สมาชิก

สามหนุ่มเนื้อทอง

ตอนที่ 7

พอธีธัชเห็นลำเภาเท่านั้น เขานึกในใจว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ดีกลับดีกว่า รีบหลบไปหลังรถเข็นเก็บจานที่ผ่านมาพอดี จากนั้นหลบจากเสานี้ไปเสาโน้น เล็งเสาสุดท้ายคาดว่าพ้นแน่แล้ว แต่พอพุ่งไปก็หน้าเจื่อนเมื่อเจอลำเภายืนกอดอกคอยอยู่แล้ว

ธีธัชทำเป็นถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ ลำเภาบอกว่าตนมาหาแม่ เขาทำเป็นแปลกใจถามว่าแม่ทำงานที่นี่หรือ ตนมาหาหมอแต่หมอไม่อยู่และกำลังจะกลับพอดี

ลำเภามองอย่างรู้ทันบอกว่าเบญลี่เล่าให้ตนฟังหมดแล้ว ถามว่าจะมาหาแม่เพื่อสู่ขอตนแต่งงานใช่ไหม ธีธัชหูตา เหลือกรีบตัดบทว่า

“เพ้อ...ใครเขาอยากจะแต่งงานกับเธอ”

“แหม...ไม่ต้องอายหรอกน่า กะจะเซอร์ไพรส์สู่ขอลับหลังล่ะสิ ไป...คุณแม่ว่างพอดี” ลำเภาดึงแขนจะพาไปหาแม่ ธีธัชขืนตัวไว้สุดฤทธิ์ ปากก็ร้องว่า ฉันไม่แต่งงาน...ฉันไม่แต่งงาน สะบัดสุดแรงจนหลุดแล้วเดินอ้าวหนีไปเลย ลำเภามองตามขำๆพูดอย่างสะใจว่า “ท่าทางจะกลัวจริงๆรีบกลับไปเลย ฮ่าๆๆๆ”

ooooooo

เนตรนภัสตามหาวัชระไม่เจอ เลยไปที่บ้านเขา เจอแววอยู่บ้านคนเดียว แววปลอบให้ใจเย็นๆ เธอบอกว่าเย็นไม่ไหวแล้ว เพราะไปรอเขาที่ทำงานก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ฟ้องอย่างหงุดหงิดว่า

“แหนมนัดร้านทำแหวนแต่งงาน นัดโรงแรม นัด

ดีไซเนอร์ตัดชุดแต่งงาน นัดทุกอย่างไว้แล้ว แต่วัชเขาหายตัวไปแบบนี้ แหนมก็เสียชื่อแย่สิคะ”

แววบอกว่าตนเข้าใจ และขอโทษแทนลูกชาย ทำให้เนตรนภัสเสียงอ่อนลง ยกมือไหว้ขอโทษ บอกว่าที่ตนโวยวายเพราะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ พูดอย่างหนักใจ ทุกข์ใจว่า

“วัชทำตัวเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำเล่นๆแบบนี้ แหนมเหนื่อยเตรียมทุกอย่าง วัชแค่มาตามนัดเขายังทำไม่ได้ แหนมไม่เข้าใจจริงๆว่าวัชเขาเป็นอะไร”

แววรู้ดี แต่เหมือนน้ำท่วมปากพูดไม่ออก ฟังเนตรนภัส บ่นจนเธอสบายใจขึ้นและลากลับ บอกว่าถ้าวัชระกลับมาให้เขารีบไปหาตนด้วยก็แล้วกัน แววรับคำมองตามเธอไปด้วยความหนักใจ

ooooooo

วัชระนำกำลังไปจับนักค้ายาเสพติด เสร็จแล้วได้รับโทรศัพท์จากแวว เขารับสายอย่างแปลกใจ

“ที่จริงก็ไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอกลูก แม่แค่จะบอกว่า แหนมเขามารอที่บ้าน ท่าทางเขาเป็นทุกข์มาก แม่ว่าวัชน่าจะไปหาแหนมเขาหน่อย ท่าทางเขาจะร้อนใจเรื่องงานแต่งงานมาก” แววโทร.บอกลูกชาย

“แหนมเขาร้อนใจ ใจร้อนกับทุกเรื่องอย่างนี้แหละครับแม่ แต่แม่ไม่ได้บอกเบอร์นี้กับแหนมใช่ไหมครับ” พอแววบอกว่าถ้าเธอโทร.มาอีกทีแม่จะบอกเบอร์นี้เลย วัชระสะดุ้งรีบบอกแม่ว่า “เอาเป็นว่า ผมพร้อมเมื่อไหร่จะไปหาเขาก็แล้วกัน แค่นี้ก่อนนะแม่ ผมต้องไปสอบปากคำคนร้ายต่อ”

พอวางสายจากแม่ เขาบ่นอย่างหนักใจ เหนื่อยหน่ายว่า

“ไปเฝ้าที่ทำงาน ไปคอนโดฯไอ้กริช แล้วนี่ไปที่บ้านอีก...แหนมจะไปตามจิกที่ไหนอีกไหมเนี่ย...”

ooooooo

เนตรนภัสตามล่าวัชระไปถึงเอ็ม กรุ๊ป เดินอาดๆเข้าไปถามเบญลี่กับอรุณศรีที่กำลังคุยกันอยู่ว่าตนมาหากริชชัย อยู่หรือเปล่า

ทั้งเบญลี่และอรุณศรีต่างอึ้งกับน้ำเสียงแข็งกระด้างของเธอ อรุณศรีสงสัยว่าเธอคงจะเป็นแฟนกริชชัย ส่วนเบญลี่ถามว่านัดกันไว้หรือเปล่า เนตรนภัสบอกว่าไม่ได้แต่ให้ไปบอกกริชชัยว่า “ฉันเนตรนภัสมาขอพบ”

เมื่อพบกริชชัยเธอเปิดฉากถามทันทีว่า วัชระอยู่ไหน ดักคอว่าอย่ามาปิดบังกันเลย

“ผมไม่ได้ปิดบัง แต่ผมไม่รู้จริงๆ แหนมก็รู้ว่าไอ้วัชมันเป็นพวกรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครไปบังคับ”

เนตรนภัสหาว่ากริชชัยเข้าข้างพวกเดียวกัน ตัดบทว่าฝากบอกวัชระด้วยว่าตนไม่ยอมให้เขาหนีหน้าแบบนี้ ตนจะต้องตามหาให้เจอ ถ้าเขาไม่รีบติดต่อกลับมาได้เจอดีแน่

เนตรนภัสเดินปึงปังออกไป กริชชัยตามไปบอกให้ใจเย็นๆ เห็นอรุณศรีกับเบญลี่เมียงมองอยู่ก็กลัวจะถูกเข้าใจผิด พูดลอยๆว่า

“เนตรนภัสเขาเป็นแฟนวัชระ เขามาตามหาวัช ไม่เกี่ยวกับผม”

อรุณศรีทำเป็นไม่สนใจ แต่เบญลี่ตอบรับอย่างไม่ให้เสียมารยาทและรู้เจตนาของเจ้านายดี ดังนั้น พอกริชชัยเดินไปแล้วก็บอกอรุณศรีว่า กริชชัยตั้งใจบอกเธอแน่ๆ ไม่ได้อยากบอกตนหรอก

“แอ๊วว่า คุณกริชต้องการจะบอกเราทั้งสองคน ไม่ใช่ แค่คนใดคนหนึ่งหรอกค่ะ พี่เบญลี่น่ะคิดมาก” พูดแล้วเดินเลี่ยงไป แต่พอพ้นสายตาเบญลี่ อรุณศรีก็ตาเป็นประกายขึ้นวาบหนึ่ง อดคิดนิดๆไม่ได้ว่า หรือว่า...จะจริง...

ooooooo

วัชระขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปที่คอนโดฯของกริชชัย เอะใจเลี้ยวกลับไปถาม รปภ.ว่ามีผู้หญิงมาที่ห้อง 11–12–13 ไหม พอรู้ว่าเมื่อวานมาและให้เบอร์ไว้บอกว่า ถ้าเขากลับให้โทร.บอกด้วย

วัชระถามว่าแล้วโทร.บอกหรือยัง พอรู้ว่ายังก็โล่งใจย้ำว่า “ไม่ต้องโทร.!” แล้วขี่รถกลับออกไปเซ็งๆ

วันนี้สุพรรณิการ์รู้สึกนอนสบายมากเพราะไม่มีเสียงรบกวน คาดว่านายหน้าหนวดนั่นคงยังไม่กลับ พอตื่นก็ไปทำงานเจอกรกนกมาเร็วกว่าปกติ ถามไถ่จึงรู้ว่าธีธัชนัดเพื่อนไว้ที่นี่ตนเลยติดรถมาเร็วหน่อย

สุพรรณิการ์มองไปเห็นธีธัชนั่งคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งท่าทางตึงเครียด จังหวะหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นหันมาเธอจำได้ว่าคือแหนมนั่นเอง ถามกรกนกว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ ดูเหมือนเขาอารมณ์ไม่ค่อยดี

“สงสัยจะเป็นเรื่องคุณวัชน่ะค่ะ”

“นายหน้าหนวด เออะ...นายวัชระเขาไปทำอะไรไว้เหรอคะ” สุพรรณิการ์โพล่งถามอย่างอยากรู้มาก

เนตรนภัสยังบ่นกับธีธัชว่าวัชระหายหน้าไปอย่างไม่รับผิดชอบ ธีธัชแก้ต่างให้เพื่อนว่าวัชระอาจมีเหตุผลส่วนตัวมากกว่า เนตรนภัสยื่นคำขาด ว่าเขากับกริชชัยต้องตามหาตัววัชระให้เจอก็แล้วกัน

สุพรรณิการ์เงี่ยหูฟังอยู่ พอจับความได้ก็ถามกรกนกว่าวัชระหนีอะไรหรือ

“คุณวัชไม่ได้หนีปัญหานะคะ เห็นธีบอกว่า ยังไม่พร้อมสู้ปัญหามากกว่า” กรกนกชี้แจง สุพรรณิการ์ฟังแล้วพึมพำอย่างหนักใจว่า แรงแบบนี้สู้ยังไงก็แพ้

เมื่อเนตรนภัสกลับไปแล้ว กรกนกเดินไปหาธีธัช สุพรรณิการ์เดินตามไปห่างๆอย่างอยากรู้ ได้ยินกรกนกถามธีธัชว่า เนตรนภัสว่าอย่างไรบ้าง

“ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมไอ้วัชมันถึงเครียด” ปรารภว่าเนตรนภัสคงกดวัชระตลอดมา พอเขาลุกขึ้นมาแข็งข้อก็เลยไม่ชิน พูดอย่างเห็นใจเพื่อนว่า “ไอ้วัชไม่เคยเป็นแบบนี้ แสดงว่ามันคงจะเครียดมาก...”

สุพรรณิการ์ฟังแล้วก็อดนึกเห็นใจวัชระขึ้นมาไม่ได้...

ด้วยความเห็นใจเพื่อน กริชชัยจึงพาวัชระไปอยู่ที่บ้านลำเภา บอกลำเภาว่าพาเพื่อนมาหลบภัยเรื่องผู้หญิง เพราะโดนผู้หญิงเร่งแต่งงาน แต่วัชระไม่พร้อม แค่พักไม่กี่วันพอดีขึ้นก็คงกลับบ้านเอง

“คุณกริชแน่ใจเหรอว่ามันจะดีขึ้น” ลำเภาถามอย่างกังวล

กริชชัยหันมองวัชระที่นั่งเซ็งอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วก็ไม่แน่ใจขึ้นมาเหมือนกัน

เมื่อเข้าห้องพัก วัชระหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูรูปเก่าๆ ที่เนตรนภัสดูสดใสน่ารัก แล้วอดถามตัวเองไม่ได้ว่า “แหนมเปลี่ยนไป หรือ ผมไม่เคยรู้จักแหนมกันแน่...” คิดแล้วเหนื่อยใจ วางโทรศัพท์ลงเซ็งๆ

ooooooo

ปรานต์ร้อนเงินมาก วันนี้ไปรับอรุณศรีที่ออฟฟิศก็เร่งรัดเธอว่าเรื่องเงินเป็นอย่างไร พอเธอบอกว่าตนมีไม่ถึง แต่สุพรรณิการ์บอกว่าถ้าเขาเดือดร้อนจริงๆก็จะให้ยืม

ปรานต์โมโหมากที่เธอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้สุพรรณิการ์ฟัง แม้อรุณศรีจะชี้แจงว่าตนกลุ้มใจ เพราะเงินไม่ใช่น้อยๆ ก็ต้องปรึกษาคนอื่นบ้าง

“ไม่ต้องเลยนะ ไม่ต้องพูดเรื่องยืมเงินคนอื่นเลย ผมไม่ทำ ถ้าแอ๊วอยากทำก็ยืมมาให้แล้วกัน” แล้วเขาก็ลดเสียง เบาลงว่า “ฝ้ายเขาก็เป็นเพื่อนแอ๊ว ไหนๆสนิทกัน แอ๊วยืมเองน่าจะง่ายกว่า...นะจ๊ะคนดี”

อรุณศรีอึ้งไป ก็พอดีมาถึงบ้าน ก่อนที่จะลงจากรถปรานต์บอกเธอว่า เสาร์อาทิตย์นี้ตนไม่อยู่กรุงเทพฯ เพราะมีงานต้องไปดูรถให้ลูกค้าที่ต่างจังหวัด พออรุณศรีลงไปแล้ว เขาก็หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความทันทีว่า

“เสาร์นี้เจอกันครับ” แล้วกดส่งไปที่ “เกียว” มีรูปเจ๊เกียวอยู่ด้วย

ooooooo

วัชระนอนหลับลึกอย่างไร้กังวล จนเสียงโทรศัพท์ บ้านดังก็ไม่ได้ยิน น้องหมาที่นอนอยู่ด้วยทนหนวกหูไม่ได้กระโดดขึ้นเตียงไปเห่าและสะกิดปลุกให้รับโทรศัพท์ จึงลุกไปรับ

เป็นสายจากกริชชัยโทร.มาจากคอนโดฯ บอกข่าวดีว่ารถกระบะบรรทุกน้ำปลาเลื่อนออกไปแล้ว วัชระรีบไปทันที ไม่เห็นรถบรรทุกน้ำปลาแล้ว เห็นแต่รถสปอร์ตคันหรูของสุพรรณิการ์จอดอยู่ เขาขึ้นคอนโดฯไปทันที

อึดใจเดียวก็ไปกดออดหน้าห้องสุพรรณิการ์ รู้ว่า

เธออยู่แต่ไม่ยอมมาเปิดประตู เลยใช้วิธีที่ได้ผลชะงัด คือ เจาะกำแพง พอเสียงสว่านเจาะกำแพงดังไม่นาน เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น

“ยอมตื่นแล้วเหรอ ฮึๆ” วัชระยิ้มอย่างสมใจ

พอสุพรรณิการ์เปิดประตู วัชระถามทันทีว่าคิดยังไงถึงเลื่อนรถให้ตน สุพรรณิการ์ตอบอย่างไม่แยแสว่า

“ก็สมเพชเวทนา ไม่อยากจะหาเรื่อง” วัชระทำหน้างงถามว่าสมเพชเวทนาตนเรื่องอะไร “ก็กำลังเป็นอะไรอยู่ล่ะ ก็สมเพชเรื่องนั้นแหละ” แล้วตัดบทว่า “เอาเป็นว่าฉันเบื่อก็เลยเลิก แค่นั้นแหละ ฉันจะไปนอนแล้ว ถ้าจะเจาะต่อก็เชิญตามสบาย ฉันซื้อที่อุดหูมาแล้ว”

สุพรรณิการ์หันหลังจะกลับห้อง วัชระเรียกไว้ถามว่าที่ตนขับรถเฉี่ยวเธอนั้น ต้องการค่าเสียหายเท่าไร เธอบอกว่า กริชชัยจ่ายให้แล้วและตนก็เอาไปทำบุญหมดแล้วด้วย วัชระเลยบอกว่างั้นตนจะจ่ายคืนกริชชัยเอง เห็นเธอเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย เขาเลยชี้แจงว่า

“ก็แสดงความรับผิดชอบ แล้วก็ตอบแทนที่เลื่อนรถให้” พูดแล้วยิ้มนิดๆ อย่างมีเลศนัย จนสุพรรณิการ์มองอย่างสงสัย

พอวัชระพูดจบปิดประตู สุพรรณิการ์ก็อดคิดไม่ได้ว่า นายหน้าหนวดนี่เวลาไม่อมทุกข์ก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน พอรู้ตัวก็สลัดความรู้สึกนั้น รีบเดินกลับห้อง

ooooooo

เมื่ออรุณศรีไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เธอไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะกลุ้มใจเรื่องจะหาเงินที่ไหนมาให้ปรานต์ คิดถึงคำพูดของปรานต์ที่ว่า ถ้าเธอเป็นคนยืมเงินสุพรรณิการ์เองน่าจะง่ายกว่า แต่พอนึกถึงที่สุพรรณิการ์บอกว่า ถ้าปรานต์กล้ามายืมเองตนก็กล้าให้ คิดแล้วคาดว่า ถ้าตนยืมเองสุพรรณิการ์คงไม่ให้แน่

คิดหาทางออกไม่ได้ นึกได้หยิบใบปลิวที่พนักงานบริษัทเงินกู้เอามาให้ขึ้นมาดูอย่างคิดหนัก กริชชัยเห็นก็มองด้วยความเป็นห่วง แต่พอเข้ามาถามว่าเธอมีปัญหาเรื่องเงินหรือเธอกลับปฏิเสธ เขาชี้ให้เห็นถึงระบบที่เอารัดเอาเปรียบของบริษัทพวกนี้ แล้วพูดทิ้งไว้ให้เธอพิจารณาว่า

“เอาเป็นว่า ถ้าคุณไม่อยากบอกผม ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณต้องการกู้เงิน ขอให้มาคุยกับผมก่อนจะไปคุยกับบริษัทพวกนั้นได้หรือเปล่า”

“ได้ค่ะ” อรุณศรีตอบไม่กล้าสบตา แต่พอเขาเดินไป เธอมองตามเขาไปด้วยความรู้สึกดีๆ แต่ไม่กล้าดีใจกับความรู้สึกนั้นของตัวเอง

ooooooo

โอบบุญยังมุ่งมั่นพัฒนาฝีมืออาหารของตัวเอง วันนี้ก็มีน้ำสลัดสูตรใหม่ที่คั้นน้ำดอกอัญชันเป็น สีฟ้าพอบีบมะนาวลงไปก็เปลี่ยนเป็นสีม่วง ทั้งสีสวยและอร่อย เอามาให้อรุณศรีชิม คุยอย่างร่าเริงว่าถ้าอร่อยจะทำขายให้ชื่อว่า “น้ำสลัดโอบบุญ” ถ้าขายดีจะเก็บเงินเอาไว้ไปขอสาวที่ถูกใจ

อรุณศรีเลยถามว่า ตอนที่พี่มีแฟน เคยยืมเงินแฟนใช้ไหม เมื่อพี่ชายตอบว่าไม่เคย เธอถามว่าแล้วคิดจะยืมไหม โอบบุญบอกว่าคงไม่ ถ้ามีปัญหาจริงๆยืมเพื่อนดีกว่า

เธอถามอีกว่า แล้วถ้าแฟนมาขอยืมจะให้ไหม พี่ชายตอบเหมือนรู้ใจน้องสาวว่า

“ก็ต้องถามว่าจะเอาไปทำอะไร ถ้าสำคัญมากและเราไม่เดือดร้อนก็อาจจะให้ แต่ถ้ามันไม่ได้สำคัญมากและเราก็ไม่ได้มีเงินมาก ก็ไม่ให้” ตอบแล้วมองหน้าน้องอย่างรู้ทันถามว่า “ไอ้ปรานต์มันยืมแกเท่าไหร่”

อรุณศรีบอกว่าสี่แสน พอเห็นพี่ชายตกใจก็รีบบอกว่า “แต่เขาบอกว่า มีเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น” พี่ชายถามว่าแล้วจะให้รึเปล่า เธอตอบอย่างครุ่นคิดว่า

“แอ๊วไม่อยากเป็นคนใจดำ ตอนแอ๊วลำบากปรานต์เขาก็ช่วย ตอนนี้พอเขาลำบาก แอ๊วไม่อยากทิ้งเขา”

โอบบุญเตือนน้องว่า คนว่ายน้ำไม่เป็นเขาไม่ให้ลงไปช่วยคนจมน้ำหรอก ให้ร้องเรียกคนอื่นช่วยหรือไม่ก็โยนห่วงยางลงไปให้ ย้ำกับน้องว่า

“จะช่วยใครก็ให้ดูตัวเองด้วย และถ้าแกไม่ให้เงินมันยืม แล้วมันโกรธจนขอเลิก ก็ลองคิดดูแล้วกันว่า คนแบบนี้สมควรจะคบต่อไปหรือเปล่า”

ฟังพี่ชายแล้วอรุณศรีผ่อนคลายลงเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้บ้าง...

ooooooo

เนตรนภัสยังตามล่าวัชระไม่เลิก เธอบอกกับสีรุ้งผู้เป็นแม่ว่า ตนไม่มีวันยกเลิกงานแต่งงานเด็ดขาด จะต้องตามหาตัวเขาให้เจอ ตอนนี้ได้บอกเพื่อนทุกคนแล้วว่าถ้าเจอตัวเขาเมื่อไหร่ให้รีบติดต่อตนทันที

นรีวรรณยังคงติงพี่สาวว่า ไม่คิดว่าวัชระจะมีคนอื่นบ้างหรือ เธอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้ามีคนอื่นก็ลองดู จะตามล้างตามฆ่าทั้งสองคนเลยทีเดียว สีรุ้งเตือนว่าอย่าให้โลดโผนนัก เพราะเราเป็นผู้หญิง

“ผู้หญิงไม่ได้แปลว่า ‘ต้องทน ต้องยอม’ ทั้งๆที่เราโดนทำร้ายและโดนเอาเปรียบนะคะแม่ เรื่องนี้ไม่ว่ายังไงวัชก็ผิด แหนมจะไม่อยู่เฉยๆ รอให้วัชโผล่ออกมาหรอกค่ะ แหนมจะตามล่าให้ถึงที่สุด!!”

สีรุ้งเห็นความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของเนตรนภัสก็คิดหาทางช่วยลูก โทร.ไปหาแวว บอกว่าลูกสาวตนกำลังจิตแตก ถ้าตามหาวัชระไม่เจอก็จะไปแจ้งความว่าคนหาย

พอแววเล่าให้วัชระฟังเขาตกใจ ขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้แม่พลอยมาเดือดร้อนไปด้วย แต่ตนยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานจริงๆ ถ้าจำเป็นก็จะแต่งไปก่อน ถ้าไม่รอดก็ค่อยเลิก

“นี่...พูดให้มันเป็นมงคลหน่อยสิ มันก็ไม่แน่หรอก แต่งไปแล้วมันอาจจะดีขึ้นก็ได้... เราน่ะแต่งงานแต่งการเสียได้ก็ดี จะได้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ได้รับผิดชอบชีวิตคนอื่นบ้าง ไม่ใช่มีแต่เรื่องของตัวเอง”

“รับผิดชอบชีวิตคนอื่น...” วัชระสะดุดใจคำนี้ของแม่ เริ่มรู้สึกว่าได้เวลาที่ตนต้องรับผิดชอบแล้ว

ooooooo

ทริปพิเศษพาลูกค้าไปลองรถเริ่มเคลื่อนขบวนแล้ว กริชชัยรับผิดชอบนำขบวนไป ส่วนเบญลี่กับอรุณศรีไปคอยต้อนรับลูกค้าที่โรงแรมวังน้ำเขียว ส่วนขบวนของผู้ติดตามทั้งญาติพี่น้องและคนรักก็ทยอยตามกันไป

เบญลี่พอใจที่ปรานต์ไม่ได้มาด้วย แต่พอฟังอรุณศรีบอกว่าเขาติดลูกค้าไม่อย่างนั้นก็คงมาด้วยกัน เบญลี่พูดเชิงตำหนิว่า แปลกจังเห็นลูกค้าดีกว่าแฟน แล้วถามว่าลูกค้าผู้หญิงหรือผู้ชาย อรุณศรีหัวเราะแหะๆ บอกว่าไม่รู้

เป็นเวลาเดียวกับที่เจ๊เกียวขับรถสปอร์ตคันหรูมารับปรานต์เพื่อไปดูรถตู้ที่ระยอง ทั้งคู่ต่างมองกันด้วยสายตาที่สื่อปรารถนาแห่งหัวใจของกันและกันอย่างรวดเร็ว...ร้อนแรง... ตลอดเวลาการเดินทาง

เช่นเดียวกัน วัชระที่ได้ข้อคิดเตือนใจจากแม่ ก็ตัดสินใจแล้วที่จะเผชิญปัญหาอย่างกล้าหาญปลุกใจตัวเองว่า

“เอาวะ...เป็นไงเป็นกัน!”

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว วัชระไปหาเนตรนภัสที่บ้าน สีรุ้งกับนรีวรรณต่างตื่นเต้นไม่รู้ว่าทั้งคู่คุยกันแล้วจะออกหัวหรือออกก้อย แต่ทั้งสองก็พากันเลี่ยงไปปล่อยให้หนุ่มสาวเคลียร์กันอย่างสะดวกใจ

พอเจอหน้าวัชระที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก เนตรนภัสก็ปราดเข้าทุบเขาไม่ยั้ง วัชระพยายามบอกว่าตนเจ็บ แต่ยิ่งสะใจเธอ

เนตรนภัสทั้งทุบทั้งตำหนิต่อว่า ทั้งร้องไห้ด้วยความผิดหวัง เสียใจจนหมดแรงไปเอง

วัชระกุมมือเธอ อยากจะเอ่ยขอโทษพอถูกเธอตวาดเขาก็พูดไม่ออก บอกแค่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน

“จะคุยอะไรก็คุยมา แหนมรอฟังอยู่...” เธอกระชากเสียง แล้วนิ่งฟัง ครู่เดียวก็โวยวายว่า “แค่ขอโทษแล้วจะให้จบ...มันไม่ง่ายไปเหรอ...”

วัชระชักสีหน้าเซ็งๆถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร เนตรนภัสให้บอกมาตรงๆว่าทำไมถึงต้องหายตัวไป ถ้ามีเหตุผลตนก็จะฟัง วัชระดูท่าทีแบบหยั่งๆก่อนตัดสินใจบอกว่า

“ผมไม่ชอบให้แหนมบังคับ” พูดได้แค่นั้นก็ถูกเธอแว้ดว่าขนาดตนบังคับก็ยังไม่ค่อยทำเลย วัชระพูดอย่างเบื่อหน่ายว่า “นี่ไงแหนมไม่เคยฟัง ผมพูดยังไม่ทันจบเลยแหนมก็สวนขึ้นมาแบบนี้ ตกลงจะให้ผมพูดรึเปล่า”

เธอกระแทกตัวนั่งลงบอกว่าจะพูดก็พูดไปตนฟังอยู่ วัชระตั้งหลักใหม่ พูดความรู้สึกสำคัญว่า ตนอึดอัดที่เธอมาบงการชีวิต แล้วยกตัวอย่างที่เธอเที่ยวยุ่งทั้งเรื่องงานเรื่องเงินจนตนเครียดไม่มีความสุข ย้ำกับเธอว่า

“ยิ่งคุณวุ่นวายกับชีวิตผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้คุณ”

พอฟังเขาพูดจบเธอถามว่าแค่นี้ใช่ไหม วัชระตอบงงๆว่าใช่ เธอสรุปว่าเรื่องไม่ใหญ่ ต่อไปนี้เขาไม่ต้องหนีไปไหนอีกและตนก็ได้ฟังตามที่เขาต้องการแล้ว เป็นอันเคลียร์...จบ!

วัชระตอบเสียงแผ่วว่า จบก็จบ...จากนั้นก็ถูกเธอสั่งว่า พรุ่งนี้ให้มารับไปสตูดิโอถ่ายรูป ได้รูปแล้วจะเอาไปทำการ์ดและของชำร่วย ตนไม่อยากช้าไปกว่านี้อีก ย้ำสุดท้ายว่า “พรุ่งนี้... สิบเอ็ดโมงเจอกัน!!”

สุดท้าย วัชระก็ได้แต่พึมพำกลุ้มๆเซ็งๆว่า “ตกลงคุณฟัง แต่คุณไม่เข้าใจผมใช่ไหมเนี่ย...เฮ้ออออ...”

ooooooo

ฝ่ายธีธัชไม่ได้ไปกับกริชชัย บอกกรกนกว่าเพราะตนเพิ่งไปทำเลเซอร์มาเขาห้ามโดนแดดอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ กรกนกอุทานอย่างเหลือเชื่อว่าอยากหล่อกว่านี้อีกหรือ ธีธัชอ้อนว่ากลัวโทรมแล้วจะถูกเธอทิ้ง

“ถ้ากรจะทิ้งคุณ ไม่ใช่เพราะคุณโทรม แต่เพราะอย่างอื่นมากกว่า”

ธีธัชกระแซะเข้าอ้อนถามว่าเพราะอะไร เรื่องอะไรที่ตนจะทำให้เธอเซ็ง ก็พอดีมีโทร.เข้ามือถือเขา ธีธัชจะไปปิดเครื่องแล้วมาฟังเธอพูด แต่พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นกลายเป็นข้อความที่ไม่ปรากฏเบอร์โทร.ว่า

“เย็นนี้เลิกงานห้าโมง มารับด้วย...ลำเภา”

ooooooo

สามหนุ่มเนื้อทอง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด