สมาชิก

เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง

ตอนที่ 2

กล้ามุดตามคะนึงนิจไป เห็นอุบะดอกจำปีตกอยู่ที่พื้น พอก้มลงหยิบก็มีเสียงหวานๆเอ่ยขึ้น

“ขอดอกไม้นั่นเถอะค่ะ”

กล้ามองเจ้าของเสียงถึงกับตะลึงในความงามอ่อนหวานของราชาวดี เขาส่งอุบะให้ ถามว่าของเธอหรือ

“ค่ะ มันคงหลุดจากชฎาน่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ” ราชาวดีไหว้อย่างอ่อนช้อยรับอุบะบอกว่า “ฉันต้องขึ้นเวทีแล้ว”

ที่หน้าเวที คมเบียดแทรกคนเข้ามาจนทำท่าจะมีเรื่องกับพวกเด็กช่าง ดีแต่ภูมินทร์มาจับไหล่ปราม พอดีพิธีกรประกาศว่า

“ฟังเพลงสากลสนุกๆจากหนุ่มๆแผนกช่างยนต์กันไปแล้ว ต่อไปมาชมการแสดงที่ละเมียดละไมสวยงามของสาวๆจากแผนกการเรือนกันบ้าง เริ่มจากการรำอวยพร เชิญชมกันเลยครับ”

กล้าแอบดูอยู่ด้านข้างเวทีมองราชาวดีร่ายรำอย่างประทับใจ เช่นเดียวกับภูมินทร์ที่มองราชาวดีไม่วางตา เธอยิ้มแย้มร่ายรำอย่างอ่อนช้อย สวยเด่นกว่าใคร

งามตา นงคราญกับเพื่อนเพิ่งมาถึง เธอไม่พอใจมากที่มาไม่ทันแล้วชุดของราชาวดีได้ขึ้นโชว์ก่อน ต่อว่ารุ่นพี่ที่จัดงานอย่างรุนแรงบอกว่าตนจะไม่มีวันยอมแสดงต่อจากราชาวดีเด็ดขาด สั่งพรรคพวกกลับ เพื่อนๆพากันบ่นที่แต่งตัวเก้อ

ooooooo

ที่ห้องพระบ้านกระเต็น ขณะกระเต็นจุดธูปไหว้รูปของเพชรที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา มีเสียงแก้วแตกข้างนอก เธอเงี่ยหูฟังอย่างไม่สบายใจ ลุกลงไปที่ห้องรับแขกอย่างระวังตัว เห็นจวนนั่งสลบพิงฝา ถาดหล่นแก้วนํ้าแตกที่พื้น

กระเต็นรีบเข้าประคองจวน ทันใดก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น เธอรีบไปหยิบปืนที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักตู้โชว์ วิ่งออกไปหน้าบ้านทันที พอมาถึงสนามหน้าบ้าน เห็นหุ่นพยนต์ถูกไฟไหม้จนดำเป็นถ่าน กระเต็นส่ายปืนมองไปรอบๆ ร้องท้า

“แกจะเป็นใครก็ช่าง ฉันไม่กลัวแกหรอก ออกมา!”

“หึๆๆ ไอ้เพชรอยู่ที่ไหน! มันอยู่ที่ไหน!!” เสียงน่ากลัวถามขึ้น กระเต็นถามว่า ถามหาเขาทำไม “ข้าจะทำให้มันได้รู้ว่าข้าต่างหากที่เป็นหนึ่ง ไม่ใช่มัน!”

กระเต็นบอกให้กลับไปเสีย เพราะเพชรตายไปแล้ว ก็ถูกหาว่าโกหก จนเมื่อเธอยืนยันว่าผู้การเพิ่งตายไปเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังได้ยินเสียงโต้ตอบมาว่า

“ข้าไม่เชื่อ ข้ารอวันนี้มาตลอด ไอ้เพชรต้องไม่ตาย มันต้องมาประลองอาคมกับข้าก่อน มันต้องชดใช้ชีวิตลูกกับเมียข้า”

เพียงเท่านี้ กระเต็นก็รู้ทันทีว่ามันคือทิว ถามว่าออกมาได้ยังไง เพราะถูกจารึกยันต์อาคมขังไว้แล้ว ทิวบอกว่าตนแค่สวดคาถาสะกดมารถอยหลังนับหมื่นครั้งฟ้าก็ปรานี ตนขอแค่ประลองกับเพชรอีกครั้งเท่านั้น ประกาศว่าตนต้องเจอกับเพชรให้ได้ แล้วร่ายมนต์เกิดลมแรง ดวงตาทิวเป็นสีแดงวาบขึ้น

“ปัง! ปัง!!” กระเต็นลั่นกระสุนไปสองนัดถูกตัวทิว แต่เพียงมันเอามือปัด รอยกระสุนก็หาย ทิวเคลื่อนตัวเข้าตบกระเต็นเต็มแรง ทำให้กระเต็นลอยไปชนผนังบ้านร่วงลงมากระอักเลือด กระเต็นเห็นทิวเดินเข้าหาก็กระเสือกกระสนวิ่งหนีเข้าบ้าน ตรงเข้าไปในห้องพระ หยิบมีดหมอออกมาว่าคาถาแล้วเป่ามนต์ลงไป

มีดหมอแดงวาบขึ้น กระเต็นโถมเข้าแทงโดนแขนทิวอย่างจังเลือดไหลโกรก ทิวชะงักถอยออกจากห้องไปว่าคาถาขมุบขมิบ พริบตาเดียวเลือดที่ไหลออกมาก็ย้อนกลับไป บาดแผลก็สมานสนิทเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเร็ว กระเต็นมองอึ้ง พึมพำ

“กสิณไฟ!” กระเต็นหลบกลับเข้าห้องพระทันที

ทิวตามเข้าไปเพ่งกสิณไฟจนแจกันกระแทกผนังห้อง  มีดหมอกระเด็น ทิวเหยียบมีดหมอไว้เพ่งกสิณใส่อีก คราวนี้กระถางธูปของเพชรไหม้โกศเพชรตกลงมาแตก ผงกระดูกเพชรร่วงออกมา ทิวจึงเชื่อว่าเพชรตายแล้ว แต่ยังรับไม่ได้ ตะโกน

“ไม่จริง ข้ายอมสูญเสียทุกอย่างในชีวิตเพื่อรอวันนี้ ลุกมาสิวะ! เก่งนักก็ฟื้นมาสู้กันสิวะ ไอ้เพชร! ไอ้สารเลว!!”

ทิวหยิบโกศขึ้นมา กระเต็นฉวยโอกาสนั้นกระโดดหน้าต่างหนี ตกลงไปเท้าแพลงทำให้วิ่งไม่ถนัด ทิวขว้างโกศทิ้งมองตามกระเต็นเพ่งกสิณไฟใส่จนไฟลุกพรึ่บ ดีแต่กระเต็นหลบได้ทัน แต่ก็ถูกกสิณไฟของทิวต้อนจนมุม

ขณะลูกไฟกำลังจะลอยเข้าปะทะร่างกระเต็นนั่นเอง ก็มีไฟดวงใหญ่พุ่งเข้าชนระเบิดสนั่น ทิวกระเด็นไปหันมองอึ้ง เห็นพระหาญในวัย 70 ปี ที่ยังดูแข็งแรงน่าเกรงขาม ก็ตะโกน “เป็นพระก็อยู่ส่วนพระ! มายุ่งกับข้าทำไม!”

“หยุดแค่นี้เถอะโยม อาตมาขอ” พระหาญเอ่ย แต่ทิวไม่ยอมหาว่าเพชรทำให้ลูกเมียตนตาย วันนี้ตนจะฆ่าเมียเพชรบ้าง พระหาญเตือนสติว่า “ไฟพยาบาท อาฆาต มีแต่จะเผาตัวเองให้มอดไหม้นะโยม”

“เฮ้ย...หนวกหู ไม่ฟังโว้ย...ถ้าเก่งนักก็ฆ่าข้าให้ได้สิวะ” ทิวท้าอย่างบ้าคลั่งแล้วเพ่งกสิณไฟใส่พระหาญทันที

พระหาญหลับตาว่าคาถาดินแล้วเป่าออกไป ดินที่พื้นลอยตัวขึ้นครอบลูกไฟจนมอด ทิวเจ็บใจว่าคาถาสะกดมาร เกิดเมฆดำรวมตัวกัน ลมพัดแรง เหล่าวิญญาณพุ่งทะลุผ่านเมฆดำรวมตัวกันลงมาที่บ้านเพชร แล้วรวมเป็นเกลียวพุ่งเข้าใส่พระหาญอย่างเร็ว พระหาญหลับตาภาวนาในใจ

“พุทธโธ ธัมโม สังโฆ”

ทันใดนั้น รูปเพชรในห้องพระ เกิดแสงลอยออกมากลายเป็นลูกแก้วใสลอยออกไปทางหน้าต่าง ลอยเข้าครอบตัวพระหาญไว้ก่อนที่วิญญาณร้ายจะถึงตัวท่าน เหล่าวิญญาณผีร้ายกรีดร้องโหยหวน ทิวโมโหรวมพลังว่าคาถาเขมร ทำให้รอบตัวปรากฏรังสีไฟสีแดงแผ่ความร้อนจนดวงไฟตามถนนแตก ตาของทิวเปลี่ยนเป็นสีเลือดทันที!

พระหาญที่ยืนสงบอยู่ในครอบแก้ว ถูกไฟที่ลูกใหญ่ขึ้นทุกทีพุ่งเข้ากระแทกครอบแก้วแตกกระจาย ลูกไฟกระเด็นถูกกระเต็นบาดเจ็บ ทิวเองก็ถูกลูกไฟร่างกระเด็นไปกระอักเลือด ทิวว่าคาถาย่นระยะทางอากาศแหวกออก ทิวกระโจนหายไป แก้วที่ครอบพระหาญก็หายไปเช่นกัน

พระหาญรีบไปดูกระเต็นที่ถูกลูกไฟกระอักเลือดบาดเจ็บสาหัส ร่างกายเต็มไปด้วยรอยไหม้

ooooooo

ร่างกระเต็นถูกนำเข้ามานอนที่ห้องรับแขก พระหาญยืนร่ายคาถา เมื่อได้รับนํ้ามนต์กระเต็นก็ค่อยๆรู้สึกตัว รอยชํ้าตามตัวก็ค่อยๆเลือนหายไป

กระเต็นก้มกราบพระหาญด้วยความซึ้งใจ ท่าน บอกว่า

“เด็กในบ้านโยมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ตกใจจนสลบไป เพื่อไม่ให้รับรู้เรื่องนี้ อาตมาใช้มนต์สะกดเอาไว้ รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาก็จะจำอะไรไม่ได้”

กระเต็นซึ้งใจที่ท่านช่วยชีวิตไว้ พระหาญบอกว่าไม่ใช่ท่านแต่เป็นตะกรุดที่แขวนซ้อนอยู่หลังรูปเพชรต่างหาก บอกกระเต็นว่า “โชคดีที่หลานกล้าซ่อนตะกรุดไว้ที่นี่ อานุภาพของตะกรุดดอกนี้จึงช่วยพวกเราไว้”

กระเต็นกังวลว่าทิวเป็นตัวอันตรายหนีไปได้เช่นนี้จะทำอย่างไรดี พระหาญบอกว่าท่านจะตามหาทิวเอง แต่เธอกับกล้าก็ต้องระวังตัว เพราะปีนี้กล้าอายุครบ เบญจเพสพอดี แต่ไม่ต้องกังวลเพราะคราวนี้ทิวบาดเจ็บมากมันยังทำร้ายใครไม่ได้

“แต่ต่อไปล่ะคะหลวงพ่อ ต่อไปจะทำยังไง...” กระเต็นยังอดกังวลไม่ได้

ooooooo

ป๋อง โป้ง เปี๊ยกกับกล้าไปเยี่ยมนุกูลที่ต้อง แขวนเปลไหล่ข้างที่หลุดอยู่ กล้าถามนุกูลว่าจะบอก จ่าลุยผู้เป็นพ่อว่าไปโดนอะไรมา นุกูลบอกว่าคง ต้องปดตามข้ออ้างเดิมๆ ว่ารถล้ม เพราะขืนบอกว่าตนถูกอัดน่วมมามีหวังโดนพ่อกระทืบซํ้าแน่ๆ กล้าบอกว่าคืนนี้ให้ไปค้างบ้านเปี๊ยกก่อนพรุ่งนี้ตนจะไปที่อู่ช่วยแก้ตัวให้ แล้วขอกลับก่อน

กล้าขี่มอเตอร์ไซค์วิบากรุ่นเก่าเข้ามาในซอย เห็นพระหาญยืนอยู่หน้าบ้าน แต่พอไปถึงปรากฏว่าท่านหายไปแล้ว เมื่อเข้าไปเห็นสภาพในบ้าน เห็นหุ่นพยนต์ถูกเผาดำเป็นถ่าน กล้าตกใจวิ่งเข้าไปในบ้านเห็นกระเต็นกำลังเก็บกวาดบ้านอยู่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟที่ถนนกับที่รั้วถึงได้แตกหมด แถมต้นไม้ยังโดนเผาด้วย

“มีคนโรคจิตมันบุกเข้ามาลองของน่ะ แต่แม่เล่นงานจนมันเผ่นไปแล้ว” กล้าถามว่าแจ้งตำรวจหรือยัง กระเต็นตัดบทว่า “แค่คนบ้า แม่ไม่อยากให้มันยุ่งยาก”

“บ้าก็ต้องจับ ผมละเบื่อที่สุด ไอ้พวกชอบลอง ของเนี่ย วันนี้ผมก็เจอ ผมใช้แม่ไม้มวยไทยสั่งสอนไป ดีนะแม่ที่ผมไม่ได้พกตะกรุดไป ไม่งั้นมันคงหาว่าผมชนะเพราะมีของดี”

กระเต็นเอาตะกรุดออกมาถามว่าเอามาซ่อนไว้ หลังรูปพ่อหรือ กล้ามองตะกรุดพูดอย่างเบื่อหน่ายว่า รำคาญมีแต่คนมาถาม มาขอดูจนตนไม่เป็นอันทำอะไร พูดถึงอดีตว่า

“ตอนเด็กๆผมต้องเข้าโรงเรียนประจำก็เพราะพวกชอบลองของกับพ่อนี่แหละ”

กระเต็นบอกว่านี่เป็นของมีค่า เป็นมรดกของปู่ของพ่อที่ตกทอดมาถึงเขา ที่สำคัญตะกรุดนี้ช่วยคุ้ม– ครองชีวิตพ่อกับแม่ให้รอดมาจนมีเขา กล้าย้อนถามว่า “ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าเพราะพ่อกับแม่เก่งถึงไม่มีใครทำอะไรได้”

“ตกลงแกจะเถียงเอาชนะแม่ให้ได้ใช่ไหม” กล้าทำหน้าอ้อนบอกว่าใครจะกล้าเถียงคุณนายมือปราบ แล้วรับตะกรุดจากแม่ไปสวมคอ นึกขึ้นได้บอกว่า เมื่อกี้เห็น พระสงฆ์อยู่หน้าบ้านเหมือนหลวงปู่มา “ไม่ใช่หรอก หลวงปู่ท่านอยู่ในป่าลึก คงเป็นพระองค์อื่น ท่านคงมาธุดงค์แถวนี้”

“เสียดายผมนึกว่าจะได้กราบหลวงปู่ ตั้งแต่ท่าน มาเป่ายันต์ให้ตอนผมป่วยหนักคราวนั้น ก็ไม่เคยเจอ กันอีกเลย”

กระเต็นนึกถึงตอนกล้าอายุ 16-17 เขาป่วยหนัก พระหาญมาเป่ายันต์เกราะเพชรให้ ท่านบอกว่า

“ยันต์นี้คืออิติปิโสแปดทิศ เมื่อรับแล้วจะปลอดภัยจากไสยเวททุกชนิด ดวงเจ้ากล้ามันแรงมาก เจ็บป่วย คราวนี้อาจจะถูกกระทำจากวิญญาณชั่วร้าย ยันต์จะช่วยปัดเป่าให้ทุเลาขึ้น” ท่านยังบอกยํ้ากับกล้าว่า “เมื่อรับ ยันต์นี้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องไม่ดื่มเหล้า ไม่ลักขโมย หมั่นสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ทำได้ไหม”

“ได้ครับ” กล้ารับคำ พระหาญจึงพนมมือว่า คาถา ยันต์ลอยเข้าไปในหน้าอกเขา...

กล้าถอดเสื้อไปยืนหน้ากระจกดูหน้าอกตัวเอง พึมพำอย่างซาบซึ้งใจ...

“ขอบพระคุณครับหลวงปู่ สำหรับยันต์เกราะเพชร แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเป็นคนธรรมดาที่เอาตัวรอดด้วยความสามารถของตัวเองมากกว่า”

ooooooo

ในนิมิตของพระหาญ...ทิวบาดเจ็บสะบักสะ-บอมเดินอยู่ในป่า ท่านปรากฏตัวดัก เตือนสติทิวว่า

“ทิว เอ็งหยุดซะเถอะ...อย่าก่อกรรมต่อไปเลย”

“ไม่มีทาง ตราบใดที่ข้าไม่ตาย ข้าจะจองล้างจองผลาญพวกเอ็งจนกว่าข้าจะหมดลมหายใจ ข้าจะฆ่าล้างตระกูลพวกเอ็งให้ได้” ทิวพรวดเข้าบีบคอพระหาญ อ้าปากให้เงาดำของวิญญาณพุ่งเข้าใส่จนพระหาญกระ– อักเลือดทรุดลงไปนอน มองไปเห็นชัดกับสมุนเสือเมฆที่ตายเพราะถูกทลายชุมโจรเดินรุมเข้ามา ชัดคุกคามว่า

“พี่หาญ...ผ้าเหลืองคุ้มครองพี่ไม่ได้หรอก พี่กับไอ้กล้าต้องชดใช้ชีวิตให้ฉันกับพี่น้องของเรา”

ooooooo

ที่สำนักป่าอิสุโร...หลวงปู่หาญนั่งหลับตา เข้าฌาน เหงื่อเต็มหน้า เมื่อลืมตาขึ้นก็หายใจหอบ ลุกเดินคิดเครียด เดินไปก้มกราบองค์พระประธาน ในโบสถ์ร้าง เพ่งจิตระลึกถึงพ่อปู่บุญทา ครู่เดียวพ่อปู่ก็มาปรากฏกายตรงหน้า

“ใจท่านรุ่มร้อน จิตที่เป็นสัมมาสมาธิต่างหาก จึงจะเกิดปัญญา”

“ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่เป็นห่วงหลาน มีวิธีไหนไหมครับที่จะช่วยให้กล้า พ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้”

“กรรมย่อมติดตามผู้กระทำเหมือนเงาตามตัว ไม่มีทางหนีได้หรอก” หลวงปู่หาญถามว่าจะหนักหนาถึงชีวิตหรือไม่ “รู้หรือไม่รู้ จะแตกต่างกันยังไง ในเมื่อผลย่อมไม่เปลี่ยนแปลง ท่านปล่อยวางเสียเถิด”

หลวงปู่หาญเครียด ขอลาสิกขา พ่อปู่บุญทาบอกว่าถึงลาสิกขาก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้

“ผมคิดอย่างรอบคอบแล้วครับ ถึงจะห้ามวิบาก กรรมครั้งนี้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมอาจช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา”

พ่อปู่บุญทาเห็นว่าหลวงปู่หาญคงหมดบุญที่จะครองผ้าเหลืองแล้ว จึงสึกให้หาญในวัยชรานั่งขัดสมาธิอยู่กลางเพดานโบสถ์ที่โหว่ทะลุเห็นดวงอาทิตย์สาดแสงลงมา หาญนุ่งกางเกงขาวไม่ใส่เสื้อ แผงอกที่เหี่ยวย่นรอยสักยังชัดเจน เสียงพ่อปู่บุญทาเอ่ยขึ้นว่า

“ถึงแม้จะไม่ได้ครองเพศสมณะแล้ว แต่จงหมั่น รักษาศีลให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ อย่าให้ความดีที่ทำมาต้องสูญเปล่า”

หาญขอให้พ่อปู่ทำพิธีอมฤตเทวาให้ ท่านถามว่ารู้ใช่ไหมว่าผ่านวิธีนี้ต้องแลกด้วยอะไร หาญบอกว่ารู้แต่ตนตัดสินใจแล้ว พ่อปู่จึงทำพิธีให้...

เสียงสวดคาถาของพ่อปู่บุญทาก้องกังวาน ธรรมชาติย้อนเวลา...พระอาทิตย์เคลื่อนถอยหลัง จากกลางวันกลาย เป็นกลางคืนวนไปรอบแล้วรอบเล่า ธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟไหลรวมเป็นเนื้อเดียวกันก่อเป็นกำแพงล้อมรอบตัวหาญ

การย้อนเวลาทำให้ต้นไม้เถาวัลย์ที่เหี่ยวเฉา กลับมาสดใสใบเขียวขึ้นมาใหม่ หาญในวัยชราก็ย้อนกลับสู่วัยฉกรรจ์ ลุกยืนตระหง่าน

หาญในชุดฆราวาส ก้าวเดินมาในกลางป่าก้มมอง ลูกสะกดที่คอ ซึ่งพ่อปู่มอบให้หลังทำพิธีเสร็จ พ่อปู่บอกว่า

“ลูกสะกดหัวใจสิงห์ ทำจากเหล็กไหล มีพุทธคุณทั้งมหาอำนาจ คลาดแคล้ว คงกระพันชาตรี ตราบใดที่ เจ้ายึดมั่นในศีล ลูกสะกดนี้จะคุ้มครองรักษาเจ้าจนกว่าจะถึงเวลานั้น”

หาญกราบลาพ่อปู่เดินไปในป่าอย่างมุ่งมั่น คำเตือนของพ่อปู่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท...

“เจ้าตัดสินใจทิ้งทางธรรมก้าวกลับไปสู่ทางโลก สู่วังวนของกิเลสตัณหา ดุจเรือที่แล่นทวนน้ำ น้ำมีแต่จะ พัดพาเรือไหลลงสู่ที่ต่ำ จิตใจที่เข้มแข็งเท่านั้น จะต้านกระแสแห่งกรรมชั่วได้”

ooooooo

ที่ข้างกำแพงวัดมหาธาตุย่านค้าขายพระเครื่อง...

จุก บึงกร่าง ลูกน้องกระเต็นอดีตเด็กวัดที่ผันตัวเองมาเป็นเซียนพระเปิดแผงเช่าพระอยู่ข้างกำแพงวัด ขณะโอ่ความเก๋าเป็นเซียนพระของตนกับลูกค้าคนหนึ่งที่มาส่องพระ เหล็งลูกน้องเสี่ยไพบูลย์พ่อค้าของเก่าที่ลักลอบตัดเศียรพระและขโมยของเก่าตามวัดก็เดินกร่างเข้ามาเอาปืนจี้ถามว่า “แล้วไอ้นี่ล่ะ ของจริงหรือเก๊” เล่นเอาจุกกลืนน้ำลายเอื๊อก...

เหล็งตะคอกถามจุกว่า “เอ็งใช่ไหมที่ทะลึ่งไปบอกเซียนเพ้งว่าได้พระปลอม! ของที่นายอั๊วปล่อยไม่มีทางปลอมโว้ย จำเอาไว้”

“ตำรวจ” จุกตะโกน พอเหล็งหันมอง จุกก็คว้าเก้าอี้ฟาด เหล็งหลบได้ทันยันจุกล้มเอาปืนจ่อยิงเผาขน จุกลงไปนอนแผ่สองสลึง

“ช่วยด้วย เซียนจุกถูกยิง” พวกแม่ค้าตะโกน กระเต็นมาเขย่าจุก หันตะโกนให้ใครก็ได้ช่วยเรียกรถ พยาบาลที

“พี่เต็น...ไม่ต้อง” จุกลุกนั่งยิ้มเผล่ กระเต็นผงะ บรรดาไทยมุงพากันอุทานทึ่งว่า เซียนจุกนี่เหนียวจริงๆ!

ที่แท้จุกใส่เสื้อเกราะที่ตำรวจเอามาขายให้ถูกๆ

บอกกระเต็นที่มานั่งคุยกันที่ศาลาริมน้ำว่า ใส่ไว้หน่อยเผื่อท่องมหาอุดไม่ทัน ทำเอากระเต็นเซ็งถามว่าถ้าโดนยิงหัวจะทำยังไง บอกให้เลิกมันอันตรายก็ไม่เลิก

เป็นตายยังไงจุกก็ไม่ยอมเลิกเพราะกว่าจะไต่เต้าขึ้นมามีแผงของตัวเองได้ก็ต้องเป็นผีสนามอยู่ตั้งนาน ถามกระเต็นว่ามาที่นี่ทำไมหรือ

กระเต็นบอกว่ามาปรึกษาเรื่องจะบวชกล้า

ooooooo

ด้วยความอยากเจอราชาวดีที่พบกันแวบเดียวในงานคืนนั้น กล้าไปเมียงๆมองๆที่ตึกการเรือน เจออาจารย์สมใจ อาจารย์ถามว่าอยู่แผนกไหน มาทำอะไรแถวนี้ กล้าตกใจบอกว่าตนเป็นศิษย์เก่าแผนกช่างยนต์ มารอเพื่อน

“แต่นี่เป็นแผนกการเรือนไม่น่าจะมีเพื่อนเธออยู่แถวนี้” อาจารย์พูดอย่างรู้ทัน

“จริงด้วย...แหม ผมไม่ได้เข้ามานานเลยลืม ขอโทษครับ” กล้าเฉไฉยิ้มแหย รีบเดินแยกไป แล้วก็อยากเขกหัวตัวเองที่แม้แต่ชื่อสาวที่ติดตาต้องใจก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

“ราชาวดี ทำไมเพิ่งมา” เสียงดวงใจร้องถามเพื่อนอย่างร้อนใจ กล้าหันมองเห็นสาวเจ้าเข้าเต็มตา หัวใจหนุ่มพองโตยิ้มออกมาเต็มหน้าพึมพำชื่อสาวเคลิ้ม “ราชาวดี...”

ดวงใจกับราชาวดีวิ่งขึ้นไปบนตึก ราชาวดีชี้แจงกับเพื่อนว่า ที่มาช้าเพราะไม่รู้ว่าใครมาเลาะชุดที่ตนเนาไว้กับหุ่นที่เตรียมส่งอาจารย์ออกหมด สองสาวเลยต้อง

ช่วยกันเนาชุดอีกรอบ พูดกันว่าต้องมีคนแกล้งเราแน่ๆ

งามตาแอบดูอยู่ พูดกับเพียงพิศและนงคราญว่าสมน้ำหน้า เมื่ออยากเด่นก็เด่นเสียให้พอ

“แค้นอะไรไม่แค้นเท่าไม่ได้อยู่คุยกับพี่กล้าต่อ เมื่อไหร่จะได้เจออีกก็ไม่รู้” นงคราญบ่น

“พี่กล้าเป็นเนื้อคู่ฉัน ยังไงก็ต้องได้เจอกันอีก พนันกันไหม” งามตาอุ๊บอ๊ิบอุบพี่กล้าไว้เสียเลย

ooooooo

ราชาวดีกับดวงใจช่วยกันเร่งเนาชุดกับหุ่นให้ทันส่งอาจารย์กันมือไม้สั่น เพราะรีบมากเลยทำกระดุมหล่นกลิ้งหายไป ราชาวดีบอกดวงใจว่าให้ไปดูในล็อกเกอร์ตนซื้อมาเผื่อไว้ให้รีบไปเอา แล้วตัวเองก็ตั้งหน้าตั้งตาเนาชุดต่อ

กล้ายังเดินวนเวียนมองหาราชาวดี จนเห็นนั่งเนาชุดอยู่ เธอได้ยินเสียงคนเดินนึกว่าดวงใจมาแล้ว

บอกเพื่อนโดยไม่หันมองให้ช่วยส่งเข็มหมุดให้หน่อย กล้าเห็นไม่มีใครเลยสวมรอยส่งเข็มหมุดให้แต่เอาทางปลายออก เลยตำมือเธอจนร้อง กล้าตกใจคว้ามือเธอไปดูรีบขอโทษ

พอราชาวดีหันมาเห็นเป็นกล้าก็รีบชักมือกลับขยับถอยห่างจนเกือบตกเก้าอี้ กล้ารีบคว้าไว้ เลยเหมือนนั่งประคองกันอยู่ งามตากับเพื่อนมาเห็นพอดี โวยวายว่า ราชาวดีกล้านัดผู้ชายมาพลอดรักกันถึงห้องเรียนเลยหรือ พอเห็นชัดๆว่าชายหนุ่มคนนั้นคือกล้า งามตาอุทานเหมือนเพ้อ “พี่กล้า...”

“อย่าเข้าใจผิด มันเป็นอุบัติเหตุ เป็นความผิดของพี่เอง” กล้าออกรับแทน

“วดีๆ อาจารย์มาแล้ว” ดวงใจร้องบอกพลาง

วิ่งเข้ามา พอเห็นบรรยากาศในนั้นก็ร้องอุ๊ย! ส่วนกล้าก็รีบขอตัวเดินออกมาสวนกับอาจารย์พอดี กล้ารีบ

ยกมือไหว้แล้วเลี่ยงไป อาจารย์มองงง ส่วนพวกสาวๆก็พากันเข้าห้องเรียน

งามตามองราชาวดีอย่างอาฆาตด้วยความหึงหวงกล้าที่ตัวเองแอบอุ๊บอิ๊บว่าเป็นแฟน

เมื่อเจอกันที่มุมตึก งามตาโมเมว่ากล้ามาหาตนแต่เจอราชาวดีก่อนเลยฉวยโอกาสยั่วเขา โต้เถียงจน

ตบตีกัน เพื่อนๆต้องเข้ามาช่วยกันจับแยก งามตาชี้หน้าอาฆาตราชาวดีว่า

“จำไว้อย่ามายุ่งกับของของฉัน ไม่งั้นเสียโฉมแน่”

ooooooo

บ้านราชาวดีอยู่ริมน้ำ เธอกลับบ้านเจอคะนึงนิจ พอคะนึงนิจรู้ว่าเพื่อนถูกตบมาก็ตกใจถามว่าเป็นพวกนักเลงหรือเปล่า ระแวงว่าเป็นพวกที่มาตามหาตนใช่ไหม

“เดี๋ยวๆนิจ นักเลงที่ไหน เรามีเรื่องเข้าใจผิดกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ” เอะใจถามว่า “นิจพูดเหมือนกำลังมีใครตามตัวอยู่ แบบนี้ใช่ไหมเมื่อวานนิจถึงเข้ามาแอบอยู่หลังเวที แล้วก็ขอมาค้างกับเรา”

คะนึงนิจกลบเกลื่อนว่าไม่ใช่ เมื่อวานตนท้องเสียวาดรูปให้ลูกค้าไม่ทันเสร็จต้องรีบไปเข้าห้องน้ำ เลยกลัวเขาจะตามมาเอาเรื่อง ราชาวดีเลยชวนให้มาอยู่เสียด้วยกันที่บ้านเพราะเธอเช่าห้องอยู่คนเดียวตนเป็นห่วง

“ไม่ได้หรอก สมบัติบ้าเราเยอะ แค่ครูสอนให้เราฟรีๆนี่เราก็เกรงใจจะแย่แล้ว”

พอดีเริงกลับมา ราชาวดีถามว่าทำไมวันนี้พ่อกลับเร็ว เริงบอกว่าเมื่อวานเด็กยกพวกตีกัน วันนี้เลยปล่อยกลับเร็วหน่อยจะได้ไม่ต้องเจอกับคู่อริ แล้วบ่นเด็กพวกนี้ที่ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง คะนึงนิจผสมโรงเห็นด้วยในใจก็นึกถึงภูมินทร์พี่ชายตัวเอง

ooooooo

ฝ่ายภูมินทร์กำลังไปดูและเจรจาซื้อของเก่าจากเสี่ยไพบูลย์ที่ตาบอดข้างหนึ่งต้องเอาผ้าคาดไว้และขาข้างหนึ่งเป็นขาปลอมเพราะโดนระเบิด ภูมินทร์ซื้อของเก่าจากไพบูลย์อย่างใจปํ้าแล้วฝากขายงาช้าง เขาสัตว์ และขอให้ช่วยสองเรื่อง

เรื่องแรกคือให้ช่วยหาบ้านในกรุงเทพฯให้สักหลังเผื่อมีธุระสำคัญต้องไปอยู่สักพัก เรื่องที่สองคือให้ช่วยสืบหาคน

“น้องสาวผมเอง หนีออกจากบ้านมาเกือบปีแล้ว ผมได้ข่าวว่ามารับจ้างวาดรูปอยู่แถวโรงเรียนสหวิช”

“ไม่มีปัญหาแถวนั้นถิ่นของลูกน้องผมเหมือนกัน” เสี่ยรับปากอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยเพื่อธุรกิจผิดกฎหมายด้วยกัน

ขณะนั้นเอง เหล็งวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกเรื่องตนจ่อยิงจุกเผาขนแต่ไม่เข้า จุกลุกขึ้นมาเดินปร๋อ เล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“แล้วผมก็เพิ่งรู้ว่าไอ้นี่มันเป็นลูกศิษย์ของพระหาญ”

“พระหาญ ไอ้เสือหาญน่ะเหรอ แสดงว่ามันเป็นพวกมีวิชาอาคมน่ะสิ” เสี่ยรู้ทันที ภูมินทร์เข้ามาถาม เสี่ยเล่าว่า “ศัตรูเก่าของผมน่ะพ่อเลี้ยง มันเป็นคนที่ทำให้ผมต้องหนีไปกบดานหากินเสี่ยงกับระเบิดอยู่ชายแดน ต้องเสียทั้งตา ทั้งขาข้างนี้...ชาตินี้ผมไม่มีวันลืมมัน ไอ้เสือหาญ!”

“เสือหาญ...” ภูมินทร์ทวนชื่ออย่างสนใจ

ooooooo

ในป่า...หาญกำลังวิ่งลัดเลาะมาตามตะเข็บชายแดน พลางเอามืออังกระแสความร้อนจากกสิณ ไฟของทิวว่าผ่านไปทางไหนบ้าง แล้วก็รับรู้จากกระแสจิตว่าทิวกำลังกัดฉีกเนื้อหญิงสาวชาวป่าคนหนึ่งแล้วเหวี่ยงทิ้งไป ดูดเลือดที่มือพลางกวาดตามอง แผดหัวเราะอย่างสะใจ

หาญย่นระยะทางมาเห็นหญิงสาวนอนคว่ำหน้าอยู่ แต่พอเข้าประคองกลายเป็นสมิงปอบแยกเขี้ยวกัดคอหาญทันที แต่ถูกลูกสะกดที่คอหาญกระเด็นออกไป หาญอุทาน “สมิงปอบ...”

หาญถูกสมิงปอบมากมายทั้งไต่ลงจากต้นไม้ทั้งคลานออกจากพงหญ้าเข้ามาล้อมหาญคำรามใส่ หาญควักสนับมือเสือขึ้นมาเป่าอาคมสู้กับสมิงปอบเหล่านั้น เมื่อถูกรุมเข้ามาก็ว่าคาถาปลุกเสือสู้ จนเหล่าสมิงปอบกระเด็นหายไปเหลือตัวเดียวที่โดนสนับเล็บเสือของหาญนอนเจ็บอยู่

หาญรูดใบไม้มาเป่ามนต์ยื่นให้เอาไปสมานแผล บอกสมิงปอบว่า

“พวกเอ็งถูกปลุกขึ้นมาด้วยความไม่เต็มใจ ไอ้ทิวสะกดพวกเอ็งให้คอยรับใช้มัน จำไว้ จิตที่ตั้งมั่น จะช่วยให้เอ็งมีพลังคลายมนต์สะกดของมันได้”

หาญหลับตาตั้งจิต มนต์สะกดสีดำของทิวไหลออกจากร่างหายไป สมิงปอบลืมตาขึ้นกลายเป็นดวงตามนุษย์

“ข้ารู้ว่าคนที่ท่านตามหาอยู่ไหน ข้าจะนำทางท่านเอง” พริบตานั่นสมิงปอบกลายร่างเป็นเสือลาย พาดกลอนกระโจนแผล็วนำทางไปทันที

หาญไปเจอทิวฆ่าผู้คนมากมาย ทั้งยังเผากระท่อมชาวบ้านด้วย หาญถามว่าทำไมต้องฆ่าคนมากมายขนาดนี้ ทิวบอกว่าเลือดและหัวใจมนุษย์เท่านั้นที่จะทำให้ตนมีพลัง

ทิวจำได้ว่าหาญคือพ่อเฒ่าคนนั้น หาญบอกว่าไม่ต้องสนใจว่าตนคือใคร เอาเป็นว่าฟ้าคืนเวลาให้ตนเพื่อมาจัดการเขา เรียกทิวให้ตามตนไปรับโทษทัณฑ์เสีย

“ข้าไม่ผิด ไอ้เพชรต่างหากมันเป็นฆาตกร มันทำให้ลูกเมียข้าต้องตาย”

“เมียกับลูกเอ็งตายเพราะโมหะของเอ็ง เอ็งฝึกอาคมจนสติฟั่นเฟือน ไม่เกี่ยวกับเพชรหรือใครทั้งสิ้น”

ทิวคลุ้มคลั่งพุ่งเข้าเล่นงานหาญ ถูกหาญใช้สนับเล็บเสือสู้ ต่างใช้วิชาอาคมเข้าต่อสู้กัน หาญถูกลูกไฟวิ่งไปถึงหน้าผาข้างล่างเป็นธารน้ำตกไหลเชี่ยว หันกลับมาเจอทิวจะเข้ามาควักหัวใจเซ่นวิญญาณลูกเมีย

หาญแหวะเสื้อว่าคาถาปลุกเสือเผ่น ทิวถูกอัดกางมือออกเกิดลูกไฟลุกพรึ่บ หาญเข้าข้างหลังจับมือทิวสองข้างกระแทกกันเกิดระเบิดสนั่น ร่างทั้งสองกระเด็นกันไปคนละทาง

ร่างทิวติดไฟจึงวิ่งไปจุ่มน้ำ ถูกน้ำที่ไหลเชี่ยวซัดไปกำลังจะตกหน้าผา หาญยื่นมือให้จับจะลากขึ้นมา แต่ถูกทิวกระชากตกจากหน้าผาหายไปในผืนน้ำเบื้องล่างด้วยกัน...

ooooooo

กล้าขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ถูกรักยมแกล้งจนเข็นรถเข้าบ้านไม่ได้ เท่านั้นไม่พอยังซนกระโดดเกาะหลังกล้าเอามือปิดตา กล้าสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด เลยหลับตาว่าคาถาปลุกตะกรุด

ตะกรุดสามกษัตริย์เรืองแสงทันที รักกับยมร้องอย่างเจ็บปวดกระเด็นจากหลังกล้าลงไปร้องขอให้พ่อช่วยด้วย

จุกถือขวดน้ำมันจันทน์วิ่งมาเรียกรักยมเข้าขวด เอาไปวางไว้บนหิ้งมีถาดขนมนมเนยจุดธูปบอกให้อยู่ที่นี่จนกว่าพ่อกับแม่เข้านอนค่อยออกมาเฝ้าบ้าน กล้าถามว่าจวนไปไหน จุกบอกว่ากระเต็นให้ลาพัก ส่วนกระเต็นเองไปหยิบดวงของเขา เพราะพรุ่งนี้ตนต้องไปขอฤกษ์บวชให้เขา

กล้าทั้งงงทั้งไม่ชอบใจที่จู่ๆก็จะให้บวชทั้งที่ตนไม่รู้เรื่องเลย พอดีกระเต็นกลับมาบอกว่าจะให้เขาบวชสักพรรษาหนึ่ง

กล้าคิดไม่ตกเพราะกำลังตกหลุมรักราชาวดี แต่เมื่อแม่ให้บวชจึงไปอู่ซ่อมรถขอลาบวชกับจ่าลุยพ่อของนุกูล พอรู้ว่ากล้าลาบวช จ่าลุยขออนุโมทนาด้วย อนุญาตให้หยุดได้โดยไม่ต้องลา กล้าจึงกราบขอขมาที่เคยล่วงเกินเสียเลย

นุกูลคิดหนัก เมื่อเจอกล้าที่ท่าเรือข้ามฟากก็รำพึงรำพันว่ากล้าลาบวช ตนเหมือนขาดใจเพราะขาดกุนซือ สิ้นเดือนนี้ถ้าสอบได้เกรดไม่ดีมีหวังโดนพ่อไล่เตะ ที่สำคัญคือใครจะช่วยตนจีบงามตา?

“เรื่องเรียนแกคงต้องพึ่งตัวเองแล้วว่ะ แต่เรื่องผู้หญิง ด้านได้อายอด ท่องเอาไว้ ผู้หญิงเขาชอบผู้ชายที่ มั่นใจ เมื่อรักก็บอกแมนๆไปเลย เชื่อพี่” กล้าตบบ่านุกูลลุ้นให้กำลังใจ นุกูลมองหน้ากล้ากลืนน้ำลายเหนียวคอ ยิ้มเหยเก...

ooooooo

เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด