ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

กร้าว ศุภกาญจน์ ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อแห่งบริษัทเอสเคกำลังจ้างวานนักสืบหาข้อมูลสมาชิกครอบครัววิชเวทย์ เนื่องจากมีความหลังฝังใจอันแสนเจ็บปวดและเคียดแค้น!

การทำงานของนักสืบได้ผลดีเกินคาด กร้าวได้ข้อมูลและรูปถ่ายลูกชายคนโตกับภรรยา และน้องสาวคนกลาง แต่ยังขาดน้องสาวคนเล็กที่ไม่ได้อยู่เมืองไทย

นายประสิทธิ์และคุณอังกาบ สองสามีภรรยาหัวหน้าครอบครัววิชเวทย์ถึงแก่กรรมพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ บุตรชายหญิงทั้งสามคนจึงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เพราะจากหน้าฉากร่ำรวยเป็นเจ้าของบริษัทรัตนกิจก่อสร้าง มีบ้านใหญ่โต ความเป็นอยู่หรูหรา กลายเป็นมีหนี้สินจำนวนมหาศาล

อสิต ลูกชายคนโตและลลิตาภรรยาได้เข้ามาดูแลบริษัทฯ อรชา น้องสาวคนกลางช่วยดูแลกิจการในบ้าน และ อนุช น้องสาวคนเล็กกำลังเรียนอยู่ประเทศอังกฤษ

“อนุช วิชเวทย์...กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะลากเธอมารับกรรมที่พ่อของเธอก่อไว้ร่วมกับพี่ๆของเธอ”

นั่นคือถ้อยคำอาฆาตแค้นของกร้าวที่บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

วันแรกที่อนุชเดินทางกลับเมืองไทยหลังจากเรียนจบ เธอเกือบโดนเจ้าหนี้ของครอบครัวจับตัวกลางสนามบิน ถ้าไม่ได้กร้าวมาช่วยไว้ด้วยความบังเอิญ โดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอคือบุคคลที่รอคอย

กร้าวมีนัดมารับกรวิกที่เพิ่งเรียนจบและเดินทางกลับเมืองไทย แต่ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่ากรวิกมีเพื่อนรักชื่ออนุช และที่สำคัญเขายังไม่ทันได้เจอกรวิกที่มีมารดามารอรับ ก็มีเหตุระทึกใจเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

อนุชถูกชายฉกรรจ์อุ้มขึ้นรถหลังแยกจากกรวิกได้สักครู่ แต่เพราะเธอดิ้นรนต่อสู้ทำให้รถส่ายไปมาและพุ่งข้ามเลนเกือบชนรถของกร้าวที่ใกล้จะถึงสนามบินอยู่แล้ว โชคดีกร้าวหักหลบและเบรกทัน แต่รถคนร้ายเบรกไม่อยู่ พุ่งชนต้นไม้ข้างถนนนิ่งไป...เมื่อกร้าวลงจากรถเดินตรงมาตั้งใจจะเอาเรื่อง กลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวในรถคันนั้น

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย”

เธอตะโกนพร้อมกับเปิดประตูรถมาฉุดแขนกร้าวให้วิ่งหนี ขณะที่ชายฉกรรจ์สองคนยังนิ่งเพราะเจ็บและมึนจากแรงกระแทกอยู่ในรถ

“เดี๋ยว! ทำไมคุณต้องหนีผู้ชายสองคนนั้นด้วย พวกนั้นเป็นใครกันแน่”

“ฉันก็ไม่รู้”

“ไม่รู้ได้ยังไง คุณมีอะไรปกปิดผมรึเปล่า หรือว่าคุณทำอะไรผิดมา”

“นี่คุณ อย่ามาปรักปรำฉันนะ ถ้าไม่อยากช่วยก็ไม่ต้อง ฉันไปเองก็ได้” ว่าแล้วอนุชจะวิ่งหนี แต่กร้าวรีบดึงแขนเธอไว้ “เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยฉันนะ”

หญิงสาวดิ้นรน เริ่มระแวงและไม่ไว้ใจชายหนุ่ม เธอกระทืบเท้าเขาอย่างแรงก่อนผลักจนเซไป แต่กระนั้นกร้าวก็ยังไม่ปล่อยเธอง่ายๆเพราะเป็นห่วง

“จะไปไหน มันอันตราย”

“คุณนั่นแหละตัวอันตราย ฉันไม่น่าหนีเสือปะจระเข้เลย ปล่อยฉัน!”

อนุชดิ้นและทุบตีเขาไม่ยั้ง กร้าวจับมือเธอทั้งสองข้างดันไปติดต้นไม้ด้านหลัง ตั้งใจจะทำให้เธอหยุดแต่ออกแรงเยอะไปหน่อยจมูกเลยชนกัน ใบหน้าอยู่ใกล้ชิดกันมาก ต่างคนต่างตะลึง

“มันอยู่นั่น”

เสียงคนร้ายดังขึ้นก่อนจะวิ่งมาถึงตัวหนุ่มสาวในชั่วพริบตา ที่สำคัญหนึ่งในสองคนร้ายมีปืนด้วย!

เมื่อจวนตัวจนหนีไม่ทัน กร้าวเข้าแย่งปืนกับคนร้ายแล้วให้อนุชวิ่งหนีไปก่อน แต่เธอวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงักหันกลับมาเพราะได้ยินเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น

กร้าวถูกยิงแขนและเกือบถูกซ้ำอีกนัดถ้าอนุชไม่วิ่งเข้ามาใช้ไม้ฟาดคนร้ายจนทรุดแล้วรีบประคองชายหนุ่มไปขึ้นรถหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ขณะนั่งรถมาด้วยกัน แขนกร้าวเลือดออกไม่หยุด อนุชจึงพาเขาไปโรงพยาบาล พร้อมกันนั้นก็โทร.บอกพี่ๆด้วยความตื่นตระหนก

ขณะที่กร้าวถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินแล้วอนุชกระ-วนกระวายอยู่หน้าห้อง อสิตมาพร้อมกับอรชา เห็นเสื้อน้องสาวเปื้อนเลือดก็ตกใจมาก แต่หลังจากซักถามกันเรียบร้อยค่อยโล่งใจ รีบจัดการเรื่องค่ารักษาให้ชายที่ได้รับบาดเจ็บเสร็จแล้วพาน้องกลับบ้านทันทีเลย

เมื่ออนุชกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่จากไปหลายปี สภาพบ้านเปลี่ยนไปมาก ไม่สวยงามเหมือนดังเดิม เธอมองบ้านด้วยความคิดถึงและผูกพัน แต่พอก้าวเข้ามาข้างในมีเหตุให้ตกใจ คนงานชายสองสามคนกำลังช่วยกันขนของเก่าแก่ซึ่งเป็นของสะสมออกมาจากมุมหนึ่ง โดยมีลลิตายืนคุม

“พี่ลิต้าทำอะไรคะ ของนั่นไม่ได้นะคะ คุณพ่อท่านรักมาก” อรชาปราดเข้าไปห้ามพี่สะใภ้ แต่โดนเธอสะบัดเสียงใส่ว่าอย่ายุ่ง แถมยังผลักให้พ้นทางเมื่ออรชาเข้าขวาง

อนุชตกใจวิ่งเข้ามาประคองพี่สาวที่ถูกผลักล้มลง พร้อมกันนั้นก็ต่อว่าพี่สะใภ้และพยายามยื้อยุดข้าวของไม่ให้ขนออกไป เสียงดังเอะอะทำให้อสิตเดินมาถามว่ามีอะไรกัน

“พี่สิตคะ พี่ลิต้าเอาของคุณพ่อไปขาย”

“ถ้าไม่ขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้” ลลิตายอกย้อนอนุชเสียจนอสิตนิ่งอึ้งพูดไม่ออก “ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว คุณมีปัญญาจ่ายไหม ถ้ามีก็เอามาสิ เอามา”

“เลิกบ่นซะที คนยิ่งกลุ้มๆอยู่” อสิตโวยแล้วเดินหน้าเครียดจากไป

อรชาเองก็เครียด...อนุชทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าฐานะทางบ้านจะลำบากถึงขนาดนี้ อสิตเดินหน้ายุ่งออกไปหน้าบ้าน เสียงมือถือดังขึ้นเห็นเบอร์แล้วยิ่งเครียด เพราะเสี่ยยศเจ้าหนี้นอกระบบโทร.มาข่มขู่

“ครั้งนี้ลื้อรอดตัว แต่ถ้าไม่ยอมใช้หนี้ คราวหน้าลื้อจะไม่ได้เห็นหน้าน้องสาวอีกเลย”

“อย่าทำอะไรน้องสาวผมเลย น้องสาวผมไม่เกี่ยว”

อสิตขอร้องแต่เสี่ยยศไม่ฟัง ตัดสายทิ้งจนอสิตชะงักแล้วทรุดลงนั่งกุมขมับอย่างเครียดจัด ครุ่นคิดหาทางหาเงินมาใช้หนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน

ooooooo

ที่โรงพยาบาล กร้าวรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเจอนายแพทย์คณิตเพื่อนสนิทของตนเฝ้าอยู่คนเดียว

“ฟื้นแล้วเหรอ ไปมีเรื่องกับใครมา นี่โชคดีที่กระสุนแค่เฉียด แผลไม่ร้ายแรง”

“แล้วผู้หญิง...”

“ฉันมาถึงก็ไม่เจอใคร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาให้แกเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้บอกชื่อไว้ แล้วผู้หญิงที่แกว่าเป็นใครมาจากไหน”

“ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับเขาเลย” กร้าวเอ่ยเบาๆ ใจยังเป็นห่วงหญิงสาวที่ผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาด้วยกัน

ขณะเดียวกันนั้น อนุชกำลังกราบอัฐิพ่อแม่ด้วยความโศกเศร้า บอกให้ท่านทั้งสองรับรู้ว่าตนเรียนจบเอาปริญญากลับมาฝากท่านแล้ว

“เสียดายที่คุณพ่อคุณแม่ด่วนจากไปเสียก่อน ไม่ทันได้ยินดีที่นุชเรียนจบ”

อรชาเอ่ยหน้าเศร้า แต่อนุชทั้งเศร้าและใจหาย ไม่คิดเลยว่าบ้านของเราจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้...พอเช้าวันรุ่งขึ้นรู้ว่าพี่ชายจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ เธอไม่เห็นด้วย ถามเขาว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจัด

“พี่จะยืมเพื่อนก่อน”

“พี่สิตจะสร้างหนี้อีกแล้วเหรอคะ”

“ตอนนี้คนเขาลือกันให้แซดเรื่องวิชเวทย์ของเรากำลังล้มละลาย จนไม่มีใครกล้าจ้างบริษัทของพี่แล้ว พี่จะจัดงานให้มันหรูเลิศเพื่อกลบข่าว”

อนุชไม่สบายใจ หันไปหาอรชาให้ช่วยพูดกับพี่ชาย แต่รายนั้นกลับอึกอัก เพราะโดยนิสัยไม่กล้ามีปัญหากับใคร

“พี่สิตว่าไง พี่ก็ว่างั้น”

อนุชหน้าเจื่อน ลลิตาที่ร่วมฟังอยู่ด้วยชำเลืองมองหมั่นไส้ ไม่อยากเห็นใครให้ความสำคัญอนุชเกินหน้าเกินตาตัวเอง

“หมดธุระแล้วใช่ไหม ลิต้าขอตัว”

“เดี๋ยวลิต้า วันนี้มีใครแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนบ้านเรารึเปล่า”

“ทำไมคะ”

“ผมสงสัยว่าเสี่ยยศรู้ได้ยังไงว่านุชจะกลับมาวันนี้”

ลลิตาหน้าเสียกลัวความผิด แกล้งบีบน้ำตาเดินหนี สามพี่น้องก้าวตามด้วยความแปลกใจ อสิตถามภรรยาคนสวยว่าเป็นอะไร?

“ลิต้าใจคอไม่ดีเลย พวกมันหูตาไวมาก ขนาดเรื่องนุชมันยังรู้ แล้วเวลาสิตกับอรไปทำงาน ลิต้าอยู่บ้านคนเดียว ถ้าพวกมันมาทำร้ายลิต้าจะทำยังไง ลิต้ากลัวค่ะสิต”

สามพี่น้องมองดูลลิตาด้วยความสงสาร โดยเฉพาะอสิตที่โอบกอดปลอบภรรยาอย่างไม่คลางแคลงใจเลยสักนิด ทั้งที่ความจริงเธอกำลังเล่นละครตบตาพวกเขาอยู่

ก่อนหน้านี้ ลลิตาถูกลูกน้องเสี่ยยศมาเคี่ยวเข็ญทวงหนี้แล้วจะจับเธอไปเป็นข้อต่อรองกับอสิต แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ลลิตาผลักไสให้ไปจับอนุชที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ โดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่น้องสามีต้องเผชิญ

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสงสัยและซักไซ้อะไรอีก ลลิตาแอบโล่งอก แถมในคืนนั้นเธอยังออดอ้อนอสิตขอตัดชุดใหม่ใส่งานเลี้ยงคืนพรุ่งนี้ แต่สามีกลับไม่อนุญาตเพราะเสื้อผ้าของเธอมีเต็มตู้

ลลิตาหน้ายุ่งแต่ไม่ยอมแพ้ พยายามใช้เสน่ห์ยั่วยวนเข้าคลอเคลียสามี หวังว่าต้องได้ผลเหมือนทุกที แต่คราวนี้ไม่สำเร็จ ถูกเขายันร่างออกห่าง

“ไม่เอาน่าลิต้า ผมยุ่งอยู่ไม่เห็นเหรอ”

“นังพวกคุณหญิงคุณนายมันชอบจับผิดลิต้า ขืนใส่แต่ชุดซ้ำๆ มันได้เม้าท์กันสนุกปากว่าลิต้าไม่มีปัญญาตัดชุดใหม่”

“อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย พวกนั้นอิจฉาที่คุณสวยกว่าน่ะสิ” ว่าแล้วอสิตลุกหนีไปนั่งห่างๆ คิดคำนวณว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ในการจัดงานเลี้ยงต้อนรับอนุช

ลลิตามองตามตาขวาง พึมพำอย่างอารมณ์เสีย “ถ้ารู้ว่าลำบากอย่างนี้ ฉันไม่แต่งด้วยหรอก”

เวลาเดียวกัน กร้าวกำลังนึกถึงหญิงสาวที่ประสบพบเจอกันครั้งแรกและไม่มีโอกาสรู้จักแม้แต่ชื่อของเธอ

“เราจะได้เจอกันอีกไหม” กร้าวรำพึงแผ่วเบา รู้สึกติดตราตรึงใจกับรูปร่างหน้าตาของหญิงสาว

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ รับสายกรวิกที่ส่งเสียงแจ้วๆมา

“อากร้าวคะ พรุ่งนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อน นกอยากให้อากร้าวไปด้วย อากร้าวว่างไหมคะ”

“ได้สิ บ้านเพื่อนอยู่ที่ไหนล่ะ”

“บ้านวิชเวทย์ค่ะ”

คำตอบนั้นเล่นเอากร้าวอึ้งงัน หน้าเครียดขึ้นมาทันที...หลังวางสายจากกรวิกแล้ว กร้าวรีบส่งข้อมูลไปยังเสี่ยยศเจ้าหนี้ของอสิต โดยไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นใคร

“เสี่ยไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมเป็นใคร รู้แค่ว่าลูกหนี้ของเสี่ยจะจัดงานเลี้ยงสุดหรูที่คฤหาสน์มโนรมย์คืนพรุ่งนี้ก็พอ”

ooooooo

เย็นวันงาน ลลิตาวางแผนจับอนุชขังในห้องเก็บของเพราะไม่ต้องการให้เธอเด่นเกินหน้าเกินตาในงานเลี้ยงค่ำนี้ โดยมีสาวใช้เห็นแก่เงินให้ความร่วมมือช่วยกันล่อหลอกเธอมา และตั้งใจขังเอาไว้จนกว่างานเลิก

กร้าวมาถึงงานทีหลังกรวิก เขาเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลวิชเวทย์แล้วยืนมองรูปนายประสิทธิ์ที่ติดหราภายในห้องโถงด้วยความแค้น เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วัยเด็กที่เขาเห็นชายคนนี้ข่มเหงรังแกแม่

“อากร้าวคะ...”

เสียงเรียกของกรวิกทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันมายิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกเจ็บแค้นที่กำลังปะทุอยู่ภายในใจ

“อากร้าวเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าซีด ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

“เปล่า อาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านกรู้จักคนบ้าน วิชเวทย์ด้วย ไม่เห็นนกเคยเล่าให้อาฟัง”

“นกไม่ได้คบเพื่อนที่นามสกุลนี่คะ...ทำไมนุชไม่รับโทรศัพท์เลย นกขอตัวไปหานุชก่อนนะคะ”

กรวิกลุกลี้ลุกลนออกไปด้านนอกซึ่งแขกเหรื่อกำลังทยอยกันมา กร้าวหันกลับมาจ้องรูปนายประสิทธิ์อีกครั้ง ก่อนผละไปจากตรงนั้น

อสิต ลลิตา และอรชาช่วยกันต้อนรับแขก แต่เจ้าของงานกลับยังไม่ปรากฏตัว อรชาเริ่มแปลกใจเพราะปกติน้องสาวไม่เคยผิดเวลา ลลิตาซึ่งรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังพูดจาให้ร้ายอนุชประสาคนขี้อิจฉา

“นุชนี่แย่จริง ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอ ไม่มีมารยาทเลย”

“นุชไม่ใช่คนไม่รู้มารยาทนะคะ อรว่านุชคงมีเหตุสุดวิสัยอะไรสักอย่าง อรขอตัวไปดูน้องก่อนนะคะ”

ลลิตาไม่พอใจแกล้งขัดขาอรชาจนเกือบล้มถ้าไม่ได้ปรารภเข้ามารับทัน ปรารภเป็นญาติของลลิตาและท่าทางเขาจะพอใจอรชาแต่แรกเห็น

หลังจากแนะนำทำความรู้จักกันแล้ว อรชาขอตัวไปตามอนุช ลลิตามองตามอย่างหมั่นไส้ที่อรชาไม่เลิกวุ่นวายเสียที แล้วเลยพาลมาลงที่ปรารภว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่น่ามาช่วยอรชาไว้เลย

กรวิกเดินหาอนุชทั่วบ้าน เช่นเดียวกับชายธงเพื่อนหนุ่มอีกคนของอนุชที่เป็นลูกชายคนเดียวของนายธนาคารผู้มีอันจะกิน ขณะทั้งคู่ยังหาอนุชไม่พบ แต่กร้าวพบเธอแล้ว เขาเห็นเธอเล็ดลอดออกมาทางหน้าต่างห้องเก็บของ นึกว่าเป็นขโมยจึงพุ่งเข้าไปรวบตัว

เมื่อเขาและเธอเห็นหน้าตากันชัดๆ ต่างก็ตกตะลึง... แล้วกร้าวยิ่งตกใจไปกันใหญ่เมื่อกรวิกกับชายธงวิ่งเข้ามาเรียกอนุชและแนะนำตัวว่าเธอคือใครอยู่ในฐานะอะไรของบ้านหลังนี้

กร้าวแทบไม่เชื่อหูและไม่เชื่อตาตัวเองว่าผู้หญิงสวยใสคนนี้คืออนุช น้องสาวคนสุดท้องของตระกูลวิช– เวทย์ที่เขากำลังรอคอยเพื่อชำระความแค้น!

ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรอีก เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในบ้าน ลูกน้องเสี่ยยศเข้ามาทำลายข้าวของเพื่อข่มขู่อสิตให้ใช้หนี้สิน โดยที่เสี่ยยศนั่งรออย่างใจเย็นอยู่ในรถตู้หน้าบ้าน

นอกจากข้าวของถูกทำลายแล้ว อสิตยังโดนทำร้ายร่างกายด้วย อนุชเข้าช่วยพี่ชายก็จะโดนเล่นงานอีกคน กร้าวฉวยโอกาสนี้ยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการเขียนเช็คสิบล้านใช้หนี้แทน

เสี่ยยศรับเช็คมาแต่ยังไม่วางใจ ถามว่าจะเชื่อถือได้ยังไง กร้าวจึงยื่นนามบัตรให้และบอกว่าถ้ามีปัญหา ให้เขาไปหาตนได้ที่บริษัท นั่นแหละเสี่ยถึงยอมกลับไปพร้อมเช็คสิบล้าน

ความหน้าใหญ่ใจโตของกร้าวทำให้ลลิตาผู้ทะเยอ ทะยานและรักสบายรู้สึกสนใจเขาขึ้นมาทันที ขณะที่อสิต และน้องๆออกจะเกรงใจชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันแต่ยอมช่วยเหลือด้วยเงินจำนวนมาก

“ผมต้องขอโทษคุณกร้าวที่ทำให้เดือดร้อนเพราะผม”

“อย่าคิดมากเลยครับ สถานการณ์คับขันอย่างนั้น เป็นใครก็ต้องช่วย”

“ผมจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด”

“ไม่ต้องรีบหรอกครับ เราคนกันเองอยู่แล้ว”

อสิตฟังแล้วรู้สึกแปร่งๆว่ากันเองตรงไหน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรนัก พูดถึงเสี่ยยศว่าหูตาไวจริงๆ งานนี้ตนเชิญเฉพาะคนสนิทแท้ๆ ทำไมเขาถึงรู้ได้ กร้าวสะอึกเพราะตัวเองเป็นคนบอกแต่แสร้งกลบเกลื่อนเตือนทุกคน

“ต่อไปนี้พวกคุณต้องระวังตัวให้มากนะครับ”

ทุกคนยิ้มรับและชื่นชมความมีน้ำใจของกร้าว ยกเว้นอนุชที่รู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ชายคนนี้ได้

กร้าวสังเกตเห็นชายธงห่วงใยเอาใจใส่อนุชเหลือเกิน เมื่อมีโอกาสอยู่กับกรวิกตามลำพังขณะนั่งรถกลับด้วยกันจึงหลอกถามจนได้ความว่าเขาคือคนพิเศษของอนุช ขณะเดียวกันกรวิกก็อยากเป็นคนพิเศษของกร้าว เธอหลงรักเขาตั้งแต่เรียนอยู่มัธยม และกร้าวก็คุ้นเคยสนิทสนมกับครอบครัวของเธอมานาน

ชายธงรักและเป็นห่วงอนุชมาก เมื่อเห็นเธอเดือดร้อนก็อยากช่วยเหลือโดยจะคุยกับพ่อของตนให้ แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่าอย่าเลย เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร

“ถึงนุชจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม แต่ขอให้นุชรู้ไว้ว่าผมจะอยู่ข้างๆนุชเสมอ ถ้ามีปัญหาอะไร ขอให้นึกถึงผมเป็นคนแรก”

อนุชยิ้มรับ รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของชายหนุ่ม...แม้รู้ว่าเขาคิดยังไงกับตัวเอง แต่เธอก็ให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น

ใช่แต่อนุชที่ไม่สบายใจไม่รู้จะหาเงินที่ไหนใช้หนี้กร้าว อสิตเองก็นอนก่ายหน้าผากกลัดกลุ้ม ตรงข้ามกับลลิตาที่นอนอยู่ข้างกัน เธอยิ้มพรายตาเป็นประกายนึกถึงกร้าวอย่างพึงพอใจ

เวลาเดียวกันนั้น คณิตกำลังแตกตื่นตกใจหลังฟังกร้าวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วตัวเองทุ่มเงินสิบล้านเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนั้น แต่กร้าวกลับบอกว่าแค่สิบล้านแลกกับความไว้วางใจของพวกวิชเวทย์มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

“แกคิดจะทำอะไรกันแน่” คณิตนิ่วหน้าสงสัย

“ตอนนี้พวกวิชเวทย์เห็นเงินเหมือนเห็นขนมหวาน ฉันจะยื่นให้มันกินเรื่อยๆ ทำให้พวกมันตายใจ กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือฉันแล้ว” กร้าวยิ้มร้าย แต่ลึกๆเสียใจที่ผู้หญิงที่รู้สึกดีด้วยกลายเป็นลูกของศัตรู

ตอนที่ 2

ลลิตาแต่งตัวสวยไปเดินเฉิดฉายช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าแล้ว เจอเพื่อนเก่าที่เป็นพนักงานทำความสะอาดโดยบังเอิญ...เพื่อนเข้ามาทักแต่เธอ ทำเป็นไม่รู้จักแถมยังเอะอะโวยวายเมื่อโดนตื๊อและต่อว่าที่มีผัวรวยแล้วลืม กำพืด

ลลิตาโกรธ ตบหน้าเพื่อนไปทีแล้วตะโกนเรียกผู้จัดการมาว่ากล่าวตักเตือนพนักงานที่พูดจา เพ้อเจ้อ ส่วนตัวเธอเดินฉับๆหนีไปเพราะลึกๆอับอายที่เพื่อนพูดความจริง

อาราม รีบร้อนทำให้ไม่ได้ดูทาง เธอเดินชนกร้าวที่ตั้งใจมาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งคอนโดฯ การพบกันด้วยความบังเอิญครั้งนี้ดูเหมือนต่างฝ่ายต่างจะพอใจเพราะลลิตาถูกใจ กร้าวอยู่เป็นทุน ฝ่ายกร้าวก็อยากตีสนิททุกคนในครอบครัววิชเวทย์อยู่แล้ว

เมื่อชายหนุ่มชวนเธอไปช่วยเลือกเฟอร์นิเจอร์ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้หญิงน่าจะเลือกเก่งกว่า ลลิตาจึงไม่อิดออดเลยแม้แต่น้อย

ขณะ ที่สองคนอยู่ในร้านเฟอร์นิเจอร์ กร้าวมองออกไปเห็นอนุชกับชายธงนั่งกินอาหารอยู่ในร้านฝั่งตรงข้าม เขาจับจ้องมองทั้งคู่แทบจะตลอดเวลา ปล่อยให้ลลิตาเลือกของเพลินไป

ชายธงรักอนุชมาก...มากจนไม่อยากเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไป เขาสารภาพรักเธอซึ่งหน้าและหวังว่าจะได้รักตอบจากเธอบ้าง

“ผมรักนุช รักมานานแล้ว แล้วนุชล่ะ รักผมบ้างหรือเปล่า”

“นุชอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่างนี้ตลอดไป”

“เป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้เหรอ นุชมีใครในใจหรือเปล่า”

“นุชยังไม่คิดถึงเรื่องนั้น ตอนนี้นุชคิดแค่ว่าอยากทำงานหาเงินใช้หนี้ก่อน ชายธงก็รู้ว่าตอนนี้ที่บ้านนุชมีแต่ปัญหา”

“ผมรอได้ ไม่ว่านานแค่ไหน ความรู้สึกของผมก็จะไม่เปลี่ยนแปลง ผมรักนุชคนเดียว รักหมดหัวใจ ไม่มีวันรักใครได้อีก”

คำตอบของชายธงทำเอาอนุชเงียบงันไปด้วยความลำบากใจ...

กว่าจะออกจากห้างสรรพสินค้าก็ใกล้ค่ำ ชายธงมาส่งอนุชที่บ้าน ส่วนกร้าวมาส่งลลิตาเช่นกัน แต่เพราะความใจร้อนของกร้าวที่คิดหว่านเสน่ห์ใส่ลลิตาเกือบทำให้อนุชเห็นภาพหวานๆระหว่างเขากับพี่สะใภ้ของเธอ

ลลิตาตกใจมากรีบผละออกห่างกร้าว ขณะที่กร้าวเองก็กลัวแผนแตก รีบบอกอนุชว่าตนจะมาคุยธุระกับอสิต หญิงสาวจึงเชิญเขาเข้าข้างใน ลลิตาก็ทำเนียนในฐานะเจ้าบ้านอาสาไปตามอสิต และวานอนุชไปบอกสาวใช้ให้หาน้ำมารับแขก

เมื่อลลิตากับอนุชออกไปแล้วในห้องรับแขกจึงเหลือแค่กร้าวกับชายธง และคิดไม่ถึงว่ากร้าวจะหาเรื่องอีกฝ่ายอย่างไม่มีเหตุผลด้วยการพูดจาดูถูกอนุชจนชายธงทนไม่ไหว กระชากคอเสื้อเขามาชกโครมด้วยความโมโหสุดๆ

กร้าวปากดีหาว่าชายธงกับอนุชมีสัมพันธ์กันลึกซึ้งแล้วประสาหนุ่มสาวสมัยใหม่ โดยเฉพาะอนุชที่เป็นเด็กหัวนอก พอสามพี่น้องกรูกันเข้ามา กร้าวกลับตีหน้าซื่อบอกทุกคนว่าชายธงเข้าใจผิด ตนไม่ได้ดูถูกอะไรอนุชเลย

“โกหก! เมื่อกี้แกพูด ฉันได้ยินเต็มสองหู” ชายธงของขึ้นจะเล่นงานกร้าวอีก อสิตเห็นท่าไม่ดีรีบให้อนุชพาเพื่อนออกไปก่อน

อนุชทำตามโดยเร็ว ดึงชายธงออกไปมุมหนึ่งแล้วซักถามเรื่องราวซึ่งชายธงก็ยืนยันคำเดิมว่ากร้าวพูดจาดูถูกเธอ

“คุณกร้าวเนี่ยนะ เข้าใจผิดหรือเปล่า เขาจะพูด แบบนั้นทำไม”

“ไม่รู้ แต่มันพูดจริงๆ เชื่อผมนะ อยู่ห่างๆผู้ชายคนนี้ไว้ ผมว่ามันไม่ใช่คนดี”

“จ้ะๆ แต่ตอนนี้ชายธงกลับก่อนเถอะนะ เขาเป็นแขกของพี่สิต นุชไม่อยากให้มีเรื่องกัน”

ชายธงยอมกลับไปทั้งที่ยังหงุดหงิดโมโหกร้าวไม่หาย ส่วนในบ้าน อสิตกำลังขอโทษกร้าวที่โดนเพื่อนอันธพาลของอนุชทำร้าย และตนจะบอกให้น้องเลิกคบเพื่อนคนนี้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เด็กๆก็เลือดร้อนเป็นธรรมดา”

“แล้วคุณกร้าวมาหาผมมีธุระอะไรครับ หรือว่าเรื่องงานตกแต่งโรงแรม”

“ผมจะมาบอกคุณสิตว่าผมตกลงให้บริษัทคุณตกแต่งโรงแรมของผมครับ”

“ขอบคุณมากครับคุณกร้าว” อสิตยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

ลลิตาเองก็หน้าบานกับความมีน้ำใจไมตรีของกร้าว แต่อรชาที่แอบมองจากหน้าห้องรับแขกไม่กล้าเข้าไปเพราะยังเคืองกร้าวไม่หายและวางตัวไม่ถูก ทำท่าจะหนีกลับขึ้นห้องแต่หันมาเจออนุชเสียก่อน

“พี่อรมายืนทำอะไรตรงนี้คะ เข้าไปข้างในสิคะ”

อรชาอึกอักไม่รู้จะปฏิเสธด้วยเหตุผลอะไร จำใจเข้าไปนั่งร่วมวงสนทนาแต่ไม่ยอมสบสายตากร้าว...อสิตไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอรชาเมื่อตอนบ่ายที่เธอเอางานไปเสนอกร้าวที่บริษัท เขาคุยอวดน้องๆด้วยสีหน้าท่าทีมีความสุขว่ากร้าวตกลงร่วมงานกับตนแล้ว งานนี้ต้องยกความดีให้อรชา ไม่รู้ไปเสนองานยังไงกร้าวถึงตอบตกลงรวดเร็วขนาดนี้ น้องพี่เก่งกว่ามืออาชีพอีก

“คุณอรเขามีทีเด็ดที่ทุกคนคาดไม่ถึงน่ะครับ”

กร้าวจงใจกวนอรชา...หญิงสาวทั้งอายและเจ็บใจ ขอตัวลุกไปจากตรงนั้นด้วยการอ้างว่าไม่ค่อยสบาย อนุชเป็นห่วงจึงตามไปเคาะประตูห้องเรียก แต่อรชาไม่ยอมเปิดรับ ร้องบอกว่าตนไม่เป็นอะไร แค่รู้สึกเหนื่อยๆ นอนพักเดี๋ยวก็หาย...

กร้าวยังคงหาทางหว่านเสน่ห์ใส่ลลิตา ตั้งใจปั่นป่วนทุกคนในบ้านหลังนี้ให้อยู่ไม่เป็นสุข เขาแอบตามไปดักลลิตาที่หน้าห้องอาหาร โดยบอกอสิตว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ลลิตามีใจให้กร้าวอยู่แล้ว จึงไม่ปัดป้องเมื่อเขาดึงเธอมาคุยในมุมลับตา

“ผมจะกลับแล้ว แต่ก่อนกลับผมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณลิต้า วันนี้ผมมีความสุขมาก เป็นวันที่มีความหมายกับผม...ถึงแม้มันจะไม่มีความหมายสำหรับคุณก็ตาม คุณลิต้าไม่ต้องลำบากใจนะครับ ผมแค่อยากให้คุณลิต้ารับรู้ความรู้สึกของผมเท่านั้น ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะรู้ว่าคุณมีคุณอสิตอยู่แล้วทั้งคน”

ลลิตาหัวใจพองโต แต่ยังเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อความมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นก่อนจะตอบกลับกร้าวว่าตนก็มีความสุขมากเหมือนกัน

“จริงเหรอครับ ได้ยินแบบนี้...คืนนี้ผมก็นอนหลับฝันดีแล้ว” กร้าวหยอดคำหวานพลางกุมมือลลิตาราวกับหลงใหลได้ปลื้มจริงๆ

เสียงอสิตเรียกอนุชดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันทันทีทันใด กร้าวกลบเกลื่อนว่ากำลังสอบถามลลิตาว่าอรชาเป็นยังไงบ้าง ลลิตารับมุกเพื่อไม่ให้สองพี่น้องสงสัย

“ใช่ค่ะ คุณกร้าวถามลิต้าอยู่พอดี”

“พี่อรไม่เป็นไรค่ะ เห็นบอกว่าไม่สบายนิดหน่อย นอนพักก็หายค่ะ” อนุชตอบเสียงเรียบ กร้าวพยักหน้ารับรู้ และแอบส่งสายตาให้ลลิตาเมื่อสองพี่น้องเดินนำออกไปที่ห้องรับแขก

สมควรแก่เวลา กร้าวขอตัวกลับ อนุชออกมาส่งหน้าบ้านและคุยกันอีกครู่หนึ่งเรื่องชายธง กร้าวแสร้งขอโทษที่เกิดเรื่อง แต่อนุชบอกว่าตนต่างหากที่ต้องขอโทษเขาแทนเพื่อนที่เสียมารยาท

“ผมเข้าใจคุณชายธงครับ มีแฟนสวยขนาดนี้ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”

“ฉันกับชายธงเป็นเพื่อนกันค่ะ”

กร้าวรับรู้และส่งสายตาหวานให้จนเธอรู้สึกแปลกใจ มองหน้าเขานิ่งเหมือนค้นหาความจริงในสายตาคู่นั้น

“ทำไมคุณนุชมองผมแบบนั้น”

“วันแรกที่เจอกัน คุณว่าฉันทำความผิดจนโดนตามล่า แต่วันนี้กลับปากหวานใส่ฉันอย่างกับคนละคน”

“ผมขอโทษ ถ้ารู้ว่าคุณเป็นวิชเวทย์ ผมคงไม่พูดกับคุณอย่างนั้น”

“ทำไมคะ คนเราจะดีหรือชั่วอยู่ที่นามสกุลด้วยหรือคะ”

กร้าวเลี่ยงไม่ตอบ ทำเฉไฉว่าเธอชอบให้เขาเป็นแบบไหนมากกว่ากัน อนุชตอบซื่อๆแต่กระแทกใจชายหนุ่มอย่างจัง

“แบบไหนก็ได้ที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณน่ะค่ะ”

กร้าวสะอึก มองตามอนุชที่เดินกลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่พอเหลือบตาขึ้นบนชั้นสองเห็นอรชาแง้มม่านแอบมอง กร้าวยิ้มอย่างเป็นต่อ รู้ว่าหญิงสาวเริ่มให้ความสนใจตนแล้ว แต่กับอนุชผู้เย่อหยิ่งและฉลาดพอตัว เขายังต้องใช้ความพยายามอีกต่อไป

เริ่มจากวันรุ่งขึ้น กร้าวให้เลขาฯแจ้งไปยังบริษัทในเครือทุกแห่งและบริษัทที่ตนมีหุ้นอยู่ห้ามรับอนุชเข้าทำงาน จึงไม่แปลกที่อนุชจะผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอชายธงจะให้พ่อของตนช่วยหางานให้ อนุชก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลเดิมๆว่า ไม่ชอบใช้เส้น อยากหางานด้วยตัวเองมากกว่า

เมื่อแผนขั้นแรกสำเร็จ กร้าวเดินเกมต่อด้วยการนัดเจออสิตแล้วพูดถึงอนุชที่รู้ว่ากำลังหางานทำ

“บริษัทผมมีตำแหน่งว่างอยู่พอดี แต่ผมเกรงว่าคุณนุชจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม”

“ไม่ยอมแน่นอน รายนี้เกลียดการใช้เส้นสายที่สุด ชอบทำอะไรด้วยตัวเองตั้งแต่เด็กแล้ว”

“นั่นสิครับ ผมถึงอยากให้คุณสิตช่วย”

อสิตรับไมตรีจากกร้าวด้วยความเต็มใจ เขากลับมาบอกให้อนุชไปสมัครงานเลขาฯผู้บริหารที่บริษัทของเพื่อน ย้ำว่างานนี้ไม่มีเส้นสาย ได้หรือไม่ได้อยู่ที่ตัวเธอเอง อนุชไม่ได้เอะใจอะไรเลย เธอเชื่อใจพี่ชายและอยากได้งานเร็วๆเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว

กร้าวทำให้อสิตไว้วางใจจนเข้านอกออกในบ้านมโนรมย์ได้บ่อยอย่างไม่ประดักประเดิด วันนี้เขามาพร้อมช่อดอกไม้สำหรับอรชา แต่เธอปฏิเสธที่จะรับแถมเอาแต่เดินหนีท่าเดียว เพราะไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไรกันแน่

ขณะอรชากำลังจนมุมกร้าว ปรารภโผล่เข้ามาเหมือนระฆังช่วยชีวิต อรชาชิ่งหนีมาควงแขนปรารภราวกับสนิทสนมคุ้นเคยกันมานาน

“อรมีเรื่องจะคุยกับคุณอยู่พอดี ไปกันเถอะค่ะ” เธอทึกทักทำเอาปรารภเหวอรับประทาน ถามว่าจะคุยเรื่องอะไร คุยกันตรงนี้ก็ได้ อรชาไม่ตอบแต่ดึงชายหนุ่มหลบไปอีกทาง กร้าวมองตามอย่างรู้ทันแต่ไม่ตามตอแยอีก

เมื่อพ้นสายตากร้าวมาแล้ว อรชาปล่อยมือจากแขนปรารภและเอ่ยขึ้นจนชายหนุ่มงุนงงอีกครั้ง

“อรไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวครับ ผมมีของมาฝากคุณอรเยอะแยะเลย นี่ครับ กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กะปิ น้ำปลาอย่างดีจากโรงงานของผมเองครับ รับรองหอมอร่อย”

ปรารภส่งยิ้มจากใจจริง อรชาเห็นของฝากแล้วแอบรังเกียจแต่พยายามรักษากิริยามารยาท ขอบคุณน้ำใจของเขา

ooooooo

ตอนที่ 3

กร้าวยังคงสร้างความปั่นป่วนให้ครอบครัววิช-เวทย์ไม่หยุด หย่อน คืนนี้เขานัดพบหัวหน้าช่างในบริษัทของอสิตเพื่อจ้างวานให้เป็นแกนนำประท้วง เรื่องค่าแรง

เพียงวันรุ่งขึ้น อสิตก็เจอปัญหาหนักอึ้ง คนงานรวมตัวประท้วงขอขึ้นค่าแรงและจะไม่ยอมทำงานจนกว่าจะได้คำตอบที่พอใจ อสิตแก้ปัญหาในวันเดียวไม่ได้แถมยังกลับมาหงุดหงิดใส่ลลิตาทั้งที่พรุ่งนี้ เป็นวันเกิดของเธอ ซึ่งเธออยากให้เขาเอาอกเอาใจหรือมีของขวัญให้บ้าง

วัน เดียวกันนี้ กร้าวเตรียมสั่งของขวัญไว้ให้ลลิตา แต่ขณะพนักงานนำมาให้ในห้องทำงาน เขาไม่อยู่ อนุชจึงรับแทนและเข้าใจไปเองว่าของขวัญน่าจะเป็นของกรวิก ครั้นออกไปกินข้าวด้วยกันตอนพักกลางวัน อนุชเห็นกรวิกซึมเศร้า บ่นว่ากร้าวไม่มีเวลาให้ ตั้งแต่กลับมาเจอหน้ากันนับครั้งได้ จึงปลอบเพื่อนยิ้มๆว่า

“โธ่...ก็เขาเป็นถึงประธานบริษัทก็ต้องงานยุ่งเป็นธรรมดา แต่นุชแอบเห็นอากร้าวของนกมีของขวัญเซอร์ไพรส์ นกด้วยนะ”

“จริงเหรอ อะไรน่ะ”

“บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ เอาเป็นว่านกทำเป็นไม่รู้เรื่องไว้ก่อนนะ เดี๋ยวท่านประธานจะมาว่านุชได้ว่าทำแผนแตก”

กรวิก ฟังแล้วอดขำเพื่อนไม่ได้...ขณะที่สองสาวกำลังสนทนากันอย่างออกรสประสาเพื่อน รัก กร้าวนำกล่องของขวัญนั้นไปแล้ว เขานัดพบลลิตาที่ห้างสรรพสินค้าก่อนชวนเธอไปคอนโดฯ เพราะเธอกำลังเซ็งที่อสิตไม่สนใจวันเกิดเธอเลย

ลลิตาตื่นตาตื่นใจกับ ห้องหรูหราของกร้าว แล้วยิ่งเซอร์ไพรส์กับสร้อยเพชรราคาแพงที่กร้าวมอบให้ แถมเขายังจัดเค้กและอาหารไว้ฉลองให้เธอด้วย

“นี่เป็นงานวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตลิต้าเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ทำไมคุณดีกับลิต้าจัง”

“มันอาจไม่เหมาะสมที่จะพูดแบบนี้ แต่ผมรักคุณนะครับคุณลิต้า ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของคุณ”

กร้าวหยอดคำหวานและสบตาเธอหวานซึ้ง แค่นี้ลลิตาก็อ่อนยวบไปทั้งตัว ยอมให้เขาอุ้มหายเข้าไปในห้องนอน

ooooooo

เมื่อ เจรจาผ่านแกนนำหัวหน้าช่างที่พาลูกน้องประท้วงขอขึ้นเงินเดือนไม่สำเร็จ อสิตจึงต้องใช้มาตร-การเด็ดขาดเจรจากับทุกคนด้วยตัวเอง โดยยอมขึ้นเงินเดือนให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทุกคน ใครพอใจให้กลับเข้าไปทำงานต่อ ส่วนคนที่ไม่พอใจกับข้อเสนอนี้ก็ลาออกไปได้ ไม่มีการบังคับ

ทุกคนกลัวตกงานจึงขานรับเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ฟังคำยุยงของหัวหน้าที่ให้เรียกร้องขอขึ้นมากกว่ายี่สิบ เปอร์เซ็นต์...เมื่อแก้ปัญหาได้แล้ว อสิตรีบขับรถกลับบ้านตั้งใจเอากุหลาบสวยๆไปเซอร์ไพรส์ภรรยาสาว แต่หารู้ไม่ว่าเธอกำลังลงจากคอนโดฯหรู โดยมีกร้าวเดินโอบเอวเธอตลอดเวลา

ทั้ง คู่เดินไปขึ้นรถโดยไม่รู้ว่าชายธงแอบมองด้วยความสงสัย...ชายธงตัดสินใจโทร. หาอนุชเพื่อเล่าให้ฟังแต่เธอไม่รับสาย เพื่อตัดปัญหาไม่อยากให้พ่อของเขามาดูถูกเหยียดหยามเธออีก...

ขณะ นั่งรถมาด้วยกัน ลลิตานิ่งเงียบหน้าตาบึ้งตึงไม่พอใจกร้าว เนื่องจากเขาทำให้เธออารมณ์ค้าง ปฏิเสธหลับนอนด้วยกันทั้งที่เขาเองเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน แต่จู่ๆเขาหยุดกลางคันแล้วบอกเหตุผลว่าไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นชู้กับเมียคน อื่น

กร้าวจอดรถส่งเธอหน้าบ้านและจากไปด้วยรอยยิ้มหยันสะใจ ลลิตาหงุดหงิดกำลังจะเดินเข้ารั้วบ้านแต่มีมือใครคนหนึ่งกระชากลากเธอไปในมุมมืด

ลลิตาดิ้นรนขัดขืนด้วยความตกใจ พอเห็นหน้าเขาชัดเจนยิ่งตกใจแทบสิ้นสติ!

“แก...ไอ้เชิด! แกมาที่นี่ได้ยังไง”

“ฉันออกจากคุกกลับบ้าน คนที่นั่นบอกว่าแกมีผัวใหม่แล้ว...ผัวใหม่แกมันรวยไม่ใช่เล่น”

ลลิตารู้ทันความคิดอดีตสามีจอมรีดไถ จึงตวาดดักคอไว้ก่อนว่าตนไม่มีเงินให้ แต่เชิดไม่เชื่อ จิกผมและคาดคั้นเธอให้เอาเงินมา เมื่อลลิตายืนยันว่าไม่มี เขายิ่งโมโหกระชากกระเป๋าสะพายของเธอมาแต่ไม่ทันได้อะไรไปก็ต้องเผ่นหนีเพราะได้ยินเสียงหญิงสาวเรียกลลิตาดังมา

อนุชวิ่งมาประคองลลิตาที่ล้มไม่เป็นท่าอยู่กับพื้น แล้วพากันเข้าบ้านหลังจากลลิตาบอกว่าตนถูกขโมยวิ่งราว อรชาพอรู้เรื่องก็พลอยตกใจไปอีกคน เตือน

พี่สะใภ้ว่าต่อไปนี้อย่ากลับบ้านดึก ลลิตารับปากส่งเดชแล้วขอตัวขึ้นห้อง รีบสำรวจกล่องของขวัญในกระเป๋าสะพายพบว่ายังอยู่ดี เธอหยิบสร้อยเพชรออกมาใส่ด้วยความปลื้มปริ่ม บอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้กร้าวหลุดมือไปเด็ดขาด ว่าแล้วเก็บสร้อยเพชรใส่กล่องกำมะหยี่ซุกซ่อนไว้ในตู้ ส่วนกล่องของขวัญโยนทิ้งถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ

ลลิตาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกลับออกมาพบว่าอสิต

มีกุหลาบช่อสวยมาเซอร์ไพรส์วันเกิด เธอไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งของไร้ค่า แต่แสร้งทำเป็นงอนสามี

“จำได้ด้วยเหรอคะว่าวันนี้วันเกิดลิต้า นึกว่าลืมไปแล้ว”

“ผมจะลืมได้ยังไง ผมขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณ พักนี้ที่บริษัทมีแต่เรื่อง แต่ผมก็พยายามทำทุกทางเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ที่ผมเหนื่อยก็เพื่อเรานะ”

อสิตกอดคลอเคลียภรรยาสาว ลลิตาโอนอ่อนเพราะจินตนาการว่าตัวเองได้หลับนอนกับกร้าว

ooooooo

ธารินบุกมาตามชายธงที่บ้านมโนรมย์แต่เช้า สร้างความแตกตื่นให้บรรดาคนใช้และเจ้าของบ้านไม่น้อย อรชาออกมารับหน้าและไล่ธารินอย่างไม่พอใจ

“คุณชายธงไม่ได้อยู่ที่นี่ คุณกลับไปดีกว่า แต่ถ้ายังไม่เลิกก่อกวน ฉันจะแจ้งตำรวจจับคุณ”

ธารินเห็นท่าทางอรชาเอาจริงก็กลัวเรื่องบานปลายใหญ่โตเลยยอมกลับไป ลลิตาเมียงมองแล้วคิดแผน

บางอย่างก่อนเดินตามไปยื่นนามบัตรบริษัทกร้าวให้ธาริน บอกว่าอนุชทำงานอยู่ที่นั่น

ธารินกลับไปไม่ทันไร ปรารภโผล่มาอีกคน เขามาชวนอรชาไปเที่ยวโดยมีลลิตากรุยทางให้ญาติหนุ่มด้วยความเต็มใจ

“พี่เห็นว่าหมู่นี้บ้านเรามีแต่เรื่อง อรคงจะเครียดมากเกินไป ถึงได้ไม่สบายบ่อย พี่ก็เลยขอให้นายรภช่วยพาอรไปเที่ยวพักผ่อนหน่อย”

“แต่อรอยากอยู่บ้านมากกว่าค่ะ”

“ไหนๆวันนี้ก็ลาหยุดแล้ว อย่าอุดอู้อยู่บ้านเลย ออกไปเที่ยวพักผ่อนเปิดหูเปิดตาดีกว่า ไปเถอะไป”

ลลิตาคะยั้นคะยอจนอรชาไม่กล้าขัดเพราะเกรงใจ

ด้านอนุชที่กำลังจะเข้าไปทำงานในบริษัท จู่ๆ

ชายธงโผล่มาดักหน้าแล้วชวนเธอไปนั่งคุยในร้านกาแฟใกล้ๆ ด้วยเรื่องที่เห็นกร้าวกับลลิตาที่คอนโดฯ

“ชายธงจำคนผิดหรือเปล่า”

“ไม่ผิดแน่นอน ตอนแรกผมก็ไม่อยากจะเชื่อ ผมตกใจจนลืมถ่ายรูปไว้เลย ว่าแต่สองคนนี้มีท่าทีผิดสังเกตบ้างไหม”

อนุชนิ่งอึ้ง สีหน้าเครียดจัด พอกลับเข้าบริษัทไม่นึกว่าจะเจอธารินอย่างจัง ธารินเห็นกับตาว่าเมื่อสักครู่อนุชพูดคุยกับชายธง ผิดคำพูดที่ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก...ด้วยความหึงหวงและโมโห ธารินตบหน้าอนุชเต็มแรง

“คุณธาริน! คุณควรจะควบคุมอารมณ์หน่อยนะ” อนุชตวาดเสียงเขียว

“ทำไม อายเหรอ”

“ฉันไม่อายหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันกับชายธงเป็นเพื่อนกัน ไม่มีอะไรเกินเลย คุณต่างหากที่ควรจะอาย”

ธารินเถียงไม่ออก อับอายที่โดนอนุชตอกกลับ พนักงานหลายคนต่างซุบซิบนินทาและมองธารินเป็นตัวตลก

“ถ้าแกยังไม่เลิกยุ่งกับพี่ชายธง แกโดนหนักกว่านี้แน่” ธารินประกาศกร้าวแล้วผลุนผลันกลับไป

อนุชเซ็งจัด เดินเข้าห้องทำงานเงียบเชียบ...เงียบจนกร้าวรู้สึกผิดปกติ และสัมผัสได้ว่าหญิงสาวแอบมองเขาบ่อยครั้งแต่ไม่พูดอะไร

“นี่คุณ...แอบมองผมทำไม”

“ฉันเปล่า”

“อยากมองก็ไม่เป็นไร ผมให้มองฟรี ไม่คิดเงิน”

“คุณกร้าวใจกว้างจังเลยนะคะ แต่ท่าทางจะใจกว้างไปทั่ว แถมยังไม่เลือกอีกด้วย”

“หงุดหงิดคนมีเจ้าของก็อย่ามาพาลผมสิ”

อนุชไม่อยากต่อล้อต่อเถียงทั้งที่ใจขุ่นข้องเรื่องที่ชายธงเล่าให้ฟัง เลี่ยงด้วยการหยิบแฟ้มเอกสารเดินออกจากห้องไป

ooooooo

ปรารภพาอรชาออกไปพักผ่อนหย่อนใจที่สวนดอกไม้ กำลังเพลินๆมีหนุ่มวัยรุ่นเข้ามาวิ่งราวกระเป๋าอรชา ปรารภช่วยจับโจรจนได้กระเป๋าคืนมา แต่ตัวเองก็บาดเจ็บคิ้วแตกเลือดออก

แค่เห็นเลือดสดๆ ปรารภก็ใจเสาะเป็นลมล้มพับ เดือดร้อนอรชาต้องปฐมพยาบาลอยู่ครู่หนึ่งกว่าเขาจะฟื้น

“เพราะอรแท้ๆ คุณรภเลยต้องเจ็บตัว”

“คุณอรอย่ากังวลไปเลย ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณอรครับ”

คำพูดของปรารภทำให้อรชานึกถึงกร้าวที่เคยสารภาพรักเธอ...ปรารภเห็นอรชานิ่งไปก็แปลกใจ

“คุณอรครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรค่ะ อรว่านี่ก็เย็นแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะนะคะ”

เมื่อส่งอรชากลับถึงบ้านแล้ว ลลิตาออกมาเห็นสภาพปรารภหน้าตาฟกช้ำและคิ้วแตก เธอผงะด้วยความตกใจ ซักถามญาติหนุ่มว่าไปกัดกับใครมา

ปรารภเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดแต่ลลิตาฟังเพียงผ่านๆ อยากรู้อยากเห็นมากกว่าว่าความสัมพันธ์ของเขากับอรชามีอะไรคืบหน้าบ้าง

“อะไรเหรอที่ว่าคืบหน้า” ปรารภถามซื่อๆ

“ก็จุ๊บๆกันรึยัง”

“คือ...ผมเป็นลมไปซะก่อน”

“อะไรกัน...เจ็บตัวฟรี แม้แต่มือก็ไม่ได้แตะ โง่หรือบ้ากันแน่เนี่ย” ลลิตาสะบัดเสียงใส่แล้วเดินเซ็งจากไป

ooooooo

เย็นนั้น อนุชกับกรวิกนัดเจอกัน อนุชไม่ร่าเริงเพราะมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องกร้าวกับลลิตา ขณะที่กรวิกดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เลือกซื้อเสื้อผ้าเอามาทาบตัวไปมา

“นุชว่าอากร้าวจะชอบมั้ย”

“อะไรๆก็อากร้าว ท่าทางนกจะชอบอากร้าวมาก”

“ก็อากร้าวทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งใจดี สุภาพ ตั้งแต่นกเกิดมานอกจากพ่อแล้วไม่เคยเห็นใครดีเท่าอากร้าวเลย”

“แล้วถ้าวันหนึ่งนกรู้ว่าอากร้าวไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดล่ะ”

“ถ้าอากร้าวเป็นคนไม่ดี นกคงจะเสียใจมาก นกคงไม่เชื่อใจผู้ชายคนไหนอีกเลย”

อนุชพูดไม่ออก ได้แต่มองกรวิกด้วยความสงสาร...

เธอไม่น่าหลงรักคนไม่ดีอย่างกร้าวเลย

ครั้นกลับเข้าบ้าน อนุชยังคงเก็บเรื่องกร้าวกับลลิตามาครุ่นคิดด้วยความหนักใจ แล้วยิ่งเห็นเค้าลางความจริงไปกันใหญ่เมื่อเจอสาวใช้เก็บขยะในห้องลลิตาออกมา เพราะมันมีกล่องของขวัญคุ้นตาที่เธอเห็นในห้องทำงานของกร้าว ซึ่งตอนแรกเธอเข้าใจว่าเขาจะให้กรวิก

อนุชหน้าเครียด ทั้งโกรธและผิดหวัง เชื่อว่ากร้าวกับลลิตามีความสัมพันธ์กันเกินเลย...

ooooooo

รุ่งขึ้นไปทำงาน อนุชหน้าตาไม่เสบย โชคดีไม่เจอกร้าวเพราะวันนี้เขาไปหาลุงชาติที่ไร่ทานตะวัน โดยมีหมอคณิตเพื่อนสนิทติดตามไปด้วย...กร้าวมารายงานลุงว่าตนมีโครงการจะขยายไลน์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมากขึ้น

“เรื่องบริษัทลุงไม่ห่วงหรอกเพราะรู้ว่าหลานลุงเก่งอยู่แล้ว ลุงห่วงเรื่องเดียว...ลุงไม่เคยขออะไรกร้าว แต่เรื่องนุช ลุงขอได้ไหม เลิกยุ่งกับนุชและคนในครอบครัววิชเวทย์”

“เพราะอะไรครับ”

“ลุงเชื่อว่านุชไม่ใช่คนใจร้ายใจดำเหมือนพ่อของเขา”

“อะไรทำให้ลุงมั่นใจขนาดนั้น แค่ตัวหนังสือในจดหมายงั้นเหรอ เอางี้ ถ้าลุงอยากให้ผมเชื่อก็พิสูจน์ให้เห็นสิครับ”

“พิสูจน์ยังไง”

“ถ้าเขาเป็นคนดีจริง อย่างน้อยก็ควรกตัญญูรู้คุณต่อคนที่ให้ทุนเรียนจนจบ”

ลุงกับหลานจ้องหน้ากันนิ่ง ต่างคนต่างเชื่อในความคิดของตัวเอง คณิตเห็นแล้วไม่สบายใจ ไม่อยากให้ลุงหลานมีปัญหากันเลยจริงๆ

ตอนที่ 4

อรชาไว้เนื้อเชื่อใจกร้าวและทำตัวสนิทสนม กับเขามากขึ้นราวคู่รัก...วันนี้ขณะทั้งคู่ไปเที่ยวด้วย กัน กรวิกโทร.มาชวนกร้าวกินข้าวกลางวัน ชายหนุ่มจำเป็นต้องปฏิเสธโดยอ้างว่าติดธุระ แต่พอได้ยินเธอบอกว่าจะชวนอนุชไปด้วย เขาหูผึ่งขึ้นมาทันที

“นกไปที่ไหนล่ะ เผื่ออาเสร็จธุระแล้วจะตามไป”

ได้ คำตอบจากกรวิกแล้วกร้าวเดินกลับไปหาอรชาที่โต๊ะอาหาร แสร้งทำหน้ายุ่งบอกเธอว่ามีธุระด่วน หญิงสาวนึกเสียดายแต่ก็ไม่ว่าอะไรที่เขาจะกลับก่อน

กรวิกเห็นเพื่อน รักซึมเศร้าเพราะมีปัญหากับพี่ๆ จึงพามาร้องคาราโอเกะเพื่อผ่อนคลาย กร้าวตามมาทีหลังและฉวยโอกาสเข้าไปในห้องตอนที่กรวิกออกมาสั่งอาหาร อนุชเห็นเข้าก็ตกใจทำท่าจะเลี่ยงหนีแต่เขาดักหน้าไว้อย่างไม่ยอม

“ทำไมต้องหลบหน้าผมด้วย กลัวรึไง”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด คนทำผิดสิต้องกลัว ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณต่างหาก...หลีก!”

กร้าว ไม่หลีกทางแถมยังจับไหล่เธอทั้งสองข้างเหมือนจะกอด อนุชไม่พอใจดิ้นรนทุบตีเขาแล้วจะหนีออกจากห้องแต่เกิดเสียหลักล้มลงไปนอนทับ ทาบกันบนโซฟา ความใกล้ชิดทำให้กร้าวลืมตัวเกือบจูบเธอ ถ้ากรวิกไม่ส่งเสียงขึ้นเสียก่อน...สองคนผละจากกันทันเวลาก่อนที่กรวิกจะ เข้ามา

“อ้าว...อากร้าวมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนุชจะไปไหน อย่าเพิ่งรีบกลับสิ”

กรวิก ดึงเพื่อนรักมานั่งที่โซฟาข้างกร้าว อนุชลำบากใจแต่ไม่กล้าปฏิเสธ ทนอยู่ต่อไปทั้งที่เหม็นขี้หน้ากร้าวเต็มที ครั้นแยกย้ายกันกลับถึงบ้าน กร้าวยังตามหลอกหลอนเธออีกด้วยการโทร.มาออดอ้อนอรชา อนุชไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรบ้างแต่ก็เห็นพี่สาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนกำลัง อินเลิฟ

วางสายจากกร้าวแล้วอรชาหันมาเจออนุช ต่างคนต่างเงียบไม่รู้จะพูดอะไรกัน ที่สุดอรชาก็หันหลังกลับขึ้นห้อง อนุชอยากเรียกแต่ไม่กล้าพอ ได้แต่ยืนซึมหน้าเศร้าอยู่ตรงนั้น พลันได้ยินเสียงพี่สะใภ้ดังมาจากข้างหลัง

“เหม็นอะไรนะ อ๋อ กลิ่นหมาหัวเน่านี่เอง”

อนุชหันขวับมาตอบโต้อย่างไม่พอใจ “เน่ากับคาว...อย่างไหนมันน่ารังเกียจกว่ากันคะ”

ลลิต าโกรธจัดถึงกับตบหน้าอนุชแล้วจะซ้ำอีกทีเพราะอนุชฮึดฮัดจะเอาคืน สองสาวยื้อยุดเอะอะใส่กันไปมาจนกระทั่งอสิตกับอรชาได้ยินรีบวิ่งลงมาห้าม ลลิตาหัวไวบีบน้ำตาแต่งเรื่องฟ้องสามีทันที

“ลิต้าแค่เตือนนุชดีๆ ว่าอย่ายุ่งกับชายธงอีก”

“โกหก...”

“พอได้แล้วนุช คดีเก่ายังไม่ชำระ ก่อเรื่องอีกแล้วเหรอ”

อนุช หน้าเสีย น้อยเนื้อต่ำใจพี่ชายจนแทบร้องไห้ออกมา...เมื่อไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร อนุชนัดเจอชายธงในวันรุ่งขึ้น โดยไม่รู้ว่ามีนักสืบของกร้าวแอบสะกดรอยตามตลอดเวลา

“นุชจนปัญญาไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ตอนนี้พี่อรเชื่อแต่นายกร้าวคนเดียว นุชพูดนุชเตือนอะไรก็ไม่ฟัง”

ชายธง รับฟังปัญหาของอนุชด้วยความเห็นใจแล้วเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งลับๆล่อๆน่า สงสัย จากนั้นก็เฝ้าสังเกตจนแน่ใจว่าถูกติดตาม จึงวางแผนกับอนุชและสามารถจับตัวหมอนั่นไว้ได้ ที่สำคัญเขาสารภาพด้วยว่ากร้าวเป็นคนจ้างวาน

กร้าวตกใจแต่วางท่านิ่งไว้เมื่ออนุชกับชายธงพานักสืบมาที่บ้านและบังคับให้พูดต่อหน้าพวกอสิต    ว่าใครจ้างมา

“คุณกร้าวจ้างผมให้ตามสืบคุณอนุชกับคุณชายธง แล้วก็...ทุกคนในครอบครัววิชเวทย์ครับ”

ทุกคนอึ้งอย่างคาดไม่ถึง กร้าวเริ่มเครียด ไม่รู้จะหาทางออกใดให้ตัวเอง

“ทำไมต้องตามสืบพวกเราด้วย” ชายธงคาดคั้นนักสืบ และคิดว่าคราวนี้กร้าวที่ใครๆเห็นว่าแสนดีไม่รอดแน่

“ผมไม่รู้ครับ” นักสืบปฏิเสธแล้วชี้หน้าปรารภที่ร่วมรับฟังอยู่ด้วย “ว่าไงครับคุณกร้าว คุณจ้างผมให้สืบพวกวิชเวทย์ทำไม”

ปรารภผงะ คนอื่นๆพากันงุนงง ยกเว้นกร้าวที่แอบโล่งใจ

“ไหนว่าคุณกร้าวจ้างมา ทำไมถึงไม่รู้ว่าคนไหนคุณกร้าว” อสิตซักด้วยความสงสัย นักสืบทำท่าหวาดกลัวคุกเข่าลงเกาะขาชายธง

“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว อย่าทำอะไรผมเลย...ผมกลัวแล้ว”

“นี่มันอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว” ลลิตาโวยวาย

“คุณชายธงจ้างผมมาพูดแบบนี้”

ชายธง กับอนุชโต้ทันควันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่จริง เขาโกหก...ชายธงฉุนขาดจะอัดนักสืบแต่อสิต กางกั้นพร้อมกับตวาดไล่ชายธงอย่างไม่พอใจ

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไม่ว่านายจะใหญ่มาจากไหน แต่นายไม่มีสิทธิ์มาใส่ร้ายเพื่อนฉัน”

“ทุกคนกำลังเข้าใจผิด ชายธงไม่ได้จ้างนะคะ นายกร้าวต่างหากที่จ้างมา”

“พอได้แล้วนุช พี่ได้ยินเต็มสองหู ยังจะโกหกอีก ตั้งแต่นุชคบกับนายชายธงมีแต่เรื่องเสื่อมเสีย พี่ขอสั่งให้นุชเลิกยุ่งเกี่ยวกับนายคนนี้เด็ดขาด”

อนุชน้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่พี่ชายเชื่อคนอื่นมากกว่าน้องในไส้ เธอวิ่งหนีเข้าห้องปิดประตูแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บแค้นใจกร้าว ขณะที่ชายธงก็ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แม้ว่าอยากจะตามไปปลอบใจอนุช

เป็นอันว่ากร้าวรอดตัวอีกตามเคยเพราะความหัวไวของนักสืบที่พลิกวิกฤติเป็นโอกาส อสิตไม่รู้อะไรขอบอกขอบใจนักสืบ และขอโทษกร้าวที่อนุชทำเรื่องวุ่นวาย

“ช่างเถอะครับ ผมไม่ติดใจอะไร”

“ดูสิคะ คุณกร้าวดีแสนดีขนาดนี้ ลิต้าไม่เข้าใจเลยว่ายายนุชจะจงเกลียดจงชังอะไรคุณกร้าวนัก”

กร้าวไม่ยินดียินร้ายกับคำชมนั้น เขาแอบไม่ สบายใจที่ทำให้อนุชร้องไห้ เมื่อกลับออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้วเขานัดเจอนักสืบ ชื่นชมว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก แต่ช่วงนี้ควรหลบไปก่อน เพราะชายธงคงไม่ยอมจบง่ายๆแน่

ด้านอนุชที่เสียใจและเจ็บปวดใจที่ทุกคนในครอบครัวเห็นคนอื่นดีกว่า...คืนนั้นเธอตัดสินใจทิ้งจดหมายบอกลาพี่ๆเอาไว้แล้วหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านไปโดยไม่มีใครรู้เห็น กระทั่งเช้าสาวใช้มาพบจดหมายและเอามาให้ อสิต โดยลลิตากับอรชาก็อยู่ด้วย

อสิตอ่านข้อความบอกลาสั้นๆของน้องคนเล็กแล้วสบถออกมาด้วยความโมโห “เหลวไหล! ไม่รู้จักคิด!”

อรชาหน้าซีด ตกใจและเป็นห่วงน้องสาว ลลิตาคาดเดาในแง่ร้ายว่าอนุชอาจหนีตามชายธงไป อรชายิ่งร้อนรน ถามพี่ชายว่าจะทำยังไงกันดี แจ้งความดีไหม?

“จะแจ้งความให้เรื่องมันฉาวโฉ่รึไง” อสิตเสียงขุ่น...หน้าเครียด

ooooooo

อนุชเดินทางไปที่ไร่ทานตะวันของนายชาติโดยไม่รู้ว่าเขาคือลุงของกร้าว แม้เป็นการพบเจอกันครั้งแรกหลังจากเขียนจดหมายไปมาหาสู่กันนานนับปี ทั้งคู่ก็รู้สึกผูกพันเหมือนเป็นญาติกันจริงๆ โดยเฉพาะชาตินั้นเอ็นดูอนุชมากเพราะตัวจริงเธอเรียบร้อยน่ารัก

“ไหนตอนแรกบอกว่ามาไม่ได้ ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ แล้วที่บ้านเขาไม่ว่ารึไง”

อนุชเศร้าเมื่อนึกถึงทุกคนที่บ้าน ชาติมองออกว่าเธอมีปัญหาจึงไม่ถามเซ้าซี้อีก คณิตนั่งอยู่ด้วยจับตามองหญิงสาวอย่างถูกชะตา

“นุชต้องทำอะไรบ้างคะ นุชทำได้ทุกอย่างเลยนะคะ ป๋าไม่ต้องให้เงินเดือนนุชนะคะ ป๋าให้นุชมาเยอะแล้วให้นุชตอบแทนป๋าบ้าง”

“ป๋าให้พร้อมจัดห้องไว้ให้แล้ว เอาของไปเก็บที่ห้องก่อนเถอะ เดี๋ยวพร้อมจะเป็นคนคอยบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง”

คนรับใช้วัยกลางคนที่ชาติกล่าวถึงส่งยิ้มให้อนุชอย่างเป็นมิตรก่อนเดินนำออกไป หมอคณิตมองตามหญิงสาว ผู้มาเยือนแล้วหันมาเปรยกับชาติว่าท่าทางเธอเป็นคนดี

“ลุงก็ได้แต่หวังว่าความดีของหนูนุชจะเป็นเหมือนน้ำที่ดับไฟแค้นในใจเจ้ากร้าวได้”

ชาติเอ่ยเสียงเรียบ สีหน้ามีแววกังวลเรื่องความแค้นของหลานชาย...เมื่อพร้อมพาอนุชไปห้องพักโดยมีสาวใช้วัยรุ่นอีกคนช่วยหิ้วกระเป๋าสัมภาระตามมา แล้วทำท่าจะจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ให้ อนุชเอ่ยปากห้ามด้วยความเกรงใจ พนมมือไหว้ขอบคุณป้าพร้อมและส่งยิ้มให้สาวขำที่ท่าทางอารมณ์ดีสมชื่อ

“ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ ป้าเป็นแค่คนรับใช้”

“นุชก็อยู่ที่นี่ในฐานะลูกจ้างเหมือนกัน แล้วคุณป้าก็อาวุโสกว่าด้วย คุณป้ากับขำไปทำงานกันต่อเถอะค่ะ นุชรบกวนเวลามากแล้ว”

ทั้งคู่พากันออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มชื่นชอบนิสัยใจคออ่อนน้อมถ่อมตนของอนุช ครั้นตกเย็นเห็นเธอลงมากวาดใบไม้หน้าบ้าน พร้อมแทบไม่อยากเชื่อว่านักเรียนนอกอย่างอนุชทำงานแบบนี้เป็น แถมท่าทางทะมัดทะแมงเสียด้วย พร้อมเข้ามาห้ามก็ไม่ยอมเลิกบอกว่าอยู่อังกฤษต้องทำงานบ้านเองทุกอย่าง งานแค่นี้สบายมาก...

ooooooo

ชายธงตั้งใจมาหาอนุชที่บ้านแต่เจอกร้าวเสียก่อน สองหนุ่มทำท่าจะวางมวยเพราะเขม่นกันตั้งแต่เมื่อวาน แต่พอรู้จากอสิตกับอรชาที่เข้ามาห้ามว่าอนุชหนีออกจากบ้านก็หยุดกึกด้วยความตกใจ

ชายธงปฏิเสธไม่รู้เห็นที่อนุชหายตัวไป อสิตไม่เชื่อไล่ตะเพิดและห้ามเขามาเหยียบที่นี่อีก...กร้าวห่วงอนุชมากถึงกับเผลอเขย่าตัวอรชาคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ว่าอนุชหนีไปอยู่ที่ไหนและไปกับใคร

“อรไม่ทราบค่ะ นุชไม่ได้บอกใครไว้เลย”

“คุณไม่รู้ได้ยังไง คุณเป็นพี่ นุชสนิทกับคุณมากที่สุด”

“โอ๊ย...คุณกร้าว อรเจ็บค่ะ”

กร้าวได้สติรีบปล่อยมือ แล้วแก้ตัวเพราะกลัวอรชาสงสัยในความรู้สึกที่ตนมีต่ออนุช

“ผมโกรธตัวเองมากกว่าที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณนุชมีปัญหากับคนในบ้าน”

“คุณกร้าวอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ อรต่างหากที่ผิด อรเป็นพี่ที่แย่ที่สุด อรดูแลน้องไม่ดี นุชถึงหนีไปแบบนี้”

อรชาหน้าเศร้าเสียใจ กร้าวดึงเธอมากอดปลอบ แต่สีหน้าวิตกกังวลเป็นห่วงอนุชมาก...ขณะเดียวกันนั้นชายธงก็กระวนกระวาย ลองติดต่อเพื่อนพ้องก็ไม่มีใครรู้เห็นว่าอนุชอยู่ไหน ฝ่ายกรวิกรู้จากกร้าวโทร.มาสอบถาม พลอยเป็นห่วงเพื่อนรักไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง

ไม่ทันข้ามวัน กร้าวฉุกคิดว่าอนุชอาจไปหาลุงชาติ เขายกเลิกงานทั้งหมดแล้วรีบร้อนไปที่ไร่ โดยไม่แยแสลลิตาที่อุตส่าห์ตั้งใจมาหาถึงบริษัท

เมื่อไปถึงไร่ของลุง กร้าวดีใจที่เจออนุชจริงๆ แต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาเป็นหลานของชาติ นึกว่าเขาตามมารังควานจึงโวยวายทุบตีและร้องเรียกคนงานให้มาจับคนโรคจิตออกไปจากบ้าน

กว่าจะรู้เรื่องกัน กร้าวก็ถูกอนุชทุบไปหลายที... อนุชหน้าเจื่อนกราบขอโทษชาติที่ตนวู่วามก่อเรื่องโดยไม่รู้ว่ากร้าวเป็นหลานของเขา

“นี่คุณ คนเจ็บน่ะผม คุณควรจะขอโทษผมถึงจะถูก” กร้าวโวยลั่น แต่อนุชเมินหน้าไม่สนใจ ทำไมเหมือนเขาไม่ได้นั่งอยู่ด้วย

“ป๋าอย่าโกรธนุชเลยนะคะ”

“นี่คุณ ไม่ได้ยินที่ผมพูดรึไง”

“ป๋าไม่โกรธหรอก นุชไม่รู้ถือว่าไม่ผิด”

“ป๋าใจดีที่สุดเลยค่ะ น่าเสียดายนะคะที่ความใจดีของป๋าไม่ถ่ายทอดทางดีเอ็นเอ”

“นี่คุณว่าผมเหรอ ทำผมเจ็บ ไม่ขอโทษแล้วยังมาว่าอีก”

“เอาล่ะๆ ใครมีงานอะไรต้องทำก็ไปทำซะ” ชาติตัดบทและนึกว่าจะจบเรื่อง แต่กร้าวกลับบอกให้ป้าพร้อมจัดห้องให้ด้วย ตนจะค้างที่นี่สักคืนสองคืน

ชาติรู้ทันว่ากร้าวคิดอะไร ขณะที่พร้อมค่อนข้างงงเพราะร้อยวันพันปีกร้าวไม่เคยนอนค้างที่นี่

ooooooo

ลลิตาหงุดหงิดงุ่นง่านเหลือหลาย เพียรโทร.หากร้าวตั้งแต่บ่ายยันค่ำก็ยังติดต่อไม่ได้ เธอเดินกระวนกระวายไปมาอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ไม่รู้เลยว่าเชิดจับตามองและพร้อมจะขย้ำเธอเมื่อปลอดคน

เมื่อติดต่อกร้าวไม่ได้แน่ ลลิตาทำท่าจะกลับเข้าบ้าน ทันใดเชิดพุ่งพรวดมาล็อกคอแล้วขู่เข็ญรีดไถแต่เธอยืนยันไม่มีให้ จังหวะนั้นอสิตออกมาเห็น เขาช่วยเหลือภรรยาและต่อสู้กับเชิดซึ่งเข้าใจว่าเป็นหัวขโมยจนตัวเองโดนรถในหมู่บ้านพุ่งชนขณะวิ่งไล่กวดเชิดไป

ลลิตาตกใจมากรีบพาอสิตส่งโรงพยาบาล อรชาตามมาทีหลัง ซักถามพี่สะใภ้ที่นั่งอกสั่นขวัญผวาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอดีหมอตรวจอาการแล้วออกมาบอกว่าคนเจ็บปลอดภัย แต่เขาถูกกระแทกช่วงกระดูกสันหลังอย่างแรง หมอไม่รับรองว่าจะเดินได้เหมือนเดิม...

เช้าขึ้นอนุชรู้สึกไม่สบายใจเพราะเมื่อคืนฝันร้าย ลองโทร.เข้าไปที่บ้านแต่ไม่กล้าพูดเมื่อได้ยินเสียงอรชารับสาย อรชาสงสัยว่าอาจเป็นอนุชจึงโทร.เข้ามือถือ แต่ปรากฏว่ามีเพียงสัญญาณบอกว่าปิดเครื่อง

ลลิตาไม่สบายใจเพราะกลัวความผิดที่เป็นต้นเหตุให้อสิตได้เจ็บหนัก เชิดเองก็หวาดกลัวแอบมาสืบข่าวจากลลิตา พอรู้ว่าอสิตไม่ตายก็โล่งอก

“ไม่ตายก็ดีแล้ว”

“ดีกับผีน่ะสิ ถ้าเรื่องถึงตำรวจจะทำยังไง”

“ถ้าตำรวจถามก็อย่าบอกว่ารู้จักฉันสิ เธอไม่พูดแล้วใครจะรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน ตอนนี้เป็นโอกาสทองของเธอแล้วนะ ได้ดีแล้วอย่าลืมฉันละกัน”

ลลิตาคิดตามคำพูดของเชิดแล้วยิ้มอย่างมีความหวัง ในยามอสิตเจ็บหนัก เธอต้องฉวยโอกาสทำคะแนนกับกร้าวให้เร็วที่สุด คิดดังนั้นแล้วจึงแต่งตัวสวยไปหาชายหนุ่มที่บริษัท เป็นเวลาที่กรวิกก็แวะเวียนมาหากร้าวเช่นกัน

ปรากฏว่าผิดหวังทั้งคู่เพราะกร้าวไม่อยู่ แถมสองสาวยังมีปากเสียงกันไปมาเพราะต่างก็หึงหวงกร้าว...กรวิกเดินหน้าตูมหนีมาอย่างหงุดหงิดแล้วชนโครมเข้ากับคณิตที่เดินมาดีๆ ชายหนุ่มรีบขอโทษ แต่สาวเจ้ากลับวีนใส่เสียงขุ่น

“ตาบอดรึไง”

“คุณเดินมาชนผมเองนะ”

“แล้วทำไมคุณไม่หลบฉัน ยืนขวางทางอยู่ได้ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ วันนี้วันอะไรเนี่ย เจอแต่คนน่ารำคาญ” ว่าแล้วก็สะบัดบ๊อบจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนเหวออยู่ตรงนั้น

หลังจากได้เอกสารที่กร้าวต้องการแล้ว คณิตนำไปให้เขาที่ไร่ลุงชาติ พร้อมกับก็บ่นเรื่องที่เจอผู้หญิงอารมณ์ร้าย แค่เดินชนก็ใส่เป็นชุด

“ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ ดุชะมัด...ต่อไปนี้ฉันจะไม่ไปเหยียบบริษัทแกอีกแล้ว”

“แค่ผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ แกถึงกับจะไม่ไปเหยียบบริษัทฉันอีกเลย”

“ไม่รู้ล่ะ แกก็รีบกลับไปทำงานของแกได้แล้ว จะอยู่ที่นี่นานๆทำไม”

“ฉันกำลังทำงานของฉันอยู่นี่ไง งานสำคัญด้วย”

“งานสำคัญอะไรวะ”

กร้าวไม่ตอบแต่ยิ้มอย่างมีแผน ซึ่งแผนนั้นก็คือกลั่นแกล้งอนุชให้ทำงานหนักในไร่องุ่นท่ามกลางแสงแดดร้อนจัด และไม่ให้พร้อมกับขำช่วยเหลือ

อนุชทั้งเหนื่อยทั้งร้อนแต่ก็สู้ทนเพราะต้องการลบคำสบประมาทของกร้าวที่ว่าพวกวิชเวทย์เป็นคุณหนูผิวบางทำงานหนักไม่ได้...เสร็จจากงานในไร่ กร้าวใช้อนุช ไปรดน้ำต้นไม้ในสวนต่อ พร้อมทนไม่ไหวแทรกขึ้นด้วยความสงสารอนุช

“แต่คุณนุชทำงานทั้งวันแล้วนะคะคุณกร้าว”

“ใครทำไม่ไหวก็ให้เจ้าตัวเขามาอ้อนวอนขอร้องผมเอง ผมอาจจะเห็นใจ”

“ไม่มีวัน!” อนุชพูดโพล่งแล้วลุกพรวดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้

เธอรดน้ำต้นไม้จำนวนมากในสวน เหนื่อยจนหน้ามืดเกือบล้มถ้าไม่ได้กร้าวเข้ามาประคองเอาไว้

“ปล่อยฉัน ไม่ต้องมายุ่ง ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันขอความเห็นใจจากคนไม่มีหัวใจอย่างคุณ”

“หน้าซีดจะเป็นลมแล้วยังทำเป็นเก่ง ผมจะคอยดูว่าคุณหนูวิชเวทย์จะเก่งได้สักกี่น้ำ”

อนุชหมั่นไส้แกล้งฉีดน้ำใส่...กร้าวไม่ยอมเปียกคนเดียว แย่งสายยางฉีดใส่กันไปมาจนเปียกโชกไปด้วยกัน ช่วงหนึ่งหญิงสาวเสียหลักเซเข้าอ้อมกอดเขา ความใกล้ชิดทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวทำท่าจะจูบเธอ

“คุณกร้าว คุณนุช...” เสียงขำตะโกนลั่นทำเอาหนุ่มสาวสะดุ้งรีบผละออกจากกัน

“เล่นอะไรกันคะเนี่ย เปียกไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกค่ะ”

อนุชหน้าเจื่อนมองป้าพร้อมอย่างเกรงๆ แล้วชิ่งขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กร้าวมองตามเธอและเผลอยิ้มออกมา แต่พอเหลือบเห็นพร้อมกับขำจับตาอยู่ก็ตีหน้าเข้มเดินหนีไป

อีกมุมหนึ่ง คณิตกับชาติเฝ้ามองการกระทำของกร้าวอยู่เหมือนกัน คณิตมองออกว่ากร้าวรู้สึกยังไงกับอนุช แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องเห็นความแค้นสำคัญกว่าเรื่องหัวใจ

“ผมไม่เข้าใจเลยว่าหัวใจกร้าวมันทำด้วยอะไร”

“กร้าวไม่ใช่คนใจร้ายหรอก แต่เพราะความแค้นบังตาถึงมองไม่เห็นว่าหนูนุชน่าสงสารแค่ไหน”

ชาติเอ่ยอย่างหนักใจ เป็นห่วงอนุชมากยิ่งขึ้น คณิตครุ่นคิดหาทางทำลายกำแพงความแค้นของกร้าวแต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนก็ยังไม่รู้...

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว กร้าวเดินยิ้มเรี่ยราดออกจากห้องเพราะนึกถึงอนุช พอเดินมาเจอคณิตดักรออยู่ กร้าวรีบเก๊กหน้าขรึมใส่เพื่อน

“คราวนี้อยู่หลายวันจังนะ” คณิตดักคอยิ้มๆ

“นี่บ้านลุงฉัน ฉันจะอยู่กี่วันก็ได้ แกมีปัญหาอะไร”

“ไม่ได้มีปัญหา ปกติแกไม่เคยค้างหลายวันแบบนี้ ฉันเลยสงสัยว่าแกติดใจอะไรที่นี่หรือเปล่าถึงไม่ยอมกลับกรุงเทพฯซะที”

“ถ้าแกหมายถึงยายอนุช วิชเวทย์ ฉันบอกเลยว่าไม่มีทางติดใจยายนั่น ที่อยู่ก็เพื่อแก้แค้น ศัตรูมาอยู่ตรงหน้าแล้วจะรีบหนีไปทำไม”

“ถ้าแกอยากแก้แค้นนัก งั้นแกควรจะรีบไปกรุงเทพฯ เพราะที่นั่นมีวิชเวทย์อยู่ตั้งสามคน แต่ที่นี่มีแค่คนเดียว นอกจากว่าคนเดียวที่นี่จะเป็นคนสำคัญถึงขนาดทำให้แกลืมอีกสามคนไปได้”

กร้าวอึ้งไปนิดที่คณิตรู้ทัน ทำเข้มกลบเกลื่อน “ยายอนุชไม่ได้มีความสำคัญอะไรสักหน่อย ฉันตั้งใจจะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้อยู่แล้ว”

คณิตพูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจระอาความดื้อ ทิฐิ และปากแข็งของเพื่อนรัก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:27 น.