ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ธรณีนี่นี้ใครครอง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อจิ๋วแจ๋วไปตามอาทิจมาแล้ว ดรุณีชวนทุกคนรวมทั้งน้าแก้วและจิ๋วแจ๋วกินข้าวด้วยกัน น้าแก้วอ้างว่ายังทำงานค้างอยู่ จิ๋วแจ๋วทำท่าลังเล น้าแก้วบอกว่าแม่อยากกินผัดผักฝีมือจิ๋วแจ๋วให้ไปผัดให้ที จิ๋วแจ๋วเลยต้องไปเข้าครัว

อาทิจมองหน้าดรุณีอย่างชั่งใจ ถามว่าไม่อยากกินข้าวกับตนตามลำพังหรือเปล่า ถ้าลำบากใจตนไปกินกับเกร็งก็ได้

“พี่อาทิจจะทิ้งณีไว้คนเดียวเหรอคะ”

เป็นคำถามที่ทำให้อาทิจชะงักใจอ่อนยวบนั่งลงด้วยสีหน้าที่เห็นใจเธอ

หลังอาหาร ดรุณีขอบคุณที่มากินข้าวเป็นเพื่อน เปรยๆขึ้นว่าคุณย่าให้เขามานอนที่ห้องท่าน อาทิจนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนบอกเธอว่า

“ขึ้นไปอยู่ตอนนี้น้องณีอาจจะไม่สะดวก เอาไว้ให้น้องณีกลับไปเรียนก่อน พี่จะขึ้นไปดูแลให้เอง”

ดรุณีถามถึงตะวัน อาทิจบอกว่าตนจะรับเลี้ยงไว้ตามเดิมแต่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทองประศรีเด็ดขาด

“ขอบคุณนะคะที่ไม่ทอดทิ้งตะวัน แล้วก็หวังว่า พี่อาทิจจะไม่ทิ้งเด็กในปกครองคนนี้ด้วยนะคะ”

“คนนี้ไม่ทิ้งเด็ดขาด กลัวแต่เด็กในปกครองจะเบื่อผู้ปกครองเสียก่อนสิครับ”

“ไม่เบื่อค่ะ” ดรุณีตอบทันทีด้วยท่าทีเขินๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ดรุณีกับอาทิจไปกราบที่หลุมฝังเถ้ากระดูกของคุณย่า

“หนูมาลาคุณย่า หนูสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและไม่ทำให้คุณย่าผิดหวัง หนูขอบคุณคุณย่านะคะที่เลี้ยงหนูมา ทั้งที่หนูไม่ได้เป็นอะไรกับคุณย่าเลยสักนิด”

อาทิจชะงักกึก มองดรุณีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ดรุณีจึงเล่าให้เขาฟังว่า ที่จริงแม่ของตนกำลังตั้งท้องอ่อนๆก่อนที่จะมาอยู่กับคุณปู่ ซึ่งคุณปู่ก็รู้เรื่องดีแต่ก็ไม่รังเกียจ ยิ่งคุณย่าด้วยแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่รังเกียจตนหากแต่ยังเลี้ยงดูเยี่ยงลูกหลานคนหนึ่งด้วย

เมื่ออาทิจรู้เรื่องของดรุณีแล้ว เขาทั้งสงสารเห็นใจและดีใจที่เธอไม่ได้เป็น “ย่าเล็ก” อย่างที่เข้าใจแต่ต้น บอกเธออย่างรู้สึกผิดว่า ถ้ารู้อย่างนี้แต่แรกตนก็จะไม่งัดข้อกับเธอ ยอมรับว่าที่แล้วมาตนทำไปทั้งหมดก็เพียงแค่อยากปราบเด็กดื้อเท่านั้นเอง

กราบลาคุณย่าเสร็จ ทั้งสองออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อาทิจมาส่งเองเพราะมีธุระและต้องหาซื้อของเข้าสวนด้วย

ooooooo

เมื่อไปถึงคอนโดฯที่พักของดรุณี เธอบอกเขาให้ขึ้นไปพักที่ห้องก่อนเพราะกลับไปตอนนี้รถจะติดมาก อาทิจลังเลนิดหนึ่งกลัวคนจะมองเธอไม่ดี และเชื่อว่าเธอคงไม่เคยพาผู้ชายคนไหนมาที่ห้องด้วย

ดรุณีบอกว่าตนไว้ใจเขา ถ้าไว้ใจเขาไม่ได้ก็คงไว้ใจใครในโลกนี้ไม่ได้แล้ว แต่เมื่ออาทิจขึ้นไปที่ห้องแล้ว มัวแต่คุยกันจนคิดว่าเลยเวลาเร่งด่วนรถคงไม่ติดแล้ว อาทิจจึงกลับไปโดยไม่ได้พักเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น อาทิจจะมารับดรุณีไปส่งที่มหาวิทยาลัย ปรากฏว่ารถเสีย เขาเลยเอาเข้าอู่แล้วมาหาดรุณีที่คอนโดฯ ขอโทษที่ไปส่งที่มหาวิทยาลัยไม่ได้ เมื่อดรุณีรู้ว่าเขาจะต้องไปซื้อของเข้าสวนและแวะเยี่ยมเยียนลูกค้า เธออาสาพาไปเพราะเขาไม่ชำนาญทาง บอกอาทิจว่าไม่ต้องห่วงเพราะตนมีเรียนบ่าย

ดรุณีกับอาทิจออกไปไม่ถึงอึดใจ ตุ่นในชุดนักศึกษาก็จะมารับดรุณีไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน เจ้าหน้าที่คอนโดฯบอกว่าดรุณีเพิ่งออกไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ตุ่นแปลกใจว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ก็พอดีเวทางค์เดินเข้ามาถามว่ามาหาดรุณีหรือ ตุ่นยิ่งงง เพราะเดิมทีคิดว่าดรุณีไปกับเวทางค์ พอเวทางค์รู้ก็เดาว่าคงเป็นอาทิจ

เวทางค์จึงอาสาจะไปส่งตุ่นเพราะเธอไม่ได้เอารถมา เวทางค์อิ่มอกอิ่มใจมากที่วันนี้ได้ควงดาวมหาวิทยาลัยที่หมายตามานาน

ooooooo

เวทางค์ย่ามใจ ระหว่างนั่งรถไปด้วยกันก็ทำรุ่มร่ามเอามือไปแตะมือตุ่นที่นั่งคู่กันมา ตุ่นโกรธมากสั่งให้จอดรถเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่จอดต่อไปไม่ต้องมาพูดกันอีกเลย เวทางค์จึงจำต้องจอดรถให้เธอลงกลางทางนั่นเอง

เป็นจุดที่ดรุณีกับอาทิจมาซื้อของ เมื่อซื้อครบแล้วก็ออกมาเรียกตุ๊กตุ๊ก  ระหว่างนั้นอาทิจเดินไปซื้อน้ำดื่มสองขวด

เป็นความบังเอิญจริงๆ เพราะตุ่นลงจากรถของเวทางค์แล้วยืนรอแท็กซี่อยู่ฝั่งตรงข้าม พอเธอเรียกแท็กซี่ขึ้นนั่งก็มองไปนอกหน้าต่างเซ็งๆ

ทันใดนั้นเอง เธอเห็นอาทิจถือน้ำสองขวดเดินย้อนกลับไปหาดรุณี แต่รถแท็กซี่ขับเลยไปแล้ว เธอสั่งแท็กซี่ให้หยุด แต่กว่ารถจะหยุดและเธอวิ่งย้อนกลับมา อาทิจก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว ตุ่นได้แต่เสียดายใจแทบขาดที่เจอชายในฝันแล้ว แต่กลับต้องมาคลาดกันอีก

ตุ่นตื่นเต้นมาก โทรศัพท์ถึงดรุณีถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ให้รีบกลับไปมหาวิทยาลัยตนมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง

“จ้า...เสร็จธุระแล้วจะรีบบึ่งไปเลย” ดรุณีตอบขำๆ ปิดโทรศัพท์แล้วบ่นกับอาทิจว่า “เป็นอะไรของเขานะ”

อาทิจถามว่าใครหรือ เธอบอกว่าเพื่อนเดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก น่ารักมากเลย อาทิจยิ้มๆแต่ไม่สนใจ

เร่งให้รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันเรียน

อาทิจไปรับรถที่ซ่อมเสร็จแล้วขับพาดรุณีไปส่งที่มหาวิทยาลัย ดรุณีพยายามจะรั้งเขาไว้เพื่อแนะนำให้รู้จักกับตุ่นที่เธอแอบเชียร์เพื่อนกับ “ผู้ปกครอง” คนนี้อยู่แล้ว แต่อาทิจเกรงจะทำให้กลับดึก ขอผลัดไปเป็นคราวหน้าก็แล้วกัน เพราะตนยังต้องลงมาที่กรุงเทพฯบ่อยๆ

ก่อนแยกกันดรุณีบอกเขาว่าตอนนี้ตนไม่มีเงินใช้เลย อาทิจตกใจบอกว่าคิดจะถามอยู่เหมือนกันแต่ลืมแล้วถามว่าคุณย่าให้ใช้เดือนละหนึ่งหมื่นบาทพอใช้หรือเปล่า ดรุณีบอกว่าพอเขาจึงเซ็นเช็คให้

ดรุณีรับเช็คไปแล้วยืนส่งอาทิจอยู่ตรงนั้น ต่างโบกมือลากันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แต่พอรถอาทิจเคลื่อนออกไปเท่านั้น ตุ่นก็มาถึง ดรุณีเสียดายมากบอกว่ามีเรื่องจะเล่า ตุ่นก็มีเรื่องจะเล่าเหมือนกัน เกี่ยงกันไปมา ดรุณีบอกว่าของตนสั้นๆเท่านั้น ตุ่นเลยให้ดรุณีเล่าก่อน

“เมื่อกี้พี่อาทิจมาส่งณีที่นี่ คนที่ขับรถออกไปตอนตุ่นเข้ามานั่นล่ะ เห็นไหม คลาดกันนิดเดียวเอง”

“ของตุ่นสิ คลาดกันซึ่งๆหน้า แค่อยู่คนละฟากถนนเท่านั้นเอง”

ดรุณีพยายามพูดให้ตุ่นหันมาสนใจพี่อาทิจของตน บรรยายรูปร่างหน้าตาบุคลิกของอาทิจให้ฟัง ตุ่นฟังแล้วบอกว่าหน้าคล้ายชายในฝันของตนเหมือนกันนะ ถามว่ามีรูปไหม เอามาให้ดูหน่อย

“เห็นแล้วอย่าคลั่งนะ” ดรุณีหยอก ตุ่นยักไหล่ว่าไม่มีทาง เพราะในหัวใจของเธอเวลานี้มี “ชายในฝัน” คนนั้นแล้ว

ooooooo

เพราะไม่มีรูปอาทิจติดตัวเลย ดรุณีจึงเขียนจดหมายให้อาทิจส่งรูปไปให้ อาทิจจึงวานสามเกลอให้ช่วยถ่ายให้ที่แปลงกะหล่ำปลีที่กำลังรดน้ำกันอยู่ ถูกสามเกลอแซวว่าจะถ่ายไปให้คุณณีหรือ อาทิจบอกว่าดรุณีจะเอาให้เพื่อนดู ทวงมาหลายทีแล้วไม่ได้ส่งไปให้สักที

สามเกลอพากันแซวเขาเรื่องดรุณี พออาทิจขู่จะแจกแข้งเลยแตกกระเจิงกันไปคนละทาง อึ่งยังมีแก่ใจจะถ่ายรูปให้เขา ดังนั้น จึงทั้งแอบถ่ายและให้อาทิจตั้งท่าถ่าย ไม่ว่าจะเป็นที่แปลงกะหล่ำปลี สวนส้ม สวนกล้วย ไร่สตรอเบอร์รี่  เวลายืน เวลานั่ง กระทั่งเวลากิน เวลารดน้ำผัก ถ่ายไว้มากมายหลายรูป ล้วนแต่หล่อ เท่ เป็นธรรมชาติทุกรูป

เมื่อดรุณีได้รับรูปแล้ว เธอนั่งดูไปยิ้มไป อดปลื้มไม่ได้ว่า “หล่อเหมือนกันนะพี่ชายเรา” แล้วรีบโทร.บอกตุ่นว่ารูปพี่ชายมาแล้ว พรุ่งนี้จะเอาไปให้ดูที่มหาวิทยาลัย แซวเพื่อนว่าเตรียมกรี๊ดไว้ได้เลย

รุ่งขึ้น ดรุณีหอบรายงานพะรุงพะรัง ในนั้นมีซองรูปของอาทิจรวมอยู่ด้วย พอเดินมาถึงหน้าคอนโดฯก็เจอเวทางค์มาถึงพอดี เขารีบเข้าไปช่วย แต่รับกันพลาดทำให้เอกสารเหล่านั้นหล่นกระจาย รูปของอาทิจแพลมออกจากซองด้วย

เวทางค์ช่วยเก็บ  เห็นรูปอาทิจก็ไม่พอใจ พอเอาไปที่รถเขาก็แอบเอาซองรูปของอาทิจแยกเหน็บไว้ที่เบาะหลัง

เมื่อดรุณีไปเจอตุ่น เพื่อนทวงขอดูรูปอาทิจทันที แต่ดรุณีหาไม่เจอ ยืนยันว่าตนเอาติดมือมาด้วยเมื่อเช้านี้ เอะใจว่าอาจจะหล่นอยู่ในรถเวทางค์ รีบโทร.ไปถาม เวทางค์เดินคุยโทรศัพท์กับดรุณี อีกมือถือซองรูปของอาทิจ แต่บอกดรุณีว่าไม่เห็น ตนหาจนทั่วแล้ว พูดให้เขวว่าเธอทำหล่นตอนหอบของไปที่โต๊ะรึเปล่า

วางสายจากดรุณีแล้ว เวทางค์พึมพำอย่างสะใจว่า

“ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงไม่สนใจ แต่กับผู้หญิงสองคนนี้ ฉันเท่านั้นที่คู่ควร เสียใจด้วยนะ...ไอ้น้องชาย” พูดเสร็จก็โยนซองรูปลงในเข่งใส่ขยะที่วางอยู่ข้างทาง เหมือนทิ้งขยะชิ้นหนึ่ง...

เมื่อหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ถามเวทางค์ก็บอกว่าไม่เห็น ดรุณีขอโทษเพื่อนที่ทำให้ผิดหวัง ตุ่นบอกว่าไม่ต้องหาแล้ว เพราะถ้าจะเจอก็คงเจอไปนานแล้ว

“ถ้างั้น ณีให้พี่อาทิจถ่ายรูปส่งมาอีกทีแล้วกันนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกณี เกรงใจพี่เขา อีกอย่าง...ถ้าคนมันจะได้เจอ ได้รู้จักกัน สักวันมันก็ต้องมาเจอ มารู้จักกันจนได้แหละ ไม่ต้องซีเรียสน่า ไป” ตุ่นชวนเพื่อนเดินไปสบายๆผ่านเข่งขยะที่เวทางค์โยนรูปอาทิจลงไป แต่ทั้งสองไม่เห็น...

ooooooo

ที่ระเบียงบ้านคุณย่า วิไลลักษณ์มานั่งตรวจบัญชีที่อาทิจสรุปไว้ แค่พลิกๆดูแล้วถามว่า พอจะกะได้ไหมว่าปีนี้จะได้กำไรสักเท่าไหร่ ถามแล้วพูดออกตัวว่า อาประวิงกับอาประวินคะยั้นคะยอให้มาถาม

อาทิจบอกว่า  ตอนนี้ยังกะไม่ได้คงต้องรอถึงใกล้ๆ

สิ้นปี เพราะปีนี้อากาศแปรปรวนมาก ก็ถูกวิไลลักษณ์ดักคอว่า ไม่ใช่จะถ่วงเวลาเพื่อจัดแต่งตัวเลขใหม่นะ

น้าแก้วฟังอยู่ด้วย เลยไปหอบแฟ้มเอกสารสูงจนเกือบท่วมหัวมาให้วิไลลักษณ์ดู ฝ่ายนั้นแค่เห็นแฟ้มสูงเกือบท่วมหัวก็บอกว่าตนไม่มีเวลาดูหรอก น้าแก้วสวนไปว่าอาทิจก็งานมากแต่ก็ยังเจียดเวลามาดูได้

“ก็คุณแม่ท่านสั่งให้อาทิจทำ ท่านคงเห็นแล้วว่า อาทิจทำได้”

“ก็นั่นสิคะ ถ้าท่านไม่เห็นว่าคุณอาทิจทำได้และทำได้ดีกว่าใคร ท่านก็คงไม่สั่งให้ทำหรอก จริงไหมคะ” น้าแก้วย้อนเอาจนวิไลลักษณ์หน้าร้อนผ่าว เฉไฉยกน้ำขึ้นดื่มดับอารมณ์

วิไลลักษณ์ถามอาทิจว่า ได้ข่าวว่าเรียนต่อปริญญาตรีหรือ อาทิจบอกว่ากำลังเรียนด้านบริหารจัดการเพิ่มเติม ถูกวิไลลักษณ์ดักคออีกว่าคงไม่เอามาบริหารจัดการสวนคุณย่า จนคิดว่าเป็นกิจการของตัวเองนะ

“ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น ที่เรียนด้านนี้เพิ่มก็เพราะอยากมีความรู้ในเรื่องที่คุณย่ามอบหมายให้ทำครับ”

วิไลลักษณ์ถามว่า เกี่ยวกับดรุณีด้วยหรือเปล่า เพราะอีกไม่นานเวทางค์ก็จะรับปริญญาแล้ว ส่วนดรุณีก็จะจบตามๆกันมา มองหน้าอาทิจดักคอว่า

“อาหวังว่าอาทิจคงไม่ได้ต้องการจบปริญญาตรี เพราะอยากจะเทียบชั้นตาเวกับยายณีนะ”

“ที่ผมเรียนเพราะผมต้องการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่เรียนเพื่อไปทาบรัศมีใคร เพราะยังไงผมก็เทียบคุณเวหรือน้องณีไม่ได้อยู่แล้ว”

“ดีแล้วที่คิดได้อย่างนั้น ที่อาต้องถามบ่อยๆ

อาทิจอย่าเพิ่งเบื่อนะ อาแค่อยากให้ทุกคนที่รักคุณย่าทำตามความต้องการของท่านเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องตาเวกับยายณีที่ท่านหวังเอาไว้มากว่าจะให้ลงเอยกัน อาทิจเข้าใจนะ”

หลังจากปราม กระหนาบ และกันท่าอาทิจแล้ว วิไลลักษณ์ยิ้มอย่างสบายใจแล้วกลับไป อาทิจมองตามแล้วถอนใจ

ooooooo

สองเดือนต่อมา ดรุณีเขียนจดหมายมาบอกอาทิจว่าปิดเทอมนี้ตนไม่กลับสวนคุณย่า เพราะจะ

ลงเรียนซัมเมอร์ อยากจบเร็วๆ จะได้กลับมาช่วยทำงาน

ส่วนอาทิจก็เขียนจดหมายเป็นระยะๆ รายงานความงอกงามของข้าวที่ปลูกว่า เวลานี้กลายเป็นสีทอง

ไปทั้งทุ่งแล้ว ต้นบ๊วยที่ทดลองปลูกก็กำลังออกดอกสวยงาม ดอกลาเวนเดอร์ก็กำลังออกดอกสีม่วงน่ารักมาก

ทั้งทุ่ง เนิน และแปลง ที่กำลังมีผลผลิตสวยงามนี้ อาทิจบอกว่าอยากให้ดรุณีมาเห็นกับตา แต่ตอนนี้ให้เรียนเต็มที่ กลับมาเมื่อไรมีงานรอให้ทำมากมาย อย่าบ่นเหนื่อย เสียก่อนก็แล้วกัน...

จดหมายฉบับหลังๆนี้ อาทิจลงท้ายว่า “เป็นห่วงน้องณีนะครับ...พี่อาทิจ” ดรุณีอ่านแล้วอ่านอีกอย่างไม่รู้เบื่อ จนถูกตุ่นแซวว่าคิดถึงบ้านล่ะสิ

การเก็บเกี่ยวข้าวเริ่มขึ้นแล้ว  ทุกคนดีใจ ปลื้มใจ

ชื่นใจกับผลงานจากหยาดเหงื่อแรงงานนี้มาก อาทิจถามเกร็งว่าวันนี้เอาคนงานมาช่วยกี่คน

“15 คนครับ รวมลุงกับเจ้าต๊อดแล้วก็คุณอาทิจ ทั้งหมดก็ 18 คน”

“19 คนต่างหากค่ะ”

ทุกคนหันมองขวับ แล้วก็พากันตื่นเต้นดีใจสุดๆ เมื่อเห็นดรุณีเดินเข้ามาในชุดพร้อมจะร่วมเกี่ยวข้าวด้วย เธอบอกว่าเมื่อสองวันก่อนโทร.มาคุยกับน้าแก้ว รู้ว่า

วันนี้จะเกี่ยวข้าวกัน เลยนั่งรถทัวร์มา ตัดพ้ออาทิจว่าปิดข่าวเงียบเชียว

“พี่ไม่อยากให้น้องณีขาดเรียน”

“ณีอุตส่าห์ทั้งดำทั้งหว่านเหลือแค่เกี่ยวอย่างเดียว ยังไงณีก็ต้องกระเสือกกระสนขึ้นมาทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จจนได้ ขออนุญาตประเดิมเป็นคนแรกนะคะ” ทุกคนเห็นด้วย โดยเฉพาะอาทิจผายมือเชิญอย่างปลาบปลื้มยินดี

อาทิจประกาศแก่ทุกคนว่า ต่อไปนี้เราไม่ต้องซื้อข้าวกินอีกแล้ว ต๊อดเสริมว่านายจะแจกข้าวบ้าน

ละถังหมดแล้วมาเติมได้ไม่อั้น ทั้งยังจะจ่ายค่าแรงให้ตามผลงานที่แต่ละคนเกี่ยวได้ แถมมีโบนัสขยันให้อีกต่างหาก

หลังจากดรุณีเกี่ยวข้าวกำแรกแล้ว ทุกคนก็ลงไปเกี่ยวกันอย่างเอาการเอางาน ดรุณีกับอาทิจเกี่ยวอยู่ใกล้กัน ต่างดูแลเอาใจใส่กัน จนพวกสามเกลอเหล่มองแล้วหลิ่วตาให้กันอย่างถูกอกถูกใจ

เกี่ยวข้าวเสร็จ ดรุณีกับอาทิจนำข้าวเปลือกใส่ตะกร้าสานเล็กๆจนพูน เอาไปไหว้ให้คุณย่าได้ชื่นใจ

อาทิจรายงานคุณย่าว่า ดรุณีใกล้สอบแล้วยังอุตส่าห์กลับมาช่วยเกี่ยวข้าว ดรุณีบอกว่าปีหน้าไม่ต้องแวบแล้วเพราะตนจะกลับมาอยู่ที่นี่ มาช่วยเขาทำงาน

“คุณย่าเป็นพยานนะครับ” อาทิจรีบบอกคุณย่า ดรุณีตอบอย่างหนักแน่นว่า

“ณีจะกลับมาอยู่ที่นี่ค่ะพี่อาทิจ” ทำเอาชายหนุ่มปลื้มหันมองหน้าเธอเต็มตา

ooooooo

วันนี้ อาทิจฝากตะวันให้น้าแก้วช่วยเลี้ยง บอกว่าจะเข้ากรุงเทพฯ สักสองวัน ที่รถกระบะของเขาบรรทุกผลผลิตจากสวนจากไร่จากแปลงไปมากมาย

เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ อาทิจมองกุญแจห้องและคีย์การ์ดที่ดรุณีให้ไว้เมื่อคราวก่อนยิ้มอย่างอิ่มอกอิ่มใจแล้วเข้าไปในคอนโดฯ

หลังจากนั้นเขาไปหาดรุณีที่มหาวิทยาลัย บังเอิญตุ่นขับรถผ่านเห็นเขา เธอพยายามร้องเรียกและตามเขาไป แต่เพราะมีรถมากและนักศึกษาเดินไปมาขวักไขว่ ในที่สุดก็คลาดกันอีกจนได้

เมื่อไปเจอดรุณีที่โต๊ะนั่งประจำในมหาวิทยาลัย ตุ่นเล่าอย่างตื่นเต้นว่าเจอชายในฝันอีกแล้วแต่ก็คลาดกันอีกจนได้

ขณะตุ่นกำลังบรรยายรูปร่างหน้าตาและเสื้อผ้าของอาทิจอย่างละเอียดนั่นเอง อาทิจก็มาถึง เขาทักอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่แวะมารับน้องณีครับ”

ทันทีที่ตุ่นหันไปเห็นอาทิจ เธอช็อก อึ้ง จนกรี๊ดไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก บอกอาทิจว่าเดี๋ยวมาแล้วจูงมือดรุณีออกไป

ตุ่นลากดรุณีไปบอกว่า ชายในฝันของตนคืออาทิจนี่เอง ดรุณีดีใจกับเพื่อนแล้วพากลับไปแนะนำให้รู้จักกับอาทิจ

ตุ่นถามอาทิจว่า จำดรัมเมเยอร์ซุ่มซ่ามที่วิ่งไปรับคทาได้ไหม พออาทิจจำได้เธอก็ยิ่งดีใจ ดรุณีจึงชวนอาทิจอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันที่คอนโดฯ ตนจะทำอาหารเลี้ยงเอง

ooooooo

พอเปิดประตูห้องเข้าไป ดรุณีและตุ่นต่างตะลึงอึ้งกับการจัดตบแต่งห้องด้วยดอกไม้และพืชผัก จากไร่สวนอย่างสวยงาม ลงตัว

อาทิจเอาแกงหองมาฝากดรุณีด้วย ดรุณีบอกว่าตนจะผัดกะหล่ำปลีเพิ่ม ตุ่นอาสาทำสลัดผัก

“เมนูกะหล่ำปลีพี่จัดการให้ดีกว่าครับ น้องณีกับคุณตุ่นจัดการสลัดก็แล้วกัน” อาทิจแบ่งงาน

เมื่อเจอตัวจริงอาทิจที่ทั้งหล่อ เก่ง ยังทำอาหารอร่อยด้วย ตุ่นก็ยิ่งคลั่งไคล้

ตลอดเวลาที่อยู่กับสองสาว อาทิจเคอะเขินวางตัวไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตกอยู่ในสายตาของตุ่นตลอดเวลา อยู่คุยกันอีกไม่นานเขาจึงขอตัวกลับ

เมื่ออาทิจออกจากห้องไป ตุ่นหันหลังพิงประตูครวญว่า

“โอยยยย...หัวใจวาย ฉันจะตายไหมเนี่ย...”

ดรุณีหัวเราะขำความล้นของเพื่อน...

อาทิจเดินอย่างไม่หายเขินออกจากลิฟต์ พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเวทางค์เรียกอย่างไม่พอใจ แล้วพรวดเข้ามาขวางหน้าพร้อมวิไลลักษณ์ เวทางค์กระชากคอเสื้ออาทิจคำราม

“ไอ้อาทิจ! แกกับฉันมีเรื่องต้องคุยกัน”

“ใจเย็นๆ ตาเว” วิไลลักษณ์เตือนสติลูกชาย แต่ตาจ้องอาทิจอย่างตำหนิรุนแรง

ooooooo

เวทางค์คาดคั้นว่า พาดรุณีไปไหนมากลับดึกดื่น ส่วนวิไลลักษณ์ก็ทวงสัญญาว่า ไหนว่าคิดกับดรุณีแค่น้องสาว?

อาทิจบอกว่าตนยังยืนยันคำเดิม เวทางค์ด่าว่าปากแข็ง ถามว่าพาดรุณีไปไหนมา ไปม่านรูดหรือเปล่า อาทิจบอกว่าตนไม่ได้พาดรุณีไปไหนทั้งนั้น ก็ถูกเวทางค์หาว่าขลุกอยู่แต่ในห้องด้วยกันหรือ ตนรับส่งเธอมาเป็นปียังไม่เคยขึ้นไปที่ห้องเลย

“ชีวิตผมไม่เคยคิดจะทำชั่วอย่างนั้นกับผู้หญิงคนไหน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นน้อง เป็นเด็กในปกครองของผม ถ้าคุณไม่เห็นผมเป็นน้อง ก็ขอให้ นับน้องณีเป็นน้องเถอะครับ จะพูดอะไรถึงเธอ กรุณาให้เกียรติเธอบ้าง!!”

เวทางค์ยังคาดคั้นว่าแล้วเขาขึ้นไปที่ห้องดรุณีทำไม อาทิจชี้แจงว่าตนเอาผักที่สวนมาให้ เธอจึงชวนทำกับข้าวกินกัน และก็ไม่ได้กินกันตามลำพัง แต่มีตุ่นเพื่อนของดรุณีกินด้วยกัน เวทางค์ไม่เชื่อ อาทิจเลยท้าว่า

“คุณเวก็ขึ้นไปถามน้องณีสิครับว่าคุณตุ่นมากินข้าวด้วยรึเปล่า ตอนนี้คุณตุ่นก็ยังอยู่บนห้อง”

เมื่ออาทิจยืนยันเช่นนี้ เวทางค์ก็พาลกระแซงว่าเขาอยู่กับผู้หญิงทีเดียวสองคนเลยหรือ มากไปแล้ว!

“ผมไม่รู้ว่าคุณอากับคุณเวคิดอะไรอยู่ ผมรู้แต่ว่าผมจะไม่กลืนน้ำลายตัวเอง ถ้าเรื่องที่จะพูดกันมีแค่นี้ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” พูดแล้วอาทิจเดินหน้านิ่งออกไปเลย

สองแม่ลูกหน้าแตก วิไลลักษณ์ถามว่าตุ่นเป็นใคร เวทางค์ตอบผ่านๆว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ดรุณีเชียร์ให้อาทิจ วิไลลักษณ์ทำตาโตบอกว่าแบบนี้ก็ดีสิ แสดงว่าดรุณีไม่ได้คิดอะไรกับอาทิจ

“แต่น้องตุ่นเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัย ทั้งสวยทั้งรวยล้นฟ้า ยังไงก็ไม่เหมาะกับไอ้หนุ่มชาวไร่นั่นอยู่ดี” เวทางค์ยิ่งพูดถึงตุ่นก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...

ooooooo

ตุ่นยังเคลิ้มถึงอาทิจไม่เลิก ออกไปแหงนมองท้องฟ้า ขอบคุณดวงดาวบนฟ้าที่ส่งอาทิจมาให้ ขอบใจดรุณีที่เชียร์ตนกับอาทิจ สุดท้ายทนไม่ได้โทรศัพท์ถึงอาทิจ พอเขารับสายก็เขินจนพูดอะไรไม่ออก เลยบอกเขาไปเก้อๆว่า

“ตุ่นลืมไปว่ายังไม่ได้บอกลาพี่อาทิจก่อนนอน เลย ราตรีสวัสดิ์ค่ะ หลับฝันดีนะคะ” พูดแล้ววางโทรศัพท์ ยิ้มเขินอยู่คนเดียว พอดรุณีถามว่าทำไมวางสายเร็วจัง “ก็เขินอ่ะ...ไม่รู้จะพูดอะไร เกิดมาก็เพิ่งรู้วันนี้เองว่าตัวเองก็เขินเป็นเหมือนกัน”

เห็นเพื่อนรักคลั่งไคล้อาทิจถึงขนาดนี้ ดรุณีบอกว่า ให้รีบเรียนจบเร็วๆ แล้วจะพาขึ้นไปหาอาทิจ

“ตุ่นจะเรียนให้จบภายในสามปีครึ่ง แล้วจะรีบบึ่งไปสมัครเป็นพี่สะใภ้ณี”

ดรุณีย้ำว่าสามปีครึ่งนะ ตุ่นยืนยันหนักแน่นจริงจังว่า “จ้ะ...สามปีครึ่ง”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนออกไปเรียน ดรุณีเห็นกระ- ดาษเอ 4 แผ่นหนึ่งแพลมออกจากใต้ตู้ เธอหยิบดูแล้วอมยิ้ม ทันใดนั้นก็ได้รับโทรศัพท์ เธอบอกว่าจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ

เมื่อลงไปเจออาทิจรออยู่หน้าคอนโดฯบอกว่าเอาเช็คเงินเดือนมาให้ ดรุณีรับเช็คแล้วแซวว่า ลืมนั่นลืมนี่พลางยื่นกระดาษเอ 4 แผ่นนั้นให้ ถามว่านี่ก็ลืมไว้ใช่ไหม อาทิจรับคืนไปเขินๆ ถามว่าจะไปเรียนเลยใช่ไหมเดี๋ยวจะไปส่ง

“ไม่ต้อง!!” เสียงเวทางค์ขัดขึ้น บอกว่าตนนัดดรุณีไว้ว่าจะมารับ ตัวเองมีงานก็ไปทำเสีย ดรุณีจึงบอกอาทิจว่าตนไปเรียนก่อนนะ แล้วเดินตามเวทางค์ไป

อาทิจมองตาม แล้วก้มมองกระดาษในมือที่เขาเขียนด้วยลายมือไว้ว่า “ผู้ปกครองของน้องณี” เหมือนกับเป็นการตอกย้ำว่าตัวเองเป็นได้แค่  “ผู้ปกครองของน้องณี” เท่านั้นจริงๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 16:03 น.