สมาชิก

ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง

ตอนที่ 17

เช้าวันรุ่งขึ้น กร้าวจะออกไปดูที่เกิดเหตุเผื่อเจอ ร่องรอยเบาะแสเพิ่มเติม แต่ลลิตาซึ่งกลัวเรื่องเชิดจะสาวมาถึงตัวรีบขัดขวางและหาทางโยนความผิดให้อนุช

“เหตุการณ์มันชัดออกอย่างนั้นคุณยังจะหาเบาะแสอะไรอีกล่ะคะ”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็ทั้งหมดมันเป็นฝีมืออนุช...อนุชคงหาทางทำทุกอย่างเพื่อหนีไปหาชายธง ถึงขนาดเผาไร่แล้วยังจะพาคนถืออาวุธเข้ามาทำร้ายใครต่อใคร”

“ไม่ใช่...คนพวกนั้นต้องการทำร้ายอนุชด้วยซ้ำ”

“ก็คงขัดผลประโยชน์กันน่ะสิคะ”

คณิตยืนฟังอยู่แต่แรก...ขยับเข้ามาร่วมวงจงใจกัดลลิตาว่าเรื่องนี้ต้องมีคนได้ประโยชน์แน่แต่คงไม่ใช่อนุช

“แกหมายถึงใคร” กร้าวมองหน้าเพื่อนด้วยความ สงสัย

คณิตชำเลืองมองลลิตาก่อนจะให้สาวใช้ไปตามกรวิกมาตอบคำถามนี้แทน ตัวบงการเลยร้อนๆหนาวๆ ไม่แน่ใจว่ารายนั้นรู้อะไรมากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่ากรวิกชี้ชัดว่าได้ยินคนสั่งทำร้ายอนุช แต่ยังไม่ทันจะพูดชื่อออกมาลลิตาก็ร้อนตัวเพียงเพราะโดนปรายตามอง

“นี่...อย่ามาโยนให้ฉันนะ แกมีหลักฐานอะไร”

“ใช่ ฉันไม่มีหลักฐาน ก็ใครจะเล่ห์เหลี่ยมทันเธอล่ะ”

“ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหากันลอยๆ”

“งั้นนกขอเล่าอะไรลอยๆอีกหน่อยนะคะอากร้าว ที่นกได้ยินมา...นอกจากแม่นี่จะหาทางกำจัดนุช ยึดตำแหน่งเมียอากร้าวแทนนุชแล้ว มันยังจะหาทางฮุบสมบัติอากร้าวด้วย”

“หุบปากเน่าๆของแกเดี๋ยวนี้นะ” ลลิตาลุกพรวดจะ เข้าไปทำร้ายกรวิกแต่กร้าวดึงไว้ พร้อมกับท้วงว่าถ้าไม่ใช่เรื่องจริงทำไมต้องร้อนตัวด้วย ลลิตาหน้าเสีย หันมาเกาะแขนประจบกร้าว “ลิต้าไม่ได้ร้อนตัวนะคะคุณกร้าว แต่ทนไม่ได้ที่จะให้ใครมากล่าวหาลิต้าแบบนี้ คุณกร้าวคิดดูสิคะ ลิต้าเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึงจะไปหามือปืนมาจากไหน”

“สามีเก่าหล่อนไง” กรวิกพูดโพล่ง...ลลิตาหันขวับมาจ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“นี่! ฉันทนมามากแล้วนะ ถ้าเงียบเองไม่ได้ฉันจะตบหมาออกจากปากแก”

“ผมว่าคุณเลิกข่มขู่คุณนกซะทีดีกว่า เพราะฟังแล้วเหมือนคุณกำลังหาทางปิดปากพยาน”

“ลิต้าไม่แปลกใจหรอกนะที่หมอจะเข้าข้างยายนี่ ก็เห็นหมอมองยายนกแร้งนี่ตาเยิ้มขนาดนั้น”

“เลิกพาลคนอื่นซะทีลิต้า...ผมว่าคราวนี้คุณทำแรงไป”

“นี่คุณกร้าวเชื่อมันมากกว่าลิต้าเหรอคะ”

“ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะลิต้า ใครจริงใครหลอก ผมพอดูออก”

“คุณกำลังจะบอกว่าลิต้าหลอกคุณ หาทางกำจัด ยายนุชแล้วก็ฮุบสมบัติคุณจริงๆงั้นเหรอคะ”

“ถ้ามีโอกาส ทำไมคุณจะไม่ทำ”

“คุณดูถูกลิต้าเกินไปแล้วนะ”

“ใช่ ผมก็ว่าผมดูไม่ผิด คุณขายบ้านวิชเวทย์ ขายกิจการของรัตนกิจจนเกลี้ยง คุณหลอกสามีเก่าอย่างอสิตได้ ทำไมจะหลอกผมไม่ได้”

“เพราะลิต้ารักคุณ ลิต้าไม่เคยรักสิต”

“ใครเชื่อยายคนนี้ นกว่าคงมีเขางอกออกมานะคะอากร้าว”

“ฉันหมดความอดทนกับแกแล้วนะ” ลลิตาพุ่งเข้าตบกรวิกโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แต่พอตั้งหลักได้ก็ตบคืนแรงพอกัน คณิตพยายามห้ามก็ไม่มีใครฟัง กระทั่งกร้าว ตวาดสั่งเสียงดังทั้งคู่ถึงยอมหยุด

“พอซะที! ทั้งสองคนนั่นแหละ...ลิต้า ผมขอให้คุณออกไปจากที่นี่”

ลลิตาหน้าเสีย แต่ถึงยังไงก็ดึงดันไม่ยอมไป เดินตามเว้าวอนกร้าวจนกรวิกหมั่นไส้ แต่ทำอะไรไม่ถนัดเพราะคณิตฉุดรั้งให้เฉยไว้  เขาเชื่อว่ากร้าวไม่ยอมให้ลลิตาอยู่ ที่นี่แน่

“คุณกร้าวอย่าไล่ลิต้าเลยนะคะ ลิต้าไม่มีที่ไปแล้ว”

“ผมไม่ใช่พวกอาชญากรนะลิต้า คุณเล่นจ้างมือปืนเข้ามาแบบนี้ ผมรับไม่ได้”

“ทีพวกยามเฝ้าไร่คุณยังมีปืนเลย มันไม่สำคัญหรอกค่ะ แค่เรารู้ว่าเราควบคุมคนของเราได้”

“คุณยอมรับแล้วใช่ไหมว่าคุณให้คนมาทำร้ายอนุชจริงๆ”

“แต่ลิต้ามั่นใจว่าลิต้าคุมคนของลิต้าได้ ไม่ให้มันทำอะไรคุณ”

“คำสารภาพของคุณมันเกินพอแล้ว ไปเถอะลิต้า อย่าให้ผมไล่ซ้ำเลย”

“คุณกร้าว...อย่าไล่ลิต้าเลยนะคะ ลิต้าผิดไปแล้ว” เธอเริ่มตีบทโศกบีบน้ำตา เกาะแขนเขาไม่ปล่อย แต่กร้าวหมดความอดทนจริงๆ สะบัดหนีและขับไล่ขึงขังจนเธอยอกย้อนให้อย่างโมโห

“ใช่สิ ลิต้าหมดประโยชน์แล้ว คุณได้นังนุชมากกไว้ที่นี่ก็เลยจะเฉดหัวลิต้า”

“ถ้าคุณไม่ก่อเรื่องคุณจะโดนไล่ไหม หัดดูตัวเองบ้างนะลิต้า”

“ใช่ ลิต้ารู้สำนึกแล้วว่าดันไปแตะนังนุชของคุณ คุณเลยยกโทษให้ลิต้าไม่ได้ ที่แท้คุณก็ดันไปรักคนที่คุณจะล้างแค้น”

กรวิกได้ยินคำพูดนั้นก็ทนเฉยต่อไปไม่ไหว ถลาเข้ามาคาดคั้นกร้าวว่ารักอนุชจริงหรือ เขาไม่ตอบแต่กลับหันไปไล่ลลิตาซ้ำอย่างเดือดจัด

“เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปจากที่นี่ซะ”

“จะรีบไล่ทำไมคะ ตอบคำถามแม่นกน้อยของคุณก่อนสิว่าคุณรักนังนุชใช่ไหม”

“ผมไม่ได้รักเขา”

“ไม่รักแล้วทำไมลิต้าแตะต้องไม่ได้ ลิต้าฆ่ามันก็เท่ากับกำจัดศัตรูของคุณ แล้วทำไมคุณต้องโกรธลิต้า”

“เพราะอนุชเป็นหนี้แค้นผม ผมคนเดียวมีสิทธิ์แก้แค้น คนอื่นจะทำอะไรอนุชไม่ได้”

“เหตุผลฟังขึ้นนะคะ แก้แค้นโดยการใช้หนี้ร้อยล้านให้พามาเลี้ยงดู ให้อยู่ใกล้ชิด...เมื่อไหร่คุณจะล้างแค้นลิต้าบ้างคะ” ลลิตายิ้มยียวนกวนประสาท

กรวิกเห็นกร้าวนิ่งเงียบก็โวยวายใหญ่โตว่าเป็นเรื่องจริงที่เขารักอนุช...กร้าวรู้สึกเสียหน้าที่โดนลลิตาจี้ใจดำ ลากเธอออกมาเหวี่ยงหน้าบ้านแล้วสั่งคนงานมาจับไป

เสียงดังเอะอะทำให้ชาติซึ่งพิการเดินไม่ได้เข็นรถที่ตัวเองนั่งออกมาดู เป็นจังหวะที่ลลิตากระชากปืนจากเอวคนงานมาถือไว้แล้ววิ่งสวนเข้าในบ้านชนชาติล้มทั้งรถทั้งคน กร้าวฝากคณิตดูแลลุงแล้ววิ่งตามลลิตาไปที่ห้อง อนุช...ลลิตาจนตรอก ล็อกคออนุชเป็นตัวประกัน

“นี่เป็นเรื่องระหว่างคุณกับผม อนุชไม่เกี่ยว”

“ไม่เกี่ยวเหรอ นังนี่น่ะตัวดีเลย ถ้าลิต้าไม่จ้างคนมาทำร้ายมัน มีเหรอคุณจะโกรธจนไล่ลิต้าออกจากบ้าน คุณยิ่งห่วงมัน ลิต้ายิ่งอยากให้มันตาย”

“ผมไม่ได้ห่วง ผมบอกคุณแล้ว แก้แค้นวิชเวทย์เป็นหน้าที่ผม คนอื่นไม่เกี่ยว”

“คุณโกหกใครอยู่กันแน่ โกหกอนุช หรือโกหกตัวเอง”

“พี่ลิต้าจะหึงหวงคนอย่างเขาก็ตามสบาย ทำไมต้องดึงนุชเข้ามาเกี่ยวด้วย”

“เพราะเขารักแกไงนังนุช ถ้าไม่มีแกสักคน ทุกอย่างก็ต้องเป็นของฉัน รวมทั้งตัวคุณกร้าวด้วย”

“ผมขอบอกว่าคุณเข้าใจผิดอย่างแรง ผู้หญิงคนนี้ไม่มีผลกับความรู้สึกผมแม้แต่น้อย แต่ถ้าคุณอยากดับอนาคตตัวเองด้วยเรื่องโง่ๆ ผมก็ห้ามไม่ได้ จะทำอะไรก็เชิญตามสบาย”

กร้าวแกล้งหันหนีทำไม่สนใจ พอลลิตาเผลอก็เข้ามาแย่งปืนแล้วเงื้อมือจะตบเธอแต่อนุชร้องห้ามและฟาดหน้าลลิตาด้วยตัวเอง

“อย่าถือว่าชีวิตคนอื่นเป็นแค่ผักปลาจะทำอะไรกับใครก็ได้ ถ้าเห็นว่าชีวิตตัวเองมีค่า ชีวิตคนอื่นก็มีค่าเหมือนกัน” อนุชสำทับด้วยความแค้นใจที่ลลิตาจ้างคนมาฆ่าตน

ในที่สุด ลลิตาก็ถูกกร้าวจับโยนออกมาหน้าบ้านอีกครั้ง “ต่อไปนี้ห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาในเขตไร่ ใครเห็นให้ไล่ออกไปทันที จะใช้วิธีไหนก็ได้”

“คุณกร้าว...คุณทำอย่างนี้กับลิต้าไม่ได้นะ”

“เสียใจลิต้า ผมทำไปแล้ว”

“ได้ งั้นอย่าหวังเลยว่าจะอยู่ดีมีสุข ฉันจะเป็นพยานให้พวกสิต เอาคุณเข้าคุก”

“ผมไม่แคร์ อยากทำอะไรก็เชิญ...ไป เอาตัวออกไปได้แล้ว” กร้าวพูดจบก็หันกลับเข้าบ้าน ไม่ฟังเสียงร่ำร้องของลลิตา กรวิกเห็นแล้วสะใจเป็นบ้า เอาน้ำใส่ถังมาสาดลลิตาที่ดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมให้คนงานลากตัวไป

“แก...อีนกแร้ง!” ลลิตาตะโกนด้วยความแค้น

“ช่วยไม่ได้ ก็อากร้าวบอกเองว่าจะใช้วิธีไหนไล่หมาบ้าอย่างเธอก็ได้...เอ้าพวกเรา ได้ยินใช่ไหม อากร้าวบอกว่าใช้วิธีไหนไล่นังนี่ก็ได้”

คนงานกรูเข้ามาอีกครั้ง ลลิตาจนแต้มวิ่งหนีไม่คิดชีวิต โดยมีเสียงหัวเราะสะใจของกรวิกดังไล่หลัง...

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ชาติได้รับผลกระทบจนร่างกายฟกช้ำ นี่เองทำให้คณิตถือโอกาสเตือนกร้าวว่าลุงชาติอายุมากแล้ว เขาไม่น่าหาเรื่องมาให้ท่านเครียดอีก

“เรื่องวันนี้มันสุดวิสัยจริงๆ แต่ยังไงฉันก็ไล่ลลิตาออกไปแล้ว”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องวันนี้นะกร้าว แต่การล้างแค้นของแกมันทำให้ลุงชาติไม่สบายใจ เมื่อไหร่แกจะจบเรื่องนี้”

กร้าว นิ่งขรึมไม่มีคำตอบ...แล้วเดินไปหยุดยืนลังเลอยู่หน้าห้องอนุช เผอิญประตูแง้มอยู่จึงรู้เห็นว่าป้าพร้อมและขำกำลังปลอบขวัญอนุชที่เกือบถู กลลิตายิงตาย

“โถ...คุณนุช จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ โดนล่ามโซ่อย่างนี้ ดีนะคะคุณกร้าวมาช่วยคุณนุชไว้ทัน”

“ดีเหรอขำ...อย่าลืมสิ คนที่ล่ามนุชไว้นี่ก็คือคุณกร้าวนะ ถ้านุชตายก็ฝีมือเขานั่นแหละ”

คำพูดของอนุชกระแทกใจกร้าวอย่างแรง ความรู้สึกผิดแล่นขึ้นจนไม่กล้าสู้หน้าเธอยามนี้

ooooooo

หลัง จากอรชาพาอนุชกลับมาไม่ได้ อสิตคิดหนักก่อนตัดสินใจนัดพบกร้าวเพื่อวิงวอนขอร้องด้วยตัวเอง และในเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ ก็ถึงขนาดกราบกรานและพร้อมที่จะตายชดใช้หนี้แค้นแทนพ่อ แต่กร้าวกลับขัดขวางเข้าแย่งปืนในมืออสิตและพูดจาเย้ยหยันอีกหลายคำก่อนผละ ไป

เหตุการณ์รุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้ชาติกลัดกลุ้มใจ เรียกกร้าวมาคุยอีกครั้งอย่างจริงจังหลังจากเคยขอร้องหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ

“เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว พอเถอะกร้าว”

“ลุงก็รู้ว่าผมทำอย่างนี้ทำไม”

“ถึง มันจะเป็นรอยแผลเป็นในใจแก แต่การแก้แค้นมันเหมือนการเอามีดกรีดลงบนแผลเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่แกควรทำคือวางมีดลงซะ แล้วรักษารอยแผลนั้น ไม่ใช่คอยกรีดตัวเอง”

“ผมก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ลุงไม่รู้หรอกว่าผมต้องเจอกับอะไร”

“อย่าลืมว่าลุงผ่านมันมาก่อน วันนี้ลุงถึงมีสภาพแบบนี้ ลุงไม่อยากให้แกเป็นเหมือนลุงนะกร้าว”

“แต่ผมหยุดไม่ได้”

“ถึง วันนี้อาจจะหยุดไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ก็อาจจะหยุดได้ ถึงพรุ่งนี้หยุดไม่ได้ มะรืนนี้ก็อาจจะทำได้ อยู่ที่ว่าแกจะหยุดเมื่อไหร่เท่านั้น หรือจะต้องรอจนกว่าจะสูญเสียมากกว่านี้ จำคำลุงไว้ การแค้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่สิ่งที่แกควรกระทำคือให้อภัย แล้วก็ให้อภัยซะก่อนที่แกจะไม่เหลือใคร โดยเฉพาะคนที่แกรัก”

ชาติ พยายามเตือนสติหลานชายแล้วเข็นรถพาตัวเองออกไป ทิ้งกร้าวยืนอึ้งอยู่กับความสับสน...กรวิกมองมาจากมุมหนึ่งด้วยสีหน้าแววตา ครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจเดินเข้ามาคาดคั้นกร้าวจะเอาคำตอบให้ได้ว่าชอบอนุชจริงใช่ไหม

“อาไม่ได้ชอบ” กร้าวเสียงขุ่นอย่างรำคาญ

“แล้วทำไมอากร้าวต้องคอยปกป้องนุช”

“อาไม่ได้ปกป้องนะนก”

“แต่สิ่งที่อากร้าวกระทำมันตรงกันข้ามกับที่พูด นกชักไม่แน่ใจแล้วว่าอากร้าวพูดจริงหรือลิต้าพูดจริงกันแน่”

“หมายความว่ายังไง”

“อากร้าวทำลายทุกอย่างของพวกวิชเวทย์อย่างที่อากร้าวต้องการแล้ว...แล้วทำไมอากร้าวถึงยังไม่ปล่อยนุชไป”

“เพราะพวกวิชเวทย์ยังไม่ได้ชดใช้สิ่งที่ควรชดใช้น่ะสิ”

“แล้วมันคืออะไร”

กร้าวนิ่งงัน ตอบไม่ได้เหมือนกัน...กรวิกยิ่งแค้นใจ

“แม้แต่ตัวอากร้าวเองก็ยังไม่รู้ว่าอะไร...แล้วจะทำไปทำไม”

“อย่ามาสอนอานะนก”

“นก ไม่ได้สอน แต่นกพูดความจริง งั้นอากร้าวก็ทำอย่างที่ลุงชาติบอกสิคะ ปล่อยนุชกลับบ้าน ยุติเรื่องทั้งหมดซะก่อนที่อะไรๆจะแย่ไปกว่านี้”

“นี่นกเข้าข้างพวกวิชเวทย์อีกคนเหรอ”

“นกไม่ได้เข้าข้าง แต่นกไม่แน่ใจต่างหากว่าตอนนี้อากร้าวกำลังโกหกทุกคนหรืออากร้าวกำลังโกหกตัวเองกันแน่”

“นก!!” กร้าวขึ้นเสียงจนกรวิกหน้าเสีย แต่อึดใจเดียวก็ตรงเข้าเขย่าตัวเขาคาดคั้นความจริง

“งั้นอากร้าวก็ตอบนกมาสิคะ ว่าอากร้าวไม่ได้คิดอะไรกับนุช อากร้าวไม่ได้คิดอะไรกับนุช”

“อาบอกแล้วอาไม่ได้คิดอะไร อาไม่ได้คิดอะไร”

“งั้นก็ปล่อยนุชไปสิ”

“อยากให้ปล่อยนุชมากใช่มั้ย...ได้” กร้าวพูดจบรีบเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว กรวิกคาดเดาไม่ออกว่าเขาจะทำอะไร รีบวิ่งตามไป...

ooooooo

ภายในห้องชั้นบน คณิตกำลังสำรวจร่องรอยฟกช้ำ ดำเขียวตามเนื้อตัวอนุชด้วยความเห็นใจและสงสาร

“ทำอย่างนี้มันเกินไปจริงๆ”

“แต่นุชไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไรไม่ได้ จะทนให้มันแก้แค้นไปอีกนานแค่ไหน”

“นุชไม่รู้...บางทีอาจจะจนกว่าคุณกร้าวจะอภัยให้พวกเรา”

“แต่ยังไงมันก็ไม่ถูกต้อง กับคนที่ตัวเองรักแท้ๆ”

“ว่ายังไงนะคะหมอ”

“อากร้าวมันรักนุชมากรู้มั้ย...รักขนาดที่ตัวมันเองก็ไม่รู้”

“ไม่จริงหรอกค่ะ เขาเกลียดนุชอย่างกับอะไรดี”

“งั้นทำไมเขาไม่ปล่อยตัวนุชไป จับนุชมาขังไว้ทำไม ทั้งๆที่ตัวเองได้ไปหมดทุกอย่างแล้ว”

“บางทีเขาอาจจะอยากให้นุชชดใช้อย่างที่พ่อนุชทำไว้กับแม่คุณกร้าวก็ได้”

คณิตอึ้งไปเมื่อคิดว่ากร้าวกำลังจะทำอะไร ทันใดนั้นกร้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าท่าทางน่ากลัวมาก

“มากับฉันเดี๋ยวนี้” กร้าวกระชากเสียงใส่อนุชแล้วไขกุญแจโซ่ที่ข้อเท้าเธอออก คณิตตกใจถามเขาว่าจะพาเธอไปไหนแต่ไม่มีคำตอบ...

กร้าว ฉุดกระชากอนุชตัวปลิวไปโดยไม่สนใจว่าเธอจะร้องโอดโอยด้วยความเจ็บสักแค่ไหน คณิตกับกรวิกวิ่งตามมาหน้าตาตื่น ช่วยกันขอร้องเขาอย่าทำอะไรอนุช ปล่อยเธอไปเถอะ

คำขอร้องเหล่านั้นยิ่งทำให้กร้าวโมโห โวยวายใส่อนุชอย่างฉุนเฉียว “เธอมันพวกมารยาสาไถย เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อตัวเองไม่ได้มีผิด”

“งั้นคุณก็คงใจจืดใจดำ อภัยให้คนอื่นไม่เป็นเหมือนแม่ตัวเองใช่มั้ย”

“หยุดก้าวร้าวถึงแม่ผมซะที”

“พ่อแม่ใครใครก็รัก ฉันก็มีสิทธิ์ปกป้องท่านเหมือนที่คุณทำเหมือนกัน”

“ไม่ต้องมาทำเป็นปากดี พวกวิชเวทย์ไม่เคยยอมรับความผิดตัวเองซักคน”

“แล้วพวกที่ไม่รู้จักให้อภัยคนอื่นเรียกว่ายังไง”

“เรียกว่าผู้ชนะยังไงล่ะ...ส่วนเธอมันพวกขี้แพ้ ไสหัวออกไปจากไร่นี้ได้แล้ว”

อนุชนิ่งอึ้งคิดไม่ถึง คณิตกับกรวิกก็แทบไม่เชื่อหู เช่นเดียวกับชาติ ป้าพร้อม และขำที่โผล่ออกมาได้ยินพอดี

“ฉันบอกให้ไสหัวออกไปไม่ได้ยินรึไง” กร้าวตะเบ็งเสียง

ป้า พร้อมกับขำตกใจแต่ก็รีบเข้าไปหาอนุช เร่งให้กลับไปเพราะกลัวกร้าวจะเปลี่ยนใจ แต่กลายเป็นว่าเธอไม่ถอย แถมยังเดินเข้าหากร้าวอย่างเด็ดเดี่ยวเมื่อเห็นเขากำมือแน่นด้วยความแค้น

“ฉันไม่ไป!”

ทุกคนประหลาดใจมาก มองอนุชเป็นตัวเดียว ไม่เข้าใจว่าเธอคิดอะไรยังไง

“ฉันไม่ไป...ตราบใดที่เขายังไม่ให้อภัยพวกเราวิชเวทย์”

“นี่เธอตั้งใจจะยั่วประสาทฉันใช่มั้ย”

“ยั่วคนบ้าแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

“ใจเย็นๆ หนูนุช”

“หนู เย็นมามากพอแล้วค่ะป๋า...คุณกร้าว วันนี้คุณปล่อยฉัน แต่วันหน้าคุณอาจจะทำร้ายคนอื่นๆอีก เพราะ ฉะนั้นจะฆ่าจะแกงจะทำอะไรฉันก็เชิญ เอาให้สาแก่ใจคุณเลย ทำกับฉันเหมือนที่พ่อฉันทำกับแม่คุณ จะได้หมดเวรหมดกรรมกันซะที”

อนุชท้าทายทั้งน้ำตาพร้อมกับเข้าไปผลักกร้าวด้วยความคับแค้นใจ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะอนุช” กร้าวตวาดลั่น

“ฉัน ไม่หยุด ถ้าการแก้แค้นทำให้คุณมีชีวิตอยู่ได้ การให้อภัยคงทำให้คุณตายไปจากโลกนี้ เอาสิคะ ฆ่าฉันให้ตายไปเลย เอาให้สาแก่ใจคุณเลย ทำกับฉันเหมือนที่พ่อฉันทำกับแม่คุณ คุณจะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกเราวิชเวทย์ซะที”

“อย่ามาท้าผมนะ”

“ฉันไม่ได้ท้า นอกจากคุณไม่กล้าจริง”

“จะเอาอย่างนั้นก็ได้”

กร้าว ฉุดอนุชเข้าบ้าน ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของคนอื่นๆที่กรูตามด้วยความตกใจ...แต่เขาไม่ฟังเสียง ปล้ำจูบอนุชที่ดิ้นรนปกป้องตัวเองทุบตีเขาไปมาเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูก เหยียบย่ำศักดิ์ศรี

“ปล่อยฉัน...ฉันบอกให้ปล่อย”

“ทำไมกลัวเหรอ...เมื่อกี๊ทำเป็นปากเก่ง”

“แต่คุณกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า”

“ทำไม!! มีอะไรกับผมมันเสียเกียรติมากหรือไง”

“ใช่”

“งั้นมีอะไรกับชายธงคงเหมือนจุดพลุฉลองสินะ”

“เลิกเอาชายธงมาเกี่ยวข้องซะที ปล่อยฉันนะคุณกร้าว ฉันบอกให้ปล่อย ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะกร้าว”

“พอเถอะไอ้กร้าว”

“หยุดเถอะค่ะอากร้าว นกขอร้อง”

ชาติ คณิต และกรวิกตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน แต่กร้าวสวนทันควันว่าไม่ใช่เรื่องของทุกคน ว่าแล้วจะฉุดกระชากอนุชขึ้นไปบนห้อง ชาติโกรธจนหน้าแดง เข็นรถเข้าไปยื้อยุดแขนกร้าว

“หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้หยุด หยุด...”

ทันใดนั้น ชาติหน้ามืดฟุบลง คณิตรีบเข้าประคองเขาด้วยสัญชาตญาณความเป็นหมอ คนอื่นๆตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น!

อีกครู่ต่อมา คณิตตรวจร่างกายลุงชาติภายในห้องนอน โดยมีคนอื่นๆยืนมองด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะกร้าวที่สีหน้าไม่สู้ดีเพราะรู้สึกผิด

“เป็นยังไงบ้างไอ้หมอ”

“ความดันขึ้น...ถ้าสูงไปมากกว่านี้เส้นเลือดในสมองอาจแตกได้”

ชาติไม่ได้ห่วงตัวเองแต่กังวลเรื่องอนุชมากกว่า ขอร้องหลานชายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

“ฉัน ยอมให้เป็นแบบนี้อีกไม่ได้ ยุติเรื่องทั้งหมดเถอะกร้าว” พูดแล้วเห็นกร้าวยังลังเลอ้ำอึ้ง ชาติเริ่มโมโหขึ้นมาอีก “หรือแกจะต้องให้ฉันตายไปก่อน แกถึงจะให้อภัยเป็น”

กร้าวหันมองหน้าอนุชที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะฮึดฮัดเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ

ooooooo

ที่บ้านวิชเวทย์...อสิตเริ่มทรงตัวได้และใช้วอล์ก- เกอร์ช่วยเดินสลับกับเปลี่ยนมาใช้ไม้เท้า อรชากับปรารภยืนยิ้มเป็นกำลังใจอยู่ใกล้ๆ

“พี่สิตเดินได้แล้ว”

“พี่ไม่คิดว่าจะมีวันนี้...พี่ขอบใจอรกับรภมากนะ ที่อยู่ดูแลกัน”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะพี่สิต เราเป็นพี่น้องกันนะคะ”

“พี่ปล่อยให้อรให้ยายนุชลำบากมากแล้ว ถึงเวลาที่พี่จะกลับมากอบกู้วิชเวทย์ซะที”

“ถ้ายายนุชอยู่คงดีใจไม่น้อย ไม่รู้ป่านนี้ยายนุช จะเป็นยังไงบ้าง คงถูกคุณกร้าว...” อรชาไม่กล้าพูด กลัวน้องโดนข่มเหงรังแก

“คุณนุชเป็นคนดีพระท่านจะคุ้มครอง”

ขาดคำของปรารภ สาวใช้ถือโทรศัพท์บ้านไร้สายเข้ามาส่งให้อรชา...ปรากฏว่าคนที่โทร.มาคือป้าพร้อม และทำให้อรชาถึงกับตื่นเต้นยกใหญ่

“ว่าไงนะคะ จะให้อรไปรับนุชกลับบ้าน”

“ใช่ค่ะ คุณได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ”

“แล้วคุณกร้าวล่ะคะ”

“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง คุณชาติให้มาบอกว่าสบายใจได้ ระหว่างนี้คุณชาติจะเป็นคนดูแลคุณนุชเอง”

“ฝากขอบคุณคุณลุงชาติด้วยนะคะ...สวัสดีค่ะ”

อร ชาวางสายแล้วหันมาบอกอสิตกับปรารภด้วยความตื่นเต้นว่าลุงชาติให้เราไปรับ อนุชพรุ่งนี้ ปรารภยิ้มรับดีใจ แต่อสิตสีหน้าเป็นกังวล ไม่ไว้ใจกร้าวจะไม้ไหนอีก

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะพี่สิต”

“มันทำพวกเราเจ็บแสบมาก เจอกันก็ดีจะได้คิดบัญชีกัน”

หลัง จากนั้น อรชาติดต่อไปยังชายธงแต่เขากำลังแต่งตัวหลังจากธารินเปลี่ยนผ้าพันแผลที่ถูก ยิงบริเวณแขน เสียงมือถือดังขึ้น ธารินจึงอาสารับให้ พอได้ยินอรชาถามว่าเบอร์โทร.ชายธงหรือเปล่า ธารินอึกอักเล็กน้อยก่อนตอบ

“ใช่ค่ะ...เป็นแม่บ้าน มีอะไรฝากไว้ได้นะคะ”

“ฝากบอกชายธงด้วยนะคะว่าพรุ่งนี้คุณลุงชาตินัดให้ไปรับตัวยายนุชที่ไร่ ไม่ต้องเป็นห่วงยายนุชนะคะ”

ธารินรับปากเสียงแผ่วก่อนวางสาย...ครั้นชายธงร้องถามว่าใครโทร.มา เธอลังเลจะบอกดีหรือไม่ เพราะถ้ารู้เรื่องเขาต้องไปรับอนุชด้วยแน่ๆ

ooooooo

เย็น นั้น อนุชเตรียมเก็บเสื้อผ้าข้าวของเพื่อรอพี่ๆมารับกลับวิชเวทย์ในวันรุ่งขึ้น ป้าพร้อมกับขำคอยช่วยเหลือและยินดีกับเธอจากใจจริง...อนุชรู้สึกผิดไม่น้อย ที่ทำให้ใครต่อใครเดือดร้อนและเป็นห่วง เอ่ยปากขอโทษและขอบคุณป้าพร้อมที่ช่วยเป็นธุระเรื่องทั้งหมดให้

“ไม่ต้องเกรงใจป้าหรอกค่ะ คนที่คุณควรจะต้องขอบคุณคือคุณชาติต่างหาก”

อนุช นึกถึงผู้มีพระคุณ ตั้งใจเข้าไปหาชาติที่ห้องแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นกร้าวอยู่ด้วย...กร้าวกำลัง ประคับประคอง ดูแลชาติลงนั่งบนรถเข็นด้วยท่าทีนุ่มนวลอ่อนโยน จนผู้เป็นลุงอดกระเซ้าไม่ได้ว่าทีอย่างนี้ทำมาเป็นประจบ

“ผมไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้”

“อยากให้คนอื่นยกโทษให้ แล้วทำไมไม่หัดให้อภัยคนอื่นก่อน”

“ผม ก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่หลับตาภาพเก่าๆมันก็ตามมาหลอกหลอนผม...จนผมแยกไม่ออกแล้วอัน ไหนเรื่องจริงอันไหนฝันร้าย...ผมไม่ไหวแล้วครับลุง”

กร้าวหน้าเศร้าน้ำตาคลอ...อนุชแอบดูอยู่คิดไม่ถึงว่าเขาก็มีมุมอ่อนไหวอ่อนแอเหมือนกัน

“ถ้าไม่ไหวแล้วแบกมันไว้ทำไมล่ะ” ชาติพูดพร้อมกับลูบหัวหลานชาย

เพียง เท่านี้น้ำตาที่ปริ่มขอบตากร้าวก็เอ่อไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่...อนุชรับ รู้ได้ว่าเขาเองก็เจ็บปวดไม่ต่าง จากเธอ ขยับตัวจะหันกลับเพื่อปล่อยลุงหลานอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ชาติเหลือบเห็นเสียก่อน ร้องเรียกเธอไว้

กร้าวได้ยินชื่ออนุชก็ รีบเช็ดน้ำตาทำเหมือนไม่มีอะไร หันกลับมาตะคอกถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาโหดร้าย อย่างที่เป็นมา “จะมาเป่าหูอะไรลุงผมอีก”

“หัดมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง”

“ถ้ามีดีก็เอาออกมาโชว์สิ”

“อย่ามากวนประสาทได้มั้ย หรือจะต้องให้ถูกด่าถึงจะมีความสุข”

กร้าว จะออกมาเอาเรื่อง ชาติรีบปรามและให้หลานชายออกไปก่อน...เมื่ออยู่กันตามลำพัง อนุชกราบลงแทบตักชาติด้วยสำนึกในความเมตตาปรานีของเขาจากใจ “หนูขอบคุณป๋าที่คอยช่วยเหลือหนูทุกอย่าง”

“ป๋าไม่ดีเอง ตอนแรกป๋าอยากจะให้กร้าวเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตขนาดนี้ ป๋าขอโทษ”

“ไม่ใช่ความผิดของป๋าหรอกค่ะ เพราะแค่นี้ป๋าก็กรุณาหนูมามากพอแล้ว ถ้าไม่ได้ป๋าชีวิตหนูก็ไม่รู้จะเป็นยังไง”

“มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป...แต่มีอยู่เรื่องนึง ที่ป๋าอยากรู้ หนูคิดยังไงกับกร้าว”

อนุชนิ่งอึ้ง ทั้งรักทั้งเกลียดจนไม่รู้จะพูดยังไง

“รักเขาบ้างหรือเปล่า”

“หนู...หนูเกลียดเขา เกลียดทุกอย่างที่เขาทำไว้กับวิชเวทย์”

กร้าวแอบฟัง ได้ยินอย่างนั้นก็เดินจากไปด้วยความน้อยใจ จึงไม่ได้ยินบทสนทนาต่อไปของทั้งคู่

“แล้วสิ่งที่เขาทำไว้กับหนูล่ะ”

“หนูสมควรให้อภัยเขางั้นเหรอคะป๋า”

“งั้นกลับไปก็หย่ากันซะให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”

“แล้วคุณกร้าวล่ะคะ”

“เรื่อง นั้นไม่ต้องห่วง ป๋าจัดการเอง...คนบางคนอาจจะทำบุญร่วมกัน แต่กับอีกคนอาจจะเกิดมาใช้เวรกัน อโหสิกรรมต่อกันนะ จะได้หมดเวรหมดกรรมกัน”

“ค่ะป๋า”

“เสียดาย...ถ้าไม่มีเรื่องในอดีต ป๋าคงจะดีใจมากที่ได้หนูเป็นหลานสะใภ้”

อนุชรู้สึกเศร้าเสียใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...

ooooooo

หลัง จากเก็บงำเรื่องที่อรชาฝากไว้อยู่เป็นนาน... ตกตอนค่ำธารินตัดสินใจบอกชายธง และผลก็เป็นอย่างที่เธอคาดคิดจริง เขาดีใจมากรีบร้อนจะออกไปพบอรชาแต่โดนเธียรรั้งตัวไว้

สองพ่อลูกยื้อยุดกันไปมาครู่หนึ่งก่อนที่ชายธงจะร้องโอ๊ยเพราะเจ็บแผลที่แขน...ความเลยแตกเรื่องที่เขาไปช่วยอนุชจนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

“นี่แกเจ็บตัวเพราะไอ้พวกวิชเวทย์ใช่มั้ย แล้วที่ว่าไปหาเพื่อน จะไปหาอนุชอีกใช่มั้ย”

ชายธงไม่ตอบ เธียรยิ่งโกรธเพราะห่วงลูกมาก คว้าคอเสื้อแล้วตะคอกใส่อย่างเหลืออด

“แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง หลงอนุชหัวปักหัวปําถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก”

“พ่อคิดมากเกินไป ผมไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้น”

“นี่แกยังว่าเล็กน้อยอีกเหรอ แกต้องอยู่บ้าน ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”

ชายธง ไม่ฟังเสียงห้ามของพ่อ วิ่งพรวดออกไปหน้าบ้าน เธียรโมโหสุดๆ สั่งคนรถมาช่วยกันจับชายธงไปขังไว้ในห้องแล้วยึดกุญแจรถ เงิน และบัตรเครดิตทั้งหมดไว้กับตัว แถมให้คนเฝ้าตลอดเวลา แต่แล้วธารินก็วางแผนช่วยเหลือชายธงออกไปจนได้ โดยหลอกเธียรว่าชายธงแผลฉีกต้องรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งเธอรับปากจะดูแลเขาไม่ให้คลาดสายตา

“รินช่วยได้เท่านี้แหละค่ะ”

“แล้วรินจะไปบอกพ่อพี่ยังไง คุณพ่อต้องว่ารินแน่”

“ไม่ต้องห่วงรินหรอกค่ะ รินเอาตัวรอดได้ ยังไงคุณลุงก็คงไม่ใจร้ายกับรินหรอก”

“ทำไมรินถึงช่วยให้พี่ไปหานุช ทั้งๆที่เมื่อก่อนรินไม่ชอบนุช คอยขัดขวางพี่กับนุชตลอดเวลา”

“รินรู้แล้วว่าความสุขของพี่ชายธงคืออะไร รินอยากให้พี่มีความสุขค่ะ”

ชายธง ซึ้งใจ ดึงธารินมากอด...และขอบใจเมื่อเธอให้เงินจำนวนหนึ่งติดตัวไว้ หลังจากชายธงไปแล้วธารินกลับเข้ามาหาเธียร แกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้นโทษตัวเอง

“รินขอโทษนะคะคุณลุง รินไม่ดีเองที่ปล่อยให้พี่ชายธงคลาดสายตา”

“หนูรินไม่ผิดหรอก เจ้าชายธงนี่มันดื้อจริงๆ” เธียรฮึดฮัดโมโห...ธารินลอบมองใจคอไม่ดี รู้สึกผิดเหมือนกันที่ต้องโกหกท่าน...

ขณะ เดียวกันนั้น อรชานอนไม่หลับออกมาเดินเล่นที่สนามหน้าบ้าน ปรารภซึ่งมาค้างที่นี่ก็นอนไม่หลับเช่นกัน สองคนเดินมาหยุดยืนคุยกันด้วยสีหน้าเก้อๆ

“นอนไม่หลับหรือคะ พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้านะคะ”

“คงเพราะแปลกที่ครับ แล้วคุณอรล่ะครับ”

“อรไม่สบายใจค่ะ กลัวว่าพรุ่งนี้คุณกร้าวจะเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยนุช”

“เรื่องของพรุ่งนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้เถอะครับ อย่ากังวลไปก่อน จะไม่สบายใจเปล่าๆ”

ปรารภ ยิ้มอ่อนโยน จูงมืออรชาเข้าบ้าน แล้วจัดหานมอุ่นๆให้เธอดื่ม อรชารับรู้ได้ถึงความรักและเอาใจใส่ แต่ถึงยังไงเธอก็ยังรู้สึกกับเขาแค่เพื่อน ปรารภเข้าใจ ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะรอเธอเสมอ...

ooooooo

ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด