ตอนที่ 10
รถของทีมเดอะซันถูกรถของบอดี้การ์ดริชาร์ดไล่บี้เอาเป็น เอาตาย แต่สุดท้ายมันก็ถูกปรีติกับประเสริฐที่นั่งอยู่ที่กระบะยิงเจาะยางจนต้องจอด ข้างทาง พวกมันได้แต่มองรถของเดอะซันที่ขับพุ่งไปอย่างเจ็บใจ
ทีมเดอะซันไปที่เซฟเฮาส์หลังเก่าที่ทิ้งร้างมานาน เป็นบ้านไม้ปลูกอยู่กลางสวน จ่ายมรับรองว่าที่นี่ปลอดภัยไม่มีใครตามมาได้แน่นอน
อัศวิน กับจ่ายมช่วยกันหิ้วปีกนฤเบศที่หมดสติไปแล้วเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล โชคดีที่บ้านหลังนี้ยังมีอาหารแห้งพออยู่กันได้ 2-3 วัน ปรีติเดินสำรวจ พบว่าในตู้มียาสามัญประจำบ้านและอุปกรณ์ทำแผลที่เหลือจากตอนที่พวกเรามาเก็บ ตัวครั้งก่อน สุรีกานต์รีบเอายามาเตรียมทำแผลให้นฤเบศ
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว อัศวินตั้งข้อสังเกตว่า คนที่สุรีกานต์ออกไปพบต้องเป็นคนใกล้ตัวพวกเราแน่ๆ
“สารวัตรมังกร!!” จ่ายมโพล่งออกมา
“ก็น่าคิดนะ พักหลังมานี้เหมือนไอ้ริชาร์ดมันรู้
ความเคลื่อนไหวของเราเกือบหมดทุกอย่าง เป็นไปได้ว่าน่าจะมีตำรวจด้วยกันเองนี่แหละที่คอยส่งข่าวให้มันอยู่” อัศวินวิเคราะห์
ทันใดนั้นนาฬิกาข้อมือสายลับของปรีติดังติ๊ดๆๆ เขาบอกเพื่อนๆ ว่า
“ระบบความปลอดภัยของเซฟเฮาส์เตือนว่าขณะนี้กำลังมีคนบุกรุก”
ประเสริฐชื่อว่าต้องเป็นพวกริชาร์ดย้อนกลับไปหาหลักฐานที่เซฟเฮาส์เราแน่ๆ ชวนกันไปตรวจสอบ
มิฉะนั้นทุกอย่างที่เราทำมาพังหมดแน่ สุรีกานต์อาสาจะดูแลนฤเบศอยู่ที่นี่เอง ไม่ต้องห่วง
เมื่อ ทีมเดอะซันไปกันแล้ว สุรีกานต์จึงจุดตะเกียงเอากะละมังและผ้าขุนหนูผืนเล็กมาเพื่อเช็ดคราบเลือด ให้นฤเบศที่นอนไม่ได้สติอยู่ เธอมองเขาบอกเหมือนบ่น
“หลับนานเกินไปแล้วนะคุณสารวัตร เจ็บแค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้”
ระหว่าง นั้นมีข้อความจากแพรไหมส่งเข้ามาว่า “พรุ่งนี้วันแข่งแล้ว พี่เบศอย่าลืมมาเชียร์ไหมตามสัญญานะคะ” อ่านแล้วสุรีกานต์ก็แอบหึงโดยไม่รู้ตัว
ooooooo
ทีมเดอะซันไปถึงเซฟเฮาส์ที่ถูกถล่ม ประเสริฐรีบเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ เปิดและเช็กอย่างเร็วปรากฏว่าทุกอย่างยังเรียบร้อยดี
“พวก มันโง่มาก ที่ใช้มือแฮกกระจอกๆ มาทำงาน ตอนนี้ระบบทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ในเซฟเฮาส์ถูกผมบล็อกจากเครื่องแม่ตัวนี้ ไว้หมดแล้ว” ประเสริฐเล่าอย่างโล่งอก
“ไอ้พวกริชาร์ดมันล่าถอยไปแบบนี้แล้ว งั้นเราก็กลับไปรับสารวัตรกับคุณโซ่มาได้แล้วสิครับผู้กอง” จ่ายมเสนอ
“ยังจ่า...ผมเชื่อว่ามันยังจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเราอยู่” อัศวินเบรก
จริงอย่างที่อัศวินคาด เพราะที่นอกบ้าน บอดี้การ์ด 2 คนของริชาร์ดจับตาการเคลื่อนไหวของตำรวจและรายงาน...
“ที่รังพวกมันมีตำรวจแห่กันมาเต็มไปหมดเลยครับหัวหน้า ส่วนมือแฮกเกอร์ที่ส่งเข้าไปหาข้อมูลสำคัญในเซฟเฮาส์ก็ทำงานไม่ได้เรื่อง ที่สำคัญ ทีมไล่ล่าที่เราส่งไปตามลากคอนังดาราตัวแสบกับไอ้สารวัตรเดนตายนั่นก็ยังหาตัวมันไม่พบครับ”
ooooooo
ที่โกดังสินค้าชานเมือง...ริชาร์ดมีผ้าพันแผลที่แขนเดินเข้าไปในโกดังอย่างโมโหจัด ด่าบอดี้การ์ดที่ยืนเรียงแถวก้มหน้าหงุดหงิดด้วยความหวาดกลัว
“งานง่ายๆ แค่นี้ยังทำพลาด รู้ไหมว่าโทษของพวกแกคืออะไร...ตายสถานเดียว!!” สิ้นเสียงก็ยิงขาบอดี้การ์ดคนหนึ่งล้มลง “ใครทำงานไม่ได้เรื่อง มันจะไม่มีโอกาสได้มีเงาหัวอยู่บนโลกนี้อีก” แล้วทำท่าจะยิงอีกคน
“ใจเย็นก่อนครับท่าน ถึงฆ่าพวกมันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ” หัวหน้าบอดี้การ์ดขอร้อง
“แล้วรู้ไหมว่าสิ่งที่มีประโยชน์ที่ควรทำมากที่สุดในตอนนี้คืออะไร” พวกบอดี้การ์ดพยักหน้า “งั้นก็รีบไสหัวไป!! ไปตามลากตัวพวกมันมาให้ได้ ไป!!”
พวกบอดี้การ์ดลนลานแยกย้ายกันไป สวนกับพ่อเลี้ยงกำธรและลูกน้องสองคนเดินเข้ามา พ่อเลี้ยงถามริชาร์ดว่าพวกมันหนีไปได้หรือ แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไป
“ฆ่ามัน!! โดยเฉพาะไอ้สารวัตรนฤเบศกับนังดารานั่น ผมต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”
“เรื่องนี้ผมคิดว่าสารวัตรมังกรน่าจะช่วยเราได้”
“ดี!! งั้นพ่อเลี้ยงก็รีบจัดการด้วยก็แล้วกัน รู้แหล่งกบดานของพวกมันเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งจัดการพวกมันได้เร็วเท่านั้น” ริชาร์ดยิ้มเหี้ยม แววตาอำมหิต
ooooooo
นฤเบศฟื้นขึ้นมา พอรู้ว่าอยู่กับสุรีกานต์เพียงสองคนในเซฟเฮาส์เก่าเพราะคนอื่นกลับไปเก็บรักษาเอกสารและข้อมูลที่เซฟเฮาส์ใหม่เขาก็หน้าขรึม เครียด
นฤเบศยังไม่หายระแวงสุรีกานต์ที่แอบไปพบกวินซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยของทีม สุรีกานต์ดูออกเธอยอมรับผิดที่ทำให้ริชาร์ดรู้แผนการของเขา ถามว่าไม่นึกบ้างหรือว่าตนก็เสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้เรื่องมันเป็นแบบนี้
“นี่ไงล่ะที่ผมเคยบอกคุณว่าถ้าเราประมาท คนที่เราตามล่าก็อาจจะย้อนรอยมาตามล่าเราได้เหมือนกัน”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ”
“เอาเถอะ ถึงคนที่คุณออกไปพบจะเป็นนายกวินที่ส่งข้อความหา หรือสารวัตรมังกรที่ลูกน้องผมสันนิษฐานว่าเป็นไส้ศึก แต่ยังไง ความไว้ใจที่ผมมีให้คุณมันก็ถูกทำลายไปแล้วล่ะ ตอนนี้ผมอดคิดไม่ได้ว่า คุณยืนอยู่ข้างใครกันแน่ระหว่างทีมเดอะซันกับคนที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของริชาร์ดอย่างนายกวิน”
“สรุปที่ฉันพูดทั้งหมดนี่เปลืองน้ำลายเปล่าใช่ไหมเนี่ย คุณนี่มันงี่เง่าจริงๆเลย”
สุรีกานต์เดินปึงปังออกไป นฤเบศได้แต่มองตามกลุ้มๆ
ooooooo
วันนี้กอบแก้วรู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงขอให้กวินไปร่วมงานค้นหาเค้กสุดพิเศษสำหรับวันวาเลนไทน์แทนและในรอบตัดสินก็จะให้เขาไปเป็นกรรมการด้วยเพราะบอกคนจัดงานไว้ว่าเขาเป็นคนชอบทานเค้กมาก
“โห...กรรมการเลยเหรอครับแม่” กวินอุทาน แต่เขาก็ไปงานประกวดพาทิซิเย่ตามคำขอของคุณแม่
แพรไหมเข้าแข่งขันด้วย เธอส่งไลน์ไปให้นฤเบศว่า “พี่เบศมาให้กำลังใจไหมด้วยนะคะ”
ปรากฏว่าแพรไหมได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย กวินให้กำลังใจว่า รับรองรอบตัดสินเธอจะต้องได้ข่าวดีแน่นอน
ฝ่ายสุรีกานต์เริ่มร้อนใจ ยิ่งเมื่อดูมือถือมีมิส
คอลล์จากวุ้นกรอบ 5 สาย และของกวินอีก 8 สาย เธอเปิดดูไลน์ข้อความใหม่จากกวินที่ส่งมา “คุณโซ่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมรู้ว่าคุณโซ่กำลังเครียดเรื่องข่าว แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงคุณโซ่มาก ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ยังไงก็ติดต่อกลับมาหาผมด้วยนะครับ” เธอก็ยิ่งว้าวุ่นใจ
“ผมว่าคุณปิดเครื่องไปเลยดีกว่า” นฤเบศดึงมือถือไป
สุรีกานต์โมโห บอกว่ายังไงตนก็ต้องขอส่งข่าวบอกเพื่อนหน่อยว่าสบายดีไม่ต้องห่วง
“ไม่ได้ จะเพื่อนหรือแฟน ตอนนี้คุณก็ไม่มีสิทธิ์ติดต่อใครทั้งนั้น เพราะตอนนี้เรากำลังถูกตามล่า อยากให้พวกไอ้ริชาร์ดมันจับสัญญาณโทรศัพท์ แล้วตามมาหักคอคุณถึงที่นี่ได้แบบสบายๆใช่ไหม” นฤเบศโยนโทรศัพท์คืนแล้วเดินหนีไป
แต่สุรีกานต์ไม่ยอม ตามไปชี้แจงเรื่องที่ตนทำถามว่าขนาดนี้แล้วเขายังไม่เลิกสงสัยตนอีกหรือ
“เอาเป็นว่า ผมจะเชื่อใจและไว้ใจคุณอีกครั้งก็แล้วกัน” นฤเบศพูดโดยไม่หันมอง แต่ก็ทำให้เธอสบายใจขึ้น
ooooooo
พลอยนิลถูกเล่ห์กลของแก้วดารา เข้าใจผิดเสียใจเรื่องเนธานกับสุรีกานต์จนทิ้งงานเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายจนตาบวมช้ำ บอกพี่บีให้จัดกระเป๋าตนจะไปพักผ่อนที่ปารีสอย่างไม่มีกำหนด
“ไม่ได้นะน้องนิล น้องนิลมีงานอยู่เป็นหางว่าวเลย น้องนิลจะปล่อยให้ผู้ชายคนเดียวทำลายชีวิตเราแบบนี้ไม่ได้นะคะ” พี่บีเตือนสติ แล้วเสนอไปช็อปปิ้งกันให้
เวิ่นเว้อหายเบื่อไปเลย ดีกว่ามาอุดอู้อยู่แต่ในห้องดีไหม
พลอยนิลไปช็อปปิ้งใช้เงินราวกับเบี้ยซื้อของแบรนด์เนมเป็นว่าเล่น แก้วดาราเห็นกระเป๋าแบรนด์เนมของพลอยนิลที่โพสต์ในอินสตาแกรมก็ริษยาบอกว่านี่เป็นกระเป๋าที่ตนอยากซื้อ แต่เกี๊ยวกุ้งเช็กเงินในบัญชีแล้วเหลือไม่ถึงครึ่งของราคากระเป๋า แก้วดาราไม่พอใจโวยวายให้เกี๊ยวกุ้งหาเงินมาให้ตนให้ได้ก็แล้วกัน
นอกจากนี้ แก้วดารายังพยายามจะจับกวินให้ได้ วันนี้หลังจากอายอดสั่งเลิกกองก็ชวนกวินไปหาอะไรอร่อยๆทานกัน ถูกพายไก่กับวุ้นกรอบเยาะเย้ยจนทะเลาะกัน กวินฉวยโอกาสนั้นเดินหนี ทำให้แก้วดาราเสียหน้ามาก
ฝ่ายเนธานเมื่อถูกพลอยนิลสลัดทิ้ง ก็หันไปเกาะแก้วดารา เธอดูถูกว่ารอให้เขาได้เป็นพระเอกก่อนแล้วค่อยมา เนธานตื๊อ เตือนว่า
“เลิกยุ่งกับคนที่เขาไม่สนใจ แล้วหันมามองที่เขาเห็นค่าคุณดีกว่าน่า ตามตื๊อเขาไปวันๆแบบนี้มันไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นมา” เธอพูดอย่างหมายมาดว่าตนได้เป็นซุปตาร์ขึ้นมาเมื่อไหร่จะเดินชูคอไม่เห็นหัวใครเลย “แล้วผมล่ะ ถึงตอนนั้นแล้ว ยังพอจะอยู่ในสายตาคุณบ้างรึเปล่า”
เธอดูแคลนว่าให้เป็นพระเอกเสียก่อนแล้วจะรับพิจารณา แต่พอเนธานตื๊อ อ้อนไม่กี่คำ เธอก็ขึ้นเตียงกับเขาอย่างง่ายดาย ปรากฏว่าถูกเนธานดัดหลังอย่างเจ็บแสบ ใช้มือถือถ่ายวีดิโอบนเตียงไว้ทุกลีลา
ooooooo
มังกรให้องอาจไปสืบเซฟเฮาส์ของเดอะซันทั้งหมด เมื่อองอาจเอาข้อมูลมาให้ เขายิ้มร้ายบอกว่า
“ดีมาก...เดี๋ยวฉันจะเอาข้อมูลกระจอกๆพวกนี้แหละไปแลกกับเงินก้อนโต”
แล้วมังกรก็เอาข้อมูลนี้ไปให้พ่อเลี้ยงกำธรแลกกับเงิน 20 ล้าน พ่อเลี้ยงรับข้อมูลแล้วรีบเอาไปให้ริชาร์ดทันที
คืนนี้เอง บอดี้การ์ดของริชาร์ด 10 คนก็ไปที่เซฟเฮาส์ในสวน หัวหน้ามันสั่งก่อนลงจากรถว่า
“หาให้ทั่ว จับเป็นไม่ได้ ก็จับตาย!!”
บอดี้การ์ดของริชาร์ดสาดกระสุนใส่บ้านพักไม่ยั้งมือ เป็นเวลาที่สุรีกานต์นุ่งกระโจมอกอาบน้ำอยู่ นฤเบศพาเธอหนีออกไปหลบที่พุ่มไม้ใกล้รถตู้กับรถกระบะของพวกริชาร์ดที่จอดอยู่ สุรีกานต์ถามว่ามันล้อมไว้แบบนี้เราจะหนีไปได้ยังไง?
“มันต้องมีทางสิน่า” นฤเบศตอบอย่างไม่ยอมจำนน พลันก็คิดแผนออกบอกว่าตนจะไปจัดการวายร้ายสองคนที่ยืนเฝ้ารถอยู่ ส่วนเธอให้ไปขโมยกุญแจรถตู้มาให้ได้
ทั้งสองปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว นฤเบศพาสุรีกานต์ที่ขโมยกุญแจรถตู้ได้แล้ว ขึ้นรถกระบะขับพุ่งไปทันที บอดี้การ์ดตะโกนบอกกันให้รีบตามไป แต่พอไปถึงรถตู้ปรากฏว่าไม่มีกุญแจรถ เลยได้แต่มองตามท้ายรถกระบะไปอย่างเจ็บใจ
นฤเบศขับไปได้ระยะหนึ่ง บอกสุรีกานต์ว่าเราคงต้องหนีไปหาที่ตั้งหลักใหม่ เพราะริชาร์ดต้องส่งคนมาตามล่าเราแบบกัดไม่ปล่อยแน่ สุรีกานต์ถามว่าแล้วเราจะหนีไปไหน เขาบอกว่ายังไม่รู้คงต้องขับไปเรื่อยๆก่อน
“หึ...รอคุณนึกออก พวกมันได้ตามมาทันก่อน” อึดใจเดียวเธอร้องอย่างดีใจ “นึกออกแล้ว จอดรถเดี๋ยวนี้ฉันจะขับเอง ฉันจะพาคุณไปในที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราในตอนนี้”
แม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่นฤเบศก็เปลี่ยนให้เธอมาขับแทนจ่ายมกับประเสริฐ ได้รับรายงานว่าเซฟเฮาส์กลางสวนถูกถล่มและยังไม่ได้ข่าวนฤเบศกับสุรีกานต์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็มั่นใจว่าคนเก่งอย่างสารวัตรและฉลาดอย่างสุรีกานต์ต้องเอาตัวรอดได้ เชื่อว่าอีกไม่นานทั้งสองก็คงติดต่อกลับมา
ooooooo
ที่ปลอดภัยที่สุดที่สุรีกานต์พานฤเบศไปคือบ้านริมทะเล ซึ่งเป็นบ้านหลังเก่าก่อนที่ครอบครัวของเธอจะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้วขอให้สบายใจได้
แต่พอสุรีกานต์พาเดินมาที่บ้าน ก็ถูกเจ้าเจมส์บอนด์สุนัขแสนรู้เห่าต้อนรับ อึดใจเดียวซันหลานชายวัยกำลังซนก็วิ่งออกมากอดอาโซ่ด้วยความดีใจ พลันประตูบ้านเปิดออก คราวนี้ ทั้งกสิณ สายทิพย์ ผู้เป็นพ่อกับแม่และดิ่งพี่ชายกับคะนึงนิจพี่สะใภ้ก็ออกมากันด้วยความดีใจแกมประหลาดใจ
“พ่อ แม่ พี่ดิ่ง พี่นิจ ทำไมมาอยู่นี่กันครบเลยล่ะคะ” สุรีกานต์มองทุกคนอย่างคาดไม่ถึง ต่อมาจึงรู้ว่าเพราะกำลังต่อเติมบ้านที่กรุงเทพฯเลยพากันมาพักที่นี่ชั่วคราว
สุรีกานต์แนะนำนฤเบศแก่ทุกคนว่า “นี่พี่เบ็ตตี้ผู้จัดการส่วนตัวของโซ่ค่ะ” นฤเบศสะดุ้งนึกในใจว่าเบ็ตต้ีอีกแล้วหรือ?? สายทิพย์ถามว่าคนที่เป็นข่าวกันใช่ไหม
สุรีกานต์เลยแสร้งทำเป็นซี้กับนฤเบศรับว่า
“ตามข่าวเลยค่ะแม่ พี่เบ็ตตี้เป็นพี่สาวสุดเลิฟของโซ่ค่ะ”
ทั้งสายทิพย์และคะนึงนิจยิ้มให้นฤเบศ แต่ผู้ชายด้วยกันอย่างกสิณกับดิ่งดูออกว่านฤเบศเป็นผู้ชายทั้งแท่ง แกล้งถาม
“แล้วนี่ไปไงมาไงถึงพากันมาที่นี่ได้”
อาศัยประสบการณ์ที่อยู่ในวงการมานาน แสดงบทนางร้ายมาอย่างโชกโชน สุรีกานต์อ้างว่าตนหนีนักข่าวมา เพราะนักข่าวไปที่กองถ่ายเพื่อขอสัมภาษณ์เรื่องพลอยนิล ได้ยินพวกนักข่าวพูดกันว่าวันนี้ถ้าไม่ได้ข่าวจะไปเฝ้าที่คอนโดฯ ตนเลยจำต้องหนีมา ส่วนที่นุ่งกระโจมอกมานั้นเพราะเป็นชุดที่เข้าฉากสุดท้ายพอดีเลยหนีมาทั้งชุดนี้
กว่าจะแก้สถานการณ์เอาตัวรอดได้ก็เล่นเอาเหนื่อย จนเมื่อสายทิพย์บอกว่ามากันเหนื่อยๆให้พานฤเบศไปหาที่พักจะได้พักผ่อนกัน สุรีกานต์รีบขอตัว เลี่ยงไปจากสถานการณ์บีบคั้นนั้นทันที
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว สุรีกานต์กับนฤเบศไปเดินคุยกันที่ชายหาด เธอบอกว่าท่าทางพ่อกับพี่ชายไม่เชื่อว่าเขาเป็นเกย์ บอกว่าพ่อกับพี่ชายหวงตนมาก และตั้งแต่เล็กจนโตตนก็ไม่เคยพาผู้ชายคนไหนเข้าบ้านมาก่อนเลย
นฤเบศหลอกถามว่า แม้แต่แฟนหรือ สุรีกานต์เผลอบอกว่าตนไม่เคยมีแฟน
“โตจนป่านนี้แล้วเนี่ยนะ” นฤเบศแกล้งแซว
“เท่าที่รู้ คุณก็ยังไม่เคยมีเหมือนกันนี่ ชิ อายุก็ตั้งปูนนี้แล้ว” สุรีกานต์เอาคืนอย่างเจ็บใจ
เลยกลายเป็นคนที่ไม่มีแฟนสองคนมาเจอกัน นฤเบศพูดขำๆว่าสงสัยเพราะโลกกลมกระมัง สุรีกานต์หมั่นไส้บอกว่ามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อไป
นฤเบศเสนอว่าเธออยู่ที่นี่กับครอบครัวปลอดภัย ดีแล้ว ตนก็จะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้เลย สุรีกานต์ไม่เห็น ด้วยเพราะเชื่อว่าริชาร์ดต้องตามล่าเขาอยู่แน่ๆ กลับไป ตอนนี้จะอันตรายมาก
“ลืมไปแล้วรึไงว่าผมเป็นตำรวจ การที่เราหนีมาแบบนี้ มันเป็นแค่การหนีมาตั้งหลักเพื่อกลับไปสู้ใหม่ ไม่ใช่การหนีตลอดไปสักหน่อย”
“ฉันรู้...แต่ฉันเป็นห่วงคุณนี่ เหตุผลแค่นี้ พอจะฟังขึ้นไหมล่ะ”
ได้รับรู้ถึงความเป็นห่วงอย่างจริงใจของเธอ ทั้งจากคำพูดและสายตา ทำให้นฤเบศอึ้ง...พูดไม่ออก
ระหว่างพักอยู่ที่บ้านริมทะเล สุรีกานต์ต้องแก้ปัญหา คาใจของกสิณกับดิ่งที่ระแวงว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนฤเบศไม่ใช่แค่ผู้จัดการส่วนตัวอย่างที่บอกเป็นเรื่องตึงเครียดจนต้องเปิดใจคุยกัน เมื่อสุรีกานต์ เกิดอาเจียนขณะกินข้าวที่โต๊ะ ทั้งพ่อและแม่เรียกเธอไปถามว่า ท้องใช่ไหม เธอชี้แจงว่าไม่ได้ท้อง ที่อาเจียนเพราะ กินเร็วไปหน่อยเลยจุกเท่านั้นเอง นฤเบศเองก็รับรองว่า ตนกับสุรีกานต์ไม่เคยมีสัมพันธ์เกินเลยกัน ทุกคนจึงค่อยสบายใจขึ้น
ooooooo
ฝ่ายริชาร์ด เมื่อยังกำจัดนฤเบศกับสุรีกานต์ไม่ได้ เขาบอกพ่อเลี้ยงที่แสดงความเป็นห่วงว่า จะย้ายโกดังใหญ่ด้วยการส่งสินค้าไปที่บริษัทของกวินตามออเดอร์ เชื่อว่าที่นั่นเป็นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสินค้าของเราในเวลานี้
เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของกวิน จึงอาศัยมงคลให้เอาเอกสารยอดจำนวนสินค้าที่จะส่งไปให้กวินเซ็น กวินสงสัยว่ามียอดเกินมาและวันรับมอบสินค้าก็ไม่ตรงกับตัวสัญญาฉบับเดิม ข้อทักท้วงของกวิน ทำให้มงคลไม่พอใจ ท่าทีเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นแข็งกร้าว ถามว่าไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจตนแล้วใช่ไหม
“เปล่าครับ ผมเชื่อมั่นในตัวคุณอาเสมอ”
“งั้นก็เซ็นเลยสิ นี่ก็ดึกมากแล้ว วินจะได้กลับไปพักผ่อน”
ในที่สุด กวินก็ต้องเซ็นเอกสารที่มงคลเอามา มงคลพอใจเดินยิ้มร้ายกลับไป
ส่วนริชาร์ดก็นัดพบอุษณะที่ไนท์คลับหรู เสนอแกมขู่ให้อุษณะเซ็นชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ของเขา อุษณะรู้ทันว่าริชาร์ดหวังอาศัยความมีชื่อเสียงของตนเป็นเกราะกำบังความผิดจากธุรกิจผิดกฎหมายของเขา
“ฉลาดนี่...ถ้าโรงงานผลิตแห่งนี้มีชื่อของคุณเป็นหนึ่งในเจ้าของ...งานของผมก็จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น แล้วคุณก็จะได้รับผลประโยชน์จากมันอย่างคุ้มค่าแน่นอน โอเคไหมล่ะ” อุษณะถามว่าถ้าตนไม่ตกลงล่ะ? ริชาร์ดยิ้มเหี้ยมก่อนตอบว่า “คุณคงไม่ตัดสินใจแบบนั้นหรอกอุษณะ เชื่อผมสิ”
พูดแล้วริชาร์ดมอบกล่องของขวัญให้อุษณะก่อนลุกเดินไป อุษณะเปิดกล่องดู มันคือลูกกอล์ฟของชำร่วยที่มีรหัส 015422 นั่นเอง!
แก้วดาราที่พยายามจะถีบตัวเองขึ้นแข่งกับ พลอยนิล เห็นพลอยนิลใช้กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงหูดับก็จะซื้อ แต่เพราะเงินไม่พอ บังคับเกี๊ยวกุ้งให้หาเงินให้เกี๊ยวกุ้งหางานให้ โดยให้เธอไปกินข้าวกับเสี่ยคนหนึ่ง แม้จะได้เงินมาซื้อกระเป๋าได้สมใจ แต่เธอก็ยังไม่พอใจหาว่าเกี๊ยวกุ้งหางานกับเสี่ยกระจอกๆให้ตน ด่าเกี๊ยวกุ้งว่า
“ต่อไปถ้าไม่ใช่เศรษฐีใหญ่หรือเจ้าของธุรกิจ พันล้าน พี่เกี๊ยวไม่ต้องหางานแบบนี้ให้แก้วอีกนะคะ เสียเวลา!”
ขณะเดินออกมา แก้วดาราเห็นริชาร์ดกำลังเดินออกมาเช่นกัน จำได้ว่าเคยเห็นเขาพาสุรีกานต์ไปที่คอนโดฯ จึงคิดจะจับริชาร์ด เธอมองริชาร์ดตาเป็นประกาย จนเกี๊ยวกุ้งถามว่าใครหรือ?
“แก้วก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าเขาเป็นใคร แล้วแก้วก็จะต้องรู้จักเขาให้ได้ด้วย ยังไงเราแยกกันตรงนี้เลยแล้วกันนะคะพี่เกี๊ยว” แล้วเธอก็แกล้งเดินไปชนริชาร์ดจนตัวเองเสียหลักเกือบล้ม หาเหตุสานสัมพันธ์กันต่อ
เมื่อพากันไปนั่งดื่ม แก้วดาราแสดงตัวเป็นดารา
ริชาร์ดถามว่าถ้าอย่างนั้นเธอคงรู้จักสุรีกานต์ เธอคุยโวว่าตนกับโซ่สนิทกันมาก แต่หลังจากมีข่าวกับเนธานไม่รู้ว่าโซ่หายไปไหน ใครก็ติดต่อไม่ได้ ริชาร์ดทำทีเป็นห่วงสุรีกานต์มาก พอแก้วดาราบอกว่าถ้าได้ข่าวสุรีกานต์เมื่อไหร่จะรีบบอก ริชาร์ดก็รีบตอบทันที...
“ดีเลยครับคุณแก้ว แบบนี้เห็นทีเราสองคนคงต้องเจอกันบ่อยๆแล้วสิครับ”
ทั้งสองสบตายิ้มให้กันอย่างมีความหมาย...
แม้ว่าพลอยนิลจะเป็นดาราดัง แต่เธอมักทิ้งงานจนเจ้าของสินค้าเบื่อหน่าย แก้วดาราฉวยโอกาสนี้ เสียบแทน ทำให้พลอยนิลแค้นใจมาก ในวันที่แก้วดาราไปเปิดตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ที่พลอยนิลทำมาหลายปี พลอยนิลจึงไปอาละวาด แต่ความเป็นคนอารมณ์ร้ายก็ต้องพ่ายความเจ้าเล่ห์แอ๊บแบ๊วของแก้วดารา ในที่สุดเธอก็ต้องออกจากงานไปอย่างเจ็บใจ อับอายในขณะที่แก้วดาราหวือหวาอยู่บนเวที
ooooooo
ที่สำนักงานตำรวจ...จ่ายมกับปรีติปรารภกันถึงนฤเบศและสุรีกานต์ว่าหายเงียบไปนาน จ่ายมเริ่มใจคอไม่ดี อัศวินบอกว่าเรารอไปอีกสักวันสองวัน ถ้าทั้งสองยังไม่ติดต่อมา เราคงต้องทำอะไรจริงจังสักอย่างแล้ว
“จะทำอะไรก็รีบๆทำหน่อยนะ ก่อนที่หัวหน้าทีมเดอะซันคนเก่งจะถูกพวกแก๊งค้ายาเก็บตายไปเสียก่อน” มังกรที่เดินสวนมาพูดเย้ย ปรีติถามประเสริฐเบาๆว่า
“แปลก ทำไมสารวัตรมังกรถึงรู้เรื่องที่สารวัตรนฤเบศหายตัวไป แถมยังรู้อีกว่าพวกที่ตามเราอยู่เป็นแก๊งค้ายา”
“หรือว่าเรื่องที่เราสงสัยกันอยู่จะเป็นความจริง” ประเสริฐฉุกคิด ทั้งสองมองหน้ากันอย่างระแวง
เวลาเดียวกัน นฤเบศใช้คอมฯของซันเปิดดูอีเมล์จากทีมเดอะซันที่ส่งเข้าในอีเมล์ของตน พบข้อความ...
“แกะรอยหลักฐานบางอย่างจากข้อมูลที่สายลับเนปจูนโหลดมาจากโน้ตบุ๊กพลูโตคราวก่อนได้แล้ว”
นฤเบศบอกสุรีกานต์ว่าตนต้องไปแล้ว เธอถามว่าแล้วตนล่ะ เขาให้หลบอยู่ที่นี่ก่อนเพื่อความปลอดภัย
“แต่ฉันก็เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมเดอะซันเหมือนกันนะ ให้ฉันไปเถอะ...” นฤเบศบอกว่าคราวนี้มันอันตรายมากขอให้เชื่อตนสักครั้งเถอะ เธอตื๊อต่อว่า “ไหนๆคุณก็ยอมฉัน มาตลอด คราวนี้คุณก็ยอมฉันอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ ถือว่าฉันขอร้องเหมือนกัน ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ...นะ...”
เจอนางร้ายมืออาชีพจอมตื๊อเข้าแบบนี้ นฤเบศก็พูดไม่ออก
ซันที่พานฤเบศมาใช้คอมฯของตน มองทั้งสองอย่างสังเกต...
รุ่งขึ้น ทุกคนในครอบครัวจึงได้มายืนส่งสุรีกานต์กับนฤเบศเดินทางกลับกรุงเทพฯ เธออ้างว่าต้องรีบกลับไปถ่ายละครต่อ เธอสัญญากับพ่อแม่ว่าว่างๆจะมาอีก คราวหลังจะอยู่นานๆ ย้ำว่าตนจะไม่ทำให้พ่อเสียใจเด็ดขาด กสิณขอโทษท่ีเข้าใจลูกผิด หันไปทางนฤเบศพูดด้วยความเชื่อมั่นว่า
“ฝากคุณดูแลลูกสาวผมด้วยนะ ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดี สามารถปกป้องยัยโซ่ได้”
“ครับ...ผมจะคอยดูแลคุณโซ่เป็นอย่างดี” นฤเบศรับปาก แล้วทั้งสองก็ไหว้ลาพ่อแม่พี่ๆไปขึ้นรถ แต่จู่ๆซันก็วิ่งมาเคาะกระจกรถ ทำกระซิบกระซาบอะไรกับนฤเบศได้ยินกันแค่สองคน สุรีกานต์ได้แต่มองอย่างสงสัย จนเมื่อออกรถไปแล้วเธอถามว่า เมื่อกี๊เขาซุบซิบอะไรกับซัน
“ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องระหว่างผมกับซันไม่เกี่ยวกับคุณ” แต่พอถูกคาดคั้น นฤเบศก็บอกว่า ซันมากระซิบว่า “อาครับ...ก่อนอาจะไป อาบอกผมได้ไหมว่าอาเป็นแฟนกับอาโซ่รึเปล่า” เธอตกใจถามว่าแล้วเขาตอบไปอย่างไร “ก็ตอบไปว่า ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน”
“เดี๋ยวนะ ไอ้ที่บอกว่าตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน หมายความว่าไง พูดแบบนี้เหมือนตอนนี้ยัง แต่อนาคตยังไม่แน่นอนอย่างนั้นแหละ”
“ไม่รู้...คุณก็คิดเอาเองสิ” นฤเบศพูดยิ้ม แล้วทำเป็นมีสมาธิในการขับรถมาก แต่แอบยิ้มในใจ...
สุรีกานต์นั่งหน้าเหวอๆ แล้วค่อยๆกลายเป็นยิ้มเขินออกมาไม่รู้ตัว...
ooooooo










