ตอนที่ 9
ขบวนขันหมากที่มีชาติเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชายเดินทางมาถึงบ้านเจ้า สาวแต่เช้า ลลิตาอิจฉาริษยาอนุชมาก ทำท่าจะขัดขวางพิธีแต่ไม่สำเร็จเพราะคณิตรู้ทันและกันเธอออกห่างจากบ่าวสาว
เสร็จ พิธีหมั้นในช่วงเช้าแล้ว ตกเย็นมีงานเลี้ยงที่โรงแรม อสิตหาลลิตาไม่เจอจึงสั่งสาวใช้ช่วยบอกเธอให้ตามไปทีหลัง เพราะเขาต้องไปเตรียมตัวต้อนรับแขกเหรื่อก่อน
ฝ่ายอรชายังทำใจไม่ได้ หมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมร่วมงาน ปรารภเป็นห่วงเธอมาก เคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ยังเงียบ นานเข้าเขาตัดสินใจพังประตูเข้าไปแล้วพยายามเตือน สติเธอให้รักตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเองเพื่อคนที่เขาไม่ได้รักเธอ
“ไม่จริง คุณกร้าวเขารักฉัน”
“เขาไม่รักคุณ เขาถึงแต่งงานกับนุช”
“นุช แย่งคุณกร้าวไปจากฉัน เขารักฉัน” อรชาย้ำอยู่ อย่างนั้นจนปรารถอ่อนใจ แต่ยังพยายามอธิบายความจริงว่ากร้าวรักอนุช ทำให้อรชาโมโหโกรธาอาละวาดขว้างปา สิ่งของใส่เขาแล้วไล่ออกจากห้อง...
ที่ โรงแรม...ชาติรดน้ำสังข์ให้บ่าวสาวเป็นคนแรก อวยพรเน้นหนักให้กร้าวมีสติ อย่าใช้แต่ทิฐิในชีวิตคู่ ส่วนอนุชที่ชาติรักเหมือนลูกหลาน ก็ให้รักษาความดีไว้ ความดีจะเป็นเกราะคุ้มภัยให้ตัวเอง...ถัดจากชาติคืออสิตซึ่งเป็นผู้ใหญ่ฝ่าย เจ้าสาว อสิตอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข และฝากฝังอนุชที่เสมือนดวงใจของตนให้กร้าวดูแลแทน
หลังจากนั้นแขกเหรื่อ ทยอยกันเข้ามาต่อแถวรดน้ำสังข์จนครบถ้วน บรรยากาศชื่นมื่นมีแต่รอยยิ้ม แม้แต่อนุชที่ไม่ได้เต็มใจแต่งงานแต่บรรยากาศก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างบอก ไม่ถูก เพราะลึกๆแล้วเธอรักกร้าวนั่นเอง
ลลิตาหายไปโดยไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน กระทั่งเธอกลับมาในชุดไทยคล้ายกับอนุชมาก สร้างความฮือฮาทั่วทั้งงาน
“ลิต้า...คุณหายไปไหนมา แล้วทำไมแต่งตัวอย่างนี้”
ลลิต าไม่สนใจอสิตสักนิด เดินผ่านไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งสุดจะคาดเดา ชาติและคณิตหน้าเครียดกลัวลลิตาป่วนพิธี เช่นเดียวกับกร้าวและอนุชที่ไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าลลิตาจะมาไม้ไหนกันแน่
“ขอให้ฉันอวยพรคนสำคัญของฉันด้วยคน” ลลิตาหยิบสังข์เดินเข้าไปยืนตรงหน้าบ่าวสาวแล้วสาดน้ำใส่อนุช แต่กร้าวปัดป้องทันเวลา
เสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อดังขึ้นอีกรอบ อสิตตกใจมากไม่เคยสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างกร้าวกับลลิตามาก่อน
“คุณปกป้องมันทำไม” ลลิตาตวาดใส่กร้าวแล้ว โวยวายว่าตนคือเจ้าสาวตัวจริง ไม่ใช่อนุช
คณิต เห็นท่าไม่ดีรีบไปตาม รปภ.มาจับลลิตาออกจากงาน แต่เธอดิ้นรนขัดขืนและโวยวายตลอดทาง หาว่าอนุชหน้าด้านแย่งคนรักของเธอ แขกในงานต่างฮือฮา กรวิกที่ปะปนอยู่ด้วยแทบไม่เชื่อหู เฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความสะใจ
อสิตยังค้างคาใจ ตามลลิตาไปนอกห้องจัดเลี้ยง คาดคั้นเธอว่าพูดอะไรออกไป มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม?
“ฉันพูดความจริง คุณกร้าวรักฉัน เราสองคนรักกัน นังนุชแย่งคุณกร้าวไปจากฉัน”
“หมายความว่าคุณสวมเขาให้ผมเหรอ คุณทำได้ยังไง”
อสิต ยื้อยุดแขนลลิตาทั้งที่ตัวเองนั่งบนรถเข็น ลลิตาสะบัดหนีจนเขาเสียหลักล้มลง อสิตตะเกียกตะกายลุกเองไม่ได้ แต่ภรรยาก็ไม่มีทีท่าว่าจะช่วย แถมยังกระแทกเสียงใส่อย่างหมดเยื่อใย
“ก่อนจะว่าฉัน ดูตัวเองก่อน คุณกร้าวเหนือกว่าคุณ ทุกอย่าง ส่วนคุณ...แค่เดินยังทำไม่ได้ จะให้ฉันทนอยู่กับคุณได้ยังไง”
ลลิต าสะบัดพรืดจากไปแล้ว อสิตผิดหวังอย่างแรง สองมือกำแน่นทุบพื้นด้วยความเจ็บใจ...อนุชออกมาเห็น สภาพพี่ชาย กำลังจะเข้าประคองก็พอดีพนักงานโรงแรมมาช่วยเสียก่อน เธอเลยเดินหนีไปอีกทางเพราะเห็นกร้าว ตามหลังมาติดๆ
กร้าวเดินตามไม่ลดละ คว้าแขนเธอไว้ อนุชโกรธเพราะคิดว่าเขากับลลิตาวางแผนกันเพื่อทำร้ายอสิต
“สะใจคุณแล้วใช่มั้ย คุณทำลายครอบครัวฉัน พวกเราไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณต้องทำกับพวกเราแบบนี้”
“ผมไม่รู้มาก่อนว่าลิต้าจะทำแบบนี้”
“ฉันไม่เชื่อ” อนุชสะบัดแขนจะเดินหนี
“จะไปไหน แล้วงานแต่งงานของเราล่ะ”
“งานแต่งงานจอมปลอม มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉันหรอก ให้พังไปน่ะดีแล้ว”
กร้าวเสียใจที่อนุชไม่ให้ความสำคัญงานแต่งสักนิด... ขณะเดียวกันนั้น คณิตกำลังกระวนกระวายใจอยู่ด้านในกับลุงชาติ
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวหายไปเลย ทำยังไงดีครับลุง”
“อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เจ้ากร้าวมันเรียนผูก ก็ให้มันเรียนแก้เอง”
ชาติพูดนิ่งๆ รู้แก่ใจว่าสักวันต้องเกิดปัญหา...ด้านอนุช ที่เดินหนีกร้าวออกไป ไม่คาดคิดว่าจะเจอกรวิกเพื่อนรัก
“นก...นุชดีใจที่นกมา นกหายโกรธนุชแล้วใช่มั้ย”
“ถ้าไม่มา ฉันคงเสียดายแย่ พี่สะใภ้กับน้องสามีแย่งผู้ชายคนเดียวกัน น้ำเน่าขนาดนี้หาดูที่ไหนได้”
อนุชผงะกับถ้อยคำของเพื่อนรัก แล้วยิ่งหน้าซีดหน้าเสียเมื่อเธอยังกระแทกแดกดันด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
“กอดไว้ให้แน่นๆนะ ผู้ชายที่เธอเที่ยวไปแย่งใครต่อใครมา ระวังจะโดนแย่งคืน”
กรวิก จิกตาใส่อย่างสมน้ำหน้าแล้วผละไป ทิ้งอนุชยืนร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม...ฝ่ายกร้าวกลับเข้างานเจอลุงกับเพื่อน รุมถามถึงอนุชด้วยความเป็นห่วง เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่เจ็บลึกอยู่ในใจ
“จะห่วงทำไม งานแต่งงานครั้งนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขาอยู่แล้ว”
ooooooo
ลลิตากลับมาขนข้าวของออกจากบ้านวิชเวทย์โดยไม่แคร์ความรู้สึกของอสิตเลยสัก นิด...ด้านอนุชอยากกลับมาปลอบใจพี่ชายแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะต้องส่งตัวเข้าหอตามฤกษ์
ชาติเข้าใจความรู้สึกของอนุชดี ปลอบและให้ กำลังใจเธอเหมือนลูกหลานคนหนึ่งก่อนจะกลับออกจากห้องไปโดยยังไร้วี่แววของเจ้าบ่าว
กร้าว ดื่มเหล้าอยู่ในห้องทำงาน ความรู้สึกนึกคิดมีแต่ความแค้น พอเมาได้ที่ก็ย่างกรายไปที่ห้องหอ ทุบประตูห้องอยู่นานแต่อนุชไม่ยอมเปิด...เพราะความเมาผสมความแค้น กร้าวไปเอากุญแจมาไขห้องแล้วพยายามปลุก ปล้ำอนุชเหมือนที่พ่อของเธอเคยทำกับแม่ของเขา อนุช กลัวและตกใจมาก ดิ้นรนขัดขืนเป็นการใหญ่
“ปล่อยฉัน คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้นะ”
“ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์...ผมจะทำอะไรกับคุณก็ได้”
เมื่อหนีไม่พ้น อนุชพนมมือวิงวอน...กร้าวนึกถึงอดีตที่เห็นแม่ของตนขอร้องนายประสิทธิ์ตัวเนื้อสั่นไม่ต่างไปจากอนุชในตอนนี้
“มีผู้หญิงคนหนึ่งเขาพูดเหมือนคุณ เขาร้องขอความเมตตาจากมัน แต่มันไม่ฟัง”
“คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ”
“ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้ มันยังทำได้ มันฆ่าแม่ชื่นทั้งเป็น...คราวนี้รู้รึยังว่าแม่ชื่นรู้สึกยังไง...รู้รึยัง”
กร้าวโถมตัวเข้ากอดจูบอนุชอย่างดุดันไร้ความปรานี หญิงสาวหวาดกลัวสุดขีดถึงกับเป็นลมหมดสติคาอ้อมแขนของเขา...
ooooooo
การแต่งงานอย่างกะทันหันของอนุชทำให้ชายธงเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากดื่มเหล้าเมามายไม่กลับบ้านกลับช่อง และไม่ยอมรับโทรศัพท์พ่อที่เพียรโทร.หาด้วยความเป็นห่วง
ธารินเองก็ร้อนใจพยายามเช็กจากกลุ่มเพื่อนของชายธงจนทราบแหล่งที่อยู่ก่อนจะตามไปพาเขากลับบ้านในสภาพเมามาก แถมยังมีเรื่องชกต่อยกับนักเที่ยวในผับจนฟกช้ำดำเขียวเพราะความเข้าใจผิด
ด้านอนุชที่ตกใจกลัวกร้าวจนเป็นลม...กร้าวให้คณิตมาดูอาการและวานป้าพร้อมมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ พอเช้าขึ้นอนุชตื่นมาเห็นตัวเองในชุดใหม่ก็ตกใจ คิดว่าโดนกร้าวข่มเหงรังแกไปแล้ว เมื่อเขาเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า เธอถอยหนีและหาอาวุธเหมาะมือเตรียมป้องกันตัว
“คุณจะทำอะไรของคุณ” เขาถามเสียงอ่อนโยน แต่เธอตวัดเสียงไล่เขาออกจากห้อง
“ออกไปนะ”
กร้าวไม่อยากให้เธอเครียด วางถาดอาหารไว้แล้วขอตัวไปทำงาน แต่พอตอนกลางวันแวะกลับมาเพราะเป็นห่วง ปรากฏว่าเธอยังไม่ได้กินข้าวเช้า เขาเลยบังคับเธอออกจากห้องลงไปข้างล่าง
“คุณจะพาฉันไปไหน” อนุชโวยวายขัดขืน
“เมื่อคืนคุณเป็นลม หมอคณิตมาดูอาการให้ บอกว่าร่างกายคุณอ่อนเพลียมาก ผมก็เลยซื้อข้าวมาให้เท่านั้นเอง”
“ฉันเป็นลมเหรอ...แล้วใครเปลี่ยนเสื้อให้ฉัน”
“เราอยู่กันสองคน แล้วคุณคิดว่าใครล่ะ” กร้าวยิ้มทะเล้น แกล้งมองร่างกายอนุชด้วยสายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม พอเห็นเธอเขินอายก็หลุดขำออกมา
“คุณขำอะไร”
“ป้าพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณ ไม่ใช่ผมหรอกน่า...ทีนี้จะยอมทานข้าวได้รึยัง”
อนุชไม่พูดอะไร ยอมให้เขาจูงมือไปนั่งที่โต๊ะอาหาร แต่ไม่ยอมให้ป้อน
“ฉันทานเองได้...แล้วคุณล่ะ”
“ไม่ทันแล้ว ผมต้องกลับไปทำงานต่อ คุณทานให้หมดนะ จะได้มีแรงสู้กับผมไง”
“คุณมัวแต่ซื้อข้าวให้ฉันจนไม่มีเวลาทานข้าวกลางวันเหรอ”
“ผมไม่เป็นไรง่ายๆหรอก ไม่ต้องห่วง”
“ฉันไม่ได้ห่วงสักหน่อย” อนุชปากแข็ง แต่พอเขาแตะหน้าผากและแก้มอย่างอ่อนโยนห่วงใย...ใจเธอก็อ่อนยวบ
“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่...ผมต้องไปแล้ว เลิกงานแล้วผมจะรีบกลับมารับคุณไปข้างนอกกัน”
อนุชไม่พูดอะไร...มองตามเขาไปด้วยความรู้สึกดีๆ
ooooooo
ปรารภแวะเวียนมาที่บ้านวิชเวทย์ด้วยความเป็นห่วงอรชาที่ยังเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ข้าวปลาไม่ค่อยกิน และเมื่อใดที่เขาขึ้นไปเคาะประตูเรียก เธอก็จะตะโกนขับไล่ทุกทีไป ยังความไม่สบายใจให้ชายหนุ่มจนนั่งไม่ติด
อนุชเป็นห่วงพี่สาว บ่ายนั้นเธอแวะมาที่บ้านและได้พูดคุยกับปรารภที่กำลังหนักใจ เพราะอุตส่าห์เลือกซื้อหนังสือมากมายมาให้ แต่อรชากลับไม่สนใจ
“พี่ใจคอไม่ดี กลัวคุณอรเป็นอะไรไป วันก่อนก็เลยพังประตูเข้าไปดู กลอนประตูเสียหมดเลยครับ”
“ดีแล้วล่ะค่ะ พี่อรจะได้ไม่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องอีก”
“จิตใจคุณอรบอบช้ำมาก คงต้องใช้เวลานานกว่าจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วนุชล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
“นุชสบายดีค่ะ นุชขอตัวไปดูพี่สิตก่อนนะคะ อ้อ...พี่รภคะ คราวหน้าลองเปลี่ยนเป็นนิตยสารแฟชั่นสิคะ พี่อรชอบ”
ปรารภพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้อนุช...แยกจากปรารภมาแล้ว อนุชไปพบอสิตที่ห้องนอน เห็นสภาพพี่ชายแล้วอดสงสารไม่ได้
“นุช...ลิต้าโทร.หาบ้างรึเปล่า”
“ไม่เลยค่ะ...เมื่อวานนุชคุยกับคุณหมอคณิต เขาบอกว่าให้พี่สิตไปตรวจร่างกายเพื่อเตรียมตัวผ่าตัดค่ะ”
อสิตพยักหน้ารับแต่ไม่พูดอะไร ไม่มีกะจิตกะใจ ยังเศร้าและทำใจไม่ได้ที่ลลิตาทอดทิ้งไป
ooooooo
ตกเย็นเลิกงาน กร้าวเตรียมตัวกลับมารับอนุชตามที่บอกไว้ แต่ไม่ทันเดินทางลลิตาโทร.เข้ามาที่มือถือของเขา น้ำเสียงเธอสั่นพร่าปนสะอื้น บอกลาเหมือนจะฆ่าตัวตาย...กร้าวตกใจมากรีบบึ่งรถไปหาและห้ามลลิตาที่กำลังจะกระโดดสะพาน
ความจริงลลิตาไม่ได้จะฆ่าตัวตาย แต่มันเป็นเพียงแผนเรียกร้องความสงสารจากกร้าว ซึ่งก็ได้ผลตามที่คาดหวังไว้เสียด้วย เพราะหลังจากนั้นกร้าวพาเธอไปที่คอนโดฯ
“ที่นี่ไม่มีใครอยู่ คุณพักที่นี่ก็ได้”
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยลิต้าไว้ สิตโกรธลิต้ามาก ไล่ลิต้าออกจากบ้าน ลิต้าไม่มีที่ไป ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริงๆ”
ลลิตาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแล้วโผเข้ากอดกร้าวร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร กร้าวลำบากใจ
ค่อยๆ ดันตัวเธอออก
“คุณทำใจให้สบายนะ ระหว่างนี้ก็พักที่นี่ไปก่อน”
“ลิต้าไม่อยากอยู่คนเดียว คืนนี้คุณอยู่เป็นเพื่อนลิต้าได้ไหมคะ นะคะคุณกร้าว”
“ผมมีธุระ ต้องรีบไป”
ลลิตาไม่ยอมให้กร้าวกลับไปหาอนุช แกล้งปัดแก้วน้ำหกใส่กางเกงเขาแล้วฉวยโอกาสตอนเขาเข้าห้องน้ำแอบเอาโทรศัพท์โทร.หาอนุช
อนุชแต่งตัวรอคอยกร้าวอยู่ที่บ้าน เห็นเบอร์ของเขาจึงรีบกดรับ แต่เสียงที่ได้ยินนั้นทำให้เธอตกใจแทบวางสาย
“ฉันเอง...คุณกร้าวอยู่กับฉันที่คอนโดฯ คืนนี้คงกลับดึก ไม่ต้องรอนะ”
อนุชนิ่งเงียบไปด้วยความเสียใจ
“ทำไมเงียบไปล่ะ อย่าโกรธคุณกร้าวเลยนะ ของมันเคยๆ แล้วคุณกร้าวเขาก็ตัดใจจากฉันไม่ได้ด้วยสิ ทางที่ดีเราน่าจะตกลงกันไปเลยว่าเราจะแบ่งสามีกันยังไง”
อนุชน้ำตาคลอ ตัดสินใจตัดสายทิ้ง...ลลิตายิ้มสะใจ รีบลบชื่ออนุชที่เพิ่งโทร.ออกและวางโทรศัพท์ของกร้าวไว้ที่เดิม จากนั้นก็พยายามเว้าวอนเขาให้อยู่ต่อ แต่กร้าวปฏิเสธแล้วเดินหนีอย่างเร่งรีบ เพราะเลยเวลานัดกับอนุชมาพอสมควรแล้ว
ปรากฏว่าเมื่อกร้าวกลับถึงบ้าน อนุชเก็บตัวอยู่ในห้องแถมล็อกแน่นหนา ไม่พูดไม่จากับเขาสักคำ กร้าวร้องเรียกจนอ่อนใจ จะเอากุญแจไขเข้าไปเหมือนวันก่อนก็ไม่ได้ เพราะตัวเองลืมไว้ในห้อง
“นุช...คุณโกรธผมเหรอ ผมขอโทษที่ผิดนัด มันมีเหตุสุดวิสัย”
เงียบสนิท! อนุชนั่งหน้าเศร้าบนเตียงนอน...ท้ายที่สุดกร้าวกลับลงมาข้างล่างอย่างผิดหวัง แล้วนอนเหยียดยาวทั้งชุดทำงานที่โซฟา ตกดึกอนุชย่องลงมาดู เห็นเขานอนคุดคู้ก็อดสงสารไม่ได้ กลับขึ้นไปเอาผ้าห่มมาห่มให้
ฝ่ายชายธงที่อกหักรักคุดและยังทำใจไม่ได้ คืนเดียวกันนี้เขาไปดื่มที่ผับอีกครั้ง โดยมีธารินตามเฝ้าทุกฝีก้าวเพราะเป็นห่วง...เมื่อห้ามแล้วเขาไม่เชื่อ ธารินเลยสั่งเหล้ามาดื่มด้วย
“เล่นอะไรของเธอเนี่ย” ชายธงถามเสียงขุ่น
“พี่ชายธงทำอะไร รินก็ทำด้วยค่ะ”
ชายธงหงุดหงิด ดึงแขนธารินหลบเสียงอึกทึกออกไปคุยกันด้านนอก
“ทำอะไรของเธอ บ้าไปแล้วเหรอ อยู่ดีๆมาเลียนแบบพี่ทำไม”
“แล้วไม่ดีเหรอคะ”
“ก็ไม่ดีน่ะสิ”
“รู้ว่าไม่ดีแล้วทำทำไมคะ พี่ชายธงห่วงริน แล้วทำไมไม่รู้จักห่วงตัวเองบ้าง...ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานแล้ว พี่ชายธงตัดใจจากเขา แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะค่ะ ต่อให้พี่ชายธงทำร้ายตัวเองจนตาย เขาก็ไม่กลับมา”
ชายธงน้ำตาคลอเจ็บปวดใจ เดินไปนั่งมุมหนึ่ง ธารินตามมานั่งข้างๆ แต่ไม่พูดอะไร แค่อยากอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น...
ooooooo
เช้าขึ้นกร้าวตื่นมาด้วยรอยยิ้ม เข้าใจว่าอนุชหายโกรธแล้วถึงได้เอาผ้ามาห่มให้ แต่ถึงยังไงกร้าวก็ยังต้องง้องอนเธออย่างหนัก เพราะลึกๆแล้วเขารักเธอ แต่ในขณะสามีภรรยากำลังง้องอนกันอยู่นั้น ไม่คาดคิดว่ากรวิกจะปรากฏตัวขัดจังหวะความหวานของทั้งคู่
กรวิกทำทีเข้ามากราบแทบอกกร้าว แต่สายตาคอยชำเลืองมองปฏิกิริยาของอนุชตลอดเวลา
“นกขอโทษที่ทำให้อากร้าวไม่สบายใจ ตอนนี้นกเข้าใจแล้ว นกควรจะยินดีกับอากร้าว”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก อาไม่เคยโกรธนก”
“งั้นนกขอเป็นนกน้อยคนเดิมของอากร้าวนะคะ”
กร้าวลูบผมกรวิกด้วยความเอ็นดูเหมือนน้องสาว “ได้สิ...ตำแหน่งนี้อาสงวนสิทธิ์ไว้ให้นกคนเดียว”
“นกรักอากร้าวที่สุดเลยค่ะ”
กร้าวดีใจที่กรวิกกลับมาเป็นคนเดิม อนุชเองก็โล่งอก หลงคิดว่าเพื่อนรักทำใจได้แล้ว...กรวิกแย่งหน้าที่ทุกอย่างและแสดงความสนิทสนมกับกร้าวจนอนุชรู้สึกเป็นส่วนเกินต้องเดินเลี่ยงไปในครัว กรวิกปรายตามองอย่างสะใจก่อนปลีกตัวตามมาอย่างเนียนๆ
“เธอรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าที่ฉันแย่งหน้าที่เธอ”
“พูดอะไรอย่างนั้น นุชดีใจซะอีกที่นกหายโกรธนุชแล้ว นุชดีใจที่เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“แต่ฉันอยากให้เธอรู้สึกไม่ดีนะ ฉันอยากให้เธอรู้ซะบ้างว่าความรู้สึกที่โดนเพื่อนรักหักหลังมันเป็นยังไง ฉันอยากให้เธอเจ็บ...เหมือนที่ฉันเจ็บ”
“นก...นุชคิดว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”
“ระหว่างเราไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม ฉันไม่มีวันเป็นเพื่อนกับคนที่ทรยศฉัน”
กรวิกเหยียดยิ้มเย็นชา ยกจานขนมออกไปทำสนิทสนมออดอ้อนป้อนกร้าว อนุชแอบมองด้วยความเสียใจ...ด้านปรารภที่ยังแวะเวียนมาดูแลอรชา วันนี้เห็นเธอยอมออกจากห้องและไม่อาละวาดก็ใจชื้น หยิบยื่นนิตยสารแฟชั่นหลายเล่มให้ด้วยรอยยิ้ม
“ผมไม่รบกวนคุณอรนานหรอกครับ แค่มีของมาฝาก เอาไว้อ่านแก้เบื่อนะครับ...ผมรบกวนคุณอรแค่นี้แหละครับ อ้อ ถ้าคุณอรอยากได้อะไรเพิ่มเติมบอกผมได้นะครับ”
ปรารภรวบรัดด้วยความเกรงใจแล้วผละไป อรชาไม่ทันได้พูดอะไร หยิบหนังสือมาดูอย่างสนใจ
ooooooo










