ตอนที่ 7
อาจารย์ยอดกับหาญต่อสู้กันด้วยวิชาอาคมระดับอาจารย์ หาญใช้สนับเล็บเสือต่อสู้กับไม้ครูของอาจารย์ ยอด หาญถูกสายฟ้าจากไม้ครูพุ่งเข้าปะทะจนร้องอย่างเจ็บปวด แต่ก็ร่ายคาถาเสือเผ่นทะยานเข้าตะปบเหยื่อ
หาญล่องหนหายวับโผล่แว้บ จนอาจารย์ยอดสับสน ในที่สุดก็ถูกหาญซัดหมัดคู่ใส่จนกระอักกระเด็นไป จากนั้นหาญใช้ลูกสะกดหัวใจสิงห์ไปช่วยกระเต็นที่ถูกทับบีบคอจนเกือบสิ้นลม เสือทับเจ็บปวดจนสลายร่างหนีไป หาญจึงรีบพากระเต็นหนีไป อาจารย์ยอดที่บาดเจ็บอยู่ได้แต่มองด้วยความเสียดาย
คืนนี้ จ่าที่เป็นคนของภูมินทร์เข้ามาบังคับให้กล้าสารภาพ กล้ายืนกรานว่าตนไม่ได้ทำผิดทำไมต้องรับสารภาพ จ่าเปลี่ยนเป็นจะให้กล้าผูกคอตายหนีความผิด กล้าดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์
ที่ หน้าโรงพัก ขุนโชติกำลังเดินตรงมาในโรงพัก รถกระบะตำรวจคันหนึ่งมาจอด ตำรวจตะโกนบอกว่าเข้าไปไม่ได้ มองดาบในมือขุนโชติถามว่า “ลื้อถือดาบมาแบบนี้ทำไมวะ”
“ข้าก็จะมาปล้นคนน่ะสิวะ” พูดจบขุนโชติฟันตำรวจดาบเดียวตายคาที่ ตำรวจอีกนายเดินผิวปากมาอย่างสบายใจ พอเห็นขุนโชติฟันตำรวจตายก็ตะโกนว่ามีคนร้าย ไม่ทันสิ้นเสียงก็ถูกลูกดอกหน้าไม้เสียบคอล้มทั้งยืน
ขุนโชติ เสือดำ เสือไท บุกขึ้นโรงพักฆ่าตำรวจอย่างสนุกมือ ตำรวจระดมยิงแต่กระสุนไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย ตำรวจคนหนึ่งจึงวิทยุขอกำลังเสริมก่อนที่จะถูกขวานที่เสือไทขว้างมาปักกลาง หลังตาย ส่วนขุนโชติเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ พอเดินเข้าไป หญิงคนนั้นร้องขอชีวิตเสียงสั่น
“ข้าไม่เคยฆ่าผู้หญิง เอ็งรีบไปเสียเถิด” ขุนโชติปล่อยหญิงคนนั้นไปแต่พอหันกลับก็เจอตำรวจเอาปืนมาจ่อสั่งให้ทิ้งดาบ ขุนโชติหันมองหน้านิ่ง ตำรวจยิงทันทีแต่กระสุนด้าน ถูกขุนโชติตวัดดาบทีเดียวแขนขาดกระเด็น
“เอ็งบอกข้ามาว่าตะรางที่ขัง นักโทษอยู่ที่ใด” ขุนโชติตวาดถาม พอรู้ที่เสือดำก็เอาขวานไปจามกุญแจสะบั้น กระชากประตูเปิด ขุนโชติเข้าไปประกาศกับผู้ต้องขัง “ข้าคือขุนโชติ ขุนโจรแห่งทุ่งพระกาฬ แต่นี้ไป พวกเอ็งจักเป็นไทแก่ตัว จงออกไปแก้แค้นพวกโปลิศให้สาสม ไป!”
พวกผู้ต้องขังพากันวิ่งกรูออกไป เสือไทถามว่าเผามันให้วอดเลยไหม ขุนโชติไม่ทันตอบเสียงตึงตังโครมครามจากห้องขังเดี่ยวก็แว่วมา เพราะกล้ากำลังต่อสู้กับจ่าลูกน้องภูมินทร์ กล้าพลาดถูกจ่าเอามีดเหน็บออกมาจ่อตะคอก
“แกไม่อยากผูกคอตาย งั้นก็ตายเพราะนักโทษด้วยกันฆ่าเถอะ!”
จ่า เงื้อมีดจะเชือด แต่ต้องชะงักเมื่อประตูถูกถีบผาง พอจ่าหันไปก็ถูกหน้าไม้ปักหน้าผากล้มตึงทันที กล้าพลิกตัว เห็นขุนโชติยืนจังก้าอยู่
“น้า!?” กล้าอุทาน ขุนโชติถามว่าทำไมจึงถูกโปลิศทำร้ายเยี่ยงนี้ “ผมถูกใส่ร้ายว่าฆ่าคนตาย แล้วพวกน้า?...”
“พวก โปลิศไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด มันก็ยังหน้าซื่อใจคดเหมือนเดิม นับว่าเราสองคนมีวาสนาต่อกัน คงถึงคราวที่ข้าจักได้ตอบแทนน้ำใจเอ็งเสียที ไปกับข้าเถิด”
ขุนโชติดึงกล้าให้ไปด้วยกัน แต่กล้าไม่ยอมไปเพราะถ้าไปก็เท่ากับยอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมด ยื้อกันอยู่อึดใจเดียว เสือดำรำคาญเอาอาวุธกระแทกต้นคอทีเดียวกล้าก็ทรุดหมดสติ ขุนโชติจะเอากล้าไปด้วย เสือดำจึงจำต้องแบกกล้าออกไป
พวกผู้ต้องขัง ทั้งหมดพากันคว้าอาวุธจากตำรวจที่ถูกฆ่าขอตามขุนโชติไปด้วย แต่ไม่ทันออกจากโรงพัก สุพจน์ก็นำกำลังหนุนหลายคันรถมาถึงพอดี ขุนโชติตะโกน “ฆ่ามัน!!”
ตำรวจระดมยิงทันที ที่ปลายปืนตำรวจทุกคนมีชายผ้าถุงผูกอยู่ เสือไทถูกยิงบาดเจ็บที่แขน ขุนโชติตะโกน
“มันแก้อาคมเราได้ เราต้องถอยไปตั้งหลักเสียก่อน”
เสือดำ บอกว่าไปกันหลายคนย่นระยะทางลำบาก ขุนโชติหันไปถามผู้ต้องขังคนหนึ่งว่า ขับเกวียนเหล็กนี่ได้ไหม พอรู้ว่าขับได้ก็กรูกันขึ้นรถกระบะ ขุนโชติเป็นคนแบกกล้าที่เสือดำวางไว้ขึ้นกระบะเอง กล้าที่สลบอยู่ถูกวางไว้กับพื้นกระบะ มีบรรดาผู้ต้องขังที่ขอไปกับขุนโชติบังอยู่
รถตำรวจ 4 คันขับไล่ตามรถของขุนโชติไปอย่างกระชั้นชิด ผู้ต้องขังที่ยึดปืนจากตำรวจมายิงต่อต้านจนกระสุนหมดและถูกตำรวจยิงล้มตาย เหลืออยู่แค่คนเดียวกับคนขับอีกคน ขุนโชติบริกรรมคาถาเป่าลงบนดาบ ตวัดดาบไปทางรถตำรวจ เกิดเงาดำสับเข้าที่หน้ารถระเบิดตูม! รถไถลตกข้างทาง
สุ พจน์เห็นว่าท่าจะเอาพวกขุนโชติไม่อยู่ จึงสั่ง ใช้ระเบิด แต่คนขับรถขุนโชติหักหลบระเบิดทัน รถเหวี่ยงจนผู้ต้องหาที่มาด้วยกระเด็นตกรถ แต่ขุนโชติ เสือดำและเสือไทคว้าตัวรถไว้ทัน ขุนโชติโมโหมากกำหมัดร่ายคาถาควายธนูพุ่งเข้างัดรถตำรวจหงาย พวกตำรวจกระเด็นบาดเจ็บเลือดตกยางออกกันหมด
สุพจน์คลานออกจากรถเลือดอาบ เจอขุนโชติยืนจังก้าประกาศ
“พวกเอ็งจงแจ้งแก่ลูกหลานไอ้หลวงณรงค์ ว่าถ้าอยากจับข้าละก็ ข้าขุนโชติจักรอมันอยู่ที่ทุ่งพระกาฬ!”
พูดแล้วว่าคาถาร่นระยะทาง พริบตานั้นช่องอากาศแหวกออก รถของขุนโชติพุ่งหายวับไปในช่องอากาศนั้น!
ooooooo
หาญมาร่ายคาถารักษาบาดแผลให้กระเต็นจนไร้ร่องรอย ระหว่างนั้นกระเต็นเพ้อถึงกล้า...
“กล้า...กล้าต้องปลอดภัย แม่จะปกป้องกล้าเอง แม่จะไม่ยอมให้ลูกเป็นโจรเด็ดขาด...กล้า...” เพ้อแล้วหมดสติไปอีก
ขณะ นั้นเอง สุพจน์ที่ทำแผลเรียบร้อยแล้วมาที่บ้านถามหาญที่รู้จักกันในนามสิงห์ว่า รู้เรื่องกล้าหรือยัง เล่าว่า พวกขุนโชติบุกโรงพัก ฆ่าตำรวจตายเกลี้ยงและชิงตัวผู้ต้องหาไปหมด กล้าก็หายไปด้วย หาญพึมพำ “ขุนโชติอีกแล้วเหรอ...”
“ผมใช้ผ้าถุงพันปากกระบอกปืนอย่างที่พี่ สิงห์บอก แต่ก็ยังสกัดมันไม่ได้ มันเรียกฝูงควายมาไล่ขวิดรถตำรวจ อัศจรรย์มาก” หาญบอกว่ากล้าอยู่กับคนนี้อันตรายมาก สุพจน์เล่าอีกว่า “มันยังบอกด้วยว่ามันจะรอหลวงณรงค์อยู่ที่ทุ่งพระกาฬ ผมว่ามันต้องเป็นคนวิกลจริตแน่ แล้วคุณเต็นล่ะครับ...”
สุพจน์ตกใจ เมื่อรู้ว่ากระเต็นบาดเจ็บเพราะถูกคนของพ่อเลี้ยงภูมินทร์ทำร้ายขณะไปตามหา พยานให้กล้า บอกสุพจน์ว่า “คนนี้มีวิชาแก่กล้า จะต่อกรมันนั้นไม่ใช่ง่ายๆ ตอนนี้ข้าจะรีบไปที่ทุ่งพระกาฬ คุ้มครองกระเต็นด้วย”
สุพจน์บอกให้รอ ไปพร้อมกันเพราะตนสั่งประสานงานท้องที่ยกกำลังไปที่นั่นแล้ว แต่พูดไม่ทันจบหาญก็ใช้คาถาย่นระยะทางเดินหายไปต่อหน้าต่อตา สุพจน์มองอึ้ง พึมพำ... “หายไปได้ไง??”
ooooooo
ทีวีออกข่าวคนร้ายสามคนใช้ ดาบโบราณขวาน และหน้าไม้โจมตีสถานีตำรวจ สังหารเจ้าหน้าที่ทำลายห้องขัง ช่วยผู้ต้องขังทั้งหมดหนีไปอย่างอุกอาจ ในนี้มีกล้า ไพรีพ่าย รวมอยู่ด้วย
ราชาวดี ไม่เชื่อว่ากล้าจะทำแบบนี้ คะนึงนิจบอกว่าอย่าเพิ่งปักใจกับข่าว เพราะถ้ากล้าจะหนีก็คงไม่ยอมให้จับตั้งแต่ต้นแล้ว ระหว่างนั้น เริงเดินมาพูดอย่างไม่พอใจว่าจะไปสนใจคนแบบนี้ทำไม จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเรา
ทั้งราชาวดีและคะนึงนิจติง ว่าคนรู้จักมักคุ้นกันพวกตนแค่ตามข่าวเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย และบางทีข่าวเกี่ยวกับกล้าก็อาจคลาดเคลื่อนได้ ภูมินทร์ไม่พอใจที่ราชาวดีปกป้องกล้า ร่ายคาถาจนเริงคลั่งขึ้นมาจะฆ่าตัวตายประชดลูก ภูมินทร์ถือโอกาสนั้นบอกเริงว่าราชาวดียอมที่จะไม่สนใจกล้าอีก แต่ราชาวดียังเฉย ภูมินทร์เร่งรัด
“รับปากครูสิว่าจะไม่สนใจกล้าอีก”
ราชาวดี ถูกภูมินทร์ใช้ความเป็นความตายของพ่อมาบีบให้จำต้องสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว กับกล้าอีก ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น แค่นั้นเริงก็สงบ กอดลูกเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “อย่างนี้สิ ถึงจะเป็นลูกพ่อ” ท่ามกลางความสะใจของภูมินทร์
คะนึงนิจด้านหนึ่งสงสารเพื่อนมาก แต่อีกด้านก็ไม่พอใจพี่ชาย บอกให้กลับไปเสีย ราชาวดีจะได้พักผ่อน
ooooooo
วันรุ่งขึ้น เมื่อกล้ารู้สึกตัวเห็นขุนโชติยืนอยู่ เขาถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ข้า เป็นคนพาเอ็งหนีพวกโปลิศมาเอง เดิมทีตั้งใจจะไปที่ทุ่งพระกาฬ แต่กลับมาโผล่กลางป่า ข้าก็ยังไม่แจ้งว่าเป็นที่ใด” กล้าบอกว่าตนจะกลับ ขุนโชติถามว่า “จะกลับไปให้โดนจองจำอีกน่ะรึ เอ็งไม่ผิดจักอยู่รับโทษด้วยเหตุใด”
กล้าชี้แจงด้วยเหตุผลเดิมว่า ตนไม่ผิด การหนีเท่ากับยอมรับผิด ถูกเสือไทด่าว่าไม่เคยพบใครโง่เยี่ยงนี้มาก่อนเลย ส่วนเสือไทก็ว่า อย่าทำตัวเป็นคนดีนักเลย เห็นตายกันมานักต่อนักแล้ว แต่กล้าเชื่อว่าความยุติธรรมต้องมีในโลกนี้
“สิ่งที่เอ็งพูดถึงมันไม่มีอยู่จริงดอกไอ้หนุ่ม ไม่เช่นนั้นพวกข้าคงไม่เป็นโจร ตั้งศาลเตี้ยทวงความเป็นธรรมกันเอง”
“มันก็แค่ข้ออ้างของคนที่คิดจะเป็นโจรเท่านั้นแหละ พวกเราร่วมทางกันไม่ได้หรอก ปล่อยผมไปเถอะ”
เสือดำ ด่ากล้าว่าโอหังเกินไปแล้ว เสือไทจะเอาเลือดหัวกล้ามาล้างตีนขอขมาขุนโชติให้ได้ แต่พอเสือไทกระโจนเข้าเล่นงาน กล้ารับมือได้อย่างคล่องแคล่ว ขุนโชติประหลาดใจที่กล้ามีฝีมือพอตัว เสือดำกระโดดล็อกกล้าไว้จากด้านหลัง ถูกกล้าจระเข้ฟาดหางใส่ เสือไทขว้างขวานหมายอก กล้าหลบ ขวานพุ่งไปเฉาะกลางอกผู้ต้องขังที่เหลืออยู่คนเดียวหงายผลึ่ง
เมื่อ สองเสือจะเข้ารุม กล้ากำทรายซัดใส่หน้าแล้ววิ่งหนี สองเสือจะปัดทรายแล้วไล่ตาม ขุนโชติหันดูผู้ต้องขัง เห็นตายแล้วจึงวิ่งตามไปอีกคน
ooooooo
กล้าวิ่งพลางหาทางออก จากป่า ได้ยินเสียงช้างร้องอย่างตื่นตกใจก็ชะงักฟังงงๆ ทันใดนั้นกระสุนปืนเอ็ม 16 สาดเข้าใส่ กล้าไม่ทันระวังตัว โชคดีที่ขุนโชติพุ่งเข้ามาผลักกล้าและเอาตัวบังกระสุนไว้ กล้ามองทึ่งรู้ว่าขุนโชติมีอาคมแกร่ง
เสือไทกับเสือดำตามมาทัน เสือดำถามขุนโชติว่า พวกโปลิศตามเรามาใช่ไหม
“ยังไม่รู้แจ้ง แต่ข้าว่าควรหาที่กำบังก่อน” แล้วขุนโชติก็ดึงกล้ากำบังกายซุ่มดู
ที่แท้สำริดกับชาวม่อนช้างเผือกและปันนาพาช้างงาสวยหนีตายมาจากป่าลึกเพราะถูกสมุนของภูมินทร์จากปางไม้ไล่ปล้นช้าง ศรีแพรลูกสาวสำริดแต่งเป็นชายขี่ช้าง ในมือมีหน้าไม้ สะพายคชกุศ ชาวม่อนช้างเผือกถูกไล่ยิงอย่างป่าเถื่อน
ศรีแพรที่อยู่บนคอช้างใช้หน้าไม้ยิงสมุนภูมินทร์ที่ยิงชาวบ้านตาย กระโดดลงมาบอกเจ้าบุญช่วยให้หลบไปอีกด้าน แล้วดึงสำริดผู้เป็นพ่อหนี แต่ถูกสมุนของภูมินทร์ที่มีอาวุธทันสมัยมาล้อมไว้ มันตะโกนบอกกัน...
“ฆ่าพวกมันให้หมด ระวังอย่าให้งาช้างเสียหาย”
เมื่อเข้าตาจน สำริดกับศรีแพรชาวม่อนช้างเผือกจึงเข้าตะลุมบอนกัน พวกขุนโชติกับสองเสือและกล้าซุ่มดูอยู่ สองเสือเห็นว่าไม่ใช่กงการอะไรของพวกตน แต่กล้าทนไม่ได้สวนไปทันทีว่า
“แต่มันไล่ฆ่าชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้ จะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้” สิ้นเสียงกล้ากระโจนออกไปตะโกนบอกชาวบ้าน “ไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยพวกคุณ”
ศรีแพรใช้ตะขอคชกุศซัดสมุนของภูมินทร์กระเด็นไป ยิงลูกธนูปักอกอีกคน ถูกมันขว้างมีดใส่ กล้าตะโกนบอกศรีแพรพร้อมกับกระโจนเข้ารวบตัวเธอล้มลงรอดหวุดหวิด ทั้งคู่ล้มลงที่พื้น กล้าทับอยู่บนร่างศรีแพร มือโดนที่หน้าอกเธอ
“นี่นาย?” กล้าชะงักเอะใจ
ศรีแพรทั้งโกรธทั้งอาย แต่ถูกสมุนภูมินทร์อีกคนพุ่งเข้ามาเงื้อสปาตาร์จะฟัน กล้าจับเธอพลิกหลบได้เฉียดฉิว พอมันจะตามซ้ำกล้าก็เอามือรับไว้ ทันใดนั้น มันสะดุ้งเฮือกผงะแล้วล้มคว่ำลงเพราะถูกขุนโชติฟันเข้ากลางหลัง ขุนโชติดึงกล้าลุกขึ้นหันหลังชนกันสู้กับสมุนภูมินทร์ ส่วนเสือดำกับเสือไทก็ตะลุมบอนกับพวกมันอยู่เช่นกัน
สำริดกับศรีแพรมองกันด้วยความสงสัยว่า ผู้ที่มาช่วยพวกตนนั้นเป็นใคร จนเมื่อขุนโชติร่ายคาถาปลุกกสิณไฟซัดใส่สมุนของภูมินทร์ พวกมันจึงแตกหนีกันกระเจิง
ooooooo
ความรักความห่วงใยกล้า ทำให้กระเต็นคิดถึงอดีต...
25 ปีก่อน...เธอไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล ร่างกายอ่อนเพลียเพราะเสียเลือดมาก ได้ยินหมอบอกว่ารกพันคอเด็ก เมื่อลืมตาขึ้นเห็นเพชรอุ้มทารกอยู่ข้างเตียง บอกว่าลูกเราเป็นผู้ชาย กระเต็นขออุ้มเพื่อความแน่ใจ บอกเพชรว่า ถ้าลูกเป็นอะไรไปตนขอตายดีกว่า
เพชรเศร้าใจแต่กลั้นใจบอกเธอว่า “เหลวไหล ลูกเราแข็งแรงจะตาย ไม่เชื่อดูสิ เมื่อกี้ยังร้องเสียงดังเลย”
ทั้งสองตั้งชื่อลูกว่ากล้า ไพรีพ่าย วันหนึ่งขณะไปทำบุญทอดกฐิน เวลานั้นกล้าในวัย 10 ขวบ วิ่งซนหายไป กระเต็นตกใจตามหา ไปเจอกล้าที่เจดีย์ กระเต็นผงะเมื่อเห็นที่เจดีย์เขียนว่า “เด็กชายกล้า ไพรีพ่าย ชาตะ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 มรณะ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500”
ความจึงแตก...เพชรบอกความจริงกับเธอว่า ลูกของเราตายไปแล้วตอนคลอด กล้าเป็นลูกของเสือผาดที่ตนวิสามัญในคืนที่กระเต็นคลอด เมียเสือผาดคลอดคืนนั้นเช่นกัน ตนจึงอุ้มเด็กออกมาและให้พาเมียเสือผาดส่งโรงพยาบาล แต่เมียเสือผาดยิงตัวตายอยู่ข้างผัวเสียแล้ว
คิดถึงอดีตแล้วกระเต็นลุกพรวดขึ้นอย่างตกใจ เดินโซเซไปที่ประตู ถูกรักยมที่เฝ้าอยู่ไม่ให้ไปไหน รักบอกว่า
“ปู่หาญสั่งไม่ให้แม่ออกไปจากห้อง”
กระเต็นว่าคาถาใส่มือวาดไป รักยมร้องลั่นแล้วหายไป กระเต็นออกไปที่ห้องโถง ได้ยินตำรวจกำลังรายงานสุพจน์จึงแอบฟัง
จับความได้ว่า ตำรวจค้นหาทั่วทุ่งพระกาฬแต่ไม่เจอขุนโชติกับกล้า พูดหวาดๆว่า อาจหนีข้ามชายแดนไปแล้ว เพราะพวกนั้นหายตัวได้ สุพจน์ใจเสียแต่ไม่อยากให้ตำรวจหวาดกลัว ทำเสียงเข้มสั่ง
“เหลวไหล ต่อให้มันมีฤทธิ์มีเดชแค่ไหน ก็ต้องตามจับมันมารับโทษตามกฎหมายให้ได้ ภายในคืนนี้อั๊วต้องรู้ว่า ขุนโชติพากล้าหนีไปที่ไหน”
กระเต็นตกใจสุดขีดพรวดเข้าไปถามว่า ขุนโชติพากล้าหนีไปหรือ คาดคั้นให้บอกมาว่าเรื่องเป็นอย่างไรกันแน่!
ooooooo
หลังจากช่วยชาวบ้านม่อนช้างเผือกรอดพ้นจากสมุนภูมินทร์ที่ตามฆ่าเพื่อปล้นช้างแล้ว สำริดในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน พาพวกขุนโชติทั้งหมดไปพักที่หมู่บ้านในฐานะผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตชาวบ้านไว้ ขุนโชติบอกชาวบ้านว่า
“พวกข้าบังเอิญผ่านมา เห็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ใยจักนิ่งเฉยอยู่ได้ นี่ไอ้ดำ ไอ้ไท น้องของข้า ส่วนนี่กล้า หลานชายข้าเอง” เมื่อได้ฟังสำริดเล่าถึงพฤติกรรมชั่วตัดไม้ทำลายป่าและปล้นช้างฆ่าเอางาของสมุนภูมินทร์แล้ว ขุนโชติบอกสำริดว่า “พวกเอ็งไม่ต้องห่วง ข้าขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬ จักอยู่ที่นี่ช่วยปกป้องพวกเอ็งเอง”
คำพันกับพวกสองคนยืนฟังอยู่ไม่เห็นด้วย อ้างกับสำริดว่า บ้านเรามีกฎไม่ให้คนนอกเข้ามาในหมู่บ้าน กฎนี้มีมาก่อนเราเกิดด้วยซ้ำ พวกนี้เป็นใครก็ไม่รู้ ถ้าผีปู่ผีย่าโมโหจะทำอย่างไร
ศรีแพรโต้ว่าพวกเขาช่วยเราไว้ อย่าลืมว่าปู่ย่าก็สอนให้สำนึกคุณคนเหมือนกัน ศรีแพรจ้องตากับคำพันอย่างไม่พอใจจนสำริดต้องหย่าศึกว่า ตนขอตัดสินใจเองดีกว่า ในเมื่อทั้งสี่คนนี้ช่วยเราไว้ พวกเขาก็ไม่ใช่คนนอก แต่เป็นผู้มีพระคุณต่างหาก สำริดขอโทษพวกขุนโชติแล้วเชิญกินข้าวกันตามสบาย
ooooooo
หาญไปที่พิพิธภัณฑ์ทุ่งพระกาฬ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้า หาญจึงรอให้ปลอดคนแล้วสะเดาะกุญแจเข้าไป
เข้าไปเห็นรูปวาดหลวงณรงค์ หาญตะลึงอึ้งเมื่อเห็นหลวงณรงค์ในภาพหน้าตาเหมือนตนราวกับแกะ หาญเอื้อมมือไปสัมผัสภาพหลับตาดูเหตุการณ์ เห็นว่าขุนโชติถูกหลวงณรงค์ฆ่าแล้วชิงดาบประจุพรายและของขลังรวมทั้งสมบัติของขุนโชติไปเป็นของตัวเอง หาญทรุดพึมพำอย่างหมดแรง
“อดีตชาติของข้าคือหลวงณรงค์จริงเหรอขุนโชติ...ข้านึกไม่ถึงเลยว่าจะเคยก่อกรรมทำเวรไว้กับเอ็งถึงเพียงนี้ นี่คงเป็นวิบากกรรมที่พ่อปู่พยายามจะบอก”
ทันใดนั้น รปภ.ถือกระบองปรี่เข้ามาหาว่าหาญเป็นหัวขโมย หาญผลัก รปภ.เซแต่ถูก รปภ.กระโดดล็อกคอ ทำให้หาญจำต้องสะบัดทำให้ รปภ.กระเด็นไปกระแทกผนังหัวแตกหมดสติ หาญเข้าไปดู เอ่ยขอโทษแล้วร่ายคาถาห้ามเลือดให้
รปภ.กับเจ้าหน้าที่อื่นมาเจอกรูกันเข้ามาจะจับ หาญวิ่งหนีเมื่อเจ้าหน้าที่วิ่งตามออกมาปรากฏว่าหาญล่องหนไปแล้ว
ooooooo
กระเต็นแค้นใจที่ถูกอาจารย์ยอดทำร้าย เชื่อว่า การที่กล้าหายไปจากโรงพักต้องเป็นฝีมือพวกอาจารย์ยอด พาสุพจน์ไปหมายจับอาจารย์ยอด แต่สุพจน์กลับถูกอาจารย์ยอดจับไปจ้องตา ปากพึมพำ...
ครู่เดียวสุพจน์ก็ตาลอย พออาจารย์ยอดถามว่ามีอะไรให้ว่ามา สุพจน์บอกว่าไม่มีอะไรแล้วลุกเดินกลับไปเลย กระเต็นจำต้องกลับไปอย่างแค้นใจ พูดอาฆาตว่า “แกเล่นไม่ซื่อ คอยดู ฉันจะไม่จบแค่นี้แน่”
“อาจารย์ยอด ยอดสมชื่อจริงๆ ครับ” ภูมินทร์ชมเปาะ
“ยังไงก็ยังวางใจไม่ได้ อย่าลืมว่าไอ้เสือหาญยังอยู่ มันอาจจะกำลังไปตามหาหลานมัน เราต้องทำให้มันตามหาไอ้กล้าไม่ได้!” อาจารย์ยอดหรี่ตาเจ้าเล่ห์
ต่อมากระเต็นขอแรงจ่าลุยช่วยพาไปหาราชาวดี เชื่อว่ากล้าหลงผู้หญิงคนนี้มาก กล้าต้องติดต่อมาหาแน่ๆ
แต่พอเลี้ยวเข้าไปทางห้องพักคนป่วยของเริง เจอราชาวดีกำลังประคองเริงออกจากห้อง คุยกันว่าจะไปพักผ่อนที่ปางไม้ของภูมินทร์ ราชาวดีเกรงใจไม่อยากให้ไปแต่เริงอ้างว่าเจ้าของเขาเอ่ยปากชวนเองไม่ไปสิจะน่าเกลียด พอดีภูมินทร์มารับ
กระเต็นเลือดขึ้นหน้า โผล่ออกไปว่าทั้งภูมินทร์และราชาวดีอย่างรุนแรง
“อ๋อ...ที่แท้ก็ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม แกถึงตามเล่นงานลูกชายฉันไม่เลิก เธอก็เหมือนกัน หว่านเสน่ห์จับปลาสองมือ ปั่นหัวผู้ชายจะฆ่ากันตายแบบนี้สะใจแล้วใช่ไหม”
เริงเอะใจว่ากระแตเป็นใคร ภูมินทร์รีบกลบเกลื่อนบอกว่าเป็นคนเสียสติ แล้วรีบพาทุกคนแยกไป พอดีคมพา รปภ.มาลากกระเต็นออกไป กระเต็นตะโกนอย่างแค้นใจว่า
“ฉันจะตามราวีแกให้ถึงที่สุดไอ้พ่อเลี้ยง ฉันไม่ปล่อยให้แกลอยนวลแน่”
เริงถามอย่างติดใจสงสัยว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ ภูมินทร์ใส่ไคล้ว่า
“เขาเป็นแม่ของนายกล้าครับ เคยมีเรื่องมีราวกับผม นี่คงอาละวาดเพราะรับไม่ได้ที่ลูกตัวเองกลายเป็นโจร อย่าสนใจเลยครับ เราเดินทางกันดีกว่า” แล้วรีบพาทั้งหมดไปขึ้นรถตู้ที่มาจอดรออยู่หน้าโรงพยาบาลบ่ายหน้าไปปางไม้ไพรพญา
ooooooo
ระหว่างอยู่ที่บ้านม่อนช้างเผือกนั้น ไทก่อเรื่องเมื่อกลัดมันบุกปลํ้าลำดวนลูกสาวปันนา แต่ถูกศรีแพรกับกล้าขวางไทคว้าขวานจะเล่นงานกล้า ก็ถูกขุนโชติเอาดาบรับขวานไว้
ขุนโชติด่าเสือดำกับเสือไทว่าจักทำให้เสียการ บอกแผนการของตนว่า
“ที่นี้ทำเลเหมาะนัก ข้าจักปั่นหัวพวกมันให้เชื่อฟัง และส้องสุมกำลังเพื่อเป็นชุมโจรใหม่ แค่นี้พวกเอ็งคิดไม่ได้เชียวรึ” พลันขุนโชติก็เครียดเมื่อกล้าหน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่า พวกน้าก่อเรื่องแล้วรู้ไหม
นั่นคือ คำพันกับลูกน้องสองคนที่เป็นคนของภูมินทร์ฝังตัวอยู่ในบ้านม่อนช้างเผือก ก่อกระแสปลุกปั่นสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านเรื่องที่เสือไทปล้ำลำดวน
ทันใดนั้นเอง ขุนโชติเดินนำเสือดำกับเสือไทและกล้าเข้ามา มาถึงก็กระชากเสือไทเหวี่ยงไปคุกเข่าที่พื้น ประกาศ...
“ในเมื่อคนของข้าผิด” ขุนโชติชักดาบออกมา “หัวของมันจักแทนการขอขมาจากข้า!” สิ้นเสียงก็ฟันดาบลงที่คอเสือไททันที แต่พอดาบลงเกือบถึงคอ สำริดก็ตะโกนขึ้นว่าเป็นคนต้องไม่ฆ่ากัน ไม่ทำร้ายกัน ขุนโชติชะงักดาบ “แต่มันทำคนของเอ็ง”
สำริดขอว่าอย่าถึงกับฆ่ากันเลย แล้วหันไปบอกชาวบ้านว่าแค่นี้ขอขมาพวกเราแล้วก็น่าจะพอ ปันนาพ่อของลำดวน เอ่ยขึ้นว่า “พวกท่านมีบุญคุณกับเรา เราจะโกรธได้ยังไง ถ้าน้องท่านถูกใจลูกข้า ข้าก็ยินดีมอบมันให้ ขอแค่พวกท่านอยู่ที่นี่ ช่วยคุ้มครองพวกเราก็พอ”
ลำดวนตกใจ กล้าก็ทักท้วงว่า
“ผมไม่เห็นด้วย จะยกใครให้ใครก็ต้องถามเจ้าตัวก่อน” เสียงศรีแพรกระซิบกับจันทาว่ากัดฟันพูดหรือเปล่า กล้าได้ยิน พูดอย่างทระนงว่า “เกิดเป็นลูกผู้ชาย จะมีเมียทั้งทีก็ต้องเพราะความรักไม่ใช่เพราะการข่มเหงย่ำยีแบบนี้”
เสือไทจ้องกล้าอย่างแค้นใจ ตรงกันข้ามกับศรีแพรที่มองกล้าอย่างประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา...
ooooooo
คมลูกน้องภูมินทร์ไปบอกอาจารย์ยอดว่า เกรงราชาวดีกับคะนึงนิจจะสงสัยถ้ากระเต็นยังวุ่นวายอยู่อย่างนี้ อาจารย์ยอดบอกว่าตนกำลังคิดอยู่ว่าจะล่อหาญออกมาได้ยังไง สั่งคมให้ไปหาเสี่ยไพบูลย์เตรียมคนไว้ให้พร้อม
ฝ่ายหาญ หลังจากรู้ว่าตนคือหลวงณรงค์ที่ฆ่าขุนโชติในอดีตและยังได้ต่อสู้กับทิว กับพวกเบิ้ม พวกโจ๊กที่มาป่วนงานบวชของกล้า และล่าสุดได้ทำร้าย รปภ.บาดเจ็บ จึงไปที่วัดในทุ่งพระกาฬ พนมมือเบื้องหน้าพระประธาน
“แม้ผมได้ละจากเพศบรรพชิตแล้ว จิตก็ยังผูกพันตั้งมั่นในคุณความดี แต่เพราะความจำเป็น ทำให้ไม่อาจสำรวมระวังต้องผิดศีลอยู่หลายครั้ง”
อีกมิติหนึ่ง...ในโบสถ์ร้างที่อิสุโร หาญอยู่ในสมณะเพศ พนมมือเบื้องหน้าพ่อปู่บุญทา...
“ผมสำนึกผิดและขออโหสิต่อเจ้ากรรมนายเวรที่ได้เคยล่วงเกินไป ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ทั้งที่รู้และไม่รู้ก็ตาม” พ่อปู่บอกให้สำรวมให้ดี “ขอให้วิบากกรรมที่ผมได้กระทำไว้ทั้งอดีตและปัจจุบัน อย่าได้ส่งผลกระทบถึงกล้าและครอบครัวเลย ผมจะขอรับกรรมทั้งหลายนั้นเอาไว้แต่ผู้เดียว”
“เอ็งได้รับกรรมตามที่เอ็งขอแน่ไอ้หาญ” เสียงเสือทับดังจากข้างหลัง หาญหันมองเห็นเสือทับถือมีดพร้าเข้าจู่โจมทันที หาญดึงลูกสะกดมาว่าคาถาสะบัดไป เสือทับหายตัววับ พริบตาเดียวก็ปรากฏออกมาท้า หาญเตือนสติว่าวิญญาณเสือทับอย่าได้ก่อกรรมทำเวรเช่นนี้
เสือทับพูดอย่างอาฆาตว่าตนไม่อยากเป็นขี้ข้าใคร แต่เพราะหาญทำให้วิญญาณตนต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้ สิ่งเดียวที่ตนต้องการเวลานี้คือ “ชีวิตเอ็ง ไอ้หาญ!” แต่เสือทับก็ถูกลูกสะกดพันกำปั้นของหาญซัดจนผงะ หาญตามเข้าไปอัดอีกเป็นชุด แล้วเสกลูกสะกดพันร่างเสือทับไว้
“เอ็งตายไปแล้วยังคิดอาฆาตไม่สำนึกผิด วิญญาณเอ็งต้องลงไปชดใช้กรรมในอบายภูมิ”
“เอ็งก็ไม่ต่างกับข้าหรอก นึกว่าบวชแล้วจะชดใช้กรรมที่เคยทำร่วมมากับพวกข้าได้หรือ รู้ไว้เสียด้วย ตอนนี้ลูกหลานเอ็งกำลังชดใช้กรรมแทนเอ็ง นังกระเต็นแล้วก็พวกพ้องมันต้องตายอย่างทรมาน”
“พวกแกทำอะไรกระเต็น!”
“อยากรู้ก็ไปดูศพมันให้เห็นกับตาซิ”
หาญตกใจเสียสมาธิ เสือทับสะบัดเชือกอาคมหลุดหายตัวไปทันที
ใช้เสือทับไปล่อหาญออกมาแล้ว อาจารย์ยอดยังใช้ลูกน้องเสี่ยไพบูลย์สองคนบุกไปกระหน่ำยิงกระเต็นกับจ่าลุยที่อู่หมายสังหารกระเต็น จ่าลุยถูกยิงบาดเจ็บที่ขา นุกูลรีบพาพ่อหลบ ส่วนกระเต็นวิ่งล่อพวกมันออกไปข้างนอก แต่ถูกมันยิงบาดเจ็บที่แขนจนทรุด มือปืนตรงเข้าไปจ่อจะยิง
พริบตานั้น หาญย่นระยะทางแหวกอากาศมาขวางร่ายคาถา กระสุนหยุดกลางอากาศแล้วหันกลับพุ่งเข้าหามือปืนถูกแขนขาบาดเจ็บจนต้องตะกายหนี กระเต็นจะตาม หาญบอกว่าอย่าตามเลยไปดูจ่าลุยก่อนดีกว่า
ในอู่ จุกยืนมองนุกูลกอดร่างจ่าลุยร้องไห้ “พ่อ...พ่ออย่าตายนะ...”
ooooooo
ที่หมู่บ้านม่อนช้างเผือก กล้าเป่าใบไม้ท่วงทำนองเศร้าๆ ศรีแพรย่องมาแอบดูแอบฟัง มีดอกไม้สีสวยร่วงลงมาใกล้ๆ กล้าคิดถึงราชาวดี เอื้อมมือจะหยิบ...
“อย่าขยับ!” ศรีแพรร้องห้ามเมื่อเห็นงูจงอางตัวเขื่องแผ่แม่เบี้ยอยู่ เธอจ้องงูเป่ามนต์ใส่ งูที่กำลังเคลื่อนหยุดกึก เมื่อเธอสั่ง “กลับไปที่อยู่ของเจ้าเสีย” จงอางที่แผ่แม่เบี้ย เลื้อยกลับโดยไม่ทำอะไรกล้าเลย กล้าขอบใจศรีแพร เธอบอกว่า ถือว่าตนทำแทนลำดวนที่ฝากมาขอบใจเขาที่ช่วยไม่ให้ลำดวนต้องเป็นเมียคนอื่นก็แล้วกัน
ศรีแพรถามว่าทำไมเขาจึงไม่อยู่บ้าน เข้าป่ามาทำอะไร กล้าไม่ตอบแต่กลับบอกเธอว่าตนไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอรู้คาถาสะกดสัตว์ด้วย
“อยู่ป่าก็รู้แค่วิชาพวกนี้แหละ ไว้ป้องกันตัวเล็กๆน้อยๆ พวกข้ารักสงบสู้อะไรกับใครก็ไม่เป็น พอถูกรังแกก็ได้แต่ถอยๆๆๆ”
“แล้วพวกเอ็งไม่คิดจะสู้บ้างรึ!?” เสียงขุนโชติถามอย่างมีเป้าหมายหวังปลุกระดมให้ชาวบ้านม่อนช้างเผือกลุกขึ้นมาต่อสู้ จะได้เป็นกองกำลังของตน เพื่อนำไปสู่การปลุกระดมส้องสุมกำลัง ขุนโชติบอกแก่ชาวบ้านที่มารวมกลุ่มกันว่า
“เพื่อเป็นการไถ่โทษ ข้าจักสอนวิชาให้พวกเอ็ง เราจักยอมให้ผู้ใดมาข่มเหงอีกไม่ได้ หากพร้อมใจสู้ ขอพวกเอ็งจงก้าวออกมา!”
แม้ลีลาจะเร้าใจ แต่ไม่มีชาวบ้านคนไหนก้าวออกมาเลย สำริดเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นว่า
“เอ่อ...เรื่องนี้ ข้าขอบใจพวกท่านที่ห่วงใย แต่พวกเราไม่อยากมีเรื่องกับใคร หากจำเป็นจริงๆ ก็...ขอแค่ย้ายที่อยู่ก็พอ”
ขุนโชติถามว่าหากพวกปางไม้มาราวีไม่เลิกจะทำเยี่ยงไร กล้าโพล่งไปว่าบ้านเมืองมีกฎหมายควรแจ้งตำรวจให้มาจัดการ ปันนาแย้งว่าเคยแจ้งแล้วแต่ตำรวจกลับมาจับพวกเราหาว่ายึดครองพื้นที่อุทยานทั้งที่เราอยู่กันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว
“เห็นไหม...พวกตำรวจมันเลวยิ่งกว่าโจร เราพึ่งพามันไม่ได้ดอกเชื่อข้า เราต้องลุกขึ้นสู้” ขุนโชติได้ที
มีเสียงฮือฮาขึ้น สำริดเลิ่กลั่ก บอกขุนโชติ “ใจเย็นนะท่าน ข้าว่ามันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้...แต่ขอข้าคิดดูก่อน”
พวกที่ฮือฮาเมื่อครู่พากันเซ็ง ขุนโชติรู้สึกขัดใจ แต่คำพันที่เป็นคนของภูมินทร์แทรกตัวในหมู่บ้านสีหน้าครุ่นคิด...
เพื่อสำแดงให้ชาวบ้านเห็นพลังและเชื่อมั่น ขุนโชติบอกเสือดำกับเสือไทว่า พวกชาวบ้านใช่ว่าจะพอใจสำริด ฉะนั้นถ้าเรากำจัดศัตรูให้เห็นว่าเราเข้มแข็งกว่าหัวหน้าพวกเขา ปกครองพวกเขาได้ ชาวบ้านเหล่านั้นก็จะพากันมาสวามิภักดิ์เราเอง สองเสือกระเหี้ยนกระหือรือว่าจะให้พวกตนทำอย่างไรสั่งมาเลย
“บุกไปกุดหัวพวกปางไม้นั่นเสีย!”
ศรีแพรมาแอบฟังอยู่ ขอไปแก้แค้นพวกปางไม้ด้วยคน ขุนโชติมองหน้าสองเสือ แล้วบอกศรีแพรว่า
“หากเอ็งใจกล้าจริง แลอยากแก้แค้นไอ้พวกศัตรู เอ็งจงไปกับข้า!”
ooooooo










