ตอนที่ 17
วันนี้ ขุนโชติเรียกกล้าไปพบ บอกว่าพรุ่งนี้จะเคลื่อนกำลังไปกำจัดหลวงณรงค์กันแล้ว คิดว่าเรามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำกันเสียก่อน กล้ามองอย่างใคร่รู้ว่าเรื่องอะไร
“ไอ้กล้า...แม้เอ็งติดตามข้ามาได้ไม่ นาน แต่ความภักดีของเอ็งเป็นที่ประจักษ์ แลทำให้ข้าซึ้งใจนัก ถึงคราที่กุมภีล์พิฆาตจักต้องมีผู้สืบทอดเสียที”
“อาจารย์...” กล้าอุทานด้วยความดีใจ ทรุดลงคุกเข่าไหว้ “เป็นบุญของฉันจริงๆ ฉันจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังเป็นอันขาด”
“ข้ารู้ว่าข้าไว้ใจคนไม่ผิด...ไอ้ลูกชาย”
ขุน โชติกางกงเล็บทั้งสองมือออก ร่ายมนต์ กล้าถอดเสื้อวางมือทั้งสองข้างบนเข่าหันหลังให้ เกิดพายุพัดแรงยันต์จระเข้ของขุนโชติเรืองแสงขึ้น พลันก็มีก้อนพลังสีแดงที่กงเล็บทั้งสองข้าง ขุนโชติผลักก้อนพลังลงไปที่แผ่นหลังของกล้า ก้อนพลังไหลเข้าตัวกล้าแผ่ไปทั่วร่าง
ร่างของกล้าเริ่มโอนเอนสั่นเทิ้ม เหงื่อผุดเต็มหน้า ทันใดนั้น! พลังของขุนโชติก็ถูกแสงสีขาวในตัวกล้าผลักออกมา ยันต์รูปพญานาคเรืองแสงขาวจ้าลอยออกมาจากแผ่นหลังกล้าแวบหนึ่ง ขุนโชติผงะ!
กล้าผิดสังเกตถามว่าเกิดอะไรขึ้น ขุนโชตินิ่งไปอึดใจตอบนิ่งๆว่า “ไม่มีกระไร พอแค่นี้ก่อน”
กล้าถามว่าอาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่า ขุนโชติมองอย่างค้นหาถามว่า “เอ็งเป็นห่วงข้าจริงๆหรือ?”
“ทำไมอาจารย์ถึงถามแบบนั้น ก็อาจารย์เป็นอาจารย์ของฉัน”
“เอ็งคิดเยี่ยงนั้นจริงก็ดี ข้าแค่เหนื่อยเพราะวางแผนไปพระนครจนเกือบรุ่ง เอ็งกลับไปเสีย ข้าจักเข้าฌานต่อสักพัก”
พอกล้ากลับไปงงๆ ขุนโชติมองตามกล้าพึมพำทั้งแค้นใจ ทั้งเจ็บใจ...
“พลังนาคราช...เอ็งไปฝึกมาจากใครกัน!”
ooooooo
ที่อีกด้านหนึ่งของปางไม้ อาจารย์ยอดกำลังบัญชาให้ลูกน้องขนหีบสมบัติมากมายไปขึ้นรถกระบะ อาจารย์ยอดยืนมองพูดอย่างลำพองใจว่า
“ข้าม ชายแดนไปเมื่อไหร่ ของพวกนี้แหละที่จะทำให้เรารวยไปได้ตลอดชาติ เฮอะ...เรื่องอะไรจะต้องโง่ตามมันไปสู้กับพวกไอ้หลวงณรงค์นั่นด้วย มันไม่ใช่เจ้าชีวิตข้าโว้ย แบบนี้กว่าแผนจะสำเร็จ กว่าปางไม้จะเป็นของข้า ก็คงได้แก่ตายกันก่อนพอดี”
พลันก็มีลูกไฟพุ่งปะทะตัวลูกน้องที่ขนหีบ สมบัติอยู่ตายไป 2 คน หีบร่วง ทั้งเครื่องทองเครื่องเพชรหล่นกระจายเกลื่อน อาจารย์ยอดเอะใจมองไปเห็นขุนโชติยืนหน้าถมึงทึงอยู่ก็ตกใจตะลึงงัน
“ไอ้ยอด ไอ้ทรยศ เอ็งจักทำกระไร!” ขุนโชติตวาด
พอถูกจับได้อาจารย์ยอดก็ตาลีตาลานบอกว่าจะเอาไปขายเอาเงินมาให้ท่าน ถูกขุนโชติตวาดอย่างรู้ทันว่า
“หุบปาก! คนสองเจ้าบ่าวสองนายเยี่ยงเอ็งมันสับปลับ เชื่อไม่ได้ ตอบข้ามา เอ็งสอนวิชานาคราชให้ไอ้กล้าใช่หรือไม่...ตอบข้ามาบัดเดี๋ยวนี้!”
อาจารย์ ยอดทำไขสือถามว่าพูดอะไรตนไม่รู้เรื่อง ถูกขุนโชติตวัดกงเล็บใส่ อาจารย์ยอดหลบชักมีดหมอแทงสวนไปแต่ไม่เข้า ทั้งคู่ต่างใช้วิชาอาคมของตนต่อสู้กันเอาเป็นเอาตาย แต่อาจารย์ยอดสู้วิชากุมภีล์พิฆาตของขุนโชติไม่ได้ ถูกกงเล็บจระเข้ตวัดใส่จนเลือดอาบถูกซ้ำด้วยหมัดอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทก ต้นไม้กระอักเลือดทรุดลง ขุนโชติตามไปจะตวัดกงเล็บใส่อีก อาจารย์ยอดตัวสั่นยกมือไหว้ร้องขอชีวิต
“อย่าฆ่าข้า...ข้าผิดไปแล้ว ไอ้กล้ามันบังคับให้ข้าสอนมัน มันอยู่เบื้องหลังเรื่องทุกอย่าง คนที่ลอบทำร้ายไอ้ไทก็คือมัน มันว่ามันจะกำจัดท่านให้ได้”
“งั้นรึ!” ขุนโชติเดินออกไป อาจารย์ยอดมองอย่างโล่งอก แต่พริบตาเดียวขุนโชติก็หมุนตัวกลับมาสะบัดลูกไฟใส่อาจารย์ยอดจนลอยกระเด็น ตกลงมากระอักเลือด ต้นไม้ที่ถูกเปลวไฟโค่นลงมาทับร่างอาจารย์ยอดจนร้องลั่น
ขุนโชติแสยะยิ้มอย่างสะใจ!
ooooooo
กล้า ไปยืนรออาจารย์ยอดที่ป่าหลังปางไม้ รอนานผิดสังเกตจึงกลับไปหาที่บ้านพัก แต่พอเปิดประตูเข้าไป กล้าก็ผงะเมื่อเห็นขุนโชตินั่งอยู่ ถามเสียงประหม่าว่าทำไมอาจารย์ถึงอยู่ที่นี่
“ไอ้ยอดมันคิดคดทรยศ มันคิดขโมยสมบัติข้าหนีไป ดีที่ข้าไหวทัน จับมันได้” กล้าถามว่าอาจารย์ยอดตายแล้วหรือ “ผู้ใดทรยศ ข้าไม่เอามันไว้ เอ็งก็แจ้งแก่ใจดี”
กล้าไหวตัวทัน ทำทีพูดดีว่านึกแล้วว่าอาจารย์ยอดต้องคิดไม่ซื่อ ตนจึงคิดจะมาจับผิด แต่ไม่นึกว่าขุนโชติจะตัดหน้าก่อน ยกยอปอปั้นว่า “อาจารย์ปราดเปรื่องจริงๆ”
ขุนโชติสั่งให้กล้าเก็บข้าวของ เราจะเดินทางไปอิสุโรเดี๋ยวนี้ กล้าชะงัก ขุนโชติจับตาดูอยู่ถามว่าไม่อยากสู้กับปู่ตัวเองหรือ
“เปล่าอาจารย์ ความแค้นของอาจารย์ก็เหมือนความแค้นของฉัน”
“ดี สมแล้วที่เอ็งเป็นศิษย์รักของข้า!” ขุนโชติชมแต่จ้องหน้ากล้าตาคมกริบ!
กล้าแอบเครียด ไม่คิดว่าต้องเดินทางเร็วขนาดนี้
ooooooo
ที่ป่าอิสุโร... หาญ ยิ่งยศ กระเต็น กระถิน ศรีแพรและจุก รวมตัวกันอยู่ที่นั่น หาญเอ่ยกับทุกคนว่า
“อีกไม่นาน พวกขุนโชติต้องมาที่นี่ตามคำท้าแน่ รีบลงมือกันเถอะ”
ทุก คนทำงานกันอย่างเร่งรีบ กระเต็นกับจุกช่วยกันขึงเชือกระหว่างต้นไม้ เพื่อแขวนกระดิ่ง หาญกับศรีแพรทำเครื่องหมายกากบาทที่ต้นไม้ ส่วนยิ่งยศแยกไปขุดหลุม
เตรียมงานเสร็จทุกคนมารวมกันที่หน้าโบสถ์ร้าง หาญว่าคาถา ผายมือออก เกิดม่านมนต์เรืองแสงครอบบริเวณรอบๆไว้ หาญย้ำแผนการอีกครั้งว่า
“กระดิ่งที่ขึงเอาไว้จะส่งสัญญาณเตือนพวกเรา จากนั้นพวกขุนโชติจะหลงอยู่ในค่ายกลที่ข้าสร้างไว้เป็นด่านแรก”
“แล้วถ้าค่ายกลถูกไอ้ขุนโชติทำลายได้ล่ะน้า” จุกสงสัย
“ก็ เจอกับหลุมพรางของฉันต่อน่ะสิ ไอ้หลุมเนี่ยจะดูดให้พวกมันติดอยู่ในนั้น จนออกมาไม่ได้ แต่ถ้าไอ้ขุนโชติหลุดออกมาได้ ก็จะเจอกับกำแพงมนต์ที่จะป้องกันอาวุธ แล้วก็กันไม่ให้พวกมันหลุดเข้ามา” ยิ่งยศอธิบายต่อ
จุกยังข้องใจถามว่าทำไมเราไม่เล่นแบบโดนปุ๊บตายปั๊บไป เลยเพราะขุนโชติมีวิชากุมภีล์พิฆาตและยังมีกล้าเป็นพวกอีกต่างหาก หาญบอกว่าตนไม่ต้องการฆ่าใคร จุกโวยว่าพวกนั้นมีตำรวจเป็นพวกมันจะฆ่าเราแต่เราไม่ฆ่ามัน แบบนี้เราก็แย่สิ
“จุก...เอ็งทำตามที่ข้าพูดก็พอ ยิ่งขุนโชติใช้ตำรวจเป็นพวกก็ยิ่งฆ่าใครไม่ได้ เข้าใจไหม” หาญตัดบทแล้วบอกกระเต็น “เอ็งไม่ต้องกังวลกระเต็น เราต้องจับกล้าให้ได้และต้องไม่มีใครตายอีก”
“ค่ะ หนูเชื่อคุณพ่อ” กระเต็นบอกไปอย่างนั้น แต่ก็เครียดเป็นห่วงกล้า ทุกคนได้แต่มองอย่างเห็นใจ
ooooooo
ศรีแพรแอบเก็บดอกไม้ป่ามาร้อยมาลัยกระมิด- กระเมี้ยนเอาให้หาญ บอกว่าตั้งใจร้อยให้เขาเอาไปถวายพระ
หาญขอบใจด้วยความซาบซึ้ง ศรีแพรบอกหาญอย่างสุดจะอดกลั้นได้แล้วว่า
“หาญ...ข้า รู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิต แต่ถึงไอ้ขุนโชติมันจะเก่งแค่ไหน ถ้ามันคิดทำร้ายเจ้า ข้าขอสู้ตาย มันต้องข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรแน่”
“ศรีแพร...เอ็งอย่าพูดแบบนี้ ข้าไม่ได้มีคุณค่าขนาดนั้น อย่าลืมสิว่า เอ็งต้องรักษาชีวิตไว้เพื่อหมู่บ้านของเอ็ง เอ็งต้องสร้างม่อนช้างเผือกขึ้นมาอีกครั้งให้ได้”
ศรีแพรถามว่าหาญจะอยู่ช่วยสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่กับตนไหม ถามแล้วพูดอย่างน้อยใจว่า
“เจ้าคงรังเกียจคนบ้านป่าอย่างข้ามากสินะ”
“ศรีแพร...มันไม่ใช่อย่างที่เอ็งคิดสักนิด”
“ข้า รู้ว่าเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าเห็น แต่ต่อให้เจ้าอายุสักร้อยปีหรือสองร้อยปี ข้าก็จะรักเจ้า เจ้าได้ยินไหม ยังไงข้าก็จะรักเจ้า”
หาญมองศรีแพรอย่างหวั่นไหว สงสาร จนเกือบจะเผลอใจจูบ แต่ก็ได้สติเสียก่อน ผละออกมา เอ่ยขอโทษบอกให้ศรีแพรไปพักเสีย ตนจะเอาพวงมาลัยไปไหว้พระแล้วเข้าสมาธิต่อสักหน่อย
ที่มุมลับตา ยิ่งยศได้ยินและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เมื่อหาญเดินกลับจึงโผล่มากระเซ้า ถามว่าคิดอย่างไรกับเด็กนั่น ทั้งสวยทั้งใจเด็ดน่ารักดีออก ยุเพื่อนว่า
“แกน่ะได้ผสานร่างกับพญาสมิงเหล็กแล้ว ยังไงก็ได้เป็นหนุ่มแน่นไปตลอด คิดดูดีๆนะเว้ย จะตัดใจกลับไปบวชจริงๆเหรอวะ”
“ไอ้ ยิ่ง” หาญตีหน้าขรึม “ฉันกลับมาไม่ได้เพราะต้องการเสพสุขทางโลก แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อจะช่วยกล้า บอกตามตรง ฉันไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายจนต้องเดือดร้อนถึงแกแบบนี้ด้วยซ้ำ” ยิ่งยศบอกว่าตนดีใจด้วยซ้ำที่ได้กลับมาช่วยเพื่อนรัก ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต
“เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะเข้าสมาธิครั้งสุดท้ายเพื่อปลุกพญาสมิงเหล็ก แกช่วยดูด้วยอย่าให้ใครเข้าไปรบกวนฉันเป็นอันขาด” ยิ่งยศรับรองว่าเรื่องแค่นี้สบายมาก หาญมองยิ่งยศพูดเหมือนจะล่ำลา “ขอบใจมากไอ้ยิ่งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันอยากให้แกรับปากฉันเรื่องนึง ถ้าฉันเป็นอะไรไป แกจะดูแลทุกคนให้ปลอดภัย”
“แกพูดอะไรของแกวะ แกมีเหล็กไหลประทับอยู่ในร่าง ถ้าแกไม่อัญเชิญพญาสมิงเหล็กออกไป แกก็ไม่มีวันตาย”
หาญบอกว่าก็พูดเผื่อๆ ไว้เท่านั้น ยิ่งยศเลยรับปากให้เพื่อนสบายใจแล้วแยกกัน ยิ่งยศมองตามหาญไปงงๆ กับท่าทีแปลกๆของเขา
ooooooo
รองฯ อำนวยเตรียมบ้านและอาหารเครื่องดื่มไว้รับรองขุนโชติที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเดินทางต่อไปอิสุโรตามคำท้าของหาญ ขุนโชติขอบใจแต่เอาไว้กำจัดหลวงณรงค์สำเร็จก่อนค่อยมาฉลอง แล้วเร่งกล้าให้นำทางไป
กล้าหาเหตุถ่วงเวลา ถูกขุนโชติมองอย่างระแวง ยื่นคำขาดว่าถ้ากล้าไม่พาไปตนก็จะย่นระยะทางไปเอง
เมื่อ ถ่วงรั้งขุนโชติไว้ไม่ได้ กล้าตัดสินใจจะกำราบ เสียเดี๋ยวนี้เลย แต่ขุนโชติที่ระแวงและระวังตัวอยู่แล้ว หลบดาบประจุพรายของกล้าได้ ถีบกล้ากระเด็น ด่าอย่างเจ็บใจว่าเนรคุณ คิดว่าตนโง่หรือถึงได้ใช้แผนตื้นๆแบบนี้
กล้าตกใจที่ขุนโชติรู้ทัน ขุนโชติจ้องกล้าพูดอย่างแค้นใจว่า อาจารย์ยอดบอกตนหมดแล้ว ด่ากล้าว่าเนรคุณ เลี้ยงเสียข้าวสุก เสียแรงที่ตนรักดุจลูกในไส้
“ถึงแกจะดีกับฉันยังไง แต่บาปที่แกทำกับคนบริสุทธิ์ฉันอภัยให้ไม่ได้” กล้าเผยตัวเต็มที่
ขุน โชติเป่าคาถาลงบนมือทั้งสองข้างมือกลายเป็นกงเล็บจระเข้ กล้ารีบบริกรรมคาถาลงบนดาบประจุพราย ตวัดออกไป แต่ขุนโชติหลบทัน แล้วจู่โจมกล้าด้วยกงเล็บจระเข้จนกล้าเลือดสาด
“เป็นศิษย์ริอาจคิดล้างครู เอ็งใช้วิชาที่ข้าสอนสู้กับข้าจักได้ความกระไร ไหน ข้าขอชมวิชานาคราชเป็นบุญตาสักครั้งเถิด”
กล้าร่ายคาถาวิชานาคราชเข้าต่อสู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นนาคราชเคลื่อนกาย หมัดนาคราชหรือนาคราช
สะบัดหาง ล้วนถูกขุนโชติรับมือและซัดกลับจนผงะ ขุนโชติพูดเย้ยอย่างไม่ยี่หระว่า
“คัมภีร์นาคราชร้ายกาจสมกับเป็นวิชาของทวยเทพแต่เอ็งยังอ่อนด้อยเกินกว่าจะใช้มัน”
ขุนโชติใช้วิชากุมภีล์พิฆาตตามด้วยกสิณไฟเล่นงาน เกิดระเบิดจนกล้าลอยกระเด็นไป
ooooooo
กล้า ต่อสู้กับขุนโชติที่บริเวณทางขึ้นอิสุโร ขุนโชติประกาศว่าจะให้กล้าเห็นกุมภีล์พิฆาตที่แท้จริง แล้วร่ายมนต์จนร่างขุนโชติค่อยๆกลายเป็นสีดำทะมึน ผิวกายเป็นเกล็ดจระเข้ ตวัดแขนไปมา
เกล็ดจระเข้นับร้อยพุ่งเข้าหากล้าจนปัดป้องไม่ได้ แต่พริบตานั้นเกิดกำแพงแก้วมาป้องกันกล้าไว้
“ปู่หาญ”กล้าอุทาน เมื่อเห็นหาญมาช่วยตนไว้
เมื่อหาญรู้ว่ากล้าฝึกวิชานาคราชมาสู้กับขุนโชติก็ตำหนิว่าไม่ควรเสี่ยงแบบนี้ แล้วหันไปท้าขุนโชติว่า
“เอ็งกับข้าก่อวิบากกรรมร่วมกันมา ไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่น เราสมควรจบเรื่องนี้เพียงสองคน”
“พูดได้ดี ข้ากับเอ็งจักอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้”ขุนโชติทะยานเข้าใส่หาญ ปะทะกันอย่างรุนแรง ร่างหาญกลายเป็นเหล็ก เกิดเป็นเสียงเหล็กปะทะกันกึกก้อง
“เหล็กไหล? เอ็งอยากเอาชนะข้าจนยอมแลกชีวิตตัวเองร่วมร่างกับเหล็กไหลเชียวรึ หึ...หลวงณรงค์ ยังคงเป็นหลวงณรงค์วันยังค่ำ ทำทุกสิ่งเพื่อสนองกิเลสของตัวเอง”
“เอ็งต่างหากที่จิตใจมืดบอดด้วยกิเลส ถูกคนอื่นหลอกใช้ก็ยังไม่สำนึก กลับอ้างเอาความแค้นก่อกรรมทำชั่ว คนอย่างเอ็ง ปล่อยไว้ก็รังแต่จะเป็นอันตรายต่อผู้คน”
“ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้มันไปทำร้ายใครอีก”กล้าสะอึกออกมาต่อสู้กับขุนโชติด้วย
กล้าใช้วิชานาคราชต่อสู้กับกุมภีล์พิฆาตได้อย่างคล่องแคล่ว จับหางจระเข้ฟาดกับโขดหินจนขุนโชติกระอัก! กล้าใช้วิชานาคราชขั้นที่ 2 เป่ามนต์ที่แขนจนกลายเป็นเกล็ดพญานาคสีทอง ซัดคลื่นเข้าใส่เกิดพลังผลักร่างทั้งสองฝ่ายกระเด็นออกจากกัน กล้ายันกายลุกขึ้นแต่เจ็บปวดรวดร้าวจนร้องลั่น มีเลือดไหลออกจากปาก จมูก ดวงตา กล้าดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน
ยิ่งยศอยู่ที่อิสุโร รับรู้สถานการณ์เมื่อเห็นหุ่นพยนต์ตกลงตรงหน้า พึมพำว่า
“เป็นแผนของไอ้หาญแน่ๆ มันคิดไปสู้กับขุนโชติตามลำพัง โธ่เว้ย..ไอ้เพื่อนหัวดื้อ”
“งั้นที่ศรีแพรหายไป คงจะแอบตามไปด้วย” จุกฉุกคิดได้ แล้วทั้งสามก็รีบตามไป
ooooooo
หาญรีบเข้าไปดูกล้าถามว่าเป็นอะไร กล้าบอกว่าตนร้อนเหมือนถูกไฟเผา ขุนโชติยืนมองพูดหัวเราะสะใจ
“ฮ่าๆๆ หลานเอ็งมันเขลายิ่งนัก ริฝึกวิชานาคราชหวังมาปราบข้า แต่กลับรับพลังกุมภีล์พิฆาตจากข้าด้วย ไม่รู้เชียวรึว่า ทั้งสองตำรามันคนละทางกัน ร้อนกับเย็นต้านกันและกัน ธาตุไฟในตัวก็แตกซ่าน รนหาที่แท้ๆฮ่าๆๆ”
หาญจะสะกดธาตุไฟให้กล้า แต่กล้าที่บัดนี้ตาแดงก่ำดุร้ายตวาดว่าอย่ามายุ่งกับตน ทะลึ่งพรวดไปคว้าดาบ ประจุพรายที่ปักบนพื้นกวัดแกว่งไปมา หาญพยายามร้องบอกกล้าให้ตั้งสติให้ดี ควบคุมตัวเองให้ได้ กล้าได้สติดวงตากลับเป็นปกติแต่สีหน้ายังเจ็บปวด บอกหาญว่า...
“ปู่หาญ...ผม...ผมไม่ไหวแล้ว อ๊าก!”
ดวงตากล้ากลายเป็นสีแดงก่ำอีกครั้ง ตวัดดาบใส่หาญ อย่างบ้าคลั่ง หาญตั้งรับด้วยสนับเล็บเสือ เกิดประกายไฟ...
“พวกเอ็งจงฆ่ากันให้ตายไปข้าง มันถึงจะสาแก่ใจข้า อะไรก็ไม่เจ็บปวดเท่าสายเลือดเดียวกันต้องมาล้างกันเองดอกไอ้หลวงณรงค์” ขุนโชติพูดอย่างสะใจ
ระหว่างนั้นศรีแพรวิ่งเข้ามาช่วยหาญต่อสู้กับขุนโชติ ประกาศขอสู้ตายกับคนที่ฆ่าพ่อตน บอกหาญให้พากล้าหนีไปเสีย ทางนี้ตนจะรับมือเอง
“ไม่มีทาง จะไม่มีใครต้องตายทั้งนั้น เราสูญเสียมามากพอแล้ว” หาญไม่ยอม ผลักศรีแพรหลบไป ตัวเองเข้าต่อสู้กับกล้า ศรีแพรจึงต่อสู้กับขุนโชติ
แต่ในที่สุดทั้งศรีแพรและกล้าก็ถูกขุนโชติใช้ควันสีดำ พันธนาการไว้ หาญบอกให้ปล่อย นี่เป็นเรื่องของเราสองคน
“เอาสิ ปล่อยก็ปล่อย เอ็งเลือกว่าจะเอาชีวิตผู้ใดไว้ ข้าอยากดูเหลือเกินว่าเอ็งจักเลือกหญิงอันเป็นที่รักหรือสายเลือดของตัวเอง ฮ่าๆๆ”
ศรีแพรพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ ในขณะที่กล้าตาแดงก่ำไร้สติอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ขุนโชติใช้กงเล็บจระเข้จิกกรีดจากหลังใบหูศรีแพรผ่านต้นคอลงไปที่หน้าอกบาดเป็นแผลลึก เลือดไหลซึมออกทันที หาญรีบเข้าประคองศรีแพรให้กำลังใจว่า “เอ็งต้องไม่เป็นไร”
“บอกข้าที...ข้าอยากฟังก่อนที่ข้าจะตาย...เจ้ารักข้าบ้างไหม...”
“ข้ารักเจ้า...” หาญพยักหน้าน้ำตาคลอ ศรีแพรยิ้มแน่นิ่งไปในอ้อมแขนหาญนั่นเอง...
ooooooo
กล้าถือดาบประจุพรายเข้าต่อสู้กับขุนโชติ เงื้อ ดาบฟันสุดแรงจนดาบหักสะบั้น แต่ไม่ระคายผิว ขุนโชติ ยืนหัวเราะร่าบอกว่า
“ดาบประจุพรายมันไม่กินเลือดเจ้าของมันเองดอก ไอ้กล้า” แล้วขุนโชติก็จิกผมกล้าขึ้นมา ชี้หน้าหาญ “เอ็งจง ดูไว้ไอ้หลวงณรงค์ ข้าจักเอาเลือดของหลานเอ็งมาล้างตีนข้า สังเวยแค้นที่เอ็งก่อกรรมเอาไว้”
“อย่า!!!” หาญร้องห้ามสุดเสียง แต่ขุนโชติก็จิกกงเล็บ ทะลุหน้าอกกล้าไปแล้ว หาญถามอย่างเจ็บปวด “เพราะอะไร ในเมื่อเอ็งโกรธแค้นข้า ทำไมไม่ฆ่าข้า เอ็งลงมือกับกล้าทำไม!”
ขุนโชติบอกว่าเพราะกล้าเป็นสายเลือดหลวงณรงค์ หาญตะโกนออกมาอย่างหมดความอดกลั้นว่า
“กล้าไม่ใช่สายเลือดของข้า! เอ็งผิดแล้วขุนโชติ เพชรเก็บกล้ามาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ กล้าคือลูกเสือผาดแห่งชุมผาดำ!”
“ชุมผาดำ!!” ขุนโชติอุทานตะลึงงัน
พลันเหตุการณ์ที่ชุมผาดำในอดีตก็ผุดขึ้นในความทรงจำของขุนโชติ...
เวลานั้น ขุนโชติชุมโจรทุ่งพระกาฬคุมสมุนไปแผ่อิทธิพลที่ชุมผาดำ ขุนโชติบอกว่าถ้าผาและหัวหน้าชุมยอม สยบตนก็จะไว้ชีวิต ผาไม่ยอมจึงถูกขุนโชติแทงตาย
ครู่เดียวเสือดำก็ลากสายลูกผามาบอกว่าเมียผาเชือดคอตายไปแล้ว ขุนโชติเชยคางสายมองอย่างพอใจ ถูกสายถ่มน้ำลายใส่ ขุนโชติจึงเป่ามนต์จนสายหมดสติแล้วเอาตัวไป
สายอยู่กับขุนโชติจนมีลูกชื่อผิว แต่ความแค้นในอดีตไม่เคยจางหายจึงจะแทงขุนโชติแก้แค้นแทนพ่อและชาวบ้าน ถูกขุนโชติตบจนมีดกระเด็น สายล้มทับมีดตัวเองถูกแทงตาย ผิววิ่งมาจ้องหน้าถามอย่างแค้นใจว่าพ่อฆ่าแม่ทำไม
“แม่เอ็งคิดฆ่าข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
ต่อมาผิวเผาทำลายโรงตีเหล็กชุมโจรทุ่งพระกาฬแก้แค้นแทนแม่ ขุนโชติจะฆ่าผิวแต่เสือดำขอไว้ ขุนโชติจึงไล่ผิวไปให้พ้นอย่ามาให้เห็นหน้าอีก
“ข้าไปแน่ ข้าจะไปฟื้นชุมผาดำของแม่ แล้วข้าจักกลับมา” ผิวจากไปด้วยความแค้น
เมื่อทบทวนแล้ว ขุนโชติถามหาญว่าเสือผาดแห่งชุมผาดำเป็นอะไรกับผิว
“เสือผาดเป็นลูกเสือผิว หัวหน้าชุมโจรผาดำ”
“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้” ขุนโชติเดินไปหากล้า หาญถามว่าจะทำอะไร ขุนโชติไม่ตอบ แต่กลับเป่ามนต์ลงบนแขนแล้วใช้กงเล็บกรีดเลือดตัวเอง เลือดไหลเป็นทาง ขุนโชติยื่นแขนออกไปเหนือตัวกล้า
เลือดของขุนโชติหยดลงไปที่ตัวกล้า ทันใดเลือดที่อยู่รอบบาดแผลของกล้าก็ลอยขึ้นมาผสานกับเลือดของขุนโชติกลางอากาศกลายเป็นเนื้อเดียวกัน!
ที่แท้ กล้าคือลูกของเสือผาด เป็นเหลนแท้ๆของขุนโชตินั่นเอง!
ขุนโชติตะลึงงัน ถึงกับเซไป แหงนมองท้องฟ้า แผดเสียง...
“ข้าทำผิดกระไร เหตุใดฟ้าถึงลงทัณฑ์ข้าเยี่ยงนี้ ทำไม!!!!” แล้วขุนโชติก็วิ่งเตลิดหายไป
หาญจะตามไปก็เป็นห่วงกล้า เป็นจังหวะที่ยิ่งยศ กระเต็น และจุกวิ่งมาถึงพอดี กระเต็นผวาเข้ากอดร่างกล้าที่เต็มไปด้วยเลือด ถามว่าใครทำลูก หาญร้องบอกยิ่งยศว่า
“ฝากกล้ากับศรีแพรด้วย ฉันต้องตามจับขุนโชติให้ได้” หาญย่นระยะทางแหวกอากาศไปทันที
ooooooo
ยิ่งยศเห็นหาญแหวกอากาศไปแล้ว จึงรีบหันกลับมาดูศรีแพร ว่าคาถาห้ามเลือดแล้วพาไปนั่งพิงหิน
กล้าฟื้นขึ้นมา เห็นกระแตประคองตนอยู่ เขาพึมพำ “แม่...” ยิ่งยศวิ่งกลับมาดูกล้า บอกกระแตว่า
“ธาตุไฟแตกซ่าน คาถาห้ามเลือดไม่ได้ผล”
“กล้า...ไม่เป็นไรนะลูก แม่จะช่วยกล้าเอง...แม่จะช่วยกล้าเอง...” กระเต็นบอกกล้าน้ำตาไหลพราก
“แม่...ผมขอโทษที่ทำให้แม่เป็นห่วง แต่ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ผมก็จะฆ่าขุนโชติไม่ได้...ที่ผ่านมาผมไม่เคยฆ่าคนบริสุทธิ์ ผมไม่ได้ฆ่าอาสุพจน์ อาฆ่าตัวตายเอง ผมสาบาน...”
“แม่เชื่อกล้า...”
“ไอ้กล้า...แกต้องเข้มแข็งนะโว้ย ปู่จะไม่ปล่อยให้แกตายง่ายๆ” ยิ่งยศบอก
“ราชาวดี...บอกเขาว่า ผมขอโทษ...ที่ปกป้องเขาไม่ได้” กล้ากระอักเลือดออกมา กระเต็นบอกว่าไม่ต้องพูดแล้ว แต่กล้าก็ยังพยายามพูด “ผม...รัก...แม่ชาติหน้า ผมจะมาทดแทนพระคุณ...” กล้าพยายามยกมือไหว้แต่มือไม่ทันพนมก็ตกลงข้างตัว...
“กล้า...ไม่! ไม่!!” กระเต็นกอดร่างกล้าร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ยิ่งยศกัดฟันกรอด ในขณะที่จุกสะอื้นน้ำตาไหลพราก...
ooooooo










