กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

วันนี้ที่รอคอย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังเหตุการณ์...

ภูสินทรรู้สึกผิดจนสมควรตาย สุริยะบอกว่าราชิดให้ลูกน้องเข้ามาเคลียร์พื้นที่ในโรงงาน อ้างว่าไม่มั่นใจว่าเราจะรักษาความปลอดภัยดีพอหรือไม่ ที่แท้เป็นแผนการของมัน

“เราเคยบอกแล้วว่าอย่าให้มีช่องโหว่” จ้าวซันขัดขึ้นอย่างทนไม่ไหว “ถ้าพวกมันไม่แน่จริง ตัวเราคงไม่ต้องออกมาร่อนเร่เป็นเจ้าไม่มีศาลอย่างนี้” ภูสินทรยอมรับผิดอีก จ้าวซันตัดบท “พอเถอะ! ขอให้ทุกคนเอาบทเรียนครั้งนี้จำใส่สมองไว้ว่า พวกมันมีแผนฆ่าองค์รัชทายาทแน่ๆ และที่สำคัญ ถ้าเราไม่มาเจอเหตุการณ์กับตัวเอง เราก็จะเพ้อไปว่า เราวางใจทุกคนได้ แต่ในความ เป็นจริง เราไว้ใจใครไม่ได้เลยจริงๆ”

ทุกคนซีดสนิท ทั้งรู้สึกผิดและละอายอย่างยิ่ง

ฝ่าย ราชิดกับโกศินคุยกันอย่างเจ็บใจที่ระเบียงกว้างบนโรงแรมสูง ที่อุตส่าห์วางแผนไว้อย่างแยบยลแต่กลับพลาด ต่างโทษว่าเพราะ “ไอ้ตัวเล็กนั่นตัวเดียว”

“แต่ไอ้คนงานย้อมไหมที่มาช่วยไอ้ทหารน้อย...คน นั้นท่าทางมันประหลาดๆ...หรือว่ามีคนที่โรงงานล่วงรู้แผนเรา” ราชิดตั้งข้อสังเกต แต่โกศินไม่เชื่อว่ามี ถ้ามีพวกนั้นก็ต้องหาทางป้องกันไว้ก่อนแล้ว เพราะถ้าพระองค์เป็นอะไรไป ความผิดจะตกอยู่กับโรงงาน

“ขนาดที่เมืองไทยเรายังทำไม่สำเร็จ แล้วที่ฮ่องกงล่ะ ทางการจีนมิเข้มงวดกว่านี้อีกหรือ” ราชิดยังกังวล

“ข้า จะย้ำกับคนที่นั่น ให้มันใช้วิธีที่หมดจดโหด-เหี้ยมกว่านี้ ต้องทำให้พระองค์สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ประดุจควันในอากาศ” โกศินจิกตาร้าย

พลันราชิดก็ยกมือไม่ให้พูดเพราะรู้สึกมีการเคลื่อนไหว หลังพุ่มไม้ แต่พอเดินไปดูเห็นแต่ใบไม้ไหวทั้งที่ไม่มีลมแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทั้งสองจึงพากันเดินกลับเข้าข้างใน

ที่หลังพุ่มไม้ในเงามืด...ภูสินทรซุ่มเงียบกริบ มองตามราชิดกับโกศินไปอย่างแค้นใจ

ooooooo

ส่วน บราลีที่ยอมไปกับฉินเจียง ถูกฉินเจียงหลอก ล่อหว่านล้อมให้กินดื่มชวนคุยอย่างสนุกสนาน ระหว่างนั้นเกาเฟยก็แอบถ่ายคลิปส่งไปให้จ้าวซันดู

จ้าวซันถึงกับผงะ เมื่อเห็นภาพบราลีกับฉินเจียงที่พูดคุยชนแก้วกันอย่างยิ้มแย้ม ภาพเรียงรายเป็นอัลบั้มเลยทีเดียว ซ้ำเมื่อเจอกับผิงอัน เธอบอกว่าบราลีไม่มาสอนที่นี่อีกแล้ว ถ้าอยากเรียนก็ให้ไปที่บ้าน ทั้งยังฝากกุญแจรถคืนให้ด้วย จ้าวซันไปหาบราลีที่บ้านหลินจื้อเหม่ยทันที แล้วเขาก็ต้องอึ้ง เมื่อหลินจื้อเหม่ยบอกว่าบราลีเพิ่งออกไปกับฉินเจียงเมื่อครู่นี้เอง!

“แล้วทำไมเธอไม่ดูแลบรีให้ดี เธอไม่ใช่เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาเหรอ” จ้าวซันถามอย่างหัวเสีย

“แต่...บรีเขา...เหมือนหวาดระแวงจื้อเหม่ยน่ะค่ะถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ คุณชายใหญ่ลองโทร. ไปถามเขาเองสิคะ”

“ทำไม ฉันต้องโทร.!” จ้าวซันย้อนถามเสียงแข็ง  เมื่อไปถึงห้องทำงาน เทเรซ่าเอาเอกสารมาให้เซ็นก็ไม่สนใจ สั่งให้โทร.ถามไท้เผ่งว่าอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร เทเรซ่าติงว่างานพวกนี้ไม่ต้องใช้ลายเซ็นไท้เผ่ง

“ฉันให้ตามไท้เผ่ง ไม่ใช่เรื่องงาน” จ้าวซันเสียงขุ่นตาขวาง จนเทเรซ่าไม่กล้าวอแวอีก รับคำแล้วรีบออกไป

ooooooo

ฉิน เจียงพาบราลีไปนั่งดื่มชาและกินขนมเค้กในร้าน บราลีบอกว่าถ้าเขาหมดธุระแล้วตนอยากกลับ แต่สุดท้ายก็แพ้ลูกตื๊อของฉินเจียงยอมนั่งกินเค้กดื่มชากับเขา

เทเรซ่ามา โทร.หาฉินเจียงครู่หนึ่งก็กลับไปรายงานจ้าวซันว่า ไท้เผ่งไม่ยอมรับสาย อึดใจเดียวฉินเจียงก็โทร.เข้ามือถือจ้าวซัน พูดกวนประสาทว่า เขาชอบแส่เรื่องของตนนัก วันนี้ตนเลยอยากตอบแทนแสดงความรักและเป็นห่วงเขาบ้าง

“แกหมายความว่าไง”

“บราลี ภีมะมนตรี เป็นผู้หญิงที่สวยน่ารักมีชีวิตชีวามากๆ สมแล้วที่เป็นผู้หญิงของจ้าวซัน ตั้งแต่ผมรู้จักพี่มา ผมไม่เห็นพี่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย จนนึกว่าเป็นคู่เกย์กะไอ้เต๋อเป่าไปแล้วซะอีก ฮ่ะๆๆ ที่ไหนได้...พอพี่เปิดตัวผู้หญิงในสเปกออกมา เล่นเอาทุกคนตะลึงเลยนะครับ จ้าวซัน สมเป็นจ้าวซันจริง”

ฉินเจียงพูดยั่วหัวเราะเยาะแล้วกดวางสายทันที จ้าวซันทั้งเจ็บใจฉินเจียงและโมโหบราลีมาก พึมพำเครียด

“ทำตัวแบบนี้...มันใช่เหรอ ม่านฟ้า!!”
เทเรซ่าร้อนใจมาก กลัวจ้าวซันจะไม่เข้าประชุมบริษัทเพราะเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว เห็นเต๋อเป่าเข้ามาก็ถามว่าเจอไท้เผ่งแล้วใช่ไหม เต๋อเป่าบอกว่ากำลังตามหาด้วยการแกะรอยมือถืออยู่

ที่ประตูไปลานจอดรถใน ห้างสรรพสินค้า ฉินเจียงเดินเคียงคู่บราลีออกมา ซูหลิงคู่ขาเขาเห็นเข้าพอดี เธอ แกล้งโทร.เข้ามือถือเขา ถามว่าตอนนี้อยู่ไหนอ้อนว่า อยากดูหนัง ฉินเจียงให้บราลีขึ้นไปนั่งรอในรถตัวเองเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์

“เอิ่ม...คือ ตอนนี้คงไปดูไม่ได้หรอกนะที่รัก ผมอยู่ที่ออฟฟิศจ้า กำลังจะเข้าประชุมเดี๋ยวนี้ ประชุมใหญ่เสียด้วย คงยาวไปถึงค่ำนั่นแหละ”

ซู หลิงซักไซ้จับโกหกและก็จับได้คาตา เมื่อฉินเจียงบอกว่า ตนกำลังจะเข้าประชุม เดี๋ยวจะปิดเครื่องแล้ว มีเวลาจะโทร.หาแล้วเราค่อยไปดินเนอร์กัน ทำเสียงจุ๊บๆแล้วรีบขึ้นรถ เกาเฟยขับรถออกไปทันที ซูหลิงจิกตามองตาม อย่างแค้นใจ

ooooooo

สุริยะแปลกใจที่จู่ๆจ้าวซันก็โทรศัพท์สั่งให้ไป ฮ่องกงด่วน มาดูแลลูกสาวตัวเองเพราะตนคุยกับเธอไม่รู้เรื่องแล้ว สุริยะถามว่าทำไมไม่บอกความจริงกับบราลีเสียที จ้าวซันพูดอย่างเหนื่อยใจว่า

“ความจริงไม่ใช่สิ่งที่จะพูดกันง่ายๆนะคุณ คุณมาได้วันนี้เลยหรือเปล่า ก่อนออกเดินทางก็ช่วยบอกผมด้วย”

สั่งสุริยะแล้ว จ้าวซันเซ็นเอกสารที่เทเรซ่าเอามาให้เซ็นจนหมด ก็พอดีเต๋อเป่าเข้ามารายงานว่า

“ผลจากการแกะรอยมือถือคุณชายรอง ตอนนี้คุณชายรองอยู่ที่หน้าบริษัทครับ”

จ้าวซันลุกพรวดเดินอ้าวผ่านเทเรซ่ากับเต๋อเป่าไปเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

ที่ โถงชั้นล่างบริษัท ฉินเจียงกำลังพาบราลีเข้ามา เธอถามว่าทำไมไม่พาไปส่งบ้าน ฉินเจียงหลอกล่อถ่วงเวลาจนเห็นจ้าวซันเดินอ้าวมาก็แกล้งทำเป็นหยิบอะไรออก จากผมบราลี เธอปัดป้องอย่างถือตัว จ้าวซันอยู่ในมุมที่เห็นเหมือนฉินเจียงกำลังลวนลามบราลี เขาพุ่งเข้ากระชากฉินเจียงออกมาต่อยเปรี้ยง!

ฉินเจียงทำเป็นเจ็บเจียนตาย ร้องเสียงดังจนพนักงานพากันหันมอง เทเรซ่ากับเต๋อเป่าที่ตามมาต่างชะงักอึ้ง

“แก พาบราลีไปไหนมา! ถ้าแกไม่พอใจอะไรฉันแกก็มาเคลียร์กับฉันสิ ไปลงกับคนที่ไม่รู้เรื่องทำไม” แล้วหันไปถามบราลีว่า “คุณเป็นอะไรรึเปล่า” บราลีไม่สนใจกลับรีบเข้าประคองฉินเจียง หันมาถามจ้าวซันอย่างไม่พอใจว่าทำร้ายฉินเจียงทำไม เขาทำผิดอะไร จ้าวซัน
บอกว่า “มันหลอกลวงคุณ ลักพาตัวคุณ!”

“ลักพา ตัวอะไร หลอกลวงอะไร เขาแค่มาปรึกษา เรื่องจะจัดงานวันเกิดผิงอัน แล้ววันนี้ก็ขอร้องให้ฉันไปช่วยเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้ผิงอัน”

“โอย...” ฉินเจียงกุมหน้าสำออย “อีกสองวันจะถึงวันเกิดซายหมุยแล้ว พี่ชายใหญ่จำไม่ได้เหรอ อูยยย”

“ไม่ใช่ ตอนที่แกโทรศัพท์หาฉัน เจตนาไม่ใช่อย่างนี้ แกจงใจจะเอาคืน แกล้งปั่นหัวฉัน!”

ฉิน เจียงเค้นอารมณ์เล่นละครจนดูน่าสงสาร พูดดังๆให้คนแถวนั้นได้ยินกันทั่วว่า “พี่ชายใหญ่ ผมเคยบอกพี่แล้วไง ถ้าพี่อยากได้อะไร ผมยินดีจะยกให้พี่หมดทุกอย่าง พี่อยากเป็นไท้เผ่ง อยากได้ทรัพย์สมบัติของเต้ใช่ไหม เอาไปเลย ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ผมขออย่างเดียว พี่อย่าทำเหมือนกับว่าผมเป็นศัตรูคู่แค้นของพี่ได้ไหม...อูยยยย”

“ฉินเจียง แกพูดเพ้ออะไร”

“พี่จำคำสั่งเสียของเต้ไม่ได้เหรอ ถึงเราจะต่างที่มาแต่เราทุกคนเป็นพี่น้องกัน”

“แก หยุดเสแสร้งเล่นละครได้แล้ว!!” จ้าวซันรู้ทัน กระชากฉินเจียงขึ้นมา บราลีสั่งให้ปล่อยฉินเจียงเดี๋ยวนี้ ประฌามเขาว่าชอบใช้กำลัง ไร้เหตุผลที่สุด ตนผิดหวังจริงๆ แล้วเดินไปประคองฉินเจียง ฝ่ายนั้นยิ่งอ้อนว่าตนโดนแบบนี้ประจำ

“เดี๋ยว...บราลี” จ้าวซันจะจับตัวมาคุยกันให้รู้เรื่อง บราลีเบี่ยงตัวหลบอย่างรังเกียจ พูดเกือบเป็นตวาด...

“หยุดนะ คุณควรอยู่ให้ไกลๆฉันไว้นะคะ จ้าวซันผู้ยิ่งใหญ่”

บราลีเดินฉับๆออกจากบริษัทไป ฉินเจียงสะใจนัก รีบตามไป จ้าวซันกลับเป็นฝ่ายยืนอึ้ง

ooooooo

ที่ มุมหนึ่งในบริษัทฉินเย่ว์กรุ๊ป เกาเฟยกับเหม่ยอิง แอบคุยกัน เกาเฟยสะใจที่ทำให้จ้าวซันโกรธจนเสียศูนย์ได้ แต่เหม่ยอิงกลับพึมพำเครียดว่า พี่ชายใหญ่รักมันจริง เกาเฟยดักคอว่าเธอหึงเขาหรือ?

“ไม่สำคัญหรอก ถ้าเอามันมาเป็นเครื่องมือให้ไอ้ฉินเจียงกระเด็นไปได้”

“คุณจะได้เป็นไท้เผ่ง?”

“จ้าวซันต่างหาก” เหม่ยอิงสวนไปทันที แล้วไล่ให้ไปจัดการทำให้ไท้เผ่งของเขาเหิมมากขึ้น ประมาทมากขึ้น มันจะได้ถึงจุดจบเร็วขึ้น
ที่ ถนนหน้าบริษัทนั่นเอง ผู้กองเหลียงมาดักพบบราลีขอคุยด้วย บอกว่าคุยกันสบายๆ อย่าคิดว่ามาสืบมาสอบอะไรเลย บราลีเคลียร์ตัวเองทุกแง่ทุกมุม ผู้กองฟังเธอพูดจนจบ จึงบอกว่า

“ผมแค่...อยากทราบว่า คุณรู้จักคุณชายจ้าวซันมากแค่ไหน รู้จักมานานหรือยัง อะไรทำนองนี้ แค่นั่นเอง”

บราลีใจหายวาบ ถามเสียงแผ่ว “จ้าวซัน...ตกลงเขาเป็น...พวกอาชญากร...จริงๆหรือคะ”

ผู้กองยิ้มกริ่มไม่ตอบ พากันไปนั่งที่สวนสาธารณะ บราลีจึงเล่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับจ้าวซันให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเป็นเพื่อนของพ่อ พ่อฝากให้เขามาช่วยดูแลขณะตนมาหาเพื่อนที่ฮ่องกงเท่านั้น นอกนั้นไม่ทราบอะไร

“เท่าที่คุณมองเห็นในตอนนี้ คุณคิดว่าจ้าวซันทำอะไรแปลกๆผิดปกติบ้างไหมครับ”

บราลีถึงกับหัวเราะออกมาถามว่าผู้กองถามจริงหรือถามเล่น แล้วเล่าขำๆว่า

“พฤติกรรม ผิดปกติของจ้าวซัน ดิฉันคงต้องขอบอกเลยค่ะว่าเพียบ...เขาเป็นคนแปลก...แปลกมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ มันดูมีอะไรแอบแฝง มันเหลือเชื่อ เขาเหมือนจะรู้เรื่องทุกเรื่องของตัวคุณได้ ถ้าเขาอยากจะรู้ แต่อย่าถามว่าเขารู้ได้ยังไง เขาเหมือนคนเลว แต่เขาก็เหมือนคนที่ดีมาก บางทีก็มีลับลมคมในเหมือนกำลังทำอะไรผิดๆอยู่”

ผู้กองสนใจจี๋ถามว่าผิด กฎหมายหรือเปล่า บราลี บอกว่าตนไม่ทราบ แต่ตอนนี้ตนจะเลิกคบเขาแล้ว เพราะไม่ชอบแย่งผู้ชายกับใคร ผู้กองถามว่าเธอชอบเขาหรือ เพราะพูดเหมือนคนอกหัก บราลีมองขวับถามประชดว่า

“นี่คุณเป็นตำรวจ หรือที่ปรึกษาปัญหาชีวิตกันแน่”

ooooooo

เหม่ยอิงยังหาโอกาสอ่อยจ้าวซัน วันนี้เห็นเขาขรึมๆจึงเข้าไปนั่งคุย ถึงกับลูบไล้แขนถามว่าฉินเจียงทำอะไรให้หนักใจหรือเปล่า หรือกลุ้มเรื่องรับเสด็จเจ้าชายคีรีรัฐ ถามว่าตนช่วยอะไรได้ไหม

จ้าวซันบอกให้มาร่วมงานเลี้ยงก็พอแล้ว เธอชวนไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า จ้าวซันตอบรับทันทีแต่มีเต๋อเป่ากับอาหลี่ไปด้วย อ้างว่าตนนัดสองคนนี้ไว้ก่อนแล้ว ไปกินกันหลายๆคนสนุกดี

“ไม่เอาหรอกค่ะ พี่ใหญ่นี่ก็แปลก ทำไมไม่คบเพื่อนพวก ซีอีโอ ด้วยกันบ้าง ชอบคลุกคลีแต่กับ...” เธอหางตาไปทางเต๋อเป่ากับอาหลี่ “เชิญพี่ใหญ่ตามสบายเถอะน้องไม่ชอบปะปน” พูดแล้วสะบัดไปเลย

เต๋อเป่ากับอาหลี่มองตามเหม่ยอิงไปขำๆ

เหม่ยอิงเข้าไปในห้องที่มีป้ายและรูปของเต้ จุดธูปปักกระถาง คร่ำครวญกับรูปเต้...

“เขาเกลียดหนูค่ะเต้ เขาพยายามกีดกันหนูให้ห่างไกลจากเขา ทำไมล่ะคะ ทำไม...หนูพยายามทำดีทุกอย่าง แต่จ้าวซันไม่เคยเห็น ก็เหมือนเต้ที่ไม่เคยเห็นแม่สี่อยู่ในสายตา ไม่ว่าแม่สี่จะรับใช้เต้ราวกับนางทาส เต้ก็รักแต่จ้าวไทไท นังแม่มดพันปี เพราะอะไร มันถึงมีอำนาจเหมือนเต้ขนาดนั้น”

เหม่ยอิงเดินไปหยิบรูปครอบครัว มีจ้าวซันกับเต้ ไทไทและเธอตอนเด็กๆเดินกลับไปที่หน้ารูปเต้อีก...

“เต้คะ หนูขอร้อง หนูอยากจะขอความช่วยเหลือจากเต้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วชาตินี้ จ้าวเหม่ยอิงคนนี้จะไม่ขออะไรกับวิญญาณบรรพบุรุษอีกเลย...เต้ช่วยดลใจ ให้เขารักหนูสิคะ ให้เขาเขี่ยนังผู้หญิงไทยคนนั้นทิ้ง แล้วหันมามองหนูบ้าง...หนูขอสัญญาว่า ถ้าหนูได้แต่งงานกับจ้าวซัน หนูจะทำนุบำรุงวงศ์ตระกูลของเต้ให้ยิ่งใหญ่ นะคะเต้...ถ้าหนูผิดหวัง หนูคงทนไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้น หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูไม่รับรองนะคะว่าคนอย่างหนู จะทำอะไรอย่างที่เต้ไม่ชอบหรือเปล่า และผลของมันจะเป็นยังไง...”

เหม่ยอิงมองรูปเต้น้ำตาคลอแต่หลังม่านน้ำตานั้น แววตาเธอมุ่งมั่นจนน่ากลัว...

ooooooo

ระหว่างผู้กองเหลียงขับรถพาบราลีไปส่งบ้านนั้น เขาถามเรื่องที่จ้าวซันให้เธอช่วยงานรับเสด็จองค์ชายรัชทายาทแห่งคีรีรัฐ? เธอรับว่าใช่ เขาให้ตนต้อนรับคอยเอนเตอร์เทนองค์ชายรัชทายาท แต่ตนอาจจะไม่ทำแล้ว

ผู้กองเอะใจว่าเธอคิดว่าจ้าวซันจะทำอะไรมิดีมิร้ายเจ้าชายหรือ เธอบอกว่าไม่ทราบ ผู้กองจึงเล่าเรื่องคีรีรัฐให้ฟังว่า

“คีรีรัฐ กำลังจะเปลี่ยนประเทศ เจ้าหลวงองค์ก่อนทรงปลงพระชนม์ตัวเองและเพราะเทวีก็พาพระโอรสองค์เดียวหนีหายสาบสูญไป เจ้าหลวงปัจจุบัน พระอนามัยไม่ค่อยสมบูรณ์นัก กำลังจะตั้งเจ้าชายองค์รัชทายาทองค์ที่จะเสด็จมานี่ ให้ขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าหลวงหนุ่มน้อย แต่...น่าจะมีขบวนการก่อการร้ายคิดทำอะไรสักอย่างไม่ให้เจ้าชายองค์นี้ขึ้นครองเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองไปเลย”

“ขบวนการก่อการร้าย?”

“ขบวนการก่อการร้ายนี้ มีคนในฮ่องกงสนับสนุนเรื่องเงินทุนและอาวุธร้ายแรง ซึ่ง...”

“คุณสงสัยจ้าวซัน!!” บราลีขัดขึ้นอย่างทนฟังไม่ได้

รถมาถึงหน้าบ้านหลินจื้อเหม่ยพอดี ผู้กองเหลียง ดับเครื่อง หันพูดกับบราลีจริงจังอย่างขอร้องว่า

“ถ้าคุณอยากอยู่ข้างความถูกต้อง อย่าถอนตัวจากจ้าวซัน คุณต้องรับทำงานนี้ แต่รายงานให้ผมทราบทุกระยะ ผมสัญญาว่าจะคุ้มกันคุณจากอันตรายและความยุ่งยาก หากเกิดคดีอะไรขึ้นภายหลังก็ตาม”

บราลีมองอึ้ง แต่ที่เงามืดในซอกตึก จ้าวซันยืนมองอยู่ เห็นทั้งสองคุยกันเครียดแล้วผู้กองลงมาเปิดประตูให้บราลีต่างจับมือลากันแบบฝรั่ง แล้วบราลีก็วิ่งเข้าบ้านไป จ้าวซันยืนงันปวดร้าวใจ ที่บราลีไว้ใจทุกคน...ยกเว้นตนคนเดียว...

ooooooo

จ้าวซันติดตามการเคลื่อนไหวของผู้กองเหลียง เมื่อผู้กองไปเข้าฟิตเนส สบโอกาสเหมาะเมื่อผู้กองเข้าห้องซาวน่า จ้าวซันตามเข้าไปเล่นงานจนกระอักแต่ไม่ถึงตาย ทิ้งคำปรามก่อนออกไปว่า

“อย่ายุ่งกับผู้หญิงของผม” พอถูกผู้กองขู่ว่า จะจับเขาข้อหาพยายามฆ่า จ้าวซันท้าว่า “เอาสิ ข้อหาจะฆ่าก็ได้ แต่ไว้ชีวิต ไม่ฆ่า เคยมีไหม” ผู้กองพยายามจะพูดแต่ไอจนพูดไม่ออก จ้าวซันหัวเราะเยาะ “นายตำรวจคนเก่งของซีไอดี. โดนพ่อค้าธรรมดาๆคนนึงเล่นงานเอาซะแทบตาย รู้ถึงไหนคงอายถึงนั่น ว่าป่ะ?” พูดแล้วเดินออกไปสบายๆ ปิดประตูอย่างดี

จ้าวซันออกไปนั่งดื่มน้ำเย็นรอพวกลูกน้องไปช่วยผู้กองเหลียงออกจากห้อง พอแต่งตัวออกจากห้องมาพบจ้าวซัน ผู้กองรี่เข้ามาด่าจ้าวซันว่า สกปรกเล่นทีเผลอ ขู่จ้าวซันว่า วันไหนเขาลงมือวันนี้ตนจะจับ

“ลงมือ...ลงมืออะไร? ผมไม่เข้าใจ”

“โอเค ถ้าจะแอ๊บแบ๊ว ก็แอ๊บให้ตลอด คุณเชิญเจ้าชายประเทศคีรีรัฐมาทำไม คุณคือสปอนเซอร์งานนี้ โดยใช้ชื่อสมาคมพ่อค้าฮ่องกง แล้ววันที่เครื่องเช่าเหมาลำประจำพระองค์บินออกจากฮ่องกง มันจะบินกลับไปพร้อมอาวุธร้ายแรงเพียบ ผมขอบอกว่า ผมจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นเด็ดขาด ขอบอกไว้ตรงนี้...ว่าผมไม่กลัวคุณ!!”

ผู้กองเหลียงจ้องหน้าแววตาโหดจนจ้าวซันอึ้ง แล้วผู้กองก็พยักหน้าให้พวกตนที่ยืนอยู่เดินออกไปด้วยกัน

ooooooo

วันเกิดผิงอัน จัดที่บ้านสี่ฤดู บราลีมาร่วมงานด้วย เธอสนุกสนานร่าเริงในกลุ่มผิงอันและเพื่อน

เมื่อจ้าวซันมาถึง ผิงอันดีใจมากวิ่งไปหาบอกว่า นึกว่าพี่ชายลืมวันนี้แล้วเสียอีก จ้าวซันบอกว่าจะลืมได้ไง งานยุ่งแค่ไหนก็ต้องมา พูดไม่ทันขาดคำ ฉินเจียงก็เดินเข้ามาพูดแทรกขึ้นอย่างจงใจข่มจ้าวซันว่า

“แต่พี่จำได้ แล้วก็ให้ของขวัญซายหมุยก่อนใคร เพราะคุณบรีไปช่วยเลือกให้ด้วยสิ ถูกใจไหมซายหมุย” ผิงอันยิ้มนิดๆ บอกว่าถูกใจ ฉินเจียงยุ “โชว์ให้พี่ใหญ่ดูสิคะ ซายหมุยว่าคืออะไร” ผิงอันวิ่งไปที่โต๊ะของขวัญ อุ้มตุ๊กตาหมีเทดดี้แบร์สีขาวยักษ์มา ฉินเจียงจับบราลีไปยืนกับผิงอันแล้วถ่ายคลิปให้ ชมเปาะว่า “น่ารักทั้งแก๊งเลยจ้า...”

จ้าวซันยิ้มอย่างเยือกเย็น บอกผิงอันว่า ตนไม่ค่อยมีเวลาไปเลือกซื้อของขวัญเลยคิดออกแบบแล้วให้เขาทำตามแบบ พูดจิกฉินเจียงว่า แต่มันไม่ใช่ของน่ารักแบบเด็กๆ อย่างที่คนอื่นให้ มันเป็นของสำหรับสาวๆ ที่เป็นสาวเต็มตัว แล้วเอาออกมาให้ด้วยลีลาขี้เล่น มันคือต่างหูเพชร 1 คู่

ผิงอันดีใจมาก ฉินเจียงหน้าเสียที่ถูกขโมยซีน จ้าวซันเหลือบมองบราลีที่มองตนกับผิงอันอยู่แว่บหนึ่ง แล้วจะใส่ต่างหูให้ ถูกเหม่ยอิงแทรกเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แย่งต่างหูจากมือจ้าวซันไปอาสาจะใส่ให้เอง

ฉินเจียงถูกขโมยซีนก็ทั้งเสียหน้าทั้งเซ็ง หันเห็นบราลีเลยคิดแก้เผ็ดจ้าวซัน เดินไปชวนบราลีไปถ่ายรูปอีกมุมหนึ่ง จ้าวซันหันเห็นพอดี เลยเรียกฉินเจียงไว้บอกว่า ตนก็มีของจะให้ไท้เผ่งเหมือนกัน ฉินเจียงจึงเดินตามจ้าวซันไปอย่างขัดใจ

ที่แท้ จ้าวซันไม่ได้ให้อะไร แต่เรียกฉินเจียงไปย้ำเตือนว่า

“เรื่องที่เคยขอ ขอร้องมาหลายครั้ง ครั้งนี้ฉันไม่ขอ แต่จะให้ นายอยากได้อะไรมาแลกกัน” จ้าวซันเสนอทั้งหุ้น ทีมบอล แม้แต่การเล่นทองคำ ตนให้หมดขอแต่เพียงอย่างเดียวคือ “เรื่องขายอาวุธให้ประเทศคีรีรัฐ หยุดซะ เลิกคบไอ้คนชั่วที่ชักนำแกไปในทางหายนะซะ แล้วแกต้องการอะไร ฉันจะให้”

“แล้วถ้าผมจะขอยัยบราลีคนนั้นล่ะ พี่จะว่าไง คุณชายจ้าวซัน” ฉินเจียงยิ้มท้าทายอย่างจะเอาชนะให้ได้

ooooooo

ซูหลิงมาร่วมงานวันเกิดผิงอันด้วย เห็นฉินเจียง กำลังก้อร่อก้อติกบราลีก็หึงขึ้นมา เดินตรงไปยืนเป็นรูปปั้นตรงหน้าฉินเจียง ทำเอาฝ่ายนั้นทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก พอซูหลิงหันหลังเดินหนี ฉินเจียงรีบผละจากบราลีตามไป

ฉินเจียงไล่ตามไป ซูหลิงขึ้นรถขับพรืดไปอย่างขาดสติชนเสาประตูรั้วอย่างแรง ตัวเธอถูกแอร์แบ็กอัดคารถแตรรถค้างดังลั่นจนทุกคนวิ่งออกมาดู

“ซูหลิง...ซูหลิง...” ฉินเจียงร้องเรียกอย่างตกใจ ในขณะที่จ้าวซันวิ่งมาเห็นสภาพ เขาสั่งเรียกรถพยาบาลทันที

เหม่ยอิงตามไปที่โรงพยาบาลเห็นซูหลิงถูกใส่เฝือก ที่บ่าไหปลาร้าและขา เธอเหยียดยิ้มถามว่ายังไม่ตายเหรอ! แล้วหันด่าฉินเจียงว่างานคนตระกูลจ้าวถึงจะเป็นลูกเมียน้อยแต่ก็เป็นคนสูงส่ง มีเกียรติ ไม่ควรให้คนอื่นที่ไม่ได้รับเชิญมางาน

ฉินเจียงโต้ว่าตนเป็นไท้เผ่งจะเชิญใครก็ได้ ไล่เหม่ยอิงออกไปอย่างไม่พอใจ

ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงจนจ้าวซันต้องขอให้พอได้แล้ว ตำหนิว่า

“มีมนุษยธรรมบ้างไหม คนเจ็บนอนอยู่นั่น ถ้าไม่มีน้ำใจจะมาเยี่ยมก็ไปได้แล้ว ทำไมเป็นเด็กใจร้ายนักนะ น้อง...มานี่” จ้าวซันลากเหม่ยอิงออกไป ฉินเจียงมองตามอย่างอาฆาต ส่วนซูหลิงนอนน้ำตาไหลเป็นทาง...

จ้าวซันลากเหม่ยอิงออกไปตำหนิ ปรามและอบรมว่า ถ้าอยากชนะฉินเจียงก็อย่าทำร้ายเขา ต้องใช้ความเมตตาความดีทำให้เขารักและเชื่อใจไม่ใช่ทำให้เขาเกลียด เหม่ยอิงไม่แยแสท้าให้ฉินเจียงเกลียดเลย แล้วมาดูกันว่าระหว่างฉินเจียงกับตนใครจะเหนือกว่ากัน พูดอย่าง ดูแคลนว่า

“ได้ตำแหน่งไท้เผ่งเพราะมันเป็นผู้ชายแค่นั้นเอง มันโง่กว่าน้อง กระจอกกว่าน้องทุกเรื่อง”

จ้าวซันหว่านล้อมให้เห็นแก่พี่น้องเพราะเราก็มีกัน อยู่แค่นี้เอง เหม่ยอิงย้อนถามว่า เขารักและเมตตาใครๆได้ แล้วทำไมเขาถึงไม่รักและเมตตาตนบ้าง

“พี่รักน้องนะเหม่ยอิง พี่ถึงอยากให้น้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทัศนคติเสีย แล้วน้องจะมีความสุข ไม่ต้องโกรธเกลียดอะไรอยู่ตลอดเวลา แบบนี้แล้วน้องก็จะได้เป็นผู้หญิงที่น่ารักไงจ๊ะ” พูดพลางลูบผมเบาๆ

เหม่ยอิงปัดมือจ้าวซันออก บอกว่าตนไม่ต้องการเป็นผู้หญิงเชื่องๆ พวกนั้น ทั้งยังโต้อย่างแข็งกร้าวว่า

“พี่ชายใหญ่จำไว้ว่าความดีไม่มีวันชนะพวกชั่วๆได้หรอก คนชั่วมันต้องถูกกำจัดให้หมด พี่ใหญ่นั่นแหละคือคนที่ต้องเปลี่ยนทัศนคติแบบคนขี้แพ้เสียที” พูดแล้วสะบัดไปเลย

“ทัศนคติแบบคนขี้แพ้งั้นเหรอ...พี่มันขี้แพ้จริงๆ เสียด้วยสิเหม่ยอิง...” จ้าวซันรำพึงอย่างเศร้าใจ

ooooooo

บราลีไม่สบายใจคิดว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเพราะตน ผิงอันบอกว่าเป็นเพราะฉินเจียงต่างหากเพราะเขามีซูหลิงอยู่แล้วแต่ยังมายุ่งกับบราลีอีก

เหม่ยอิงนัดพบกับคุณนายหวังที่ร้านน้ำชาในย่านโซโห เธอระบายความคับแค้นใจให้คุณนายหวังฟัง คุณนายหวังขอให้เธอใจเย็นๆ จนเธอตัดบทว่าไม่ต้องมาเอาใจ ไม่ต้องมาปลอบใจ ถึงตนจะเป็นที่รักของใครแต่ไม่มีความหมายเลยถ้าพี่ชายใหญ่มองไม่เห็น พูดอย่างตัดใจ เจ็บใจว่า

“ก็ได้...ก็ดีเหมือนกัน จ้าวซัน ถ้ามันได้มายากนักฉันก็ไม่อยากจะพยายามอีกต่อไป” พูดอย่างอาฆาตว่า “ถ้าฉันไม่ได้ก็ต้องไม่มีใครได้ นอกจากพี่ชายใหญ่ต้องมานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นตรงหน้าฉัน แล้วก็สำนึกได้ว่า คนอย่างจ้าวเหม่ยอิงคนนี้เท่านั้น ที่จะช่วยให้พี่รอดจากหายนะได้”

“เหม่ยอิง ฉันห่วงคุณนะ ฉันไม่อยากให้คุณถูกเผาไหม้ด้วยไฟแบบนี้เลย” คุณนายหวังเตือน

“ฉันไม่ได้ถูกไหม้ เพราะฉันเองคือไฟ ฉันนี่แหละจะเป็นคนแผดเผาทำลายผู้ชายตระกูลจ้าวทุกคน มาดามไม่เชื่อก็คอยดูไปแล้วกัน!”

ooooooo

เพราะอยากช่วยซูหลิง จ้าวซันรู้ว่าบ้านเธอเคยเป็นร้านขายของเก่าโบราณ แต่เมื่อพ่อเธอป่วยเป็นมะเร็งจึงต้องขายของเก่าในราคาถูกเพื่อเอาเงินมารักษาพ่อจนต้องปิดร้านในที่สุด

จ้าวซันชวนซูหลิงมาเปิดร้านขายของเก่าอีกครั้ง เพราะเขาเองก็มีของเก่าอยู่จำนวนหนึ่ง ซูหลิงดีใจมากที่จะได้กลับไปมีอาชีพเดิมของพ่อ แต่ฉินเจียงมองอย่างเจ็บใจที่จ้าวซันมาทำดีกับซูหลิงหักหน้าตนอีกแล้ว!

เวลาเดียวกัน เหม่ยอิงนัดพบกับเกาเฟยลูกน้องฉินเจียงที่หลงรักและรับใช้เธอทุกอย่าง วันนี้เธอจึงนัดมาเพื่อให้เขาทำงานบางอย่าง ที่เธอย้ำว่านี่เป็นความลับสุดยอด ห้ามใครรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะฉินเจียง เกาเฟยบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนทำงานไม่เคยพลาด ยิ่งเวลานี้ฉินเจียงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากห่วงเมียที่กำลังไม่สบาย

เหม่ยอิงบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉินเจียงแต่เกี่ยวกับจ้าวซัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่เขาต้องทำอย่างสุดฝีมือ

“ให้ผมตายเคียงคุณหนูใหญ่ ผมยอม ให้ไปนรกหรือไปสวรรค์ก็สุดแล้วแต่คุณหนูใหญ่จะบัญชามาครับ” เกาเฟยประคองมือเหม่ยอิงไปจูบอย่างบูชาแล้วเอาไปทูนไว้เหนือหัว... เหม่ยอิงยิ้มที่มุมปากมองเกาเฟยอย่างเย็นชา

เหม่ยอิงวางแผนสูง ไม่เพียงรู้จักตัวตนเกาเฟยที่อยู่ตรงหน้า เธอยังรู้ถึงว่าเขามีแม่ เมีย และลูกอีก 3คนรวม 5 ชีวิตที่รอเขาอยู่ที่เวียดนาม เกาเฟยตกใจลุกพรวดที่เหม่ยอิงรู้จักตนลึกมาก ถามว่าเธอจะทำอะไร

“ไม่ต้องห่วง...ตอนนี้คนของฉันดูแลพวกเขาทุกคนอย่างดี ไว้ถ้างานสำเร็จเมื่อไหร่ เธอจะได้กลับไปอยู่กับพวกเขาพร้อมเงินก้อนโต สำหรับทำธุรกิจอะไรก็ได้ที่เธออยากทำ”

เกาเฟยก้มหน้าอย่างยอมจำนน แล้วมองหน้าเหม่ยอิงเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“หึๆ เก่ง...เก่งมาก...คุณมีความเป็นผู้นำที่จ้าวฉินเจียงไม่มี และก็มีความโหดเหี้ยมเด็ดขาดที่จ้าวซันเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ถึงจะเป็นผู้หญิงแต่ก็สามารถกุมอำนาจตระกูลจ้าวไว้ในอุ้งมือได้อย่างแน่นอน”

“บางทีฉันอาจทำได้ดีกว่าจ้าวไทไทด้วยซ้ำไป”

“ตกลง...ผมยอม...และยินดีร่วมมือกับคุณ...ทุกๆงาน”

เหม่ยอิงยิ้มอย่างผู้มีชัย!

ooooooo

บราลีตัดสินใจไม่รับงานที่จ้าวซันขอให้ทำ เธอไปหาผิงอันบอกว่าจะมาลากลับบ้าน ฝากผิงอันบอกจ้าวซันด้วย ส่วนเอกสารและอุปกรณ์การทำงานต่างๆจะฝากหลินจื้อเหม่ยมาคืน

ผิงอันตกใจ เสียใจมาก พอดีจ้าวซันมา พอรู้ว่าเธอไม่ทำงานและจะกลับบ้าน เขาใจหายพยายามหว่านล้อม อ้อนวอนเธอก็ยังคงอ้างว่าคิดถึงพ่อ อยากกลับไปหาพ่อ

“งั้นยิ่งไม่ต้องกลับเลย เพราะอีก 2 วัน พลตรีสุริยะจะมาที่นี่”

“อะไรนะคะ...” บราลีมองจ้าวซันอึ้งๆ ทึ่งๆ แต่เขายังคงนิ่ง “คุณจะทำอะไรกับประเทศคีรีรัฐก็เชิญคุณทำตามที่ได้วางแผนไว้ แต่กรุณาอย่าเอาฉันกับพ่อเข้าไปเกี่ยวข้องได้ไหมคะ”

ไม่เพียงบราลีจะไม่ร่วมมือด้วยเท่านั้น ยังหว่านล้อมว่าเขาเองก็อยู่ฮ่องกงร่ำรวยสบายแล้วจะไปสนใจอะไรกับประเทศเล็กๆ อย่างนั้น มันจำเป็นมากหรือ ถามอย่างระแวงว่า “คุณ...จะทำอะไรเจ้าชายศิขรคนนั้นหรือ”

จ้าวซันเล่างานที่ตนต้องทำว่าต้องดูแลใส่ใจขนาดต้องหาเพลงสำหรับเปิดขับกล่อมให้ผ่อนคลายในห้องพักด้วย แต่บอกเธอว่าถ้าไม่อยากยุ่งก็ไม่ต้องมา รอพ่อเธอมารับกลับบ้านก็ได้ แล้วถ้าเสร็จธุระตนจะตามไปเที่ยวเมืองไทยกับเธอ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.