ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

วันนี้ที่รอคอย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ได้พักผ่อนจนถึงเย็น บราลีรู้สึกดีขึ้น เธอเดินลงมาหน้าตาสดใส เจออากงกำลังจะเอาโสมแก้อาการเมาค้างมาให้กิน บราลีขอบคุณแล้วถามถึงจ้าวซัน

อากงบอกว่าออกไปตั้งแต่สายๆแล้ว บราลีชักสีหน้าคาดว่าคงไปหาเหม่ยอิงแน่ อากงเชื่อว่าจ้าวซันดูแลตัวเองได้

“อากงคะ หนูไม่ได้หวาดระแวงแบบไร้สาระนะคะ”

“คุณชายมีหลายอย่างต้องทำครับ คุณหนูปล่อยวางบ้างเถอะ คุณชายทราบดีครับว่าท่านควรทำอะไรบ้าง”

“ขอให้จริงเถอะ คอยดูนะถ้าเกิดอะไรขึ้น จะไม่สนใจ จะไม่ไปช่วยเลย อากงเป็นพยานนะ”

“ไม่หรอกครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ” อากง บอกบราลีไปอย่างนั้น แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ พูดปลอบใจตัวเองว่า “ไม่น่า...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก...”

ooooooo

เช้านี้...โรงงานสื้อฉวนที่เกาลูน บรรยากาศในโรงงานวุ่นวายตึงเครียด โดยเฉพาะพนักงานรับโทรศัพท์ และรับแฟกซ์

เกาเฟยเข้ามาที่โรงงานอย่างร้อนรน ถามพนักงานว่าเหม่ยอิงอยู่ไหนก็ไม่มีใครรู้ เขาวิ่งไปจนถึงออฟฟิศโรงงานเปิดประตูเข้าไปเห็นเหม่ยอิงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โดยไม่เปิดไฟ เกาเฟยเดินหน้าเข้าไปหา เธอโยนกระดาษแฟกซ์และเอกสารต่างๆให้ดู

“สำเร็จแล้ว...เสื้อผ้าของสื้อฉวนตอนนี้กำลังถูกตีกลับมาหมด ไม่ใช่เฉพาะที่ออสเตรเลียนะ ทุกประเทศที่เป็นลูกค้าเราด้วย” เหม่ยอิงหัวเราะอย่างสะใจก่อนพูดต่อว่า “คราวนี้คุณชายจ้าวซันจะต้องพบกับความล่มจม หุ้นของฉินเย่ว์กรุ๊ปก็จะร่วงจนจมดิน ทุกอย่างพังพินาศหมด ไม่มีเหลือ เจ๊งๆๆๆ! ฮ่ะๆๆ” เหม่ยอิงหัวเราะทั้งสะใจและเจ็บปวดจนน้ำตาร่วงเหมือนคนเสียสติ

เกาเฟยมองเธออึ้ง เหม่ยอิงลุกเดินมาประจันหน้า “เงินส่วนตัวของฉันถูกส่งไปฟอกที่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว และก็มีอยู่ที่สวิสพอสมควร แกก็ได้ของแกไปแล้ว ฉันก็ได้ของฉัน จากนี้ไปเราแยกกันคนละทาง ฉันจะไปตามทางของฉัน”

“ไม่นะครับ...เราจะเป็นหุ้นส่วนกัน”

“ฝันกลางวันอยู่รึไง ฉันไม่เป็นหุ้นส่วนกับใครทั้งนั้น”

“ถ้าไม่ใช่จ้าวซัน?”

“ฮ่ะๆๆ นั่นมันเป็นความคิดโง่ๆ ในอดีต ตอนนี้ทุกอย่างระหว่างฉันกับจ้าวซัน ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว ไม่มีเหลือแม้แต่เยื่อใย” พูดอย่างเจ็บปวดแล้วเหม่อมองออกไปนอกกระจกพึมพำเศร้า “เขาคงสั่งให้ตำรวจมารวบตัวฉันเร็วๆ นี้ แกรีบหนีเอาตัวรอดของแกเถอะ”

เกาเฟยมองเหม่ยอิงไม่อยากจากลา ลุ้นให้เธอเปลี่ยนใจ แต่เหม่ยอิงสะบัดหน้าไปอีกทาง เชิดหน้าคอแข็งประหนึ่งหญิงแกร่งผู้ทระนง!

ooooooo

บริษัทจ้าวฉินเย่ว์ที่ฮ่องกง...จ้าวซัน เข้ามาในบริษัทด้วยสีหน้าเครียด เทเรซ่ากับซ่างกวานซิงหอบเอกสารเข้ามาหาทันที บอกจ้าวซันว่าเราจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้สื้อฉวนไม่ไหวแล้ว

“ยังไงก็ต้องจ่ายให้เขา เพราะเราเป็นฝ่ายผิดสัญญา” จ้าวซันยืนยันถามว่า “ตอนนี้มีที่ไหนพอให้

เรากู้ยืมเงินก่อนบ้างไหม” เทเรซ่าบอกว่าจะลองหาดู “ฉันไม่ยอมให้บริษัทของเต้ต้องมาพังพินาศไปต่อหน้าต่อตาฉันเด็ดขาด”

พูดแล้วจ้าวซันเดินลิ่วเข้าไปในห้อง  เจอฉินเจียงยืนรออยู่แล้ว ถูกถามประชดทันที

“แสบไหมล่ะน้องสาวสุดที่รักของพี่ หาทางจัดการเกาเฟยและนังอสรพิษซะทีเถอะพี่ใหญ่!!”

จ้าวซันบอกว่าเหม่ยอิงไม่ยอมรับโทรศัพท์เลย ฉินเจียงถามฉุนๆว่าจะโทร.ทำไม จัดการขั้นเด็ดขาดไปเลย พอดีเทเรซ่ามาเคาะประตูบอกว่ามีคนที่สื้อฉวนโทร.มาบอกว่า เมื่อเช้าเหม่ยอิงกับเกาเฟยเข้าไปที่โรงงาน ฉินเจียงฟันธงว่าเข้าไปเก็บข้าวของเตรียมหนีออกไปจากฮ่องกงแน่ๆ เทเรซ่าร้อนใจเสนอว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

จ้าวซันคิดหนัก บอกฉินเจียงว่าอยากคุยกับเหม่ยอิงก่อนที่เรื่องจะถึงตำรวจ

“พี่บอกช้าไปแล้ว ผมเพิ่งแจ้งความไปเมื่อกี๊นี้เอง”

ooooooo

เกาเฟยปลอมเป็นพนักงานส่งของ บอกเจ้าหน้าที่ว่าเอาของมาให้เกาเฟยแล้วถือกล่องเดินลิ่วไปที่ห้องทำงานของตัวเอง กวาดของมีค่าที่โต๊ะทำงานใส่กล่องเปล่าที่ถือมาอย่างเร็ว แล้วถือกล่องรีบออกจากห้องไป

เกาเฟยหลบหลีกพนักงานในบริษัทที่เดินไปมา ออกทางประตูหนีไฟ ลงไปจนถึงชั้นล่าง เห็นผู้กองเหลียง และอเล็กซ์กับตำรวจหลายนายกำลังยืนเหมือนดักอะไรอยู่ จึงหลบไปออกทางประตูหลัง นึกว่าปลอดภัยแล้ว

หารู้ไม่! ถูกสมุนพันหงปิงที่มาดักอยู่เอาถุงดำครอบหัว เกาเฟยทิ้งกล่องดิ้นสุดฤทธิ์ แต่ก็ถูกล็อกคอลากไปจนได้

เกาเฟยถูกเอาตัวไปที่โรงงานทำขนมปัง พันหงปิง ซัดหน้าผัวะพูดอย่างเจ็บใจว่า

“จำเอาไว้...โทษฐานที่แกตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง และไม่ยอมติดต่อกลับมา ฉันก็เลยต้องลากตัวแกมาอย่างนี้ อย่าถือสากันเลยนะ...เจ็บมากไหม” พันหงปิงลูบหัวเกาเฟย พลันก็จิกผมจนหน้าหงาย “ถ้าแกคิดจะหนีละก็...แบ่งเงินมาให้ใช้กันก่อน เอาตัวรอดคนเดียว ไปคนเดียวแบบนี้ มันชั่วเกินไปแล้ว”

เกาเฟยบอกว่าไม่มี “งั้นก็ทำให้มีให้ได้ ไปเอาจากเหม่ยอิงเมียแกมาสิ” พันหงปิงบังคับ

“คุณหนูไม่ใช่เมียฉัน”

“นั่นมันเรื่องของแก แต่ฉันขอส่วนแบ่งหนึ่งในสามของทั้งหมดแล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งทั้งแกกะอีคุณหนูคนงามของแกให้ไปนอนในคุกทำเหมือนอย่างที่ฉันเคยนอนมาแล้ว” พูดจบเตะอีกทีแล้วหัวเราะสะใจ

ooooooo

พวกผู้กองเหลียงยังดักรอเกาเฟยอยู่ รอนานจนผู้กองคาดว่าเกาเฟยคงไม่กล้ามาที่นี่ จ่าหมงบอกว่าถ้ามามันโดนแน่

“แต่ผมว่าคงคว้าน้ำเหลวอีกตามเคยนะผู้กอง เกาเฟยมันเพิ่งมาที่นี่” อเล็กซ์เดินมาบอกเอาของในกล่องที่เกาเฟยทิ้งไว้ให้ดู บอกว่าพบที่ประตูเล็กด้านข้างทางไปที่จอดรถ

จึงเป็นปัญหาให้วิเคราะห์กันเครียด อเล็กซ์บอกว่าดูจากกล้องวงจรปิด เกาเฟยปลอมตัวเข้ามาเพื่อเอาของพวกนี้ไป จ้าวซันถามว่าแล้วทำไมของมันจึงอยู่

ที่นี่ได้ อเล็กซ์บอกว่าเกาเฟยหายตัวไป ตนก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร จ้าวซันนึกได้บอกว่าตรงนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดเสียด้วย

“มันคงจะหนีไปแล้วล่ะ แต่คงมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างที่ทำให้มันเอาของพวกนี้ไปไม่ได้”

“เรื่องนี้ผมจัดการเอง ไม่มีใครรู้จักเกาเฟยดีเท่าผมอีกแล้ว” ฉินเจียงอาสาอย่างมั่นใจ

เป็นเวลาที่พันหงปิงกำลังข่มขู่บังคับเกาเฟยให้หาเงินมาให้ได้ มิฉะนั้นจะเอาเนื้อเหม่ยอิงมาทำไส้ขนมปัง! ว่าแล้วก็เรียกลูกน้องมาสั่งให้ไปลากตัวเหม่ยอิงมาให้ได้

ทันใดนั้น มือถือของเกาเฟยในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น พันหงปิงหยิบไปดู เป็นสายจากฉินเจียง พันหงปิงถามว่าจะรับไหม เกาเฟยรับสาย ฉินเจียงพูดอย่างรีบร้อน

“เฮ้ย...ฉันมีเรื่องด่วน อยากให้แกมาร่วมมือด้วย” เกาเฟยตัดบทว่าเราไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้ว เลยถูกพันหงปิงตบกะโหลกผัวะ เกาเฟยจึงบอกฉินเจียงว่า มีอะไรว่ามา

“อีกไม่นานบริษัทจ้าวฉินเย่ว์คงจะเจ๊ง แกคงรู้ ฉันยักยอกเงินส่วนตัวของจ้าวไทไทมาได้ ที่สำคัญคดีของฉันขืนสู้ไปฉันก็แพ้ ต้องติดคุกหัวโตแน่ ฉันต้องการหนีคดีไปต่างประเทศ เกาเฟย ฉันขอไปเวียดนามกับแกด้วยได้ไหม ถือว่าเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆของเราแล้วกัน ฉันแบ่งเงินครึ่งนึงให้แกก็ได้ แกว่ายังไง...เกาเฟย...อย่าเงียบสิ”

พันหงปิงกระชากโทรศัพท์จากเกาเฟยไปกดทิ้ง พูดสะใจ “เรามีทางหาเงินได้ก้อนใหญ่แล้ว ฮ่าๆๆ”

ooooooo

จ้าวซันถามฉินเจียงทันทีที่วางสายว่าสำเร็จไหม ฉินเจียงบอกว่าง่ายกว่าที่คิด เอาเรื่องเงินมาล่อเข้าหน่อยก็สำเร็จ

เทเรซ่าถามอย่างกังวลว่าจ้าวซันจะลงมือเองหรือ ทำไมไม่ให้ตำรวจจัดการ ทั้งฉินเจียงและจ้าวซันเห็นพ้องกันว่าตำรวจไม่ได้เก่งกว่าเราและทำงานช้ามาก  ต้องรอหลักฐานและพยานมากมายกว่าจะทำอะไรได้ แต่เราไม่ต้องรอ ไม่อย่างนั้นเราจะช้ากว่าเหม่ยอิงหลายก้าว

“แต่มันจะเสี่ยงไปไหมคะ” เทเรซ่าพยายามท้วงติง

ทั้งฉินเจียงและจ้าวซันบอกว่าไม่กล้าเสี่ยงก็ไม่ใช่ฉินเจียงและจ้าวซัน ให้มันรู้ไปว่าเกาเฟยกับเหม่ยอิงจะเก่งกว่าเราสองคน ทั้งสองเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จนเทเรซ่าพูดอย่างอ่อนใจว่า

“โอ๊ย...ไม่รู้ด้วยแล้ว เกิดอะไรขึ้นอย่าโทร.มาหาเทเรซ่าแล้วกันนะคะ”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมสัญญาว่าจะโทร.หาคุณเป็นคนสุดท้ายเลย เชื่อมือผมสิ คราวนี้ผมจัดการได้”

พอเทเรซ่าออกจากห้องไปอย่างอ่อนใจแล้ว

ฉินเจียงบอกจ้าวซันว่า นัดเจอกันสองทุ่มที่โกดังร้าง

บนเกาะลันเตา เรามีเวลาเตรียมตัวอีกสี่ชั่วโมง ตนจะล่วงหน้าไปก่อน ต่างจับมือกันแน่นเตือนให้ระวังตัวด้วย

ooooooo

บราลีข่มใจรอจ้าวซันอยู่จนเย็นยังไม่เห็นมา ถามอากงว่าไหนบอกว่าเขาจะกลับเร็วไง เธอร้อนใจแต่ก็ไม่กล้าโทร.หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าจะกดหลายครั้งแล้วยั้งมือ

สุดท้ายทนไม่ได้กดโทร.ออก หลับตาลุ้นให้ปลายสายรับ

จ้าวซันนั่งมองโทรศัพท์ที่เรียกแล้วหยุดอยู่ถึงสี่ครั้ง เขาพูดขำๆ

“หยุดเสียที ตื๊อได้แค่นี้เองเหรอ หึๆ”

เทเรซ่ามาบอกว่าบราลีโทร.เข้าบริษัทเกือบสิบครั้งแล้ว แต่ตนไม่โอนสายให้เพราะเห็นสั่งไว้

บราลีเปลี่ยนใช้โทรศัพท์บ้านในห้องทำงานจ้าว-ซันโทร.ปรากฏว่าปลายสายไม่รับอีก เธอรู้สึกผิดปกติ พอดีอาหลี่เข้ามาเอาของในห้อง บราลีถามและคอยมองว่าอาหลี่มาทำอะไร อาหลี่ทำปิดๆบังๆหยิบของในลิ้นชัก บราลีเห็นจนได้ว่ามันคือปืน พอถามอาหลี่ก็รีบขอตัว

เห็นอาหลี่มาเอาปืนไป บราลียิ่งไม่สบายใจ วิ่งตามไปไม่ทัน เจออากงเธอถามว่า

“หลี่มาที่นี่ทำไม...เขาบอกอากงหรือเปล่า” อากง

บอกว่าเปล่า “ฉันเห็นเขามาเอาปืนในลิ้นชักของคุณชายไป...” อากงถามว่าเหรอครับ แล้วเดินเลี่ยงไป “เดี๋ยวสิอากง อากงไม่สงสัยเลยหรือว่าหลี่มาเอาปืนไปทำไม คุณชายอาจจะกำลังจะไปมีเรื่องอะไรกับใครก็ได้นะ”

“ไม่ทราบสิครับ” อากงถอนใจอย่างหงุดหงิดแล้วขึิ้นบันไดไป

บราลีนึกอะไรได้ตามไปบอกว่าโทรศัพท์ตนแบตหมด ขอยืมของอากงหน่อย อากงเกี่ยงอิดออด แต่บราลีก็หาเหตุผลจะขอยืม เลยถูกอากงดักคอว่า

“มายืมโทรศัพท์ผมโทร.ไปหาคุณชายใหญ่ใช่ไหมครับ”

“ก็ใช่น่ะสิ เขาต้องเห็นเป็นเบอร์ฉันแน่ๆ เลยโทร.ไปกี่ทีๆก็ไม่รับ”

อากงจึงโทร.ให้เอง แต่มีข้อแม้ว่าโทร.ครั้งเดียวเท่านั้น พออากงกดโทร.ออก ปลายสายรับทันที บราลี รีบคว้าโทรศัพท์ไปต่อว่า

“เจ้าพี่ ทำไมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์น้องเลย”

จ้าวซันอ้างว่าเพิ่งประชุมกับตำรวจเสร็จ ไม่มีอะไร ไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่ในห้องประชุมกับพวกตำรวจเท่านั้น เธอถามคืนนี้จะกลับกี่โมง จ้าวซันบอกว่าคงอีกไม่นาน ขอเคลียร์บัญชีกับเทเรซ่าอีกสักพักแล้วคงกลับ

“เมื่อกี๊หลี่มาเอาปืนที่บ้าน เจ้าพี่คงไม่ได้กำลังจะออกไป”

“อ๋อ...ปืนของฉินเจียง พี่ให้หลี่เอาไปคืนน่ะ” พอดีอาหลี่เอาปืนมาให้จ้าวซันรับใส่กระเป๋ากางเกง แต่บอกบราลีว่า “เทเรซ่ามาแล้ว พี่ไปทำงานต่อนะ เอ่อ...ไม่ต้องโทร.มาแล้วก็ได้ พี่จะรีบกลับไป” วางสายแล้ว จ้าวซันก็บอกอาหลี่ “ไป!”

อากงยืนฟังอยู่ รับโทรศัพท์คืนจากบราลี ถามว่า สบายใจแล้วสินะ

“มันก็...บอกไม่ถูกนะอากง...ลางสังหรณ์ฉันบอกว่า...”

อากงหัวเราะหยอกว่า “พูดเหมือนไทไทตอนสาวๆเลย ลางสังหรณ์ฉันบอกว่าอย่างนั้น ลางสังหรณ์ฉันบอกว่าอย่างนี้”

บราลีบอกว่าตนไม่อยากทำตัวแบบนั้น แต่ก็ไม่ชอบให้อากงกับจ้าวซันทำตัวแบบนี้ ที่เหมือนมีอะไรปิดบังตนอยู่ อากงหยอกว่าตนเข้าใจ แต่ลางสังหรณ์ของตนบอกว่า ตอนนี้คุณชายคงกำลังตั้งใจทำงานน่าดูเพื่อจะได้กลับมาเร็วๆ

“ฉันก็หวังว่าลางสังหรณ์ของอากงจะถูกนะ”

นาทีเดียวกันนี้ ที่ฉินเย่ว์กรุ๊ป จ้าวซันกำลังก้าวขึ้นรถและอาหลี่ก็ขับพุ่งออกไปอย่างเร็ว

ooooooo

โกดังร้างบนเกาะลันเตาที่ฮ่องกง...ฉินเจียงไปยืนรออยู่บนตู้คอนเทนเนอร์ มองมอเตอร์ไซค์ที่ขับเข้ามาสาดไฟใส่ตัวเขา ฉินเจียงกระโดดลงไป เดินเข้าหาเกาเฟยที่ถอดหมวกกันน็อก ถามว่า

“มาคนเดียวใช่ไหม” เกาเฟยย้อนถามกวนๆ

ว่า เห็นใครซ้อนมอเตอร์ไซค์ตนมาหรือเปล่าล่ะ “นึกไม่ถึงว่าจะมีวันนี้” ฉินเจียงเอ่ยมองหน้าเกาเฟยนิ่ง

“วันที่คนอย่างจ้าวฉินเจียง โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือจากคนที่ทรยศและทำร้ายคุณอย่างแสนสาหัส”

“ฉันหมดทางแล้วเกาเฟย ถ้าฉันมีทางเลือก

ฉันคงไม่พึ่งไอ้หมาขี้เรื้อนอย่างแกหรอก แกก็มาเพราะสนใจเงินฉันไม่ใช่เหรอ แกก็โลภนี่ ฉันรู้นะว่านังเหม่ยอิง ก็ให้แกไปตั้งเยอะแล้ว แต่แกก็ยังอยากได้อีก จริงไหมล่ะ”

“เข้าไปคุยข้างในดีกว่า ตรงนี้มันโจ่งแจ้งเกินไป” เกาเฟยชวน

“ได้...เราต่างก็ไม่ชินในที่โล่งๆแบบนี้ด้วยกัน

ทั้งคู่” ฉินเจียงเดินนำข้าไปในโกดัง เกาเฟยมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ตรวจสอบเพื่อความแน่ใจในความปลอดภัยของตัวเอง แบบวัวสันหลังหวะ

ooooooo

เกาเฟยชวนไปคุยข้างในกัน ฉินเจียงไม่ขัดข้อง แต่ถามว่าเกาเฟยระแวงเกินไปหรือเปล่า ถูกย้อนถามว่าแล้วคนที่ไม่เคยระแวงอะไรเลยเป็นยังไงบ้างล่ะ

“ก็โดนทรยศอย่างฉันไง” ฉินเจียงตอบประชด

“อยู่ในวงการนี้เชื่อใจใครไม่ได้ทั้งนั้น”

“ไม่เชื่อใจใครก็ไม่มีวันมีเพื่อน...ไม่มีเพื่อนก็ยิ่งใหญ่ ไม่ได้หรอก” พูดแล้วฉินเจียงถามว่าจะคุยกันตรงนี้หรือ เกาเฟยเข้าเรื่องทันทีถามว่าจะจ่ายให้ตนเท่าไหร่สำหรับการพาออกนอกประเทศ  “แกได้เงินมาจากเหม่ยอิงเท่าไหร่ฉันจ่ายให้ครึ่งนึง”

ทั้งคู่ซักถามกันถึงรายละเอียดการเดินทางออกจากฮ่องกงอย่างไม่ไว้ใจกัน  แล้วเกาเฟยก็จับได้ว่าฉินเจียงมีเครื่องอัดเสียงเป็นปากกาเสียบที่กระเป๋า การเจรจาจึงกลายเป็นการเข้าปะทะกันทันที สู้กันด้วยมือเปล่าไม่นานเกาเฟยก็ชักปืนออกมาสั่งฉินเจียงให้ยกมือขึ้น เดินไปที่รถยัดฉินเจียงใส่กระโปรงหลังแล้วกดปิดทันที

เกาเฟยเดินไปนั่งที่คนขับ แต่ไม่ทันออกรถก็ถูกจ้าวซันที่อยู่รถอีกคันยิงเกือบถูก อาหลี่ขับรถปาดเข้ามา จ้าวซันกระโดดลงจากรถ ถูกเกาเฟยยิงจนต้องไปหลบอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์ จ้าวซันตะโกนบอกอาหลี่ให้เรียกคนอื่นมาเร็ว!

ส่วนฉินเจียงได้ยินเสียงปืนก็พยายามดิ้นและถีบฝากระโปรงเพื่อจะออกมาแต่ไม่สำเร็จ

เกาเฟยยิงสู้กับจ้าวซันไม่นานก็กระสุนหมด จ้าวซันจะยิงเกาเฟยปรากฏว่ากระสุนหมดเหมือนกัน!

ขณะที่ทั้งสองสู้กันด้วยมือเปล่านั่นเอง พันหงปิงและสมุนก็ขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามา ระหว่างนั้นจ้าวซันได้ยินเสียงขลุกขลักที่กระโปรงหลังจึงหลบไปในรถ ยกที่เปิดกระโปรงหลังขึ้น ฉินเจียงกระโดดออกมาร้องบอกจ้าวซัน

“ไปหลบทางโน้นดีกว่า” พลางบุ้ยใบ้ไปทางตู้คอนเทนเนอร์และโยนปืนกระบอกหนึ่งให้จ้าวซัน

ครู่เดียวก็มีแสงไฟจากรถสาดเข้าไปที่พวกพันหงปิง พวกมันหันมอง เห็นอาหลี่พาเต๋อเป่าและซ่างกวานซิงมา ทั้งสองยิงใส่พวกพันหงปิงเป็นชุด

“ไอ้เต๋อเป่า...ไอ้เดนตาย! พันหงปิงเรารีบหนีกันก่อนเถอะ” เกาเฟยร้องบอก พวกนั้นวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตัวเองยิงสกัด สมุนพันหงปิงคนหนึ่งถูกจ้าวซันยิงล้มลง พันหงปิงพยุงเกาเฟยขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตนพาหนีไป อาหลี่เห็นดังนั้นกลับรถตามไล่ยิง

“ปล่อยพวกมันไป ไม่ต้องตาม” จ้าวซันตะโกน อาหลี่จึงกลับรถมาหาจ้าวซันกับฉินเจียง

ฉินเจียงบอกว่าแผนเราล้มเหลวไม่เป็นท่า จ้าวซันเสนอว่าเราคงต้องพึ่งตำรวจจริงๆแล้ว

“ผมหนีการอารักขาของตำรวจมา ป่านนี้คงสงสัยแล้วล่ะครับ” เต๋อเป่าเอ่ย

“ผมว่ามาสเตอร์ลองพา ‘ลักกี้สตาร’ ของมาสเตอร์มาดูไหมล่ะครับ” อาหลี่เสนอ ถูกจ้าวซันถลึงตาใส่เลยรีบขอโทษ  ฉินเจียงแอบกระซิบถามอาหลี่ว่าใครหรือที่เป็น ‘ลักกี้สตาร์’

อาหลี่ยิ้มแห้งๆ ไม่กล้าตอบเพราะจ้าวซันจ้องอยู่

ooooooo

ระหว่างที่ฉินเจียงกับจ้าวซันกลับไปที่ร้านซูหลิง ให้ซูหลิงและเทเรซ่าทำแผลให้อยู่นั้น อาหลี่ถามว่าเราจะเอาอย่างไรต่อไปดี  ฉินเจียงอยากให้มันเอาคืนเราจะได้แก้แค้น

“กลัวว่าพวกมันจะรีบหนีออกจากฮ่องกงไปเลยน่ะสิ” จ้าวซันเอ่ย

เต๋อเป่าที่กำลังโทร.คุยกับผู้กองเหลียงวางสายแล้วบอกจ้าวซันกับฉินเจียงว่า

“ผู้กองเหลียงเขาโกรธพวกเรามากครับ ที่ทำอะไรกันโดยพลการแบบนี้”

“จะโกรธทำไม ถ้าไม่ได้เรา เขาจะรู้ไหมว่าพันหงปิง มันยังกบดานอยู่ที่นี่” ฉินเจียงฉุนๆ

“ที่สำคัญคือ มันกับเกาเฟยเป็นพันธมิตรกัน มันกำลังต้องการเงินจนต้องยอมเสี่ยงปรากฏตัวออกมาลงมือกับเราแบบนี้ แสดงว่ามันยังไม่มีทุนพอจะหนีไปได้อย่างสบายๆ หรอก”  จ้าวซันวิเคราะห์  แต่พูดไม่ทันขาดคำดี ผู้กองเหลียงก็มา

“ไงครับ...สองพี่น้อง นึกว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่รึไง...คุณชาย ผมคิดว่าคืนนี้...คุณชายคงต้องไปคุยกับพวกผม...ยาว...แล้วล่ะ”

ทั้งหมดไปคุยกันที่ห้องประชุมโรงพักจนถึงเช้า เต๋อเป่าเสนอว่าถ้าไม่มีอะไรให้จ้าวซันกลับไปพักผ่อนที่บ้านดีไหม

“เดี๋ยวครับเดี๋ยว” อเล็กซ์เข้ามาเปิดจอแผนที่กูเกิ้ลถนนในฮ่องกงเอาขึ้นจอใหญ่ และมีมาร์คเป็นเส้นสีแดงวาบๆ “นี่ครับทุกคน นี่คือเส้นทางการเคลื่อนที่ของ โทรศัพท์เบอร์ที่ไท้เผ่งให้มา” ฉินเจียงบอกว่าเป็นเบอร์ของเกาเฟย “นั่นล่ะครับ มันเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาทั้งคืน แต่ตอนนี้มันกำลังไปทางถนนสายนี้”

“ถนนสายนี้มันทางไปท่าเรือที่ 3 ใช้ขนส่งสินค้าเกษตรเก่า ที่เวลานี้ถูกเวนคืนรอการสร้างเป็นท่าเรือน้ำลึกนี่” จ้าวซันให้ข้อมูล ผู้กองเหลียงขอบคุณที่จ้าวซันให้ความร่วมมือ ย้ำว่า

“ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากๆ เช้าแล้วพวกคุณชายกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ แต่พวกผมสงสัย

คงไม่มีใครได้กลับบ้านอาบน้ำนอนซะแล้ว”

ทุกคนตื่นตัวกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้มา

ooooooo

เช้ามืดวันเดียวกัน แม่สี่ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ในห้องเหม่ยอิง ลุกมาปลุกผิงอันบอกว่าขโมยเข้าบ้าน ผิงอันถือปืนย่องไปดูกับแม่ กลายเป็นเหม่ยอิงกำลังกวาดเครื่องเพชรใส่กระเป๋าและรื้อข้าวของในเซฟออกมากระจัดกระจาย

ทั้งสองฝ่ายต่างตกใจ ผิงอันถามพี่สาวว่าจะเอาของพวกนี้ไปไหน เหม่ยอิงย้อนเยาะว่า

“ทำไม มันก็ของของฉันทั้งนั้น แกไม่เกี่ยวอย่ามายุ่ง” พลางหันไปคว้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่จะลากออกไป

“นี่มันอะไรเหม่ยอิง เกิดอะไรขึ้น ลูกกำลังจะหนีไปไหน” แม่สี่ตกใจ เหม่ยอิงถามว่าทำไมตนต้องหนี “ก็ลูกทำอะไรมา ทำไมลูกต้องทำอย่างกับว่าจะหนีออกจากบ้าน แล้วอาจจะหนีไปต่างประเทศด้วยใช่ไหม”

เหม่ยอิงอ้างว่าตนแค่จะไปเที่ยวพักผ่อนบ้างเท่านั้น ผิงอันไม่เชื่อ ถามว่าแล้วทำไมต้องเข้ามาตอนเช้ามืด มาโกยเอาเครื่องเพชรไปหมดตู้ มีทั้งของจ้าวไทไทที่ยืมมาด้วย และมีทองคำของแม่กับเครื่องแต่งตัวของตนที่ฝากไว้ในเซฟด้วย ถามว่า

“นี่พี่จะขโมยของพวกเราเหรอ” ผิงอันเข้าไปแย่งคืน ถูกเหม่ยอิงตบหน้าจนทรุด แม่สี่รีบเข้าประคองผิงอันไว้

“เล่นปืนกับฉันเหรอ นังเด็กโง่! ฉันจะเป็นขโมยก็เรื่องของฉัน แกก็ไปแจ้งความเอาเองแล้วกันว่าฉันขโมยอะไรของบ้านนี้ไปบ้าง อ้อ...แล้วก็อย่าลืมแจ้งข้อหาว่าโดนฉันทำร้ายร่างกายด้วยนะ” เหม่ยอิงเยาะเย้ยท้าทายแล้วจะเดินออกไป

แม่สี่ขวางไว้ถามว่าจะไปไหน เธอตวาดว่าจะไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับใคร หลีกไปให้พ้น แล้วลากกระเป๋าออกไป แม่สี่ได้แต่ร้องไห้  ผิงอันจับแก้มที่ถูกตบมองตามไปทั้งโกรธทั้งเกลียด

ooooooo

บราลีตื่นเช้าเพิ่งรู้ว่าจ้าวซันไม่ได้กลับบ้าน เธอหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินออกจากห้องไปถามอากง อากงตอบคำถามอย่างลำบากใจแล้วเดินหนี บราลีตามถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า

“อะไรคะอากง คุณชายโทร.มาบอกอากงตั้งแต่เมื่อคืน อากงไม่บอกหนู” อากงอ้างว่าเห็นเธอขึ้นนอนแล้ว “ถ้าเป็นเรื่องคุณชายจ้าวซัน อากงก็ควรจะถือเป็นเรื่องด่วนปลุกหนูขึ้นมาสิคะ”

“ก็คุณชายบอกว่าเดี๋ยวก็จะกลับ ผมเลยวางใจ นึกว่าคุณชายจะมาในอีกประเดี๋ยวจริงๆ แต่แล้ว...”

“ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ เขาหายไปไหนทั้งคืนแบบนี้ เขาต้องบอกกงแน่ๆ ว่าเขาทำอะไรอยู่ใช่ไหมคะ”

เหม่ยอิงลากกระเป๋ายกขึ้นท้ายรถอย่างทุลักทุเลเสร็จกำลังจะขึ้นรถ เห็นบราลีเดินต่อว่าอากงมาก็หมั่นไส้ สุดๆ เปลี่ยนใจเดินมาจิกตาถามว่า

“นี่แกทำตัวยิ่งใหญ่ราวกับจ้าวไทไทที่ต้องรู้ทุกเรื่องงั้นเหรอ...เลวมาก เลวหมดทุกคน!”

เมื่อบราลีกลับเข้าไปที่ห้องรับแขก อากงยังปลอบใจว่าเดี๋ยวจ้าวซันก็มา ให้เธอทานอาหารรอไปพลาง และอย่าลืมกินยาบำรุงด้วยจะได้แข็งแรง แล้วหยิบถ้วยโสมส่งให้

“ขอบคุณมากค่ะอากง” บราลีรับถ้วยโสมไปอย่างสงบ เชื่อฟัง อากงจึงขอตัวไปดูจ้าวไทไท คาดว่าคงตื่นแล้ว

เหม่ยอิงตามมาแอบดู คิดแผนร้ายบางอย่างแล้วทำตื่นตกใจน้ำตาท่วมร้องบอกอากงว่าให้ช่วยพี่ชายใหญ่ด้วย บราลีตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น เหม่ยอิงบอกว่า “พี่ชาย...พี่ชายใหญ่โดนยิง!” แล้วปั้นน้ำเป็นตัวเล่าว่า

เมื่อคืนตนไปดินเนอร์และไปต่อกันที่ผับกับจ้าวซัน จากนั้นเขาไปส่งตนที่คอนโดฯ เกาเฟยจะฆ่าตนแต่จ้าวซันเอาตัวบังไว้เลยถูกยิง เล่าแล้วคร่ำครวญว่า “ฉันผิดเอง ฉันมันเลว ฉันต่างหากที่สมควรตาย”

ooooooo

ฝ่ายแม่สี่ยังร้องไห้เสียใจเรื่องเหม่ยอิง ผิงอันพรวดพราดออกจากห้องบอกว่าจะไปฟ้องพี่ชายใหญ่ พี่ชายใหญ่ต้องรู้ว่าเหม่ยอิงทำอะไรกับพวกเราบ้าง

แม่สี่เสียงเข้มกับผิงอันว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ พูดอย่างมีอคติว่า

“คุณชายมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย ทุกวันนี้คุณชายก็มองเหม่ยอิงในแง่ไม่ดีอยู่แล้ว ถ้าลูกไปฟ้อง พี่ชายใหญ่เขาก็จะยิ่งเกลียดเหม่ยอิง แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นยุแยงตะแคงรั่วผสมโรงเข้าไปอีก เหม่ยอิงก็ยิ่งจะกลายเป็นหมาหัวเน่าสิ”

“แม่คะ...แต่เรื่องนี้ต้องถึงหูพี่ชายใหญ่นะคะ แม่จะปล่อยให้พี่เหม่ยอิงลอยนวลเหรอคะ”

แม่สี่กลับหาว่าผิงอันชอบเข้าข้างคนอื่น เห็นคนอื่นดีกว่าพี่สาวตัวเองตลอด ถึงได้อยากไปประจานพี่สาวตัวเองต่อหน้าบราลีให้สะใจใช่ไหม เสียงแข็งกับผิงอันว่า

“แม่ไม่ยอมหรอก ห้ามลูกไปหาพี่ชายใหญ่ ห้ามให้คนอื่นรู้เรื่องพฤติกรรมของเหม่ยอิง  เข้าใจไหม ไม่งั้น ลูกกับแม่ไม่ต้องมาพูดกัน!”

ผิงอันมองแม่อย่างผิดหวัง เสียใจ ร้องไห้วิ่งขึ้นข้างบน แม่สี่ตามขึ้นไปบอกว่าเรามีกันอยู่แค่สองพี่น้องมีอะไรก็ต้องช่วยๆกัน ผิงอันสวนไปว่าใครทำผิดเราก็ต้องหยุดเขา ที่เหม่ยอิงเป็นแบบนี้เพราะแม่ตามใจเขา กลัวเขา ให้ท้ายเขาทุกอย่าง อาม่าดุผิงอันว่า ว่าแม่แบบนี้บาปนะ แม่สี่ก็ปรามว่าเด็กไม่ดี ใครว่าแม่ต้องตกนรก

“ถ้าเด็กอย่างหนูต้องตกนรก แล้วเด็กอย่างพี่ เหม่ยอิงล่ะคะ แม่คะ แม่รู้ไหมสักวันแม่จะต้องเสียใจถ้าเราไม่ช่วยกันหยุด พี่เหม่ยอิงจะต้องทำให้แม่ร้องไห้จนน้ำตาหมดตัวแน่ หนูบอกเลย”

ทันใดนั้น จ้าวไทไทกรีดร้องและตีอกชกหัวพร่ำพูด...

“น่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจริง มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครหยุดได้ จ้าวฉินเย่ว์ๆๆ ฉันช่วยลูกคุณไม่ได้ ช่วยไม่ได้...”

แม่สี่วิ่งขึ้นมา อากงบอกว่าน่ากลัวมาก  จ้าวไทไทไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย จ้าวไทไทหันขวับด่าลั่น

“อีนังเมียน้อย อีพวกเสนียดจัญไร เพราะพวกแก ที่ทำให้ตระกูลจ้าวต้องถึงจุดตกต่ำที่สุดวันนี้ เพราะพวกแก ฉันเกลียดพวกแก เกลียดอีพวกเด็กๆ โง่เง่า เลวบัดซบลูกๆของแกทุกคน ไปให้พ้น ไป ไป๊!! จ้าวฉินเย่ว์ ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันรับไม่ไหวแล้ว!!”

ฝ่ายเหม่ยอิงเร่งบราลีให้รีบไปดูจ้าวซัน บราลีจะชวนผิงอันไปด้วยก็ถูกห้าม  อ้างว่าผิงอันเห็นสภาพพี่ชายสาหัสแบบนั้นต้องตายแน่ๆ พอบราลีนึกได้ว่าลืมโทรศัพท์จะขึ้นไปเอา เหม่ยอิงตัดบทอย่างรำคาญใจว่า

“นี่...บราลี เธอเป็นอะไรของเธอ ไม่อยากรีบไปดูใจพี่ชายใหญ่เหรอ ถ้ามีธุระอะไรก็ใช้โทรศัพท์ฉันก็ได้ เร็วรีบไป เราไม่มีเวลาอีกแล้วนะ” ว่าแล้วลากบราลีไปเลย บราลีเองก็ร้อนใจจึงรีบตามไป

ooooooo

พันหงปิงให้ลูกน้องสองคนช่วยกันลากเกาเฟยเข้าไปที่ท่าเรือร้างบอกให้กองไว้ตรงนั้นแหละ บ่นหัวเสียว่า

“ไม่น่าไปช่วยมันเลย เสียลูกน้องไปคนนึงอีก มันคุ้มกันไหมเนี่ย คิดว่าจะได้เงินก้อนใหญ่มาใช้สักหน่อย แต่ดันมาโดนไอ้ฉินเจียงหลอกซะได้” ลูกน้องคนหนึ่งถามว่าจะเอายังไงดี พันหงปิงหันไปถามเกาเฟยว่า “แกรู้ใช่ไหมว่าตอนนี้เหม่ยอิงของแกอยู่ไหน ในเมื่อแกไม่มีปัญญาหาเงินให้ฉันเป็นทุนยามยากมั่ง ฉันก็จะขอแบ่งปันจากคุณหนูใหญ่คนสวยคนนี้แหละ”

เกาเฟยผงะ พันหงปิงตะคอกถามว่าเหม่ยอิงอยู่ไหน เกาเฟยบอกไม่รู้ พันหงปิงสั่งลูกน้องจัดการทันที ลูกน้องเอาเชือกมามัดเกาเฟยไว้แน่นหนา เอาน้ำมันก๊าดราดที่พื้น เกาเฟยรู้ว่าจะโดนอะไร รีบบอกว่าให้ปล่อยตนก่อน สัญญาว่าถ้าเจอเหม่ยอิงตนจะไปหลอกเอาเงินมาให้

“ไม่มีสัจจะในหมู่โจรอยู่แล้ว คนอย่างแกนี่มัน... ฉันจะลองเชื่อดูสักครั้งก็ได้”

เกาเฟยโล่งใจที่รอดตาย

ooooooo

จ้าวไทไทยังคงอาละวาดโวยวายจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แม่สี่บอกอากงว่าคงเป็นบ้าไปแล้ว ผิงอันถามว่าแล้วจ้าวซันอยู่ไหน ก็พอดีจ้าวซันกลับมา เห็นสภาพจ้าวไทไทก็โผเข้าหา

“แม่ใหญ่...เป็นอะไรไปครับ”

แม่สี่บอกว่าสงสัยเป็นบ้าไปแล้ว เสนอให้พาไปโรงพยาบาล จ้าวไทไทตวาดสวนทันทีว่า

“ฉันไม่ได้บ้าอีนังเมียน้อย แต่ลูกสาวแกนั่นแหละ ลูกสาวแก...มันต้องตาย...”

จ้าวซันบอกว่าไม่มีใครเป็นอะไร บอกแม่ใหญ่ให้นอนพักก่อน หลับสักตื่นจะได้อารมณ์ดี

“เจ้าหญิง...เจ้าหญิง...ม่านฟ้า...ไปซะแล้ว”

“อยู่สิครับ แม่ใหญ่อยากให้บรีมาหาหรือครับ เดี๋ยวผมไปตามตัวมาให้นะครับ แม่รอสักครู่”

ผิงอันเอะใจว่าจ้าวไทไทเสียงดังถึงขนาดนี้  ทำไมบราลีไม่มาดู อากงหน้าเสีย จ้าวซันสังหรณ์ใจรีบออกไปหา ปรากฏว่าบราลีหายไปจริงๆ แม้แต่อาหารที่อากงจัดให้ก็ไม่ได้แตะต้อง ยาก็ไม่ได้กิน ระดมคนรับใช้ตามหาจนทั่วบ้านสี่ฤดูก็ไม่พบ รถทุกคันก็ยังอยู่ครบ

“เขาไปไหนของเขา ทำไมไม่สั่งอะไรใครเลย” จ้าวซันพึมพำเครียด ทุกคนซีด...

จากนั้น จ้าวซันไปหาหลินจื้อเหม่ย ปรากฏว่า บราลีไม่ได้โทร.หาเธอเลย อาหลี่กับเต๋อเป่าไปที่โบสถ์ก็ไม่พบ

ผิงอันฉุกคิดได้ว่าแม่ใหญ่พูดเหมือนกับว่าบราลีไม่อยู่แล้ว อากงเสริมว่าทีแรกก็พูดถึงคุณหนูใหญ่ หลินจื้อเหม่ยตั้งข้อสังเกตว่าเหม่ยอิงไม่ชอบบราลี แม่สี่รีบพูดกันท่าว่าเหม่ยอิงไม่ได้กลับบ้านหลายวันแล้ว

ผิงอันจะท้วงติงว่าเมื่อเช้ามา ก็ถูกแม่สี่บีบแขนแน่นไม่ให้พูด แล้วตัวเองก็พูดเบี่ยงเบนกลบเกลื่อนว่า

“ทำไม อะไร คุณบรีเขาอาจจะไปเที่ยว ไปช็อปปิ้งหรือไปหาใครก็ได้ เดี๋ยวเขาก็มา จะตกใจกันไปทำไม”

“ลองไปแจ้งตำรวจกันไหมคะคุณชาย ผู้กองเหลียงอะไรคนนั้นไง” หลินจื้อเหม่ยเสนอ

ooooooo

เหม่ยอิงขับรถพาบราลีมาจอด ณ ที่สวยงามแห่งหนึ่งแล้วจึงบอกว่าตนหลอกเธอ เพราะจ้าวซันไม่ได้เป็นอะไร และเขาไปธุระอะไรที่ไหนตนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าแค่อ้างชื่อจ้าวซันเธอก็เชื่อและมา

บราลีถามว่าเธอต้องการอะไร เหม่ยอิงบอกว่าต้องการตัวเธอ เพราะเธอเป็นจุดอ่อนของจ้าวซัน ถ้าบอกว่าเธออยู่ในกำมือตนจ้าวซันก็ต้องมา บราลีเดินหนีอย่างโกรธจัด ถูกเหม่ยอิงเอาปืนจี้สั่งให้กลับไปที่รถ แล้วพาไปที่โกดังเก็บเสื้อผ้าของสื้อฉวนแฟชั่น มัดมือ เอาผ้าผูกตาแล้วผลักเข้าไปขังไว้ในนั้น

บราลีพยายามช่วยตัวเองจนเชือกที่มัดมือค่อยคลายออก พอเชือกหลุด เธอรีบถอดผ้าที่ผูกตาจึงเห็นว่าตัวเองอยู่ในห้องที่มีผ้าเป็นม้วนๆเต็มไปหมด และมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปแขวนไว้มากมาย เธอหยิบดูพยายามอ่านชื่อ จึงรู้ว่าคือสื้อฉวนแฟชั่น!

ooooooo

ผู้กองเหลียง อเล็กซ์ หมวดจาง จ่าหมงและลูกน้อง มุ่งไปที่หน้าอาคารร้างท่าเรือ แบ่งกำลังกัน ล้อมไว้

สมุนคนหนึ่งของพันหงปิงออกมายืนปัสสาวะ เจ้ากรรม มือถือของอาหลี่ดังขึ้น! อาหลี่ตะครุบปิด สมุนพันหงปิงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ฉี่เสร็จเดินกลับไปเหมือนไม่ได้ยิน แต่พอคิดว่าไกลพอก็โกยอ้าวตะโกนลั่น “มีคนร้าย! มีคนร้าย!!”

ผู้กองเหลียงชักปืนไล่ตาม มันหันมายิงใส่ พอเสียงปืนดังขึ้น คนข้างในต่างลุกขึ้นยิงต่อสู้ จ่าหมงโดนกระสุนที่ไหล่ หมวดจางเข้าไปช่วย สมุนพันหงปิง อีกคนโผล่มายิงจ่าหมงทรุดลง หมวดจางนํ้าตาไหลลุกขึ้นสู้อย่างเลือดเข้าตา อเล็กซ์วิ่งไปลากหมวดจางกลับมาในที่กำบัง เสียงปืนจากฝ่ายพันหงปิงเบาบางลงทุกที

เกาเฟยดิ้นจนเชือกหลุด ทั้งเกาเฟยและพันหงปิง ต่างกระโดดหน้าต่างลงนํ้าดำหายไป  แต่ทั้งสองก็ไปเจอกันที่ท่าเรือฝั่งเกาลูน เกาเฟยบอกพันหงปิงว่าเราต่างคนต่างหนีไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก

“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้เงินจากยัยเหม่ยอิงผู้สูงส่งฉันก็จะไม่มีวันปล่อยแกให้ลอยนวลไปไหนต่อไหนเด็ดขาด” พันหงปิงกัดไม่ปล่อย กระทั่งเอาปืนจี้ขู่แต่ไม่ยิง บอกเกาเฟยว่า “ยิงทำไมให้โง่ ในเมื่อแกยังมีประโยชน์อีกมาก”

ooooooo

เหม่ยอิงไปนั่งในรถที่จอดอยู่ลานโกดังร้าง แกะส้มทิ้งเปลือกทำนาย “ฆ่า...ไม่ฆ่า...ฆ่า...ไม่ฆ่า...”

โทรศัพท์มือถือดังขึ้นถึง 18 มิสคอลจากจ้าวซันเหม่ยอิงก็ไม่รับสาย ทำให้จ้าวซันแปลกใจมาก จึง

ไปคาดคั้นกับแม่สี่และอาม่ารวมทั้งอากง  แม่สี่ยืนยันว่าเหม่ยอิงไม่ได้กลับมา แล้วจิกตาใส่อาม่ากับอากง ทำให้ทั้งสองต้องพูดเป็นเสียงเดียวกับแม่สี่ แม่สี่ยังยํ้ายืนยันว่า “เหม่ยอิงไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เด็ดขาด”

“ไม่จริง!!” เสียงผิงอันแทรกขึ้น แล้วเธอก็เดินเข้ามาพูดอย่างไม่หวั่นเกรงว่า “ตอนเช้ามืดพี่เหม่ยอิงมาที่นี่ แถมยังมาขโมยข้าวของที่นี่ไปอีกด้วย”

เมื่อผิงอันฮึดสู้แล้วไม่ว่าแม่สี่จะทั้งตวาดและถลึงตาใส่อย่างไรเธอก็ไม่หวั่นไหว ทั้งยังเอาหลักฐานต่างๆมาให้จ้าวซันดูแล้วยกคำพูดของจ้าวไทไทมายํ้ากับแม่สี่ว่า

“ไทไทพูดถูก ตระกูลจ้าวกำลังจะล่มสลาย ถ้าพี่เหม่ยอิงทำอะไรที่ไม่ดี ก็จะต้องได้รับผลกรรม ไม่เชื่อแม่ก็คอยดูแล้วกัน”

เมื่อผิงอันแฉออกมาจนหมดเปลือก แม่สี่ถาม

จ้าวซันอย่างเจ็บใจว่า “รู้ความจริงแล้ว พอใจหรือยังล่ะคะ!”

จ้าวซันได้แต่ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม มองห้องเหม่ยอิงที่ว่างเปล่าอย่างสับสน...เจ็บปวด...

ooooooo

พันหงปิงจับเกาเฟยไปมัดไว้ใต้สะพาน  ตัวเอง ออกไปดักเหยื่อ จนชิงโทรศัพท์มือถือของหนุ่มสาวคู่หนึ่งมาได้ เอามาให้เกาเฟยโทร.หาเหม่ยอิงเพื่อเรียกเงิน

ทีแรกเกาเฟยไม่ยอมโทร. เมื่อถูกขู่จะทรมานให้ตายอยู่ใต้สะพาน จึงต่อรองให้แก้เชือกให้ตนก่อน พอแก้เชือกให้ เกาเฟยก็โทร.หาเหม่ยอิง แต่โทร.ไม่ติดเพราะทางโน้นปิดเครื่อง

“ไม่เชื่อ...ไม่ติดก็โทร.จนกว่ามันจะติด เข้าใจไหม” พันหงปิงสั่งเหี้ยม เกาเฟยเลยกดต่อ “ต้องอย่างนี้สิเพื่อนรัก” พันหงปิงพูดอย่างสะใจ

พันหงปิงใช้ทุกวิธีมาบีบเกาเฟย เขาโทร.บอกเพื่อนที่เวียดนามให้ส่งรูปครอบครัวเกาเฟยมาให้ แล้วเอามือถือไปเปิดให้เกาเฟยดู บอกว่าเห็นแล้วจะต้องดีใจจนนํ้าตาไหล เกาเฟยเห็นรูปลูกเมียยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ถามว่า “แกจะทำอะไร”

“ทำอะไร? ยัง...ยังไม่ทำอะไร แค่ให้ลูกน้องที่อยู่เวียดนามถ่ายรูปครอบครัวส่งมาให้ดูเล่นๆเท่านั้น...แต่ถ้าฉันยังไม่ได้เงินในส่วนที่ฉันควรจะได้ละก็...ครอบครัวแก เมียและลูกๆสุดที่รักของแกก็จะต้องเป็นแบบนี้!!”

พันหงปิงใช้ด้ามปืนทุบหน้าจอโทรศัพท์จนแตกกระจาย แล้วหัวเราะสะใจ

“ได้! งั้นก็ปล่อยฉันไปได้แล้ว ฉันสัญญาว่าจะไปหาเงินมาให้แกให้ได้ด้วยวิธีของฉันเอง”

พอพันหงปิงปล่อย เกาเฟยลุกขึ้นอย่างยากลำบาก บอกว่าตนนึกออกแล้วว่าจะหาเงินได้จากที่ไหน ว่าแล้วเดินออกไปจากใต้สะพาน เจอลุงแก่ๆคนหนึ่งเดินคุยโทรศัพท์ผ่านมา เกาเฟยเข้ากระชากโทรศัพท์แล้ววิ่งหนีไป

“นึกไม่ถึงว่าครอบครัว ลูก เมียมันจะทำให้คนเรามีพลังฮึดได้ขนาดนี้ สงสัยเราคงต้องมีบ้างซะแล้ว ฮ่าๆๆ” พูดแล้วเตะโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกละเอียดที่พื้นลงอ่าวไป

หลังจากปล้นโทรศัพท์และเงินจากลุงเคราะห์ร้ายแล้ว เกาเฟยไปร้านสะดวกซื้อ โทร.หาเหม่ยอิงตลอดเวลา แต่เธอปิดเครื่อง เกาเฟยได้แต่บ่นและภาวนา

“ทำอะไรของเขาอยู่นะ...คุณเหม่ยอิง...เปิดเครื่องสักทีสิ...”

ooooooo

เทเรซ่าเจอคีย์การ์ดคาคอนโดฯใหม่ของเหม่ยอิงที่ยักย้ายถ่ายโอนเงินของบริษัทไปซื้อไว้เป็นของส่วนตัว ที่สำคัญเจอหลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงเที่ยวบินพรุ่งนี้เช้าในคอมพิวเตอร์ด้วย

ส่วนบราลีถูกขังอยู่ในห้องเก็บผ้าและเสื้อสำเร็จรูป พยายามพังประตูแต่ไม่สำเร็จ จนเห็นราวแขวนเสื้อ เธอรื้อเสื้อออกและถอดราวจนเหลือแค่ท่อนเหล็ก เอาไปฟาดลูกบิด ฟาดอย่างไรก็ไม่พัง จนต้องนั่งอย่างหมดแรง สุดท้ายฮึดสู้อีกครั้ง รวมแรงฟาดไปทีเดียว ก้านลูกบิดหักทันที

บราลีดีใจมากรีบเดินออกไป จนเจอเหม่ยอิงนั่งดื่มกาแฟจากถ้วยกระดาษอยู่ที่ห้องทึบๆอับๆ มีปืนวางอยู่บนโต๊ะ

“ฮ่ะๆๆเก่งมากบราลี เธอนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ หาทางเปิดประตูออกมาได้ด้วย แต่ใช้เวลาทั้งคืนเลยนะ หมดแรงหรือยัง ยังไหวไหมเนี่ย” เหม่ยอิงเยาะเย้ย

บราลีถามว่าเธอต้องการอะไร “ฉันต้องการฆ่าเธอไง!”

“คุณเหม่ยอิง ฉันไปทำอะไรให้คุณ”

“เธอแย่งพี่ชายใหญ่ไปจากฉัน อยู่ๆเธอก็จะเข้ามาครอบครองบ้านสี่ฤดู จะมาเป็นจ้าวไทไทคนที่สองหรือไง เธอมาขโมยความฝันของฉัน เธอมาขโมยชีวิตฉันไปทั้งหมด แล้วยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าเธอทำอะไรให้ฉัน”

เหม่ยอิงคว้าปืนมาปลดล็อกยิงบราลีทันที โชคดีกระสุนด้าน เหม่ยอิงจะยิงใหม่ ถูกบราลีกระโดดหมุนตัวเตะปืนกระเด็น เหม่ยอิงพุ่งไปจะคว้า บราลีเตะปืนกระเด็นไปอีก เลยถูกเหม่ยอิงตบไปสองฉาดจนเซล้มลงยังตามไปกระทืบซํ้า แต่ถูกบราลีคว้าน่องดันออกไปจนหงายตึง บราลีอาศัยจังหวะนั้นพุ่งไปแย่งปืนได้

แต่พอคว้าปืนได้ หันมาก็ผงะ เพราะเกาเฟยเข้ามาเอาปืนจ่อตรงหน้าแล้ว!

เหม่ยอิงได้ทีโผเข้าจิกผมบราลีตบไม่ยั้งตะโกนบ้าคลั่ง “ฉันจะฆ่ามัน...ฉันจะฆ่ามัน” จนเกาเฟยต้องร้องเตือน

“คุณหนูพอแล้ว คุณหนูต้องไปแอร์พอร์ตได้แล้ว นี่มันใกล้เวลาบินแล้ว คุณหนูต้องรีบไปขึ้นเครื่องเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวไม่ทัน คุณหนูต้องไปก่อนที่ตำรวจมันจะตั้งข้อหาอะไรสักอย่างให้คุณหนูได้นะครับ”

เหม่ยอิงชะงักยืนหอบ แต่ยังไม่มีทีท่าจะเลิก

“คุณหนู...อย่าเพิ่มคดีอะไรให้กับตัวเองอีกเลย ผมขอร้องล่ะนะครับ ส่วนอีนังนี่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง”

ooooooo

อาหลี่ขับรถพาจ้าวซันไปสนามบิน รถติดจนจ้าวซันหงุดหงิด อาหลี่เสนอให้ไปรถไฟฟ้าอาจจะทัน

“หาทางกลับรถข้างหน้า แล้วรีบพาฉันไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด” จ้าวซันพูดเร็วจี๋

พออาหลี่เปิดไฟขอแทรกเพื่อกลับรถ มือถือของจ้าวซันก็ดังขึ้น

“เหวย...” ฟังเสียงปลายสายแล้ว จ้าวซันชะงัก พึมพำเสียงแผ่ว...“เกาเฟย...”

“ได้ข่าวว่ากำลังตามหาบราลีใช่ไหม” เสียงเกาเฟย ยียวนอย่างเป็นต่อ

“เกาเฟย...บราลีอยู่กับแกเหรอ ขอฉันพูดกะเขาซิ”

“จุ๊ๆ ไม่เอา...พูดแบบนี้ใครได้ยินเข้า จะเข้าใจผิด ถ้าอยากเจอบราลีนักละก็...มาเจอกันหน่อยดีไหม”

จ้าวซันตอบรับทันที ถามว่าที่ไหน เกาเฟยตอบคำเดียว “ท่าเรือ!” จ้าวซันสั่งอาหลี่เปลี่ยนเส้นทางทันที แล้วจ้าวซันจึงถามเกาเฟยว่า ท่าเรือที่ไหน เมื่อไหร่?

บอกสถานที่และเวลาแล้ว เกาเฟยกดตัดสายยิ้มอย่างผู้ชนะจ้าวซันให้อาหลี่ขับรถไปราวกับเหาะ แต่พอไปถึง ปรากฏว่าไม่มีอะไรเลย จ้าวซันรู้ตัวว่าถูกหลอก มองหน้ากันทั้งเจ็บใจและตกใจเพราะเป็นห่วงบราลี

ooooooo

ที่แท้ เกาเฟยขับรถพาบราลีบ่ายหน้าไปสนามบินแล้ว ส่วนบราลีนั้นถูกจับยัดไว้ที่กระโปรงท้ายรถ!

“แกจะจัดการกับมันยังไง” เหม่ยอิงถาม

“ผมมีวิธีของผมแล้วกัน ผมจะทำให้จ้าวซันมันเจ็บปวดมากที่สุด มากกว่าที่มันเคยเจอมาทั้งชีวิตเลย” เหม่ยอิงถามว่าวิธีอะไร? “ผู้หญิงที่มันรักมากที่สุดกำลังอยู่ในมือเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไร วิธีไหนมันก็เจ็บปวดทั้งนั้นไม่ใช่เหรอครับ”

พูดแล้วเกาเฟยหัวเราะสะใจ  เห็นเหม่ยอิงไม่หัวเราะด้วยเลยถาม “หรือว่า...คุณมีแผนอะไรอยู่ในใจแล้ว”

เหม่ยอิงสั่งให้จอดรถ เกาเฟยทำเป็นสงสัย ถูกเหม่ยอิงตวาด “ฉันบอกให้หาที่จอดรถ หูหนวกรึไง!”

เกาเฟยหักรถเลี้ยว เหม่ยอิงสั่งให้ขับไปเรื่อยๆ เกาเฟยขับไปพักหนึ่ง ก็ทักท้วงว่าเราเข้ามาลึกแล้ว เดี๋ยวจะไปสนามบินไม่ทัน เหม่ยอิงจึงชี้ให้จอดข้างหน้า พอลงจากรถ เกาเฟยถามว่าจะให้ตนจัดการที่นี่เลยหรือ

“คนที่จะทำให้จ้าวซันเจ็บปวดที่สุดต้องเป็นฉัน ไม่ใช่แก” พูดแล้วเปิดประตูลงจากรถ เกาเฟยกดปุ่มเปิดกระโปรงหลัง ก็ถูกตวาด “ใครใช้ให้แกเปิด!”

เหม่ยอิงเดินไปเปิดกระโปรงแง้มดู เห็นบราลีถูกมัดนอนขดอยู่เหงื่อโทรมกาย ถามเสียงแผ่วอย่าง อ่อนล้ามาก

“เหม่ยอิง...เธอจะทำอะไรฉัน”

“มันยังไม่ถึงเวลาของแก อย่าเพิ่งขาดใจตายไปเสียก่อนล่ะ” พูดแล้วกระแทกฝากระโปรงปิดปัง เกาเฟย ถามว่าเธอจะทำอะไร เหม่ยอิงไม่ตอบ ไล่เขาหลีกไป ผลักเกาเฟยแล้วขึ้นนั่งที่คนขับ เกาเฟยคว้าไหล่เธอถามว่าจะทำอะไร

“อย่าเอามือสกปรกๆของแกมาจับตัวฉันอีก ไปได้แล้ว แกหมดประโยชน์แล้ว”

“ผมขอร้องล่ะ...หนีไปเถอะครับ ทิ้งทุกอย่างไว้

ที่นี่ ปล่อยให้ผมจัดการเอง”

“นี่ไม่ใช่เรื่องของแกนะเกาเฟย งานของแกมันจบแล้ว” เหม่ยอิงผลักเกาเฟยออก เมื่อเขาขืนตัวก็ถูกเธอทุบๆๆ เกาเฟยเลยกอดเธอจากข้างหลัง ล็อกไว้แน่นหมายให้เธอได้สงบสติอารมณ์  เหม่ยอิงสั่งให้ปล่อย

“ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณหนูนะครับ  เพื่อเราสองคน”

เหม่ยอิงกระทืบส้นสูงที่เท้าเกาเฟยจนเขาคลายมือ เธอพรวดเข้ารถกดล็อกทันที ถอยหลังกลับรถ เร่งเครื่อง เกาเฟยตามทุบกระจกรถวิ่งตาม ถูกเหม่ยอิงหักรถพุ่งเข้าชน จนเกาเฟยหลบแทบไม่ทัน เหม่ยอิงขับรถพุ่งไปอย่างเร็ว ทิ้งเกาเฟยให้ยืนคว้างอยู่ที่ทางเปลี่ยว ในขณะ ที่ท้องฟ้าค่อยมืดลง...มืดลงทุกที...

จ้าวซันไปถึงสนามบินปรากฏว่าเครื่องออกแล้ว แต่เหม่ยอิงไม่ได้ไปเที่ยวบินนี้ เขาบอกอาหลี่ว่า

“เหม่ยอิงยังอยู่ในฮ่องกง” เขามองออกไปนอก หน้าต่างอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

แผนตามหาบราลีดำเนินไปอย่างเร่งรีบและทั่วด้าน เทเรซ่าเอาแผนที่กูเกิ้ลมาเปิดให้จ้าวซันกับหมวดจางดู

“นี่คือแผนที่ของโกดัง โรงงาน และท่าเรือของบริษัทในเครือของฉินเย่ว์กรุ๊ปทั้งหมดค่ะ”

“โอเค...ผมขออนุญาตก๊อปลิงก์หน้านี้ส่งไปที่ในอีเมล์ผมหน่อยนะครับ จะได้ให้หน่วยต่างๆช่วยกันไปค้นหาให้เร็วที่สุด”

หมวดจางนำกำลังไปโกดังที่เก็บสต๊อกเสื้อผ้าของสื้อฉวนแฟชั่น พบประตูโกดังไม่ได้ล็อก จึงพากันเข้าไปดูเจอท่อนเหล็กตกอยู่ คาดว่าลูกบิดคงถูกทุบด้วยท่อนเหล็กนี้จนหัก

เมื่อเดินไปดูภายใน หมวดจางบอกว่าเสื้อผ้า ดีๆทั้งนั้น ทำไมถึงเอามาเก็บไว้ที่นี่  เต๋อเป่าหยิบดูอุทาน...

“นี่มัน...”

“เสื้อผ้าของสื้อฉวนที่ถูกปล้นไปใช่ไหม” ผู้กองเหลียงถาม

เต๋อเป่ายืนยันว่าใช่แน่ๆ พอดีจ้าวซันมาถึงเต๋อเป่ารีบเอาไปให้ดู

“เสื้อที่เราส่งออกไปต่างประเทศนี่ ตรงตามสเปกเดิมทุกอย่าง รีบติดต่อเทเรซ่าหรือซ่างกวานซิน ใครก็ได้นะ ให้มาจัดการส่งเสื้อผ้าพวกนี้ไปให้ลูกค้าด่วนที่สุด” จ้าวซันสั่ง

“ครับ” ซ่างกวานซิงรีบโทร.ออกทันที

“ผู้กองมาดูนี่เร็วครับ” หมวดจางร้องบอก ผู้กองเหลียงกับจ้าวซันรีบไปตามเสียง เห็นร่องรอยการต่อสู้ในโกดังและเชือกที่มัดบราลีตกอยู่

“มีร่องรอยการต่อสู้ที่นี่...น่าจะยังไม่นานด้วย” ผู้กองเหลียงวิเคราะห์

จ้าวซันเหลือบเห็นบางอย่างอยู่ในหลืบเสา เขาไปหยิบดู หมวดจางตามมาดู

“กระเป๋าถือ?”

“ใช่...ของบราลี” จ้าวซันยิ่งใจไม่ดี มองหน้ากันกับหมวดจางอย่างร้อนใจ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.