ตอนที่ 4
สารวัตรนฤเบศผู้เคร่งครัดกับงานและทุกเรื่องในชีวิต เมื่อมาเจอกับสุรีกานต์นางร้ายในการแสดงแต่จิตใจดีและออกจะเกเร ทะเล้น กวนประสาทได้ทุกเรื่อง เลยกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่ทั้งเคืองทั้งขำกันบ่อยๆ
นฤเบศบอกเธอว่าได้ส่งทีมเดอะซันไปสำรวจ สถานที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจในคืนพรุ่งนี้ของเธอแล้ว มอบหมายหน้าที่ว่าเธอต้องสร้างความสนิทสนมกับริชาร์ดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะถ้าหมอนั่นไว้ใจเธอมากเท่าไรงานของเธอก็จะง่ายขึ้นมากเท่านั้น
สุรีกานต์ยิ้มกวนๆ บอกว่างานหว่านเสน่ห์เพื่อหลอกถามโน่นถามนี่แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ เลยถูกปรามอย่างเข้มงวดว่า
“อย่าลืมว่าริชาร์ดเป็นคนฉลาดและเจ้าเล่ห์มาก เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องมีมากกว่าความประมาทคือความรอบคอบ” เธอถามว่าแล้วเรื่องความปลอดภัยล่ะ “วางใจได้ ทุกคนจะเซฟเรื่องนี้ให้คุณอย่างเต็มที่”
“โอเค” เธอยักไหล่ลีลานางร้าย “ได้ยินอย่างนี้ แล้วค่อยสบายใจหน่อย”
ระหว่างคุยกันก็ให้อาหารปลาในวัดไปด้วย จังหวะหนึ่งทั้งเขาและเธอล้วงเอาอาหารในถุงพร้อมกันมือกับมือเลยจ๊ะกันจังๆ นฤเบศเขินหน้าแดง แต่สุรีกานต์ทำทะเล้นหาว่าเขาอยากจับมือขอลายเซ็นก็ไม่บอก ทำเอาสารวัตรยิ่งเขินหาว่าเธอคิดเองเออเองแล้วจะกลับ บอกว่าเราแยกกันตรงนี้เลยนะแล้วทำท่าจะเดินไป
สุรีกานต์โวยว่าจะทิ้งกันง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ ขอให้เขาพาเที่ยวหน่อยรู้ว่าเขาคุ้นเคยกับที่นี่พอสมควร นฤเบศบ่นว่าเรื่องมาก เธอทำหน้าทะเล้นอ้อนว่า
“เอาน่า...วันนี้แค่ฉันไม่มากเรื่อง คุณก็น่าจะพอใจแล้วนะ”
สุดท้ายสารวัตรที่เอาแต่งานก็ต้องยอมลีลานางร้ายนิสัยดีจนได้
นักข่าวหนุ่มคนนั้น ยังตามเก็บภาพของสุรีกานต์กับนฤเบศตามที่ต่างๆไว้ ยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ
ooooooo
ระหว่างขับรถกลับ รถของสุรีกานต์เกิดรวนจนต้องเลี้ยวเข้าจอดข้างทางที่เป็นถนนค่อนข้างเปลี่ยว ขณะกำลังกลุ้มใจอยู่นั้นมือถือก็ดังขึ้น เธอกดรับสาย ด้วยความดีใจ
“โทร.มาถูกเวลาเลยคุณสารวัตร” แล้วบอกเขาให้รีบมาช่วยเพราะรถตนเสียอยู่ข้างทางทั้งเปลี่ยวทั้งมืดที่สำคัญไม่คุ้นเส้นทางด้วย นฤเบศพูดอย่างเย็นชาว่าให้เรียกแท็กซี่เอาไม่เห็นยากอะไร เธอกดตัดสายด่างึมงำ “ไอ้คนแล้งน้ำใจ!” พลันก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาใครคนหนึ่งกำลังเดินดุ่มๆ มาที่รถ
เธอคว้าสเปรย์พริกไทยเตรียมพร้อม หลับตาปี๋ไม่กล้าดู แล้วก็สะดุ้งโหยงเมื่อมีเสียงเคาะกระจกเรียกพร้อมกับมือถือดังขึ้น เธอรีบคว้าพูดอย่างตื่นกลัว “คุณช่วยฉันด้วย มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาเคาะกระจกรถฉัน”
“ไอ้บ้าที่ไหนล่ะ นี่ผมเอง”
พอเธอลืมตาดู เห็นนฤเบศเอาหน้าแนบกระจกรถมองเข้ามายังมือถือโทรศัพท์แนบหูอยู่...ที่แท้เขาขับรถตามมาจอดรถห่างจากรถเธอไม่ไกลนัก พอหายกลัวสุรีกานต์ตีรวน หาว่าเขาตามตนมา ชายหนุ่มบอกว่ามันเป็นทางผ่านกลับบ้านของตนต่างหาก ตนติดต่อช่างซ่อมให้แล้วแต่พรุ่งนี้คงยังซ่อมไม่เสร็จ เธอถามว่าแล้วพรุ่งนี้จะไปหาริชาร์ดได้ยังไง
“เรื่องริชาร์ดเอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะมีคนไปรับคุณที่คอนโดฯก็แล้วกัน”
“ขอเป็นใครก็ได้นะที่ไม่ใช่คุณ”
ooooooo
ในงานอีเว้นต์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมี พลอยนิล เนธาน และแก้วเป็นดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแชมพูนัมเบอร์วัน 3 สูตรใหม่ ทั้งพลอยนิลและแก้วดาราที่ควงขนาบเนธานต่างแย่งกันแสดงตัวเด่น แอบมองจิกกันด้วยสายตาพิฆาต!
ระหว่างพัก นักข่าวรุมกันเข้าสัมภาษณ์ทั้ง 3 พลอยนิลเบียดตัวเข้าแทรกกลางระหว่างเนธานกับแก้วดารา เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องความรัก พลอยนิลตอบตามฟอร์มว่าไม่มี เวลาทั้งหมดของตนโฟกัสอยู่กับงาน เรื่องความรักถือว่าไกลตัวมาก พูดแล้วมองแว้บไปทางเนธานเห็นเข้าทำหน้าตึง
ส่วนแก้วดาราพอถูกถามเรื่อง “รักนอกจอ” กับพระเอก เธอแอ๊บแบ๊วตอบเสียงสูงว่าไม่จริง ไปเอาข่าวมาจากไหนความจริงเป็นแค่พี่น้องที่สนิทกันมากเท่านั้นเอง แล้วชม้ายถามเนธานว่า “จริงไหมคะพี่เนธาน”
“จริงครับ ผมกับน้องแก้วเราสนิทกันมาก” เนธานตอบนักข่าวและส่งสายตาให้แก้วดารา นักข่าวถามว่าแบบนี้จะพัฒนาไปมากกว่าคำว่าพี่น้องได้ไหม แก้วดาราฉีกยิ้มทำเขิน บอกว่า “เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตดีกว่านะคะ” แล้วหันไปยิ้มเย้ยพลอยนิล ทำเอาฝ่ายนั่นโกรธจนตัวสั่นแต่เพราะอยู่ต่อหน้านักข่าวจึงพยายามข่มไม่ให้วีนแตก
แต่พอมาเจอเนธานที่ลานจอดรถ พลอยนิลถามว่าทำไมต้องตอบนักข่าวแบบนั้นด้วย ทั้งที่รู้กันอยู่ว่าคำว่าพี่น้องที่สนิทในวงการนี้มันหมายความว่ายังไง
“ไม่ยักรู้ว่านิลก็หวงผมด้วย” เนธานประชดถาม อย่างรับไม่ได้ว่า ตกลงตนเป็นตัวอะไรของเธอกันแน่ พลอยนิลถามว่าแล้วจะให้เธอบอกว่าเราเป็นอะไรกันอย่างนั้นหรือ “ไม่ต้องลงทุนทำถึงขนาดนั้นก็ได้นิล แค่คุณไม่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนในชีวิตคุณเลยอย่างวันนี้อีก ผมก็ขอบคุณมากแล้วล่ะ” เนธานตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วขึ้นรถไปเลย
พลอยนิลมองตามอย่างอาวรณ์กังวล พลันก็ตาพองเมื่อเห็นแก้วดาราไปที่รถของเธอที่จอดอยู่ติดกับเนธาน เธอทนไม่ได้จะไปเอาเรื่อง พี่บี ผู้จัดการส่วนตัวเตือนสติว่า
“น้องนิล อย่าเอาชื่อเสียงทั้งหมดของเราไปแลกเลยค่ะ เชื่อพี่บีเถอะ”
ส่วนเกี๊ยวกุ้งผู้จัดการส่วนตัวของแก้วดาราก็ติงเธอว่า นางเอกก็ควรคู่กับพระเอกจะไปมองพระรองให้เสียเวลาทำไมชั่วโมงนี้กวินเท่านั้นที่เธอควรเป็นข่าวด้วย แก้วดาราตัดบทอย่างรำคาญว่าตนรู้แล้วนางเอกสาวดาวรุ่งกับไฮโซหนุ่มกระเป๋าหนักยังไงก็เข้ากันออกจะตาย เกี๊ยวกุ้งกระทุ้งอีกว่า แล้วนายโลโซในโปรไฟล์ที่กำลังขับรถตามมาล่ะจะเอายังไง
“เลี้ยงไว้ดูเล่นฆ่าเวลาก็ไม่น่าเสียจะเสียหายอะไรเลยนี่คะพี่เกี๊ยว ดีซะอีก แก้วจะได้ถือโอกาสกวนประสาทใครบางคนให้อกแตกตายไปเลย” แก้วดาราจิกตายิ้มร้าย
และวันนี้เอง เธอก็ไปพบกับเนธานที่สวนสาธารณะ แก้วดารา นางร้ายในคราบนางเอกกับเนธานเสือผู้หญิง ต่างพูดเป็นนัยที่รู้กันสองคน ชวนวันไหนโทร.นัดมา “ออกกำลัง” กันสักที เนธานบอกว่าตนชักทนรอวันนั้นไม่ไหวแล้ว ทั้งคู่ยังแสดงความสนิทสนมเป็นพิเศษกันในกองละคร จนสุรีกานต์เห็นแล้วเป็นห่วงพลอยนิล พึมพำอย่างรับไม่ได้...
“ฉันจะกำจัดผู้ชายห่วยๆคนนี้ออกไปจากชีวิตแกได้ยังไงนะนิล...”
ooooooo
เพราะรถยังซ่อมอยู่ พอถ่ายละครเสร็จสุรีกานต์จะเรียกแท็กซี่กลับ กวินจึงขอไปส่งและอาสาจะรับส่งตลอดช่วงที่รถยังซ่อมไม่เสร็จ เธอบอกว่าเกรงใจ เขาพูดจริงใจว่าไม่ต้องเกรงใจเพราะตนเต็มใจ
แต่เมื่อสุรีกานต์รู้ว่าที่เขารีบกลับเพราะวันนี้เป็นวันเกิดคุณแม่จะมีปาร์ตี้เล็กๆกันที่บ้าน เธอยิ่งเกรงใจจะขอลงกวินบอกว่ายังมีเวลาขอไปส่งถึงบ้านเลยดีกว่าตนจะได้สบายใจ
นฤเบศมารอรับเธอไปงานคืนนี้เห็นกวินขับรถมาส่งและอำลากันอย่างยิ้มแย้ม เขามองอย่างหมั่นไส้มาก
ส่วนกวินพอส่งสุรีกานต์แล้วก็ไปรับเค้กที่สั่งร้านแพรไหมทำเพื่อไปฉลองวันเกิดคุณแม่ เขาชมว่าทำได้สวยมากแพรไหมอวยพรว่า
“ขอให้มีความสุขในวันพิเศษกับคนพิเศษนะคะ” พอกวินทำหน้างง เธอพูดอย่างมั่นใจว่า “ก็คนรักของคุณกวิน เจ้าของวันเกิดยังไงล่ะคะ” กวินฟังแล้วแอบขำที่แพรไหมเข้าใจผิดอีกแล้ว
ooooooo
สุรีกานต์ขึ้นไปแต่งตัวลงมาช้าไป 5 นาที เธอแกล้งพูดว่าสายแค่ 5 นาทีคงไม่ทำให้เขาเสียเวลามากหรอกนะ
ทันทีที่เห็นสุรีกานต์แต่งตัวสวยดูเซ็กซี่เป็นพิเศษ นฤเบศถึงกับมองอึ้ง แต่พอเธอถามว่าเป็นยังไงบ้าง เขากลับบอกว่า “ก็งั้นๆพอดูได้”
เมื่อสุรีกานต์ไปพบริชาร์ดตามที่นัดไว้ เขามองเธอนิ่งไปนานก่อนเอ่ยว่า
“คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ เชิญครับคุณสุรีกานต์” พลางเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งแล้วส่งสัญญาณเรียกบริกรมารินไวน์
“แด่มิตรภาพที่สวยงามของเราครับ” ริชาร์ดยกแก้วไวน์ขึ้น สุรีกานต์ยกแก้วขึ้นชนชม้ายมองก่อนจิบไวน์อย่างมีลีลา
ริชาร์ดชมว่าไม่นึกว่าซุปเปอร์สตาร์อย่างเธอจะเป็นกันเองอย่างนี้ สุรีกานต์ยิ้มหวานบอกว่า ตนเป็นคนสบายๆใครๆก็เข้าถึงได้ ริชาร์ดรุกทันทีว่า
“ถ้าอย่างนั้นขอโอกาสให้ผมเป็นอีกคนที่สามารถเข้าถึงคุณมากกว่าการเป็นเพื่อนธรรมดาได้ไหมครับ”
ริชาร์ดจู่โจมจนสุรีกานต์ตั้งตัวแทบไม่ทัน แต่ก็ทำเป็นยิ้มขำว่าเขาตลกจังเลยแต่แอบพะอืดพะอมไม่น้อย
ระหว่างที่สุรีกานต์เริ่มล้วงลึกถึงธุรกิจของริชาร์ดนั่นเอง พลอยนิลก็โทร.เข้ามือถือ เธอเห็นแล้วกดทิ้ง แต่ริชาร์ดบอกให้เธอรับสายก่อนก็ได้เพื่อนที่โทรมาคงมีธุระด่วน เธอจึงขอตัวลุกไป กดปุ่มตัดสัญญาณหูฟังสายลับทันที
เหตุเพราะพลอยนิลกำลังอารมณ์เสียหงุดหงิดที่ถูกเนธานโกรธ กดมือถือแก้เซ็งเห็นรูปเนธานกับแก้วดารา เธอชะงักใจเต้นแรง เพ่งอ่านอย่างเร็ว “จับตาเนธานแก้วดาราลุ้นรักนอกจอ...ความสัมพันธ์ทำท่าจะไม่หยุดแค่คำว่าพี่น้องเสียแล้ว สำหรับนางเอกดาวรุ่งกับพระรองหนุ่มหุ่นทรมานใจสาว...”
พลอยนิลทนต่อไม่ไหวปิดมือถือคำราม “หน็อย! นังเด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังจะแย่งของของใคร!”
นี่เอง เธอจึงโทร.หาสุรีกานต์ พอสุรีกานต์โทร.กลับก็รีบถามอย่างเป็นห่วง ฟังปลายสายแล้วอุทานตกใจ
“หา! จะให้ฉันไปจัดการแก้วดารากับแกตอนนี้... โธ่เอ๊ย..นิล ตอนนี้แกคงไม่รู้หรอกว่าฉันกำลังยุ่งมากแค่ไหน เอาเป็นว่าฉันโทร.กลับหาแกอีกทีก็แล้วกันนะ” พูดแล้วตัดสายอย่างหงุดหงิด
เมื่อกลับมาอีกที ริชาร์ดชวนเปลี่ยนบรรยากาศไปคุยที่อื่นและฟังเพลงไปด้วยดีไหม ทำให้เธอร้อนใจนึกโมโหว่าทำไมนฤเบศไม่ติดต่อมาว่าจะเอาอย่างไร พอถูกรุกหนักเข้าเธอตัดสินใจไปกับริชาร์ด
ฝ่ายทีมเดอะซัน นับแต่สุรีกานต์กลับมาที่โต๊ะก็ติดต่อเนปจูนไม่ได้เลย ต่างพากันร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะนฤเบศสั่งเดอะซัน 2 และ 3 ที่เกาะติดอยู่ให้จับตาดูการเคลื่อนไหวอย่าให้คลาดสายตา พอได้รับรายงานว่าสุรีกานต์กำลังลุกเดินออกไปกับริชาร์ด นฤเบศก็สั่งทุกคนให้เคลียร์ทุกอย่างที่นี่ให้เรียบร้อยแล้วไปเจอกันที่เซฟเฮาส์ ส่วนที่นี่เดี๋ยวตนจัดการเอง
ooooooo
ขณะริชาร์ดกับสุรีกานต์เดินออกมานั่นเอง มีโทร.เข้ามือถือ เห็นเบอร์แล้วสีหน้าเขาเครียดทันที เขาขอตัวรับโทรศัพท์ สุรีกานต์พยายามเงี่ยหูฟังได้ยินแค่ว่า “อะไรนะ สินค้ามีปัญหา!” ก็ต้องรีบทำท่าปกติเมื่อถูกบอดี้การ์ดของริชาร์ดมองอย่างสงสัย
เมื่อริชาร์ดกลับมา เขาขอเปลี่ยนแผนใหม่เพราะมีงานด่วนต้องรีบไปจัดการจึงขอยกเลิกโปรแกรมคืนนี้ไปก่อน สุรีกานต์แอบดีใจ โล่งอก แต่ก็อ่อยว่าเรายังมีเวลาไปด้วยกันอีกแน่นอน
นฤเบศนั่งอยู่ในรถที่หน้าโรงแรม เห็นรถของริชาร์ดขับออกไปก็รีบขับตามไปทันที
ส่วนสุรีกานต์ พอริชาร์ดแยกไปแล้วเธอบ่นงึมงำ
“ไอ้สารวัตรบ้า ปากก็บอกว่ารับรองความปลอดภัยเต็มร้อย พอถึงเวลาจริงๆกลับลอยแพกันซะได้ ฮึ่ย! ฉันจะโทร.ไปเฉ่งนายให้ตายคาที่เดี๋ยวนี้แหละ” แต่พอหยิบโทรศัพท์ออกมาจะโทร.ปรากฏว่าแบตหมด! เซ็งจัดเลยโบกแท็กซี่กลับ
นฤเบศตามรถริชาร์ดไปจนถึงคอนโดฯ ปรากฏว่าริชาร์ดมาคนเดียว เขามึนว่าสุรีกานต์หายไปไหน?! หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ทันที เตรียมจะเล่นงานให้หายหงุดหงิด แต่พอปลายสายรับ เขาไม่ทันได้พูดอะไร สุรีกานต์ก็เล่นงานมาเป็นชุดจนไม่มีช่องให้เขาพูดเลย สุดท้ายทนไม่ได้ตวาด “หยุด!!” สุรีกานต์หยุดกึก “ตอนนี้คุณอยู่ไหน เราต้องคุยกัน”
ooooooo
ริชาร์ดไปถึงคอนโดฯ เจอพ่อเลี้ยงกำธรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาถามเกือบเป็นตวาดว่าตกลงเรื่องมันเป็นยังไง!
ปรากฏว่า สินค้าลอตใหญ่ที่ส่งมาถูกด่านกักสินค้าไว้เพื่อตรวจสอบ ริชาร์ดโกรธแทบคลั่งด่า “ระยำ!!” ถามว่าปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ไม่ฟังคำแก้ตัวของพ่อเลี้ยงกำธร สั่งไปสืบให้รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงแล้วจัดการเสีย อย่าปล่อยให้ปัญหากวนใจแบบนี้เกิดขึ้นกับงานของเราอีกเป็นอันขาด
พ่อเลี้ยงกำธรซีดสนิท ตัดสินใจพึ่งคนคุ้นเคย นั่นคือ มังกร นั่นเอง มังกรอยู่ที่โต๊ะพูล ได้รับโทรศัพท์จากพ่อเลี้ยงฟังปลายสายแล้วถาม
“มีเรื่องจะให้ผมช่วยอีกงั้นเหรอ...เรื่องแค่นี้เอง ไม่มีปัญหา แล้วผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย” พูดแล้ววางสายยิ้มร้ายหมายมาด
ฝ่ายสารวัตรนฤเบศตรงไปที่คอนโดฯ สุรีกานต์สั่งให้เอาหูฟังสายลับของทีมมาดู สุรีกานต์หาไม่เจอ นึกได้ไปดูที่ห้องน้ำเจออยู่ในอ่างล้างหน้าในสภาพเปียกน้ำ นฤเบศรับไปดูแล้วพบว่าปุ่มสัญญาณถูกปิด เธอเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้ปิด แต่พอฉุกคิดก็จำได้ว่าตนปิดตอนไปโทรศัพท์หาพลอยนิลเลยขอโทษ สัญญาว่าต่อไปจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก
ความผิดพลาดนี้นฤเบศถือว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แต่หูฟังสายลับที่เสียหายเธอต้องรับผิดชอบ ราคาเครื่องประมาณแสนกว่าบาท พูดดักไม่ให้โวยว่า “ผมคิดว่าดาราเจ้าบทบาทงานชุกอย่างคุณคงจะพอรับผิดชอบไหวนะ”
เจอไม้นี้ สุรีกานต์จุก ทะเล้นไม่ออก หน้าเหวอไปเลย ซ้ำร้ายยังได้รับโทรศัพท์บอกให้เปิดอินเตอร์เน็ตดู เธอลุกพรวดคลิกเปิดข่าวอินเตอร์เน็ตจากไอแพดในมือถือทันที
กระทู้ร้อนแรงในเว็บไซต์ชื่อดังกำลังวิพากษ์วิจารณ์ภาพหลุดของเธอกับชายหนุ่มปริศนาอย่างเผ็ดร้อนว่า
“โผล่แล้ว หนุ่มนอกวงการ แผนนางร้ายตัวแม่ โซ่ สุรีกานต์
โซ่ สุรีกานต์ ซุ่มเงียบปลูกต้นรักหนุ่มเซอร์นอกวงการ
วงในเม้าท์สนั่น นางร้ายเบอร์หนึ่ง โซ่ สุรีกานต์ อยู่กินแล้วกับหนุ่มเซอร์ในภาพหลุด”
“อ๊ายยยย ชื่อเสียงของฉันป่นปี้หมดแล้ว ฮือๆๆ” เธอร้องไห้อย่างเจ็บใจ
ooooooo
เมื่อเผชิญกับภาวะที่ทำให้เสื่อมเสียเช่นนี้ สุรีกานต์ต้องแก้ปัญหาให้ได้ เธอสั่งนฤเบศพรุ่งนี้ต้องไปปรากฏตัวกับตน ต้องสร้างภาพให้ได้ว่าเขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวไม่ใช่แฟน!
นฤเบศอิดออด เธอยื่นคำขาดว่าตนเสียหายมากฉะนั้นวิธีการไหนที่สามารถล้างมลทินครั้งนี้ได้เขาต้องทำ! แล้วพาเขาไปลองและเลือกเสื้อผ้าให้ดูดี จนได้ชุดที่ดูเป็นหนุ่มหล่อเนี้ยบ แล้วจึงพาไปที่กองละครตะวันสีรุ้ง
ทันทีที่ไปถึง ก็เจอกับกองทัพนักข่าวที่มาคอยสัมภาษณ์อยู่อย่างกระหาย คำถามของนักข่าวแวดล้อมในประเด็นที่เป็นข่าวในอินเตอร์เน็ต เสียงถามกันเซ็งแซ่จนสุรีกานต์ต้องยกมือขอ...
“เงียบก่อนนะคะทุกคน เงียบก่อนค่ะ ก่อนอื่นโซ่คงต้องขอสารภาพเลยนะคะว่าผู้ชายในภาพที่ทุกคนเห็นคือ คนพิเศษของโซ่จริงๆ ค่ะ” เสียงฮือฮาขึ้นมาอื้ออึงทันที สุรีกานต์พูดต่อเสียงจึงซาลง “นั่นเพราะผู้ชายคนนั้นคือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโซ่มาโดยตลอด วันนี้โซ่เลยจะให้ทุกคนรู้จักพี่อลิซาเบธ ผู้จัดการส่วนตัวของโซ่ค่ะ” เธอหันไปเรียกนฤเบศ “พี่เบศค่ะ มาทำความรู้จักกับพี่ๆ นักข่าวหน่อยสิคะ”
พอนฤเบศเผยโฉมในมาดหล่อเนี้ยบสวมแว่นดำลงจากรถมายืนเคียงข้างสุรีกานต์ เธอควงแขนอย่างสนิทสนมทันที บอกบรรดานักข่าวว่า “พี่ๆ คนไหนอยากสัมภาษณ์เพิ่มเติม เดี๋ยวเชิญทางโน้นเลยค่ะ”
นฤเบศอิดออดแต่สุรีกานต์ยอมไม่ได้แล้ว เธอบอกว่าทีเขาให้ตนเป็นสายลับตนยังทำ ครั้งนี้ถือว่าเราเจ๊ากันไป นฤเบศจำต้องยอม
ระหว่างนั้น วุ้นกรอบกับพายไก่ตามไปปลื้มนฤเบศ ถูกสุรีกานต์เตือนสติว่า
“อย่าไปเพ้อหาพี่เบศกันให้เสียเวลาเลยน่า แค่่ชื่ออลิซาเบธนี่ยังไม่เก็ตกันอีกเหรอว่าเขาเป็นประเภทไหนกันแน่”
วุ้นกรอบกับพายไก่ยกมือทาบอก คาดคั้นสุรีกานต์ว่า “ที่เจ๊พูดนั้นไม่จริงใช่ไหม”
“แล้วพวกเธอเคยได้ยินผู้ชายที่ไหนชื่ออลิซาเบธบ้างไหมล่ะ”
วุ้นกรอบกับพายไก่หัวใจสลาย สุรีกานต์มองทั้งสองแล้วยิ้มสะใจ มีความสุขสุดๆ ที่แก้ปัญหาได้เนียนทุกเปลาะ
ooooooo
แพรไหมทำเวรี่สตรอเบอร์รี่คัพเค้กเอาไปให้นฤเบศชิมที่สำนักงานตำรวจ ไปถึงได้ยินทีมเดอะซันกำลังวิพากษ์วิจารณ์นฤเบศว่าไม่ถูกกับมังกร บางคนคาดว่าอาจจะเพราะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน
“อย่างสารวัตรนฤเบศเหรอจะจีบใคร ขนาดคุณแพรไหมลูกสาวท่านรอง แกยังคิดเป็นแค่น้องสาวเลย สารวัตรมังกรเสียอีกที่อยากเป็นลูกเขยท่านรองจนตัวสั่น แต่ลูกสาวท่านกลับไม่ชายตาแล” จ่ายมพูดอย่างผู้รู้ แต่โชคร้ายที่แพรไหมมาได้ยินพอดี เธอปรับสีหน้าก่อนเข้าไปทัก ทำเอาทั้งกลุ่มหน้าเสีย
เธอถามถึงสารวัตรนฤเบศ ประเสริฐบอกว่าวันนี้สารวัตรนฤเบศติดภารกิจนอกสถานที่ แพรไหมจึงมอบขนมที่เอามาให้ทีมเดอะซันชิมแทน เธอกลับไปอย่างหัวใจที่บอบช้ำ ถามตัวเองอย่างปวดร้าว “แค่น้องสาวเท่านั้นเองเหรอ?”
นัฐชามาที่ร้าน เพื่อติดต่อให้ทำของว่างจัดเลี้ยงในงานมูลนิธิสานสุข แพรไหมดีใจมากบอกว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง ถามว่าเธอรู้จักร้านเราได้อย่างไร
“เจ้านายดิฉันเองค่ะ...ก็คุณกวิน กฤษดาอภินันท์ เจ้าของสนามกอล์ฟที่นี่ไงคะ”
แพรไหมอึ้ง เหวอ เมื่อรู้ว่ากวินเป็นใคร...
ooooooo
นฤเบศถูกอุปโลกน์ให้เป็นผู้จัดการส่วนตัวของสุรีกานต์ เขาต้องอยู่ที่กองถ่ายทั้งวัน ถามตัวเองอย่างหงุดหงิดว่าทำไมจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องบ้าๆแบบนี้ด้วย
พลันเขาก็เห็นเนธานถือซองสีน้ำตาลออกไปอย่างรีบร้อน พอดีกับที่สุรีกานต์ โทร.บอกเขาว่าตนกำลังจะออกจากกองละครแล้วอนุญาตให้เขากลับได้เลย ทำเอานฤเบศหัวเสียที่นึกจะทิ้งก็ทิ้งกันไปเลย
สุรีกานต์ไปพบกับพลอยนิล ถูกเพื่อนต่อว่าที่ไม่ โทร.กลับ แล้วปรับทุกข์เรื่องเนธานว่าเขายังไม่หายโกรธตน ยิ่งเห็นข่าวเนธานกับแก้วดาราก็ยิ่งทำให้ความรักของตนกับเนธานเลวร้ายลงไปอีก
“ถ้าฉันจะบอกว่าผู้ชายคนนี้เลวมากแกจะเชื่อฉันไหม เขาไม่เคยจริงใจกับแกเลยนะ”
พลอยนิลรับไม่ได้หาว่าเธอไม่เคยมองเนธานในแง่ดีเลย สุรีกานต์พูดอย่างอ่อนใจว่า
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แกลองหาทางพิสูจน์ดูแล้วกันว่าผู้ชายคนนี้จริงใจกับแกแค่ไหน ฉันเชื่อว่าถ้าแกหาวิธีลองใจเขาได้สำเร็จ แกจะพบคำตอบอย่างแน่นอนว่า เขารักแกจริงๆหรือเปล่า”
เนธานรีบออกจากกองไปงานปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำบ้านหรูแห่งหนึ่ง เขาเอาซองสีน้ำตาลส่งให้นายแบบลูกครึ่งแลกกับซองยาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ยิ้มให้กันแล้วแยกไป แต่พอหันกลับเนธานก็เจอแก้วดารายืนสวยเซ็กซี่ดักอยู่ ทั้งสองเข้าไปนัวเนียคลอเคลียกันที่โซฟาในบ้าน ระหว่างนั้นมือถือเนธานดังขึ้น เขาเห็นชื่อพลอยนิลจึงกดทิ้ง ครู่เดียวก็มีเสียงว็อตแอ๊บแทน เขาหยิบดูเห็นข้อความของพลอยนิลที่ส่งมาว่า
“ตอนนี้นิลอยู่โรงพยาบาล อยากพบธานเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ”
เนธานตกใจขอโทษแก้วดาราบอกว่ามีธุระด่วนเรื่องงานต้องรีบไป แก้วดาราไม่เชื่อ แต่เนธานขอมาแก้ตัววันหลัง หอมแก้มแล้วรีบไปทันที
“อีแก่! ให้มันรู้ไปสิว่าแกจะเด็ดกว่าฉัน ฮึ่ย!”แก้ว-ดารารู้ทัน คำรามอย่างเจ็บใจ
เนธานรีบไปหาพลอยนิลที่ห้องพิเศษในโรงพยาบาล เธอดีใจมากกุมมือเขาพูดอย่างตื้นตันซาบซึ้งว่านึกแล้วว่าเขาต้องมา พิสูจน์แล้วว่าตนรักคนไม่ผิด แล้วขอโทษสำหรับคำพูดของตนที่ทำให้เขาเสียใจ สัญญาว่าจะไม่พูดแบบนั้นอีก ขอให้เรากลับมาเหมือนเดิมกัน
“คำขอโทษอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่ความเสียใจทำยังไงมันก็ล้างไม่หมดหรอกนิล” เนธานพูดอย่างเย็นชา
“แล้วกุญแจรถสปอร์ตคันนี้ ที่ธานเคยบอกว่าอยากได้ล่ะคะ พอจะทำให้เราสองคนกลับมาเหมือนเดิมได้หรือเปล่า” เนธานตาวาวทันที เธอส่งกุญแจรถสปอร์ตให้ “นี่คือของขวัญแทนคำขอโทษจากนิลค่ะ”
“ที่รัก...ผมรักคุณที่สุดเลย” เนธานผวาเข้ากอดพลอยนิลไว้แนบแน่นจนร่างแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน...
ooooooo
พรุ่งนี้จะมีงานประมูลผลงานของเด็กๆจากมูลนิธิสานสุขแล้ว กวินเคยขอแม่พาเพื่อนมาร่วมงานด้วยคนหนึ่ง คืนนี้เขาจึงโทร.ไปชวนสุรีกานต์มาทำบุญด้วยกัน
สุรีกานต์ดีใจมากบอกว่าปกติตนก็ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กๆในมูลนิธิสานสุขทุกปีอยู่แล้ว กวินดีใจมากที่ชวนไม่ผิดคน นัดพรุ่งนี้จะมารับ แต่สุรีกานต์เห็นว่าเป็นวันพฤหัสฯไม่แน่ใจว่านฤเบศจะเรียกใช้งานอะไรหรือเปล่า เลยบอกกวินว่าตนไปเองดีกว่า
นฤเบศเพิ่งกลับถึงเซฟเฮาส์ ถามทีมงานว่าวันนี้มีงานอะไรคืบหน้าไหม
“มีข้อมูลภารกิจครั้งที่แล้วจากสายลับเนปจูนส่งมาทางอีเมล์ลับเมื่อคืนครับ จากข้อมูลริชาร์ดมีธุรกิจ
ส่งออกอุปกรณ์กีฬากอล์ฟอยู่หลายประเทศ แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายของมันไม่ได้มีแต่ในประเทศไทย แต่กำลังขยายวงกว้างไปทั่วโลก สายลับเนปจูนยังบอกอีกว่า ที่ริชาร์ดรีบผละไปคืนนั้นก็เพราะมีใครบางคนโทร.มารายงานว่าสินค้ามีปัญหา รายละเอียดทั้งหมดผมรวบรวมไว้ในแฟ้มรายงานวันนี้แล้วครับสารวัตร” ปรีติรายงาน
นฤเบศคาดว่าคนที่โทร.มาอาจเป็นพ่อเลี้ยงกำธรก็ได้ สั่งให้สายของเราตามพ่อเลี้ยงไว้อย่าให้คลาดสายตา ฝากอัศวินให้ช่วยเช็กเรื่องนี้ต่อให้ด่วนด้วย
เมื่อนฤเบศเข้าห้องทำงานในเซฟเฮาส์ เขาได้รับโทรศัพท์จากสุรีกานต์ถามว่าพรุ่งนี้วันหยุดของตนมีงานอะไรไหม เขาบอกว่างานของเราไม่มีอะไรแน่นอนเธอต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อมไว้เหมือนกัน สุรีกานต์ตีขลุมถือว่าพรุ่งนี้ไม่มีงาน
นฤเบศนึกได้ว่าบทละครของเธออยู่ที่ตน เธอขอให้ช่วยเอามาคืนให้ที่คอนโดฯหน่อย ถูกปฏิเสธว่าไม่ว่างไว้คืนวันหลังก็แล้วกัน แล้วจะพูดเรื่องอีเมล์ต่อ แต่มือปัดถูกถ้วยกาแฟหกรดบทละคร แม้จะรีบเอากระดาษมาซับแต่ก็ยังเป็นคราบ อึดใจเดียวจ่ายมก็เอาบะหมี่สำเร็จรูปมาให้กิน พลั้งมือทำหกใส่บทละครซ้ำเข้าไปอีก นฤเบศลุกพรวดนึกถึงชะตาตัวเองว่า พรุ่งนี้หายนะแน่!
ooooooo
เพราะพลอยนิลรับเป็นทูตสานสุขกับมูลนิธิไว้แล้ว วันนี้พี่บีจึงไปหาเพื่อเตือนความจำ แต่พลอย-นิลไม่อยู่ พอโทร.เข้ามือถือปรากฏว่าอยู่หัวหินบอกว่าเนธานพามาลองรถใหม่
พี่บีร้อนใจถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร พลอยนิลบอกว่าไม่เห็นยากให้หาคนอื่นแทนก็แล้วกัน แล้วตัดสายเลย ทำเอาพี่บีปวดหัว
ที่ห้องจัดงานมูลนิธิ เริ่มมีการประมูลภาพวาดของเด็กๆ ภาพแรกชื่อ “อาชีพในฝัน” ราคาเริ่มต้น 1,000 บาท มีผู้เสนอทันที 20,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท สุดท้ายหมายเลขหนึ่งเสนอ 200,000 บาท ซึ่งก็คือ สุรีกานต์นั่นเอง
แขกในงานพากันชื่นชมที่เธอมีใจช่วยเหลือสังคม
แล้วก็มีเหตุให้ต้องเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมารายงานคุณกอบแก้วว่า ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าพลอย-นิลตกบันไดขาแพลงมารับตำแหน่งทูตสานสุขไม่ได้แล้ว จึงเป็นปัญหาว่าเวลาฉุกละหุกอย่างนี้จะหาใครที่มีชื่อเสียงมาแทนทัน?
ขณะสุรีกานต์ยืนคุยอยู่กับกวินนั้น เจ้าหน้าที่คนเดิมมาบอกว่าคุณกอบแก้วให้มาเชิญกวินไปที่ห้องประชุมเล็ก
ooooooo
แพรไหมเอาขนมไปส่งที่มูลนิธิ รถเจ้ากรรมก็เกิดเสีย เธอร้อนใจมาก สุดท้ายได้นฤเบศมาช่วยเอาไปส่งที่มูลนิธิได้ทันเวลา
ขณะจะชวนกันกลับนั่นเอง นฤเบศเห็นมงคลเดินมากับริชาร์ด เขาชะงักกึก บอกแพรไหมให้ไปรอที่ล็อบบี้ก่อนเดี๋ยวจะตามไป แล้วรีบเดินตามริชาร์ดไป
ในที่สุดที่ประชุมมูลนิธิก็เลือกสุรีกานต์เป็นทูตสานสุขปีนี้ ทำเอาสุรีกานต์ที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับงง
ขณะนั้นเอง นัฐชามาบอกกวินที่ยืนคุยอยู่กับ
สุรีกานต์ว่า มงคลกับริชาร์ดมาถึงงานแล้ว สุรีกานต์ตกใจหลบไปทันที เธอคิดไม่ตกว่าทำไมคนดีๆ อย่างกวินจึงคบกับคนอย่างริชาร์ดได้ คิดหาทางที่จะหลบออกไปจากงาน พอดีเห็นมาสคอตเดินตามเจ้าหน้าที่มา เธอฉุกคิดได้ทันทีว่าจะออกจากที่นี่ไปได้อย่างไร
ฝ่ายนฤเบศตามริชาร์ดกับมงคลมา ปรากฏว่าริชาร์ดประมูลภาพวาดสุดท้ายไปในราคาถึง หนึ่งล้านบาท ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง นฤเบศจับตาการเคลื่อนไหวของริชาร์ดแต่ไม่สงสัยมงคลที่ยืนคู่กัน คิดว่าคงเป็นแขกที่มางานนี้
สุรีกานต์ในชุดมาสคอตกระต่ายเดินมาหาทางออก ชนเข้ากับนฤเบศอย่างจังจนล้ม พอนฤเบศประคองขึ้นมา พอเธอเห็นเป็นนฤเบศก็แปลกใจว่าเขามางานนี้ได้อย่างไร หรือมีภารกิจแต่ไม่บอกตน เลยมีเหตุผลให้ตัวเองว่า
“ดี...งั้นสายลับเนปจูนก็จะอยู่ปฏิบัติภารกิจต่อ มือชั้นนี้ไม่มีทางยอมกลับไปง่ายๆหรอก” แล้วเธอก็สะกดรอยตามนฤเบศที่เดินตามริชาร์ดไปอีกต่อหนึ่ง จนนฤเบศผิดสังเกตว่ามาสคอตกระต่ายตัวนี้ตามตนมาตลอดเวลา เมื่อริชาร์ดจะกลับมงคลบอกกวินว่าตนจะไปส่งริชาร์ดเอง กวินจึงโทร.หาสุรีกานต์
เจ้าหล่อนกำลังติดตามนฤเบศไปติดๆ โทรศัพท์ที่ตั้งระบบสั่นไว้อยู่ในกระเป๋าสั่นเรียก แต่เธอก็ไม่รับสาย
ooooooo
มงคลเดินมาส่งริชาร์ดที่ลานจอดรถ นฤเบศ พยายามที่จะฟังแต่ก็ฟังไม่ได้ศัพท์ว่าเขาคุยอะไรกันจนทั้งคู่หยุดลากันเยี่ยงนักธุรกิจทั่วไปไม่มีพิรุธอะไรเลย
สุรีกานต์ซุ่มสำรวจสภาพแล้วย่องไปอีกทางที่คิดว่าจะประกบริชาร์ดได้ใกล้กว่า ขณะที่ริชาร์ดจะขึ้นรถก็มีโทร.เข้ามือถือเขา สุรีกานต์รีบยกมือถือขึ้นถ่ายภาพและเสียงของริชาร์ดอย่างเร็วราวกับสายลับมืออาชีพ นฤเบศยังอยู่ที่เดิม เขาเห็นโทรศัพท์ของสุรีกานต์โผล่ออกมาจากหลังเสาแต่ไม่เห็นตัว เขาสงสัยว่าเป็นใครกัน?
เป็นสายจากมงคล โทร.มาบอกริชาร์ดว่า “พอดีผมลืมถามคุณไปว่า ก่อนการเซ็นสัญญาที่กำลังจะมาถึงเป็นไปได้ไหมที่เราจะส่งตัวอย่างสินค้าตัวใหม่ให้ลูกค้ารายใหญ่ได้ทดลองก่อน”
“นัดหมายวันและสถานที่มาได้เลย ผมยินดี” ริชาร์ดตอบแล้วขึ้นรถ บอดีการ์ดขับออกไปทันที
นฤเบศมองอย่างเสียดายที่ไม่ได้ยินการสนทนานั้น แต่สุรีกานต์มองโทรศัพท์ในมือยิ้มพอใจ พึมพำ
“นัดหมายวันเหรอ มันจะนัดไปไหนกับใครนะ?”
พอดีกวิน โทร.มา สุรีกานต์รู้แต่ไม่รับสายรีบออกจากที่ซุ่มวิ่งไป นฤเบศพุ่งเข้าหาเจ้ามาสคอตกระต่ายสั่งเข้ม
“หยุด! แกเป็นใคร หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สุรีกานต์วิ่งหนีแต่ความเทอะทะทำให้วิ่งช้าเลยถูกนฤเบศตะครุบตัวไว้ได้ “จับได้แล้วไอ้กระต่ายตัวแสบ แกเป็นใคร ตามฉันมาทำไม”
มาสคอตกระต่ายดิ้นสุดแรง เลยกลายเป็นปล้ำกันอยู่ตรงนั้น สุรีกานต์ล้มทับนฤเบศเต็มตัว ทั้งคู่สบตากันผ่านหัวมาสคอต จังงังกันไปทั้งคู่ สุรีกานต์ใจเต้นแรง ส่วนนฤเบศที่ไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้ยังงันอยู่อย่างนั้น
ขณะนั้นเอง แพรไหมกับกวินเดินตามมาเจอ แพรไหมร้องเรียกนฤเบศแต่ไกล สุรีกานต์รีบเก็บโทรศัพท์มือถือของตัวเองวิ่งหนีไป จึงเหลือแต่นฤเบศอยู่ตรงนั้น ปรากฏว่ากวินรู้จักกับนฤเบศ แพรไหมมองทั้งสองงงๆ ถามว่ารู้จักกันด้วยหรือ
“อ๋อ...ครับ เราเคยรู้จักกันแล้ว” พูดแล้วรีบตัดบทว่าดึกมากแล้วชวนแพรไหมรีบกลับกันดีกว่า ถือโอกาสลากวินแล้วเดินนำไปเลย แพรไหมเลยต้องลากวินตามไป
“แล้วเจอกันนะครับคุณไหม” กวินเอ่ยมองตาม
นฤเบศไปนึกขำๆ “สงสัยจะกลัวเราพูดเรื่องนั้น...อย่าบอกนะว่าคุณไหมไม่รู้เรื่องที่เขาเป็น...เฮ้ย...ไม่นะคุณไหม” กวินเป็นกังวลขึ้นมา
ขับรถไปส่งแพรไหมถึงบ้านแล้ว นฤเบศหันไปเห็นบทละครที่วางอยู่จึงนึกได้ว่านัดสุรีกานต์ไว้
กลับถึงคอนโดฯ สุรีกานต์โทร.ไปขอโทษกวินที่กลับก่อนโดยไม่ได้บอกเพราะรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย กวินบอกว่าไม่เป็นไรเห็นเธอหายไปเลยเป็นห่วง บอกให้เธอทานยาแล้วพักผ่อนเสีย
พอวางสายจากกวิน นฤเบศก็มาถึงพอดี เธอถามว่ามีธุระอะไรถึงโผล่มาดึกๆ ดื่นๆ เขาบอกว่าเธอนัดให้เอาบทละครมาคืนไม่ใช่หรือ พลางถือวิสาสะเดินเข้าห้อง ยื่นบทละครให้ พอเธอเห็นบทละครสกปรกเลอะเทอะถึงกับร้องกรี๊ด นฤเบศนั่งที่โซฟาเด้งขึ้นมาขอร้องให้ฟังตนก่อน
“หยุดเลยนะ ฉันรู้ว่าคุณจงใจ คุณทำอะไรฉันไม่ได้ ก็เลยมาลงกับบทละครของฉัน คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆเลย ฉันไม่เคยเห็นใคร...”
ทันใดนั้น ไฟดับพรึ่บ สุรีกานต์หยุดกึกกระโดดไปนั่งข้างๆนฤเบศ ชายหนุ่มขยับหนีเธอก็ขยับตาม
“เป็นไรมากไหมเนี่ย อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผี”
เธอฮึดทำท่ากล้าขึ้นมา นฤเบศบอกว่าไฟคงดับนานตนกลับก่อนดีกว่า เป็นตายอย่างไรเธอก็ไม่ยอมให้กลับ ยื้อยุดกันจนสุดท้ายเธอสารภาพว่า “ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันกลัวผี ทีนี้คุณจะอยู่เป็นเพื่อนฉันจนกว่าไฟจะติดได้รึยังล่ะ”
นฤเบศจึงยอมนั่งลง เขามองเธอแล้วส่ายหน้าขำๆ ที่เธอเก่งไปหมดทุกเรื่องแต่กลับกลัวผี...
ooooooo










