ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางร้ายสายลับ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

นางร้ายสายลับ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

สุรีกานต์ อภิเดชดำรง หรือ โซ่ นางร้ายเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิง โลดแล่นอยู่ในวงการมานานและเมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดก็ถูกคลื่นลูกใหม่ไล่หลังมาจนงานลดลงฮวบฮาบ

พอผู้กำกับสั่งคัทฉากสุดท้ายที่สุรีกานต์เล่นฉากบู๊ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอหยิบกระเป๋าถือทันที ทีมงานที่อยู่ใกล้ๆว่า

“พี่โซ่จะกลับเลยเหรอคะ”

“อือ...ซีนอื่นไม่มีพี่แล้วนี่ อยากอาบน้ำจะแย่อยู่แล้ว อ้อ...ฝากบอกพี่หน่อยด้วยนะว่า เดี๋ยวพี่เอาชุดมาคืนให้ทีหลัง พี่ไปล่ะ” บอกแล้วเธอเดินเร็วๆไปที่รถตัวเอง

ระหว่างที่สุรีกานต์ถ่ายทำละครอยู่นั้น...ณ อีกที่หนึ่ง ก็มีฉากบู๊ที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่นั่นเป็นสถานการณ์จริง ที่พันตำรวจตรี นฤเบศ หัวหน้าทีมเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดทีมเดอะซันในชุดนอกเครื่องแบบ กำลังไล่ล่านักค้ายาที่วิ่งเข้าไปในโกดัง

“มอบตัวซะ แกหนีไม่รอดแล้วล่ะ” สารวัตรหนุ่มตะโกน อึดใจเดียวนักค้ายาก็เดินชูมือหน้าซีดออกมา ค้นในตัวพบยาเสพติดบรรจุเต็มกระเป๋า “จัดการด้วยจ่า” สารวัตรสั่งจ่ายม พอดีมีโทร.เข้ามือถือ สารวัตรรับสายพูดอย่างอ่อนน้อม “ครับท่านรอง...เรียบร้อยดีครับ” วางสาย แล้ว นฤเบศสารวัตรหนุ่มมาดเซอร์ก็เดินยิ้มเท่ออกไป

ooooooo

ขณะสุรีกานต์ขับรถเปิดเพลง ฮัมเสียงดังเหมือนจะกลบความรู้สึกบางอย่างในใจ เสียงมือถือที่วางอยู่เบาะข้างๆ ก็ขัดจังหวะขึ้น พอหยิบดูเห็นชื่อ “วุ้นกรอบ” ก็พูดกับตัวเองขำๆว่า

“รู้เวลาดีจริงนะ เป็นช่างแต่งหน้าหรือผู้จัดการส่วนตัวกันแน่เนี่ย”

ขณะจะกดรับนั่นเอง เสียงแตรจากรถคันหนึ่งก็ดังลั่นขึ้น เธอตกใจโทรศัพท์หลุดจากมือ หักรถพุ่งออกจากซอยไปได้เฉียดฉิว พอพ้นอันตรายก็ฉุนกระฉูด มองกระจกหลังคำราม

“ฮึ่ย! ขับรถประสาอะไรเนี่ย ไม่ดูตาม้าตาเรือเล้ย!” แต่เธอก็ขับต่อไปอย่างไม่อยากมีเรื่อง หันมาหยิบโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอีก พลันก็มีเสียงแตรรถแปร๋นขึ้นอีก พอเงยหน้า คราวนี้แทบช็อกเมื่อเห็นรถคันนั้นพุ่งเข้าหาแบบจะประสานงา ต่างเบรกเอี๊ยด...ล้อบดถนนจนเหม็นกลิ่นยางไหม้...รถหยุดห่างกันแค่คืบเดียว!

เป็นรถของสารวัตรนฤเบศนั่นเอง!

คราวนี้เป็นเรื่อง เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน นฤเบศเดินขึงขังมาอย่างตำรวจ ส่วนสุรีกานต์ก็สวมบทนางร้ายที่แสดงจนเข้าสายเลือดโดยไม่ต้องมีบท ต่างโต้เถียงกันลั่น นฤเบศต้องการแค่คำขอโทษอย่างคนที่รู้ตัวว่าผิด แต่เธอมองในแง่ร้ายว่าเขาต้องการโยกโย้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย เลยเล่นแง่ว่ารถยังไม่ได้ชนไม่เห็นเสียหายตรงไหน

“นี่คุณ!! กรุณาฟังให้ชัดๆนะ ผมไม่ใช่โจรและผมก็ไม่ได้ต้องการเงินจากคุณด้วย”

สุรีกานต์ระแวงว่าเขาต้องการอย่างอื่น กอดตัวเองไว้แน่น นฤเบศดูออกพูดอย่างระอาใจว่า ดูละครมากไปรึเปล่า หรือฟั่นเฟือน บ่นตัวเองก่อนเดินหนีไป... “ผมไม่น่ามาเสียเวลากับคนเพี้ยนๆ อย่างคุณเลย” แล้วขับรถออกไปทันที

ขณะสุรีกานต์กำลังงงๆ กับท่าทีของนฤเบศนั่นเอง เสียงมือถือก็ดังขึ้นอีก เธอบ่นอย่างหงุดหงิด...

“จะโทร.จิกอะไรนักหนาเนี่ย ฉันเกือบจะตายเพราะแกอยู่แล้วรู้ไหม เออ...รู้แล้วน่า งานวันพรุ่งนี้ที่สยามพาเลซ ไม่ลืมหรอก”

ooooooo

นฤเบศไปที่ห้องสอบสวนสำนักงานกองบัญชาการตำรวจ จ่ายมรายงานว่าผู้ต้องหาปากแข็งมาก  ง้างยังไงก็ไม่ยอมพูด นฤเบศเลยเข้าไปตะคอกให้บอกมาว่านายเขาเป็นใคร

เมื่อผู้ต้องหายังอึกอัก นฤเบศบอกจ่ายม “โอเค จ่ายมจัดการด้วย” แล้วทำมือเชือดคอหัวเราะเหี้ยม

“บอกแล้วๆผมทำงานให้เสี่ยนาถ” ผู้ต้องหาลนลาน จ่ายมถามว่ารู้อะไรอีกให้บอกมา “เอ่อ...คือผมรู้มาว่าพรุ่งนี้จะมีการส่งของ แต่ที่ไหนผมไม่รู้ รู้แต่ว่าลูกค้ารายนี้เป็นคนสำคัญมาก คืนพรุ่งนี้เสี่ยนาถเลยจะไปพบเขาด้วยตัวเองที่งานสัมมนาโรงแรมสยามพาเลซ”

ได้เรื่อง! เย็นวันรุ่งขึ้น สารวัตรนฤเบศก็กลายเป็นบริกรหล่อเนี๊ยบคอยให้บริการอยู่ในโรงแรมสยามพาเลซ มีทีมงานคอยประสานกันด้วยเครื่องมือหูฟังสายลับ อยู่ในห้องจัดงานประกาศนักแสดงแห่งปี

บรรดาผู้คนในวงการบันเทิงโดยเฉพาะดารา ต่างแต่งตัวตัวเฉิดฉายทยอยกันเข้ามาในโรงแรม พอเสี่ยนาถเข้ามาพร้อมลูกน้องคนหนึ่ง นฤเบศสั่งการทันที

“ทุกคนพร้อม เป้าหมายมาถึงแล้ว” พลางสบตากับอัศวินและประเสริฐที่แฝงตัวมาเป็นบริกรเช่นกัน เห็นเสี่ยนาถเดินทักทายนักธุรกิจก่อนเดินผ่านไปนั่งโต๊ะ

มุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง โดยลูกน้องเสี่ยถอยออกไปยืนสังเกตการณ์ห่างๆ

ooooooo

งานประกาศรางวัลดำเนินไปอย่างตื่นเต้น ปรากฏว่า สุรีกานต์ อภิเดชดำรง ได้รับรางวัลนางร้ายยอดเยี่ยมแห่งปี

ระหว่างนั้น นฤเบศนำเครื่องดื่มไปเสิร์ฟที่โต๊ะเสี่ยนาถ พอหันกลับก็แกล้งชนพ่อเลี้ยงกำจรที่กำลังเดินเข้ามาถาดใส่เครื่องดื่มหล่น เครื่องดื่มหกรดพ่อเลี้ยงจนเสื้อเลอะ แก้วตกแตก นฤเบศทำทีตกใจมากรีบขอโทษและก้มเก็บเศษแก้ว ใช้จังหวะนั้นติดเครื่องดักฟังไว้ที่เก้าอี้ของเสี่ยนาถอย่างชำนาญ

พ่อเลี้ยงโมโหจะเอาเรื่อง เสี่ยนาถเกลี้ยกล่อมว่าอย่าให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้เราต้องเสียเวลาเลย

ดีกว่า พ่อเลี้ยงจึงใจเย็นลงแต่ยังมองนฤเบศเคืองๆ ก่อนนั่งลง นฤเบศค้อมตัวขอโทษอีกครั้งแล้วเดินออกไป แอบยิ้มที่มุมปากพลางหลบเข้ามุมยกมือขึ้นแตะหูฟังสายลับถามจ่ายมที่อยู่ในรถตู้สายลับที่จอดอยู่หน้าโรงแรมว่า

“เรียบร้อยไหมจ่า”

“โอเคเลยครับสารวัตร รับรองงานนี้ไม่พลาดแน่ โอ๊ะ...สัญญาณมาแล้วครับ” จ่ายมแจ้งกลับ แล้วคลื่นเสียงสนทนาระหว่างเสี่ยนาถกับพ่อเลี้ยงก็ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์

“ของที่คุณสั่ง ผมเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” เสียงเสี่ยนาถเอ่ยขึ้นก่อน

“ผมไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ร่วมงานกับคุณ”

“วางใจได้เลย คืนนี้ไม่พลาดแน่ ไอ้พวกตำรวจคิดว่าเราคงเก็บตัวเงียบไปอีกนาน แต่ใครจะรู้ ยิ่งเสี่ยงยิ่งปลอดภัย”

ระหว่างนั้น บนเวทีก็ประกาศรางวัลพระนางคู่ขวัญแห่งปีคือ คุณอุษณะและคุณพลอยนิล จากละครเรื่อง “ยอดพธู ชู้เสน่หา” ซึ่งเป็นละครเรื่องเดียวกับที่สุรีกานต์ได้รับ สุรีกานต์ปรบมือแสดงความยินดีอย่างจริงใจ ในขณะที่แก้วดาราเหยียดปากยิ้มอย่างไม่พอใจ

เสียงปรบมือให้นักแสดงดังกึกก้อง แต่การสนทนาระหว่างเสี่ยนาถกับพ่อเลี้ยงยังไม่จบ จังหวะหนึ่งนฤเบศเห็นเสี่ยนาถชะโงกไปกระซิบอะไรบางอย่างกับพ่อเลี้ยงกำธรอย่างน่าสงสัย แต่ที่รถตู้สายลับไม่ได้ยินเสียงสนทนาเพราะถูกเสียงปรบมือกลบหมด

ไม่เพียงเท่านั้น จู่ๆ เครื่องมือสื่อสารในรถก็เกิดขัดข้องทำให้สัญญาณติดต่อขาดหมด ติดต่อไม่ได้แม้แต่กับทีมงาน!

เมื่อแจกรางวัลเสร็จสิ้น เสี่ยนาถกับพ่อเลี้ยงลุกขึ้น นฤเบศรีบติดต่อ

“เดอะซัน 1 เรียกเดอะซัน 5 เป้าหมายเคลื่อน

ที่แล้ว ทุกคนพร้อม” นฤเบศเรียกอยู่อย่างนั้นแต่

ไม่มีเสียงตอบรับเขาสบถอย่างหัวเสีย “โธ่เว้ย!!” แล้วรีบตามกุล่มของเสี่ยนาถไป แต่เพราะผู้คนพลุกพล่านและถูกนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งเดินตัดหน้า ทำให้กลุ่มของเสี่ยนาถเดินออกจากห้องไป แต่นฤเบศยังตามไปจนเห็นพวกเสี่ยนาถกำลังมุ่งไปทางลิฟต์

นฤเบศแหวกผู้คนตามไม่ลดละ ชนเข้ากับสุรี–กานต์ที่ถือรางวัลเดินปลื้มมาอย่างภูมิใจ จนแก้วคริสตัลรูปนางฟ้าในมือตกกระแทกพื้นปลายปีกนางฟ้าบิ่น

สุรีกานต์โกรธมากสวมวิญญาณนางร้ายถลกกระโปรงวิ่งไล่ตามนฤเบศไปเอาเป็นเอาตายจนถึงหน้าลิฟต์

เธอพุ่งไปขวางไม่ให้เขาเข้าลิฟต์ เอาเรื่องที่เขาชนทำรางวัลตนเสียหาย

“โอเค ผมขอโทษ พอใจแล้วใช่ไหม ทีนี้ก็หลบไปได้แล้ว” นฤเบศขอโทษตัดรำคาญ สุรีกานต์ไม่ยอมจะให้เขาขอโทษอย่างจริงใจไม่ใช่แต่ทำส่งๆแบบนี้ “นี่คุณ! ผมไม่มีเวลามาไร้สาระกับคุณหรอกนะ เพราะงานของผมมันสำคัญกว่าไอ้รางวัลบ้าๆของคุณเสียอีก”

พอเขาดูถูกว่าเป็นรางวัลบ้าๆ สุรีกานต์ก็เดือดพล่าน ลากชายหนุ่มออกไปจะพาไปฟ้องผู้จัดการโรงแรมให้ไล่ออก ฉุดอย่างไรนฤเบศก็ไม่ออกจากลิฟต์ เธอเลยรูดกดลิฟต์ทุกชั้น เป็นจังหวะที่นฤเบศผลักเธอออกจากลิฟต์ได้สำเร็จและกดปิดทันที แล้วเขาก็ผงะเมื่อเห็นลิฟต์ถูกกดหยุดทุกชั้น!

“ฮึ...สมน้ำหน้า โทษฐานที่กล้ามาดูถูกรางวัลอันทรงเกียรติของฉัน”

ซ้ำร้ายเมื่อวิ่งไล่ตาม พวกเสี่ยนาถลงมาถึงชั้นล่างเจอสุรีกานต์กำลังนั่งรถออกจากโรงแรมเธอยังลดกระจกลงยิ้มเยาะก่อนเคลื่อนรถไปอีก นฤเบศทั้งร้อนใจเรื่องตามเสี่ยนาถ ทั้งแค้นที่ถูกสุรีกานต์ยิ้มเยาะได้แต่เจ็บใจ

เมื่อกลับมาถึงเซฟเฮาส์เจอจ่ายม อัศวิน และประเสริฐ เพื่อนร่วมทีม นฤเบศบอกว่า สำหรับภารกิจครั้งนี้ให้ถือว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย ในฐานะหัวหน้าทีม ตนจะขอรับผิดชอบเอง จ่ายมถามว่าแล้วจะเอายังไงต่อไป พอดีปรีติผลักประตูเข้ามา...

“สารวัตรครับ สายเพิ่งรายงานมาว่า เสี่ยนาถจะมีการนัดส่งสินค้าอีกลอตในวันพรุ่งนี้ ส่วนนักธุรกิจที่มาพบกับเสี่ยนาถ ผมกำลังเช็กจากกล้องวงจรปิดของทางโรงแรม คาดว่าอีกวันสองวันน่าจะรู้ครับ”

“ดีมาก ถ้าได้ตัวมันมา เราน่าจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้นอีกเยอะ” นฤเบศพอใจ ทุกคนพลอยมีความหวังขึ้นมาอีก

ooooooo

วุ้นกรอบกับพายไก่พยายามติดปีกนางฟ้าที่บิ่นจนสำเร็จ แต่พอสุรีกานต์มาคว้าอย่างแรงไปดูด้วยความดีใจ รอยบิ่นก็หลุด เลยหันไปต่อว่าทั้งสองว่า ไหนว่าซ่อมได้ชัวร์ไง

แต่เธอก็บอกวุ้นกรอบว่าตนไม่ได้เสียใจเรื่องที่ถ้วยรางวัลต้องพิการ แต่เจ็บใจมากกว่าที่ไอ้บ้านั่นกล้ามาดูถูกรางวัลของตน หมายมาดว่าถ้าเจออีกละก็...ได้เห็นดีแน่

“เอาน่าเจ๊...ไหนๆวันนี้ก็เลิกแล้ว ฉันว่าทิ้ง

ความเศร้าแล้วพวกเราไปหาอะไรทำคลายเครียดกัน

ดีกว่า” วุ้นกรอบชวน ทั้งสามจึงไปห้างสรรพสินค้า

พอเห็นห้างกำลังลดราคาสินค้า สุรีกานต์ก็หยุดดึงผมลงปรกหน้าใส่แว่นอันโตอำพรางใบหน้า ตรงไปช็อปของลดราคาที่คนกำลังมุงกันเต็ม

วุ้นกรอบแซวว่าอำพรางตัวเพื่อรอช็อปของตอนเซลส์ สุรีกานต์ก็แก้ตัวได้สวยหรูว่า

“ฉันไม่ได้งก แบบนี้เขาเรียกรู้จักใช้เงินต่างหากย่ะ”

สุดท้ายสุรีกานต์มัวแต่ซื้อของลดราคาเพลินจนไม่ได้เลี้ยงเพื่อน พูดหน้าตาเฉยว่ามื้อนี้หากินกันเองก็แล้วกันนะ แล้วแยกไปเลย

เป็นวันที่นฤเบศและจ่ายมมาตามจับการส่งยาของเสี่ยนาถที่ห้าง ขณะสะกดรอยตามลูกน้องเสี่ยนาถ เห็นสุรีกานต์เดินชนลูกน้องเสี่ยนาถจนถุงช็อปปิ้งร่วง ลูกน้องเสี่ยนาถขอโทษและช่วยเก็บถุงให้ ยกนาฬิกา

ข้อมือดูแล้วรีบผละไป

จ่ายมเชื่อว่าลูกน้องเสี่ยต้องมาส่งของแน่เพราะท่าทางมีพิรุธ นฤเบศติงว่าคงไม่ใช่เพราะถุงในมือเขายังอยู่

“เอางี้” ผมจะตามผู้หญิงคนนั้นไป ส่วนจ่าตามเป้าหมายไป ถ้าพบอะไรน่าสงสัยรีบรายงานผมทันที อ้อ...แจ้งทีมเดอะซันประจำจุดที่ขายไว้อย่าได้พลาดล่ะ” นฤเบศแบ่งงาน จ่ายมรับคำแล้วรีบแยกไป

ooooooo

สุรีกานต์หิ้วถุงแกว่งสบายใจที่ซื้อของลดราคาได้หลายชิ้น แต่พอขึ้นรถก็ได้รับโทรศัพท์จากพลอยนิล รับสายแล้วบอกเพื่อนว่า

“โอเค ทุกอย่างเรียบร้อยดี อะไรนะ...แกมีปัญหาเหรอ ได้ๆเดี๋ยวฉันจะรีบไป”

นฤเบศได้ยินการนัดแนะ ตัดสินใจยืนขวางหน้ารถแล้วเข้าไปถามดื้อๆว่า ผู้ชายคนนั้นส่งอะไรให้ เห็นเขาส่งของบางอย่างให้เธอ สุรีกานต์โวยวายว่า พูดอะไรตนไม่รู้เรื่อง ลงมาไล่ให้ถอยไปตนจะออกรถ นฤเบศไม่ยอมถอยถามว่าจะหนีหรือ แล้วจับมือเธอไว้

“อ๊าย...อะไรกันเนี่ย ปล่อยนะ” อ้าปากจะแผดเสียง ถูกนฤเบศเอามือปิดปากไว้ อีกมือจับมือเธอบิดไพล่หลัง สุรีกานต์ดิ้นร้องอู้อี้ ก็พอดีจ่ายมรายงานมาทางหูฟังสายลับว่า

“สารวัตรครับ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เป้าหมาย เป้าหมายตัวจริงอยู่ในรถกำลังจะออกจากลานจอดรถแล้วครับ”

นฤเบศเหวอ พอดีรถเป้าหมายแล่นผ่านไป เขาเห็นลูกน้องเสี่ยใส่ชุดดำนั่งอยู่ในรถ ตัดสินใจชักปืนออกมาขู่สุรีกานต์ว่า ขืนร้องตนยิงแน่ แล้วสั่งให้เธอขับรถไล่ตามรถเป้าหมายไป

สุรีกานต์ทั้งโกรธทั้งกลัวงอแงหาทางถ่วงเวลา ทำให้นฤเบศที่ร้อนใจตามรถเป้าหมายให้ทันยิ่งหงุดหงิดด่าเธอว่า

“นอกจากคิดเองเออเองกับร้องกรี๊ดๆ ไปวันๆ แล้ว คุณยังทำอะไรเป็นอีกบ้างไหม!”

“นี่กล้าพูดดูถูกฉันเหรอ ได้! เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคนอย่างฉันทำอะไรเป็นบ้าง!” ว่าแล้วก็เหยียบคันเร่งขับฉวัดเฉวียนแซงคันนั้นปาดหน้าคันนี้วุ่นไปหมด จนนฤเบศนั่งเหวอตัวเกร็ง เธอหันมายักคิ้วแผล็บให้ทำนองว่า...เห็นฝีมือรึยัง

นฤเบศเห็นรถจ่ายมขับตามมาจึงบอกให้จอดรถ เธอเล่นแง่กวนประสาท เขายกปืนจี้สั่ง “ผมบอกให้จอดรถ!!” พอสุรีกานต์จอดรถ นฤเบศเปิดประตูลงจากรถวิ่งไปขึ้นรถจ่ายมไปทันที พอดีมือถือสุรีกานต์ดังขึ้นอีกเธอนึกได้รีบรับสาย พยายามจะชี้แจงกับพลอยนิล แต่ไม่ทันพูด เพื่อนก็ใส่มาเป็นชุด...

“โซ่...แกอยู่ไหน ฉันโทร.ไปตั้งนานแล้วทำไมแกยังไม่ถึงอีก” สุรีกานต์ขอให้ฟังตนก่อน “ไม่ฟัง! ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ถ้าแกไม่อยากมาหาฉันก็บอกมาตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันรอเก้อแบบนี้” ว่าแล้วก็วางสายเลย

“โอ๊ยยยยย!! วันนี้มันวันซวยของฉันรึไงเนี่ย” สุรีกานต์ตะโกนระบายอารมณ์ลั่นรถ

ฝ่ายนฤเบศกับจ่ายม ขับรถไล่ตามรถเป้าหมายไปจนทัน นฤเบศยิงล้อรถเป้าหมายจนต้องแฉลบจอดข้างทาง จากการเข้าจับกุมตรวจค้น เจอยาบ้าอยู่เต็มกระเป๋าในรถ เมื่อชายชุดดำสารภาพ นฤเบศนำกำลังตำรวจไปจับเสี่ยนาถที่บ้าน เสี่ยถูกจับและจำนนด้วยหลักฐาน

ooooooo

วันนี้ สารวัตรนฤเบศเจอกับสารวัตรมังกรที่รับผิดชอบงานปราบปรามยาเสพติดอีกทีมหนึ่ง เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่กินเส้นกัน เพราะมังกรชิงดีชิงเด่นกับนฤเบศแต่สู้เขาไม่ได้

นฤเบศมาพบรองมานพได้รับคำชมเชยว่าทำงานได้ดีมาก หวังว่าการจับกุมเสี่ยนาถอาจจะเป็นประโยชน์กับคดีสำคัญที่กำลังจะมอบหมายให้เขาทำ พูดแล้วส่งแฟ้มเอกสารให้ พูดอย่างมั่นใจว่า

“ผมไว้ใจคุณนะสารวัตร”

หลังจากนั้น หมวดองอาจซึ่งอยู่ในทีมงานเดียวกับสารวัตรมังกรก็คาบข่าวมาบอกว่า

“ผมได้ยินมาว่าทีมเดอะซันมันได้คดีนั้นไปแล้วครับ” มังกรถามว่าคดีไหน “ก็คดีที่สารวัตรต้องการรับผิดชอบไงคับ ตอนนี้ท่านรองมอบหมายให้ไอ้พวกทีมเดอะซันทำไปแล้ว”

“เป็นไปได้ไงวะ!” มังกรโพล่งหน้าเครียดโกรธจัด

“แบบนี้ ที่เราวางแผนกันไว้ก็พังหมดสิครับ เสียทั้งหน้า ชวดทั้งเงินมหาศาล”

“ไอ้นฤเบศ” มังกรตบโต๊ะปัง “กูไม่ยอมให้มึงทำงานสำเร็จง่ายๆแน่!”

ฝ่ายนฤเบศ เมื่อได้รับหมายงานแล้ว ก็เรียกประชุมทีมงานแบ่งหน้าที่กัน โดยให้จ่ายมหารายชื่อ และประวัติบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายทั้งหมด และทำรายงานส่ง

“หมวดปรีติ ช่วยสืบประวัติเป้าหมายทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวอย่างละเอียดให้ผมด้วย”

ปรีติรายงานว่า จากคดีเสี่ยนาถที่งานเลี้ยงในโรงแรมคืนนั้น ตนตรวจสอบภาพจากวงจรปิด และเช็กประวัติแล้ว เป้าหมายที่เสี่ยนาถไปพบคือพ่อเลี้ยงกำจรเจ้าของธุรกิจไร่กาแฟทางภาคเหนือ และยังมีธุรกิจผิดกฎหมายอีกหลายแห่ง และเคยมีประวัติพัวพันเรื่องคดียาเสพติดกับนักค้ายาข้ามชาติด้วย

“เสียดายที่เสี่ยนาถมันไม่ยอมซัดทอดใครเลย ไม่งั้นเราอาจจะลากคอพ่อเลี้ยงกำธรมาได้ด้วยอีกคน” อัศวินบ่น ประเสริฐเสริมว่า คนอย่างพ่อเลี้ยงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ไม่มีเสี่ยนาถก็ต้องหาแหล่งทำเงินใหม่แน่นอน

“บางทีพ่อเลี้ยงกำธรอาจจะมีส่วนเกี่ยวพันกับคดีใหญ่ที่เราเพิ่งได้รับมาก็ได้ ยังไงผมฝากหมวดช่วยเช็กประวัติพ่อเลี้ยงกำธรให้ละเอียดด้วยนะ” นฤเบศย้ำกับปรีติ

เสร็จจากงานที่สำนักงานกองบัญชาการฯแล้ว นฤเบศขับรถกระบะเก่าๆของตัวเองกลับบ้าน ซึ่งเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆน่ารัก ปลูกในสวนบรรยากาศร่มรื่นอยู่สบาย ทุกวันนี้เขาอยู่กับป้ามล  ซึ่งเป็นแม่บ้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพ่อแม่เขา

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านผ่านรูปพ่อในชุดตำรวจกับรูปแม่ที่ติดประดับไว้ที่ฝาผนังบ้านในห้องนั่งเล่น วางของแล้วหยิบส่วนที่ซื้อสำหรับใช้ในครัวเข้าไปหยอกป้ามลที่กำลังทำกับข้าวอยู่ ป้ามลตกใจขู่ว่าแกล้งแบบนี้ระวังจะอดกินข้าว นฤเบศจับโน่นหยิบนี่ช่วยป้ามล ป้าบอกให้ไปอาบน้ำเตรียมทานข้าวฝีมือป้าดีกว่า เดี๋ยวเสร็จแล้วจะเรียก

ทานอาหารเสร็จนฤเบศเข้าห้องนอนแต่ยังนั่งทำงาน ป้ามลเอานมอุ่นๆมาให้ พูดอย่างชื่นชมว่า

“ป้าชื่นใจแทนคุณท่าน ที่คุณหนูเดินตามรอยท่าน เป็นตำรวจที่ดี ขยันขันแข็ง ถ้าคุณท่านทั้งสองยังอยู่คงจะภูมิใจ...แต่เสียอย่างเดียว มัวแต่ทำการทำงานจนไม่สนใจหาคนมาดูแลสักที”

“หน้าอย่างนี้ แล้วก็บ้างานอย่างผม คงไม่มีใครอาสามาดูแลหรอกครับ” นฤเบศพูดขำๆอย่างไม่กังวลอะไร

“รู้ได้ไงคะ เขาแลกันจนเหลียวหลัง แต่คุณหนูไม่เลือกเองต่างหาก” ป้ามลแอบค้อนนฤเบศยิ้มๆ ป้ามลเลยไม่พูดอะไรอีก เตือนว่าอย่านอนดึกนัก แล้วออกไป พอป้ามลออกไป นฤเบศก็อดมองรูปพ่อที่แต่งตำรวจเต็มยศและแม่ที่ใส่ชุดผ้าไหมสีสดที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ได้

ooooooo

คนในวงการบันเทิงไม่มีใครรู้ว่า สุรีกานต์กับพลอยนิลเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะทั้งสองเคยเรียนที่เมืองนอกด้วยกัน อีกทั้งพลอยนิลยังเคยช่วยเหลือสุรีกานต์หลายครั้ง ขณะเผชิญปัญหาอันตรายร้ายแรงในต่างแดนด้วย

เมื่อกลับมาเข้าวงการ สุรีกานต์เป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งของวงการ ส่วนพลอยนิลเป็นนางเอกผู้สุดสวยแสนดี แต่ในชีวิตจริงทั้งสองมีอุปนิสัยที่ตรงข้ามกับบทบาทที่แสดงอย่างสิ้นเชิง สุรีกานต์เป็นนางร้ายที่น่ารักในชีวิตจริง ส่วนพลอยนิลเป็นนางเอกที่แทบไม่มีใครอยากคบในชีวิตจริง เพราะเธอหยิ่งยะโสเอาแต่ใจตัว อยากได้อะไรต้องได้และเจ้าคิดเจ้าแค้น

วันนี้พลอยนิลแผลงฤทธิ์เข้าฉากที่ต้องร้องไห้หนัก แต่เธอกลับยืนทื่อเป็นตอไม้ พอผู้กำกับติงก็พาลขอพักหรือไม่ก็ยกกองไปเลย ไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไร เหตุเพียงเพราะเธอโทร.หาเนธาน นายแบบหนุ่มพันธุ์ไม้เลื้อยที่เธอลุ่มหลงแล้วเขาไม่รับสายเท่านั้น

ไม่ใช่เนธานไม่รู้ แต่เขาจงใจไม่รับ เพราะกำลังว่ายน้ำโชว์สรีระที่บรรดาสาวๆรอบสระพากันมองตาเป็นมัน จนกระทั่งพลอยนิลโทร.เป็นครั้งที่ 40 เขาจึงรับสาย โกหกว่างานยุ่งมาก พอพลอยนิลงอนก็เอาใจ นัดเย็นนี้จะรับไปทานข้าวด้วยกันเป็นการไถ่โทษ พลอยนิลจึงอารมณ์ดีขึ้น

เนธานกับอุษณะพระเอกของช่อง คู่ขวัญกับพลอยนิล เป็นเกย์ที่คบกันมานาน เนธานคบกับพลอยนิลหมายโหนนางเอกดังเข้าวงการ ส่วนอุษณะเมื่อเข้าวงการแล้วก็เริ่มห่างกับเนธาน เมื่อถูกเนธานตามตื๊อมากเข้า จึงส่งรูปคู่เกือบเปลือยที่เคยถ่ายด้วยกันมากมายเข้ามือถือ เนธานตกใจรีบลบออก ถามว่าทำอย่างนั้นเพื่ออะไร

“นายเป็นคนฉลาด เรื่องแค่นี้คงคิดเองได้ นายคงไม่อยากให้รูปพวกนี้หลุดไปก่อนวันฟิตติ้งละครเรื่องแรกของนายใช่ไหม”

เนธานกลุ้มใจมาก คิดยืมมือพลอยนิลที่กำลังหลงใหลตนมาก ไปขโมยรูปทั้งหมดที่ตนถ่ายกับอุษณะมาทำลายเสีย พลอยนิลไม่รู้ว่ารูปอะไร แต่ด้วยความรัก เธอจึงคุยกับสุรีกานต์ ลำเลิกบุญคุณที่ตนเคยช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายหลายครั้งสมัยที่เรียนอยู่เมืองนอกด้วยกัน จนสุรีกานต์รับปากแต่ขอทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น

ทางเดียวที่จะได้รูปทั้งหมดมาก็คือ ต้องเข้าไปขโมยจากในบ้านของอุษณะ สุรีกานต์หาทางขโมยกุญแจบ้านของอุษณะสำเร็จ วางแผนจะเข้าไปขโมยรูปและกล้องในบ้านเขา
สารวัตรนฤเบศประชุมวางแผนจับตาดูการเคลื่อนไหวแถวบ้านพ่อเลี้ยงกำธร ปรีติที่มีหน้าที่สืบประวัติพวกนี้บอกว่า เวลาที่เป้าหมายมาเมืองไทยแต่ละครั้งค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษ จะติดต่อเฉพาะคนสำคัญเท่านั้น นอกนั้นเวลาส่วนใหญ่มักจะหมดกับเรื่องผู้หญิง

อัศวินฟังแล้วเสนอนฤเบศว่า เราน่าจะมีสาวๆสวยๆ สักคนเผื่อจะได้ส่งไปล้วงความลับให้เราได้บ้าง ทำให้นฤเบศฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกัน ทีมเดอะซันจึงทำตัวเป็นแมวมองไปซุ่มดูการถ่ายละครในฉากที่สุรีกานต์ต้องเล่นบทบู๊ ทั้งความทะมัดทะแมงและไหวพริบในการต่อสู้ ทำให้นฤเบศหมายตาไว้ตามแผนงานของตน

ในคืนที่นฤเบศนำทีมเดอะซันไปซุ่มสังเกตการเคลื่อนไหวของพ่อเลี้ยงกำจรที่บ้านนั้น พวกเขากลับมีผลพลอยได้ เมื่อเห็นหญิงคนหนึ่งแอบปีนเข้าไปในบ้านอุษณะ ที่อยู่ถัดจากบ้านพ่อเลี้ยงไปสองสามหลังด้วยท่าทางมีพิรุธ

ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด เลยยกกล้องจับภาพหัวขโมยไว้ทันที

หญิงคนนั้นคือ สุรีกานต์นั่นเอง เธอเข้าไปหาเจอไม่กี่รูป จึงตัดสินใจหยิบกล้องถ่ายรูปสีแดงใส่กระเป๋าโดยไม่รู้ว่าในกระเป๋ากล้องนั้นมียาเสพติดซ่อนอยู่! พอได้ของที่คิดว่าใช่แล้วก็รีบออกจากบ้าน หยิบกล้องมาดูอย่างภูมิใจในความสามารถนอกบทของตน

พลันก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อมีมือมาคว้ากล้องไป หันไปดูเห็นนฤเบศและจ่ายมเอาปืนเล็งอยู่ เธอมือเท้าอ่อนแทบทรุดอยู่ตรงนั้น นฤเบศชูกล้องให้ดู พูดห้าวเหี้ยม

“สงสัยเรามีเรื่องต้องคุยกันแล้วล่ะ”

ooooooo

ตอนที่ 2

สุรีกานต์ถูกนำตัวไปที่สำนักงานตำรวจ เธอรีบเอาผ้าพันคอมาปิดบังหน้าและสวมแว่นดำแต่นั่งนิ่งไม่ยอมลงจากรถ อ้างว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร แต่พอนฤเบศบอกว่าเดี๋ยวจะเรียกนักข่าวมา เท่านั้น เธอก็เด้งลงจากรถแทบไม่ทัน

นฤเบศสั่งจ่ายมให้พาผู้ต้องสงสัยไปห้องสอบสวนด้วย เธอโวยวายว่าทำไมตนเป็นผู้ต้องสงสัยก็บอกแล้วไงว่าตนไม่ใช่ขโมย

สารวัตรนฤเบศเอายาเสพติดออกมา บอกให้เธออธิบายให้ฟังว่ายานี่อยู่ในกระเป๋าเธอได้ยังไง

“ก็ฉันบอกคุณเป็นร้อยครั้งแล้วว่าฉันไม่รู้เรื่อง ฉันแค่ไปเอาของให้เพื่อนเฉยๆ กุญแจบ้านฉันก็มีเนี่ยเห็นไหม ฉันไม่ได้ขโมยนะ” สุรีกานต์เถียงคอเป็นเอ็น นฤเบศจึงเอาวีดิโอที่จ่ายมถ่ายไว้มาเปิดให้ดูท่าทางลับๆ ล่อๆ ของเธอขณะแอบเข้าไปในบ้านอุษณะ เธอก็ยังตะแบงไปได้ว่า “ฉันเป็นดารานี่ ฉันต้องระวังปาปารัสซี่สิ”

นฤเบศถามว่าของที่ไปเอาคือยาเสพติดนี่ใช่ไหม เธอเถียงว่ากล้องสีแดงนั่นต่างหาก

“ถ้าแค่มาเอากล้อง ทำไมคุณต้องทำท่ามีพิรุธ หรือว่าในกล้องนี้มีภาพอะไรที่เปิดเผยไม่ได้ คุณถึงไม่ต้องการให้ใครเห็น”

สุรีกานต์เถียงว่ามันก็แค่รูปปาร์ตี้ธรรมดา เพราะเธอเปิดดูในกล้องแล้วเห็นแค่รูปปาร์ตี้แล้วถ่านหมดเลยไม่ได้ดูต่อ แต่นฤเบศเปิดให้ดู กลายเป็นรูปเนธานกับอุษณะนอนเปลือยกอดก่ายกันบนเตียง เธอช็อกแผดเสียงกรี๊ดจนสารวัตรผงะหลบเสียงบาดหูของเธอ

สุรีกานต์โทร.ไปหาพลอยนิลที่หลับไปแล้ว พอเห็นเป็นสายจากสุรีกานต์เธอตาโตถามว่าได้รูปมาหรือเปล่า พอเพื่อนบอกว่าได้ เธอดีใจมากปากหวานว่า “ฉันไว้ใจถูกคนจริงๆ แกไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆด้วย”

สุรีกานต์ถามจับผิดว่าให้ตนไปเอารูปอะไร พลอยนิลยังยืนยันว่าให้ไปเอารูปตน ถามว่าเปิดดูแล้วหรือยัง สุรีกานต์บอกว่ายัง พอดีแบตหมด พลอยนิลบอกว่าเดี๋ยวจะมาเอา สุรีกานต์บอกไม่ต้องวันนี้ตนเหนื่อยแล้วถ้าอยากได้รูปเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาไปให้ที่กองแต่เช้าเลย พลอยนิลจึงหลับต่ออย่างสบายใจมีความสุขที่ทำได้ตามที่เนธานขอได้สำเร็จ

เรื่องระหว่างนฤเบศกับสุรีกานต์ยังไม่จบ เธอตกใจกลัว เมื่อถูกขู่เรื่องมียาเสพติดในครอบครองและต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งกว่าจะพ้นมลทินก็คงต้องเป็นเดือน เป็นปี หรือสิบปี!

“โอเค ฉันยอมรับผิด ฉันทำลงไปเพราะฉันรักเพื่อน แต่ฉันไม่มีเจตนาร้ายแอบแฝงนะ” นฤเบศยืนยันว่าไม่ว่าเธอจะแก้ตัวอย่างไรก็ผิดอยู่ดี ตนต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย สุรีกานต์หน้าเผือดเสียงอ่อย อ้อน “โธ่...คุณสารวัตร คุณช่วยฉันหน่อยไม่ได้เหรอ นะ...ฉันไม่อยากถูกจับ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันยอมทั้งนั้น นะ...คุณสารวัตร...นะ...”

สารวัตรมองหน้าเธอนิ่งครู่หนึ่ง ถามว่า “แน่ใจนะว่าคุณจะยอมทำทุกอย่าง??”

สุรีกานต์ดีใจวูบหนึ่ง แต่พอเห็นแววตาและรอยยิ้มของสารวัตรเธอก็ใจหาย กังวลไม่รู้สารวัตรจะมาไม้ไหนอีก

นฤเบศดึงเมมโมรี่การ์ดออกจากโน้ตบุ๊กอีกมือถือกล้องดิจิตอลสีแดง บอกว่าต้องยึดของกลางพวกนี้ไว้ก่อน สุรีกานต์บอกว่าตนต้องเอารูปพวกนี้ไปให้เพื่อน

“นี่คุณ...ผมกำลังช่วยคุณอยู่นะ การที่จะทำให้เรื่องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็คือผมต้องเอาของที่คุณขโมยมาไปไว้ที่เดิม”

“งั้นฉันขอแค่เมมโมรี่การ์ดเอาไว้ได้ไหม ถ้าแค่เมมโมรี่การ์ดหาย อุษณะคงไม่สงสัยมาถึงฉัน และเขาคงไม่แจ้งความหรอก เพราะมันมีรูปที่เขาเสื่อมเสียอยู่”

“คุณเอาไปก็ได้ แต่คุณต้องรับปากว่าจะไม่เอาไปใช้ในทางมิชอบ ส่วนเรื่องยาเสพติด  ผมคงต้องตรวจสอบ อีกทีว่า  อุษณะมีความเกี่ยวข้องเป็นผู้เสพหรือผู้ค้าหรือเปล่า”

“แล้วตกลงที่คุณช่วยฉันทั้งหมดเนี่ย คุณจะให้ฉันทำอะไร”

“เดี๋ยวผมจะบอกคุณอีกที แต่คุณเตรียมใจไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน” นฤเบศยังอุบไว้ให้เธอทุกข์ใจต่อไป

ooooooo

เอาเมมโมรี่การ์ดมาเปิดดูแล้ว สุรีกานต์ลบภาพวาบหวิวของเนธานกับอุษณะออกทั้งหมด เหลือแต่ภาพงานปาร์ตี้วันเกิดที่บ้านอุษณะ แล้วเอาไปให้พลอยนิลตามสัญญา

พลอยนิลเอาไปเปิดดูแล้ว  ไม่มีรูปเนธานแม้แต่รูปเดียว พอเงยหน้ามองสุรีกานต์ ก็ถูกถามหน้าจริงจังว่า

“บอกฉันได้ไหมว่าแกอยากได้รูปพวกนี้ไปทำไม ในเมื่อมันไม่มีรูปแกแม้แต่รูปเดียว”

“ก็...ก็อุษณะนะสิ ทำให้ฉันคิดมากว่ามันเป็นภาพหลุด จนฉันประสาทเสียหลงเชื่อคำขู่ลอยๆของมัน ฉันก็เลยขอให้แก่ช่วยนั่นแหละ”

“เอาเป็นว่า...ฉันจะพยายามเชื่อแกก็แล้วกันนะนิล” สุรีกานต์พูดเสียงเย็นชา

พอเดินออกมาเจอพายไก่กับวุ้นกรอบ ทั้งสองดี๊ด๊าเข้ามาบอกข่าวดีว่า

“ละครฟอร์มยักษ์แห่งปีของช่องที่เจ๊เพิ่งรับเล่นไปน่ะ ข่าวล่ามาไวแจ้งมาว่า ละครเรื่องนี้ทางช่องจะปั้นพระเอกใหม่เป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อใสไฮโซด้วย”  วุ้นกรอบลอยหน้าลอยตาเล่าอย่างตื่นเต้น พายไก่เสริมน้ำลายหกว่า

“ได้ยินว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของสนามกอล์ฟชื่อดัง เพิ่งจบโทจากอังกฤษมาหมาดๆ และที่สำคัญนิตยสารหัวนอกชื่อดัง  โหวตให้เขาเป็นหนุ่มโสดในฝันของสาวๆทั่วประเทศ”

“ไม่ใช่แค่สาวๆย่ะ เกเก้อย่างฉันด้วย ก็เพอร์เฟกต์ซะขนาดนี้ คุณกวิน กฤษดาอภินันท์ ถึงเหมาะสมที่สุดที่จะมาเป็นเจ้าบ่าวของฉันไงล่ะ”

สุรีกานต์ส่ายหน้ากับอาการกระสันซ่านของวุ้นกรอบกับพายไก่ บอกว่าพูดเสียจนตนชักอยากจะเห็นหน้าเทพบุตรสุดหล่อของพวกเธอเสียแล้วสิ

ooooooo

ที่ห้องทำงานของสารวัตรนฤเบศ สำนักงานกองบัญชาการตำรวจ จ่ายมเอาผลการตรวจลายนิ้วมือที่ของกลางมารายงานว่า ไม่มีลายนิ้วมือของสุรีกานต์บนซองยาเสพติด  ผลการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบสารเสพติดเช่นกัน

จ่ายังพูดอย่างมั่นใจว่า เท่าที่ตนเป็นแฟนคลับสุรีกานต์มา  ไม่เคยเห็นเธอมีข่าวเสียหายเลย แถมยังได้รับรางวัลดาราผู้มีคุณธรรมและเข้าร่วมโครงการต่อต้านยาเสพติดด้วย

“บางทีรางวัลก็ไม่สามารถการันตีความเป็นคนดีของใครได้เสมอไปหรอกนะจ่า”

“ผมเข้าใจครับสารวัตร แต่ดูยังไงคุณสุรีกานต์ก็ไม่น่าจะเป็นคนไม่ดีอยู่ดี” จ่ายังยืนยันหนักแน่น เห็นสารวัตรนิ่งไป จ่าเรียกจนสารวัตรสะดุ้ง ถามว่า “สารวัตรเงียบไป มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ผมกำลังตัดสินใจเรื่องบางอย่างอยู่นะ”

“ตัดสินใจ??เรื่องอะไรครับ??” จ่าจ้องหน้าลุ้น

“เรื่องที่บางที เราอาจจะได้นางร้ายมาเป็นสายลับให้เราก็ได้”

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่ทุกคนได้เฮ เพราะอายอดสั่งปิด กล้อง  และคืนนี้เตรียมตัวฉลองกันให้เต็มที่  ให้สมกับที่เหนื่อยกันมาตั้งหลายเดือน

แต่แล้วบรรยากาศก็เริ่มเหี่ยวและเฉาลงเรื่อยๆ เมื่อพลอยนิลขอตัวไม่ว่าง อุษณะก็ติดงานอีเวนต์ อายอด บอกว่าขาดไปสองแล้ว ขาดทั้งพระเอกและนางเอก หัน ไปถามสุรีกานต์ว่า “แล้วโซ่ล่ะ ว่างไหม”

“โซ่ไปได้ค่ะอา งั้นเดี๋ยวโซ่ขอไปเก็บของก่อนนะคะ” สุรีกานต์กระตือรือร้น ทุกคนเลยยิ้มออก

แต่ระหว่างไปเก็บของนั่นเอง เธอก็ได้รับโทรศัพท์ จากสารวัตรนฤเบศ  บอกว่าโทร.มาเรื่องที่เราคุยค้างกันเอาไว้

“เราคุยอะไรค้างกันเอาไว้ไม่ทราบ ฉันจำไม่เห็นได้เลย” สุรีกานต์ทำไขสือ แต่พอนฤเบศบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องดำเนินคดีกับเธอตามกฎหมาย เธอบ่นว่าขู่กันเสียจริง ตัดบทถามว่า “แล้วสรุปคุณจะให้ฉันทำอะไร”

“เรื่องนี้ผมคุยกับคุณทางโทรศัพท์ไม่ได้ คุณต้องมาพบผมตอนนี้เลย”

“ตอนนี้เนี่ยนะ!!” สุรีกานต์อยากจะเกเรอีก แต่นึกถึงคำขู่แล้วไม่กล้า จำต้องไปบอกวุ้นกรอบกับพายไก่ว่าตนมีธุระด่วนไปฉลองด้วยไม่ได้เสียแล้ว พวกนั้นเลยบ่นกันระนาว ว่าทำไมต้องมามีธุระด่วนเอาตอนนี้ เธอเลยพลั้งปากไปว่า “นั่นนะสิ ทำไมอีตาสารวัตรนั่นต้องนัดวันนี้ด้วยก็ไม่รู้”พายไก่หูไวถามว่าสารวัตรไหน สุรีกานต์ ยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าไม่มีอะไร แล้วขอตัวไปเลย

“เฮ้อ...นางเอกก็ไม่ไป นางร้ายก็ไม่ว่าง แถมพระเอกยังมาติดงานอีเวนต์อีก แบบนี้งานเลี้ยงกองเรามันก็กร่อยแย่สิ” อายอดบ่น วุ้นกรอบบอกว่าอาไม่ต้องห่วง ถึงตัวพ่อตัวแม่จะไม่อยู่ พวกตนจะเป็นสีสันของงานให้เอง อายอดยิ้มเจื่อน งึมงำเสียงกร่อย “ฉันกลัวจะมีแต่สีม่วงนะสิ”

ooooooo

สุรีกานต์ไปพบสารวัตรนฤเบศที่ลานริมน้ำใต้ สะพานพระราม 8 เธอถามทันทีว่าตกลงจะให้ทำอะไร

“คุณเคยบอกใช่ไหมว่า คุณยอมทำทุกอย่างเพื่อให้หลุดคดีนี้” นฤเบศย้อนถาม ถูกเธอตีรวนว่า ถ้าให้ตนกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาตนคงไม่ทำหรอก “ผมไม่ให้คุณทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นหรอก ถึงแม้ใจผมจะอยากขนาดไหนก็ตาม ที่ผมเรียกคุณมาก็เพราะผมจะยื่นเงื่อนไขให้คุณ”

“เงื่อนไขอะไร?”

“ผมอยากให้คุณเป็นสายลับ นี่เป็นเรื่องจริง ผมต้องการให้คุณเป็นสายลับจริงๆ”

สุรีกานต์โวยเบาๆว่าตนเป็นดารา คนรู้จักกันทั้งประเทศ จะให้ไปเป็นสายลับได้ไง

“ถ้าคุณตอบตกลง เรื่องวิธีการในการทำงาน เราค่อยคุยกันอีกที...เงื่อนไขที่ผมเสนอให้คุณ มันคือการช่วย เหลืองานราชการ รวมถึงช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ คุณเก็บไปคิดดูก่อนก็ได้ ผมให้เวลาคุณตัดสินใจ 3 วัน แล้วผมจะติดต่อไปอีกที”

พูดแล้วนฤเบศเดินออกไปเลย ท่าทางเขากระด้างอย่างที่ไม่มีผู้ชายคนไหนจะทำกับผู้หญิงอย่างนี้ สุรีกานต์มองมึน

ooooooo

พลอยนิลกลับไปนอนแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำที่คอนโดฯ เหมือนคอยใครอยู่

ไม่นานเนธานก็มาถึง เขารำพันความรัก  ความคิดถึงพลอยนิลจนแทบขาดใจ ซุกไซ้โลมเล้าจนเธอระทวย  แล้วจึงถามเรื่องงานที่ฝากให้ช่วยจัดการ พลอยนิลบอกว่าระดับตนจัดการทุกอย่างให้เขาได้เสมอ เนธานเผลอตัวถามว่าแล้วของที่เอามาอยู่ไหน พลอยนิลยังไม่ให้ ทำเป็นงอนตัดพ้อว่าที่เขามาเพราะอยากมาเอาของไม่ได้คิดถึงตน

มีหรือที่เนธานจะปล่อยให้พลอยนิลอารมณ์ค้าง เขาโถมเข้าซุกไซ้แทนคำพูด บรรเลงเพลงสวาทกับเธอ จนอิ่มเอม เนธานเผลอหลับไป พอตื่นขึ้นมาเห็นไอแพดวางทับอยู่บนกระดาษที่เขียนว่า “ของที่คุณต้องการ” แต่ไม่เห็นพลอยนิล เนธานรีบลุกไปหยิบเปิดดูรูป เขาหน้าเครียดเมื่อไม่เจอรูปที่ตัวเองต้องการ

พลอยนิลออกจากห้องนํ้า บอกให้เขาไปอาบนํ้าจะได้ออกไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกัน เนธานถามเสียงเครียดว่า

“นี่มันอะไรกันนิล ไม่เห็นมีรูปที่ผมต้องการเลย” พลอยนิลเองก็แปลกใจว่า  เขาให้ไปเอารูปฉลองวันเกิดของอุษณะมาทำไม เพราะในนั้นไม่มีทั้งรูปเขาและเธอ แล้วจะบอกว่ากลัวภาพหลุดได้อย่างไร เนธานตำหนิพลอยนิลอย่างรุนแรงว่าไม่น่าทำงานพลาดอย่างนี้

“เอ๊ะ ธาน! อย่ามาว่านิลแบบนี้นะ ถ้านิลทำเองไม่มีทางพลาดหรอก”

พลอยนิลพลั้งปาก ทำให้เนธานยิ่งตกใจถามว่าเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นด้วยหรือ ถามแทบจะกินเลือดกินเนื้อว่า

“รู้ตัวไหมว่านิลกำลังทำอะไรอยู่ นิลกำลังจะทำให้ชีวิตผมพังนะ!” พลอยนิลหน้าเสีย แต่ก็ปลอบเขาให้ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรเลวร้ายขนาดนั้นหรอก เพราะคนที่ทำงานให้ตนนั้นไว้ใจได้แน่นอน เนธานยังคิดไม่ตกรับไม่ได้ ถามว่า “แล้วถ้ามันไว้ใจไม่ได้ล่ะนิล ถ้ารูปของจริงทั้งหมดอยู่ที่คนคนนั้น ผมไม่ต้องนั่งดูชีวิตตัวเองพังไปต่อหน้าต่อตารึไง นิลบอกผมมาเลยว่าใช้ให้ใครไปขโมยรูป”

“งั้นธานก็ต้องบอกนิลมาก่อน ว่ารูปที่ธานให้นิลไปเอา มันคือรูปอะไรกันแน่” พลอยนิลมีข้อแม้ที่ทำให้เนธานอึกอักนํ้าท่วมปากพูดไม่ออก

ooooooo

วันต่อมา วุ้นกรอบกับพายไก่ก็ไปคะยั้นคะยอกึ่งบังคับให้สุรีกานต์ไปช็อปปิ้งกับพวกตน เพราะที่ห้างมีโปรโมชันเซลส์กระหนํ่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งสองตื๊อจนสุรีกานต์ต้องไปด้วย ทั้งที่กำลังกลุ้มเรื่องของตัวเองอย่างมาก

ไปถึงห้างผ่านร้านหนังสือ สุรีกานต์ยิ่งหมดอารมณ์เมื่อเห็นพาดหัวข่าว “จับดาราหนุ่มซุกยาคาคอนโดฯหรู” เธอผวาหนาวเยือกเมื่อนึกถึงเรื่องของตัวเองที่ถูกนฤเบศขู่ไว้ ในที่สุดเธอตัดสินใจบอกกับตัวเองว่า “เป็นก็เป็นโว้ย!” แล้วบอกพายไก่กับวุ้นกรอบให้กลับเองแล้วกัน วันนี้ตนมีธุระ ทำเอาทั้งสองงงว่าธุระอะไรของเขานักหนาเนี่ย!
พอออกมาถึงลานจอดรถ...สุรีกานต์โทร.หานฤเบศทันที พูดอย่างไม่ลังเล

“คุณอยู่ที่ไหน ฉันมีคำตอบให้คุณแล้ว”

ปรากฏว่านฤเบศนัดเธอไปที่สวนพฤกษา ซึ่งเธอไม่รู้จักเลย ทางไปเป็นถนนลูกรังไม่พอ  ยังต้องต่อเรือหาง ยาวไปอีก 10 นาที ทางเดินก็แสนทุลักทุเลจนเธอหกล้มเลอะไปหมด แม้จะเหนื่อยและหงุดหงิดเพียงใด ก็ต้องไปให้ถึง ทำได้แค่บ่นอย่างเจ็บใจและสมเพชตัวเองว่า

“ไอ้สารวัตรบ้า! ถ้าชีวิตฉันไม่ได้อยู่ในกำมือนาย ฉันไม่มีวันยอมขนาดนี้แน่”

เมื่อดั้นด้นจนไปเจอกัน สุรีกานต์ก็ยิ่งเจ็บใจ เมื่อเห็นรถของนฤเบศมาขนต้นไม้ ถามว่ามีทางเอารถมา สวนพฤกษาได้ทำไมไม่บอกกัน

“ก็คุณไม่ได้ถามนี่ เอาน่าคุณดารา ประเทศชาติกำลังต้องการคนดี รับรองว่าการเสียสละของคุณครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแน่ เตรียมตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน เพราะภารกิจของเรากำลังจะเริ่มต้น ผมจะติดต่อกลับไปหาคุณอีกครั้งเมื่อถึงเวลา”

นฤเบศยังไม่บอกอะไรอีกตามเคย พูดจบก็หันไปคุยกับคนงานที่ยกต้นไม้ขึ้นรถกระบะเก่าๆ ของเขาอย่างสนใจ มีอัธยาศัยดี แต่ทิ้งให้สุรีกานต์ยืนหัวเสียเป็นเบื้ออยู่ตรงนั้น

ooooooo

ทันทีที่รถของสุรีกานต์เข้ามาจอดที่สตูดิโอ เจ้าตัวลงจากรถก้าวเข้าประตูเท่านั้น วุ้นกรอบกับพายไก่ก็กรี๊ดกร๊าดเข้ามาจนสุรีกานต์งงว่าอะไรกัน

ที่แท้ทั้งสองมาแย่งกันเล่าเรื่องพระเอกไฮโซสดใหม่ที่ช่องจะปั้น สุรีกานต์ถามว่าทำไม เขาไม่มาฟิตติ้งหรือว่าโดนถอดเสียแล้ว

“ที่ไหนล่ะเจ๊ เขามาตั้งแต่ไก่โห่เลยต่างหาก นั่งหล่อลากอยู่ตรงนั้นไง” พลางวุ้นกรอบกรายมือไปอีกมุมหนึ่งของห้อง สุรีกานต์มองตาม เห็นกวินนั่งยิ้มให้ช่างแต่งหน้าอยู่ ความหล่อมีเสน่ห์ของกวินทำเอาสุรีกานต์นิ่งค้างไป

“หล่อใช่ไหมเจ๊ วุ้นบอกแล้ว คนนี้มาแรงชัวร์ วุ้นฟันเอง เอ๊ย...ฟันธง” วุ้นกรอบหันไปเม้าท์ต่อกับพายไก่อย่างออกรส ไม่ได้สนใจสุรีกานต์อีกเลย เธอมองไป

ทางกวินอีกที ถูกความหล่อของกวินกระชากหัวใจให้เต้นกระตุกไปเหมือนกัน

ooooooo

ที่หน้าสตูดิโอ แก้วดารา นางเอกวัยรุ่นกรีดกรายเข้ามา โดยมีเกี๊ยวกุ้งกางร่มหอบของพะรุงพะรังตามหลัง

“เร็วสิพี่เกี๊ยว ถือของแค่นี้ชักช้าจริง แดดก็ร้อนจะตาย เดี๋ยวผิวแก้วเสียหมด”

“ใจเย็นๆสิค้าน้องแก้ว เราตกลงกันแล้วไงว่าวันนี้ไม่วีน ไม่เหวี่ยง เราทำงานกับเขาวันแรกต้องทำตัวให้น่ารักน่าเอ็นดูนะคะ ท่องไว้ค่ะว่า น่ารัก...น่ารัก...” เกี๊ยวกุ้งจีบปากจีบคอ

“รู้แล้วน่า แก้วไม่ได้โง่นะ แค่ทำตัวแอ๊บแบ๊วใสซื่อ ของกล้วยๆ” พูดพลางเชิดหน้ากรายมือจะผลักประตู แต่มีมือใครบางคนแตะลงบนมือเธออย่างจงใจ แก้วดารามองอย่างไม่พอใจ แต่พอเห็นเป็นเนธานก็เปลี่ยนเป็นยิ้มยั่วค่อยๆ ดึงมือออก

“สวัสดีครับคุณแก้ว เจอกันอีกแล้วนะครับ”

“สวัสดีค่ะคุณเนธาน” แก้วดาราทำเสียงแอ๊บแบ๊ว กะพริบตาใสซื่อ

“เราได้เจอกันเร็วกว่าที่ผมหวังไว้เสียอีก ผมดีใจนะครับที่ได้ร่วมงานกับคนที่ทั้งเก่ง ทั้งสวย อย่างคุณแก้ว”

“แก้วก็ดีใจค่ะ ได้ร่วมงานกันทั้งที หวังว่าเราจะรู้จักกันมากขึ้นนะคะ” เธออ่อยส่งสายตาอย่างมีความหมาย เนธานยิ้มกรุ้มกริ่มตอบรับสายตาเชิญชวน แก้ว–ดาราผลักประตูกรีดกรายเข้าไป เกี๊ยวกุ้งเดินตามเข้าไปงงๆ

แต่พอเข้าไปในห้องแต่งตัว แก้วดาราเห็น    สุรีกานต์กำลังแต่งหน้าพลางฟังวุ้นกรอบกับพายไก่เม้าท์อย่างเพลินอารมณ์ แก้วดาราก็สะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างหมั่นไส้ สายตาปะทะเข้ากับกวินที่นั่งแต่งหน้ายิ้มหล่ออยู่ แววตาเธอก็ลุกวาวหันไปสะกิดเกี๊ยวกุ้งที่ตามมา ทำเสียงกระซิบกระซาบอย่างมีจริต

“พี่เกี๊ยว” พลางพยักพเยิดไปทางกวิน “คนนั้นใครน่ะ”

“อ๋อ...คุณกวิน คนนี้ไงคะ ‘ตะวันฉาย’ ในตะวันสีรุ้ง ก็พระเอกของ ‘ทอรุ้ง’ ไงล่ะคะ” เกี๊ยวกุ้งตอบแล้วหัวเราะคิกคักอย่างใส่จริตกับช่างแต่งหน้าอีกคนที่เดินเข้ามาพอดี

แก้วดาราหันมองกวินตาเป็นประกายอย่างหมายมั่นปั้นมือ พึมพำกระหยิ่ม

“พระเอกของทอรุ้ง...ก็พระเอกของฉันน่ะสิ...”

ooooooo

แต่งหน้าสุรีกานต์จนเสร็จ วุ้นกรอบกับพายไก่ที่มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอสตูม ก็ยังเม้าท์ความหล่อของ กวินกันไม่เลิก พายไก่บอกสุรีกานต์ว่า

“ไม่ต้องห่วงนะ ถึงเจ๊จะแก่กว่ายัยเด็กนั่นเป็นครึ่งรอบ แต่หนูก็จะเนรมิตชุดสวยๆให้เจ๊เอง”

“พวกแกนี่ได้ทีหลอกด่าฉันกันใหญ่เลยนะ ถึงฉันจะแก่แต่ก็เก๋าประสบการณ์ย่ะ”

“ค่า...คุณนางร้ายฉายเดี่ยว ประสบการณ์ในวงการ 7 ปีแน่นเปรี๊ยะ แต่ประสบการณ์ผู้ชายในชีวิตกลับติดลบซะได้” วุ้นกรอบกรีดสุรีกานต์เข้าไปอีกแผล สุรีกานต์ฮึดฮัดพูดไม่ออก เลยสะบัดไปงอนๆ

“ฉันไม่สนพวกหล่อนแล้ว ไปห้องนํ้าดีกว่า”

วุ้นกรอบกับพายไก่เห็นอาการของสุรีกานต์แล้วหัวเราะกันคิกคัก แต่ตาแอบมองไปทางกวินอย่างมีจริต

เดินหนีไปเข้าห้องนํ้า แทนที่สุรีกานต์จะสบายใจ กลับเจอเนธานเดินเลี้ยวมาจากมุมหนึ่งเข้าพอดี ต่างคนต่างชะงักอึ้ง เนธานทักทายอย่างคนคุ้นเคยว่า “เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะ”

สุรีกานต์ตอบแบบขอไปทีว่าพอดีตนยุ่งๆ เนธานอ่อยว่า “ต่อไปเราคงได้เจอกันบ่อยๆ ถ้ายังไงว่างๆ ก็กินข้าวด้วยกันนะ ชวนนิลด้วยอีกคนเหมือนสมัยก่อนไง เราสามคนไปกินข้าวกันออกจะบ่อย แต่พอฉันคบกับพลอยนิล เราก็...”

“ฉันปวดฉี่ ขอตัวก่อนนะ” สุรีกานต์ตัดบทแล้วผละไปอย่างเร็ว เนธานหน้าเจื่อน มองตามอย่างสงสัยท่าทีแปลกๆ ของเธอ แล้วก็ยักไหล่อย่างไม่แยแสเดินต่อไป

พอเดินหนีเข้าห้องนํ้า สุรีกานต์ก็ยืนพิงประตูถอนใจเฮือกใหญ่พึมพำ “ภาพติดตาชะมัด!” นึกถึงคำชวนไปกินข้าวด้วยกันของเนธานและคำแซวของวุ้นกรอบที่ว่า “ประสบการณ์ในวงการ 7 ปี แน่นเปรี๊ยะ แต่ประสบการณ์ ผู้ชายในชีวิตกลับติดลบซะได้” คิดแล้วส่ายหัวพึมพำเซ็งๆ...

“ติดลบก็เพราะเคยปลื้มแฟนเพื่อนนี่แหละ เฮ้อ...ไม่น่าเลยเรา”

ooooooo

ในการถ่ายแบบที่สตูดิโอ มีทั้งถ่ายเดี่ยวและถ่ายคู่กันของนักแสดงทั้งใหม่และเก่า การโพสท่าของแต่ละคนต่อหน้ากล้องบ่งบอกถึงความเป็นมือใหม่มือเก่า มืออาชีพ มือสมัครเล่น ของแต่ละคน

กลุ่มนี้ไม่มีใครสู้สุรีกานต์ ผู้ครํ่าหวอดในวงการนานถึง 7 ปีได้ และที่ใหม่จนโพสท่าเกร็งแข็งเป็นท่อนไม้อย่างกวินก็ทำให้ตัวเขายิ่งประหม่า

แม้แก้วดาราจะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ แต่เธอก็เก๋ามาจากวงการพริตตี้ เธอถ่ายคู่กับทั้งกวินและเนธาน เธอทอดกายระทวยและทิ้งสายตาจนกวินประหม่า แต่เนธานสอดรับลีลากันอย่างสนิทเนียน ต่างสบตาที่มีความหมายอย่างรู้กันสอง

แต่เมื่อสุรีกานต์ถ่ายคู่กับเนธาน แม้จะเป็นมืออาชีพแต่ก็ทำใจไม่ได้ แอบยิ้มเจื่อนและเลี่ยงที่จะสบตา...

งานนี้ทั้งพระเอกหน้าใหม่อย่างกวินและดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างแก้วดารา ได้รับความสนใจพิเศษจากพี่ๆ ผู้สื่อข่าวบันเทิง ถ่ายแบบเสร็จก็ขอสัมภาษณ์คู่

แก้วดาราวิ่งไปตามกวินที่กำลังเดินไปหาสุรีกานต์ บอกว่าพี่ๆนักข่าวอยากสัมภาษณ์เราสองคน แล้วลาก

กวินไปเลย กวินได้แต่เหลียวมองสุรีกานต์ตาละห้อยอย่างตัดใจไปตามแรงลากของแก้วดารา

แต่พอให้สัมภาษณ์เสร็จ กวินก็รีบกลับมา เจอสุรีกานต์หอบของพะรุงพะรังมาที่รถพอดี เธอพยายามจะเปิดประตูรถ แต่ของในมือมากเสียจนเปิดไม่ถนัด จู่ๆ ก็มีมือของข้างหลังเอื้อมมาเปิดประตูรถให้ สุรีกานต์มองไล่ตามมือไป พอเห็นเป็นกวินเธอก็ใจเต้นแรง แต่รีบปรับสีหน้าให้นิ่ง เอ่ยขอบคุณแล้วจะไปขึ้นรถ

“เมื่อกี๊ไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยนะครับ ผมดีใจที่ได้เจอคุณอีก แถมยังได้ร่วมงานกันอีกด้วย พี่ติ๋มบอกผมว่าคุณเป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งของวงการ คนรอบตัวที่รู้ว่าผมได้เล่นเรื่องนี้ก็มีแต่คนชื่นชมฝีมือคุณ ผมเป็นมือใหม่คงต้องรบกวนด้วยนะครับ” แล้วกวินก็เอ่ยปากฝากเนื้อฝากตัว ถามว่าหากสงสัยอะไรถามเธอได้ใช่ไหม

“ได้ค่ะ แต่ฉันไม่รับปากว่าจะช่วยคุณได้ทุกเรื่องนะคะ” ตอบอย่างเริ่มมีอาการเขิน ต่างก็ยิ้มให้กันอย่างเปิดเผยอารมณ์ดี เมื่อกวินเรียกชื่อเธอเต็มๆ สุรีกานต์บอกว่าเรียกตนว่าโซ่ก็ได้ เพราะชื่อจริงยาวเกินไป กวินยินดีที่ได้เรียกชื่อเล่นอย่างสนิทสนม และขอให้เธอเรียกตนว่า วิน ก็พอ

ได้คุยกันไม่กี่คำ สุรีกานต์ก็เริ่มเคลิ้มไปกับความหล่อ อัธยาศัยดีและถ่อมตนของกวิน แต่เสียงมือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้นกระชากจากภวังค์ ต่างเอ่ยลาแยกจากกันด้วยความรู้สึกดีๆ

พอกวินไปแล้ว สุรีกานต์หยิบโทรศัพท์มาดู เห็นชื่อที่เมมไว้ “สารวัตรปากร้าย” เธอชักสีหน้าใส่โทรศัพท์รับสาย

“ฮัลโหล...มีอะไร? ประชุมพรุ่งนี้? แล้วมาบอกฉันทำไม หา! ให้ฉันไปประชุมด้วย นี่คุณสารวัตร ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ ฉันเป็นดารา คิวฉัน...ฮัลโหล..ๆๆ โธ่เว้ย! ไอ้ตำรวจฮิตเล่อร์” เธอด่าเมื่อปลายสายกดตัดไปแล้ว

ooooooo

เมื่อตัวเองเหมือนลูกไก่ในกำมือของนฤเบศ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่แต่เมื่อเป็นคำสั่งก็ต้องไป ดังนั้น รุ่งขึ้นสุรีกานต์จึงไปนั่งประชุมร่วมกับทีมเดอะซันที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง

ที่ประชุม นอกจากนฤเบศแล้ว ก็มีจ่ายมแฟนคลับตัวจริงของเธอ มีอัศวิน มีปรีติและประเสริฐ ทุกคน มองเธออย่างตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับนางร้ายแสน

สวยเบอร์หนึ่ง นฤเบศนั่งหัวโต๊ะ กวาดตามองทุกคนก่อนแนะนำว่า

“ทุกคนคงรู้จักผู้หญิงคนนี้กันดีอยู่แล้ว และก็อย่างที่ทุกคนทราบดี คุณสุรีกานต์จะมาทำหน้าที่เป็นสายลับให้เรา งั้นผมขอแนะนำลูกทีมของผมให้คุณรู้จักก็แล้วกัน”

แล้วนฤเบศก็แนะนำเรียงตัวเริ่มจาก ผู้กองอัศวินมือบู๊ขาลุยของทีม หมวดประเสริฐ ผู้มีธรรมะในหัวใจ หมวดปรีติมันสมองของทีมทุกเรื่องเทคโนโลยีหมวด

ปรีติรู้หมด จ่ายม ผู้กุมข้อมูลของคดีทุกอย่าง และสุดท้ายคนที่ตัดสินใจคือตน

แนะนำหมดทุกคนแล้ว นฤเบศวกเข้ามาอธิบายแผนงานของคดีให้สุรีกานต์ฟัง

“คดีที่ทางเราได้รับมอบหมายมาคือการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และนี่คือผู้ต้องสงสัย

ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับคดีนี้” เขาเจาะจงชี้เน้นให้เธอสนใจเป็นพิเศษคือ มิสเตอร์ริชาร์ด รอซซีนี่

สุรีกานต์ตั้งใจฟังและเก็บข้อมูลอย่างละเอียด นฤเบศดูแล้วมีความหวังกับสายลับสาวสวยคนนี้ขึ้นมาไม่น้อย

เขาตั้งรหัสให้ริชาร์ดว่า “พลูโต” แล้วอธิบายเหตุผลยืดยาวว่า

“พลูโต อดีตดาวเคราะห์ที่ถูกปลดออกจากระบบสุริยจักรวาล ก็เหมือนริชาร์ดคนนี้ ถ้าเราจับเขาไม่ได้และเขาหนีออกนอกประเทศไปได้เมื่อไหร่ เขาก็จะหลุดออกจากวงโคจรไม่ต่างจากดาวพลูโต”

สุรีกานต์ถามว่า หน้าที่ของตนต้องทำอะไรบ้าง นฤเบศบอกว่าเธอต้องสืบข้อมูลทุกอย่างจากพลูโต ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า CN1

“แค่นี้?” สุรีกานต์พยักหน้าเข้าใจ แต่แล้วก็โวยวายว่า “ไม่เห็นต้องใช้ฉันเลย คุณไปหาสปายที่ไหนก็ได้”

แต่ในที่สุดเธอก็เถียงสู้เหตุผลของนฤเบศไม่ได้ เขาอ้างว่า ผู้ชายที่ไหนก็แพ้ผู้หญิงสวย ยิ่งผู้ชายอย่างริชาร์ดยิ่งแพ้ เมื่อมอบหมายหน้าที่แล้ว จ่ายมถามว่ารหัสลับของสุรีกานต์คืออะไร

“รหัสลับของคุณคือ มูน ส่วนของพวกผมคือ เดอะซัน ผมคือเดอะซันหนึ่ง ผู้กองอัศวินคือเดอะซันสอง หมวดปรีติคือเดอะซันสาม หมวดประเสริฐคือเดอะซันสี่ และจ่ายมคือเดอะซันห้า คุณจำให้ดีนะเวลาปฏิบัติงาน เราจะติดต่อกันโดยใช้รหัสลับ”

สุรีกานต์ไม่ชอบรหัสมูนของตัวเอง ขอเปลี่ยนเป็นเนปจูน ไม่มีใครขัดข้อง นฤเบศจึงแจ้งภารกิจแรกของทีม

“ขอให้ทุกคนตั้งใจฟัง โดยเฉพาะคุณ คุณสุรีกานต์ ฟังให้ดี และช่วยปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย”

ถูกเหน็บกลางที่ประชุม สุรีกานต์เชิดหน้ามองอย่างท้าทาย

ooooooo

แพรไหม เป็นลูกสาวสุดที่รักของท่านรองมานพ หัวหน้าของสารวัตรนฤเบศ เธอรู้จักนฤเบศตั้งแต่อายุ 7–8 ขวบและแอบปลื้มเขาตลอดมาจนบัดนี้อายุ 23 แล้ว เธอชอบทำขนมเป็นชีวิตจิตใจ เรียนจบปริญญาตรี

ก็ไปเรียนทำเบเกอรี่ต่อที่ฝรั่งเศสเพิ่งจบกลับมาไม่กี่เดือนนี่เอง

วันนี้เธอทำขนมแบ่งออกส่วนหนึ่งแล้วให้ป้าอิ่มช่วยชิม เสร็จแล้วเอาไปให้คุณพ่อที่สำนักงานตำรวจเผื่อคุณพ่ออยากจิบนํ้าชาตอนบ่าย เจอนฤเบศมาคุยเรื่องงานที่ห้องพอดี ต่างดีใจมากที่ได้เจอกันหลังจากเธอไปเรียนต่างประเทศถึง 2 ปี ต่างหยอกเย้ากันอย่างสนิทสนมเหมือนเคย

เมื่อแพรไหมจะกลับ นฤเบศมาส่งเธอที่ลานจอดรถ เธอบ่นคิดถึงป้ามลขอไปเยี่ยมที่บ้าน นฤเบศยินดีบอกว่าบ้านยังอยู่ที่เดิมยินดีต้อนรับทุกเมื่อ เขาเปิดประตูรถให้และยืนส่งจนแพรไหมขับรถออกไป

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ อยู่ในสายตาของมังกรที่มองและคำรามอย่างแค้นใจ

“ใจคอจะแย่งทุกอย่างไปจากกูเลยเหรอ ไม่มีวันซะล่ะ กูจะเอาชนะมึงให้ได้ ไม่ว่าเรื่องงานหรือความรัก ไอ้นฤเบศ!”

ooooooo

เมื่อริชาร์ดเดินทางมาเมืองไทย สุรีกานต์รหัส “เนปจูน” ถูกตามตัวไปทำงานทันที

นฤเบศปลอมตัวเป็นนักธุรกิจทำทีนั่งอ่านหนังสือ– พิมพ์คอยสังเกตการเคลื่อนไหวของริชาร์ดที่เข้ามาพร้อม

บอดี้การ์ดสองคน ริชาร์ดเข้ามานั่งโต๊ะที่มีชายคนหนึ่งนั่งหันหลังคอยอยู่ก่อนแล้ว แต่นฤเบศไม่ทันสังเกต เมื่อเป้าหมายมาแล้วเขาร้อนใจมาก เพราะสุรีกานต์ยังไม่มา แต่ไม่นานเธอก็นวยนาดเข้ามาในชุดสั้นรัดรูปสีแดง

เธอเดินยิ้มหวานเข้ามา แต่พอเห็นนฤเบศมองตาขวางก็หุบยิ้มเชิดหน้าอย่างไม่สนใจ เห็นริชาร์ดนั่งอยู่เธอจงใจนั่งโต๊ะตรงข้ามที่อยู่ในสายตาเขาพอดี ริชาร์ดเห็นสุรีกานต์ถึงกับตะลึงอึ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นมองอย่างกรุ้มกริ่ม เธอก้มหัวให้เล็กน้อยอย่างเชิญชวน พอบริกร

เข้ามา เธอสั่ง Margarita แล้วหยิบโทรศัพท์มานั่งเล่น เห็นมิสคอลเป็นสิบสายกับว็อตแอ๊บจากสารวัตรนฤเบศ อ่านไปเจอข้อความ “คุณมาสาย” เธอปรายตามองเขาทำปากขมุบขมิบ

“ด่าต่อหน้าไม่ได้ก็ยังพยายามนะ” แล้วพิมพ์ตอบกลับทันทีว่า “ฉันมาทันเวลา”

นฤเบศชะงักเมื่อริชาร์ดเรียกบริกรไปกระซิบอะไรบางอย่าง ในขณะที่สุรีกานต์ก็ยังกดโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยๆอย่างไม่ทุกข์ร้อนกับอะไร ครู่หนึ่งบริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟพร้อมกุหลาบสีแดงเข้ม 1 ดอก เธอถามว่าเป็นบริการเสริมของร้านหรือ บริกรบอกว่า “เปล่าครับ จากคุณผู้ชายท่านนั้น” พลางผายมือไปทางริชาร์ด

สุรีกานต์มองไปเห็นริชาร์ดยิ้มหวานยกแก้วเครื่องดื่มเชิญชวน เธอยิ้มเอากุหลาบแดงมาแตะริมฝีปากเบาๆ อย่างยั่วยวน สารวัตรนฤเบศนั่งดูอยู่อย่างหงุดหงิดมาก พลันโทรศัพท์ก็สั่น ว็อตแอ๊บเข้าพอเปิดอ่านก็พบข้อความ “ฉันจะกลับแล้ว” นฤเบศขมวดคิ้วตาเขียว พิมพ์ข้อความว่า “ไม่ได้ คุณยังไม่ทำอะไรเลยนอกจากนั่งยิ้ม”

ทั้งคู่โต้เถียงกันทางว็อตแอ๊บ จนริชาร์ดลุกขึ้นจะกลับ เขาเดินมามอบนามบัตรให้ สุรีกานต์รับไปดู ขอโทษที่ตนไม่มีนามบัตรติดตัวมา อ่อยว่า “ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะคะ”

ระหว่างนั้นชายที่นั่งหันหลังลุกเดินออกไป นฤเบศ

พยายามจะเก็บรายละเอียดแต่ถูกบริกรเดินมาบัง และริชาร์ดก็เอ่ยลาสุรีกานต์ไปอย่างมีความหวัง

นฤเบศเดินตามสุรีกานต์ไปที่ลานจอดรถ ตำหนิอย่างหัวเสียว่า เธอทำงานพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเขาตั้งใจจะติดกล้องจิ๋วให้เธอเก็บภาพแต่เธอมาสายจนทำอะไรไม่ทัน สุรีกานต์ขอโทษ บอกว่าตนเองก็ไม่อยากมาสายแต่คิวถ่ายละครไม่แน่นอนเหมือนงานราชการ สัญญาว่าครั้งหน้าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

เมื่อกลับถึงคอนโดฯ สุรีกานต์เอาไอแพดมาเปิดเชื่อมต่อ ครู่เดียวหน้าจอก็แสดงรูปที่ถ่ายมาวันนี้ เธอคลิกแต่ละภาพดูอย่างพอใจ ไม่นานนฤเบศก็เห็นกล่องข้อความเตือนว่ามีเมล์เข้า เปิดดูเห็นภาพริชาร์ดหลายรูปที่สุรีกานต์ถ่ายวันนี้มีข้อความมาด้วยว่า

“ฉันไม่ได้นั่งยิ้มอย่างเดียวนะ เห็นไหมว่าฉันทำงาน! ถึงจะไม่ได้ภาพจากกล้องคุณ แต่ภาพจากกล้องฉันก็เจ๋งใช่ไหมล่ะ!”

“บ๊องจริง...แต่ก็ใช้ได้” นฤเบศหลุดขำออกมา แล้วคลิกดูแต่ละรูปอย่างพินิจพิจารณา...

ooooooo

ตอนที่ 3

ที่ประชุมในเซฟเฮาส์ของเดอะซัน เมื่อนฤเบศเปิดรูปที่สุรีกานต์ถ่ายให้ทีมงานดู บอกว่านี่คือรูปที่ได้จากกล้องมือถือของสายลับเนปจูน

อัศวินชมว่าชัดมาก แต่เสียดายที่คนนั่งหันหลังให้นั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร

“ท่าทาง หมอนั่นคงต้องเป็นคนสำคัญมาก ไม่งั้นริชาร์ดคงไม่ต้องการพบเขาเป็นคนแรกทันทีที่มาถึงเมืองไทยหรอก” นฤเบศคาดแล้วสั่งปรีติ “ถ้างั้นหมวดไปสืบข้อมูลมาให้ผมด้วย อ้อ...แล้วอย่าลืมเช็กกำหนดการของริชาร์ดในเมืองไทยด้วยนะ”

เวลาเดียวกัน ที่คลับเฮาส์สนามกอล์ฟของ

กวิน นัฐชาเลขาส่วนตัวของกวินมารายงานว่า

“คุณกวินคะ คุณมงคลและตัวแทนจาก R.G. International Group นัดไว้มารออยู่ที่ห้องประชุมแล้วค่ะ”

“ขอบคุณครับคุณนัฐชา อ้อ เดี๋ยวคุยกับอามงคลเสร็จแล้วผมจะลงไปตรวจงานด้านล่างสักหน่อย คุณนัฐชาช่วยเตรียมแฟ้มเอกสารให้ผมด้วยนะครับ”

กวินเข้าห้องประชุมที่ตึกสำนักงานสนามกอล์ฟ ที่มงคลและริชาร์ดรออยู่แล้ว ทั้งสองลุกขึ้นยืนเมื่อกวินเข้ามา มงคลแนะนำริชาร์ดแก่กวินว่าเป็นประธานบริษัทที่จะมาเซ็นสัญญาผลิตและนำเข้าอุปกรณ์กอล์ฟกับเรา

กวินยื่นมือไปสัมผัสแสดงความยินดีที่รู้จัก ริชาร์ดยินดีเช่นกันชมว่า กวินเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่น่าจับตามองจริงๆ

“นักธุรกิจหน้าใหม่อย่างผมคงต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ แต่ผมก็โชคดีที่มีที่ปรึกษามือหนึ่งอย่างคุณอามงคลคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ และยังโชคดีที่ได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง R.G. International Groupด้วย”

“เอาเป็นว่าเราเริ่มประชุมกันเลยดีกว่านะครับ” มงคลเสนอ ผายมือเชิญริชาร์ดนั่ง แล้วเริ่มประชุมกัน

ประชุมเสร็จ กวินเดินมาส่งริชาร์ด ริชาร์ดแสดง ความชื่นชมความกว้างขวางและสวยงามของสนามกอล์ฟ หวังว่าจะมีโอกาสมาใช้บริการที่นี่บ้าง

ส่งริชาร์ดแล้ว กวินฝากมงคลให้ช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ด้วย พูดอย่างซาบซึ้งใจว่า

“ขอบคุณมากนะครับคุณอา ตั้งแต่คุณพ่อท่านเสีย ถ้าไม่ได้คุณอาคอยช่วย ผมก็คงไม่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้

“อาก็เป็นแค่ผู้ช่วย แต่ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวกวินนั่นแหละ คนเราถ้าตั้งใจจริง ก็ย่อมประสบความสำเร็จได้เสมอ”

แยกจากมงคลแล้ว กวินเดินตรวจมุมต่างๆของคลับเฮาส์ชั้นล่าง ทุกส่วนเรียบร้อย สะอาด และสวยงาม

กวินเดินตรวจมาจนถึงร้านเบเกอรี่ของแพรไหม ชื่อร้านเขียนด้วยตัวอักษรสวยงาม “Felicite” เขาถามนัฐชาว่าร้านนี้เปิดแล้วหรือ นัฐชาบอกว่าวันนี้เปิดเป็นวันแรก เขาบอกนัฐชากลับไปทำงานได้แล้ว เพราะทุกอย่างเรียบร้อยดี

พอนัฐชากลับไป กวินเดินเข้าไปในร้านสั่งเค้ก ไม่นาน องุ่นก็นำมาเสิร์ฟ เห็นความหล่อของกวินถึงกับมือสั่นจนทำกาแฟหกรดเสื้อสูทเขา องุ่นตกใจหน้าซีดเผือดรีบขอโทษ พอดีแพรไหมยกถาดขนมออกมาเห็น เธอรีบเข้าไปดูแล

“คุณเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ ฉันต้องขอโทษแทนพนักงานด้วยนะคะ ที่ทำให้ชุดคุณเลอะหมดเลย”

แพรไหมขอโทษและขอส่งซัก ถ้าเขาไม่รีบก็กรุณาอย่าปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นตนจะเสียใจมากถ้าปล่อยให้ลูกค้าคนแรกของร้านเลอะเทอะอย่างนี้ กวินเกรงใจจึงถอดเสื้อให้เอาไปซัก

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์เดอะซัน กำลังคร่ำเคร่งกับการดูรูปชายที่นั่งหันหลัง แม้จะขยายจนใหญ่โตก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นใคร นฤเบศจึงให้หมวดปรีติติดต่อทางโรงแรมขอเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดดูอาจจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมบ้าง

ประเสริฐเปิดประตูเข้ามารายงานนฤเบศว่า

“สายของเราที่ให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของพ่อเลี้ยงกำธรรายงานมาว่า พ่อเลี้ยงกำธรจะไปพบริชาร์ดเย็นนี้ครับ”

ข่าวนี้ทำให้นฤเบศมีความหวังขึ้นมา และคนแรกที่เขาเรียกใช้คือ “เนปจูน” และใช้วิธีแบบเดิมคือนัดพบแล้วตัดสายเลย

เมื่อไม่มีโอกาสไต่ถามต่อรอง สุรีกานต์จึงต้องไปตามนัด แต่คราวนี้นัดกันที่ร้านหนังสือมือสองที่มีหนังสือวางกองพะเนินอย่างไม่เป็นระเบียบ ซ้ำฝุ่นก็ยังเยอะจนสุรีกานต์จามเพราะแพ้ฝุ่น

ทั้งสองเจอกันและเดินคุยกันเหมือนต่างคนต่างมาเลือกซื้อหนังสือ สุรีกานต์งอแงบ่นไปตามประสา พอถูกดุก็เงียบรับคำสั่งอย่างหงุดหงิด

“รูปที่คุณถ่ายมาวันนั้นมันยังใช้สืบหาหลักฐานต่อไม่ได้ ผมอยากให้คุณหาทางเข้าไปใกล้ชิดริชาร์ดเพื่อล้วงความลับอีก เพราะฉะนั้น คุณต้องไปปฏิบัติภารกิจเย็นนี้”

“เย็นนี้เนี่ยนะ!” แม้จะหงุดหงิด แต่สุรีกานต์ก็ไม่มีทางเลือกหรือแม้แต่ต่อรอง!

ริชาร์ดนัดพบกับพ่อเลี้ยงกำธรที่ร้านอาหารญี่ปุ่น นฤเบศซุ่มอยู่ในรถส่องกล้องดูการเคลื่อนไหวตาไม่กะพริบ  พอเห็นริชาร์ดมาก็รีบติดต่อ “เดอะซัน 1 เรียกเนปจูน พลูโตเดินทางมาถึงแล้ว พร้อมปฏิบัติภารกิจได้”

ไม่มีเสียงตอบรับจากเนปจูน เวลาเดียวกัน พนักงานหญิงคนหนึ่งก็เดินนำริชาร์ดมาห้องที่จองไว้ซึ่งพ่อเลี้ยงกำธรมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ที่แท้ พนักงานหญิงคนนั้นคือสุรีกานต์นั่นเอง! เธอพอกหน้าขาว ทาปากครึ่งเดียวและทำผมทรงเกอิชา

เมื่อโอกาสเหมาะเธอตอบเดอะซัน 1 ว่า “พลูโตไปพบเป้าหมายแล้ว คุณไม่ต้องห่วงหรอกน่า บทปลอมตัวแบบนี้ฉันผ่านมาเยอะแล้ว รับรองไม่มีพลาด”

แต่ริชาร์ดและพ่อเลี้ยงกำธรพูดคุยกันแต่เรื่องธุรกิจ สุรีกานต์เงี่ยหูฟังแทบตายก็จับความได้แค่นั้น เมื่อเดอะซัน 1 ถามมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าไม่เห็นจะพูดเรื่องอะไร มัวแต่คุยเรื่องธุรกิจไร่ชากาแฟกันอยู่ นฤเบศ คาดว่าพวกเขาคงไม่ไว้ใจที่มีคนอื่นอยู่ด้วย เตือนให้เธอระวังตัวด้วย ถ้าถูกจับได้ขึ้นมาเราไม่รอดแน่

“ไม่รู้ล่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาละก็...คุณต้องมาช่วยฉันทันทีเข้าใจไหม”

ริชาร์ดจ้องสุรีกานต์ถามว่าคุยกับใคร เธอบอกว่าซ้อมการแสดง แล้วร้องเพลงประกอบการรำพัดถอยไปจนถึงประตู รำจบพอดีเธอโค้งขอบคุณแล้วออกไปเลย เธอหลบไปยืนโทร.ที่มุมทางเดิน โทษเดอะซัน 1 ว่าเพราะเขาชวนคุยเลยเกือบโดนจับได้ เดอะซัน 1 บอกว่าถ้าเห็นท่าไม่ดีให้ยกเลิกภารกิจก่อน

“จะมายกเลิกง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน คุณอุตส่าห์ลากฉันมาถึงที่นี่ ฉันไม่ยอมกลับไปมือเปล่าหรอก”

พลันก็สะดุ้งรีบหลบเข้ามุม เห็นพนักงานหญิงของร้านก็ถอนใจโล่งอก ยิ้มกริ่มเมื่อนึกแผนขึ้นมาได้

ooooooo

เมื่ออยู่กันลำพังสองคน ริชาร์ดกับพ่อเลี้ยงกำธรจึงคุยกันอย่างเปิดเผยถึงธุรกิจมืดที่จะทำต่อไป

“สินค้าลอตนี้จะทำให้เราร่ำรวยมหาศาล แต่เราต้องระวังเรื่องความปลอดภัยให้มาก เพราะพวกตำรวจมันก็คอยตามกลิ่นเราอยู่เหมือนกัน” ริชาร์ดเอ่ยขึ้น

“ถึงพวกตำรวจมันจะฉลาด แต่ยังไงก็ไม่มีทางแน่ไปกว่าเราได้หรอกครับ”

“ถึงยังไงเราก็ไม่ควรประมาท อาทิตย์หน้าเรือขนส่งสินค้าก็จะเดินทางมาถึงเมืองไทย ผมรู้มาว่า ด่านตรวจศุลกากรเข้มงวดมาก เราอาจจะมีปัญหาก็ได้” ริชาร์ดย้ำเตือน

“วางใจเถอะครับ ผมมีคนดูแลเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว” พ่อเลี้ยงยังมั่นใจเต็มร้อย

ooooooo

สุรีกานต์ไม่กล้าเข้าไปในห้องนั้นอีก เธอแอบเจาะผนังที่ใช้วัสดุเหมือนกระดาษเป็นรูแอบดูทั้งสองเห็นกำลังคุยกันเป็นปกติ จึงเปลี่ยนเป็นเอาหูแนบแอบฟัง

ระหว่างนั้น เดอะซัน 1 ก็ยังเรียก และถามว่าทำอะไรอยู่ทำไมไม่ออกมาเสียที

“ใจเย็นน่า ฉันกำลังทำตามแผนของฉันอยู่ รับรอง Mission Complete แน่!” พูดแล้วเอาหูแนบแอบฟังต่อ

“คุณวางใจได้เลย งานนี้ผมรับผิดชอบเอง” พ่อเลี้ยงยกถ้วยชาขึ้นชนกับริชาร์ด “แด่ความสำเร็จใจธุรกิจของเรา พรุ่งนี้คุณมีนัดที่ไหนรึเปล่า พอดีผมมีที่เด็ดๆ จะแนะนำเพียบ รับรองคุณต้องชอบ”

ริชาร์ดขอตัวเพราะคืนพรุ่งนี้ตนมีปาร์ตี้กับหุ้นส่วนจากฮ่องกง ถ้าพ่อเลี้ยงสนใจจะไปสนุกด้วยก็ได้ พ่อเลี้ยงถามว่าที่ไหน ริชาร์ดมองหน้าตอบชัดๆ “M Club”

เมื่อการสนทนาสิ้นสุดแล้ว สุรีกานต์เปลี่ยนเป็นชุดปกติและเอาชุดพนักงานเสิร์ฟไปคืนให้พนักงานหญิงคนนั้นที่เป็นแฟนคลับของเธอ พนักงานคนนั้นขอถ่ายรูปกับเธอไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นฤเบศรออยู่ในรถอย่างกระวนกระวายใจที่สุรี–กานต์ไม่ออกมาทั้งที่ริชาร์ดและพ่อเลี้ยงกำธรออกไปกันหมดแล้ว เขาจะตามไปดูในร้านอาหาร พอเปิดประตูรถก็ผงะหงายเมื่อเจอกับหน้าขาววอกของสุรีกานต์มาโผล่ตรงหน้าต่างพอดี!

ooooooo

กลับไปถึงเซฟเฮาส์ นฤเบศถามอย่างจับผิดว่า Mission Complete ของเธอได้อะไรมาบ้าง

“ได้แน่นอน ระดับฉันมีหรือจะพลาด คืนพรุ่งนี้ริชาร์ดจะไปปาร์ตี้กับหุ้นส่วนที่ M Club ทุกคนอุทานพร้อมกัน สุรีกานต์ถามว่าพวกเขารู้หรือว่าที่ไหน ทุกคนก็พากันส่ายหน้า มองไปทางหมวดปรีติเป็นตาเดียวกัน หมวดหาข้อมูลไปเรื่อยสุดท้ายปรากฏรายละเอียดว่า เป็นบาร์เกย์!!

สุรีกานต์ขอไปด้วย นฤเบศด่าว่าบ้าหรือ เธอเป็นผู้หญิงจะเข้าไปได้ยังไง

“เถอะน่า ฉันมีวิธีก็แล้วกัน ขอฉันไปด้วยคนนะ...นะ...นะ...”

นฤเบศไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ สุรีกานต์ตีขลุมดีอกดีใจอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นพากันเครียด

ooooooo

เช้านี้ รองมานพทานอาหารเช้ากับแพรไหม เธอดูแลพ่ออย่างดี รองมานพถามถึงการเปิดร้านวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าเรียบร้อยดี ลูกค้าที่มาทานก็ชมกันมาก ขนมขายหมดทุกวัน

เล่าเชิงบ่นว่า เสียอย่างเดียวองุ่นทำกาแฟหกใส่

ลูกค้าคนแรก ดีท่ีเขาใจดีไม่เอาเรื่อง แล้วถามว่างานของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง

“งานยุ่งเหมือนเดิม ดีนะ ที่ได้คนมีฝีมือดีอย่างนายเบศมาช่วย รายนั้นก็บ้างานจนไม่มีเวลาไปจีบสาวที่ไหนเลย” พูดแล้วหัวเราะอารมณ์ดี แพรไหมแอบดีใจมีความสุขไปด้วยเมื่อรู้ว่านฤเบศยังไม่มีแฟน

ที่สำนักงานตำรวจ มังกรเดินมาเจอกับนฤเบศโดยบังเอิญ เขาพูดแขวะว่า หมู่นี้รู้สึกเราจะเจอกันบ่อย นฤเบศบอกว่าตนมีธุระกับท่าน ก็ถูกย้อนถามประชดว่า

“มีธุระกับท่าน หรือเอาเรื่องงานมาบังหน้าเพราะมีจุดประสงค์อื่นกันแน่

นฤเบศฉุนขาด ปรามว่าถ้าจะพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ละก็...ตนขอตัว ก็ยังได้ยินมังกรพูดเยาะเย้ยตามหลังว่า

“ขยันขนาดนี้ อีกไม่นานคงได้ทั้งยศ ได้ทั้งตำแหน่งลูกเขยนายไปครองด้วยล่ะมั้ง”

นฤเบศหันขวับทันที เดินตรงไปเผชิญหน้าพูดอย่างเอาเรื่อง

“ฉันว่านายเอาเวลาไปคอยจับผิดคนอื่นไปตามคดีที่รับผิดชอบอยู่ดีกว่านะ จะได้เลิกฟุ้งซ่าน” พูดแล้ว เดินไปเลย

“ทำเป็นอวดดีไปเถอะ คอยดู อย่าให้ถึงเวลาเอาคืนบ้างแล้วกัน!” มังกรจิกตาตามอย่างเคียดแค้น

ooooooo

ที่กองถ่ายละคร วันนี้ที่กองละครตะวันสีรุ้ง อายอดกำลังให้สุรีกานต์ซ้อมกับกวิน เธอแสดงได้ดีมากจนอายอดบอกว่าเดี๋ยวถ่ายจริงได้เลย

ใครๆต่างพากันชื่นชมสุรีกานต์ว่าเล่นได้ถึงบทบาทสมจริง โดยเฉพาะกวินชมแล้วชมอีก แก้วดาราได้ยินอิจฉาตาร้อนที่ใครๆก็พากันชมสุรีกานต์ เลยแกล้งทำเป็นลมเรียกความสนใจจากกวิน ทั้งยังอ้อนให้เขาอุ้มไปที่พักด้วย

วุ้นกรอบกับพายไก่พิพากษ์วิจารณ์แก้วดาราอย่างหมั่นไส้ รู้ทันว่าเธอเรียกร้องความสนใจจากกวิน สุรีกานต์ติงว่าเธออาจเป็นลมจริงก็ได้ พอดีกวินกลับมาสุรีกานต์ถามว่าแก้วดาราเป็นอย่างไรบ้าง

“ค่อยยังชั่วแล้วล่ะครับ ตอนนี้คุณเกี๊ยวกุ้งดูแลอยู่ เห็นว่าอายอดจะสลับซีน ถ่ายซีนที่มีเราสองคนก่อน ผมว่าเราไปซ้อมบทกันดีกว่าครับ”

สุรีกานต์เห็นด้วย เดินไปกับกวิน วุ้นกรอบกับพายไก่ เหล่ตาม พายไก่จีบปากจีบคอพูดพอได้ยินกันสองคน

“คุณกวินนี่ ไปเร็วเคลมเร็วจังเลยเนอะแก อุ้มยัยแก้วมังกรหายไปได้แป๊บเดียว โผล่มาหาเจ๊ซะแล้ว”

“สงสัยงานนี้เจ๊เรามาวินเห็นๆนะเนี่ย” วุ้นกรอบยิ้มเป็นนัย

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์เดอะซัน สารวัตรนฤเบศเรียกประชุมทีมงาน เกี่ยวกับภารกิจคืนนี้

จ่ายมบ่นว่าริชาร์ดชอบไม้ป่าเดียวกันรึไง ที่อื่นมีตั้งเยอะแยะไม่รู้จักไป

“จากข้อมูลของหมวดปรีติ ริชาร์ดชอบเที่ยวผู้หญิงไม่ใช่เหรอ” ประเสริฐติง

อัศวินถามว่าหรือข้อมูลของปรีติจะผิดพลาด

“ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ ผมเช็กดูจนแน่ใจแล้วจากภารกิจครั้งแรก ริชาร์ดก็ดูจะพอใจคุณสุรีกานต์อยู่ไม่น้อย”

ระหว่างที่กำลังวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั่นเอง สารวัตรนฤเบศเดินเข้ามาพูดกับทุกคนว่า

“ผมหวังว่าทุกคนคงเตรียมพร้อมแล้วสำหรับภารกิจคืนนี้”

ตอนที่ 4

สารวัตรนฤเบศผู้เคร่งครัดกับงานและทุกเรื่องในชีวิต เมื่อมาเจอกับสุรีกานต์นางร้ายในการแสดงแต่จิตใจดีและออกจะเกเร ทะเล้น กวนประสาทได้ทุกเรื่อง เลยกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่ทั้งเคืองทั้งขำกันบ่อยๆ

นฤเบศบอกเธอว่าได้ส่งทีมเดอะซันไปสำรวจ สถานที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจในคืนพรุ่งนี้ของเธอแล้ว มอบหมายหน้าที่ว่าเธอต้องสร้างความสนิทสนมกับริชาร์ดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะถ้าหมอนั่นไว้ใจเธอมากเท่าไรงานของเธอก็จะง่ายขึ้นมากเท่านั้น

สุรีกานต์ยิ้มกวนๆ บอกว่างานหว่านเสน่ห์เพื่อหลอกถามโน่นถามนี่แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ เลยถูกปรามอย่างเข้มงวดว่า

“อย่าลืมว่าริชาร์ดเป็นคนฉลาดและเจ้าเล่ห์มาก เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องมีมากกว่าความประมาทคือความรอบคอบ” เธอถามว่าแล้วเรื่องความปลอดภัยล่ะ “วางใจได้ ทุกคนจะเซฟเรื่องนี้ให้คุณอย่างเต็มที่”

“โอเค” เธอยักไหล่ลีลานางร้าย “ได้ยินอย่างนี้ แล้วค่อยสบายใจหน่อย”

ระหว่างคุยกันก็ให้อาหารปลาในวัดไปด้วย จังหวะหนึ่งทั้งเขาและเธอล้วงเอาอาหารในถุงพร้อมกันมือกับมือเลยจ๊ะกันจังๆ นฤเบศเขินหน้าแดง แต่สุรีกานต์ทำทะเล้นหาว่าเขาอยากจับมือขอลายเซ็นก็ไม่บอก ทำเอาสารวัตรยิ่งเขินหาว่าเธอคิดเองเออเองแล้วจะกลับ บอกว่าเราแยกกันตรงนี้เลยนะแล้วทำท่าจะเดินไป

สุรีกานต์โวยว่าจะทิ้งกันง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ ขอให้เขาพาเที่ยวหน่อยรู้ว่าเขาคุ้นเคยกับที่นี่พอสมควร นฤเบศบ่นว่าเรื่องมาก เธอทำหน้าทะเล้นอ้อนว่า

“เอาน่า...วันนี้แค่ฉันไม่มากเรื่อง คุณก็น่าจะพอใจแล้วนะ”

สุดท้ายสารวัตรที่เอาแต่งานก็ต้องยอมลีลานางร้ายนิสัยดีจนได้

นักข่าวหนุ่มคนนั้น ยังตามเก็บภาพของสุรีกานต์กับนฤเบศตามที่ต่างๆไว้ ยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ รถของสุรีกานต์เกิดรวนจนต้องเลี้ยวเข้าจอดข้างทางที่เป็นถนนค่อนข้างเปลี่ยว ขณะกำลังกลุ้มใจอยู่นั้นมือถือก็ดังขึ้น เธอกดรับสาย ด้วยความดีใจ

“โทร.มาถูกเวลาเลยคุณสารวัตร” แล้วบอกเขาให้รีบมาช่วยเพราะรถตนเสียอยู่ข้างทางทั้งเปลี่ยวทั้งมืดที่สำคัญไม่คุ้นเส้นทางด้วย นฤเบศพูดอย่างเย็นชาว่าให้เรียกแท็กซี่เอาไม่เห็นยากอะไร เธอกดตัดสายด่างึมงำ “ไอ้คนแล้งน้ำใจ!” พลันก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาใครคนหนึ่งกำลังเดินดุ่มๆ มาที่รถ

เธอคว้าสเปรย์พริกไทยเตรียมพร้อม หลับตาปี๋ไม่กล้าดู แล้วก็สะดุ้งโหยงเมื่อมีเสียงเคาะกระจกเรียกพร้อมกับมือถือดังขึ้น เธอรีบคว้าพูดอย่างตื่นกลัว “คุณช่วยฉันด้วย มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาเคาะกระจกรถฉัน”

“ไอ้บ้าที่ไหนล่ะ นี่ผมเอง”

พอเธอลืมตาดู เห็นนฤเบศเอาหน้าแนบกระจกรถมองเข้ามายังมือถือโทรศัพท์แนบหูอยู่...ที่แท้เขาขับรถตามมาจอดรถห่างจากรถเธอไม่ไกลนัก พอหายกลัวสุรีกานต์ตีรวน หาว่าเขาตามตนมา ชายหนุ่มบอกว่ามันเป็นทางผ่านกลับบ้านของตนต่างหาก ตนติดต่อช่างซ่อมให้แล้วแต่พรุ่งนี้คงยังซ่อมไม่เสร็จ เธอถามว่าแล้วพรุ่งนี้จะไปหาริชาร์ดได้ยังไง

“เรื่องริชาร์ดเอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะมีคนไปรับคุณที่คอนโดฯก็แล้วกัน”

“ขอเป็นใครก็ได้นะที่ไม่ใช่คุณ”

ooooooo

ในงานอีเว้นต์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมี พลอยนิล เนธาน และแก้วเป็นดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแชมพูนัมเบอร์วัน 3 สูตรใหม่ ทั้งพลอยนิลและแก้วดาราที่ควงขนาบเนธานต่างแย่งกันแสดงตัวเด่น แอบมองจิกกันด้วยสายตาพิฆาต!

ระหว่างพัก นักข่าวรุมกันเข้าสัมภาษณ์ทั้ง 3 พลอยนิลเบียดตัวเข้าแทรกกลางระหว่างเนธานกับแก้วดารา เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องความรัก พลอยนิลตอบตามฟอร์มว่าไม่มี เวลาทั้งหมดของตนโฟกัสอยู่กับงาน เรื่องความรักถือว่าไกลตัวมาก พูดแล้วมองแว้บไปทางเนธานเห็นเข้าทำหน้าตึง

ส่วนแก้วดาราพอถูกถามเรื่อง “รักนอกจอ” กับพระเอก เธอแอ๊บแบ๊วตอบเสียงสูงว่าไม่จริง ไปเอาข่าวมาจากไหนความจริงเป็นแค่พี่น้องที่สนิทกันมากเท่านั้นเอง แล้วชม้ายถามเนธานว่า “จริงไหมคะพี่เนธาน”

“จริงครับ ผมกับน้องแก้วเราสนิทกันมาก” เนธานตอบนักข่าวและส่งสายตาให้แก้วดารา นักข่าวถามว่าแบบนี้จะพัฒนาไปมากกว่าคำว่าพี่น้องได้ไหม แก้วดาราฉีกยิ้มทำเขิน บอกว่า “เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตดีกว่านะคะ” แล้วหันไปยิ้มเย้ยพลอยนิล ทำเอาฝ่ายนั่นโกรธจนตัวสั่นแต่เพราะอยู่ต่อหน้านักข่าวจึงพยายามข่มไม่ให้วีนแตก

แต่พอมาเจอเนธานที่ลานจอดรถ พลอยนิลถามว่าทำไมต้องตอบนักข่าวแบบนั้นด้วย ทั้งที่รู้กันอยู่ว่าคำว่าพี่น้องที่สนิทในวงการนี้มันหมายความว่ายังไง

“ไม่ยักรู้ว่านิลก็หวงผมด้วย” เนธานประชดถาม อย่างรับไม่ได้ว่า ตกลงตนเป็นตัวอะไรของเธอกันแน่ พลอยนิลถามว่าแล้วจะให้เธอบอกว่าเราเป็นอะไรกันอย่างนั้นหรือ “ไม่ต้องลงทุนทำถึงขนาดนั้นก็ได้นิล แค่คุณไม่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนในชีวิตคุณเลยอย่างวันนี้อีก ผมก็ขอบคุณมากแล้วล่ะ” เนธานตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วขึ้นรถไปเลย

พลอยนิลมองตามอย่างอาวรณ์กังวล พลันก็ตาพองเมื่อเห็นแก้วดาราไปที่รถของเธอที่จอดอยู่ติดกับเนธาน เธอทนไม่ได้จะไปเอาเรื่อง พี่บี ผู้จัดการส่วนตัวเตือนสติว่า

“น้องนิล อย่าเอาชื่อเสียงทั้งหมดของเราไปแลกเลยค่ะ เชื่อพี่บีเถอะ”

ส่วนเกี๊ยวกุ้งผู้จัดการส่วนตัวของแก้วดาราก็ติงเธอว่า นางเอกก็ควรคู่กับพระเอกจะไปมองพระรองให้เสียเวลาทำไมชั่วโมงนี้กวินเท่านั้นที่เธอควรเป็นข่าวด้วย แก้วดาราตัดบทอย่างรำคาญว่าตนรู้แล้วนางเอกสาวดาวรุ่งกับไฮโซหนุ่มกระเป๋าหนักยังไงก็เข้ากันออกจะตาย เกี๊ยวกุ้งกระทุ้งอีกว่า แล้วนายโลโซในโปรไฟล์ที่กำลังขับรถตามมาล่ะจะเอายังไง

“เลี้ยงไว้ดูเล่นฆ่าเวลาก็ไม่น่าเสียจะเสียหายอะไรเลยนี่คะพี่เกี๊ยว ดีซะอีก แก้วจะได้ถือโอกาสกวนประสาทใครบางคนให้อกแตกตายไปเลย” แก้วดาราจิกตายิ้มร้าย

และวันนี้เอง เธอก็ไปพบกับเนธานที่สวนสาธารณะ แก้วดารา นางร้ายในคราบนางเอกกับเนธานเสือผู้หญิง ต่างพูดเป็นนัยที่รู้กันสองคน ชวนวันไหนโทร.นัดมา “ออกกำลัง” กันสักที เนธานบอกว่าตนชักทนรอวันนั้นไม่ไหวแล้ว ทั้งคู่ยังแสดงความสนิทสนมเป็นพิเศษกันในกองละคร จนสุรีกานต์เห็นแล้วเป็นห่วงพลอยนิล พึมพำอย่างรับไม่ได้...

“ฉันจะกำจัดผู้ชายห่วยๆคนนี้ออกไปจากชีวิตแกได้ยังไงนะนิล...”

ooooooo

เพราะรถยังซ่อมอยู่ พอถ่ายละครเสร็จสุรีกานต์จะเรียกแท็กซี่กลับ กวินจึงขอไปส่งและอาสาจะรับส่งตลอดช่วงที่รถยังซ่อมไม่เสร็จ เธอบอกว่าเกรงใจ เขาพูดจริงใจว่าไม่ต้องเกรงใจเพราะตนเต็มใจ

แต่เมื่อสุรีกานต์รู้ว่าที่เขารีบกลับเพราะวันนี้เป็นวันเกิดคุณแม่จะมีปาร์ตี้เล็กๆกันที่บ้าน เธอยิ่งเกรงใจจะขอลงกวินบอกว่ายังมีเวลาขอไปส่งถึงบ้านเลยดีกว่าตนจะได้สบายใจ
นฤเบศมารอรับเธอไปงานคืนนี้เห็นกวินขับรถมาส่งและอำลากันอย่างยิ้มแย้ม เขามองอย่างหมั่นไส้มาก

ส่วนกวินพอส่งสุรีกานต์แล้วก็ไปรับเค้กที่สั่งร้านแพรไหมทำเพื่อไปฉลองวันเกิดคุณแม่ เขาชมว่าทำได้สวยมากแพรไหมอวยพรว่า

“ขอให้มีความสุขในวันพิเศษกับคนพิเศษนะคะ” พอกวินทำหน้างง เธอพูดอย่างมั่นใจว่า “ก็คนรักของคุณกวิน เจ้าของวันเกิดยังไงล่ะคะ” กวินฟังแล้วแอบขำที่แพรไหมเข้าใจผิดอีกแล้ว

ooooooo

สุรีกานต์ขึ้นไปแต่งตัวลงมาช้าไป 5 นาที เธอแกล้งพูดว่าสายแค่ 5 นาทีคงไม่ทำให้เขาเสียเวลามากหรอกนะ

ทันทีที่เห็นสุรีกานต์แต่งตัวสวยดูเซ็กซี่เป็นพิเศษ นฤเบศถึงกับมองอึ้ง แต่พอเธอถามว่าเป็นยังไงบ้าง เขากลับบอกว่า “ก็งั้นๆพอดูได้”

เมื่อสุรีกานต์ไปพบริชาร์ดตามที่นัดไว้ เขามองเธอนิ่งไปนานก่อนเอ่ยว่า

“คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ เชิญครับคุณสุรีกานต์” พลางเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งแล้วส่งสัญญาณเรียกบริกรมารินไวน์

“แด่มิตรภาพที่สวยงามของเราครับ” ริชาร์ดยกแก้วไวน์ขึ้น สุรีกานต์ยกแก้วขึ้นชนชม้ายมองก่อนจิบไวน์อย่างมีลีลา

ริชาร์ดชมว่าไม่นึกว่าซุปเปอร์สตาร์อย่างเธอจะเป็นกันเองอย่างนี้ สุรีกานต์ยิ้มหวานบอกว่า ตนเป็นคนสบายๆใครๆก็เข้าถึงได้ ริชาร์ดรุกทันทีว่า

“ถ้าอย่างนั้นขอโอกาสให้ผมเป็นอีกคนที่สามารถเข้าถึงคุณมากกว่าการเป็นเพื่อนธรรมดาได้ไหมครับ”

ริชาร์ดจู่โจมจนสุรีกานต์ตั้งตัวแทบไม่ทัน แต่ก็ทำเป็นยิ้มขำว่าเขาตลกจังเลยแต่แอบพะอืดพะอมไม่น้อย

ระหว่างที่สุรีกานต์เริ่มล้วงลึกถึงธุรกิจของริชาร์ดนั่นเอง พลอยนิลก็โทร.เข้ามือถือ เธอเห็นแล้วกดทิ้ง แต่ริชาร์ดบอกให้เธอรับสายก่อนก็ได้เพื่อนที่โทรมาคงมีธุระด่วน เธอจึงขอตัวลุกไป กดปุ่มตัดสัญญาณหูฟังสายลับทันที

เหตุเพราะพลอยนิลกำลังอารมณ์เสียหงุดหงิดที่ถูกเนธานโกรธ กดมือถือแก้เซ็งเห็นรูปเนธานกับแก้วดารา เธอชะงักใจเต้นแรง เพ่งอ่านอย่างเร็ว “จับตาเนธานแก้วดาราลุ้นรักนอกจอ...ความสัมพันธ์ทำท่าจะไม่หยุดแค่คำว่าพี่น้องเสียแล้ว สำหรับนางเอกดาวรุ่งกับพระรองหนุ่มหุ่นทรมานใจสาว...”

พลอยนิลทนต่อไม่ไหวปิดมือถือคำราม “หน็อย! นังเด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังจะแย่งของของใคร!”

นี่เอง เธอจึงโทร.หาสุรีกานต์ พอสุรีกานต์โทร.กลับก็รีบถามอย่างเป็นห่วง ฟังปลายสายแล้วอุทานตกใจ

“หา! จะให้ฉันไปจัดการแก้วดารากับแกตอนนี้... โธ่เอ๊ย..นิล ตอนนี้แกคงไม่รู้หรอกว่าฉันกำลังยุ่งมากแค่ไหน เอาเป็นว่าฉันโทร.กลับหาแกอีกทีก็แล้วกันนะ” พูดแล้วตัดสายอย่างหงุดหงิด

เมื่อกลับมาอีกที ริชาร์ดชวนเปลี่ยนบรรยากาศไปคุยที่อื่นและฟังเพลงไปด้วยดีไหม ทำให้เธอร้อนใจนึกโมโหว่าทำไมนฤเบศไม่ติดต่อมาว่าจะเอาอย่างไร พอถูกรุกหนักเข้าเธอตัดสินใจไปกับริชาร์ด

ฝ่ายทีมเดอะซัน นับแต่สุรีกานต์กลับมาที่โต๊ะก็ติดต่อเนปจูนไม่ได้เลย ต่างพากันร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะนฤเบศสั่งเดอะซัน 2 และ 3 ที่เกาะติดอยู่ให้จับตาดูการเคลื่อนไหวอย่าให้คลาดสายตา พอได้รับรายงานว่าสุรีกานต์กำลังลุกเดินออกไปกับริชาร์ด นฤเบศก็สั่งทุกคนให้เคลียร์ทุกอย่างที่นี่ให้เรียบร้อยแล้วไปเจอกันที่เซฟเฮาส์ ส่วนที่นี่เดี๋ยวตนจัดการเอง

ooooooo

ขณะริชาร์ดกับสุรีกานต์เดินออกมานั่นเอง มีโทร.เข้ามือถือ เห็นเบอร์แล้วสีหน้าเขาเครียดทันที เขาขอตัวรับโทรศัพท์ สุรีกานต์พยายามเงี่ยหูฟังได้ยินแค่ว่า “อะไรนะ สินค้ามีปัญหา!” ก็ต้องรีบทำท่าปกติเมื่อถูกบอดี้การ์ดของริชาร์ดมองอย่างสงสัย

เมื่อริชาร์ดกลับมา เขาขอเปลี่ยนแผนใหม่เพราะมีงานด่วนต้องรีบไปจัดการจึงขอยกเลิกโปรแกรมคืนนี้ไปก่อน สุรีกานต์แอบดีใจ โล่งอก แต่ก็อ่อยว่าเรายังมีเวลาไปด้วยกันอีกแน่นอน

นฤเบศนั่งอยู่ในรถที่หน้าโรงแรม เห็นรถของริชาร์ดขับออกไปก็รีบขับตามไปทันที

ส่วนสุรีกานต์ พอริชาร์ดแยกไปแล้วเธอบ่นงึมงำ

“ไอ้สารวัตรบ้า ปากก็บอกว่ารับรองความปลอดภัยเต็มร้อย พอถึงเวลาจริงๆกลับลอยแพกันซะได้ ฮึ่ย! ฉันจะโทร.ไปเฉ่งนายให้ตายคาที่เดี๋ยวนี้แหละ” แต่พอหยิบโทรศัพท์ออกมาจะโทร.ปรากฏว่าแบตหมด! เซ็งจัดเลยโบกแท็กซี่กลับ

นฤเบศตามรถริชาร์ดไปจนถึงคอนโดฯ ปรากฏว่าริชาร์ดมาคนเดียว เขามึนว่าสุรีกานต์หายไปไหน?! หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ทันที เตรียมจะเล่นงานให้หายหงุดหงิด แต่พอปลายสายรับ เขาไม่ทันได้พูดอะไร สุรีกานต์ก็เล่นงานมาเป็นชุดจนไม่มีช่องให้เขาพูดเลย สุดท้ายทนไม่ได้ตวาด “หยุด!!” สุรีกานต์หยุดกึก “ตอนนี้คุณอยู่ไหน เราต้องคุยกัน”

ooooooo

ริชาร์ดไปถึงคอนโดฯ เจอพ่อเลี้ยงกำธรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาถามเกือบเป็นตวาดว่าตกลงเรื่องมันเป็นยังไง!

ปรากฏว่า สินค้าลอตใหญ่ที่ส่งมาถูกด่านกักสินค้าไว้เพื่อตรวจสอบ ริชาร์ดโกรธแทบคลั่งด่า “ระยำ!!” ถามว่าปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ไม่ฟังคำแก้ตัวของพ่อเลี้ยงกำธร สั่งไปสืบให้รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงแล้วจัดการเสีย อย่าปล่อยให้ปัญหากวนใจแบบนี้เกิดขึ้นกับงานของเราอีกเป็นอันขาด

พ่อเลี้ยงกำธรซีดสนิท ตัดสินใจพึ่งคนคุ้นเคย นั่นคือ มังกร นั่นเอง มังกรอยู่ที่โต๊ะพูล ได้รับโทรศัพท์จากพ่อเลี้ยงฟังปลายสายแล้วถาม

“มีเรื่องจะให้ผมช่วยอีกงั้นเหรอ...เรื่องแค่นี้เอง ไม่มีปัญหา แล้วผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย” พูดแล้ววางสายยิ้มร้ายหมายมาด

ฝ่ายสารวัตรนฤเบศตรงไปที่คอนโดฯ สุรีกานต์สั่งให้เอาหูฟังสายลับของทีมมาดู สุรีกานต์หาไม่เจอ นึกได้ไปดูที่ห้องน้ำเจออยู่ในอ่างล้างหน้าในสภาพเปียกน้ำ นฤเบศรับไปดูแล้วพบว่าปุ่มสัญญาณถูกปิด เธอเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้ปิด แต่พอฉุกคิดก็จำได้ว่าตนปิดตอนไปโทรศัพท์หาพลอยนิลเลยขอโทษ สัญญาว่าต่อไปจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก

ความผิดพลาดนี้นฤเบศถือว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แต่หูฟังสายลับที่เสียหายเธอต้องรับผิดชอบ ราคาเครื่องประมาณแสนกว่าบาท พูดดักไม่ให้โวยว่า “ผมคิดว่าดาราเจ้าบทบาทงานชุกอย่างคุณคงจะพอรับผิดชอบไหวนะ”

เจอไม้นี้ สุรีกานต์จุก ทะเล้นไม่ออก หน้าเหวอไปเลย ซ้ำร้ายยังได้รับโทรศัพท์บอกให้เปิดอินเตอร์เน็ตดู เธอลุกพรวดคลิกเปิดข่าวอินเตอร์เน็ตจากไอแพดในมือถือทันที

กระทู้ร้อนแรงในเว็บไซต์ชื่อดังกำลังวิพากษ์วิจารณ์ภาพหลุดของเธอกับชายหนุ่มปริศนาอย่างเผ็ดร้อนว่า

“โผล่แล้ว หนุ่มนอกวงการ แผนนางร้ายตัวแม่ โซ่ สุรีกานต์

โซ่ สุรีกานต์ ซุ่มเงียบปลูกต้นรักหนุ่มเซอร์นอกวงการ

วงในเม้าท์สนั่น นางร้ายเบอร์หนึ่ง โซ่ สุรีกานต์ อยู่กินแล้วกับหนุ่มเซอร์ในภาพหลุด”

“อ๊ายยยย ชื่อเสียงของฉันป่นปี้หมดแล้ว ฮือๆๆ” เธอร้องไห้อย่างเจ็บใจ

ooooooo

เมื่อเผชิญกับภาวะที่ทำให้เสื่อมเสียเช่นนี้ สุรีกานต์ต้องแก้ปัญหาให้ได้ เธอสั่งนฤเบศพรุ่งนี้ต้องไปปรากฏตัวกับตน ต้องสร้างภาพให้ได้ว่าเขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวไม่ใช่แฟน!

นฤเบศอิดออด เธอยื่นคำขาดว่าตนเสียหายมากฉะนั้นวิธีการไหนที่สามารถล้างมลทินครั้งนี้ได้เขาต้องทำ! แล้วพาเขาไปลองและเลือกเสื้อผ้าให้ดูดี จนได้ชุดที่ดูเป็นหนุ่มหล่อเนี้ยบ แล้วจึงพาไปที่กองละครตะวันสีรุ้ง

ทันทีที่ไปถึง ก็เจอกับกองทัพนักข่าวที่มาคอยสัมภาษณ์อยู่อย่างกระหาย คำถามของนักข่าวแวดล้อมในประเด็นที่เป็นข่าวในอินเตอร์เน็ต เสียงถามกันเซ็งแซ่จนสุรีกานต์ต้องยกมือขอ...

“เงียบก่อนนะคะทุกคน เงียบก่อนค่ะ ก่อนอื่นโซ่คงต้องขอสารภาพเลยนะคะว่าผู้ชายในภาพที่ทุกคนเห็นคือ คนพิเศษของโซ่จริงๆ ค่ะ” เสียงฮือฮาขึ้นมาอื้ออึงทันที สุรีกานต์พูดต่อเสียงจึงซาลง “นั่นเพราะผู้ชายคนนั้นคือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโซ่มาโดยตลอด วันนี้โซ่เลยจะให้ทุกคนรู้จักพี่อลิซาเบธ ผู้จัดการส่วนตัวของโซ่ค่ะ” เธอหันไปเรียกนฤเบศ “พี่เบศค่ะ มาทำความรู้จักกับพี่ๆ นักข่าวหน่อยสิคะ”

พอนฤเบศเผยโฉมในมาดหล่อเนี้ยบสวมแว่นดำลงจากรถมายืนเคียงข้างสุรีกานต์ เธอควงแขนอย่างสนิทสนมทันที บอกบรรดานักข่าวว่า “พี่ๆ คนไหนอยากสัมภาษณ์เพิ่มเติม เดี๋ยวเชิญทางโน้นเลยค่ะ”

นฤเบศอิดออดแต่สุรีกานต์ยอมไม่ได้แล้ว เธอบอกว่าทีเขาให้ตนเป็นสายลับตนยังทำ ครั้งนี้ถือว่าเราเจ๊ากันไป นฤเบศจำต้องยอม

ระหว่างนั้น วุ้นกรอบกับพายไก่ตามไปปลื้มนฤเบศ ถูกสุรีกานต์เตือนสติว่า

“อย่าไปเพ้อหาพี่เบศกันให้เสียเวลาเลยน่า แค่่ชื่ออลิซาเบธนี่ยังไม่เก็ตกันอีกเหรอว่าเขาเป็นประเภทไหนกันแน่”

วุ้นกรอบกับพายไก่ยกมือทาบอก คาดคั้นสุรีกานต์ว่า “ที่เจ๊พูดนั้นไม่จริงใช่ไหม”

“แล้วพวกเธอเคยได้ยินผู้ชายที่ไหนชื่ออลิซาเบธบ้างไหมล่ะ”

วุ้นกรอบกับพายไก่หัวใจสลาย สุรีกานต์มองทั้งสองแล้วยิ้มสะใจ มีความสุขสุดๆ ที่แก้ปัญหาได้เนียนทุกเปลาะ

ooooooo

แพรไหมทำเวรี่สตรอเบอร์รี่คัพเค้กเอาไปให้นฤเบศชิมที่สำนักงานตำรวจ  ไปถึงได้ยินทีมเดอะซันกำลังวิพากษ์วิจารณ์นฤเบศว่าไม่ถูกกับมังกร บางคนคาดว่าอาจจะเพราะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน

“อย่างสารวัตรนฤเบศเหรอจะจีบใคร ขนาดคุณแพรไหมลูกสาวท่านรอง แกยังคิดเป็นแค่น้องสาวเลย สารวัตรมังกรเสียอีกที่อยากเป็นลูกเขยท่านรองจนตัวสั่น แต่ลูกสาวท่านกลับไม่ชายตาแล” จ่ายมพูดอย่างผู้รู้ แต่โชคร้ายที่แพรไหมมาได้ยินพอดี เธอปรับสีหน้าก่อนเข้าไปทัก ทำเอาทั้งกลุ่มหน้าเสีย

เธอถามถึงสารวัตรนฤเบศ ประเสริฐบอกว่าวันนี้สารวัตรนฤเบศติดภารกิจนอกสถานที่ แพรไหมจึงมอบขนมที่เอามาให้ทีมเดอะซันชิมแทน เธอกลับไปอย่างหัวใจที่บอบช้ำ ถามตัวเองอย่างปวดร้าว “แค่น้องสาวเท่านั้นเองเหรอ?”

นัฐชามาที่ร้าน เพื่อติดต่อให้ทำของว่างจัดเลี้ยงในงานมูลนิธิสานสุข แพรไหมดีใจมากบอกว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง ถามว่าเธอรู้จักร้านเราได้อย่างไร

“เจ้านายดิฉันเองค่ะ...ก็คุณกวิน กฤษดาอภินันท์ เจ้าของสนามกอล์ฟที่นี่ไงคะ”

แพรไหมอึ้ง เหวอ เมื่อรู้ว่ากวินเป็นใคร...

ooooooo

นฤเบศถูกอุปโลกน์ให้เป็นผู้จัดการส่วนตัวของสุรีกานต์ เขาต้องอยู่ที่กองถ่ายทั้งวัน ถามตัวเองอย่างหงุดหงิดว่าทำไมจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องบ้าๆแบบนี้ด้วย

พลันเขาก็เห็นเนธานถือซองสีน้ำตาลออกไปอย่างรีบร้อน พอดีกับที่สุรีกานต์ โทร.บอกเขาว่าตนกำลังจะออกจากกองละครแล้วอนุญาตให้เขากลับได้เลย ทำเอานฤเบศหัวเสียที่นึกจะทิ้งก็ทิ้งกันไปเลย

สุรีกานต์ไปพบกับพลอยนิล ถูกเพื่อนต่อว่าที่ไม่ โทร.กลับ แล้วปรับทุกข์เรื่องเนธานว่าเขายังไม่หายโกรธตน ยิ่งเห็นข่าวเนธานกับแก้วดาราก็ยิ่งทำให้ความรักของตนกับเนธานเลวร้ายลงไปอีก

“ถ้าฉันจะบอกว่าผู้ชายคนนี้เลวมากแกจะเชื่อฉันไหม เขาไม่เคยจริงใจกับแกเลยนะ”

พลอยนิลรับไม่ได้หาว่าเธอไม่เคยมองเนธานในแง่ดีเลย สุรีกานต์พูดอย่างอ่อนใจว่า

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แกลองหาทางพิสูจน์ดูแล้วกันว่าผู้ชายคนนี้จริงใจกับแกแค่ไหน ฉันเชื่อว่าถ้าแกหาวิธีลองใจเขาได้สำเร็จ แกจะพบคำตอบอย่างแน่นอนว่า เขารักแกจริงๆหรือเปล่า”

เนธานรีบออกจากกองไปงานปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำบ้านหรูแห่งหนึ่ง เขาเอาซองสีน้ำตาลส่งให้นายแบบลูกครึ่งแลกกับซองยาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ยิ้มให้กันแล้วแยกไป แต่พอหันกลับเนธานก็เจอแก้วดารายืนสวยเซ็กซี่ดักอยู่ ทั้งสองเข้าไปนัวเนียคลอเคลียกันที่โซฟาในบ้าน ระหว่างนั้นมือถือเนธานดังขึ้น เขาเห็นชื่อพลอยนิลจึงกดทิ้ง ครู่เดียวก็มีเสียงว็อตแอ๊บแทน เขาหยิบดูเห็นข้อความของพลอยนิลที่ส่งมาว่า

“ตอนนี้นิลอยู่โรงพยาบาล อยากพบธานเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ”

เนธานตกใจขอโทษแก้วดาราบอกว่ามีธุระด่วนเรื่องงานต้องรีบไป แก้วดาราไม่เชื่อ แต่เนธานขอมาแก้ตัววันหลัง หอมแก้มแล้วรีบไปทันที

“อีแก่! ให้มันรู้ไปสิว่าแกจะเด็ดกว่าฉัน ฮึ่ย!”แก้ว-ดารารู้ทัน คำรามอย่างเจ็บใจ

เนธานรีบไปหาพลอยนิลที่ห้องพิเศษในโรงพยาบาล เธอดีใจมากกุมมือเขาพูดอย่างตื้นตันซาบซึ้งว่านึกแล้วว่าเขาต้องมา พิสูจน์แล้วว่าตนรักคนไม่ผิด แล้วขอโทษสำหรับคำพูดของตนที่ทำให้เขาเสียใจ สัญญาว่าจะไม่พูดแบบนั้นอีก ขอให้เรากลับมาเหมือนเดิมกัน

“คำขอโทษอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่ความเสียใจทำยังไงมันก็ล้างไม่หมดหรอกนิล” เนธานพูดอย่างเย็นชา

“แล้วกุญแจรถสปอร์ตคันนี้ ที่ธานเคยบอกว่าอยากได้ล่ะคะ พอจะทำให้เราสองคนกลับมาเหมือนเดิมได้หรือเปล่า” เนธานตาวาวทันที เธอส่งกุญแจรถสปอร์ตให้ “นี่คือของขวัญแทนคำขอโทษจากนิลค่ะ”

“ที่รัก...ผมรักคุณที่สุดเลย” เนธานผวาเข้ากอดพลอยนิลไว้แนบแน่นจนร่างแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน...

ooooooo

พรุ่งนี้จะมีงานประมูลผลงานของเด็กๆจากมูลนิธิสานสุขแล้ว กวินเคยขอแม่พาเพื่อนมาร่วมงานด้วยคนหนึ่ง คืนนี้เขาจึงโทร.ไปชวนสุรีกานต์มาทำบุญด้วยกัน

สุรีกานต์ดีใจมากบอกว่าปกติตนก็ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กๆในมูลนิธิสานสุขทุกปีอยู่แล้ว กวินดีใจมากที่ชวนไม่ผิดคน นัดพรุ่งนี้จะมารับ แต่สุรีกานต์เห็นว่าเป็นวันพฤหัสฯไม่แน่ใจว่านฤเบศจะเรียกใช้งานอะไรหรือเปล่า เลยบอกกวินว่าตนไปเองดีกว่า

นฤเบศเพิ่งกลับถึงเซฟเฮาส์ ถามทีมงานว่าวันนี้มีงานอะไรคืบหน้าไหม

“มีข้อมูลภารกิจครั้งที่แล้วจากสายลับเนปจูนส่งมาทางอีเมล์ลับเมื่อคืนครับ จากข้อมูลริชาร์ดมีธุรกิจ

ส่งออกอุปกรณ์กีฬากอล์ฟอยู่หลายประเทศ แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายของมันไม่ได้มีแต่ในประเทศไทย แต่กำลังขยายวงกว้างไปทั่วโลก สายลับเนปจูนยังบอกอีกว่า ที่ริชาร์ดรีบผละไปคืนนั้นก็เพราะมีใครบางคนโทร.มารายงานว่าสินค้ามีปัญหา รายละเอียดทั้งหมดผมรวบรวมไว้ในแฟ้มรายงานวันนี้แล้วครับสารวัตร” ปรีติรายงาน

นฤเบศคาดว่าคนที่โทร.มาอาจเป็นพ่อเลี้ยงกำธรก็ได้ สั่งให้สายของเราตามพ่อเลี้ยงไว้อย่าให้คลาดสายตา ฝากอัศวินให้ช่วยเช็กเรื่องนี้ต่อให้ด่วนด้วย

เมื่อนฤเบศเข้าห้องทำงานในเซฟเฮาส์ เขาได้รับโทรศัพท์จากสุรีกานต์ถามว่าพรุ่งนี้วันหยุดของตนมีงานอะไรไหม เขาบอกว่างานของเราไม่มีอะไรแน่นอนเธอต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อมไว้เหมือนกัน สุรีกานต์ตีขลุมถือว่าพรุ่งนี้ไม่มีงาน

นฤเบศนึกได้ว่าบทละครของเธออยู่ที่ตน เธอขอให้ช่วยเอามาคืนให้ที่คอนโดฯหน่อย ถูกปฏิเสธว่าไม่ว่างไว้คืนวันหลังก็แล้วกัน แล้วจะพูดเรื่องอีเมล์ต่อ แต่มือปัดถูกถ้วยกาแฟหกรดบทละคร แม้จะรีบเอากระดาษมาซับแต่ก็ยังเป็นคราบ อึดใจเดียวจ่ายมก็เอาบะหมี่สำเร็จรูปมาให้กิน พลั้งมือทำหกใส่บทละครซ้ำเข้าไปอีก นฤเบศลุกพรวดนึกถึงชะตาตัวเองว่า พรุ่งนี้หายนะแน่!

ooooooo

เพราะพลอยนิลรับเป็นทูตสานสุขกับมูลนิธิไว้แล้ว วันนี้พี่บีจึงไปหาเพื่อเตือนความจำ แต่พลอย-นิลไม่อยู่ พอโทร.เข้ามือถือปรากฏว่าอยู่หัวหินบอกว่าเนธานพามาลองรถใหม่

พี่บีร้อนใจถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร พลอยนิลบอกว่าไม่เห็นยากให้หาคนอื่นแทนก็แล้วกัน แล้วตัดสายเลย ทำเอาพี่บีปวดหัว

ที่ห้องจัดงานมูลนิธิ เริ่มมีการประมูลภาพวาดของเด็กๆ ภาพแรกชื่อ “อาชีพในฝัน” ราคาเริ่มต้น 1,000 บาท มีผู้เสนอทันที 20,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท สุดท้ายหมายเลขหนึ่งเสนอ 200,000 บาท ซึ่งก็คือ สุรีกานต์นั่นเอง

แขกในงานพากันชื่นชมที่เธอมีใจช่วยเหลือสังคม

แล้วก็มีเหตุให้ต้องเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมารายงานคุณกอบแก้วว่า ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าพลอย-นิลตกบันไดขาแพลงมารับตำแหน่งทูตสานสุขไม่ได้แล้ว จึงเป็นปัญหาว่าเวลาฉุกละหุกอย่างนี้จะหาใครที่มีชื่อเสียงมาแทนทัน?

ขณะสุรีกานต์ยืนคุยอยู่กับกวินนั้น เจ้าหน้าที่คนเดิมมาบอกว่าคุณกอบแก้วให้มาเชิญกวินไปที่ห้องประชุมเล็ก

ooooooo

แพรไหมเอาขนมไปส่งที่มูลนิธิ รถเจ้ากรรมก็เกิดเสีย เธอร้อนใจมาก สุดท้ายได้นฤเบศมาช่วยเอาไปส่งที่มูลนิธิได้ทันเวลา

ขณะจะชวนกันกลับนั่นเอง นฤเบศเห็นมงคลเดินมากับริชาร์ด เขาชะงักกึก บอกแพรไหมให้ไปรอที่ล็อบบี้ก่อนเดี๋ยวจะตามไป แล้วรีบเดินตามริชาร์ดไป

ในที่สุดที่ประชุมมูลนิธิก็เลือกสุรีกานต์เป็นทูตสานสุขปีนี้ ทำเอาสุรีกานต์ที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับงง

ขณะนั้นเอง นัฐชามาบอกกวินที่ยืนคุยอยู่กับ

สุรีกานต์ว่า มงคลกับริชาร์ดมาถึงงานแล้ว สุรีกานต์ตกใจหลบไปทันที เธอคิดไม่ตกว่าทำไมคนดีๆ อย่างกวินจึงคบกับคนอย่างริชาร์ดได้ คิดหาทางที่จะหลบออกไปจากงาน พอดีเห็นมาสคอตเดินตามเจ้าหน้าที่มา เธอฉุกคิดได้ทันทีว่าจะออกจากที่นี่ไปได้อย่างไร

ฝ่ายนฤเบศตามริชาร์ดกับมงคลมา ปรากฏว่าริชาร์ดประมูลภาพวาดสุดท้ายไปในราคาถึง หนึ่งล้านบาท ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง นฤเบศจับตาการเคลื่อนไหวของริชาร์ดแต่ไม่สงสัยมงคลที่ยืนคู่กัน คิดว่าคงเป็นแขกที่มางานนี้

สุรีกานต์ในชุดมาสคอตกระต่ายเดินมาหาทางออก ชนเข้ากับนฤเบศอย่างจังจนล้ม พอนฤเบศประคองขึ้นมา พอเธอเห็นเป็นนฤเบศก็แปลกใจว่าเขามางานนี้ได้อย่างไร หรือมีภารกิจแต่ไม่บอกตน เลยมีเหตุผลให้ตัวเองว่า

“ดี...งั้นสายลับเนปจูนก็จะอยู่ปฏิบัติภารกิจต่อ มือชั้นนี้ไม่มีทางยอมกลับไปง่ายๆหรอก” แล้วเธอก็สะกดรอยตามนฤเบศที่เดินตามริชาร์ดไปอีกต่อหนึ่ง จนนฤเบศผิดสังเกตว่ามาสคอตกระต่ายตัวนี้ตามตนมาตลอดเวลา เมื่อริชาร์ดจะกลับมงคลบอกกวินว่าตนจะไปส่งริชาร์ดเอง กวินจึงโทร.หาสุรีกานต์

เจ้าหล่อนกำลังติดตามนฤเบศไปติดๆ โทรศัพท์ที่ตั้งระบบสั่นไว้อยู่ในกระเป๋าสั่นเรียก แต่เธอก็ไม่รับสาย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.7 มนสิชา เกินทน สวรส สวมบทเมียแสดงความเป็นเจ้าของ ชาครีย์
14 เม.ย. 2564

05:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 09:23 น.