ตอนที่ 13
กระเต็นมองจดหมายในมืออย่างสงสัยว่าหาญจะไปหาใครมาช่วย คิดไม่ทันตกผลึก เสียงออดหน้าบ้านก็กระชากความสนใจไป พอเดินออกมาเจอตำรวจยืนออกันอยู่หน้าบ้าน กระเต็นถามว่ามีธุระอะไร
“เราเจอตัวผู้การสุพจน์แล้วครับ ตอนนี้ท่านอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านอยากพบคุณกระเต็น”
กระเต็น ดีใจขอเวลาเปลี่ยนชุดก่อน ตำรวจบอกว่าเสียเวลาให้ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย ครั้นจะขอปิดบ้านก็ถูกเอาปืนจี้หลังรุนให้ขึ้นรถบอกว่า ไม่ต้องปิดแถวนี้ไม่มีขโมย มีแต่โจร! กระเต็นรู้ทันทีว่าพวกนี้เป็นตำรวจปลอม รักยมเห็นแม่ถูกเอาตัวไปก็เข้าช่วย แต่ถูกแรงสะท้อนกระแทกกระเด็นกลิ้งไป
ที่แท้ คมปลอมเป็นตำรวจและที่คอคมห้อยตะกรุดอยู่! รักยมจึงได้แต่มองตามรถไปด้วยความเป็นห่วงกระเต็น
จาก นั้นไม่นาน กล้ากับเปี๊ยกก็มาซุ่มดูที่หน้าบ้าน เห็นบ้านเงียบผิดปกติ กล้าจึงแอบเข้าไปในบ้าน รักยมบอกกล้าว่า แม่ถูกเอาตัวไปให้รีบไปช่วย กล้าถามว่าแล้วปู่กับศรีแพรอยู่ไหน
“พี่คนสวยหนีออกจากบ้าน ส่วนปู่ก็ออกไปไหนไม่รู้จ้ะ”
กล้าเครียด มืดแปดด้านกับการถูกพาตัวและหายตัวไปของทั้งสาม
กระเต็นถูกภูมินทร์เอาตัวไปที่ปางไม้ บอกให้รอที่นี่จนกว่ากล้าจะโผล่มาช่วย
“แกนับถอยหลังไว้ได้เลย กรรมมันจะตามสนองสักวัน ฉันขอสาปแช่งแก ไอ้ชาติชั่ว!” กระเต็นด่า
“เอามันไปขังไว้!” ภูมินทร์สั่งลูกน้องหน้าเครียด
เย็นนี้เอง ขุนโชติมาที่ปางไม้ ถูกสมุนของภูมินทร์กันไม่ให้เข้า ขุนโชติใช้ดาบประจุพรายฟันทีเดียวรั้ว ก็ขาดกระจุย ขุนโชติพรวดเข้าหาสมุนคนนั้นกางกงเล็บจระเข้จิกกระหม่อมแล้วกระชากเหวี่ยงหวือหัวสมุนคนนั้นก็ลอยกระเด็นไป
“หึๆ ข้ากำลังร้อนวิชาอยู่พอดี” ขุนโชติหัวเราะในลำคอ อย่างสะใจ แล้วร่ายคาถา กงเล็บจระเข้นับสิบก็พุ่งกระจายไปปักบนหน้าสมุนเหล่านั้นไฟลุกท่วมตัว วิ่งหนีร้องกันโหยหวน ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างสะใจของขุนโชติ
สมุนที่รอดตายวิ่งไปรายงานภูมินทร์ว่ามีคนบุกมาที่ปางไม้ คมจะไปจัดการ อาจารย์ยอดโผล่มาถามว่าจะไปรนหาที่ตายทำไม ภูมินทร์หันขวับถามว่าอาจารย์หลบไปอยู่ไหนมา แล้วเสี่ยไพบูลย์ล่ะ?
“เสี่ยไพบูลย์มันตายแล้ว ดีที่ข้าได้ขุนโชติช่วยชีวิตไว้”
“ขุนโชติ...งั้นระเบิดเมื่อกี๊?...”
“ฮ่าๆๆ ฝีมือข้าเอง ข้าแค่สั่งสอนพวกมดปลวกโง่เง่า ฮ่าๆๆ” ขุนโชติเดินหัวร่อร่าเข้ามาอย่างผู้ยิ่งใหญ่กับเสือไท
ภูมินทร์ผงะตกใจหน้าเผือด
ooooooo
เย็นวันเดียวกันนี้ สุพจน์ถูกนำตัวมาหากระเต็นที่ห้องขัง ต่างดีใจที่ได้เจอกัน กระเต็นบอกว่าตนเป็นห่วงเขามาก ถามว่ารู้ว่าอันตรายแล้วเขาทำทำไม
“ผมพยายามทัดทานแล้วว่าจะสู้พวกมันไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่เชื่อ จนดำกับลูกน้องผมถูกฆ่าตายหมด ไม่คิดเลยว่าพวกมันก็จับคุณมาเหมือนกัน คุณไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่ไหม”
“ฉันอยากให้มันฆ่าเสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องเลวร้ายอะไรอีก”
“ไม่ต้องห่วง เอ็งสองคนไม่ตายง่ายๆหรอก” อาจารย์ยอดสอดขึ้นขณะเดินเข้ามากับภูมินทร์ ขุนโชติกับเสือไทตามเข้ามาด้วย สมุนของภูมินทร์เข้าไปดึงกระเต็นแยกออกไป สุพจน์ถามว่า “จะทำอะไร”
ไม่มีใครตอบ ภูมินทร์สบตาอาจารย์ยอดอย่างรู้กัน อาจารย์ยอดเทน้ำเปล่าลงแก้วใส ร่ายมนต์เป่าคาถา น้ำในแก้วกลายเป็นสีดำทันที จากนั้นคมรับแก้วไปล็อกตัวเทน้ำกรอกปากกระเต็นจนหมดแก้ว น้ำยาสีดำไหลไปตามกระแสเลือดจนทั่วร่าง กระเต็นหมดแรง ถามว่าเอาอะไรให้ตนกิน
“หึๆ ยาสั่งตายยังไงล่ะ” อาจารย์ยอดหัวเราะเลือดเย็น
สุพจน์ถามว่าทำอย่างนี้ต้องการอะไร ภูมินทร์บอกว่าต้องการตัวกล้า ให้เวลาสองวันให้ไปเอาตัวกล้ามาแลกกับชีวิตของกระเต็น ยื่นคำขาดว่า “ชีวิตของคุณนายกระเต็นจะเป็นหรือตายก็อยู่ในกำมือแกแล้วนะท่านผู้การ”
“ไอ้พวกนี้มันไม่เคยมีสัจจะ อย่าเชื่อมันนะ” กระเต็นเตือนสติสุพจน์
“ข้านี่แหละคือสัจจะ ถ้าใครผิดคำพูดข้าจักเป็นคนบั่นหัวมันเอง” ขุนโชติก้าวออกมาประกาศ
“ในเมื่อท่านขุนโชติออกหน้า ใครเลยจะกล้าผิด คำพูด ถ้าเอ็งเอาตัวกล้ามาได้ พวกข้าก็จะปล่อยหญิงคนนี้ไป” อาจารย์ยอดเสนอเงื่อนไขหลังจากสบตากับภูมินทร์
สุพจน์มองหน้าทั้งสองลังเล ก่อนตัดสินใจ...
ooooooo
หาญย่นระยะทางไปถึงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็หมดแรงเพราะใช้พลังไปมาก เขารีบทำพิธีโยนห่อกระดูกของยิ่งยศลงในบ่อน้ำแล้วใช้มีดอาคมเชือดแขนตัวเองให้เลือดไหลลงในบ่อน้ำก่อนว่าคาถาปลุกชีพ
พอยิ่งยศฟื้นชีพขึ้นมา หาญก็หมดสติไปทั้งที่ใบหน้ายังยิ้มอย่างโล่งใจที่ปลุกชีพยิ่งยศได้สำเร็จ...
ยิ่งยศปรากฏกายในสภาพที่ไร้รอยสักบนร่าง เข้ามาปลุกหาญจนรู้สึกตัว หาญเอาเสื้อกางเกงที่เตรียมมาให้ยิ่งยศใส่ พูดขำๆว่า “ถ้ากองปราบเห็นแก คงวิ่งป่าราบ”
“แกคงไม่ได้ชุบชีวิตฉันขึ้นมาเพื่อปราบโจรหรอกนะ ทำไมวะ ตำรวจสมัยนี้มันไม่มีน้ำยาเลยรึไง”
หาญบอกว่าต้องการให้ยิ่งยศมาช่วยกล้าเพราะกล้าถูกคนชั่วใส่ร้ายกลายเป็นขุนโจรที่ทางการหมายหัวไปแล้ว แต่พอรู้ว่าคนชั่วที่ว่านั้นคือขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬ ยิ่งยศก็เห็นเป็นเรื่องขำเพราะขุนโชติเป็นโจรสมัยรัชกาลที่ห้า
“มันเองก็ถูกชุบชีวิตขึ้นมาเหมือนแกนั่นแหละ เรื่องมันยาว แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้เราต้องทำพิธีนารายณ์เคลื่อนจิตก่อน”
แล้วหาญกับยิ่งยศก็หลับตานั่งสมาธิหันหน้าเข้าหากัน หาญบอกขณะทำพิธีว่า
“แกถูกล้างอาคมไปจนสิ้น ส่วนฉันเองพลังก็กำลังลดถอยลงเรื่อยๆ ตอนนี้มีทางเดียวเท่านั้นที่เราจะช่วยกล้าได้ ฉันจะผนึกจิตแกเข้ากับร่างกายของฉัน ฉันจะถ่ายทอดสรรพวิชาที่มีให้กับแก”
จิตของทั้งสองเคลื่อนออกจากร่าง กายหยาบยังคงนั่งนิ่ง ในขณะที่จิตเคลื่อนสลับเข้าร่างของอีกฝ่าย จนเมื่อยิ่งยศลืมตาขึ้น แววตาเขามีพลัง กล้าแข็งน่าเกรงขาม ในขณะที่หาญอ่อนแรงลงจนน่าเป็นห่วง
ยิ่งยศบอกให้หาญพอแล้ว แต่หาญยังทำพิธีต่อเพราะยิ่งยศได้อาคมของตนไปแล้วแต่ยังไม่ได้รอยสักซึ่งจะต้องใช้ ยิ่งยศเป็นห่วงว่าหาญจะไม่เหลืออะไรติดตัวเลย
“ฉันไม่เป็นไร เชื่อฉัน...ใช้คาถามงกุฏแก้ว...”
ในที่สุดรอยสักบนตัวหาญก็เลื่อนไหลเข้าสู่ตัวยิ่งยศทั้งหมด ร่างกายยิ่งยศแข็งแรงแกร่งกล้า เปี่ยมด้วยพลังและเวทมนตร์คาถา ส่วนหาญอ่อนแรงจนต้องใช้มือยันพื้นประคองร่าง เขามองยิ่งยศอย่างพอใจมาก
ooooooo
ด้วยความเป็นห่วงกระเต็น กล้าฝากเปี๊ยกให้ดูแลราชาวดีและกระถิน ตนจะออกไปตามหาแม่ เปี๊ยกจะไปด้วยเพราะกล้าไปคนเดียวจะอันตรายมาก
ราชาวดีมาได้ยินว่ากล้าจะไปตามกระเต็นก็เป็นห่วงเพราะเธอรู้ว่าภูมินทร์นั้นมีกำลังมากมาย เธอไม่อยากให้ใครต้องจากไปอีก บอกกล้าว่า “ถ้าต้องตาย วดีก็ขอตายกับพี่”
“ขอบใจวดีที่เตือนสติพี่ พี่จะหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อคนที่พี่รัก” กล้ากอดราชาวดีหอมหน้าผากเธอแผ่วเบา
หลังจากนั้น กล้าแอบไปหาจุกที่บ้าน จุกซึ่งเสียม้าหมดตัวและถูกนักเลงตามทวงหนี้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ พอกล้าบอกว่าจะมาขอความช่วยเหลือ จุกรีบบอกว่าเรื่องเงินทองตนช่วยไม่ได้จริงๆ
กล้าขอให้จุกช่วยปลุกยันต์เกราะเพชรให้ตนเพื่อจะไปช่วยแม่ จุกจึงยอมรับเสียงอ่อยว่า
“ขอโทษนะกล้า น้ามันแมงโม้ซะเยอะ ไอ้ปลุกยันต์น่ะจริงๆ น้าทำไม่เป็นหรอก อีกอย่างคนที่ปลุกยันต์นี้ให้กล้าได้ก็มีอยู่แค่สองคนเท่านั้น คือน้าหาญกับผู้การยิ่งยศ”
กล้าฟังแล้วใจห่อเหี่ยวไม่รู้จะไปหาปู่ทั้งสองได้ที่ไหน
ooooooo
วันต่อมา สุพจน์ที่ถูกภูมินทร์เอาชีวิตกระเต็นมาต่อรองให้เขาไปพากล้ามาให้ได้ สุพจน์เป็นห่วงกระเต็น จึงไปถามจุกว่ากล้าอยู่ที่ไหน พอรู้ว่ากล้าเพิ่งมาหาจุกเมื่อคืนเพื่อหาทางช่วยกระเต็น สุพจน์ก็ถามจนรู้ว่ากล้าหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน
สุพจน์ไปที่กระต๊อบของกระถินทันที พวกกล้าพากันหลบ แต่พอสุพจน์ร้องบอกว่าตนมีข่าวเรื่องกระเต็นมาบอก กล้าก็บอกให้ทุกคนซ่อนตัวให้ดี ส่วนตัวเองออกไปพบสุพจน์เพราะอยากรู้ข่าวของแม่
แต่พอกล้าปรากฏตัว ไม่ทันได้คุยกับสุพจน์ก็ถูกคมกับลูกน้องเข้าจับตัว กล้ามองสุพจน์อย่างผิดหวัง เสียใจ
“กล้า อาขอโทษ แต่อาจำเป็นจริงๆ” สุพจน์เองก็เสียใจไม่น้อยกว่ากล้า คมสั่งกล้าว่าถ้าไม่อยากตายให้ส่งราชาวดีมา กล้าบอกว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะตนปล่อยไปแล้ว คมไม่เชื่อจะยิงกล้า สุพจน์สะอึกออกไปขวาง “เดี๋ยว! ไหนแกบอกว่าได้ตัวกล้าไป เรื่องทุกอย่างจะจบไง”
“แล้วใครขอให้แกเชื่อวะ ไอ้โง่!” คมยิ้มเยาะ เตะสุพจน์กระเด็นไป กล้าตั้งหลักได้ยิงคมทันทีแต่คมหลบทัน พวกลูกน้องที่ตามมาพากันยิงสวนไปที่กล้า
แต่แล้วกล้าก็ต้องชะงัก เมื่อคมพุ่งไปเหยียบอกคมเอาปืนจ่อ สั่งกล้า
“ทิ้งปืน ไม่งั้นไอ้ตำรวจนี่ตาย! บอกมา ราชาวดีอยู่ที่ไหน” พลางจะลั่นไกใส่สุพจน์
กล้าสั่งให้หยุด เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสุพจน์ แล้วพูดดังๆ เพื่อให้เปี๊ยกที่ซ่อนตัวอยู่ได้ยิน
“วดีก็อยู่ในที่ที่แกไม่มีวันหาเจอ ถ้าฉันไม่ได้พบหน้าแม่ฉัน ก็อย่าหวังว่านายจะได้พบวดี”
เปี๊ยกได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งกลับไปที่ท้ายสวน บอกราชาวดีกับกระถินให้รีบหนีไป ราชาวดีกับกระถินไม่ยอมหนี ถามว่าแล้วกล้าอยู่ไหน จนเปี๊ยกต้องบอกว่าพวกภูมินทร์ตามมาถึงที่กระต๊อบแล้ว เท่านั้นเอง ราชาวดีวิ่งอ้าวไปที่กระต๊อบทันที
ในที่สุดทั้งเปี๊ยก ราชาวดี และกระถินก็ถูกคมกับลูกน้องคุมตัวไว้หมด กระถินดิ้นสุดแรงกัดคนที่จับตนไว้ มันตบแล้วชักปืนยิงกระถิน
พริบตานั้น ยิ่งยศเคลื่อนตัวออกมาอย่างเร็วกอดกระถินไว้ พร้อมกับเกิดกำแพงแก้วครอบกำบังยิ่งยศกับกระถินทันที กระสุนที่พุ่งมาแตกละเอียด ยิ่งยศบอกกระถินให้หลบไปก่อน ราชาวดีวิ่งไปกอดกระถินไว้
ลูกน้องคมตกใจถามยิ่งยศว่าเป็นใคร ยิ่งยศชี้หน้ามันตวาด
“อั๊วก็คือผีที่กลับจากนรก เพื่อฆ่าพวกคนชั่วอย่างลื้อน่ะสิ!”
ยิ่งยศเดินเข้าหามัน แม้มันจะระดมยิงอย่างไรก็ทำอะไรยิ่งยศไม่ได้ จะหนีก็หนีไม่พ้น ในที่สุดยิ่งยศก็กำราบพวกมันได้ จับลูกน้องคมทั้งสองมัดไว้
“ปลอดภัยแล้วนะ” ยิ่งยศบอกราชาวดีกับกระถิน ทั้งสองสบตากันแล้วพากันรีบวิ่งหนีไป แต่ถูกหาญก้าวเข้ามาขวางไว้ ทั้งสองตกใจกลัวมาก หาญในสภาพที่ผมขาวโพลน พูดอย่างอ่อนแรงว่า
“เอ็งไม่ต้องกลัว พวกเราคือปู่ของกล้า”
“ต่อแต่นี้ เราสองคนจะกำจัดพวกคนชั่วที่ทำลายชีวิตกล้าเอง!” ยิ่งยศบอกทั้งสอง แล้วหันสบตากับหาญอย่างมุ่งมั่นที่จะช่วยกล้าให้ได้
ooooooo
ระหว่างที่ยิ่งยศกับหาญช่วยกันจัดการลูกน้องคม 2 คนอยู่นั้น เปี๊ยกบอกราชาวดีกับกระถินอย่างตื่นเต้นว่า
“เราจำได้ว่าน้าคนนั้นเป็นจอมขมังเวท ที่รู้จักกับน้าจุกญาติของพี่กล้า ส่วนอีกคนหน้าคุ้นๆ แต่ฝีมือเจ๋งมาก”
“แต่เมื่อกี๊ทำไมลุงคนนั้นบอกว่าเป็นปู่พี่กล้า ปู่ต้องแก่ผมหงอกสิ นี่นุ้ม...หนุ่ม หนุ่มเท่าพ่อหนูเลย” กระถินติง
“พี่เองก็งงเหมือนกัน” ราชาวดีเอ่ย
ยิ่งยศกับหาญ คาดคั้นคนที่ถูกมัดทั้งสองว่าเอาตัวกล้าไปไว้ที่ไหน พวกมันบอกว่าไม่รู้ แต่คมสั่งให้จับราชาวดีไปให้ได้แล้วเอาตัวไปที่ปางไม้ ยิ่งยศงงๆ หาญจึงบอกว่ามันคือปางไม้ไพรพญาของพ่อเลี้ยงภูมินทร์ ยิ่งยศเร่งให้รีบไปกันเลย แต่หาญติงว่าเราไม่รู้ว่าพวกมันวางแผนอะไรไว้ จะวู่วามไม่ได้
หาญตกใจมากเมื่อเปี๊ยกบอกว่าก่อนหน้านี้พวกมันก็จับกระเต็นไปแล้วด้วย ตนเห็นกับตาว่าผู้การสุพจน์เป็นคนพาพวกคมมาหากล้าที่นี่ หาญก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีเพราะสุพจน์เป็นคนที่ช่วยเหลือกระเต็นกับกล้ามาตลอด
ooooooo
สุพจน์ถูกคุมตัวอยู่ในห้อง อาจารย์ยอดเข้ามาชมว่าเขาทำได้ดีมาก คิดไม่ถึงว่าตำรวจกับโจรจะร่วมมือกันได้ สุพจน์ถามว่าเอากล้าไปไว้ที่ไหน รับปากกับตนแล้วว่าจะปล่อยกระเต็นถ้าตนพากล้ามาที่นี่หรือจะตระบัดสัตย์
สุพจน์พุ่งเข้าซัดอาจารย์ยอดไปหมัดหนึ่ง พอจะตามซ้ำขุนโชติก็วูบเข้ามาเอาเล็บขยุ้มสุพจน์เหวี่ยงออกไป แล้วตะคอกอาจารย์ยอด
“เอ็งเอาตัวไอ้กล้ามาได้แล้ว ทำไมไม่ไปบอกข้า!”
ส่วนกล้า ถูกเอาตัวไปที่ปางไม้ ภูมินทร์มาเยาะเย้ย “ไงเสือกล้า เราเจอกันอีกจนได้” กล้าถามว่าแม่ตนอยู่ไหน “ไม่ต้องใจร้อน แกได้เจอแม่แกแน่ ถ้าแกบอกฉันว่าวดีอยู่ที่ไหน”
กล้าด่าภูมินทร์ที่ปลิ้นปล้อนไม่ทำตามคำพูด ภูมินทร์เยาะเย้ยว่าแต่เขาก็ยังมา
“เพราะฉันไม่ใช่หมาขี้เรื้อน ที่ถนัดแต่ลอบกัดอย่างแกไง” กล้าตอบโต้ ภูมินทร์หาว่ากล้าขโมยเมียตนไป กล้าสวนไปทันที “วดีไม่ใช่เมียแกและก็ไม่เคยรักแกสักนิด ไม่งั้นคงไม่ใช้ตัวเองเป็นตัวประกันพาฉันหนีหรอก แล้วตอนนี้วดีก็รู้เรื่องชั่วทุกอย่างของแกหมดแล้ว”
“ฉันให้โอกาสแกอีกครั้งเดียวไอ้กล้า...วดีอยู่ที่ไหน”
“หึๆ วดีก็อยู่ในหัวใจฉันไง”
ภูมินทร์เหนี่ยวไกยิงกล้าทันที แต่กระบอกปืนกลับเหออกเหมือนมีใครมาปัด แล้วมือที่ถือปืนก็หันกระบอกใส่ตัวเอง ภูมินทร์พยายามฝืนสุดชีวิต หันไปเจอขุนโชติที่จ้องอยู่ ขุนโชติยังจ้องเขม็ง พึมพำร่ายคาถา คมจะเข้าไปห้ามก็ถูกกงเล็บของขุนโชติจิกตวัดเข้าที่หน้าจนเลือดอาบ ตะกรุดที่คอขาดกระเด็น ภูมินทร์ถามขุนโชติว่า
“จะเก็บมันไว้ทำไม ชีวิตมันไม่มีค่าอะไรแล้ว ทำไมไม่ฆ่ามันให้หายแค้น”
พริบตานั้น กงเล็บของขุนโชติก็จิกที่หัวไหล่ภูมินทร์จนเลือดไหล ตวาดอย่างอหังการ
“ข้าขุนโชติจักเป็นคนกำหนดเอง ว่าไอ้อีหน้าไหนมันสมควรอยู่หรือสมควรตาย”
อาจารย์ยอดรีบขอโทษแทนภูมินทร์อ้างว่าเพราะมีความแค้นส่วนตัวกันคงทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แอบส่งสัญญาณให้ภูมินทร์รู้ตัว นกรู้อย่างภูมินทร์ไหวทัน รีบขอโทษ ยอมรับว่าตนผิดไปแล้ว
“ถ้าเอ็งยังรักชีวิต อย่าลองดีกับข้าอีก” ขุนโชติปราม เสือไทลากตัวกล้าออกไป ขุนโชติมองภูมินทร์ปรามๆอีกครั้งก่อนเดินออกไป
ooooooo
เสือไทนำกล้าไปยังที่พักของขุนโชติ กล้าสะบัดตัวออก ถามขุนโชติว่าต้องการอะไรบอกมาตรงๆดีกว่า อย่าใช้วิธีสกปรกแบบนี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย
“ถ้าบอกว่าข้าต้องการชีวิตเอ็ง!”
“ฉันยอมมาที่นี่ จะตายหรืออยู่ไม่สำคัญแล้ว แต่ขอพบแม่ก่อน” กล้าตอบ ขุนโชติเล่นแง่ว่าถ้าไม่ยอมให้พบล่ะ? “แกก็เป็นแค่โจรสวะไร้สัจจะ ไม่ใช่ขุนโจรผู้เกรียงไกรที่เคยโอ้อวดนักหนาน่ะสิ”
เสือไทด่ากล้าว่า สามหาว แล้วจะเข้าไปฟัน ขุนโชติตวาดเสือไทให้หุบปาก แล้วหันไปปรามกล้า
“เอ็งบังอาจมาพูดถึงสัจจะกับข้ารึไอ้กล้า ในเมื่อโคตรเหง้าของเอ็งล้วนปลิ้นปล้อน ตระบัดสัตย์ ต่ำช้ากว่าโจรอย่างข้านัก ข้าจักให้เอ็งเห็นแจ้งกับตา”
พูดแล้วขุนโชติร่ายมนต์ย้อนอดีตเป่าไปที่ผิวน้ำ ปรากฏเป็นวงคลื่นแล้วภาพในอดีตก็ปรากฏให้เห็น...นับแต่เมียขุนโชติถูกฆ่า หลวงณรงค์ไล่ล่าขุนโชติ ฆ่าแล้วสะกดวิญญาณ จนกระทั่งทิวชุบชีวิตขุนโชติขึ้นมา...
“เอ็งเห็นแล้วใช่รึไม่ ว่าหลวงณรงค์มันทำกับพวกข้าเยี่ยงไร วิญญาณของข้าต้องทนทุกข์มาเป็นร้อยปี แต่ฟ้าดินยังเห็นใจข้า ดลบันดาลให้ไอ้ทิวชุบชีวิตข้าขึ้นมาอีกครั้งเพื่อล้างแค้นศัตรู” ขุนโชติพูดอย่างไม่หายแค้น
“ร้อยปี...งั้นก็แสดงว่าหลวงณรงค์เป็นอดีตชาติของปู่หาญ แล้วปู่หาญจะรู้ได้ยังไงว่าชาติก่อนเคยทำอะไรไว้กับแก”
“ข้าไม่เชื่อว่าไอ้หลวงณรงค์มันตายดับไปแล้ว คนที่มีวิชาอาคมแก่กล้าอย่างมัน ใช้วิธีอมฤตเทวาย้อนอายุให้หนุ่มแน่นอยู่เสมอได้ ที่มันอ้างว่ามันคือไอ้หาญ เพราะมันอยากจะหนีจากกรรมเวรที่มันทำ แต่มันไม่มีทางหนีพ้น”
“เอาล่ะ ถึงฉันจะไม่เชื่อแก แต่เท่าที่เห็น หลวงณรงค์เป็นตำรวจ ถึงจะทำเกินไปบ้าง แต่ก็เป็นหน้าที่”
“ข่มเหงเมียผู้อื่น ริบทรัพย์ที่มิใช่ของตน เยี่ยงนี้รึที่คนดีพึงกระทำ” ขุนโชติตะคอกถาม
“แกก็เข่นฆ่าผู้คนมากมาย ปล้นจี้สมบัติของคนอื่น ถึงผ่านมาร้อยปี แกก็ยังไม่เลิกรา อ้างแต่ความแค้น ก่อกรรมทำชั่ว คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความยุติธรรมจากใครหรอก”
ขุนโชติโมโห ดึงดาบประจุพรายออกมาฟัน แต่กล้าหลบพ้นตามสัญชาตญาณ แต่ในที่สุดกล้าก็ถูกฟันเข้าที่เอวจนทรุด ขุนโชติจะแทงซ้ำ พลันก็ชะงัก เมื่อเห็นเลือดบนดาบที่ทำท่าจะหยดลง แต่กลับกลืนหายเข้าไปในอักขระบนดาบ!
ขุนโชติมองตะลึง เสือไทเลยโดดเข้าฟันกล้า กล้าหลบโดดเตะเสือไทแล้ววิ่งหนี เสือไทขว้างขวานตามแต่ถูกขุนโชติวัดดาบปัดขวานกระเด็น เสือไทอุทานอย่างเข้าใจไม่ได้ ขุนโชติชี้แจงด้วยท่าทีที่ยังโมโหจัดว่า
“ข้ายังไม่อยากฆ่ามัน ข้าจักรอดูว่าเอ็งจักโอหังไปได้สักเพียงใด”
เสือไทหยุดมองขุนโชติงงๆ กล้าเองก็กุมแผลที่เอวงงๆเช่นกัน
ooooooo
ที่ปางไม้ไพรพญา ภูมินทร์ตบหน้าคม ด่าอย่างเกรี้ยวกราดที่สั่งให้ไปเอาตัวราชาวดีมาแต่กลับจับกล้ามาแทน
คมชี้แจงว่าเพราะกล้าไม่ยอมปริปากบอกว่าราชาวดีอยู่ไหน ตนจึงเอาตัวมาแทน แต่ก็ทิ้งลูกน้องไว้เฝ้าที่นั่นแล้ว ถ้าราชาวดีอยู่ที่นั่นต้องไม่รอดแน่ แล้วติงเจ้านายกลัวๆกล้าๆว่า
“ผมว่าเราวุ่นวายกับเรื่องผู้หญิงคนนี้มากไปแล้ว ตอนนี้กิจการที่เราร่วมทำกับเสี่ยไพบูลย์ก็ชะงัก สายในกองปราบก็ทวงส่วย ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปมันจะไม่คุ้มนะครับ”
ภูมินทร์ปราดเข้าขยุ้มคอเสื้อคมกระชากเข้าไปตะคอก
“แกเป็นใครถึงมาสั่งสอนฉัน ฟังฉันให้ดีๆ ฉันต้องได้ตัวราชาวดีเดี๋ยวนี้ ถ้าแกพามาให้ฉันไม่ได้ก็ไปลงนรกไป!”
คมถูกเหวี่ยงไปชนโต๊ะ กัดฟันอย่างแค้นใจก่อนเดินออกไป ภูมินทร์หันไปโวยวายกับอาจารย์ยอดที่ดูเหตุการณ์อยู่อย่างกังวลว่า “ทำไมเราต้องยอมขุนโชติตลอดเวลา จนตอนนี้มันไม่เห็นหัวพวกเราเลยสักนิด หรือว่าอาจารย์กลัวมัน”
“ข้าไม่ได้กลัว แต่ขุนโชติมันสำเร็จวิชากุมภีร์พิฆาต แกร่งกล้าจนแม้ข้าก็มิใช่คู่ต่อกร” ภูมินทร์ปรามาสว่าแสดงว่าอาจารย์จนปัญญาแล้ว “วิธีจะเอาชนะมันมีอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย แทนที่จะเอาตัวไปแลก รอให้ศัตรูตัวจริงมันปรากฏเสียก่อน”
“อาจารย์หมายถึงไอ้หาญ?”
“สิ่งเดียวที่ไอ้ขุนโชติมันต้องการ คือแก้แค้นไอ้เสือหาญที่มันคิดว่าเป็นหลวงณรงค์ในอดีตชาติ ไอ้สองคนนี่เจอกันเมื่อไหร่เราก็แค่นั่งบนภูดูเสือกัดกัน”
ฟังอาจารย์ยอดแล้วภูมินทร์จึงค่อยเย็นลง...
ooooooo
จุกบอกที่ซ่อนตัวของกล้าแก่สุพจน์แล้วเกิดเอะใจว่าทำไมสุพจน์ไม่ให้ตนพาไป จึงแอบตามมาดู แต่ถูกยิ่งยศใช้หุ่นพยนต์สกัดแล้วจึงปรากฏตัวให้เห็น จุกช็อกเมื่อเห็นผู้การยิ่งยศนึกว่าผีหลอกวิ่งเตลิดไป
“เอ็งเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ต้องการอะไร” ยิ่งยศตามไปคว้าตัวมาหักแขน พอดีหาญมาเห็นรีบบอกว่าจุกเป็นพวกเดียวกับเรา แล้วพากันเข้าไปในกระต๊อบของ กระถิน หาญเล่าความเป็นมาเป็นไปให้จุกฟัง จุกฟังแล้วอึ้ง ทึ่งกับเรื่องราวของอมฤตเทวาและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หาญบอกขรึมๆว่า
“วิชานี้มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ รวมทั้งขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬด้วย”
เปี๊ยกจำได้ว่ายิ่งยศเป็นพ่อเลี้ยงของกล้าเพราะเคยเห็นรูปแขวนไว้ที่บ้านกระเต็น จุกโวทันทีว่า
“ใช่ นี่ล่ะผู้การยิ่งยศ มือปราบในตำนาน ทั้งเก่งทั้งเหี้ยมโหดโฉดชั่วไม่มีใครเกิน”
“ลื้อว่าไงนะ” ยิ่งยศตะปบคอจุกทันที จุกร้องจ๊ากรีบบอกว่าตนแค่ล้อเล่นเท่านั้น หาญก็เรียกเพื่อนเตือนสติ ยิ่งยศจึงปล่อยมือบอกว่าตนก็ล้อเล่นเหมือนกัน พูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ในอดีตอั๊วทำเลวไว้มาก อั๊วรู้ แต่กลับมาคราวนี้ อั๊วนี่แหละจะปราบคนเลวให้ราบคาบ”
ราชาวดีที่ร่วมฟังอยู่ด้วยถามขึ้นว่าเรื่องพวกนี้กล้ารู้บ้างไหม หาญบอกว่ารู้แต่เรื่องของตนเท่านั้น และได้เจอกันแค่เดี๋ยวเดียวไม่มีเวลาอธิบายอะไร ยิ่งยศมองจุกแล้วฝากให้ดูแลราชาวดีกับกระถินที่นี่ ตนกับกล้าจะไปช่วยกระเต็นที่ปางไม้
หาญวางแผนจะให้ตำรวจช่วยเรื่องกระเต็น โดยจะให้ลูกน้องคมสองคนนี้ไปเป็นพยานด้วย
ooooooo
วางแผนแล้วพากันไปขอพบรองฯอำนวย หลังจากรองฯอำนวยสอบปากคำลูกน้องคมแล้วหาญเอ่ยขึ้นว่า
“ที่ผมต้องเข้ามาที่กรมตำรวจเพราะไม่แน่ใจว่าทางกองปราบจะมีสายของพ่อเลี้ยงอยู่หรือเปล่า”
รองฯอำนวยบอกหาญว่าไม่ต้องห่วง ถึงอธิบดีไม่อยู่ตนก็จะช่วยเหลือเขาอย่างดีที่สุด หาญขอบคุณด้วยความดีใจ
รองฯอำนวยเรียกตำรวจมาประชุมทันที สั่งเจ้าหน้าที่ให้พาหาญไปพักผ่อนก่อน พอหาญออกไปพ้นห้อง รองฯอำนวยก็ควักรูปของหาญที่เสี่ยไพบูลย์แอบถ่ายส่งมาให้ออกมาดู หรี่ตาเจ้าเล่ห์กับแผนตลบหลังหาญ
ในที่สุดหาญก็ถูกรองฯอำนวยจับโดยตั้งข้อหาว่า เป็นพวกเดียวกับเสือกล้าตามข้อมูลที่ได้รับจากเสี่ยไพบูลย์ หาญพยายามชี้แจง แต่รองฯอำนวยไม่สนใจ หาญจึงแหกวงล้อมหนีไป รองฯอำนวยสั่งตำรวจจับให้ได้ จับเป็นไม่ได้ก็ให้จับตาย
ขณะหาญถูกล้อมจับกำลังเข้าตาจนนั่นเอง ยิ่งยศก็เคลื่อนตัวมาอย่างเร็ว ร่ายคาถาเกิดครอบแก้วครอบตัวหาญไว้ กระสุนที่ตำรวจระดมยิงมาแตกกระจาย จนรองฯอำนวยและตำรวจพากันงงเป็นไก่ตาแตก และเมื่อควันจางลง ทุกคนก็เห็นยิ่งยศยืนผงาดขวางหน้าหาญอยู่ รองฯอำนวยถามงงๆ “แก...แกเป็นใครวะ!”
ยิ่งยศประกาศตัวว่า ตนคือผู้การยิ่งยศ ไพรีพ่าย รองฯอำนวยเริ่มเอะใจเมื่อนึกถึงภาพเก่าๆ ของตำรวจที่ติดผนังห้อง ซึ่งมีภาพของยิ่งยศอยู่ด้วย แต่ก็สั่งลูกน้องให้ยิงเพราะนั่นคือคนร้าย
ยิ่งยศว่าคาถาปัดอาวุธ กระสุนที่ตำรวจยิงมาจึงวกกลับไปหาเจ้าของจนต้องหลบกันพัลวัน ในที่สุดยิ่งยศช่วยพาหาญหนีไปได้ แต่ก่อนไปประกาศฝากไว้ว่า
“แล้วฉันจะกลับมาจัดการกับพวกแก ไอ้พวกนอกรีต!”
ยิ่งยศว่าคาถาย่นระยะทาง แล้วคว้าตัวหาญถอยไปในช่องอากาศที่แหวกอยู่เบื้องหน้าหายไป
รองฯอำนวยกับพวกตำรวจพากันตะลึงอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็นจะจะกับตา
เมื่อหนีรอดไปได้แล้ว ยิ่งยศบ่นหาญว่ายังชอบไว้ใจคนเหมือนเดิม ดีที่ตนเอะใจเลยตามมา หาญบอกว่าคิดไม่ถึงว่าตำรวจระดับรองอธิบดีจะเป็นสายให้โจร
“ยิ่งมีอำนาจมาก ก็ยิ่งโลภมาก สมัยไหนก็เหมือนกัน” ทั้งสองต่างแสดงความห่วงใยกัน ยิ่งยศพูดอย่างสำนึกผิดว่า “ฉันเคยหลงผิดใช้เครื่องแบบก่อกรรมทำชั่วมาแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะยอมให้คนรุ่นหลังทำแบบนี้อีกไม่ได้ เราต้องหยุดพวกมันให้ได้นะไอ้หาญ ถึงจะต้องตายอีกครั้งฉันก็ยอม”
“ได้ ไอ้ยิ่ง ถึงจะต้องตายอีกครั้ง เราก็ต้องหยุดมันให้ได้”
ทั้งสองจับมือมองหน้ากันอย่างฮึกเหิม มุ่งมั่น
ooooooo
หลังจากรองฯอำนวยได้เห็นสิ่งลึกลับมหัศจรรย์กับตาตัวเองแล้ว ไปเล่าให้ภูมินทร์กับอาจารย์ยอดฟัง บอกทั้งสองว่า ลำพังหาญคนเดียวไม่ครณามือตน แต่ผู้การยิ่งยศโผล่มาช่วย นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ
ภูมินทร์ไม่รู้จักผู้การยิ่งยศ รองฯอำนวยจึงเล่าให้ฟังว่า เป็นผู้การกองปราบที่ตายไปเมื่อ 25 ปีก่อน เป็นพ่อเลี้ยงของผู้การเพชร เป็นปู่อีกคนของกล้า อาจารย์ยอดคาดว่าพวกนั้นต้องใช้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ปลุกชีพยิ่งยศขึ้นมาเป็นแน่
“เสี่ยไม่อยู่พวกคุณมาแทนผมก็ไม่ว่า ขอแค่ทำตาม สัญญาทุกอย่าง เงินต่อเงิน แต่เรื่องลึกลับพวกนี้มันอะไร ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ พอ...พอกันที”
รองฯอำนวยเดินหนีไป ภูมินทร์รีบขวางไว้หว่านล้อมแกมขู่ว่า เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ท่านจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ รองฯอำนวยขู่กลับว่า อย่าลืมว่าตนเป็นใคร อย่าให้ต้องปิดปางไม้เขาจะดีกว่า แล้วเรียกตำรวจกลับ
แต่แล้วรองฯอำนวยก็ต้องเปลี่ยนใจ กลับมาร่วมมือกับอาจารย์ยอดและภูมินทร์ เมื่อถูกขุนโชติย่นระยะทางแหวกอากาศออกมาสำแดงอิทธิฤทธิ์ ว่าคาถาจนรถของรองฯอำนวยพุ่งเข้าชนต้นไม้ทั้งที่ไม่มีคนขับ ลูกไฟวิ่งเข้าลุกท่วมรถจนระเบิด ซ้ำขุนโชติยังเอาดาบชี้ขึ้นฟ้าแล้วเกิดแสงพุ่งเข้ากระทบกิ่งไม้หักลงมาปักล้อมรอบรองฯอำนวย ราวกับขังไว้ในกรง
รองฯอำนวยตัวสั่นงันงกกับสิ่งลึกลับมหัศจรรย์เบื้องหน้า อาจารย์ยอดได้ที เดินเข้ามาแนะนำว่า
“นี่คือท่านขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬ ขุนโจรเลื่องชื่อในตำนาน คนที่จะช่วยเรากำจัดพวกไอ้หาญให้พ้นทาง”
“เห็นแบบนี้แล้ว ท่านรองฯยังจะคิดเปลี่ยนใจอีกรึเปล่า” ภูมินทร์ถามขู่ในที
รองฯอำนวยหน้าซีด แม้จะไม่มีคำตอบแต่สีหน้าแววตาบ่งบอกถึงการยอมศิโรราบโดยสิ้นเชิง!
ที่ห้องในปางไม้ ขุนโชตินั่งเป็นสง่าอย่างวางอำนาจอยู่กลางห้อง อาจารย์ยอดกับภูมินทร์ยืนอยู่ใกล้ๆทั้งสองป้อยอขุนโชติกันสุดฤทธิ์ อาจารย์ยอดสอพลอว่า
“ถ้าให้ข้าเดา ท่านขุนโชติคงยังอยากจะให้ไอ้กล้ากลายเป็นมหาโจรอยู่ แต่มันไม่ยอม”
“เพลานี้มันอาจจะไม่ยอม แต่อีกไม่นานดอก ไอ้ลูกหลานหลวงณรงค์ผู้นี้มันเกิดมาเพื่อเป็นโจร อย่างไรเสียก็หนีชะตาไม่พ้น”
“หมายความว่ายังไง ข้าไม่เข้าใจ” อาจารย์ยอดงง ขุนโชติไม่ตอบแต่มองหน้าแล้วแสยะยิ้ม
ooooooo
ขุนโชติวางแผนบีบกล้าให้ฆ่าคน เพื่อฝึกจิตให้เหี้ยมเยี่ยงโจร จึงพาไปดูกระเต็นที่กำลังถูกทรมานน่าเวทนา จนกล้าบอกว่าให้ปล่อยแม่ตนและถ้าจะเอาชีวิตตนก็เอาไปเดี๋ยวนี้เลย
แต่ขุนโชติไม่ได้ต้องการชีวิตของกล้า แต่ต้องการให้เขาเป็นโจร จึงใช้คาถาบิดไส้ทรมานกระเต็นจนเจ็บปวดแทบขาดใจ บอกกล้าว่า “ข้าอยากเห็นนักว่าเอ็งจักใจเด็ดดั่งปากเอ็งรึเปล่า” จนในที่สุดกล้ายอมทุกอย่างขอแต่ให้หยุดทรมานแม่ “เอ็งยอมกราบข้าเป็นครูของเอ็งแล้วกระนั้นรึ”
ขุนโชติทรมานกระเต็นจนหมดสติไป กล้าทนไม่ได้ ในที่สุดเขาตัดสินใจ!
หลังจากนั้น ขุนโชติใช้อาคมรักษาบาดแผลที่เอวของกล้าหายสนิทในพริบตา กล้าจำยอมรับขุนโชติเป็นอาจารย์ แต่แล้วขุนโชติก็มีข้อแม้ว่า
“แต่เอ็งจักเป็นศิษย์ข้าได้ ก็ต้องยกครูเสียก่อน ข้าต้องการหัวไอ้สุพจน์เป็นเครื่องเซ่นสังเวยบูชาครู”
“อะไรนะ!” กล้าผงะ
“เลือกเอาระหว่างชีวิตของแม่เอ็งกับหัวไอ้สุพจน์”
กล้าจึงจำต้องรับดาบประจุพรายจากขุนโชติไปเล่มหนึ่ง เดินเข้าป่ากวาดตาไปรอบๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งอาจารย์ยอดก็ปล่อยตัวสุพจน์ จนเมื่อทั้งสองมาเจอกัน กล้าเล่าให้สุพจน์ฟังว่า ก่อนตนถูกปล่อยตัวมา ขุนโชติ กำลังทรมานแม่ สุพจน์เจ็บใจ บอกกล้าว่าเราต้องกลับไปช่วยกระเต็น กล้าจึงจำต้องบอกว่า
“มีทางเดียวที่จะช่วยแม่ได้ ผมต้องเอาหัวของคุณอากลับไปให้มัน แล้วมันจะรับผมเป็นศิษย์สอนวิชาอาคมให้ ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น ผมทนเห็นแม่ตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ คุณอาอโหสิให้ผมด้วยนะครับ บาปกรรมทั้งหมดผมจะตามไปชดใช้ในชาติหน้า”
กล้ายกดาบขึ้นแต่ฟันไม่ลง เสียบดาบกับพื้นบอกว่า “ผม...ผมทำไม่ได้ อาหนีไปเถอะครับ ไปพากำลังตำรวจมาจัดการกับพวกมัน”
สุพจน์เชื่อว่าถ้าไม่ได้หัวตนกลับไป ขุนโชติไม่ปล่อยกระเต็นแน่ กล้าขอเอาชีวิตตนเข้าแลก สุพจน์ตัดสินใจขอให้กล้ารับปากว่า ถ้าได้ฝึกอาคมแล้วจะใช้มันปราบขุนโชติให้ได้ เพราะโจรชั่วอย่างนั้นยังจะต้องฆ่าคนอีกนับสิบนับร้อยเป็นแน่
ในที่สุดสุพจน์คว้าดาบจากกล้ามาแทงตัวเอง พูดกับกล้าก่อนสิ้นลมว่า
“ชีวิตเดียวแลกกับร้อยชีวิต นับว่าคุ้มค่าแล้ว...อย่าให้การตายของอา เสียเปล่านะกล้า”
กล้าพยักหน้ารับ สุพจน์ยิ้มก่อนสิ้นลม กล้ากอดร่างสุพจน์แผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดลั่นป่า...
เสือไทไม่เชื่อว่ากล้าจะกลับมา แต่ขุนโชติเชื่อว่ากล้าต้องมา เพราะกล้าเกิดในฤกษ์ดาวโจรเหมือนตน ลูบคมดาบเล่าว่า
“หยดเลือดของไอ้กล้าอาบอยู่ในคมดาบกลืน เข้าเป็นเนื้อเดียว ไอ้กล้าเกิดมาเพื่อเป็นโจรเยี่ยงข้า แต่มันมิเคยได้สังหารผู้คน จิตใจหาแข็งแกร่งไม่ นับ จากได้บั่นหัวไอ้โปลิศนั่นในวันนี้ มันจักชินกับกลิ่นคาวเลือด ต่อไปข้าจักใช้มันเป็นกำลังสร้างชุมทุ่งพระกาฬขึ้นมาอีกครา”
ทันใดนั้น กล้าเดินถือดาบเปื้อนเลือดและห่อผ้าใส่หัวสุพจน์มายืนตรงหน้าขุนโชติ...
“ฮ่าๆๆนับแต่นี้ เอ็งคือศิษย์ของข้า ไอ้เสือกล้า” ขุนโชติพอใจมาก
“ปล่อยแม่ฉันตามสัญญาได้แล้ว” กล้าพูดหน้านิ่งๆ
ooooooo










