องการสื่อสารอะไรกับฉัน ช่วยให้ฉันเห็นอีกครั้งได้ไหม”

ร่างโปร่งใสนั้นปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ เมดาในคราบร้อยดาวปรี่เข้าหาเพื่อขอคำตอบ

“ฉันไม่ได้ทำให้เธอเห็น ดวงตาของเธอต่างหากที่ทำให้เธอเห็นเรื่องราวของฉัน”

ร้อยดาวเอามือลูบดวงตาตัวเอง พยายามทำความเข้าใจว่าดวงตาคู่ใหม่ของเธออาจเป็นสาเหตุให้เห็นภาพในอดีตของตระกูลบดินทร์ธร ร่างโปรงใสพยักหน้าช้าๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองในอดีต

“ฉันทำงานใช้หนี้แทนพ่อที่บ้านบดินทร์ธร แม้จะไม่ได้มีชีวิตสุขสบาย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยากลำบาก จะว่าไปอยู่ที่นี่ยังดีกว่าที่ที่ฉันจากมาตั้งเยอะ อย่างน้อยก็มีข้าวกินทุกมื้อ ไม่ต้องกลัวอด จนกระทั่ง...”

ร่างโปร่งใสเงียบไปอึดใจจึงเล่าถึงความทรงจำครั้งแรกที่ได้เจอกับหม่อมเจ้าวิรุฬ เวรุมาศที่บึงบัวหลังบ้าน ราชนิกุลหนุ่มเป็นสหายคนสนิทของปกรณ์และเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของตระกูลบดินทร์ธรมาช้านาน ครั้งนั้นเขาช่วยเธอที่เกือบจมน้ำตายเพราะไปเก็บสายบัวหลังบ้าน ความสวยและอ่อนเยาว์ของเธอทำให้เขาประทับใจตั้งแต่แรกเห็น แต่ไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันมาก ดำรงดันมาเห็นเสียก่อนและเรียกเธอไปชำระความในห้องโถงใหญ่

“มาอยู่ไม่กี่วันก็สร้างเรื่องเสียแล้ว เป็นพระกรุณาที่ฝ่าบาททรงช่วยชีวิตนางบ่าวของกระหม่อมไว้ หาไม่ป่านนี้มันคงกลายเป็นผีเฝ้าบึงบัวไปแล้ว ยังไม่รีบกราบพระบาทท่านชายอีก”

บ่าวสาวผู้โชคร้ายก้มกราบตัวสั่น หม่อมเจ้าวิรุฬยื่นผ้าขนหนูให้ ลอบมองใบหน้าอ่อนใสด้วยความพึงใจจนดำรงรู้สึก เลยตัดบทไล่เธอออกจากห้องและเปลี่ยนเรื่องคุยถึงหน้าที่การงานของราชนิกุลหนุ่มว่าเป็นอย่างไรบ้าง วิรุฬมองตามด้วยความเสียดาย จำต้องรักษามารยาทด้วยการพูดคุยกับประมุขใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรอีกพักใหญ่จึงลากลับ

ดำรงเดินไปส่งหน้าบ้าน พลางบ่นถึงปกรณ์ที่ลงไปดูแลกิจการที่กรุงเทพฯนานหลายเดือนไม่ยอมกลับ ทิ้งให้เขาปวดหัวกับสะใภ้ทั้งสองคนที่เหมือนคลื่นใต้น้ำ รอเวลาพุ่งเข้าหากันตลอดเวลา

“แม่เต็มเดือน...เมียเอก เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ค่อยลงมาให้เห็นหน้า ส่วนเมียรอง...แม่จงจิตรยิ่งแล้วใหญ่ ออกไปไหนต่อไหน อยู่ไม่ติดบ้านเลยสักวัน”

วิรุฬได้แต่ปลอบให้ทำใจเพราะรู้จักนิสัยเพื่อนดีว่ารักแสงสีในเมืองแค่ไหน ดำรงเห็นสมควรแก่เวลาจึงขอตัว ราชนิกุลหนุ่มจึงเดินกลับบ้าน ผ่านดงกระถินข้างทางเลยบังเอิญเจอกับบ่าวสาวหน้าใสอีกจนได้ เขาดีใจมาก ช่วยเธอเก็บกระถินแล้วชวนคุยอีกพักใหญ่ ก่อนจะลาจากไปพร้อมคำสัญญาว่าจะกลับมาอีก...

ooooooo

ภาพการสนทนาของบ่าวสาวกับหม่อมเจ้าวิรุฬ ค่อยๆเลือนหายไป เมดาในคราบร้อยดาวรู้สึกตัวอีกครั้งเช้าวันถัดมา นมแสงตามหาจนทั่ว แปลกใจไม่น้อยที่เห็นเธอนั่งฟุบหลับในห้องสมุด ร้อยดาวแก้ตัวแกนๆมาหาหนังสืออ่านจนผล็อยหลับไม่รู้ตัว นมแสงไม่ติดใจ บอกให้รีบไปร่วมโต๊ะอาหารเช้าเพราะดำรงจะประกาศเรื่องสำคัญ

สะใภ้ทั้งสามหน้าตื่นขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินประมุขใหญ่ของบ้านประกาศกำหนดการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ โดยเฉพาะสร้อยฟ้ากับจงจิตรที่ออกอาการมากจนดำรงอดแขวะไม่ได้

“ยังไม่ทันได้ร่ายความพินัยกรรมก็น้ำลายหกเรี่ยราดจนน่าเกลียด”

สองสะใภ้หน้าเสีย ดำรงชักสีหน้าแล้วเปลี่ยนใจชะลอการเปิดจนกว่าเขาจะหายป่วย เต็มเดือนรีบสนับสนุน

“รอคุณพ่อหายก่อนก็ดีเหมือนกันค่ะ คุณพ่อจะได้พักผ่อน เรื่องเปิดพินัยกรรมค่อยว่ากันทีหลังก็ได้”

ดำรงพยักหน้าน้อยๆแล้วหันไปถามร้อยดาว เหมือนต้องการหยั่งเชิงว่ามีท่าทีอย่างไรต่อการเปิดพินัยกรรม แต่ต้องนิ่วหน้าเพราะหลานสาวคนเล็กไม่สนใจเรื่องนี้นัก ก้มหน้าก้มตากินไม่มีปากมีเสียงจนน่าแปลกใจ...

สายวันเดียวกัน...ร้อยดาวตัดสินใจไปเยี่ยมน่านฟ้า เป็นห่วงเพื่อนใหม่ไม่น้อยที่ไม่สบายเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเธอ แต่คงเพราะเลือกทางลัดปีนข้ามรั้วกั้นอาณาเขตระหว่างบ้านบดินทร์ธรกับวังเวฬุมาศเลยพลาดท่าหงายหลังร่วงลงไป สิบทิศยืนมองอยู่นานตกใจ ถลาไปรับได้ทันเวลาพอดี ร้อยดาวใจหายวาบเมื่อพบว่าตัวเองหล่นมาทับราชนิกุลหนุ่มจอมหยิ่งอย่างจัง สิบทิศตั้งท่าจะดุแต่เธอรีบแก้ตัวว่าตะโกนเรียกตั้งนานแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

“ที่นี่ไม่ต้อนรับคนจากรั้วบดินทร์ธร กลับไปซะ”

“เถอะน่า...อย่าตีหน้ายักษ์เลย ฉันแค่จะมาเยี่ยมคุณน่านฟ้าแป๊บเดียว”

“ฉันสั่งแล้วไง ห้ามเธอยุ่งเกี่ยวกับน่านฟ้าอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องคุณท่านให้ไล่เธอออกจากงาน”

ร้อยดาวไม่กลัวท้าทายให้ฟ้อง สิบทิศคงจับเธอเหวี่ยงข้ามรั้วไปแล้วถ้าหม่อมเจ้ารัตนากรไม่มาเจอเสียก่อน ความกล้าต่อปากต่อคำของร้อยดาวถูกอกถูกใจราชนิกุลสาวมาก ถึงขนาดชวนให้ไปเยี่ยมน่านฟ้าถึงในห้อง สิบทิศได้แต่มองตามเคืองๆ คอยค่อนแคะเธอตลอดทางจนหม่อมป้าต้องส่งสายตาปราม แต่ที่ทำให้ร้อยดาวอ้าปากค้างคือภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของหม่อมเจ้าวิรุฬ ชายในความฝันเมื่อคืนก่อนที่เธอเพิ่งรู้ว่าเขาคือพ่อของสิบทิศ!

สิบทิศตั้งแง่หาเรื่องเธอไม่หยุด หม่อมเจ้ารัตนากรเลยตัดบทให้เธอขึ้นไปเยี่ยมหลานสาวบนห้องนอน น่านฟ้าดีใจที่มีคนมาเยี่ยม โดยเฉพาะคนคนนั้นคือเพื่อนใหม่จากบ้านบดินทร์ธร

“หญิงค่อยยังชั่วขึ้นเยอะแล้วค่ะ แต่ยังมึนๆหัวนิดหน่อย พี่ชายห่วงหญิงจนน่ารำคาญ บังคับให้นอนแซ่วบนเตียงได้ทั้งวัน จะลงไปเดินเล่นข้างล่างก็ไม่ได้ เบื่อจะตายอยู่แล้ว”

ร้อยดาวยิ้ม เห็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อมลำโพงปากแตรที่มุมห้องจึงนึกสนุกชวนน่านฟ้าหาอะไรสนุกๆทำ

ขณะเดียวกันที่สวนหน้าตำหนักม่วง วังเวฬุมาศ...

สิบทิศกำลังบ่นเรื่องร้อยดาวว่าเป็นตัวป่วน คอยชวนน่านฟ้าทำเรื่องแผลงๆจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แม้จะยื่นคำขาดให้เลิกยุ่งกับน้องสาว แต่หญิงสาวตัวแสบยังเสนอหน้ามาเยี่ยมให้เขาหงุดหงิดอีก หม่อมเจ้ารัตนากรส่ายหน้าอ่อนใจ เมื่อเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังจากห้องน่านฟ้า พร้อมภาพหญิงสาวสองคนเต้นรำอย่างสนุกสนานจึงอดชี้ชวนให้หลานชายดูไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้น...หลานคงต้องอยู่ให้ห่างน่านฟ้าแล้วล่ะ...เด็กสมัยนี้ก็น่าเอ็นดูไปอีกแบบนะ...ชายว่าไหม”

“เต้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้า ไม่เห็นน่าเอ็นดู หญิงเล็กควรหัดลีลาศเข้าสังคมมากกว่าเต้นแร้งเต้นกาแบบนี้”

“เดี๋ยวนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว หากยังยึดติดกับความคิดเดิมๆแล้วโลกเราจะพบความเปลี่ยนแปลงได้ยังไง”

“ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไป”

“ถูกของชาย แต่ในเมื่อทุกอย่างล้วนไม่แน่นอน ทำไมเราจึงไม่เรียนรู้จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้นเล่า”

ooooooo

หม่อมราชวงศ์สิบทิศเก็บคำพูดของหม่อมป้าไปคิดทบทวน เริ่มคล้อยตามแต่ยังทิฐิ ไม่รับความจริงว่าร้อยดาวไม่ได้ทำอะไรผิด เมื่อไปตามดูเธอที่ห้องน่านฟ้า เลยยังทำหน้าบึ้งไล่กลับบ้านเพราะถึงเวลาพักผ่อนของน้องสาว แต่ถึงกระนั้นท่าทางจ๋อยๆของร้อยดาวก็ทำให้เขาใจอ่อน ขอบใจเธอเสียงห้วนที่ทำให้น่านฟ้ามีความสุข

“เรื่องขี้ปะติ๋ว ฉันเชื่อว่าความสุข ถ้าแบ่งปันกันก็จะทวีคูณ ส่วนความทุกข์ ถ้าได้แบ่งปันกันก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง ฉันทำให้น้องคุณมีความสุข ฉันเองก็มีความสุข ไม่เห็นต้องขอบอกขอบใจเลย”

สิบทิศมองเธอด้วยสายตาดีขึ้น ร้อยดาวไม่ถือสาท่าทางมาดเข้มเพราะกำลังสนใจภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของหม่อมเจ้าวิรุฬ เวรุมาศ...สีหน้าอมเศร้าของราชนิกุลหนุ่มใหญ่ทำให้เธอเห็นภาพในอดีต...

ราชนิกุลหนุ่มมาเยี่ยมบ่าวสาวหน้าใสที่บ้านบดินทร์– ธรอีกครั้ง พร้อมหนังสือภาพภาษาอังกฤษที่เขาตั้งใจนำมาให้เธอโดยเฉพาะ บ่าวสาวคนนั้นแทนตัวเองว่าเวียงแก้ว เธอปฏิเสธจะรับมาเพราะอ่านหนังสือไม่ออก

“เปิดดูรูปเฉยๆก็ได้ โลกนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าเธอไม่เคยไปไหน หนังสือจะพาเธอไปทุกหนทุกแห่ง”

เวียงแก้วนั่งดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ วิรุฬพอใจมาก เสนอตัวพาไปเที่ยวหากเธอต้องการ รอยยิ้มของทั้งสองค่อยๆเลือนหายไป ร้อยดาวดึงตัวเองออกจากอดีต ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายจนเริ่มตาพร่า เมื่อสิบทิศทักจึงซวนเซเป็นลมในอ้อมแขนเขา ราชนิกุลหนุ่มตกใจมาก ลืมเรื่องขุ่นเคืองและรีบพาเธอไปนั่งพักในสวนหน้าตำหนัก

สิบทิศมองสภาพอ่อนเพลียของหญิงสาวจอมยุ่งตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง แปลกใจนิดหน่อยที่คนชอบเต้นแร้งเต้นกา แถมซุกซนเหมือนเด็กๆจะเป็นลมคอพับคออ่อน ส่วนร้อยดาวเมื่อตื่นก็รีบถามถึงพ่อของเขา ราชนิกุลหนุ่มเงียบไปอึดใจแล้วบอกว่าหม่อมเจ้าวิรุฬสิ้นชีพิตักษัยตั้งแต่เขาห้าขวบ

“เพราะผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นทำให้พ่อฉันวิ่งฝ่าสายฝนออกไปบดินทร์ธรกลางดึก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่อง”

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่บ้านบดินทร์ธรเหรอคะ”

ร้อยดาวรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ แต่สิบทิศกลับพูดไม่ออก แสร้งทำโมโหกลบเกลื่อนไล่เธอกลับบ้าน หญิงสาวจากเมืองผู้ดีจำต้องถอย ไม่อยากเซ้าซี้ให้เป็นที่สงสัย...ท่าทางคุณชายนี่ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับบดินทร์ธรแน่ๆ

ร้อยดาวทำท่าจะไปตามหาคำตอบในห้องสมุดอีกครั้ง แต่พบเต็มเดือนที่กำลังเก็บดอกยี่โถใส่แจกันในสวนหลังบ้านเสียก่อนเลยไปทักทายและช่วยเก็บดอกไม้

“ท่าทางคุณจะเป็นคนรักธรรมชาตินะคะ เห็นทีไร ถ้าไม่ปลูกต้นไม้ ก็เก็บดอกไม้ในสวน”

“ฉันเบื่อความวุ่นวายน่ะ ในเมื่อคุยกับคนไม่รู้เรื่อง ฉันหนีมาคุยกับต้นไม้ต้นไร่ดีกว่า”

ร้อยดาวนิ่วหน้า ไม่คิดว่า สะใภ้แรกจะมีเรื่องอึดอัดใจ เต็มเดือนถอนใจเบาๆแล้วพูดเสียงเรียบ

“คฤหาสน์บดินทร์ธรถึงจะใหญ่โตหรูหรา มีคนอยู่อาศัยมากมาย แต่ก็เงียบเหงา อ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก ทุกคนที่นี่เลยต่างหวาดระแวง อิจฉาริษยากันจนพลอยอยู่ไม่เป็นสุข”

ท่าทางเศร้าๆของเต็มเดือนทำให้ร้อยดาวเห็นใจไม่น้อย พอจะนึกภาพออกเพราะขนาดตัวเองมาอยู่ได้ไม่กี่วันยังอึดอัดแทบแย่ เธอพยายามคลายบรรยากาศด้วยการช่วยเด็ดดอกยี่โถ เต็มเดือนร้องเตือนให้ระวังเพราะยางของดอกไม้นี้มีพิษ อาจทำให้ตาบอด ร้อยดาวอึ้ง ไม่คิดว่าดอกสวยๆจะมีพิษร้ายแรง

เต็มเดือนหัวเราะเบาๆแล้วเปรยเสียงอ่อน “สิ่งที่สวยงามมักมีวิธีป้องกันตัวเองเสมอ จะได้ไม่ถูกใครทำร้ายเอาง่ายๆ ก็เหมือนผู้หญิงเรานั่นแหละ...ยิ่งสวยเท่าไหร่ ยิ่งต้องรู้จักเอาตัวรอดเท่านั้น...หนูว่าจริงไหมจ๊ะ”

ร้อยดาวพยักหน้ารับ นึกทึ่งสะใภ้เอกของบ้านบดินทร์ธรไม่น้อยที่มีความคิดลึกซึ้ง เต็มเดือนส่งยิ้มอ่อนๆให้แล้วยื่นแจกันดอกไม้ที่เพิ่งจัดเสร็จให้เธอเก็บไว้ในห้อง บรรยายสรรพคุณเสร็จสรรพว่ากลิ่นหอมของดอกยี่โถช่วยให้นอนหลับสนิท ร้อยดาวปลื้มมาก ขอบคุณจากใจจริงที่ได้รับความเมตตา ไม่ต้องอ้างว้างเหมือนตัวคนเดียวเมื่อมาอยู่ที่นี่

ooooooo

สร้อยฟ้ากับกระถินเฝ้ามองเหตุการณ์จัดดอกไม้ของเต็มเดือนกับร้อยดาวโดยตลอด ท่าทางคุยกันอย่างถูกคอทำให้สะใภ้สามแห่งบ้านบดินทร์ธรหมั่นไส้มาก เชื่อว่าเต็มเดือนมีแผนร้ายจึงแสร้งวางตัวเป็นแม่พระผูกมิตรกับร้อยดาว หวังหลอกใช้เป็นเครื่องมือเหมือนที่เคยทำกับเมียทุกคนของปกรณ์

กระถินเสนอแผนชั่วใส่ร้ายให้ร้อยดาวกับเต็มเดือนแตกคอ สร้อยฟ้าเห็นดีด้วย สั่งสาวใช้คนสนิทให้แอบขโมยนาฬิกาของเต็มเดือนไปวางในห้องร้อยดาว กระถินรับคำอย่างดีและลงมือทำตามคำสั่งในบ่ายวันเดียวกัน

ฟากร้อยดาวถือแจกันดอกยี่โถเข้ามาในห้อง สัมผัสเบาๆที่กลีบสีสวยแล้วต้องตาเหลือกเมื่อเห็นหนอนไชศพตัวเขื่องค่อยๆชอนไชดอกยี่โถ ทีละตัวสองตัวจนเต็มไปหมด ดอกไม้สวยงามเหี่ยวลงจนเน่าเฟะ ร้อยดาว ตกใจผุดลุกขึ้น แต่เมื่อกะพริบตาสองสามทีภาพน่าเกลียดนั้นก็จางหายไป...

เมดาในคราบร้อยดาวเอามือกุมกระบอกตา ภาพหลอนหลายภาพทั้งก่อนหน้าและเมื่อกี๊ทำให้แทบประสาทเสีย เมื่อเงยหน้าอีกครั้งจึงเห็นนาฬิกาข้อมือผู้หญิงเรือนทองดูราคาแพงอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบมาดูด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันคิดอะไร กระถินก็เปิดประตูมาเห็นแล้วตะโกนโวกเวกว่าเธอขโมยนาฬิกาของเต็มเดือน!

เรื่องวุ่นวายร้อนถึงดำรงต้องเป็นผู้ตัดสิน ชายชราประมุขใหญ่ของบ้านบดินทร์ธรซักถามเรื่องราวจากร้อยดาวว่านาฬิกาของเต็มเดือนไปอยู่ในห้องเธอได้อย่างไร ร้อยดาวตั้งท่าจะอธิบายแต่สร้อยฟ้าโพล่งขัดเสียก่อน

“นังกระถินมันจับได้คาหนังคาเขาว่าแกขโมยนาฬิกาเรือนนี้มา ยังจะกล้าปากแข็งอีก”

“ฉันไม่ได้ขโมย และไม่เคยคิดจะขโมยของของใครด้วย”

“อมพระมาพูดฉันก็ไม่เชื่อ แกมันลูกเสือลูกตะเข้...เลวจริงๆ”

สองสาวต่างวัยโต้ตอบไปมาจนดำรงเหลืออด สั่งให้นมแสงไปตามเจ้าของนาฬิกามาให้การ สร้อยฟ้าดีใจมาก มั่นใจว่าร้อยดาวต้องถูกเฉดหัวออกจากบ้าน แต่ผิดคาดเพราะเต็มเดือนไม่เล่นด้วย แถมปกป้องร้อยดาวอีกต่างหาก

“เต็มมาจัดดอกไม้ให้หนูร้อยดาวที่ห้อง แต่กลัวว่านาฬิกาจะเปียกน้ำเลยถอดวางไว้ ไม่คิดว่าจะลืม”

ร้อยดาวอึ้งมาก สบตาสะใภ้เอกของบ้านบดินทร์ธรงงๆ ไม่คิดว่าจะยอมโกหกเพื่อช่วย เต็มเดือนส่งยิ้มให้เหมือนจะบอกเป็นนัยให้อยู่เฉยๆ เธอจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง

“เต็มเป็นคนวางทิ้งไว้เอง หนูร้อยดาวไม่รู้เรื่อง ขอบใจหนูมากนะจ๊ะที่ช่วยเก็บไว้ให้ ถ้าหายไปคงแย่”

เต็มเดือนปรายตามองสะใภ้สามด้วยความสะใจ สร้อยฟ้าหน้าเจื่อนที่ถูกฉีกหน้า ยิ่งดำรงด่ายิ่งเจ็บใจ

“ทีหลัง...ถ้าไม่รู้จริง หล่อนก็อย่าเที่ยวปรักปรำคนอื่น เดี๋ยวเด็กมันจะสิ้นนับถือมาถอนหงอกเอาได้”

สร้อยฟ้าหัวเสียมาก ผลุนผลันกลับห้องพร้อมกระถิน จงจิตรซึ่งเฝ้ามองทุกอย่างจากระเบียงชั้นบนหัวเราะชอบใจ โดยมีดารกาลูกสาวคนเดียวยืนฟังด้วยความงุนงง...ไม่เข้าใจว่าแม่ชอบใจอะไรนักหนาที่มีคนทะเลาะกันในบ้าน

ooooooo

สร้อยฟ้าเหวี่ยงข้าวของระบายอารมณ์ ไม่คิดว่าจะถูกเต็มเดือนฉีกหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแบบนั้นต่อหน้าดำรงกับร้อยดาว พาลไปลงกับกระถินที่ทำงานพลาดให้เธอถูกด่า ดาราเรศนั่งฟังอยู่นานอดแขวะไม่ได้

“รู้ทั้งรู้ว่าคุณป้าเต็มเดือนเป็นคนยังไง คุณแม่ยังไปยุ่งกับเขาอีก”

“แกไม่ต้องมาสะเออะสั่งสอนฉันยายเรศ...ฉันรู้ดีว่าทำอะไรอยู่ ฉันต้องหาทางกระชากหน้ากากมันให้ได้”

ขณะที่สร้อยฟ้าอาละวาดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด ร้อยดาวก้มกราบเต็มเดือนที่ช่วยให้พ้นจากข้อกล่าวหา นมแสงพลอยซาบซึ้งใจไปด้วย หากสะใภ้เอกไม่ช่วย ดูท่าร้อยดาวคงไม่ได้อยู่ฟังพินัยกรรมของปกรณ์แน่

“ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ ฉันเชื่อว่าหนูร้อยดาวเป็นคนดี จะทำเรื่องเหลวไหลแบบนั้นได้ยังไง”

“ขอบพระคุณคุณเต็มเดือนมากนะคะที่เชื่อใจดิฉัน แต่เรื่องนาฬิกานั่น ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะคะ”

เต็มเดือนยิ้มน้อยๆแล้วบอกว่าต้องการปกป้องเธอ ร้อยดาวนั่งไปอึดใจจึงถึงบางอ้อ

“หมายความว่า...คุณสร้อยฟ้ากับกระถินกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายดิฉันอย่างนั้นหรือคะ”

“ฉันอาจจะอยู่ที่นี่มานานจนรู้ว่าใครเป็นยังไง หนูยังเด็ก...ฉันอยากจะเตือนหนูสักอย่าง...อย่าไว้ใจใคร จำไว้นะ”

เมดาในคราบร้อยดาวเก็บคำพูดสุดท้ายของเต็มเดือนไปคิดตลอดเย็น เมื่อถึงเวลากลางคืนจึงหยิบโกศกระดูกของดิลกออกจากกระเป๋ามาวางที่หัวนอน เรื่องวุ่นวายในบ้านนี้ทำให้เธอเหนื่อยใจมาก จนไม่มีกำลังจะอยู่ที่นี่แล้ว

“คุณพ่อคะ...หนูอึดอัดจังเลยค่ะที่ต้องอยู่ท่ามกลางสายตาไม่เป็นมิตรของญาติๆตัวเอง ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำว่าจะมีเรื่องของคนพวกนี้เข้ามาในชีวิต หนูไม่รู้จะวางใจใครได้อีก นอกจากนมแสงแล้วก็คุณเต็มเดือน...”

ทันใดนั้น...เสียงร้องโหยหวนคล้ายเสียงหมาป่าก็ดังขึ้น ร้อยดาวหันขวับ ตัดสินใจเดินตามต้นเสียงจนถึงห้องสมุด เสียงประหลาดนั้นจึงเงียบไป หญิงสาวจากเมืองผู้ดีมั่นใจว่าร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนต้องรู้คำตอบจึงตะโกนเรียกหา แต่ทุกอย่างกลับเงียบกริบ เธอรีบเดินสำรวจรอบห้อง พลันเห็นหยดน้ำซึมจากบนเพดานพร้อมเสียงเหมือนอะไรบางอย่างดิ้นขลุกขลักที่ด้านบน!

ร้อยดาวลากบันไดมาไต่ขึ้นไปดู พยายามแนบตาที่รอยต่อไม้กระดานแต่ไม่เห็นอะไร จังหวะเดียวกันเสียงโหยหวนดังขึ้นอีก ร้อยดาวตกใจจนพลัดตกจากบันได โดยมีหนังสือหลายเล่มหล่นมาด้วย เธอหันไปมองแล้วต้องตาโต เมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือสมุดภาพภาษาอังกฤษ เล่มเดียวกับที่วิรุฬให้เวียงแก้วดูในฝันของเธอครั้งก่อน แต่ก่อนจะได้เปิดดู นมแสงซึ่งได้ยินเสียงโครมคราม ก็เข้ามาเจอ...แปลกใจไม่น้อยที่เห็นร้อยดาวในห้องสมุดกลางดึกอีกแล้ว

ooooooo

เมดาในคราบร้อยดาวเอาตัวรอดจากนมแสงจนได้ เธอกลับเข้าห้องนอนพร้อมสมุดภาพของวิรุฬและลงมือเปิดอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกช่วยให้เพลินตาไม่น้อย แต่เมื่อพลิกไปเรื่อยๆก็เจอภาพถ่ายขาวดำของเวียงแก้วแทรกอยู่ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีจ้องภาพนั้นนิ่ง ทันใดนั้น...ภาพในอดีตก็ปรากฏตรงหน้า

ร้อยดาวเห็นเวียงแก้วที่ทำท่าทางเหมือนในภาพถ่าย โดยมีวิรุฬยืนข้างๆพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือ บ่าวสาวหน้าใสร้องไห้คร่ำครวญคิดถึงพ่อซึ่งไปทำงานทางใต้นานหลายเดือน แต่ไม่มีข่าวคราวใดๆกลับมาถึงเธอเลย ราชนิกุลหนุ่มสงสารแต่ไม่ทันได้ปลอบ เสงี่ยมสาวใช้คนสนิทของจงจิตรก็มาตามไปพบสะใภ้สองของบ้านบดินทร์ธรเสียก่อน

จงจิตรเรียกเวียงแก้วมาทำความสะอาดเท้า เมื่อไม่ได้อย่างใจก็จิกผมเธอกดลงในอ่างพร้อมด่าทอ

“จำใส่กะลาหัวเอาไว้ ใครที่คิดจะมาเล่นกับฉัน ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ลอยหน้าอยู่เป็นสุขหรอก”

วิรุฬซึ่งแอบตามดูด้วยความเป็นห่วง ตั้งท่าจะไปช่วยอยู่แล้ว แต่ช้ากว่าเต็มเดือนซึ่งฉีกหน้าสะใภ้สองด้วยการขอตัวเวียงแก้วไปเป็นคนใช้ส่วนตัวดื้อๆ แถมสั่งให้เสงี่ยมทำงานแทนอีกต่างหาก จงจิตรหัวเสียมาก มองตามสะใภ้ใหญ่และบ่าวสาวหน้าใสด้วยความเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้...ฝากไว้ก่อนเถอะอีเต็มเดือน!

ฝ่ายเวียงแก้วคุกเข่าร้องไห้ตรงหน้าสะใภ้ใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรอย่างน่าเวทนา เต็มเดือนปลอบขวัญและสั่งให้มารับใช้เธอแต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวียงแก้วก้มหน้ารับตัวสั่น เต็มเดือนยิ้มเย็นพร้อมประกาศกร้าว

“ตราบใดที่เธอเป็นคนของสะใภ้ใหญ่ตระกูลบดินทร์–ธรอย่างฉัน จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าข่มเหงรังแกเธออีก”

ภาพเวียงแก้วมองเต็มเดือนด้วยความหวาดหวั่นค่อยๆจางหาย เมดาในคราบร้อยดาวดึงตัวเองออกจากภวังค์ จ้องภาพถ่ายในมือนิ่ง ความสัมพันธ์ของเวียงแก้วกับหม่อมเจ้าวิรุฬและคนอื่นๆในบ้านดูจะซับซ้อนและมีเงื่อนงำกว่าที่คิด ร้อยดาวพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแต่เหมือนไม่ค่อยได้เรื่อง สุดท้ายเลยผล็อยหลับตอนใกล้สว่างนั่นเอง

สิ่งแรกที่ร้อยดาวทำในเช้าวันถัดมาคือเอาภาพถ่ายเจ้าปัญหาให้นมแสงดู หญิงชราถึงกับพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ ถามเสียงพร่าว่าเอามาจากไหน ร้อยดาวบอกว่าเจอในสมุดภาพเมื่อคืน นมแสงถอนใจยาวพร้อมเปรยเสียงเบา

“ยี่สิบห้าปีมานี้ รูปทุกใบที่มีเธออยู่ถูกเผาทำลายทิ้งทั้งหมด ไม่นึกเลยว่าจะยังเหลือรอดอีกใบ”

ร้อยดาวไม่เข้าใจ แค่ภาพถ่ายผู้หญิงคนเดียว แถมยังเป็นเมียคนที่สี่ของปกรณ์ ทำไมจึงต้องทำลาย นมแสงตอบเสียงอ่อยว่าเป็นคำสั่งของดำรง ใครก็ขัดไม่ได้ ร้อยดาวไม่อยากจะเชื่อ อดเคืองประมุขใหญ่ของบ้านบดินทร์ธรไม่ได้ที่ใจไม้ไส้ระกำ ทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆไร้ทางต่อสู้อย่างเวียงแก้วได้ลงคอ!

ข้อมูลจากนมแสงทำให้สะเทือนใจไม่น้อย ท่าทางเวียงแก้วจะไม่เป็นที่รักใคร่ของคนในบ้านบดินทร์ธรนัก ยิ่งเมื่อเธอเซ้าซี้ขอให้นมแสงพาไปกราบหลุมศพเวียงแก้ว โดยอ้างว่าอยากไปทำความเคารพแม่แท้ๆสักครั้ง หญิงชรายิ่งมีท่าทางพิรุธ แถมยังบอกไม่รู้ว่าหลุมศพเวียงแก้วอยู่ที่ไหนอีกต่างหาก

“หลังจากที่คุณเวียงแก้วเสีย คุณท่านก็มีคำสั่งให้คุณปกรณ์ทำพิธีทางศาสนาให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด สั่งกำชับทุกคนในบ้านให้ปิดเป็นความลับ กลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา นมไม่รู้จริงๆค่ะว่าคุณปกรณ์จัดการไว้อย่างไร”

ร้อยดาวพยักหน้ารับ รู้สึกแปลกๆแต่ต้องพยายามเก็บอาการและเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงปกรณ์แทน

“คุณพ่อปกรณ์ของฉัน หน้าตาเป็นยังไงคะนมแสง หล่อไหม...ฉันยังไม่เคยเห็นรูปท่านเลย”

ooooooo

นมแสงทนเสียงรบเร้าตลอดเช้าจากคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรไม่ไหว ต้องพาไปไขกุญแจห้องเก็บของเก่าๆซึ่งมีข้าวของวางระเกะระกะเหมือนไม่ถูกเปิดใช้มานาน หญิงชราตรงไปเปิดผ้าคลุมกรอบรูปใหญ่กลางห้อง พร้อมแนะนำเสียงอ่อนว่านี่คือภาพถ่ายของปกรณ์สมัยหนุ่มๆ

ร้อยดาวจ้องภาพตรงหน้าเขม็ง ใบหน้าหล่อเหลาแต่ดวงตาเจ้าชู้ของปกรณ์ ทำให้เธอตกในภวังค์เห็นอดีตอีกครั้ง เป็นภาพเขาเมื่อครั้งกลับจากกรุงเทพฯในเช้าวันหนึ่ง แต่งกายเหมือนในรูปถ่ายทุกประการ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่อาจทำให้ผู้หญิงหลายคนใจละลายค่อยๆเลือนหาย พร้อมเสียงเรียกของนมแสงที่เห็นเธอยืนจ้องภาพปกรณ์ไม่ไหวติง ร้อยดาวสะบัดหน้าเรียกสติ ยิ้มเจื่อนๆให้แล้วกลบเกลื่อนความผิดปกติด้วยการจะยกภาพปกรณ์ขึ้นแขวนผนังที่โถงกลาง

นมแสงพยายามห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล คุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรยืนกรานจะทำตามที่ต้องการ

“นมนั่นแหละต้องเชื่อฉัน กรอบรูปคุณพ่อแขวนไว้ตรงนี้ ดีออก...ใครผ่านไปผ่านมาจะได้เห็น”

นมแสงอ้าปากค้างเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง ร้อยดาวไม่ได้สังเกตชื่นชมผลงานตัวเองอย่างอารมณ์ดี

“โธ่...คุณหนูทำไมดื้ออย่างนี้คะ ถ้าคุณท่านรู้เข้าต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ”

ร้อยดาวแกล้งทำหูทวนลม ไม่เห็นความผิดอะไรจะเอาภาพของปกรณ์มาไว้ในบ้าน ในเมื่อทุกคนรอคอยการเปิดพินัยกรรมของเขาอย่างใจจดจ่อ เหตุใดจะต้องคัดค้าน แต่แล้วหญิงสาวจากเมืองผู้ดีก็ต้องหน้าเสีย เมื่อดำรงผ่านมาเห็นแล้วตวาดลั่นให้เอาภาพลง ร้อยดาวไม่เข้าใจและพยายามถามเหตุผลแต่ชายชราไม่มีคำตอบให้ สร้อยฟ้าได้ยินเสียงเอะอะ เมื่อเห็นหลานสาวคนเล็กของบดินทร์ธรกล้าต่อปากต่อคำกับดำรงเลยถือโอกาสแขวะ

“ต่ำ...มาอยู่ที่นี่ไม่ทันไรก็กล้าตีฝีปากเถียงคุณพ่อฉอดๆ สันดานไพร่อีเวียงแก้วในตัวแกแก้ไม่หายสินะ”

จงจิตรตามมาสบทบอีกคน ค่อนแคะแดกดันร้อยดาวจนเธอเหลืออด โพล่งกลับไปบ้าง

“ถ้าพวกคุณเป็นผู้ดีกันนักก็กรุณาอย่าพูดจาดูถูกคุณแม่ของดิฉัน”

สร้อยฟ้ากับจงจิตรคิดไม่ถึงว่าจะถูกลูกสาวของเวียงแก้วตอกกลับไม่ไว้หน้า ทำท่าจะสวนแต่ช้ากว่าดำรง

“จองหอง...ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เถียงคอเป็นเอ็น เดือดร้อนแทนแม่หล่อนที่อยู่ในขุมนรกนักหรือไง”

ร้อยดาวหน้าเจื่อน แต่ก่อนที่จะได้โต้อะไร กรอบรูปอันใหญ่ที่บรรจงแขวนอย่างดีก็ร่วงกระแทกพื้นโครมใหญ่จนแตกละเอียด ดำรงหน้านิ่งไม่ไหวติง สองสะใภ้และนมแสงตาเหลือก สีหน้าเหมือนหวั่นกลัวอะไรสักอย่างจนร้อยดาวสังเกตเห็น แต่ต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อนเพราะดำรงกำลังมองมาทางเธอด้วยสีหน้าโกรธจัด!

ทั้งหมดไปรวมตัวที่ห้องโถงกลาง รวมทั้งเต็มเดือนที่เดินหน้าซีดมาสบทบเมื่อทราบว่าร้อยดาวก่อวีรกรรมอะไรหญิงสาวจากเมืองผู้ดีก้มกราบแทบเท้าดำรง ขอขมาที่ล่วงเกินก่อนหน้านี้ ชายชราอารมณ์เย็นลงแต่ไม่วายสะบัดเสียงใส่ว่าเอารูปมาแขวนทำไม ร้อยดาวไม่ทันตอบ จงจิตรกับสร้อยฟ้าแย่งกันใส่ไฟและพาลถึงนมแสงที่คงเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการพาร้อยดาวไปห้องเก็บของ ดำรงกระแทกไม้เท้าให้หยุดพล่ามแล้วหันไปสั่งสอนหลานคนเล็กเสียงเข้ม

“ทุกๆที่ย่อมมีกฎ ที่นี่ก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อก้าวเข้ามาอาศัยชายคาของบดินทร์ธร หล่อนก็จงนำพาต่อกฎเกณฑ์ต่างๆของบ้านหลังนี้ ไม่ใช่ทำหูทวนลม”

ร้อยดาวหน้าเสีย ก้มหน้ารับคำอย่างสำนึกผิด เต็มเดือนสงสารเลยช่วยพูดให้

“หนูร้อยดาวคงไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งคุณพ่อหรอกค่ะ เพียงแค่อยากแขวนรูปพ่อบังเกิดเกล้าไว้ดูต่างหน้า”

ดำรงยังนิ่งจนทุกคนใจไม่ดี แต่สร้อยฟ้ากลับโพล่งออกไปอย่างไม่คิด หมั่นไส้ลูกสาวเวียงแก้วเหลือเกิน

“แผนสูงไม่เบา เอากรอบรูปพ่อมาแขวน คงกะประจบให้วิญญาณคุณพี่นึกเมตตา แบ่งสมบัติให้แกบ้างงั้นสิ”

ร้อยดาวโต้ว่าไม่เคยคิดแบบนั้น เต็มเดือนเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามช่วยห้ามทัพ แต่ไม่ทันพูดอะไร กระถินซึ่งกำลังเก็บเศษแก้วจากกรอบรูปก็ร้องโวยวายเพราะถูกเศษแก้วบาด ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก...ขนาดเศษกระจกยังฤทธิ์มากขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นอย่างอื่นจะมากมายขนาดไหน!

ooooooo

หลังเหตุวุ่นวายในห้องโถงกลาง ทุกคนจึงแยกย้ายกลับห้อง ส่วนร้อยดาวตามไปคุยกับเต็มเดือน ขอบคุณจากใจจริงที่สะใภ้เอกช่วยเธออีกครั้ง เต็มเดือน รินน้ำชาจากโถพลางอธิบายเสียงอ่อน

“ขึ้นรูปคุณพี่ทีไรเป็นได้เรื่องทุกที กี่รูปก็ตกมาแตกจนตามเก็บกวาดแทบไม่ไหว พอขึ้นรูปใหม่ก็ลงอีหรอบเดิมอีก คุณพ่อเลยให้เอาลงห้ามแขวนอีกเป็นอันขาด”

ร้อยดาวนิ่วหน้า ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมายแต่ต้องเก็บไว้ก่อน เต็มเดือนยิ้มบางๆแล้วลูบหัวปลอบ

“โลกใบนี้ยังมีเรื่องเหลือเชื่อตั้งมากมาย เอาง่ายๆ...อย่างกิ่งของต้นยี่โถเอาไว้ใช้ไล่หนูได้ เหลือเชื่อไหมล่ะคะ”

ร้อยดาวพยักหน้ารับรู้แล้วเปลี่ยนเรื่องถามถึงที่ตั้งหลุมศพและสถานที่เก็บกระดูกของเวียงแก้ว เต็มเดือนอึ้งไปอึดใจ ใช้สองมือประคองถ้วยชาแล้วพูดเสียงเบา

“ไม่มีใครรู้หรอก เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ”

ร้อยดาวจะซักต่อ แต่ไม่ทันอ้าปาก ปรมัตถ์ก็เข้ามาทัก เต็มเดือนจึงถือโอกาสปลีกตัวไปพักผ่อน ร้อยดาว จำต้องเก็บคำถามคาใจไว้แล้วไปคุยกับลูกชายทนายประจำ ตระกูลที่สวนแทน

ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใสด้วยความคิดถึง แต่ปากแข็งอ้างว่าทวีปใช้ให้มาดูแลเธอ เกรงจะไม่สบายเพราะแปลกถิ่น ร้อยดาวหัวเราะน้อยๆ ยืนยันว่าสบายดีทุกอย่างเพราะเป็นคนแข็งแรง

ปรมัตถ์พลอยยิ้มไปด้วยแล้วชวนไปซื้อของข้างนอกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ร้อยดาว รับปากด้วยความยินดี อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้าง

ด้านดารกา...เห็นรถยนต์ปรมัตถ์จากระเบียงชั้นบนก็วิ่งหน้าบาน ไปส่องกระจกเตรียมต้อนรับชายหนุ่มที่แอบหลงรักมานาน แต่เมื่อไปถึงหน้าบ้านกลับต้องหัวเสีย เพราะเขาเพิ่งขับรถออกไปกับร้อยดาว ปั้นจะเข้าไปปลอบใจแต่ถูกตะเพิดไล่อย่างไม่ไยดี จงจิตรแต่งตัวสวยออกมาพอดี ส่งสายตาปรามไม่ให้แสดงท่าทีพิรุธ...อยากให้คนในบ้านรู้หรือไงว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของดารกาไม่ใช่ปกรณ์!

ดารกาเห็นแม่แต่งตัวสวยเลยอ้อนขอไปข้างนอกด้วย เบื่อต้องอยู่คนเดียวไม่มีอะไรทำ แต่จงจิตรไม่ยอมเพราะมีธุระสำคัญกับปั้น และเฉไฉว่าจะไปทำผมในเมืองและสั่งให้เธอเป็นหูเป็นตาแทนที่นี่ ดารกาหน้ามุ่ย จำต้องยอมหลีกทางให้แม่ขึ้นรถ ปั้นละล้าละลังอยากปลอบใจลูกแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งจงจิตร ดารกามองตามรถหน้าจ๋อย...รู้สึกอ้างว้างเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต

ฝ่ายปรมัตถ์พาร้อยดาวไปทานข้าวในร้านอาหารฝรั่งในเมือง หลังพาเธอตระเวนซื้อของใช้มากมายตามต้องการจนแทบหมดแรง เขาเล่าเรื่องก่อนหน้าดิลกจะเสียชีวิตให้ฟังด้วยความเต็มใจเพราะเห็นว่าเธออยากรู้

“คุณพ่อพยายามส่งจดหมายถึงคุณดิลก แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลยสักครั้งจนกระทั่งอุบัติเหตุครั้งนั้น”

“คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากกลับมาค่ะ บอกว่าอยู่โน่นสบายใจกว่า ที่จริง...ฉันก็ไม่ได้อยากมา ถ้าไม่ใช่เพราะ...”

เมดาในคราบร้อยดาวเอามือแตะดวงตาตัวเองเบาๆ พยายามไม่ให้ผิดสังเกต ตั้งท่าจะแก้ตัวไปอีกเรื่อง แต่เห็นน่านฟ้าเข้ามาในร้านพอดีเลยรีบโบกไม้โบกมือทักทาย แถมเชิญนั่งโต๊ะเดียวกันอีกต่างหาก ปรมัตถ์รู้จักราชนิกุลสาวดีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยได้พบปะและพูดคุยอย่างจริงจัง ได้แต่ยิ้มรับด้วยความยินดี ร้อยดาวดูจะมีความสุขมาก กำลังจะถามว่าน่านฟ้ามากับใครแต่ต้องหน้าบูดเมื่อเห็นสิบทิศเปิดประตูเข้ามา

ooooooo

ดำรงนอนพักรักษาอาการเจ็บป่วยในห้อง อาการดีขึ้นมากจนดาหลาโล่งใจ แต่เมื่อคะยั้นคะยอให้ทานยาตามที่สิบทิศเคยจัดให้ เขากลับดื้อ โวยวายไม่ยอมกินเหมือนเด็กๆ

“ฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่ เลิกเซ้าซี้สักที ยาพวกนี้ฉันกินมาตั้งเท่าไหร่ ยังไม่เห็นวี่แววจะหายขาด ถ้าจะตายก็ปล่อยให้มันตายนี่แหละ จะได้หมดเวรหมดกรรม”

ดาหลาหนักใจมาก กลัวอาการเขาทรุดกว่าเดิมแล้วจะเดือดร้อนกันหมด แต่ไม่ทันเกลี้ยกล่อมอีกหน นมแสงก็เข้ามารายงานว่ามีแขกพิเศษมาหา ดำรงตั้งท่าจะปฏิเสธแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหม่อมเจ้ารัตนากรเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ แถมส่งยิ้มละไมที่ทำให้ประมุขแห่งบ้านบดินทร์ธรใจอ่อนยวบ

หลังเอ็ดพยาบาลประจำตัวกับนมแสงให้ออกจากห้องแล้ว รัตนากรก็ทรุดตัวนั่งข้างๆเตียงดำรงอย่างเป็นกันเอง แกล้งเหน็บขำๆว่ายังปากจัดเจ้าอารมณ์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ดำรงมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ขออภัยเสียงอ่อยที่เสียมารยาท รัตนากรไม่ถือสาจัดแจงป้อนยา ดำรงยิ้มกริ่ม ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าที่เคยเป็นอดีตคนรักแต่เลิกร้างกันไปเพราะความเจ้าชู้ของเขาเอง ราชนิกุลสาวใหญ่วางแก้วน้ำบนโต๊ะแล้วเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับร้อยดาว

“แม่ม้าดีดกะโหลกนั่นน่ะหรือ กลับมาที่นี่เพื่อทำให้กระหม่อมตายเร็วขึ้นน่ะสิ”

“เอ๊ะ...ว่าหลานตัวอย่างนี้ เกิดใครได้ยินเข้าก็ขายไม่ออกกันพอดี”

“หลานปุบปับอย่างแม่ร้อยดาว กระหม่อมยังไม่กล้ารับส่งเดช...ต้องใช้เวลา”

“พ่อแม่เขาอุตส่าห์ตั้งชื่อเสียเพราะว่าร้อยดาว แสดงว่าต้องเป็นอนุสรณ์ความรักของพ่อแม่เขา ตัวเป็นปู่...พูดอย่างนี้จะไม่ใจร้ายไส้ระกำไปหน่อยหรือ”

ดำรงหน้ามุ่ยเหมือนเด็กถูกผู้ใหญ่ดุ รัตนากรรู้ดีว่าเป็นต่อเขาหลายขุม แม้จะทำหน้าบึ้งเมื่อพูดถึงร้อย- ดาวแต่ก็ดูเขาจะเอ็นดูหลานไม่น้อย จึงรีบเข้าเรื่องที่ทำให้ต้องมาหาวันนี้ เริ่มจากทวงสัญญาที่เขาเคยให้เมื่อหลายสิบปีก่อน

“สัญญาที่ตัวเคยให้ไว้กับเรา ก่อนจะสะบั้นรักแล้วไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น...หรือว่าลืมไปแล้ว”

“กระหม่อมไม่เคยลืมและไม่มีวันลืมด้วย สัญญาที่แม้กระหม่อมจะไม่ได้ครองรักกับฝ่าบาทในชาตินี้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ลูกหลานของเราได้เกี่ยวดองผูกพันกัน”

“ในเมื่อเรามีหลานชาย ตัวมีหลานสาว หากเขารักกันชอบกันจริง เราเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องสนับสนุน อย่าดื้อกันท่าเป็นจระเข้ขวางคลอง...รอยร้าวในอดีตระหว่างเวฬุมาศกับบดินทร์ธรจะได้สิ้นสุดลงเสียที”

ดำรงจะค้านแต่ถูกราชนิกุลสาวขัดขึ้น แถมย้ำถึงสัญญาอีกข้อที่เขารักษาอย่างดีมาตลอด

“สัญญาที่ว่า...ขอเพียงเราออกปาก ไม่ว่าเรื่องอะไร ยากเย็นแค่ไหน ตัวก็ยินดีจะทำให้”

ดำรงพูดไม่ออก ต้องรับคำอย่างไม่เต็มใจนัก รัตนากรยินดีมากที่หาคู่ครองสมน้ำสมเนื้อให้หลานชายได้ในที่สุด

ooooooo

หม่อมราชวงศ์น่านฟ้า ร้อยดาวและปรมัตถ์พูดคุยกันอย่างถูกคอ ส่วนหม่อมราชวงศ์สิบทิศทำหน้าบอกบุญไม่รับ หงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูกที่เจอร้อยดาวมาทานข้าวสองต่อสองกับผู้ชายคนอื่น สามหนุ่มสาวตั้งวงคุยกันเรื่องดนตรีอย่างสนุกสนาน แถมลุกขึ้นเต้นและร้องคลอเมื่อได้ยินเพลงที่กำลังพูดถึงดังขึ้นในร้าน

น่านฟ้าเห็นพี่ชายนั่งหน้าบูดเลยแกล้งแหย่ เมื่อร้อยดาวหันมาถามเขาอย่างมีมารยาทว่าเขาชอบเพลงแบบไหนเลยตอบแทนว่าสิบทิศชอบเพลงไทยเดิม เพราะเป็นคนหัวโบราณไม่ทันสมัย ราชนิกุลหนุ่มเสียหน้ามากจึงออกคำสั่งให้น้องสาวกลับบ้าน น่านฟ้าหน้างอแต่ก็รีบลาเพื่อนร่วมโต๊ะแล้ววิ่งตามพี่ชายเพราะกลัวถูกทิ้ง

ฝ่ายร้อยดาวหลอกถามข้อมูลจากปรมัตถ์  โดยเฉพาะเรื่องราชนิกุลพี่น้องที่เพิ่งแยกจากกัน เขาเรียงลำดับความสัมพันธ์ให้ฟังง่ายๆว่าสิบทิศกับน่านฟ้าเป็นหม่อม ราชวงศ์ ลูกชายลูกสาวของหม่อมเจ้าวิรุฬกับหม่อมเจ้าอาภา  เวฬุมาศ แต่เมื่อทั้งสองสิ้นชีพิตักษัย หม่อมเจ้ารัตนากรพี่สาวของหม่อมเจ้าวิรุฬจึงรับหน้าที่ดูแลสองพี่น้องแทน

ปรมัตถ์แล่นรถผ่านประตูรั้วบ้านบดินทร์ธร  ร้อยดาวยื่นถุงขนมให้บังหนั่น หวังสานไมตรีจะได้มาขอสืบข้อมูลภายหลัง  คนเฝ้าประตูเก่าแก่ปลื้มใจมาก อดชื่นชมไม่ได้ว่าคุณหนูคนใหม่มีน้ำใจเหมือนเวียงแก้วไม่มีผิด ปรมัตถ์มาส่งเธอหน้าประตูตึกใหญ่และขอตัวกลับ ร้อย-ดาวไม่ขวางเพราะเห็นว่าเขาอยู่ดูแลเธอทั้งวันแล้ว  ผิดกับดารกาที่ตั้งหน้าตั้งตารอชวนเขาทานของว่าง แต่ต้องผิดหวังเมื่อเขากลับไปโดยไม่แม้แต่จะลงจากรถ

เมื่อโทษใครไม่ได้ดารกาจึงแจ้นไปหาเรื่องร้อยดาว หาว่ายั่วยวนให้ปรมัตถ์หลงเสน่ห์ ร้อยดาวตอกกลับว่าไม่เคยคิดว่าเขาเป็นสิ่งของ จะได้จับโยนไปมาหรือแปะป้ายเป็นเจ้าของได้  ดารกาโมโหจนพลั้งมือผลักร้อยดาวตกบันได แต่วิญญาณของเวียงแก้วมารับไว้ พร้อมทิ้งรอยน้ำรูปฝ่ามือที่แขนเสื้อ ดารกาหุนหันจากไปแล้ว โดยมีดาราเรศซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอดตามไปเยาะเย้ย ทิ้งร้อย-ดาวให้มองตามเซ็งๆแต่แปลกใจมากกว่าที่เห็นรอยน้ำที่แขนเสื้อตัวเอง

ฟากสิบทิศอารมณ์เสียตลอดบ่ายเพราะหึงร้อย-ดาวแต่ไม่รู้ตัว น่านฟ้าแกล้งแหย่สารพัดจนเขาต้องไล่ออกจากห้องเคืองๆ  รัตนากรเข้ามาแทนพลางเปรยว่าไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าแก่ที่บ้านบดินทร์ธรเมื่อเช้า สิบทิศไม่ชอบใจมาก

“หลานไม่อยากให้ท่านป้าไปเกี่ยวดองข้องแวะกับคนที่นั่น ความอัปยศที่เกิดกับเวฬุมาศ ท่านป้าลืมแล้วหรือ”

“การให้อภัยไม่ได้เป็นการลบอดีตทิ้งหรือลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แต่เป็นการวางความโกรธเคืองและความเจ็บปวดไว้ เลือกที่จะเรียนรู้มันและก้าวต่อไปด้วยใจที่เป็นสุข”

“ถ้าดวงวิญญาณของท่านพ่อกับท่านแม่ได้ยินคงเสียใจที่ท่านป้าเข้าข้างพวกบดินทร์ธร”

“วิรุฬกับอาภาจะเสียใจมากกว่า ถ้ารู้ว่าหลานยังปล่อยให้อดีตย้อนมาทำร้ายทิ่มแทงตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า”

รัตนากรออกจากห้องไปแล้ว  ทิ้งสิบทิศให้นั่งหน้าเครียดคนเดียว  ยังทำใจไม่ได้ที่จะให้อภัยพวกบ้านบดินทร์ธร!

ooooooo

เวียงร้อยดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด