ตอนที่ 1
อุบัติเหตุรถยนต์ครั้งร้ายแรง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทำให้ดิลกและจันทร์ฉายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนเมดาลูกสาวต้องรับการผ่าตัดดวงตาอย่างเร่งด่วนเพราะมีเศษกระจกพุ่งเข้าตาเลือดไหลอาบทั้งสองข้าง ผลการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีแต่สิ่งที่ตามมาพร้อมดวงตาคู่ใหม่กลับทำให้เธอเห็นภาพประหลาด!
ร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง แต่เมื่อกะพริบตาภาพนั้นก็จะหายไปราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น เมดาไม่สบายใจนัก แต่ไม่มีอารมณ์ตามหาความจริงเพราะกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของพ่อแม่ เลยคิดเอาเองว่าคงเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัด
เมดากลับไปเก็บข้าวของที่บ้านหลังจากนั้นสองสามวัน ภาพถ่ายคู่ของดิลกและจันทร์ฉายหน้าวัดไทยในจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมข้อความข้างใต้...ชีวิตคือการเดินทาง อยู่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา...ทำให้เมดาตัดสินใจจะพาอัฐิของท่านทั้งสองกลับเมืองไทย แต่สิ่งที่ทำให้เธอสนใจมากที่สุดคือสมุดบันทึกเล่มหนาของพ่อที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ข้อความในสมุดบันทึกบอกเล่าเรื่องตั้งแต่ร้อยดาวพี่สาวของเธอซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกิด เมดายิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงคืนวันเก่าๆ แต่ต้องนิ่วหน้าเมื่ออ่านถึงประโยคหนึ่งของพ่อที่พูดถึงแม่
“จันทร์ฉายอยากลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านบดินทร์ธร บางอย่างก็ควรปล่อยให้เป็นความลับตลอดไป”
คำว่าความลับทำให้เมดาสงสัยหนัก เกิดอะไรที่บ้านบดินทร์ธร...เธออ่านต่อจนกระทั่งเจออีกประโยคสำคัญ
“พี่ปกรณ์ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันกับจันทร์ฉายตั้งใจจะรักและเลี้ยงดูร้อยดาวให้ดีที่สุด...เหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง”
เมดาอึ้งไปครู่ใหญ่ ปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วตกใจมาก เมื่อรู้ว่าร้อยดาวไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ แต่ที่น่าทึ่งกว่าคือหยดน้ำประหลาดหล่นลงที่หน้าสมุดบันทึกตรงคำว่าลูกแท้ๆ ทำให้รอยปากกาหมึกซึมกระจายเป็นดวง พร้อมการปรากฏตัวของร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนที่เธอเห็นมาตลอดตั้งแต่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาในกระจกบานใหญ่กลางห้อง
เมื่อกะพริบตา ร่างโปร่งใสก็อันตรธานไป เมดาคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงตัดสินใจเข้านอน แต่หลับไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อลืมตาดูจึงเห็นร่างโปร่งบางนั้นอีกครั้งที่ปลายเตียง พร้อมเสียงเรียกชื่อ
ร้อยดาวให้กลับไปหาแม่ เมดาตั้งท่าจะถามแต่สะดุ้งตื่นเสียก่อน...เพียงเพื่อจะพบว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน
เมดาวิ่งไปเบิกตาดูในห้องน้ำเพื่อสำรวจหาความผิดปกติ เมื่อเธอยื่นหน้าเข้าใกล้กระจกและเพ่งในลูกตาจึงพบว่ามีร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนอยู่ในนั้น เมดาตกใจกะพริบตา...ภาพประหลาดนั้นก็หายวับไป!
ความฝันน่าสงสัยเมื่อคืนไม่ทันได้รับความกระจ่าง เมดาก็ได้รับปริศนาชิ้นถัดมาเมื่อได้รับจดหมายจ่าหน้าซองเป็นภาษาอังกฤษประทับตราจากเมืองไทยถึงร้อยดาว เมื่อเปิดอ่านจึงพบว่าเป็นจดหมายจากทวีป ยุติธาดา ทนายประจำตระกูลบดินทร์ธร เรียกตัวพี่สาวบุญธรรมของเธอไปฟังการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ บดินทร์ธร...
เรื่องราวมากมายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา รวมทั้งภารกิจสำคัญของร้อยดาวต้องไปฟังพินัยกรรมที่บ้านบดินทร์ธร ทำให้เมดาตัดสินใจกลับเมืองไทย โดยสวมรอยเป็นพี่สาวบุญธรรม เมื่อมาตรเพื่อนชายคนสนิททราบเรื่องจึงกล่อมไม่ให้ไปเพราะเป็นห่วง แต่เมดายืนกรานตามเดิมเพราะคิดว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะได้คำตอบบางอย่าง
“ตั้งแต่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดกับฉัน...ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
“ยูใจเย็นๆ น่า บางทีอาจเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาก็ได้”
“ฉันเองก็อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ แต่ถึงยังไงฉันก็ต้องกลับไป!”
ooooooo
ปรมัตถ์ หนุ่มหล่อหน้าตาสะอาดสะอ้าน...ลูกชายคนเดียวของทวีปทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรเป็นคนมารับร้อยดาวที่สนามบินดอนเมืองในกรุงเทพฯ โดยเขียนป้ายชื่อร้อยดาวไปยืนรอหน้าประตูทางออกเมดาไม่ทันมองจึงเดินเลย แต่เมื่อนึกได้จึงถอยกลับไปแล้วแนะนำตัวง่ายๆ ว่าคือร้อยดาว บดินทร์ธร
ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใส ท่าทางเป็นกันเองของคุณหนูคนสุดท้องของบ้านบดินทร์ธรด้วยความรู้สึกทึ่งระคนเอ็นดู เมดาเริ่มหาข้อมูลด้วยการชวนปั้นคนขับรถจากบ้านบดินทร์ธรคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หมายมาดในใจจะหาเวลาซักถามภายหลังเมื่อได้ยินว่าเขาทำงานที่นั่นตั้งแต่หนุ่มๆ บรรยากาศดูจะครื้นเครงดีถ้าปรมัตถ์ไม่บอกว่าต้องนั่งรถอีกแปดชั่วโมงจะถึงบ้านบดินทร์ธร เมดานิ่วหน้า...ตายแน่ ต้องทรมานสังขารก้นแฉะไปอีกแปดชั่วโมง!
ปรมัตถ์ยิ้มอ่อนๆ เมื่อเห็นท่าทางพูดไม่ออกของร้อยดาว เขาจัดแจงพาเธอไปพักโรงแรมหรูในตัวเมืองกรุงเทพฯ เพื่อพักผ่อนก่อนเดินทางใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมดาชื่นชมสภาพบ้านเมืองด้วยความตื่นเต้น แอบสงสัยว่าทางไปบ้านบดินทร์ธรจะสะดวกสบายแบบนี้หรือเปล่า ปรมัตถ์เดินไปส่งเธอถึงห้องพักพลางอธิบายเสียงอ่อนว่ารถไปถึงแน่นอน
“โล่งไปที...ฉันนึกว่าต้องขี่ช้างล่องแพ ผจญภัยเหมือนในหนังโฆษณาเที่ยวเมืองไทยเสียอีก”
ปรมัตถ์ขำท่าทางไม่ประสีประสาจนต้องกลั้นหัวเราะ เมดาอดยิ้มด้วยไม่ได้แล้วขอตัวพักผ่อน...ตกดึกคืนนั้นจึงหยิบสมุดบันทึกของพ่อมาอ่านต่อ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพ่อเขียนถึงคนคนหนึ่ง
“เวลาที่อังกฤษผ่านไปไวมาก ฉันอยากให้พี่เห็นร้อยดาวสักครั้ง เธอเป็นเด็กสาวน่ารัก ยิ่งโตยิ่งเหมือนเวียงแก้ว”
ทันใดนั้น...มีเสียงหญิงสาวกระซิบข้างหูว่าเวียงแก้วคือแม่ของเธอ เมดาสะดุ้ง แต่เมื่อกวาดตามองรอบ
ห้องแล้วไม่เห็นใครจึงตัดสินใจเข้านอนเพราะคิดว่าคงเพลียจากการเดินทางมากจนหูแว่ว ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเมื่อเธอหลับไปแล้ว ร่างหญิงสาวโปร่งใสในชุดขาวโพลนปรากฏตัวให้เห็นในกระจกเงากลางห้องเหมือนต้องการสื่อสารบางอย่าง...
เมดาไม่ติดใจเสียงประหลาดเมื่อคืน เธอตื่นเช้ามาเก็บข้าวของ ลงไปทานอาหารเช้ากับปรมัตถ์และซักถามเรื่องญาติพี่น้องของดิลกเพราะเพิ่งอ่านเจอเมื่อคืนว่าพ่อแท้ๆ ของเธอเป็นน้องชายคนละพ่อกับปกรณ์ บดินทร์ธร
“พอคุณหนูอายุได้สองเดือน คุณดิลกกับคุณจันทร์ฉายก็รับคุณหนูไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมที่อังกฤษ...และไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย คุณเวียงแก้วคือคุณแม่แท้ๆของคุณหนู เธอเป็นภรรยาอีกคนของคุณปกรณ์”
“อีกคน...หมายความว่าคุณเวียงแก้ว...เอ่อ...คุณแม่ฉันเป็นภรรยาคนที่สอง แล้วภรรยาคนแรกตายนานหรือยังคะ”
“ไม่มีภรรยาคนไหนเสียชีวิตทั้งนั้นครับ คุณปกรณ์มีภรรยาทั้งหมดสี่คน”
เมดาอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อ สังคมตะวันตกที่เติบโตมาไม่นิยมการมีมากผัวมากเมีย ปรมัตถ์ยิ้มบางๆ เข้าใจดีว่าคงเป็นเรื่องรับได้ยากสำหรับหญิงสาวที่โตในเมืองนอกอย่างร้อยดาว เขาพาเธอขึ้นรถและถือโอกาสอธิบายเรื่องสมาชิกครอบครัวบดินทร์ธร เพราะเชื่อว่าเธอจะต้องทำความรู้จักคนอีกหลายคนเมื่อไปถึง
“ภรรยาของคุณปกรณ์มีคุณเต็มเดือน คุณจงจิตร คุณสร้อยฟ้า แล้วก็คุณแม่ของคุณหนู...คุณเวียงแก้ว”
“แม่เวียงแก้วของฉันเป็นภรรยาคนที่สี่เลยเหรอ”
“ครับ...แต่เป็นภรรยาที่คุณปกรณ์รักมากที่สุด น่าเสียดายที่...”
ปรมัตถ์หยุดเล่ากะทันหัน นึกได้ว่าไม่สมควรพูดเรื่องนี้ แต่เมดาไม่ยอมซักไซ้ด้วยความอยากรู้
“เสียดายอะไร...เกิดอะไรขึ้นกับแม่ฉัน แล้วคุณพ่อปกรณ์ล่ะ...เป็นอะไรตาย”
เมดารอคำตอบด้วยใจจดจ่อแต่ต้องผิดหวังเพราะปรมัตถ์ไม่ตอบแล้วเชิญเธอขึ้นรถ แถมนั่งเงียบตลอดทางไม่เปิดโอกาสให้ซักถาม...ผ่านไปหลายชั่วโมงจนเกือบถึงบ้านบดินทร์ธรอยู่แล้ว แต่เมดาเมารถทนไม่ไหว ร้องให้จอดและเปิดประตูไปอาเจียน ปรมัตถ์มาลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง ต่างจากปั้นที่เหลือบมองจากกระจกหลังด้วยสายตาดูถูก
หม่อมราชวงศ์สิบทิศ เวฬุมาศ เห็นหญิงสาวแปลกหน้าโก่งคออาเจียนที่ข้างทางจึงสั่งให้คนขับจอดรถและคว้ากระเป๋ายาของตน ใช้เวลาไม่นานเขาจึงเดินถือสำลีชุบแอมโมเนียไปยื่นให้ เมดาลังเลเล็กน้อยก่อนรับมาดมด้วยสภาพอ่อนแรง ไม่กี่อึดใจเธอก็อาเจียนอีกครั้ง แต่คราวนี้พุ่งใส่ชายหนุ่มผู้มาใหม่จนเลอะไปหมด
ปรมัตถ์รีบขอโทษแทน สิบทิศจำได้ว่าเขาคือลูกชายทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรเลยชักสีหน้าแล้วเดินไปขึ้นรถ เมดามองตาม สงสัยว่าชายหนุ่มแปลกหน้าคือใคร ปรมัตถ์รู้จักดีแต่ไม่อยากอธิบายให้มากความเลยเลือกนิ่งเสีย
ooooooo
เมดามาถึงประตูรั้วบ้านบดินทร์ธรในอีกเกือบชั่วโมงต่อมา สภาพบรรยากาศทะมึนครอบคลุมอาณาบริเวณจนหญิงสาวจากเมืองผู้ดีถึงกับต้องกลืนน้ำลาย ปั้นจงใจบีบแตรเสียงดังเพื่อปลุกบังหนั่น...แขกยามเฝ้าประตูที่มักงีบกลางวันให้วิ่งหน้าตื่นมาเปิดประตูรั้ว เมื่อเห็นหญิงสาวสวยแปลกหน้าจึงสอดส่ายสายตาด้วยความอยากรู้
เมดาส่งยิ้มหวานอย่างเป็นกันเอง มั่นใจว่าบังหนั่นจะเป็นอีกคนที่รู้เรื่องราวดีๆ ของบ้านบดินทร์ธร ปรมัตถ์แนะนำง่ายๆ ว่าเธอคือร้อยดาว บดินทร์ธร หลานสาวอีกคนของตระกูล ลูกสาวคนเดียวของเวียงแก้ว บังหนั่นหน้าซีดเผือด กุลีกุจอเปิดประตูให้รถแล่นผ่าน...สายลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง แขกยามขนลุกซู่...ลูกสาวคุณเวียงแก้วกลับมาแล้ว!
กว่ารถจะถึงตัวบ้านบดินทร์ธรก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่ เมดาตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่ไพศาล ปรมัตถ์เล่าว่าดำรง บดินทร์ธร พ่อของปกรณ์และดิลก หรือคุณปู่ของเธอมีที่ทางให้ชาวบ้านละแวกนั้นเช่าทำกินหลายร้อยไร่ แถมมีทรัพย์สินเป็นบ้านเช่าและตลาดสดในตัวเมืองอีกมากมาย เมดาทึ่งมาก ไม่คิดว่าตระกูลของพ่อจะรวยขนาดนี้
นมแสงหญิงชราคนเก่าแก่ของตระกูลบดินทร์ธรเป็นคนรอต้อนรับร้อยดาว พร้อมกระถินสาวใช้จอมสอดรู้สอดเห็นลิ่วล้อคนสำคัญของสร้อยฟ้า ภรรยาคนที่สามของปกรณ์ เมดาส่งยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็นกันเอง นมแสงถึงกับน้ำตารื้นด้วยความปลื้มใจที่คุณหนูคนเล็กได้กลับบ้านเกิด ต่างจากกระถินที่เบ้หน้า ตั้งป้อมไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็น
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ปรมัตถ์จึงขอตัวกลับ เมดาเศร้าใจมากอยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนอีกสักพัก เขารับปากว่าจะกลับมาใหม่เร็วๆนี้ พลางหันไปพูดกับนมแสง
ถึงข้อความที่ทวีปพ่อของเขาฝากมารายงานดำรง
“ผมกับพ่อจะกลับมาในวันสองวันนี้แหละครับ คุณพ่อฝากบอกว่าธุระที่เคยคุยกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ท่านเอง”
เมดานิ่วหน้าไม่เข้าใจแต่คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องของตนเลยปล่อยผ่าน ปรมัตถ์ขึ้นรถไปแล้ว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีได้แต่มองตามด้วยท่าทางซึมๆ...หมดเวลาของเธอแล้วเมดา ต่อไปนี้ร้อยดาวจะได้ออกโรงตามหาความจริงเสียที!
เวลาเดียวกันที่ตำหนักม่วงของวังเวฬุมาศ...หม่อม ราชวงศ์น่านฟ้า น้องสาวคนเดียวของหม่อมราชวงศ์สิบทิศ กำลังใช้กล้องดูดาวส่องไปบริเวณหน้าตึกใหญ่ของบ้านบดินทร์ธร ใบหน้าสวยใสของหญิงสาวแปลกหน้า บวกกับข้อมูลจากช้อยต้นห้องคนสนิทที่สืบเสาะเรื่องบ้านโน้นมาเล่าว่าร้อยดาว บดินทร์ธรจะมาถึงวันนี้ทำให้พอปะติดปะต่อเรื่องได้ สิบทิศเข้ามาหาน้องสาวจากด้านหลัง เห็นท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยเอ็ดเสียงเข้ม
“พี่บอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่ให้ยุ่งกับคนบ้านนั้น จำไม่ได้หรือไง ชอบทำตัวเป็นพวกถ้ำมองไปได้”
“ไม่จริง...พี่ชายอย่าปรักปรำสิ หญิงไม่ได้มีจิตอกุ- ศล ก็แค่อยากตามหาความจริงเรื่องคนในบ้านบดินทร์ธร”
“รู้แล้วยังไง...จะลากคอใครเข้าตะรางได้หรือก็เปล่า เลิกยุ่งกับพวกนั้นเสียที...นี่เป็นคำสั่ง”
“พี่ชายอคติ เพราะเรื่องอดีตของท่านพ่อถึงพาลโกรธ ไม่ยอมให้หญิงสุงสิงกับบ้านนั้น หญิงไม่คุยด้วยแล้ว”
น่านฟ้าสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งสิบทิศให้มองตามด้วยสายตาอ่อนใจที่น้องสาวไม่รู้จักโตสักที
ooooooo
นมแสงพาเมดาไปพักผ่อนในห้องโถงกลางของครอบครัว หญิงชราเฝ้ามองคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรด้วยแววตารักระคนเอ็นดู ใบหน้าสวยใสผุดผ่องแลดูไม่มีพิษมีภัย ทำให้คิดถึงเวียงแก้วอย่างช่วยไม่ได้
“สวยเหลือเกินแม่คุณ ไม่ผิดจากที่นมวาดภาพไว้สักนิด สวยคนละแบบกับคุณเวียงแก้ว จะเว้นแต่...”
สายตาของนมแสงเพ่งมองดวงตาของคุณหนูคนสวยแล้วเฉไฉเปลี่ยนเรื่องว่าเธอหน้าเหมือนดำรงอย่างกับแกะ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีได้ยินชื่อดำรงหลายครั้ง จึงขอร้องให้นมแสงพาไปหาที่ห้อง
ดำรงนั่งหน้าบึ้งตึงบนเก้าอี้โยก ท่าทางไม่แยแสการมาถึงของหลานสาวคนเล็กเลยแม้แต่น้อย ดาหลาลูกสาวบุญธรรมและพยาบาลส่วนตัวของเขาส่งยิ้มให้ เมดาพยักหน้าน้อยๆ มองหน้าดำรงนิ่งแล้วทรุดตัวลงกราบที่เท้า ชายชรานิ่งไปอึดใจแล้วถามว่าใครสอนให้กราบ เมดาในคราบร้อยดาวตอบฉะฉานว่าแม่จันทร์ฉายเป็นคนสอน
“จันทร์ฉายไม่ใช่แม่ของหล่อน รู้หรือเปล่าว่าแม่แท้ๆ ที่เบ่งหล่อนออกมาคือใคร”
“เห็นปรมัตถ์บอกว่าคุณเวียงแก้วเป็นแม่”
“ไอ้ปรมัตถ์มันบอก แล้วเจ้าดิลกกับแม่จันทร์ฉายไม่เคยบอกหล่อนเลยหรือไง”
เมดาส่ายหน้าน้ำตาคลอ ความคิดถึงพ่อแม่จุกอกจนแทบกลั้นไม่ไหว ดำรงรำคาญเลยเอ็ดเสียงเข้มให้เข้ามาใกล้ๆ เมดาคลานเข้าหาตามคำสั่ง ดำรงใช้ไม้เท้าดันคางเธอเพื่อพินิจใบหน้า สายตาจับที่ดวงตาสุกใสนั้น
“หน้าตาเหมือนแม่หล่อนไม่มีผิด ออกไปได้แล้ว ฉันไม่ค่อยอยากเห็นหน้าคนที่แกพามาด้วยสักเท่าไหร่”
ดาหลากับนมแสงมองคุณหนูคนเล็กด้วยแววตาเห็นใจ ส่วนเมดางง ไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด เมื่อได้ออกนอกห้องจึงไม่รอช้า ถามนมแสงด้วยความอยากรู้ว่าตนพูดผิดตรงไหน หญิงชราส่ายหน้าอ่อนใจแล้วปลอบว่าไม่มี แต่เรื่องบางเรื่องต่อให้อยากรู้ก็ไม่ควรถามเพราะไม่เหมาะสม เมดาจะถามแต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวอีกคนที่แง้มประตูห้องมาดู
นมแสงบอกว่าเธอคนนั้นคือดาราเรศลูกสาวของสร้อยฟ้า ภรรยาคนที่สามของปกรณ์ เมดาในคราบร้อยดาวขอร้องให้พาไปรู้จักเพราะอยากเก็บข้อมูล สร้อยฟ้าแสดงอาการดูถูกคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรอย่างเห็นได้ชัด ทั้งให้คุกเข่าและประชดประชันต่างๆ นานา เมดายอมแบบไม่เต็มใจนักแต่ก็ทำให้สร้อยฟ้าสะใจมาก
“กลับมานี่ แกคงหวังได้มรดกคุณพี่ล่ะสิ ฝันไปเถอะ...แกนี่มันหน้าด้านหน้าทนเหมือนแม่แกไม่มีผิด เลือดอีขี้ข้าชั้นต่ำจากนังเวียงแก้วมันแรงดีจริงๆ”
เมดานิ่วหน้าแล้วย้อนถามเพราะไม่เคยรู้ว่าเวียงแก้วเคยเป็นสาวใช้ สร้อยฟ้าคิดว่าถูกลองของเลยเต้น
เป็นเจ้าเข้า ไล่ร้อยดาวออกจากห้อง ดาราเรศพลอยผสมโรงและปาข้าวของใส่ไม่ยั้ง นมแสงรีบพาคุณหนูคนเล็กออกจากห้อง เมดาได้แต่มองสองแม่ลูกด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธมากขนาดนี้
นมแสงพาเดินไปตามโถงยาวในบ้าน พลางเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของเวียงแก้วว่าเคยเป็นสาวใช้ที่นี่จริงก่อนจะเป็นภรรยาของปกรณ์ แต่ที่เมดาแปลกใจคือท่าทางกราดเกรี้ยวของสองแม่ลูกที่ทำท่าราวกับจะฆ่าเธอให้ตาย
“เธอเป็นของเธอแบบนี้ คุณดาราเรศก็เหมือนกัน ถอดพิมพ์เดียวกับแม่เธออย่างกับแกะ ใครอย่าได้ขัดใจเชียว แล้วเธอก็มีพี่ชายอีกคนด้วยค่ะ...คุณวีระวิทย์ เธออยู่ไม่ค่อยติดบ้านสักเท่าไหร่”
เมดาพยักหน้ารับ จังหวะเดียวกับที่ผ่านหน้าห้องจงจิตร ภรรยาคนที่สองของปกรณ์ จึงขอร้องให้นมแสงพาไปทักทายและทำความรู้จัก สภาพห้องหับที่ตกแต่งอย่างงดงามและหรูหรา ทำให้เมดานึกทึ่ง จงจิตรปราดมาดักหน้าแล้วด่าทอเสียๆ หายๆ ว่าร้อยดาวเป็นลูกเวียงแก้วกับชู้ เมดาของขึ้นและจะโต้ตอบ เลยถูกจงจิตรแหวกลับเสียงเขียว
“ทำไม...แทงใจดำใช่ไหมล่ะ แม่แกมันร่านแค่ไหน ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น”
เมดากำมือแน่น พยายามระงับอารมณ์สุดความสามารถ นมแสงเริ่มนั่งไม่ติดและตัดสินใจพาคุณหนูคนเล็กออกจากห้องก่อนเรื่องจะบานปลาย เมดาในคราบร้อยดาวโมโหมาก ระบายกับหญิงชราด้วยความอัดอั้นตันใจที่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ เต็มเดือนภรรยาหลวงของปกรณ์ผ่านมาได้ยินจึงออกมาทักทายและพาไปคุยในสวน
เต็มเดือนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ต่างจากสะใภ้อีกสองคนที่มองเธอราวกับเป็นกิ้งกือไส้เดือน เมดารู้สึกผ่อนคลายลงมาก เมื่อเห็นสายตาปลอบประโลมของเต็มเดือน จึงตัดสินใจระบายความทุกข์ใจเมื่อมาถึงที่นี่
“ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองดูแปลกแยก เป็นส่วนเกินของที่นี่ จะทำอะไรก็ดูผิดไปเสียหมด”
“ส่วนเกินของใครบางคนก็อาจจะเป็นส่วนเติมเต็มของใครอีกคนก็ได้จ้ะ”
เมดามองเต็มเดือนด้วยสายตาซาบซึ้งใจ รู้สึกดีมากขึ้นที่อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจหัวอกเธอ
“ฉันมันคนอาภัพ ไม่มีลูกกับเขาเลยสักคน หนูเป็นลูกสาวแท้ๆ ของคุณพี่ปกรณ์ก็เหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันด้วย อยู่ที่นี่มีอะไรก็ขอให้บอกฉัน ไม่ต้องเกรงใจนะจ๊ะ คิดเสียว่าฉันก็เหมือนแม่ของหนูอีกคน”
เต็มเดือนส่งยิ้มนุ่มนวลอ่อนโยนให้ พลางหันไปสั่งนมแสงให้พาไปห้องพักที่เธอจัดเตรียมไว้ต้อนรับคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรก่อนหน้านี้ เมดาพยักหน้ารับ โล่งใจขึ้นที่อย่างน้อยก็มีคนญาติดีด้วยบ้าง
ooooooo
การมาถึงของร้อยดาวทำให้สมาชิกหลายคน โดยเฉพาะสะใภ้สองและสามของดำรงแทบนั่งไม่ติด เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นก็กระวนกระวายใจเพราะไม่รู้ว่าร้อยดาวจะมาไม้ไหน มีเพียงเต็มเดือนที่ทำท่าเป็นปกติและดำรงที่ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา เหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจใดๆ ที่หลานสาวคนเล็กปรากฏตัว
สมาชิกทุกคนนั่งตามตำแหน่งประจำบนโต๊ะอาหาร มีเพียงที่นั่งของวีระวิทย์ลูกชายอีกคนของสร้อยฟ้า ด้านขวาของดำรงที่ยังว่างอยู่ เมดาในคราบร้อยดาว วิ่งเข้ามาแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แถมไปนั่งเก้าอี้ของวีระวิทย์ จึงถูกสร้อยฟ้าตวาดให้ไปนั่งที่อื่น เมดาหน้าเสียเดินไปหานมแสงที่ขยับเก้าอี้รออีกด้าน ดำรงส่ายหน้าอิดหนา ระอาใจแล้วถามหาหลานชายคนเดียวของตระกูล สร้อยฟ้าแก้ตัวแทนลูกเสียงอ่อยว่าไปค้างบ้านเพื่อนเพื่อทำรายงานแต่ดำรงไม่เชื่อ
“หัดดูแลลูกเสียบ้างนะแม่สร้อยฟ้า อย่าให้มหาวิทยาลัยชั้นดีที่ฉันส่งเสียให้เรียนต้องมีประวัติด่างพร้อย”
สร้อยฟ้าหน้าเจื่อน ดำรงไม่สนใจแล้วหันไปถามร้อยดาวเรื่องย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ เมดาอึกอักตอบไม่ถูกเลยถูกทุกคนเข้าใจผิดคิดว่ากลับมาเพื่อฟังพินัยกรรมหวังสมบัติของปกรณ์ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีพยายามอธิบายแต่ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะสร้อยฟ้ากับดาราเรศที่ตั้งป้อมแดกดันจนดำรงต้องตวาดให้หยุดแล้วหันไปซักต่อ
“หล่อนกำลังจะบอกว่าตัวเองไม่หวังสมบัติพัสถาน ทรัพย์สินเงินทองของพ่อหล่อนงั้นสิ...แม่ร้อยดาว”
เมดาสวนทันควันว่าไม่แม้แต่น้อย ดำรงเคืองมากกระแทกไม้เท้าดังปังจนทุกคนสะดุ้งเฮือก
“จองหอง...ถ้าหล่อนไม่คิดอะไรจริงแล้วจะกลับมาที่บดินทร์ธรทำไม อะไรเหรอที่ดึงดูดล่อใจคนที่พลัดพรากจากบ้านถึงยี่สิบห้าปีให้กลับมาได้ ถ้าไม่ใช่... มรดกของพ่อหล่อนในพินัยกรรม”
ดำรงลุกพรวดจากโต๊ะอาหาร โดยมีดาหลาช่วยประคองไม่ห่าง ตามด้วยสร้อยฟ้า ดาราเรศและจงจิตรที่ส่งสายตาเกลียดชังให้แล้วออกไปบ้าง เมดาพูดไม่ออก เต็มเดือนขยับมานั่งข้างๆ แล้วลูบหัวปลอบใจ
“อย่าถือสาคนแก่เลยนะ คุณพ่อก็เป็นแบบนี้ จริงๆท่านใจดี หนูเป็นเด็กน่ารัก สักวันท่านต้องเข้าใจ... เชื่อฉันสิ”
หลังมื้อเย็นอันแสนกระอักกระอ่วน เมดาในคราบร้อยดาวกลับเข้าห้องไปเขียนแผนภูมิวงศาคณาญาติของตระกูลบดินทร์ธรเพื่อทบทวนความจำ รายชื่อสมาชิกครอบครัวใหญ่ทำให้เธอสับสนไม่น้อย
“คุณปู่ดำรงมีภรรยาสองคน พ่อปกรณ์เป็นลูกคุณย่าการะเกด ส่วนพ่อดิลกเป็นลูกคุณย่ากุหลาบ พ่อดิลกแต่งงานกับแม่จันทร์ฉาย ส่วนพ่อปกรณ์มีภรรยาสี่คนคือคุณเต็มเดือน คุณจงจิตร คุณสร้อยฟ้า แล้วก็...แม่เวียงแก้ว”
ระหว่างที่กำลังขะมักเขม้นกับการลำดับญาติพี่น้อง เมดาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงกล่อมเด็กแว่วมาจากที่ไกลๆ เธอรีบลุกไปตามหาเสียง เห็นหญิงสาวร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนคนเดิมยืนร้องไห้ในสวนท่ามกลางบรรยากาศสลัว เมดาไม่รอช้าวิ่งออกจากห้องไปหา แต่ร่างโปร่งบางนั้นกลับเคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆ จนถึงบึงบัวกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงสดบานเต็มไปหมด หญิงชุดขาวค่อยๆเบือนหน้ามา เมดาพยายามจดจำดวงหน้าซีดเผือดแล้วทัก
“คุณเป็นใคร...มาให้ฉันเห็นตั้งหลายครั้งแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่”
เวียงแก้วไม่ตอบแล้วเดินหายไปในบึงบัว เมดาหน้าตื่นทำอะไรไม่ถูก พลันภาพตรงหน้าก็จางหายกลายเป็นภาพคุ้นเคยในห้องนอนพร้อมเหงื่อแตกพลั่ก หญิงสาวจากเมืองผู้ดีสูดลมหายใจยาว ปลอบขวัญตัวเองเบาๆ ว่ามันแค่ฝันบ้าๆ แต่เมื่อเลื่อนสายตาที่เท้าถึงกับต้องตะลึงเพราะเท้าเธอเปื้อนดินเลนเต็มไปหมด... งั้นมันก็ไม่ใช่ความฝันล่ะสิ!
ข่าวการมาถึงของร้อยดาว...ทายาทคนสุดท้อง ของปกรณ์ ไม่ได้ทำให้สมาชิกในบ้านบดินทร์ธรเครียดหนักอย่างเดียว แต่พลอยทำให้คนในบ้านเวฬุมาศเพื่อนข้างบ้านเก่าแก่ตื่นเต้นไปด้วย โดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์น่านฟ้า น้องสาวคนเดียวของหม่อมราชวงศ์สิบทิศ เวฬุมาศที่ดูจะกระตือรือร้นอยากทำความรู้จักกับร้อยดาวเป็นพิเศษ ต่างจากพี่ชายที่ไม่รู้สึกอะไรมากกว่าแปลกใจ... ร้อยดาว บดินทร์ธร...หล่อนหายสาปสูญไปนานแล้วนี่!
ooooooo
ความฝันเมื่อคืนทำให้เมดานั่งไม่ติด ต้องไปตามหาบึงใหญ่เต็มไปด้วยบัวสีแดงสดจนกระทั่งเจอ แถมในเวลากลางวันอย่างนี้ทำให้มองเห็นหลังคาเรือนหลังใหญ่ไม่คุ้นตาอีกฝั่งหนึ่งด้วย หญิงสาวจากเมืองผู้ดีตั้งท่าจะสำรวจอยู่แล้ว ถ้าไม่เจอกับดำรงที่มาเดินสูดอากาศยามเช้าและจัดการลากเธอไปคุยในสวนเสียก่อน
ดำรงรินน้ำชาดอกยี่โถอย่างใจเย็น พลางอธิบาย ว่าเรือนหลังใหญ่ที่เธอเห็นริมบึงเป็นแค่ตึกร้างเก่าๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ เมดามีเรื่องมากมายที่อยากรู้แต่ถูกเขาตัดบทและเปลี่ยนไปถามถึงดิลกและจันทร์ฉายแทนว่ามีลูกด้วยกันหรือเปล่า เมดาตอบฉะฉานว่ามีเธอคนเดียว ดำรงนิ่งไปอึดใจแล้วพูดเสียงเบา
“ต้องโทษคนของฉันที่ไร้น้ำยาหรือไม่ก็กลัวเลี้ยงลูกนอกไส้ไม่รอด เลยตัดปัญหาไม่มีลูกของตัวเองเสียอย่างนั้น”
“แม่เวียงแก้วสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงหรือคะถึงได้จากไปตั้งแต่อายุยังน้อย ท่านเสียชีวิตด้วยโรคอะไรคะ”
ดำรงจะจิบน้ำชาถึงกับชะงัก จ้องหน้าหลานสาวเขม็งด้วยความโกรธที่กล้าซักเรื่องเวียงแก้ว
“พอได้แล้ว...ผู้หญิงร้อยแปดแพศยาอย่างแม่หล่อน จะตายห่าตายโหง ไปลงนรกขุมไหนก็ช่าง...ฉันไม่เกี่ยว”
ดำรงลุกพรวดอย่างรวดเร็วทำให้หน้ามืดจะเป็นลม เมดาเข้าประคองพลางตะโกนเรียกคนมาช่วย นมแสงมาถึงเป็นคนแรกจึงฝากให้ดูดำรง ส่วนเธอจะไปตามหมอ แต่คงเพราะรีบเกินไปเลยไม่ทันดูว่าจักรยานที่คว้ามาเบรกแตก ทำให้ไถลลงทางลาดไปชนกับรถของสิบทิศที่เพิ่งแล่นออกจากรั้วเวฬุมาศเข้าโครมใหญ่จนหัวเข่าถลอกปอกเปิก น่านฟ้าที่นั่งรถมากับพี่ชายวิ่งไปดูก่อน ตามด้วยสิบทิศที่เห็นหน้าผู้บาดเจ็บก็จำได้ว่าคือคนเดียวกับที่อ้วกใส่เขาเมื่อวันก่อน
เมดาไม่สนถ้อยคำแดกดัน พยายามลุกทั้งที่เจ็บแผลเพราะเป็นห่วงดำรงที่อาการไม่ค่อยดี สิบทิศร้องห้าม อยากรู้ว่าหญิงสาวแปลกหน้าจะรีบร้อนอะไรนักหนา เธอถอนหายใจยาวแล้วบอกจะรีบไปตามหมอมาดูอาการดำรงที่หน้ามืดเป็นลม สิบทิศเงียบไปอึดใจแล้วบอกให้ขึ้นรถ...เขานี่แหละเป็นหมอและจะไปดูอาการให้เอง!
ดำรงจ้องหน้าคุณชายหมอด้วยแววตาพินิจ ลูกชายหัวดื้อของหม่อมเจ้าวิรุฬ เวฬุมาศเกลอเก่าของปกรณ์ที่สิ้นชีพิตักษัยเมื่อหลายปีก่อน นำความโกรธแค้นมายังลูกชายคนเดียวที่ฝังใจว่าพ่อต้องตายเพราะเหตุในบ้านบดินทร์ธร สิบทิศตรวจอาการชายชราด้วยท่าทางสงบ ถามเสียงเรียบว่าเคยมีประวัติแพ้ยาหรือไม่
“ทั้งชีวิตฉันไม่เคยรู้จักคำว่าแพ้ ยาอะไรฉันก็ไม่กินทั้งนั้น ไม่ต้องมาจัดการ”
“สงสัยจะไม่ใช่ผมคนเดียวที่หัวดื้อ ถ้าอยากชนะ ท่านต้องลบคำสบประมาท ทานยาที่ผมจัดให้หมดนะครับ”
ดำรงมองหน้าราชนิกุลหนุ่มนิ่ง นึกชอบใจคารมคมคายและท่าทางหยิ่งผยอง สิบทิศเก็บเครื่องมือหมอใส่กระเป๋าพลางอธิบายวิธีทานยาให้ฟังอย่างง่ายๆ นมแสงจะไปส่งที่รถ ดำรงจึงตัดสินใจถามเป็นนัยถึงเรื่องในอดีต
“จะกลับแล้วหรือพ่อหมอหัวดื้อ...ต้องอีกนานแค่ไหนถึงจะหาย”
“อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตครับท่าน อาการบางอย่างก็รุนแรงและเรื้อรังเกินกว่าจะเยียวยาให้หายขาด โดยเฉพาะบาดแผลฉกรรจ์ที่บดินทร์ธรสร้างไว้กับเวฬุมาศ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีวันรักษาหาย!”
ฟากหม่อมราชวงศ์น่านฟ้ากับเมดาหรือร้อยดาวพูดคุยกันอย่างถูกคอในสวนหลังบ้าน ราชนิกุลสาวถือ โอกาสเดินเล่นรอบๆ เมื่อสิบทิศมาตามน้องสาวกลับเลยหงุดหงิด แต่แผลที่หัวเข่าของหญิงสาวทำให้หยุดบ่นแล้วทำแผลให้ เมดานิ่วหน้าเพราะแสบแผล นึกบ่นเขาในใจที่ทำหน้าบึ้งเหมือนโกรธใครมาเป็นร้อยปี น่านฟ้ากลับมาพอดีเลยถูกพี่ชายเอ็ดว่าเสียมารยาทเดินเพ่นพ่านทั้งที่เจ้าของไม่รับรู้ เมดาบอกว่าเป็นคนอนุญาตเองเลยถูกเขาแขวะกลับ
“คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านบดินทร์ธรหรือไง ถึงเที่ยวอนุญาตคนนั้นคนนี้ตามอำเภอใจ”
น่านฟ้าจะค้านแต่ต้องวิ่งตามพี่ชายที่ฮึดฮัดไปขึ้นรถเสียก่อน ทิ้งให้เมดามองตามงงๆ...เขาคิดว่าฉันเป็นใคร!
ooooooo
หม่อมราชวงศ์สิบทิศนั่งหน้ามุ่ยตลอดทางจนถึงวังเวฬุมาศ หม่อมราชวงศ์น่านฟ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่มีโอกาสเยือนบ้านบดินทร์ธรอย่างที่อยากมานาน เมื่อช้อยทราบเรื่องเลยแกล้งพูดว่าฝันไปหรือเปล่า ราชนิกุลหนุ่มหันขวับ แก้ตัวเสียงเข้มว่าทำตามหน้าที่หมอ ไม่ได้คิดเหยียบย่างไปที่นั่นเลยถ้าไม่จำเป็น
เสียงยืนยันหนักแน่นของราชนิกุลหนุ่ม ทำให้หม่อมเจ้ารัตนากร เวฬุมาศ...หม่อมป้าของสิบทิศและน่านฟ้านิ่วพระพักตร์ ทรงเรียกตัวหลานชายคนเดียวไปคุยที่ห้องโถงใหญ่ ถอนพระทัยยาวที่เขาฝังใจเรื่อง ในอดีต
“หากวิรุฬพ่อของหลานยังอยู่ เวฬุมาศกับบดินทร์–ธรคงไม่ตัดขาดกันเหมือนคนละโลกเช่นนี้”
“เหตุใดท่านป้าจึงทรงไม่เลิกสนพระทัยเรื่องราวของคนตระกูลนั้นเสียที บดินทร์ธรนั่นแหละเป็นต้นเหตุแห่งความร้าวฉาน ท่านพ่อต้องสิ้นเพราะใครถ้าไม่ใช่เพราะคนในรั้วบดินทร์ธร”
“สิบทิศ...การตายของพ่อหลานไม่ใช่เพราะใครเป็นต้นเหตุทั้งนั้น กรรมต่างหากเป็นเครื่องกำหนดทุกชีวิต”
“แต่กรรมนั้นเป็นผลจากการกระทำของบดินทร์– ธร ฉะนั้น...คนของบดินทร์ธรต้องชดใช้”
แววตากร้าวของหลานทำให้ท่านหญิงรัตนากรอ่อนพระทัย...แล้วบดินทร์ธรจะชดใช้ให้หลานเยี่ยงไรดี...
เรื่องอาการหน้ามืดของดำรงทำให้สะใภ้ทั้งสามแห่ไปเยี่ยมและเอาอกเอาใจ โดยเฉพาะจงจิตรกับสร้อยฟ้า โวยวายถึงดาหลาพยาบาลประจำตัวดำรงว่าสะเพร่าในหน้าที่ แถมพาลถึงร้อยดาวว่าเป็นตัวซวยทำให้ไม่สบาย ชายชราประมุขของบ้านต้องปรามให้หยุดพล่าม เขาขอบใจร้อยดาวที่ช่วยตามหมอ แต่ยังท่ามากไม่ยอมรับว่าเธอเป็นหลาน ร้อยดาวน้อยใจมาก ถึงขั้นต้องระบายกับนมแสง หญิงชราคนเก่าแก่ของบ้านต้องปลอบให้ใจเย็น...สักวันท่านยอมรับแน่
สร้อยฟ้ากับจงจิตรหาเรื่องดาหลาไม่เลิก เมื่อพยาบาลสาวกลับจากไปซื้อยาในตัวเมืองมาให้ดำรงในบ่ายวันเดียวกันเลยตั้งป้อมด่าทอให้วุ่นวาย เต็มเดือนพยายามห้ามแต่ไม่มีใครฟัง ดำรงจึงต้องออกโรงปรามเหมือนเคย โดยเฉพาะกับสร้อยฟ้าที่กำเริบถึงขั้นออกปากไล่ดาหลาออกจากบ้านว่าให้หยุดวางท่าราวกับเป็นเจ้าของบ้านแทนเขาเสียที
คำพูดต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าของดำรงทำให้สร้อยฟ้าผูกใจเจ็บ แช่งชักหักกระดูกให้เขาตายวันตายพรุ่งที่กล้าหักหน้าเธอเช่นนี้ ดาราเรศส่ายหน้าเซ็งๆ นึกเคืองแทนแม่ที่ถูกปู่ด่า สร้อยฟ้ายิ่งโมโหโวยไม่หยุด
“อีนังเต็มเดือนนั่นแหละตัวดี คอยเสี้ยมให้แม่ถูกด่า หนอย...ทำตัวหงิมๆ เป็นแม่พระ คิดว่าฉันรู้ไม่ทันล่ะสิว่าตัวเองก็หวังฮุบสมบัติไอ้แก่จนตัวสั่น เชอะ...อีนังผู้ดีแปดสาแหรก”
“เรศอยากให้เปิดพินัยกรรมคุณพ่อเร็วๆ...ถ้าบ้านหลังนี้เป็นของเราเมื่อไหร่ เรศจะไล่ออกไปให้หมดทุกตัวเลย”
สร้อยฟ้าปลื้มที่ลูกสาวมีความคิดเหมือนตน สะใภ้สามแห่งบ้านบดินทร์ธรยิ้มร้าย โยนถุงเงินให้กระถินซึ่งหมอบอยู่ใกล้ๆ ให้ไปจับตาดูร้อยดาวไม่ให้คาดสายตา...นังนี่ก็อีกคน อย่าหวังมาฮุบสมบัติของฉันกับลูกเลย!
ฝ่ายจงจิตรไม่น้อยหน้า สะใจที่สร้อยฟ้าถูกด่าประจานต่อหน้าคนเกือบทั้งบ้าน มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาเปิดพินัยกรรมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สมบัติพัสถานของปกรณ์จะต้องตกเป็นของเธออย่างแน่นอน
เวลาเดียวกันที่โถงทางเดินในบ้าน...เมดาในคราบร้อยดาวถือโอกาสสืบหาข้อมูลจากดาหลาที่มาขอบคุณเรื่องช่วยตามหมอมาดูอาการดำรง เมื่อได้รู้ว่าพยาบาลสาวเป็นลูกบุญธรรมของดำรงก็แอบดีใจลึกๆ เชื่อมั่นว่าดาหลาต้องมีข้อมูลเรื่องเวียงแก้วแน่ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะดาหลาหลุดปากเล่าเรื่องในอดีตจริงๆ
“ดิฉันเคยได้ยินมาว่าคุณปกรณ์รักคุณเวียงแก้วมาก ถึงกับสร้างเวียงร้อยดาวให้คุณแม่ของคุณหนูโดยเฉพาะ”
“เวียงร้อยดาว...ชื่อเหมือนฉันเลย...คงสวยมากสินะ”
“แต่ก่อนคงจะสวยน่าดูค่ะ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ร้างเสียแล้ว”
เมดานิ่วหน้า นึกถึงเรือนหลังใหญ่ริมบึงบัว สีแดงสดแล้วคิดว่าน่าจะเป็นที่เดียวกัน แต่เมื่อจะถาม ดาหลากลับขอตัวไปดูแลดำรงเสียก่อน หญิงสาวจาก เมืองผู้ดีเลยได้แต่ครุ่นคิด...เห็นท่าพรุ่งนี้จะต้องไปสำรวจเสียแล้ว
ooooooo
เมดาในคราบร้อยดาวตั้งต้นสำรวจเวียงร้อยดาวในเช้าตรู่วันถัดมา โดยมีน่านฟ้าที่พบกันโดยบังเอิญ ตรงริมรั้วที่กั้นอาณาเขตของบ้านบดินทร์ธรกับเวฬุ-มาศตามไปด้วย ราชนิกุลสาวชอบการผจญภัยอยู่แล้ว เลยทิ้งจักรยานคันโปรดไว้ข้างรั้วแล้วซ้อนท้ายร้อยดาวไปจนถึงบึงกว้างที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงสดละลานตา
แม้จะแอบลังเลเล็กน้อยเพราะเรื่องเล่าจากช้อยว่าเวียงร้อยดาวเป็นตึกร้างมีประวัติเคยมีคนตาย แต่ราชนิกุลสาวก็ไม่หวั่นเพราะถูกร้อยดาวกล่อมว่าความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง ยิ่งเมื่อเพื่อนใหม่จากบ้านบดินทร์ธรอาสาไปส่งหากเธอไม่กล้า ยิ่งทำให้ฮึดเปลี่ยนใจลงเรือไปสำรวจด้วย
แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างสองสาว เพราะเรือดันรั่วและทำท่าจะจมในไม่กี่อึดใจ น่านฟ้าหน้าเสียเพราะว่ายน้ำไม่เป็น หันซ้ายแลขวาจนเรือเสียหลักพลิกคว่ำกลางบึง ร้อยดาวทะลึ่งตัวเหนือผิวน้ำมองหาราชนิกุลสาว แต่ไม่พบจึงรีบดำดิ่งไปตามหา พบน่านฟ้าถูกสายบัวพันแข้งขาเหมือนถูกยึดให้อยู่ใต้น้ำ ร้อยดาวไม่รอช้าตรงรี่ไปช่วยปัดป่ายสายบัวแน่นหนาแล้วกระหวัดรัดตัวน่านฟ้าขึ้นสู่ผิวน้ำได้ในที่สุด
ฝ่ายสิบทิศวิ่งวุ่นตามหาน่านฟ้ารอบบ้านแต่ไม่เห็นวี่แวว จึงคาดโทษช้อยที่ตามใจจนน้องเขาหนีเที่ยวเถลไถลบ้านช่องไม่ยอมกลับ ไม่นานราชนิกุลหนุ่มก็พบจักรยานของเธอริมรั้วจึงถึงบางอ้อว่าน่านฟ้าน่าจะอยู่กับใคร เขาตามรอยไปจนถึงริมบึงใหญ่ พบสองสาวในสภาพหัวหูลู่เพราะเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ร้อยดาวตั้งท่าจะอธิบายแต่สิบทิศไม่ฟัง ออกคำสั่งเสียงเข้มให้น่านฟ้าตามเขากลับบ้านเดี๋ยวนี้!
น่านฟ้าใช้ผ้าห่มคลุมหัวที่เปียกชื้นพลางพร่ำบอกพี่ชายว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แถมเธอเป็นคนขอตามร้อยดาวไปสำรวจเวียงร้อยดาวเอง ถ้าเพื่อนใหม่จากบ้านบดินทร์ธรไม่ช่วยไว้เธอคงตายในน้ำแล้ว สิบทิศนิ่วหน้า เพิ่งได้ยินชื่อชัดๆ ว่าหญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเจ้าปัญหาชื่อว่าร้อยดาว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่หายโกรธ
“ท่านพ่อจะเสียพระทัยแค่ไหน ถ้ารู้ว่าคนของเวฬุ–มาศเกือบต้องพลาดท่าจบชีวิตเซ่นพลีพวกบดินทร์ธร ต่อไปนี้พี่ขอยื่นคำขาด ห้ามข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับแม่ร้อยดาวอะไรนั่นอีก ถ้าหญิงยังดื้อรั้นขัดคำสั่ง พี่จะส่งหญิงกลับกรุงเทพฯ”
ฝั่งเมดาในคราบร้อยดาวก็ถูกกระถินซึ่งจ้องจับสังเกตตลอดซักถามว่าไปทำอะไรถึงเปียกไปหมดทั้งตัว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีแกล้งบอกว่าเป็นวิธีการอาบน้ำของชาวอังกฤษแล้วตรงขึ้นห้อง แต่หนีไม่พ้นสายตาของนมแสงที่ถลันตามมาสอบถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อทราบว่าร้อยดาวจะไปสำรวจเวียงร้อยดาวก็ตาโตตกใจ พยายามขอให้เลิกล้มความตั้งใจแต่คุณหนู คนเล็กของบ้านไม่ยอม...โธ่คุณหนู ดื้อเหมือนคุณปกรณ์ ไม่มีผิด!
เมดาในคราบร้อยดาวเก็บความสงสัยเรื่องเวียง–ร้อยดาวจนเก็บไปฝันกลางดึกคืนเดียวกัน ภาพเวียงแก้วในชุดขาวโพลนลอยออกนอกห้อง ทำให้ต้องวิ่งตาม จนกระทั่งถึงห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่มากมาย ร้อยดาวก็เหมือนถูกมนต์สะกด ฉับพลันนั้นภาพในอดีตตอนพ่อของเวียงแก้วพาเธอมาขัดดอกกับดำรงก่อนมุ่งหน้าลงใต้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ก็ปรากฏขึ้น เมื่อร้อยดาวกะพริบตา ภาพทั้งหมดจึงจางหายไปพร้อมการจู่โจมจากด้านหลังที่ทำให้เธอร้องลั่น!
ร้อยดาวถูกวีระวิทย์ลูกชายคนโตของสร้อยฟ้าลวนลามและพยายามปลุกปล้ำด้วยความหื่นกระหาย หญิงสาวจากเมืองผู้ดีหน้าตื่น แต่เมื่อตั้งสติได้เลยเตะผ่าหมากจนเขาหน้าเขียว แถมต่อยจนล้มคว่ำกองกับพื้น นมแสงได้ยินเสียงเอะอะเลยวิ่งมาดู เมื่อเห็นสภาพเลยพอเดาได้ว่าใครเป็นต้นเรื่องทั้งหมด...คุณวีระวิทย์ก่อเรื่องอีกแล้ว
ooooooo
เรื่องที่วีระวิทย์ก่อเมื่อคืนกลายเป็นข้อพิพาทใหญ่ในเช้าวันถัดมา ดำรงนั่งฟังหลานชายชักแม่น้ำทั้งห้าว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร้อยดาว แต่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขโมย ด้วยความอ่อนใจ ยิ่งเมื่อสร้อยฟ้าออกโรงปกป้องลูกเหมือนเคย ยิ่งทำให้เขารำคาญ เลยแหวออกไปให้ดูแลและหัดอบรมนิสัยสันดานหยาบของลูกชายบ้าง
“แหม...คุณพ่อคะ เรื่องแบบนี้โทษตาวิทย์ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกค่ะ”
ร้อยดาวฉุนกึก โต้ตอบกับสร้อยฟ้าอย่างดุเดือดที่กล้ากล่าวหาเธอหน้าด้านๆ ดำรงเหลืออดเลยตวาดลั่น
“ไม่เห็นหัวฉันเลยใช่ไหม แม่ร้อยดาว...ดึกๆ ดื่นๆ ทำไมหล่อนไม่รู้จักหลับจักนอน แล้วจะไม่ให้คนอื่นเขามองหล่อนว่าให้ท่าทอดสะพานได้ยังไง...ทำนิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิด”
ร้อยดาวหน้าเสีย ข้องใจเหลือเกินที่ทำไมใครๆ ก็พากันพูดถึงเวียงแก้วอย่างเสียๆหายๆ ดำรงหุนหันออกจากห้องโถงไปแล้ว ตามด้วยสร้อยฟ้ากับวีระวิทย์ที่ไปคุยกันในห้องถึงแผนการกำจัดร้อยดาวที่บังอาจต่อปากต่อคำ แม้วีระวิทย์จะเสียดายความสวยของร้อยดาว แต่เมื่อแม่บอกให้หาทางเล่นงาน เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยจะรับคำสั่งนั้น
เมดาซึ่งสวมรอยเป็นร้อยดาวอย่างเต็มตัวมาปรับทุกข์กับนมแสงเซ็งๆ ถึงเรื่องที่เวียงแก้วถูกว่าร้ายต่างๆ นานาจากคนในบ้าน หญิงชราปลอบให้ทำใจ แต่เพื่อความสบายใจเธอเลยยืนยันความบริสุทธิ์ของเวียงแก้วว่าไม่ได้ทำเรื่องชั่วๆ อย่างที่ทุกคนกล่าวหา ร้อยดาวยังคาใจเพราะหากไม่มีมูลคงไม่มีคนกล่าวหามากมายขนาดนี้
“เพราะตัณหาราคะครอบงำจนจิตใจมืดบอด ก่อกรรมทำเข็ญสารพัด เมื่อไหร่หนอจะหลุดพ้นบ่วงกรรมเสียที”
ร้อยดาวอึ้ง ไม่เข้าใจสิ่งที่นมแสงพูด แต่ไม่ทันซักก็เห็นรถของทวีปกับปรมัตถ์แล่นมาจอดเสียก่อน ทนายประจำตระกูลแจ้งหมายกำหนดการเปิดพินัยกรรมว่าคงจะเร็วๆนี้ เพราะร้อยดาว...ทายาทคนสุดท้ายอยู่ที่นี่แล้ว สะใภ้ทั้งสามของบ้านบดินทร์ธรรับรู้ด้วยท่าทีเคร่งเครียด กลัวจะพลาดสมบัติชิ้นใหญ่...โดยเฉพาะบ้านหลังนี้!
ด้านทวีป...ปลีกตัวไปคุยกับดำรงในห้องนอน โดยเฉพาะเรื่องราวของดิลกที่หายเงียบหลังย้ายไปอยู่ที่อังกฤษเมื่อหลายปีก่อน ชายชราเสียใจมาก ไม่คิดว่าจะไม่มีโอกาสเจอลูกชายคนเล็กอีก ทวีปเข้าใจดี จึงเลือกตามร้อยดาวกลับมาเพราะเห็นว่ามีสิทธิ์ชอบธรรมจะรับรู้การเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ ส่วนของดิลกคงต้องรออีกร้อยวันจึงจะเปิดได้
เวลาเดียวกันที่สวนหลังบ้าน...ร้อยดาวนั่งคุยเล่นกับปรมัตถ์อย่างถูกคอ ดีใจมากที่เขามาหาเพราะกำลังอยากระบายความทุกข์ใจเรื่องเวียงแก้ว ปรมัตถ์เป็นผู้ฟังที่ดีและแนะนำให้เธอหาความสุขใส่ตัวเองด้วยการทำใจให้สบาย
ร้อยดาวพยักหน้ารับรู้ “นั่นสินะ...โลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับว่าเราใส่แว่นตาสีอะไรมอง หากมองโลกในแง่ดี ชีวิตก็มีแต่สิ่งรื่นรมย์ แต่ถ้ามองโลกในแง่ร้าย ชีวิตก็จะมีแต่ความวุ่นวายทุกข์ระทมไม่จบไม่สิ้น”
ร้อยดาวยิ้มให้ เขาทำให้สบายใจขึ้นมาก อย่างน้อยๆ ก็ทำให้สติของเธอคืนมา ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใสนั้นด้วยความชื่นชม เริ่มจะหลงเสน่ห์คุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเธอเอ่ยปากถามถึงปริศนาการตายของเวียงแก้วทำให้เขาพูดไม่ออก ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ตอบว่าภรรยาคนที่สี่ของปกรณ์ฆ่าตัวตาย!
ร้อยดาวอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าเวียงแก้วจะทำเช่นนั้น แต่ไม่ทันซักอะไรมาก สิบทิศก็มาตะโกนโหวกเหวกที่ริมรั้ว บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับน่านฟ้าจะคุยด้วย ร้อยดาวจำต้องเดินไปหาอย่างเสียไม่ได้ ส่ายหน้าเซ็งๆ เมื่อเขาตราหน้าว่าเธอเป็นตัวต้นเหตุทำให้น่านฟ้าไม่สบายเพราะตกน้ำเมื่อวันก่อน
“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น น่านฟ้าเจ็บกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่เด็กๆ จะออกไปเที่ยวหัวหกก้นขวิดอย่างคนอื่นไม่ได้”
“ยิ่งร่างกายอ่อนแอยิ่งต้องออกไปสัมผัสโลกภายนอก ไม่ใช่อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน แล้วเมื่อไหร่จะแข็งแรง”
“เธอจะมารู้ดีกว่าหมอได้ไง ฉันขอสั่งห้ามเธอยุ่งกับน่านฟ้าอีกเด็ดขาด ไม่งั้นฉันฟ้องคุณท่านให้ไล่เธอออกแน่”
ขาดคำก็หุนหันกลับตำหนักไป ทิ้งร้อยดาวให้ทำหน้างง...นี่เขาคิดว่าฉันเป็นคนใช้บ้านนี้หรือนี่
ooooooo










