สมาชิก

เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง

ตอนที่ 16

ดวงจิตของหาญกับยิ่งยศลอยมาถึงเชิงเขาป่าอาถรรพณ์ มีพญานาคชูหัวพ่นเปลวไฟมาปะทะ ดวงจิตทั้งสองผงะกลายเป็นร่างกลิ้งหลบเปลวไฟ

“เราจะมาอัญเชิญพญาสมิงเหล็กไปช่วยคน อย่าขวางเราดีกว่า” ยิ่งยศเอ่ย

“ผู้มีบุญบารมีเท่านั้นที่จะเข้าไปอัญเชิญพญาสมิงเหล็กได้ จงกลับไปเสีย” เสียงพญานาคก้องมา

“แม้ ข้าทั้งสองไม่คู่ควร แต่ความตั้งใจที่จะช่วยให้เพื่อนมนุษย์รอดพ้นจากอันตรายมีอยู่เต็มเปี่ยม ขอให้ท่านโปรดเห็นใจเปิดทางให้ข้า” หาญเอ่ยอย่างอ่อนน้อม แต่ยิ่งยศโพล่งไปอย่างขัดใจว่า

“อย่าเสียเวลาเจรจาเลยไอ้หาญ จัดการเลยเถอะ” พลางชักมีดหมอที่พกมากระโดดไปจะแทง หาญรีบจับตัวไว้ร้องห้ามว่าอย่าทำร้ายท่าน ยิ่งยศสะบัดพุ่งเข้าไปทันที พญานาคพ่นไฟใส่ หาญเข้าไปขวางถูกเปลวไฟจนร้องลั่น ยิ่งยศตกใจร้องเตือน “ทำอะไรวะไอ้หาญ กายทิพย์อาจจะสลายได้นะโว้ย”

“เรามาดี ไม่ได้มาเพื่อมุ่งร้ายหมายชีวิตใคร” หาญชี้แจง พลันร่างพญานาคก็กลายเป็นพ่อปู่ลอยอยู่ ทั้งหาญและยิ่งยศตะลึงงัน

เมื่อพ่อปู่ไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หาญและยิ่งยศก้มกราบขอบคุณพ่อปู่ที่ช่วยพวกตนไว้

“เข้าใจ ผิดแล้ว จิตที่มีเมตตาธรรมของเจ้าต่างหากที่ทำให้พญาสมิงเหล็กเปิดทางให้” ยิ่งยศถามทันทีว่าแบบนี้เราต้องปราบขุนโชติได้แน่ๆใช่ไหม “เจ้าคิดว่า ทุกอย่างจบสิ้นแค่ได้สังหารขุนโชติเท่านั้นหรือ เจ้าหาญ เจ้ารู้แก่ใจว่า สิ่งที่เราควรจะฆ่าคืออะไร” หาญตอบว่าทราบ พ่อปู่เตือนสติว่า “รู้แล้วไม่ปฏิบัติก็เท่ากับไม่รู้อะไรเลย”

หาญขอพยายามครั้งนี้เป็น ครั้งสุดท้าย ส่วนยิ่งยศไม่เข้าใจที่พ่อปู่พูด ถามหาญว่าพ่อปู่หมายความว่าอะไร เราควรจะฆ่าใคร หาญบอกว่า “สิ่งที่เราต้องฆ่าไม่ใช่คน แต่เป็นกิเลสในใจเราเอง”

“โห...ขืนมัวมานั่งฆ่ากิเลส เราก็คงโดนไอ้วายร้ายพวกนั้นมันฆ่าตายก่อนแหละครับพ่อปู่” ยิ่งยศพูดแบบดิบๆ จนพ่อปู่เตือนสติว่า

“เจ้าตายมาแล้วเจ้ายิ่ง และอาจจะต้องตายอีกหลายภพ หลายชาติ หากไม่หยุดเสียแต่ตอนนี้ เราเตือนเจ้าได้แค่นี้”

ยิ่งยศนิ่งอึ้ง ส่วนหาญเข้าใจอย่างถ่องแท้ พ่อปู่เตือนแล้วค่อยๆ เลือนหายไป ยิ่งยศถามหาญอย่างกังวลว่า

“นี่ตกลงพ่อปู่จะเปิดทางให้เราไปอัญเชิญพญาสมิงเหล็กหรือเปล่าเนี่ย”

“ท่านให้เราตัดสินใจเลือกเดินทางของเราเองไอ้ยิ่ง”

“งั้นจะรออะไร ก็ไปเลยสิวะ” ยิ่งยศเดินดุ่มไปอย่างไม่ฟังเสียง จนหาญต้องเดินตามไป

ปรากฏ ว่าทั้งสองเดินวนอยู่ท่ามกลางหมอกควันหาทางขึ้นเขาไม่ได้ ยิ่งยศเริ่มหงุดหงิด หาญบอกให้ใจเย็นๆ เพราะถ้าเราตามหาพญาสมิงเหล็กด้วยความโลภ เราจะไม่มีทางหาพบ ให้ลองช่วยกันทำจิตให้เป็นสมาธิอัญเชิญท่านกันเถิด

แล้วหาญกับยิ่งยศก็พนมมืออัญเชิญพร้อมกัน...

“ข้า แต่เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกปัก รักษาพญาสมิงเหล็ก ข้ามาอัญเชิญพญาสมิงเหล็กด้วยใจบริสุทธิ์ หากบุญบารมีของข้ายังพอมี ขอเปิดทางให้ข้าได้พบพญาสมิงเหล็กด้วย”

ทันใดนั้น แสงจากพญาสมิงเหล็กเรืองรองขึ้นในควันคลุ้ง ยิ่งยศมองอึ้ง พอควันจางก็เห็นพญาสมิงเหล็กลอยอยู่ ยิ่งยศชี้ให้หาญดูอย่างตื่นเต้น แล้วก็ว่าคาถาพร้อมกัน จนแสงเรืองรองของพญาสมิงเหล็กลอยมาอยู่เบื้องหน้าทั้งสอง

ooooooo

ที่ หน้าถ้ำ ศรีแพรหาฟืนเฝ้ายามอยู่อย่างเข้มงวด ทันใดก็มีลมพัดวูบผ่านไป ลมปะทะศรีแพรหนาวจนเสียวสันหลัง หันมองอย่างระแวดระวังก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ

ผีเสือทับนั่นเอง! มันจ้องศรีแพร พึมพำจำได้ “นังชาวป่า พวกไอ้หาญ ไอ้กล้า!”

ศรี แพรหอบฟืนไปเก็บ รู้สึกมีคนเดินตาม ร้องถามว่าใคร ให้ออกมา ทุกอย่างเงียบกริบ เธอเอะใจว่าตัวเองอาจจะหูฝาด แต่พริบตานั้น ผีเสือทับก็ปรากฏตัวให้เห็น ศรีแพรตกใจถาม “แก...แกเป็นใคร”

“เสือทับ สหายร่วมชุมโจรของเสือหาญ ไอ้หาญอยู่ที่นี่ใช่ไหม”

ศรีแพรสวนไปว่าตนจะไม่มีวันให้ทำร้ายหาญ ทำให้เสือทับรู้ทันทีว่าหาญอยู่ที่นี่จริงๆ มันจะเข้าไปในถ้ำ ศรีแพรไปขวางปากถ้ำไว้ ถูกเสือทับอัดจนกระเด็น ครั้นศรีแพรเป่าลูกดอกใส่ ลูกดอกก็ทะลุร่างมันไป

“เอ็งทำอะไรข้าไม่ได้ ฮ่าๆๆ”

ศรีแพรมองตามเสียงแต่ไม่เห็นเสือทับ ขณะเธอกำลังมองหาอยู่นั่นเอง ก็มีแรงลึกลับมารัดคอจนหายใจไม่ออก ค่อยๆหมดแรงล้มลง ผีเสือทับเข้าสิงทันที
ผีเสือทับในร่างศรีแพรเข้าไปในถ้ำ เห็นกายหยาบของหาญกับยิ่งยศนั่งสมาธิอยู่ มันตรงเข้าไปพูดอย่างแค้นใจ

“ไอ้ยิ่งยศ นี่เอ็งก็ฟื้นคืนชีพมาอีกคนเหรอ ดี! จะได้ไม่เสียเวลาตามหา ข้าจะส่งเอ็งกลับลงนรกพร้อมไอ้หาญเดี๋ยวนี้เลย” สิ้นเสียงก็ใช้คชกุศของศรีแพรแทงสุดแรง

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกไอ้ทับ!” ยิ่งยศลืมตาฟึ่บ ใช้มือรับไว้ผลักร่างศรีแพรออกไป เมื่อเสือทับในร่างศรีแพรพุ่งเข้ามาอีก ก็ถูกยิ่งยศยันไว้ด่า “ไอ้ขี้ขลาด คิดว่าอั๊วจะไม่กล้าลงมือรึไงวะ”

“ถ้าไม่กลัวว่านังคนสวยนี่จะตายไปด้วยก็เอาสิวะ” เสียงเสือทับท้า ทำให้ยิ่งยศชะงัก เสือทับอาศัยจังหวะนั้นถีบยิ่งยศกระเด็นแล้วพุ่งเข้าหาหาญ ใช้คชกุศฟันที่ไหล่ แต่คชกุศเด้งกลับเสียงดังเคล้ง! เหมือนโลหะกระทบกัน

หาญจับคชกุศบิดออกไปจากมือศรีแพรก่อนที่จะเอามือจับกระหม่อม ทำให้ผีทับค่อยๆ จางหายไป ส่วนหาญที่ยืนตระหง่านอยู่ ผมกลับเป็นสีดำขลับเหมือนเดิม

“ไอ้ทับ เอ็งหยุดพยาบาทจองเวรเสียที ความอาฆาตไม่เคยให้คุณกับผู้ใด ปล่อยวางเสียบ้างเถอะ” หาญเอ่ย

“นี่เอ็งผสานร่างเข้ากับพญาสมิงเหล็กได้แล้วเหรอ” เสือทับมองอึ้ง

“ใช่...เพราะฉะนั้น สัมภเวสีอย่างเอ็งอย่าหวังมาต่อกร” หาญปรามแล้วร่ายคาถา ปลายนิ้วเรืองแสงขึ้น หาญใช้นิ้วเขียนยันต์บนหน้าผากศรีแพร เธอร้องอย่างเจ็บปวด แล้วมีควันดำลอยออกจากหน้าผาก กลายเป็นเสือทับกลิ้งออกจากร่างศรีแพร ยิ่งยศเสนอให้สะกดวิญญาณเสือทับเสีย ไม่อย่างนั้นมันคงก่อเวรไม่จบสิ้น

เสือทับไม่ยอมให้สะกดวิญญาณ หาญเสนอข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องบอกมาว่ากล้าเป็นอย่างไรบ้าง

“ข้าไม่รู้ ไอ้ยอดมันหลอกใช้ข้า มันบอกว่าจะชุบชีวิตข้า แต่มันก็ไม่ทำ ข้าก็เลยไม่อยู่กับมันอีก”

“คนชั่วอย่างเอ็งจะฟื้นคืนขึ้นมาให้หนักแผ่นดินทำไม” ยิ่งยศพูดขึ้นอย่างชิงชัง

“แล้วเอ็งมันดีนักรึไงไอ้ยิ่งยศ เมื่อมีชีวิตอยู่เอ็งก็เคยหลอกใช้ข้า ข้าตายแล้ว เอ็งก็ยังสะกดวิญญาณข้าไว้ เอ็งมันก็ชั่วพอกัน”

ยิ่งยศโมโห ว่าคาถาสะบัดใส่ ร่างเสือทับหายไปทันที หาญร้องห้ามไม่ทันได้แต่มองกลุ้มๆ ก็พอดีศรีแพรรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นผมหาญกลับมาเป็นสีดำขลับก็ดีใจว่าเขาไม่ตายแล้ว หาญขอบใจที่ศรีแพรช่วยป้องกันกายหยาบของตนทั้งสอง

“งั้นเราก็ไปแก้แค้นให้พ่อข้าได้แล้วสิ”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ เราต้องหาวิธีรับมือกุมภีล์พิฆาตของขุนโชติให้ได้เสียก่อน” หาญบอก ยิ่งยศเห็นว่าเราควรกลับไปตั้งหลักที่กรุงเทพฯก่อน หาญเห็นด้วยเพราะอีกไม่นาน กระเต็นก็จะฟื้นแล้ว และต้องตามไปที่ปางไม้แน่ เดี๋ยวจะเสียงานกัน

หาญพาศรีแพรออกไป ยิ่งยศมองตามอย่างเป็นห่วง กลัวหาญจะผูกพันกับศรีแพรมากเกินไป...

ooooooo

กระเต็นรู้สึกตัวขึ้นมา มองไปเห็นกระถินนั่งร้องไห้อยู่ ทั้งสองต่างมอมแมมน่าเวทนา กระเต็นร้องเรียกกระถินเบาๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม
กระถินเอาแต่ร้องไห้ กระเต็นทบทวนเหตุการณ์จำได้เลาๆถามกระถินว่า

“น้าถูกมนต์นิทราสะกดไว้งั้นเหรอ? แล้วเรามาอยู่ที่นี่กันได้ยังไง? คนอื่นหายไปไหนหมด?”

“พวกผู้ร้ายบุกมาที่กระท่อม...ฮือๆๆ” กระถินร้องไห้จนพูดต่อไม่ได้ กระเต็นกอดปลอบ ถามว่า

“แล้วไอ้จุกล่ะ”

วันต่อมา จุกกลับมาเห็นกระท่อมเหลือแต่ซาก จุกเอะใจ...แต่ไม่ทันคิดอะไร ยิ่งยศกับหาญและศรีแพรก็มาถึง ทั้งหมดไปนั่งคุยกัน จุกหน้าเสีย ปดว่าตนออกไปซื้อของกินกลับมา กระท่อมก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว

แต่ความแตก เมื่อจุกทำกระดาษหล่น ศรีแพรหยิบขึ้นมา หาญดึงไปดูปรากฏว่ามันคือโพยม้า!

ยิ่งยศกับหาญโมโหจุก แต่เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว จึงต้องแก้ปัญหา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตามหาคนที่รอดให้ได้ก่อน หาญมองๆแล้วเอามือแตะวัสดุที่เหลือ จึงเห็นเสือไทกับคมเดินเข้ากระท่อมและอุ้มราชาวดีออกไป

ooooooo

ราชาวดีถูกเอาตัวไปที่บ้านภูมินทร์ในกรุงเทพฯ เธอถูกขังอยู่ในห้อง สภาพทรุดโทรมนั่งกอดเข่าอยู่กับพื้นอย่างหวาดกลัว เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเธอผวา กระถดไปซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง

ประตูเปิดออก สมุนคนหนึ่งโยนเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามาให้ บอกว่านายให้เปลี่ยนเสื้อเสียแล้วจะปิดประตู ราชาวดีรีบเรียกไว้ คิดหาอุบายช่วยตัวเอง แกล้งบอกว่าในห้องน้ำไม่ไหล สมุนเสียรู้เดินเข้าไปดูในห้องน้ำ เธอฉวยโอกาสนั้นคว้าแจกันฟาดมันจนฟุบแล้ววิ่งหนีออกไปทางหลังบ้าน

เจ้ากรรม! เจอเสือไทเข้าอย่างจัง แม้เธอจะพยายามต่อสู้แต่ก็ไม่อาจทำอะไรมันได้ มันหัวเราะเยาะพลางเดินเข้าหาอย่างคุกคาม

“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันจะตายให้ดู”

“เอาสิ ถึงเอ็งตายไปแล้ว ข้าก็จะจัดการเอ็ง แลส่งศพเอ็งให้ไอ้กล้ามันดู ดูซิว่ามันจะรู้สึกเยี่ยงไร”

ราชาวดีตัดสินใจเงื้อมีดจะแทงท้องตัวเอง เสือไทว่าคาถาปัดอาวุธ ปัดมีดกระเด็นไปปักที่ผนัง ราชาวดีจะวิ่งหนีคมกับสมุนเดินเข้ามาพอดี คมรวบตัวเธอไปกอดไว้แน่น เธอดิ้นสุดแรงตะโกนให้ปล่อย ถูกมันต่อยท้องจนจุกร่วงลงไปกอง เสือไทตรงไปแบกร่างราชาวดีไปโยนไว้บนเตียงในห้องนอน พูดเหี้ยมว่า

“เอ็งต้องชดเชยสิ่งที่ไอ้กล้าทำกับข้า!” ราชาวดีตกใจร้องไห้โฮ อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย “ดี! ร้องออกมา ร้องออกมา!! ข้าชอบ ฮ่าๆๆ”

ราชาวดีเห็นความอำมหิตของเสือไทก็ไม่ร้องขออีก เธอตัดสินใจหลับตาภาวนาอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทน

“หากลูกยังพอมีบุญอยู่บ้าง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณงามความดีที่ลูกเคยทำมา ช่วยให้ลูกพ้นภัยครั้งนี้ด้วยเถิด...”

เสือไทชะล่าใจว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางอย่างนี้จะมีพิษสงอะไร มันตรงเข้าปลุกปล้ำอย่างบ้าระห่ำ แต่แล้วมันก็ผงะออกมาร้องลั่น เมื่อเกิดแสงสีแดงวาบขึ้นที่ตัวราชาวดี เสือไทร้อนเหมือนถูกไฟลวก ถามอย่างตกใจว่าเธอเล่นอาคมหรือ

“ฉันไม่ได้มีอาคมอะไรทั้งนั้น ความดี ความดีต่างหากที่ช่วยคุ้มครองฉันจากคนชั่วอย่างแก!”

เสือไทไม่เชื่อ แต่ก็เข้าใกล้ไม่ได้ มันโมโหหุนหันออกไป ราชาวดีรีบไปปิดประตู ยืนพิงประตูถอนใจโล่งอก ยกมือพนมขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียงสั่นเครือ

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้หนูรอดจากเงื้อมมือคนชั่วได้...”

ฝ่ายคมไปเริงรมย์กับงามตา ซึ่งบัดนี้เธอถูกไล่ออกจากโรงเรียนและมาเป็นเด็กโคมเขียวในสังกัดเจ๊ลัดดา คมบอกว่า ภูมินทร์ตายแล้วและทุกอย่างที่ปางไม้ก็ตกเป็นของตนหมดแล้ว ถ้าเธอฉลาดก็ควรทำดีกับตน หากถูกใจจะผูกปิ่นโตแบบถาวรเลยก็ได้

ทันใดนั้น ประตูเปิดผัวะออก เสือไทเดินหงุดหงิดเข้ามาสบถ “โธ่เว้ย!...เฮ้ย...”

คมถามว่าราชาวดีบำเรอไม่ถูกใจหรือไง งามตาหูผึ่งแต่ยังสงวนท่าทีนิ่งฟัง

“บำรุงบำเรอกระไรกัน แค่แตะตัวมันยังไม่ได้เลย นังผู้หญิงคนนั้นมันเล่นของ”

“เป็นไปไม่ได้ ผู้หญิงบอบบางอย่างนั้น ไม่มีทางมีคาถาอาคมได้” คมไม่เชื่อ เสือไทยืนยันเพราะประสบกับตัวเองมา งามตาถามโพล่งขึ้นว่า ราชาวดีอยู่ที่นี่หรือ

“จะอยู่หรือไม่อยู่ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ” คมถลึงตาใส่ งามตาปรับสีหน้าจากแค้นเป็นแอ๊บแบ๊วว่า

“แหม...ก็วดีน่ะเขาเป็นเพื่อนรักของฉันเอง ไม่เจอกันตั้งนาน ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ที่นี่” คมถามเย้ยว่าแน่ใจหรือว่าเป็นเพื่อนรักกัน งามตาแก้ตัวว่า “ยังไงเสีย ฉันกับวดีก็เคยเรียนหนังสือด้วยกันมา ลองให้ฉันช่วยไหมล่ะ”

เสือไทกับคมสบตากันแบบ...เอาไงดี?

ooooooo

กระเต็นพากระถินไปขึ้นรถสองแถวเพื่อจะพาไปฝากไว้ที่สถานสงเคราะห์ กระถินตกใจไม่ยอมไป

“ฟังนะ ตอนนี้พวกน้ากลายเป็นคนร้ายที่ตำรวจต้องการตัว แถมยังมีศัตรูคอยจ้องทำร้าย กระถินอยู่กับน้าจะเป็นอันตราย” กระเต็นพยายามชี้แจงให้เข้าใจ แต่กระถินก็ยังไม่ยอมไป บอกว่า

“หนูไม่กลัว ลุงโชติเป่ากระหม่อมเอาไว้ให้หนู ไม่มีใครทำอะไรหนูได้หรอก”

“คาถาอาคมของคนชั่ว คุ้มครองใครไม่ได้หรอก” กระเต็นบอก พอดีรถสองแถวเข้าไปจอดที่ด่านตำรวจ กระเต็นเห็นตำรวจเอารูปประกาศจับ หาญ ยิ่งยศ และตัวเอง ให้คนขับดู กระเต็นรีบกระซิบ “กระถิน น้าต้องไปแล้ว บอกตำรวจให้พาไปที่สถานสงเคราะห์ จำไว้”

กระเต็นกระโดดจากรถวิ่งย้อนไป ตำรวจตะโกนบอกกันแล้ววิ่งกรูตามไป กระเต็นวิ่งไปตามถนนเพียงอึดใจเดียว ก็เลี้ยวเข้าป่าข้างทาง แต่ตำรวจก็ตามไปจับตัวไว้ได้

“บอกมา ไอ้เสือหาญกับผู้การยิ่งยศอยู่ไหน” ตำรวจล็อกคอกระเต็นถาม เธอบอกว่าไม่รู้ ตำรวจตัดบทว่า “งั้นก็ไปกองปราบ”

“เดี๋ยวซิ รออั๊วก่อน” เสียงยิ่งยศแทรกขึ้น ตำรวจหันกระบอกปืนใส่ยิ่งยศทันที ต่างระดมยิงใส่ แต่ไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย ยิ่งยศยืนรับกระสุนอย่างไม่สะทกสะท้าน ตำหนิตำรวจว่า

“ทำอย่างนี้ได้ไงวะ ผู้ต้องหายังไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน ไม่มีสิทธิ์วิสามัญโว้ย”

ตำรวจนายหนึ่งทิ้งปืนเข้าต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่อีกนายเล็งปืนจะยิง ถูกหาญเข้าไปจับมือบิดจนปืนร่วง ตำรวจที่ทิ้งปืนสู้กับยิ่งยศ ซัดกำปั้นใส่ แล้วต้องร้องจ๊ากเพราะเหมือนชกเหล็ก ตำรวจอีกคนเห็นท่าไม่ดีจะวิ่งหนี ถูกศรีแพรฟาดต้นคอร่วงผล็อย

“เป็นไงบ้าง” หาญรีบเข้าประคองกระเต็น

“โชคดีที่ราชาวดีถอดตะกรุดให้หนูไว้” กระเต็นกุมตะกรุดที่ราชาวดีถอดใส่ให้ก่อนที่กระถินจะพาหนีไปที่ท้ายสวน ถามหาญว่า “แล้วพ่อรู้ได้ยังไงคะว่าหนูอยู่ที่นี่”

“พลังทั้งหมดของไอ้หาญกลับมาแล้ว และยังผสานร่างกับพญาสมิงเหล็กจนสำเร็จอีกด้วย” ยิ่งยศบอก

กระเต็นดีใจมาก ศรีแพรถามว่าเราจะทำอย่างไรกับตำรวจพวกนี้ดี ทุกคนมองตำรวจ 3 คนที่นอนกองกันอยู่

หลังจากนั้น ผู้บังคับการสุพจน์และสารวัตรคนสนิทก็มาที่เกิดเหตุ เห็นตำรวจ 3 นายนอนรวมกันอยู่ที่ด่านมีกระดาษเสียบไว้ในกระเป๋า สุพจน์หยิบขึ้นดูพึมพำเครียด

“เสือหาญ!”

ooooooo

ที่สำนักอิสุโร... จุกไปคอยฟังข่าวอยู่ที่นั่น พอเห็นหาญพากระเต็นมากับยิ่งยศและศรีแพรก็ดีใจมาก วิ่งเข้าไปหา

“พี่เต็น...พี่เต็น...ฉันดีใจที่สุดเลยที่พี่ไม่เป็นอะไร” จุกจะเข้าไปกอด ถูกกระเต็นมองด้วยสายตาเคืองๆก็ชะงักจ๋อย

เมื่อพากันเข้าไปในโกดัง ยิ่งยศเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจว่าต้องเป็นคำสั่งของรองอำนวยแน่ที่ให้ตำรวจตามวิสามัญเรา กระเต็นร้อนใจถามหาญว่าเจอกล้าไหม หาญตอบสั้นๆว่า “เจอ”

“แล้วไงคะ กล้าอยู่ที่ไหน? ทำอะไร? อยู่กับใคร? ทำไมพ่อไม่พากล้ากลับมา” กระเต็นถามเป็นชุดอย่างตื่นเต้น

ยิ่งยศตอบประชดว่าถ้ามันยอมกลับก็ดีน่ะสิ ศรีแพรก็พูดอย่างไม่พอใจว่าไอ้คนเมืองมันกลายเป็นโจรไปแล้ว มันจะทำร้ายหาญกับผู้การยิ่งยศด้วย จุกกับกระเต็นไม่อยากเชื่อ ถามหาญว่าจริงหรือ ยิ่งยศตอบแทนตามเคยว่า

“ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ยินกับหู อั๊วก็คงไม่เชื่อว่าไอ้กล้ามันจะเป็นไปได้ เลือดพ่อมันแรงจริงๆ”

“ไอ้ยิ่ง พอแล้ว” หาญเบรก แต่ยิ่งยศของขึ้นเสียแล้ว ย้อนถามว่า

“จนถึงขนาดนี้แล้ว จะเก็บงำกันทำไม ยอมรับความจริงเถอะ ว่าไอ้กล้ามันเป็นลูกเสือผาด มันไม่มีเลือดของไอ้เพชรกับกระเต็นอยู่ในตัวแม้แต่หยดเดียว มันเกิดมาเพื่อเป็นโจร!”

จุกกับศรีแพรมองงงๆ จุกที่สนิทกับครอบครัวกระเต็นและรู้เรื่องราวในเวลานั้นดีถามว่า

“เดี๋ยวๆ เจ้ากล้าเป็นลูกเสือผาด เสือผาด ชุมผาดำ ที่ผู้การเพชรปราบราบคาบไปน่ะหรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน”

หาญบอกจุกให้ไปหาซื้ออาหาร จุกทำท่าอิดออด พอเห็นหาญทำตาดุใส่ก็จำต้องไป แล้วหาญก็บอกศรีแพรให้ออกไปดูว่าแถวนี้มีน้ำให้ตักมากินมาใช้บ้างไหม ศรีแพรก็จำต้องไปอีกคน จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสามก็คุยกันอย่างตึงเครียด

“อั๊วอาจจะปากพล่อยไปหน่อย ขอโทษนะกระเต็น” ยิ่งยศรู้สึกตัว

“หนูเข้าใจค่ะ ความจริงก็คือความจริง”

“พ่อยังเชื่อว่า มันมีอะไรมากกว่านั้น ถึงเราไม่เชื่อในตัวกล้า แต่พ่ออยากให้เราเชื่อมั่นในความดีของเราต้องทำให้กล้ากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้”

หาญนิ่งไป แววตาครุ่นคิดหาทางที่จะช่วยกล้า...

ooooooo

ที่ปางไม้ ขุนโชติทดสอบประลองคาถาอาคมและฝีมือกับกล้าอย่างจริงจัง ขุนโชติใช้วิชากุมภีล์พิฆาตเล่นงานกล้าอย่างไม่ยั้งมือ ร่ายมนต์แล้วสะบัดออกเป็นเกล็ดจระเข้พุ่งเข้าใส่กล้าราวกับห่าฝน

กล้ากลิ้งตัวหลบอย่างรวดเร็วไปยังดาบประจุพรายสองด้ามที่ปักอยู่บนพื้น กระชากดาบเป่ามนต์ลงไปอักขระเรืองแสงสีแดงขึ้นทันที กล้าตวัดดาบใส่ขุนโชติเงาดาบพุ่งไปทันที ขุนโชติร่ายมนต์กสินไฟเข้าปะทะเงาดาบเกิดระเบิดสนั่นกลางอากาศ เป็นควันคละคลุ้งไปหมด

กล้าหยุดมองหาขุนโชติก่อนหลับตาใช้นาคราชเคลื่อนจิต หูแว่วเสียงฝีเท้า ทันใดนั้นขุนโชติโผล่พรวดมาประชิดตัว กล้าหลบอย่างเร็วแล้วจระเข้ฟาดหางใส่โดนอกขุนโชติเต็มๆ จนผงะหงาย

พริบตานั้น กล้าปรี่เข้าไปเงื้อดาบจะแทงซ้ำแต่เมื่อปลายดาบเกือบถึงตัว กล้าได้สติ ชะงักกึก ทำไม่ลง...ปลายดาบเฉไปแทงลงบนพื้นฉึก!

“ฉันขอโทษ อาจารย์”

ขุนโชติจ้องกล้านิ่ง ตวัดขาเตะกล้าล้มหยิบดาบจี้อกกล้าไวราวสายฟ้าแลบ แล้วสอนกล้าว่า

“ฝีมือของเอ็งไม่ใช่ปัญหา เรื่องนี้เอ็งคงแจ้งแก่ใจดี ในการศึก เอ็งจักใจอ่อนมิได้ จงจำคำข้าไว้ ไอ้ลูกชาย”

“ฉันขอลองใหม่อีกครั้ง” กล้าขอแก้มือ และสามารถแสดงฝีมือให้ขุนโชติประจักษ์ จนขุนโชติเอ่ยชม

“ฮ่าๆๆ ในที่สุดใจเอ็งประสานเป็นหนึ่งเดียวกับดาบประจุพรายแล้วไอ้กล้า”

“เป็นเพราะอาจารย์สั่งสอน” กล้านอบน้อม นึกแปลกใจที่ตัวเองมีใจเหี้ยมโหดในชั่วแวบ

“ท่านขุนโชติ ท่านรองฯอำนวยรอพบอยู่ที่ห้องรับรอง” สมุนเข้ามารายงาน

ooooooo

ขุนโชติออกไปพบรองฯอำนวย ถามว่าหลวงณรงค์ว่ากระไรหรือ กล้าถือจดหมายอยู่จึงอ่านให้ฟัง

“ข้า เสือหาญ มหาโจรหนึ่งในแผ่นดิน จะรอพวกเอ็งอยู่ที่อิสุโร”

“ผิดแล้ว ขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬต่างหากที่เป็นหนึ่ง” ขุนโชติคำรามอย่างแค้นใจ

รองฯอำนวยติงว่า ลูกน้องรายงานว่าตอนนี้ฝีมือหาญร้ายกาจเกรงขุนโชติจะรับมือไม่ไหว ยิ่งทำให้ขุนโชติฮึกเหิม บอกว่า ไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดในแผ่นดินนี้มีฝีมือเหนือตน ประกาศจะบุกไปกำราบหลวงณรงค์ให้อยู่หมัด ถามกล้าว่า

“ศิษย์ข้า เอ็งพร้อมหรือไม่”

แต่พอกล้ารับคำ รองฯอำนวยกลับท้วงติงว่าตนเป็นตำรวจยังไงก็ขอให้เห็นแก่หน้าตนบ้าง ขุนโชติรู้แกว สั่งสมุนให้ยกหีบมาวางตรงหน้า เปิดออก ในนั้นเต็มไปด้วย เงิน ทองและเครื่องเพชร ขุนโชติเอ่ยอย่างรู้ทันว่า

“หวังว่าเอ็งจะพอใจในเครื่องบรรณาการของข้า”

รองฯอำนวยตาลุกราวกับถูกนะจังงัง จนเมื่อกล้าเดินออกมาส่งที่หน้าปางไม้ โดยสมุนของขุนโชติแบกหีบใบนั้นไปขึ้นรถให้ รองฯอำนวยบอกกล้าว่า

“ไม่ต้องห่วง ผมจะสั่งให้ลูกน้องเปิดทางให้ตลอดเส้นทางจนถึงกรุงเทพฯ”

กล้าพูดอย่างรับไม่ได้ว่าไม่นึกเลยว่าขุนโชติจะมีสายเป็นถึงรองอธิบดี รองฯอำนวยแก้เกี้ยวว่าตนก็ต้องพึ่งพาขุนโชติให้ช่วยปราบโจรกระจอกพวกนี้ บ้านเมืองจะได้สงบขึ้น

ก่อนแยกกัน กล้าบอกรองฯอำนวยว่า ตนมีเรื่องอยากให้ช่วย รองฯอำนวยหยุดมองหน้ากล้ารอฟัง...

ooooooo

งามตาอาสามาหว่านล้อมราชาวดี ราชาวดีเตือนสติงามตาว่าพวกนี้เป็นคนเลวเธอมาอยู่ด้วยได้อย่างไร งามตาพูดอย่างไม่ยี่หระว่าใครมีเงินจ่ายทำให้ชีวิตสบายขึ้นได้ตนก็อยู่กับคนนั้น ราชาวดีถามอย่างสมเพชว่า ทำไมเธอคิดได้แค่นี้

งามตากล่าวโทษว่าราชาวดีเป็นคนแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากตน แต่ต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอก็จะเหลวแหลกไม่ต่างจากตนเหมือนกัน หาว่าราชาวดีเล่นตัวกับเสือไท เอายาออกมาจะให้ราชาวดีกินรับรองว่ายานี้เสน่ห์ขนานไหนก็สู้ไม่ได้ แขกขาประจำของตนชอบกินมาก

“เธอจะทำอะไร” ราชาวดีกระถดหนีอย่างหวาดกลัว

“ก็เสือไทบอกว่าเธอมันมีอาคม ฉันก็อยากจะรู้น่ะสิว่า เจอยานี้เข้าไป อาคมจะสลายไหม”

งามตาบังคับให้ราชาวดีกินยานั้น ราชาวดีต่อสู้สุดฤทธิ์พอถูกยัดยาเข้าปากก็ถุยทิ้ง งามตาจึงจะทำให้เธอเสียโฉมแทน แต่ขณะราชาวดีกำลังจะพลาดท่านั้น เสือไทได้ยินเสียงต่อสู้กันผลักประตูพรวดเข้ามาถามว่าจะทำอะไรราชาวดี งามตาบอกว่าจะฆ่า เลยถูกเสือไทตบหน้าหัน

“นังวดีมันมีดีตรงไหน ทำไมใครๆ ก็อยากได้แต่มัน ฉันก็ผู้หญิง ฉันก็มีทุกอย่างเหมือนที่มันมีนั่นแหละ” งามตาระบายอารมณ์ออกมาอย่างริษยา เจ็บใจ เลยถูกเสือไทจับแบกออกไป พูดอย่างหน้ามืดว่า

“จริงของเอ็ง ข้าอดอยากปากแห้งมานาน ถ้าได้ผู้หญิงอย่างเอ็งคงบำเรอข้าได้ทั้งวันทั้งคืน ฮ่าๆๆ”

งามตาร้องขอความช่วยเหลืออย่างหวาดกลัวความหื่นระห่ำของเสือไท แม้ราชาวดีจะโล่งใจที่ตัวเองรอดพ้นมาได้แต่ก็สงสารงามตาที่ต้องเผชิญชะตากรรมร้าย

เมื่อคมกลับมาถึงหน้าห้องพักตัวเอง เห็นงามตาวิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาเนื้อตัวบอบช้ำ ปากก็ด่า

“ไอ้บ้า ไอ้คนวิปริต” คมเอะใจเข้าไปดูในห้อง เห็นเสือไทนอนไม่ใส่เสื้อสบายใจเฉิบอยู่ ก็เดาเรื่องได้ เข้าไปตวาด อย่างโกรธจัด

“ไอ้ไท จะมากไปแล้ว งามตาเป็นของฉัน แกกล้าดียังไง” เสือไทพูดสบายๆ ว่าสมบัติผลัดกันชม ผู้หญิงโคมเขียวแบบนั้นจะหวงไปทำไม “แต่ที่นี่ฉันเป็นใหญ่ แกจะมาวางอำนาจไม่ได้”

คมจ่อปืนใส่เสือไท  เจอคาถามหาอุดของเสือไทก็ยิงไม่ออก ซ้ำถูกเสือไทเยาะเย้ยว่าฝีมือปลายแถวแบบนี้คิดจะมาเทียบกับเสืออย่างตนกระนั้นหรือ แล้วเสือไทก็เดินกร่างออกไป คมได้แต่มองตามอย่างแค้นใจ

ooooooo

จุกได้ข้าวจากหลวงพ่อวัดใกล้ๆ สำนักอิสุโรมามาให้ทุกคนกินรองท้องไปก่อน หาญบอกให้กินกันเสียเดี๋ยวจะได้มาวางแผนกันว่าจะรับมือกับขุนโชติได้อย่างไร

จุกติงว่าตนไม่เห็นทางเลยว่าเราจะชนะขุนโชติได้ เพราะขุนโชติสำเร็จวิชากุมภีล์พิฆาต กล้าก็กลายเป็นลูกโจร ที่สำคัญพวกนั้นมีตำรวจเป็นพวกด้วย พูดอย่างถอดใจว่า “ฉันว่าเรามีแต่ตายกับตายนะ”

กระเต็นบอกว่าถ้าจุกกลัวก็ไปเสีย จุกเสนออีกว่าเราถอยไปตั้งหลักหาคนดีมีวิชามาช่วยเราอีกแรงไม่ดีหรือ

หาญบอกว่าไม่มีใครช่วยเราได้หรอกนอกจากตัวเราเอง ศรีแพรเองก็เชื่อว่าหาญจะทำได้อย่างที่พูด ยิ่งยศถามขึ้นว่า หาญแน่ใจได้อย่างไรว่าขุนโชติจะบุก
มาหาเราที่นี่

“สิ่งที่ขุนโชติรอมาตลอดก็คือการแก้แค้นฉัน ยิ่งมันได้รู้ว่าฉันมีสุดยอดวิชา มันต้องยิ่งอยากจะพิสูจน์ฝีมือ”

จุกถามว่าแล้วกล้าล่ะ กระเต็นพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ข้าจะจัดการกับกล้าเอง”

เป็นเวลาที่กล้าฝึกผ่านคัมภีร์นาคราชมาได้ถึงสองขั้นในเวลาอันรวดเร็ว จนอาจารย์ยอดเองก็ทึ่งว่า

“ไม่น่าเชื่อ เท่าที่ข้ารู้ ไม่มีผู้ใดผ่านคัมภีร์นาคราชขั้นที่สองได้เร็วเท่าเอ็งมาก่อน”

“ขั้นสุดท้ายละอาจารย์” กล้าเร่งรัด

คะนึงนิจสะกดรอยมาแอบดู เธอตกใจตุ๊กแกเผลอร้องออกมาเลยถูกจับได้ กล้าโมโหถามว่าท้าทายตนใช่ไหม ขณะทั้งคู่กำลังโต้เถียงกันนั้น กล้าเห็นอาจารย์ยอดเดินมา เขาพูดกับคะนึงนิจด้วยสีหน้าแววตาของกล้าคนเดิมที่เธอคุ้นชินว่า

“เรื่องทุกอย่าง...ถึงเวลาแล้วนิจจะรู้เอง”

กล้าจำต้องใช้มือสับต้นคอคะนึงนิจจนสลบ บอกอาจารย์ยอดที่เดินมาถึงพอดีว่า ตนสั่งสอนแล้วบอกให้อาจารย์ยอดรีบกลับไปก่อนที่ขุนโชติจะสงสัย ส่วนคะนึงนิจ ตนจะเอาไปทิ้งลงหน้าผาให้ไปอยู่กับภูมินทร์เสียเลย

กล้าอุ้มคะนึงนิจที่ยังสลบอยู่ไปที่โรงไม้ วางเธอลงกับพื้น เอ่ยอย่างเจ็บปวด

“พี่ขอโทษนะนิจ นอนที่นี่อาจไม่สบายเท่าไหร่ แต่นิจจะปลอดภัย ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ นิจจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดเอง”

กล้าปัดปอยผมที่หน้าผากคะนึงนิจอย่างอ่อนโยน มองเธอด้วยความสงสาร วางซองจดหมายไว้ข้างตัวเธอก่อนเดินออกไปด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด