ตอนที่ 15
กร้าวพาอนุชกลับมาขังไว้ในห้องที่บ้านแล้วออกไปพบลลิตาที่ลานจอดรถบริษัทด้วยความรำคาญเพราะเธอเพียรโทร.มาอยู่หลายครั้ง...
เขามาพร้อมเงินจำนวนมากจากการขายรัตนกิจ มอบให้เธอหวังจบเรื่องกันเสียที แต่กลายเป็นว่าลลิตาไม่ได้ต้องการแค่เงิน เธอต้องการตัวเขาด้วย!
“เอาเงินนี่ไป แล้วถ้าอยากได้คอนโดฯก็อยู่ไป ผมจะไม่ไล่คุณ แต่เลิกมาวุ่นวายกับผมเสียที”
กร้าวเน้นย้ำเสียงแข็ง ลลิตาฉุนขาด สวนกลับด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง
“คิดจะสลัดลิต้าทิ้งมันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะ ฟังไว้ให้ดีนะคุณกร้าว ยังไงลิต้าก็ไม่มีวันเลิกกับคุณ”
“คุณไม่อยู่ในฐานะที่จะขู่ผม จำไว้ด้วยลิต้า” กร้าวปัดกระเป๋าเงินหล่นจากหน้ากระโปรงรถแล้วกลับไปอย่างหัวเสีย ลลิตาละล้าละลังอยากจะตาม แต่ห่วงเงินมากกว่าจึงตะครุบเก็บใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ
ทันใดนั้นเอง เชิดปรากฏตัวหลังจากสะกดรอยตามลลิตามาตลอด ทวงถามส่วนแบ่งของตน แต่เธอไม่ยอมให้ ใช้กระเป๋าฟาดเขาทีเผลอแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในอาคาร
ส่วนกร้าวย้อนกลับมาที่บ้าน สำนึกผิดที่ทำรุนแรงกับอนุชด้วยการนำอาหารมาให้ในห้อง แต่เธอไม่ยอมกิน แถมอาละวาดด่าทอเขาอย่างเจ็บใจ ที่เขาทำเหมือนเธอเป็นสัตว์เลี้ยง นึกจะจับขังเมื่อไหร่ก็ได้ ถึงเวลาให้กินก็ต้องกิน...
ด้านชายธงที่ถูกกร้าวทำร้ายสลบเหมือดมีพลเมืองดีช่วยไว้...หลังจากหมอทำแผลที่ศีรษะให้แล้วชายธงโทร.ตามธารินมารับ และวานเธอไปส่งที่บ้านวิชเวทย์เพื่อบอกอสิตกับอรชาว่าตนช่วยอนุชไม่ได้ ตอนนี้กร้าวคงย่ามใจคิดว่าตัวเองชนะ แต่ตนต้องเอาคืนเขาให้ได้
หลังจากชายธงกลับไปแล้ว ค่ำนั้นอรชาตัดสินใจไปที่บ้านกร้าว ตะโกนขอร้องให้เขาปล่อยตัวอนุช แต่กร้าวไม่ยอมให้อนุชออกจากห้อง สั่งสาวใช้ไปเปิดประตูรั้วให้อรชาเข้ามาแล้วเผชิญหน้ากับเธอด้วยตัวเอง
“นุชอยู่ไหน น้องสาวอรอยู่ไหน”
“ใจเย็นสิครับคุณอร ผมไม่ใช่ยักษ์ไม่ใช่มาร ผมไม่กินน้องคุณหรอก”
“แต่สิ่งที่คุณทำกับพวกเราก็คือการฆ่ากันทั้งเป็นอยู่แล้ว”
“อืม...ก็ใช่...ก็เหมือนที่พ่อคุณเคยทำไว้กับพ่อแม่ผมไง”
อรชาน้ำตารื้น ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พนมมือไหว้ “อรยอมทุกอย่างแล้ว...อรขอรับผิดแทนคุณพ่อทั้งหมด คุณจะฆ่าจะแกงอรก็เชิญ แต่อรขอให้คุณปล่อยนุชไป อย่าทรมานน้องสาวอรอีกเลย”
กร้าวคาดไม่ถึง เบือนหน้าหนี อรชาเข้ามาเกาะขาวิงวอนขอร้อง...ทำให้กร้าวนึกถึงภาพที่แม่ของตนเคยขอร้องพ่อของเธอ
“แล้วคุณจะชดเชยให้ผมยังไง หรือว่า...เอาตัวคุณมาแลกกับอนุชดีไหม”
อรชาชะงัก แต่ถ้าต้องแลกก็ยอมทรมานแทนน้อง กร้าวมองออกแต่พูดเหยียดหยามให้เธอเจ็บช้ำใจ
“นี่คุณคงอยากมาแทนน้องสาวจนตัวสั่นเลยสิท่า รู้มั้ย อะไรที่มันง่ายๆผู้ชายเขาไม่ชอบหรอก หัดสงวนท่าทีไว้บ้าง”
“คุณกร้าว! คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว หรือที่ผ่านมา...คุณเห็นฉันเป็นแค่เครื่องมือล้างแค้นเท่านั้นจริงๆ”
“ใช่ คุณมีค่าแค่นั้นจริงๆ”
“คุณใจร้ายมาก คุณกร้าว!”
“โทษผมไม่ได้หรอก ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพ่อคุณ ที่มาทำชั่วทำเลวกับครอบครัวผมก่อน”
อรชาลุกพรวดทั้งน้ำตา จ้องมองเขาอย่างผิดหวัง กร้าวแสร้งแสดงความสงสารเดินเข้ามาลูบผมเธอเบาๆ
“โถ...นี่คุณรักผมเข้าแล้วจริงๆเหรอเนี่ย ถ้าอย่างนั้นผมจะรับคุณไว้ในฐานะเมียน้อยดีไหม ยังไงน้องคุณก็เป็นเมียหลวงไปแล้ว”
อรชาสุดทน ตบหน้ากร้าวแล้ววิ่งร้องไห้ออกมา กร้าวเจ็บปวดกับสิ่งที่ทำ แต่ก็สะใจในการแก้แค้นระคนกัน
ขณะที่อรชาวิ่งมาขึ้นรถ อนุชหาทางปีนลงจากหน้าต่างห้องจนได้ แต่ก็ไม่ทันพี่สาวที่ออกรถไปโดยไม่เห็นเธอ แต่เธอเห็นพี่สาวร้องไห้ จึงทุบตีกร้าวที่วิ่งมาจับตัว คาดคั้นเขาว่าทำอะไรพี่อร?
“ผมจะไปทำอะไรได้ ถ้าหากเขาไม่เต็มใจเจ็บเพราะผม”
กร้าวยิ้มเย้ยก่อนจะกลับเข้ามาในบ้าน อนุชมองตามรถอรชาไปด้วยสีหน้ากังวลและเป็นห่วง
ooooooo
เมื่อเย็นลลิตารอดเงื้อมมือเชิดมาได้ แต่พอเธอกลับมาที่คอนโดฯในตอนค่ำก็หนีไม่รอด เชิดข่มขู่ด้วยมีดจนเธอต้องยอมแบ่งเงินให้ครึ่งหนึ่ง
“ครึ่งนึงน่ะมันก่อนที่แกจะทำให้ฉันเหนื่อย แต่ตอนนี้มันไม่พอแล้ว”
“แกจะเอาไปทั้งหมดไม่ได้นะ แล้วส่วนของฉันล่ะ”
“แกก็จับไอ้เสี่ยหนุ่มรูปหล่อนั่นให้ได้สิวะ แล้วเงินในกระเป๋านี้ก็จะเป็นแค่เศษเงินสำหรับแก”
เชิดดึงกระเป๋าเงินมา ลลิตาอึ้งค้าง แต่แล้วความละโมบบังตาจนไม่กลัวตาย เธอเข้าไปยื้อแย่งอยู่ครู่หนึ่งทำให้เชิดโมโหมาก ทำลายข้าวของราคาแพงของเธอพังพินาศก่อนเผ่นหนีไปพร้อมกระเป๋าเงิน ทิ้งให้ลลิตากรีดร้อง ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บใจ
คืนเดียวกันที่บ้านกร้าว อนุชกำลังเผชิญหน้ากับเขา อยากรู้ว่าเขาคิดยังไง จะเอาอะไรจากพวกตนอีก ทั้งที่พวกตนไม่มีอะไรจะให้แล้ว นอกจากชีวิต
“ชีวิต...ก็อาจจะแค่นั้น ที่ผมต้องการ”
“หรือคุณต้องการให้พวกเราตกตายไปจนหมดคุณถึงจะพอใจ”
“ก็ไม่แน่”
“คุณกร้าว... ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยพวกพี่ๆของฉันไปเถอะนะ”
“พวกวิชเวทย์ทุกคนต้องรับผิดชอบ”
“ฉันขอรับแทนพี่ๆได้ไหม ปล่อยพี่ๆฉันไป แล้วฉันจะยอมคุณทุกอย่าง”
“ยอมทุกอย่างเลยเหรอ”
กร้าวยิ้มกริ่มจนอนุชหวั่นใจ แต่ถึงยังไงก็ยอมทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยของพี่ๆ แต่แล้วเขากลับทำให้เธอแปลกใจ เขาไม่แตะต้องเธอ หากแต่พาเธอออกจากบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้นมุ่งหน้าไปที่ไร่ของลุงชาติ ชายธงพาตำรวจมาที่บ้านจึงไม่พบอนุช...
ด้านปรารภ แม้ถูกอรชาปฏิเสธความรักแต่เขายังคงแวะเวียนมาหาด้วยความห่วงใย
“อรคิดว่าคุณจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว”
“ผมผิดเองที่เร่งรัดคุณอร แต่ตอนนี้ผมคิดได้แล้ว แค่คุณอรให้ความเป็นเพื่อนกับผมก็ดีนักหนาแล้ว ผมจะไม่ขอให้คุณอรลืมนายกร้าว”
“อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ อรโง่เองที่เคยคิดว่าเขาอาจ จะมีเยื่อใย อรผิดที่ยังหวังอยู่ลึกๆว่าจะทำให้เขาลืมการแก้ แค้นได้ แต่ในที่สุดอรก็เป็นได้แค่เครื่องมือแก้แค้นของเขา”
อรชาก้มหน้าร้องไห้ ปรารภเห็นใจ ขยับมานั่งข้างๆ แตะไหล่ปลอบใจเธอ อสิตแอบมองอยู่ไม่ไกล ถอนใจแล้วกลับเข้าห้องหยิบปืนออกจากลิ้นชักตู้เหมือนตัดสินใจบางอย่าง
อสิตไปหาลลิตาที่คอนโดฯ หญิงสาวเห็นปืนก็นั่งนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน พยายามรวบรวมความกล้าพูดจาหว่านล้อม แต่กลายเป็นว่าถูกเขาตวาดให้เงียบ ไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวใดๆ
ลลิตารู้ว่าหากไม่ใช้มารยาต้องไม่รอดแน่ ค่อยๆ คุกเข่าเข้ามากอดขาเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ใช่ค่ะ ลิต้าผิดต่อคุณ ฆ่าลิต้าเถอะค่ะ ยังไงตอนนี้ลิต้าก็ไม่เหลืออะไรแล้ว คุณกร้าวหลอกลิต้าให้ร่วมมือโกงบริษัทของคุณ แล้วเขาก็หักหลังลิต้า ถ้าลิต้าจะผิดก็เพราะลิต้ากลัวความจน ลิต้าไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพนั้นอีก”
“ความโลภมันบังตาจนทำให้คุณฆ่าผัวอย่างผมเลยเหรอ”
“ลิต้าไม่เคยคิดจะฆ่าคุณ ที่ลิต้าต้องทำเป็นเพราะคำสั่งของคุณกร้าว”
“โกหก!”
“ลิต้าพูดจริงนะคะ”
“ถ้าไอ้กร้าวมันอยากให้ผมตาย มันทำไปนานแล้ว แต่ที่มันไม่ทำเพราะมันอยากให้ผมตายทั้งเป็น”
“สิตหมายความว่ายังไง”
“ไอ้กร้าวมันแค้นที่พ่อผมเคยโกงพ่อมัน กดขี่ข่มเหงแม่มัน ที่มันทำทั้งหมดเพื่อแก้แค้นวิชเวทย์ ส่วนไอ้ที่จะฆ่าผม มันเป็นความต้องการของคุณเองล้วนๆ ที่ผ่านมาผมมันโง่เองที่รักคุณ หลงคุณ แต่ตอนนี้ผมตาสว่างแล้ว”
ลลิตาอึ้งไปกับความจริงที่ไม่เคยรู้มาก่อน...แล้วตาเหลือกร้องลั่นเมื่ออสิตยกปืนขึ้น
“สิต...อย่าทำอะไรโง่ๆนะ คิดถึงอนาคตตัวเองบ้าง”
“ไม่ต้องห่วงหรอกลิต้า... อย่างน้อยผมก็แค่ตายตามคุณไป”
“แล้วอรกับนุชล่ะ อรกับนุชจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีสิต คิดถึงน้องๆบ้างสิ”
อสิตชะงัก...ลลิตาได้ทีหาทางเอาตัวรอด เหลือบเห็นแจกันใบใหญ่ พยายามหว่านล้อมอสิตขณะลุกเดินไปที่แจกัน
“ถ้าสิตต้องตายหรือต้องติดคุก อรกับนุชจะยิ่งลำบากกว่านี้แค่ไหน อย่าทำอะไรโง่ๆเลยนะสิต”
“ถึงจะโง่ แต่อย่างน้อยผมก็ได้กำจัดนางมารอย่างคุณไม่ให้มายุ่งกับน้องผม”
อสิตจะลั่นไก เป็นจังหวะเดียวกับที่ลลิตาคว้าแจกันฟาดใส่เขา ทั้งคนทั้งปืนร่วงลงพื้น อสิตถึงกับแน่นิ่งหมดสติ ลลิตาเก็บปืนไว้กับตัวแล้วโทร.บอกยามให้ขึ้นมาลากคนบ้าที่บุกเข้ามาในห้อง แต่ไม่ให้แจ้งตำรวจ...
ด้านอนุชที่ถูกกร้าวพาไปบ้านลุงชาติ เธอโดนเขากลั่นแกล้งไม่หยุดหย่อน ถูกใช้งานราวกับทาสเหนื่อยสายตัวแทบขาด ทั้งทำอาหารบริการคนงานในไร่ ทำความสะอาดบ้าน จนวันหนึ่งเธอหน้ามืดตาลายตกบันไดลงมาไหล่หลุด โชคดีที่คณิตอยู่ด้วยจึงช่วยรักษาทันท่วงที
ชาติไม่พอใจหลานชาย ทั้งต่อว่าทั้งขอร้องให้ล้มเลิกแผนแก้แค้นแต่กร้าวไม่ยอม ดึงดันจะให้บทเรียนแก่พวกวิชเวทย์อย่างสาสม!
ในขณะเดียวกัน อสิตกับอรชาได้รับความช่วยเหลือจากปรารภกับชายธงหาทางเอาตัวอนุชกลับคืนมาให้ได้ ปรารภปรึกษาทนายและจัดการเอกสารเพื่อยื่น
เรื่องร้องขอต่อศาลให้อายัดทรัพย์สินที่ลลิตากับกร้าวได้ไป ส่วนชายธงแจ้งความดำเนินคดีลลิตาในข้อหาฉ้อโกงและพยายามฆ่าอสิต
เมื่อลลิตาถูกตำรวจควบคุมตัวและไม่มีเงินประกัน ชายธงจึงยื่นข้อเสนอให้เธอรับสารภาพความจริงแล้วเขาจะกันตัวไว้เป็นพยาน ลลิตารับปากอย่างไม่มีทางเลือก แต่หาใช่ว่าเธอจะหมดพิษสงได้ง่ายๆ เมื่อกร้าวมาที่สถานีตำรวจหลังจากได้รับการติดต่อจากอรชา ลลิตาเจรจากับเขาอย่างมั่นใจว่าตัวเองเป็นต่อ
“ในที่สุดคุณก็มา...”
“ไม่ต้องเล่นลิ้น ผมไม่คิดว่าคุณจะเปลี่ยนสีได้เร็วขนาดนี้”
“ก็มันจำเป็นนี่คะ ในเมื่อฉันไม่เหลืออะไรแล้ว... รวมทั้งตัวคุณ”
“ถ้าจะใช้เรื่องแบล็กเมล์ผมก็เอาสิ ว่าแต่ตำรวจจะจับผมข้อหาอะไร เงินผมไม่ได้ซักบาท หรือว่ากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายคุณสิต ก็เป็นฝีมือคุณทั้งนั้น”
“นั่นสิ ฝีมือฉันทั้งนั้น แล้วถ้าฉันบอกตำรวจว่าคุณอยู่เบื้องหลังล่ะ”
“กล่าวหากันลอยๆแบบนี้ เสาไฟฟ้าก็เป็นแพะได้”
“แล้วถ้าฉันบอกว่าแรงจูงใจของคุณคือต้องการแก้แค้นพวกวิชเวทย์ล่ะ”
“คิดว่าเรื่องแค่นี้ใครจะเชื่อ”
“แล้วคุณคิดว่าใครจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันจะทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว ยิ่งถ้าบวกกับหลักฐานที่พวกวิชเวทย์เอามาเล่นงานคุณ จะเกิดอะไรขึ้นนะ”
“ต้องการอะไรพูดมาตรงๆเลยดีกว่า”
“คุณก็รู้ว่าฉันต้องการอะไร” ลลิตาเข้าคลอเคลียแต่กร้าวปัดมือเธอออกอย่างไม่พอใจ
“ไหนว่าจะเป็นพยานให้พวกวิชเวทย์”
“ฉันมันแม่ค้าเก่า ใครให้กำไรสูงสุดฉันก็เลือกคนนั้น...อยู่ในห้องแคบๆนี่ตั้งนาน ชักอยากรู้ซะแล้วสิว่าเตียงคุณที่ไร่ทานตะวันจะนุ่มแค่ไหน”
ลลิตายิ้มเจ้าเล่ห์ หารู้ไม่ว่ากร้าวก็ครุ่นคิดวางแผนบางอย่างในใจ...เขาประกันตัวเธอแล้วพาไปที่บ้านลุงชาติ สร้างความเจ็บแค้นใจให้อนุชเพราะกร้าวไม่รักษาสัญญาที่ว่าจะเลิกยุ่งกับวิชเวทย์ทุกคน
“อย่าบอกนะว่าคุณยังนับคนประเภทนี้เป็นพวกเดียวกับคุณอีก”
“แต่คุณสัญญากับฉันแล้ว”
“แล้วคิดเหรอว่าถ้าผมปล่อยลิต้า เขาจะกลับไปคืนดีกับพี่ชายคุณ”
“จะคืนดีหรือไม่คืนดีก็ไม่เกี่ยวกับคุณ เลิกแก้แค้นกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องซะที”
“ไม่เกี่ยวงั้นเหรอ”
“ใช่...ฉันอยากรู้นักคุณจะแค้นอะไรนักหนา เคยจุดธูปถามแม่คุณมั้ยว่าอยากให้ทำอย่างนี้หรือเปล่า”
“หยุดก้าวร้าวถึงแม่ผมนะ”
“งั้นก็หยุดก้าวร้าวถึงครอบครัวฉันซะที”
“ก็ได้ อยากรู้มากนักว่าพ่อคุณทำอะไรไว้กับครอบครัวผม วันนี้คุณจะได้เห็นกับตาและรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกมาตลอด 20 ปี”
จากนั้นกร้าวติดต่อไปยังอรชานัดเจรจากันส่วนตัว กำชับให้เธอมากับอสิตแค่สองคน...กร้าวพาอนุชไปยังจุดนัดหมายคือบ้านหลังเก่าสมัยอยู่กับพ่อแม่ โดยไม่ยอมให้ลลิตามาด้วย เมื่อสองฝ่ายเจอกัน กร้าวขอคุยกับอรชาตามลำพังในห้องเรื่องข้อเสนอของเธอ ให้อสิตกับอนุชรออยู่ด้านนอก
อรชาเคยยื่นข้อเสนอว่าตนขอรับผิดแทนพ่อทั้งหมด กร้าวจะทำอะไรเธอก็ได้แต่ขอให้ปล่อยอนุชไป...วันนี้กร้าวทำท่าจะยอมรับข้อเสนอนี้ โดยแกล้งคุกคามอรชาอย่างเลือดเย็น โดยที่อสิตกับอนุชไม่เคยรู้มาก่อนและตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร่ำร้องและทุบประตูด้วยความร้อนใจ
กร้าวจงใจทำให้พวกวิชเวทย์รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองเคยเห็นแม่โดนนายประสิทธิ์พ่อของสามพี่น้องปลุกปล้ำในบ้านหลังนี้...อรชากรีดร้องตกใจกลัวตัวเนื้อสั่น ตบหน้ากร้าวที่กระชากเสื้อเธอหลุดลุ่ย
“ไหนบอกจะยอมชดใช้แทนวิชเวทย์ทุกคนไง”
“แต่มันไม่ใช่แบบนี้”
“อย่าทำอะไรฉันเลยคุณกร้าว ฉันกลัวแล้ว...ฉันกลัวแล้ว”
ขณะที่อรชาร่ำไห้ขอร้องกร้าว...อสิตกับอนุชอยู่หน้าห้องพยายามจะพังประตูเข้ามา แต่แล้วประตูเปิดออกเสียก่อนเพราะกร้าวได้สติ เห็นภาพอรชาพนมมือวิงวอนเหมือนตอนที่แม่ของเขาเคยทำ
สามพี่น้องโผเข้าหากัน อสิตเร่งน้องๆให้หนีไป ส่วนตัวเองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับกร้าวทั้งที่เดินไม่ได้ สองสาวหันมาเห็นก็ทิ้งพี่ชายไม่ลง อนุชบอกให้อรชาโทร.แจ้งตำรวจ เป็นจังหวะที่ลลิตาตามมาถึงพอดี
ลลิตาโวยวายทุบตีเอาเรื่องกร้าวที่หนีตนมาเพราะระแวงว่าเขาจะรวมหัวกับพวกวิชเวทย์ตลบหลังตน อนุชกับอรชาฉวยโอกาสนี้พาอสิตหนี แต่ก็รอดไปได้แค่อสิตกับอรชา อนุชถูกกร้าวพากลับไปที่บ้านชาติเหมือนเดิม
อนุชถูกฉุดกระชากอย่างไม่ปรานี เธอทั้งด่าทั้งทุบตีกร้าวพัลวัน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเกลียดผู้ชายเลวทรามชั่วช้าสามานย์อย่างคุณที่สุด”
“ใช่...ผมมันเลวทราม ทีหลังคุณจะได้เลิกทำตัวเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ถามซ้ำๆว่าพ่อคุณทำอะไรครอบครัวผม เพราะที่คุณเจอไม่ได้เศษเสี้ยวกับที่พ่อผมแม่ผมเจอ”
“ที่แท้คุณก็แค่ขู่ให้ฉันกลัว คุณมันเลว บัดซบที่สุด...คุณล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นเพื่อความสะใจของตัวเอง”
“คุณจะพูดอะไรก็พูดไป แต่ยังไงคุณก็ปฏิเสธไม่ได้ คุณเป็นลูกหนี้ผม เป็นนางบำเรอผม หัดทำตัวให้คุ้มค่าเงินที่ผมเสียไปซะบ้าง”
เขากระชากเธอเข้ามากอดจูบ แต่โดนเธอตบคืนไปสองสามทีก่อนวิ่งหนีไปพร้อมเสียงด่าอีกหลายคำ กร้าวโกรธมากตะโกนไล่หลังว่าเขาก็เกลียดผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าคนอื่นเหมือนกัน...อนุชวิ่งมาเจอลุงชาติ แล้วยอมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพราะถูกเขาคาดคั้นเพื่อจะหาทางช่วยเหลือ
ทางด้านอสิตกับอรชา กลับมาถึงบ้านพบว่าปรารภกับชายธงมารออยู่ด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่ากร้าวจับตัวอนุชไปอีก ชายธงกระวนกระวายไม่สบายใจ กลัวกร้าวจะทำรุนแรงกับอนุช...แต่เวลานี้อสิตต้องการคำตอบจากอรชาว่ากร้าวทำอะไร เสื้อผ้าถึงได้หลุดลุ่ย
“อรแค่ขอร้องเขาไม่ให้ทำร้ายทุกคน...เขาไม่ยอมฟัง ก็เลยยื้อยุดฉุดกระชากกัน แล้วที่เสียงดังเพราะเขาต้องการขู่ให้อรกลัว”
“อรไม่ได้มีอะไรปิดบังพี่นะ”
“ไม่มีค่ะ...อรว่าถ้าพวกเรากลัว เขาจะยิ่งได้ใจ พี่สิตอย่าคิดมากนะคะ รีบรักษาตัวให้หาย ส่วนเรื่องยายนุช เดี๋ยวอรหาทางช่วยเอง”
อรชากลบเกลื่อนโกหกพี่ชาย...ปรารภกับชายธงเอ่ยปากยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ อสิตขอบใจสองหนุ่มแต่ยังไม่วายมองน้องสาว ไม่อยากเชื่อในเรื่องที่เล่ามาสักเท่าไหร่...
ขณะเดียวกันนั้นที่ไร่ทานตะวัน ชาติกำลังต่อว่าหลานชายทำรุนแรงเกินไป กร้าวไม่พอใจสวนกลับด้วยท่าทีเย็นชา
“ทำไม ยายตัวแสบนั่นฟ้องลุงแล้วเหรอ”
“นุชไม่ได้ฟ้อง แต่ลุงเป็นคนคาดคั้นให้นุชพูดเอง ถ้าแกคิดจะแก้แค้นคนอื่นด้วยวิธีเดียวกับที่เขาทำกับแม่แก ลุงว่ามันเกินไป”
“ใครทนไม่ได้ก็ให้มันตายไปเลย...หรือลุงจำไม่ได้ว่าพ่อผมตายยังไง พ่อผมเจ็บปวดเสียใจที่ปกป้องแม่ไม่ได้จนหัวใจวายตายตามแม่ไป” กร้าวกระแทกเสียงแล้วสะบัดไป...ชาติหนักใจที่ความแค้นกำลังหล่อหลอมให้หลานกลายเป็นคนไม่มีหัวใจ ตนคงต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป!
ooooooo










