ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

วันนี้ที่รอคอย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าชายศิขรนโรดมแห่งคีรีรัฐ เจ้าภาพจัดเพลงไทยเดิมสำเนียงทางเหนือขับกล่อม

แม้ศิขรนโรดมจะชอบเพลงแนวนี้ แต่คืนนี้ฟังอย่างไม่มีความสุขเลย ใจพะวงห่วงจ้าวซันว่าจะเกิดอะไรขึ้น จนผู้ว่าฯชวนคุยก็ไม่ได้ยิน มิถิลาเองก็กระวนกระวายเป็นห่วงทั้งจ้าวซันและราชิดผู้เป็นพ่อ ผู้ว่าฯเปรยๆอย่างรู้ใจว่า

“คุณชายจ้าวซันคงยังไม่เสร็จธุระ”

ทุกคนยิ่งเครียด บราลียิ้มแย้มพูดให้บรรยากาศผ่อนคลายว่า

“แต่ไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยากค่ะท่าน ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลเลยเพคะ คุณชายจ้าวซันได้วางแผนทั้งหมดไว้อย่างดี และทรง เอ๊ย...และท่านมีจิตใจกว้างขวางพอที่จะให้ความ...เมตตา...กับทุกคน” ประโยคหลังมองไปทางมิถิลาอย่างให้กำลังใจว่าพ่อเธอจะปลอดภัย

ครู่เดียว ผู้กองเหลียงและหมวดจางก็มาเชิญผู้ว่าฯไปพบจ้าวซัน ผู้ว่าฯเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อผู้ว่าฯลุกไปศิขรนโรดมเปรยๆว่าตำรวจฮ่องกงมาจับพวกนั้นหรือเปล่า

“ทรงวางพระทัยเถอะเพคะ” บราลีใจเย็น

“เขามีสิทธิ์คิดใช่ไหมว่าผม...ร่วมมือในการซื้ออาวุธเถื่อนกับพวกนั้นด้วย” ศิขรนโรดมกังวล บราลีได้แต่เงียบ

ooooooo

ผู้ว่าฯไปพบจ้าวซันที่สวนบนระเบียงด้านนอก โดยมีผู้กองเหลียงและหมวดจางตามมาติดๆ จ้าวซัน บอกทันทีว่าตนต้องให้ท่านผู้ว่าฯช่วย

“เราจะมีการจับและยึดอาวุธจากโรงเก็บเครื่องบินเช่าเหมาลำของคีรีรัฐ ที่พวกมันอ้างว่าเป็นเครื่องส่วนพระองค์ แต่ที่จริงมันเพิ่งทำการเช่ามาจากเอกชนประเทศเพื่อนบ้านของคีรีรัฐ ขอให้ท่านประสานงานให้เราเข้าไปจัดการในเขตท่าอากาศยานอย่างสะดวกและลับที่สุดด้วย”

หลังจากเจรจากัน ผู้ว่าฯยินดีให้ความร่วมมือเพื่อสันติสุขของประเทศเพื่อนบ้าน จ้าวซันจึงพูดเรื่องฉินเจียง ผู้ว่าฯขอว่า โทษของฉินเจียงขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเถิด

“แต่...ฉินเจียงเป็นน้องชายผม” จ้าวซันติงเสียงอ่อน จนผู้ว่าเริ่มใจอ่อน แต่ก็ยืนยันว่าเรื่องนี้ยกให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถิด แล้วตัดบทว่า

“ผมจะต่อสายประสานงานไปทางท่าอากาศยาน ผู้กองก็ต้องทำหมายค้นและหมายจับเข้าไปให้ถูกต้องด้วย อย่าให้ฮ่องกงต้องเสียชื่อเสียงก็แล้วกัน”

เมื่อผู้ว่าออกไปแล้ว หมวดจางบอกจ้าวซันว่า พวกตนรู้ความจริงกันหมดแล้ว ผู้กองเหลียงชี้แจงว่า

“กลุ่มจอมพลราชิดเป็นนักโทษของเรา เพราะพวกเขาเข้ามาทำผิดกฎหมายฮ่องกง เราต้องดำเนินคดีกับพวกเขาที่นี่ก่อนพะย่ะค่ะ แล้วเรื่องจะให้ส่งตัวไปรับโทษที่คีรีรัฐ คงต้องรอเป็นลำดับต่อไป”

“ผมอยากให้ทางการช่วยปิดข่าว หลังจากที่ยึดอาวุธจากเครื่องบินส่วนพระองค์ไปแล้ว อย่าให้พรรคพวกของมันที่คีรีรัฐแพร่งพรายเหตุการณ์ในคืนนี้ได้”

“หมายความว่า...” ผู้กองมองหน้ารอคำชี้แจง

“ผมกับศิขรนโรดม เราต้องร่วมปราบกบฏในคีรีรัฐให้ได้ก่อนที่พวกมันจะไหวตัวทัน” จ้าวซันตอบหน้านิ่ง

ooooooo

ที่โกดังเก็บเครื่องบิน มีทหารคีรีรัฐยืนยามอยู่ 5 คน แต่พอตำรวจฮ่องกงบุกเข้าไป พวกนั้นก็วางอาวุธยกมือยอมแพ้ อเล็กซ์นำกำลังบุกเข้าไปค้นเครื่องบิน รื้อโฟมและของตบตาออกหมดก็พบปืนอยู่ใต้กล่อง!

ที่ข้างโกดังมีบ่อนแบบบ้านๆ พันหงปิงเล่นการพนันอยู่ที่นั่น ถูกตำรวจบุกเข้าไปก็แตกกันกระเจิง แม้ พันหงปิงจะหนีไปได้ แต่ก็ถูกยิงที่ขาล้มลง จึงถูกจับใส่กุญแจมือ

หลังปฏิบัติการที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบแล้ว เหม่ยอิงก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวจากเกาเฟยว่า

“อาวุธถูกจับแล้วครับ กำลังโดนลำเลียงออกมาจากสนามบิน เป็นความลับสุดยอด ส่วนพันหงปิงโดนยิงบาดเจ็บเล็กน้อย แต่คงต้องรักษาหลังซี่กรงแหละครับ แค่นี้ก่อนนะครับ ส่วนเรื่องเต๋อเป่า คุณหนูอย่ากลัว มันไม่มีวันฟื้นคืนจากความเป็นผักเน่าได้แน่นอน

เหม่ยอิงฟังแล้วยิ้มเยาะสะใจที่อีกไม่นานฉินเจียงก็ต้องถูกจับกุม ก็พอดีเทเรซ่ามาบอกฉินเจียงว่าจ้าวซัน อยากพบ ซูหลิงจะตามไป ฉินเจียงบอกให้รอที่นี่ บ่นจ้าวซันว่าเจ้ายศเจ้าอย่างน่ารำคาญ แล้วลุกไปเพื่อคุยให้เสร็จๆไป

“ว่าที่สามีของซูหลิงไปเสียแล้ว...ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่นะคะ” เหม่ยอิงเปรยๆยิ้มเยาะในหน้า

คุณนายหวังไม่เข้าใจว่าเหม่ยอิงพูดอะไร แต่ซูหลิงอดที่จะเอาคำพูดนั้นมาเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

เทเรซ่าพาฉินเจียงไปหาจ้าวซันที่ริมสระน้ำ เขาเหน็บแนมอย่างหมั่นไส้ว่า ทำไมต้องนัดมาคุยที่นี่ เกิดอารมณ์ อยากว่ายน้ำขึ้นมารึไง เทเรซ่าส่งฉินเจียง แล้วขอตัวไป จ้าวซันขอบคุณบอกว่าไม่เกินห้านาทีจะตามไป

“ฉินเจียง ฉันขอโทษนะ ยังไงก็ตาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จำไว้ว่า ฉันพยายามเจรจากับแก...กี่ครั้ง...ต่อไปนี้ จะพูดอะไรให้ผ่านทนายความของเราก่อน อย่าคิดเองพูดเอง” ฉินเจียงระเบิดหัวเราะออกมาอย่างเข้าใจนัยยะนั้น จ้าวซันถามว่า “ไอ้เกาเฟย...เกาเฟยมันทำใช่ไหม มันขอยืมชื่อแกไปออกหน้า”

“เปล่า...”

“พี่อยากช่วยแกนะฉินเจียง บอกความจริงมาว่าแกไม่รู้จักพันหงปิง แกแค่อยากยั่วพี่โดยให้เกาเฟยเอาชื่อแกไปอ้างแค่นั้นเอง”

“ออกมากันได้แล้ว” ฉินเจียงตะโกนอย่างรู้สถานการณ์ พลันผู้กองเหลียงกับหมวดจางก็เดินออกมาใส่กุญแจมือถูกฉินเจียงเยาะเย้ยว่า “จะจับฉินเจียงแค่คนเดียวแต่ขนคนมาทั้งโรงพัก ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ”

จ้าวซันขอผู้กองเหลียงอย่าใส่กุญแจมือได้ไหม ฉินเจียงพูดอย่างไม่ยี่หระว่า

“ไม่ต้อง ไม่ต้องมาทำจริตมารยาว่าพี่แคร์อะไรผมอีก พี่ก็คิดสินะว่าจะชนะผมได้อีกตามเคย” จ้าวซันบอกว่าตนไม่เคยคิดเลยสักครั้งเดียว ฉินเจียงชี้หน้าจ้าวซันทั้งที่ถูกใส่กุญแจมือ “พี่รู้ไหม เกมนี้ผมเดิมพันด้วยชีวิตผมเลย เพราะตั้งแต่ที่ผมรู้ว่าพี่รู้เรื่องที่ผมค้าอาวุธ ผมก็คิดจะวางมืออยู่หลายที แต่ผมอยากวัดใจพี่  ผมอยากรู้ว่าพี่จะจัดการผมยังไง จะบอกตำรวจไหม และก็อยากรู้ว่าจะมีสักครั้งไหมที่ผมจะเอาชนะพี่ได้”

“ถ้าพี่ไม่ทำ เต้ก็คงจะสาปแช่งพี่”

ฉินเจียงด่าจ้าวซันว่าสร้างภาพ พูดใส่หน้าจ้าวซันว่าเกมนี้เอาชนะตนไม่ได้หรอก ถ้าตนเข้าคุกเขาก็ต้องทุกข์ทรมานใจไม่น้อยว่ากัน เต้เลี้ยงดูเขามาแต่เขากลับทำให้ลูกชายคนเดียวของเต้ต้องไปนอนในคุก พูดเย้ยใส่หน้าว่า

“ผมต่างหากที่เป็นผู้ชนะ” จ้าวซันเตือนว่างานนี้เราแพ้ด้วยกันทั้งคู่ “ผมรู้! แต่อย่างน้อยผมก็เป็นคนทำให้คุณชายจ้าวซันรู้จักคำว่าแพ้ในที่สุด ไพ่ตาสุดท้ายเราก็ทิ้งกันไปหมดแล้ว แต่พี่อย่าลืมว่าผมมันเซียนเก่า ยังมี

ไพ่ที่ผมซ่อนเอาไว้อีกใบ พี่คอยดูก็แล้วกัน” ฉินเจียงพูดทิ้งไว้ก่อนถูกผู้กองเหลียงและหมวดจางคุมตัวออกไป

ooooooo

เสร็จธุระทางนี้แล้ว จ้าวซันลงไปที่ห้องจัดงาน เข้าไปถวายคำนับศิขรนโรดมแล้วนั่งลงข้างผู้ว่าฯ ศิขร-นโรดมถามอย่างรู้กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง? จ้าวซัน

บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ทำให้ทั้งสองสบายใจขึ้น

แต่มิถิลาไม่สบายใจ เข้ามาถามว่าจอมพลราชิดสบายดีไหม จ้าวซันบอกว่าท่านราชิดสบายดีได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ แล้วจ้าวซันลุกเดินไปทางโต๊ะเหม่ยอิง เธอขยับเตรียมรับ แต่จ้าวซันเดินเลยไปบอกซูหลิงว่าคืนนี้ไท้เผ่งมีธุระต้องไปทำต่อ ซูหลิงหน้าเสียอย่างรู้สถานการณ์

เหม่ยอิงเจ็บใจที่จ้าวซันเดินผ่านตนไปคุยกับซูหลิง ลุกพรวดขึ้นกลับทันทีจนคุณนายหวังลุกตามแทบไม่ทัน

บราลีขอพูดเรื่องส่วนตัวกับจ้าวซันบอกว่าหลวงพ่อโจเซฟรับปากว่าจะช่วยเรื่องพ่อ จ้าวซันรู้ทันทีว่าเธอหมายถึงเรื่องสุริยะติดหนี้พนัน เขาโทร.เข้ามือถือเทเรซ่าบอกให้เคลียร์หนี้ของสุริยะที่บ่อนของฉินเจียงและพาเขามาพบตนพรุ่งนี้เช้าด้วย แล้วหันบอกบราลีว่า

“เรื่องแค่นี้ไม่ต้องรบกวนหลวงพ่อหรอก” บราลีขอบพระทัย “ไม่ต้องขอบใจอะไร ม่านฟ้า ถ้าสุริยะเขาดีกับน้องและเลี้ยงดูน้องมาดีจนทำให้น้องสำนึกบุญคุณ กตัญญูห่วงใยเขา ก็แปลว่าเขาควรจะได้รับความห่วงใยและความกตัญญูจากพี่ด้วยเหมือนกัน”

บราลีมองจ้าวซันแววตาเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง...

จ้าวซันยังบอกเธอว่าหน้าที่ดูแลสุริยะให้ดีเป็นหน้าที่ของตนมานานแล้ว โชคดีที่เขาดูแลน้องได้ดี เพราะเวลานั้นตนยังเด็กได้แต่รอวันที่ตัวเองดีพอ วันที่ตัวเองพร้อมที่จะทำทุกอย่าง พูดอย่างมาดมั่นว่า

“วันนี้ที่รอคอย ในที่สุดมันก็มาถึง พี่ยังไม่ได้บอกน้องใช่ไหมว่าวันนี้น้องสวยมาก สวยเหลือเกิน”

บราลีบอกเขินๆว่าใครๆก็ชมแม้แต่ตัวเองก็ยังชมตัวเองว่าแต่งชุดนี้แล้วรู้สึกว่า ได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด เป็นชุดที่สวยมาก แล้วก็ชอบ ชอบตัวเองในชุดนี้มาก จนอยากจะสวมทุกวัน

จ้าวซันมองไปรอบๆ บอกเบาๆว่า“ถ้าไม่กลัวว่านี่คือสถานที่สาธารณะ และอาจมีกล้องซีซีทีวีจับจ้องอยู่ น้องพูดแบบนี้ พี่ต้อง..กอดสักทีหรืออาจจะ...จูบสักครั้ง”

“หม่อมฉันก็อยากจะกอดฝ่าบาท..เพราะหม่อมฉันเห็นว่า วันนี้ทรงเผชิญเรื่องราวมากเหลือเกิน ล้วนแต่เรื่องยากลำบากทั้งกายและใจ แต่ก็ทรงฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างจนสำเร็จลุล่วง ทรงควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างดี”

“เพราะมีคนช่วยพี่เยอะแยะต่างหาก รวมทั้งน้องด้วย แต่...ม่านฟ้า น้องเข้าใจผิดแล้วนะ ที่คิดว่าทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้วน่ะ พี่ว่า...ยัง”บราลีถามว่านี่แค่เริ่มต้นใช่ไหม“ใช่...เรายังมีอะไรต้องรีบทำให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอีกมากมายนัก” แววตาจ้าวซันมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง จนบราลีมองอย่างเปี่ยมด้วยศรัทธา

ooooooo

ภูสินทรพูดถึงอาการตะลึงงันของราชิดจนทำให้การจับกุมเป็นไปได้ง่ายกว่าที่คิดว่า เพราะเมื่อเขาได้เห็นอสุนีที่ถูกจับมาก็ทำให้สูญเสียความมั่นใจไปอย่างสิ้นเชิง

ส่วนอสุนีได้พบมิถิลา เขาถึงกับผวาเข้าไปจับตัวน้องสาวเขย่าเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ถามว่าทำไมถึงมาที่นี่ได้ มิถิลาบอกว่าเมื่อพ่อไม่ให้พี่มา ตนเลยต้องมาทำหน้าที่แทน ศิขรนโรดมบอกว่า ราชิดจำมิถิลาไม่ได้เพราะคงนึกไม่ถึง หรือถึงสายตาจะเห็นความละม้ายบ้าง แต่ใจปิดรับสัญญาณที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง เลยบอกสายตาไม่ให้มองเห็นความจริงไปด้วย

ทั้งสามต่างก็ยินดีที่ได้พบกัน ศิขรนโรดมบอกตำรวจที่คุมตัวอสุนีมาว่าเขาไม่เป็นอันตรายอะไรปล่อยเขาเถอะ ตนขอเอาเกียรติเป็นประกันว่า อสุนีเป็นทหารคีรีรัฐที่อยู่ทางฝ่ายเรา ไม่ได้อยู่ฝ่ายผู้ก่อการร้าย ไม่ได้อยู่ฝ่ายจอมพลราชิด

เมื่อสมควรแก่เวลาภูสินทรจึงบอกให้แยกย้ายกันไปพักผ่อนเสีย เพราะ...

“พรุ่งนีิ้ฝ่าบาทต้องทรงเสด็จนิวัติคีรีรัฐตามกำหนดการเดิม องค์ชายน่านปิงนรเทพวางแผนไว้หมดแล้ว กระผมชาวคีรีรัฐเช่นกัน จะถวายอารักขาฝ่าบาทเอง”

“น่านปิงนรเทพ?” อสุนีผงะ มองหน้าศิขรนโรดมกับมิถิลาไปมา แต่ไม่มีใครพูดอะไร

คืนก่อนเดินทาง จ้าวซันเก็บของใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับค้าง 2-3 คืน เขาลาอากงที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กจวบจนวันนี้ อากงขอให้เขารักษาหัวใจที่สวยงาม อย่าสูญเสียมันไป จ้าวซันรับปากว่าจะพยายามรักษาไว้แม้ตัวจะตาย

จากนั้นไปหาบราลีที่ห้อง  เธอว้าวุ่นใจจนนั่งไม่ติด อ้อนวอนขอไปด้วย จ้าวซันไม่ยอมให้ไปเด็ดขาด อ้างว่าเธอเป็นหญิงจะทำให้ตนพะวงจนอาจเสียสมาธิในการทำงาน บราลีอวดว่าตนเรียนเทควันโดสายฟ้ามาแล้วเอาตัวรอดได้ จ้าวซันบอกว่าตนสายดำ บราลีอวดว่าสายดำตนก็สู้ได้ จ้าวซันเลยให้มาประลองฝีมือกัน

ทั้งสองต่อสู้กันจนบราลีถูกจ้าวซันจับตัวตวัดพลิก ล้มลงไปบนเตียงทั้งคู่ ความใกล้ชิดและรสสัมผัสทำให้ต่างเผยความรู้สึกต่อกัน...ปล่อยกายไปตามใจกันและกัน...

ooooooo

ราชิดถูกอเล็กซ์สอบสวนอย่างหนัก แต่เขาปากแข็งยืนยันว่าไม่รู้เรื่องอะไร อาวุธบนเครื่องบินตนก็ขนขึ้นไป ตามคำสั่งของศิขรนโรดม อเล็กซ์โมโหใช้ความรุนแรงจนผู้กองเหลียงบอกให้เขาไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกก่อน ระหว่างนั้นหมวดจางนำโกศินเข้ามาหา โกศินเสนอขอส่งข่าวถึงลูกเมียเพื่อทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง อเล็กซ์ไม่อนุญาต
ภูสินทรเข้ามาพอดี มองราชิดบอกว่า

“แต่สำหรับจอมพลราชิด ท่านคงไม่ต้องติดต่อใคร เพราะญาติที่มีทั้งหมดก็อยู่นี่แล้ว”

ภูสินทรให้อสุนีและมิถิลาเข้าเยี่ยมราชิด ราชิดด่าอสุนีว่ามาทำไม ตนพยายามกันไว้เป็นผู้บริสุทธิ์เผื่อตนพลาดจะได้ไม่แปดเปื้อนไปด้วย อสุนีบอกว่าตนต้องการมาช่วยพ่อ ช่วยไม่ให้พ่อทำเรื่องนี้พ่อจะได้ไม่ถูกจับแบบนี้แต่ตนก็มาช้าไป

และเมื่อได้เจอมิถิลา ราชิดก็ยิ่งเจ็บปวด ระบายความ รู้สึกออกมาด้วยอารมณพลุ่งพล่าน

“ลูกสาวข้า รับใช้องค์ชาย...และนอนเฝ้าปรนนิบัติองค์ชายทุกคืน ปกป้ององค์ชายทุกวัน  มิถิลา...ลูกสาวข้าเองที่รักองค์ชายมากกว่าข้า ข้ารู้แล้ว ที่ข้าพลาดพลั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพราะจ้าวซัน ไม่ใช่เพราะองค์ชายน่านปิงนรเทพ  หรือเพราะไอ้หน้าไหนที่เป็นคนอื่น แต่ที่พ่อพ่ายแพ้ก็เพราะลูก...ข้ามีลูกทรยศๆๆๆ!!” ราชิดระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดสติไป

“ช่วยพ่อด้วย พ่อเป็นความดันโลหิตสูงอาจเสียชีวิต ได้ คุณเมืองเทพคะ ช่วยพาหมอมารักษาพ่อด่วนด้วยได้ไหมคะ ข้ากราบล่ะ” มิถิลากอดราชิด อ้อนวอนภูสินทร เขารีบมาดูแลและตำรวจก็โทร.เรียกหมอทันที

ooooooo

ถึงวันเดินทางกลับ จ้าวซันมาส่งศิขรนโรดมจนถึงทางเดินเข้าอุโมงค์ขึ้นเครื่อง ศิขรนโรดมบอกจ้าวซันว่าส่งกันแค่นี้พอ น้องจะรอวันที่เจ้าพี่เสด็จกลับไปคีรีรัฐ

“พี่จะไปเยี่ยม...ตามที่เรานัดกันไว้”

“น้องจะเตรียมดำเนินการทุกอย่างไว้รอ ได้โปรดทรงพระกรุณาเดินทางมาให้เร็วที่สุด”

“พี่จะไปตามนัดอย่าห่วง”

เป็นคำมั่นสัญญาสั้นๆ ที่ต่างรู้ซึ้งซึ่งกันและกัน บราลีทำตัวเป็นองครักษ์จ้าวซันอยู่ข้างหลัง ส่วนอสุนีและมิถิลาอยู่ข้างหลังศิขรนโรดม

ภูสินทรจะให้ทหารตามไปอารักขาด้วย ศิขรนโรดมบอกว่าไม่ต้องตนมีองครักษ์ฝีมือดีอยู่ถึงสองคนแล้ว

“ท่านอสุนี ท่านมิถิลา...เรื่องอาการป่วยของจอมพลราชิดนั้น เราจะรับผิดชอบเองอย่างเต็มที่ และจะส่งข่าวให้ทราบตลอดเวลา” จ้าวซันให้ความมั่นใจ

“เป็นพระกรุณา” อสุนีเอ่ย มิถิลาเอ่ยต่อว่า “หม่อมฉันจะไม่ลืมน้ำพระทัยอันสูงส่ง” ศิขรนโรดมเองก็ยังเอ่ยฝากกับจ้าวซันอีกครั้ง

เมื่อแยกกัน บราลีถามจ้าวซันว่าทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดีใช่ไหม จ้าวซันตอบไม่สบายใจว่า  ยังบอกไม่ได้หรอก

ooooooo

เมื่อไปถึงคีรีรัฐ นายพลจัตุรัสมารอรับ ไม่เห็นราชิดกับโกศินกลับมาด้วย เมื่อถาม ศิขรนโรดมบอกว่าราชิดป่วยและโกศินกับทหารส่วนหนึ่งต้องเฝ้าดูอาการที่ฮ่องกง ย้อนถามว่า

“ให้คนส่งข่าวมาแจ้งแล้วนี่ ทำไมท่านไม่ทราบ”

จัตุรัสทำหน้าครุ่นคิด ถามอีกว่าแล้วของทั้งหมดที่เราซื้อจากฮ่องกง? ศิขรนโรดมทำไขสือบอกว่าตนเองไม่ได้ช็อปปิ้งอะไรเพราะไม่มีเวลา นายพลจัตุรัสยิ่งเคลือบแคลงสงสัย กระทั่งจะเปิดดูหน้ามิถิลาที่อยู่ในชุดองครักษ์ อ้างว่าไม่เคยเห็นทหารคนนี้ อสุนีจึงรีบเข้าแทรก ทำให้จัตุรัสยิ่งสงสัยถามอสุนีว่าออกนอกประเทศไปได้อย่างไร  ทำไมตนไม่รู้

“เป็นคำสั่งลับของท่านพ่อข้า เมื่อท่านมีอาการป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหันจึงเรียกตัวข้าไปแทน”

“จอมพลราชิดสั่งให้อสุนีมาดูแลเราตามความประสงค์ของเราเอง มันเป็นปัญหาใหญ่มากหรือท่านจัตุรัส ท่านคิดว่าตัวเองเป็นใครหรือถึงได้มาซักไซ้บรรดาเด็กๆ ของเราข้ามหน้าเราไปมากลางสนามบินนี่ เราเหนื่อยอยากกลับไปเฝ้าเจ้าพ่อกับเจ้าแม่เต็มทนแล้ว ไปกันได้หรือยัง”

เห็นท่าทีแข็งกร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนของศิขรนโรดม ทำให้จัตุรัสรีบทำความเคารพขอประทานอภัย ศิขรนโรดมจึงพยักหน้าให้อสุนีกับมิถิลารีบนำไป

จัตุรัสยังตามศิขรนโรดมไปถึงหน้าห้องทรงงานของเจ้าหลวงมาทยาธร อ้างว่าจะมารายงานว่าองค์รัชทายาทกลับมาแล้ว ศิขรนโรดมบอกว่าตนกำลังจะเข้าไปรายงานด้วยตัวเองอยู่แล้ว เมื่อจัตุรัสยังพยายามจะเข้าให้ได้ ศิขรนโรดมตัดบทว่า

“เสด็จแม่บอกว่าเจ้าหลวงมาทยาธรยังไม่ทรงหายดีจากอาการไข้ พวกท่านมาหารือกับเสด็จพ่อวันหลังจะดีกว่า”

จัตุรัสจึงจำต้องถอยไป แต่ก็ยิ่งสงสัย คุยกับทหารที่มาด้วยว่า เรื่องนี้มันทะแม่งยังไงชอบกล ทำไมตนติดต่อราชิดไม่ได้ และองค์ชายเองก็ทรงดูแปลกๆไป ขอให้พวกเราทุกคนจับตาดูไว้ให้ดีอย่าได้ประมาท

ooooooo

ศิขรนโรดมเข้าไปถวายความเคารพพระนางศิริวาระตีพระมารดา ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความปีติ แต่ศิขรนโรดมไม่ต้องรายงานอะไรทั้งสิ้นเพราะพระนางบอกว่า รู้หมดแล้ว ศิขรนโรดมจึงไปที่ประทับของ เจ้าหลวงมาทยาธร

พบว่าเจ้าพ่อกำลังมีไข้สูงเพราะวันก่อนจัตุรัสพาไปเที่ยวบนภู เสด็จกลับเสียค่ำและโดนฝนด้วย ศิขรนโรดมพูดอย่างไม่พอใจมากว่า

“เจ้าพ่อไม่ควรเสด็จไปไหนกับนายพลจัตุรัสอีก ต่อไปนี้ลูกจะไม่ยอมให้เจ้าพ่อพ้นสายตาอีกแล้ว”

ศิขรนโรดมพลั้งปากเรื่องความไม่ปลอดภัยของเจ้าพ่อ จนทั้งตัวเองและเจ้าแม่ต้องช่วยกันแก้เพื่อไม่ให้เจ้าพ่อสงสัย เจ้าพ่อฟังคำชี้แจงแต่ยังไม่หายสงสัย

ส่วนที่ฮ่องกง เหม่ยอิงไปดูเต๋อเป่าที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ เธอดึงสายออกซิเจนออก พอดีพยาบาลเข้ามาเธอทำเป็นตกใจบอกว่าสายหลุดให้พยาบาลช่วยต่อให้ กลายเป็นความดีที่ช่วยชีวิตเต๋อเป่าไว้ เมื่อจ้าวซันเห็นเหม่ยอิงมาเยี่ยมเต๋อเป่า เขาขอบใจที่เป็นห่วงแทนตน เอ่ยปากฝากให้ช่วยดูแลด้วย เพราะเต๋อเป่ามีบุญคุณกับตนมาก

“ไม่ต้องห่วงค่ะเต๋อเป่าจะต้องหายเป็นปกติแน่นอน เพราะน้องจะดูเขาเป็นอย่างดี”เหม่ยอิงรับปากทำให้จ้าวซันเบาใจมาก แต่พอพ้นสายตาจ้าวซัน เหม่ยอิงก็มองเต๋อเป่าด้วยแววตาเพชฌฆาต!

เหม่ยอิงชวนจ้าวซันออกไปซื้อดอกไม้และอาหารสำหรับพยาบาลที่มาเฝ้าไข้คืนนี้ พอกลับมาปรากฏว่าเต๋อเป่ารู้สึกตัวแล้ว จ้าวซันดีใจมากรีบเข้าไปหา เต๋อเป่าเห็นจ้าวซันถึงกับยิ้มทั้งน้ำตา อึดใจเดียว เหม่ยอิงที่เอาดอกไม้และของกินไปวางที่โต๊ะก็เดินมาควงแขนจ้าวซันปั้นหน้ายิ้มถาม

“โชคดีจังเลยนะคะ เต๋อเป่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม”

เต๋อเป่าผงะ หน้าเปลี่ยนไปในพริบตา น้ำตาไหลทั้งที่ยิ้มกว้าง หันไปมองเหม่ยอิงทำเป็นชี้บ้องแบ๊วเรียก “แม่...แม่...” แล้วมองมาทางจ้าวซันเรียก “ป้อ...ป้อ...แม่” แล้วยิ้มเอ๋อมองทั้งสอง

จ้าวซันตกใจมองหน้าหมอเชิงถาม หมอชี้แจงว่า คนไข้อาจได้รับความกระทบกระเทือนที่สมอง ถ้าสมองคนไข้ขาดออกซิเจนเป็นเวลานานก็อาจเป็นไปได้ว่า...เหม่ยอิงพูดต่อว่า “ปัญญาอ่อน เอ่อ...สูญเสียความทรงจำเหรอคะ”

“ครับ คนไข้มาถึงโรงพยาบาลช้าเกินไป อย่างที่ผมบอกไปแล้วเสียใจด้วยครับ” จ้าวซันถามว่าแล้วมีสิทธิ์หายไหม หมอส่ายหน้าช้าๆ จ้าวซันหัวใจแทบสลาย มองเต๋อเป่าอย่างทรมานใจ

จ้าวซันฝากเหม่ยอิงบอกเรื่องนี้แก่ทางบ้านเขาด้วย เธอรับปากจะจัดการให้ทั้งยังอาจจะให้เงินครอบครัวเขาสักก้อนด้วย

“เขาถูกยิงเพราะเขาไปทำงานให้พี่ แล้วเขาก็กลายเป็นแบบนี้ เขาคงบอกไม่ได้อีกแล้วว่าคนที่เล่นงานพี่คือใคร...”

“จะใครอีกล่ะคะนอกจากพี่รอง ที่ตอนนี้ก็รับกรรมไปแล้ว” เหม่ยอิงป้ายสี พอจ้าวซันเดินไปนั่งทำใจห่างออกไป เธอก็จิกตาใส่เต๋อเป่าพูดลอดไรฟัน “รอดตายไปนะแก!” ส่วนเต๋อเป่าก็ยังยิ้มเอ๋อตาแป๋วเรียกเหม่ยอิง “แม่...แม่...”

ooooooo

บราลีเป็นห่วงจ้าวซัน ไปอ้อนวอนสุริยะให้ช่วยพาตนไปหาจ้าวซัน สุริยะไม่อาจทำได้เพราะเจ้าแม่ขององค์ชายซึ่งก็คือจ้าวซัน มีพระดำริให้ลูกของอินปงกับจันทร์แรมต้องอยู่อย่างสุขสบายและปลอดพ้นภยันตรายทั้งปวง

ใกล้วันเดินทางของตัวเอง จ้าวซันจัดการมอบหมายหน้าที่ทั้งการงานและครอบครัว โดยให้แม่สี่ช่วยดูแลบ้านสี่ฤดูให้ด้วยเพราะแม่สี่รู้ใจแม่ใหญ่ที่สุด ส่วนเหม่ยอิงให้ช่วยดูแลบริษัท บอกว่าตนจะไปต่างประเทศติดต่อธุรกิจหลายประเทศ มอบหมายให้เหม่ยอิงเซ็นเอกสารทุกอย่างแทนตนได้ ตัดสินใจทุกอย่างแทนตนได้เลย ยังความดีใจแก่เหม่ยอิงมากๆ

“ผิงอัน...พี่มีธุระเรื่องต้นไม้ใบหญ้าอาหารการกิน ที่จะฝากให้ดูแลด้วย” พูดแล้วแอบหลิ่วตาอย่างมีนัย ผิงอันรับหน้าที่อย่างตื่นเต้น

ส่วนบราลี จ้าวซันให้อยู่ที่บ้านสี่ฤดู เธองอแงขอตามไปด้วย จ้าวซันพยายามกล่อม เมื่อเธอยังดื้อรั้นก็ดุ แต่บราลีก็มีเหตุผลโต้ทุกประเด็น เลยตัดบท

“ทำตัวเป็นแม่บ้านที่พูดไม่รู้เรื่อง บ่นสามีไม่จบหรือม่านฟ้า”

“ไม่ต้องมารับสั่งแบบนั้น ไม่รู้จักอายเสียบ้าง” เธอทำหน้าเง้างอนบอกว่า “หม่อมฉันเป็นเพียงข้าช่วงใช้ รองพระบาทเท่านั้น”

จ้าวซันจึงทีเล่นทีจริง สั่งให้ข้ารองบาทนางม่านฟ้ารออยู่ที่นี่จนกว่าตนจะกลับ จูบลาแรงๆแล้วรีบไป เขาแต่งชุดดำหิ้วกระเป๋าใบเล็กออกทางประตูหลัง โดยมีอาหลี่ปลอมเป็นแท็กซี่มารับไป บราลีมาส่งชะเง้อมองจนลับตาอย่าง...ใจหาย...

แต่พอกลับมา ก็เจออากงมาตามให้ไปพบจ้าว

ไทไท บราลีกลัวๆกล้าๆ ไปที่ประตูห้อง เสียงจ้าวไทไทอนุญาต...

“เข้ามา เจ้าหญิง”

บราลีเดินเข้ามาหยุดห่างๆ พูดเบาๆว่า “ดิฉันไม่ใช่เจ้าหญิงหรอกค่ะ”

“ต้องใช่สิ...ชายาของเจ้าชาย ย่อมเป็นเจ้าหญิง เจ้าหญิงไม่ยอมอยู่ห่างเจ้าชายหรอก ยังไงท่านก็จะตามเสด็จไปให้ได้ใช่ไหม” บราลีทึ่งว่าแม่ใหญ่ทราบ

ได้อย่างไร แม่ใหญ่หัวเราะบอกว่า

“เจ้าไทไท รู้ทุกอย่าง...มานี่...มาใกล้ๆ เข้ามา...จงไปที่นั่น ที่ที่ท่านถือกำเนิดขึ้นมา ไปกราบบิดามารดาของเจ้าหญิง อัฐิของท่านทั้งสองถูกบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดตรงแม่น้ำที่เดินทางจากมา ไปหาพวกท่าน  แล้วเจ้าหญิงจะได้รับพลังที่ดีจากท่านทั้งสอง เพื่อไปทำให้เจ้าชายเอาชนะเหล่าศัตรูร้ายทั้งหมดได้”

“แสดงว่าคุณชายจ้าวซันมีอันตรายหรือคะ”

“ใช่...ไปช่วยจ้าวซัน...รีบไป” พลางจ้าวไทไทยื่นมือออกมา “รับไป...พลังของจ้าวไทไท” แม่ใหญ่จับมือบราลี หลับตาทำสมาธินิ่ง บราลีเองก็หลับตาตั้งสมาธิแน่วแน่ พอลืมตาขึ้น แม่ใหญ่ยิ้มเศร้าเอ่ย “ทุกสิ่งถูกกำหนดไว้หมดแล้ว คนคำนวณ มิสู้ฟ้าลิขิต”

บราลีมองจ้าวไทไทด้วยแววตาที่นิ่ง...สงบ

ooooooo

ราชิดอยู่ที่โรงพยาบาลเรือนจำ เขาไม่ยอมกินยาจนหมอต้องสั่งให้เข้มงวด ราชิดนั่งเหม่อเหมือนทองไม่รู้ร้อนจนหมอถามว่าอยากตายหรือไง ฟังหมอพูดหรือเปล่า

โกศินมายืนดูยืนฟัง พอหมอเห็นก็ไล่ให้ไปที่อื่นเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแถวนี้ ถ้าไม่เจ็บป่วยอะไรก็กลับไปเสีย

ระหว่างนั้น ตำรวจเข็นเตียงพันหงปิงผ่านมา พันหงปิงโวยวายจนตำรวจดุว่า

“ไกลหัวใจน่าพันหงปิง หยุดเรียกร้องความสนใจเสียที” โกศินตาลุกอุทานชื่อพันหงปิง ผู้คุมได้ยินถามว่าอะไร โกศินรีบปฏิเสธแล้วเดินเลี่ยงไป ผู้คุมพูดตามหลังว่า

“พวกคุณต้องไปขึ้นศาลสัปดาห์หน้า ถ้าเจ้านายคุณยังป่วยไม่หาย การขึ้นศาลก็อาจจะเลื่อนออกไปอีก แล้วคดีก็จะล่าช้าออกไปอีก ถ้ามีโอกาสก็บอกนายคุณให้รีบๆหายดีกว่า เพื่อประโยชน์ของพวกคุณเอง”

โกศินฟังหน้าเครียด แต่พอผู้คุมเดินผ่านไป โกศินก็กวาดตามองหาพันหงปิงทันที เห็นตำรวจเข็นพาพัน– หงปิงเลี้ยวไปที่อีกตึกหนึ่ง โกศินมองอย่างคำนวณพิกัดและทำเลรอบๆ

ooooooo

อสุนีกับมิถิลากลับมาอยู่ที่บ้าน อสุนีเอาแต่ดื่มเหล้าจนมิถิลาถามว่าทำตัวแบบนี้จะมีสติปัญญาความสามารถที่ไหนไปแก้ไขเรื่องราวอะไรได้ มองหน้าพี่ชายเตือนว่า ไม่ได้ไปเข้าเฝ้ามาสองวันแล้ว

“จะให้พี่ไปทำงาน แล้วสู้หน้าท่านจัตุรัสโดยโกหกตลอดเวลาได้อย่างไร ท่านจัตุรัสจะต้องจับได้ มีอย่างหรือ พ่อป่วยแทนที่พวกเราจะอยู่ดูแล กลับเป็นท่านโกศินและทหารทั้งหมดอยู่ดูแล แล้วเรากลับมานอนสบาย...น้องคิดว่าเรื่องนี้มันสมเหตุสมผลหรือ”

“พี่มีภารกิจที่จะต้องรีบจัดการกับท่านจัตุรัสไม่ใช่หรือ คนพวกนี้คิดใช้อาวุธมาก่อกบฏ พี่จะต้องรีบขึ้นมายึดอำนาจเพื่อปกป้องเจ้าหลวงและองค์ศิขรนโรดมก่อนที่พวกมันจะได้ข่าวที่แท้จริงของพ่อกับท่านโกศิน”

อสุนีบอกว่าตนไม่แน่ใจ มิถิลาถามว่าพี่ลังเลอะไรหรือ?

“คุณชายจ้าวซัน องค์น่านปิงนรเทพ เราทุกคนก็ทราบดี ว่าเจ้าพ่อของพระองค์สิ้นพระชนม์เพราะเจ้าหลวงมาทยาธรบังคับให้ทรงดื่มยาพิษปลงพระชนม์ แล้วเขา...เขาจะไม่แค้นหรือ เป็นไปไม่ได้หรอก ว่าเขาจะไม่ถือสา แล้วยกตราประจำพระองค์เจ้าหลวงให้องค์ชายของเราอย่างไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย พี่ไม่เชื่อหรอก เราสองคนและองค์ชายศิขรนโรดม เชื่อคนผิดไว้ใจคนผิดแล้วมิถิลา”

มิถิลาฟังอสุนีแล้วอึ้ง!

ooooooo

เข้าพบจ้าวไทไทแล้ว บราลีไปหาหลวงพ่อโยเซฟที่โบสถ์บอกว่าต้องการความช่วยเหลือ

“อย่าเลยม่านฟ้า...พ่อไม่อยากผิดสัญญา กับทั้งคุณสุริยะและน่านปิงนรเทพ หนูควรอยู่เงียบๆ”

“อย่างปลอดภัยไร้กังวลในบ้านสี่ฤดูงั้นเหรอคะ คุณพ่อว่าหนูจะทำได้หรือคะ” หลวงพ่อบอกว่าเพื่อความสบายพระทัยของน่านปิง “แล้วความสบายใจของหนูล่ะคะ หนูจะนอนหลับได้ยังไง ในเมื่อองค์ชายกำลังผจญอยู่กับอะไรก็ไม่ทราบ”

“บรี...พ่อขอร้องล่ะ อย่าให้พ่อเป็นคน...”

“คุณพ่อเป็นคนพาหนูไปจากพี่ชายองค์น่านปิง ในวันนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้คุณพ่อต้องนำทางให้หนูไปพบเขาสิคะ จะมีใครทำได้อีกนอกจากคุณพ่อ นะคะ...นะคะ...”

หลวงพ่ออึ้งไปกับการอ้อนวอนที่น่าเห็นใจนั้น...

ooooooo

เช้าตรู่วันนี้ ที่ค่ายมวยของครูเฒ่า มีเสียงซ้อมมวยกับกระสอบทรายดังปึงๆป้าบๆ ถี่ยิบอย่างแข็งแรงมาก ครูเฒ่าเดินไปทัก

“ศิขรนโรดม กลับมาแล้วหรือ อสุนีตามไปได้พบกันหรือไม่ แล้วทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่น และได้พบคนที่เธออยากพบไหม...” ร่างนั้นหันมา ครูเฒ่าเขม้นมองถาม “ไม่ใช่องค์ชายรัชทายาทนี่นา เจ้าคือผู้ใด?”

ที่แท้คือจ้าวซัน! เขายืนอยู่เบื้องหน้ามองครูเฒ่าอย่างปลื้มปีติตื้นตัน พอครูเฒ่าเห็นว่าเป็นใครก็ถึงกับไม้เท้าหล่นลงพื้น มือสั่นนํ้าตาเอ่อท้น จ้าวซันรีบเข้าไปกราบแทบเท้าครูเฒ่า

“ครูครับ ขอโทษที่มาใช้ลานฝึกวิชายุทธโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน หวังว่าครูคงไม่หวง”

ครูเฒ่าไม่ตอบแต่ยื่นมือสั่นเทาไปวางที่บ่าจ้าวซัน พูดเสียงสั่นเครือ

“เธอ...ตัวโตขึ้นมาก ครู...จำไม่ได้เลย” จ้าวซันถามยิ้มๆ ว่าตอนนี้จำได้แล้วใช่ไหม “ลานฝึกวิชายุทธของเรา ยังรอเธออยู่เสมอ รวมทั้ง...เก้าอี้ว่าง...ในห้องสมุดที่บ้านครูด้วย...”

ครูเฒ่ามองจ้าวซันนํ้าตาไหล ทรุดลงถวายบังคมใกล้ๆ

“องค์ชายน่านปิงนรเทพ ครูผู้เฒ่าเฝ้ารอวันนี้มานานเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ”

“เรากลับมาหาครูแล้ว เรามาเหยียบคีรีรัฐอีกครั้ง เมื่อเราพร้อมแล้ว ในวันนี้...”

“วันที่รอคอย...มาถึงแล้วจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวซันกอดครูเฒ่า ทั้งสองกอดกันแน่น ร้องไห้ด้วยความปีติซาบซึ้งตื้นตันอย่างที่สุด...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.