ตอนที่ 14
อนุชกระวนกระวายไม่สบายใจหลังจากลลิตามาทิ้งระเบิดเอาไว้แล้วลอยนวลจากไป...ตกเย็นกร้าวกลับมาเธอจึงดักหน้าดักหลังเพื่อจะเอาคำตอบ เพราะคิดว่าเขาสองคนต้องร่วมมือกันทำอะไรสักอย่าง
“วันนี้พี่ลิต้ามา พี่ลิต้าบอกว่าคุณแต่งงานกับฉันเพื่อผลประโยชน์ เมื่อหมดประโยชน์ก็จะเลิกกัน คุณวางแผนอะไรไว้กันแน่”
กร้าวไม่พอใจลลิตาแต่เก็บอาการไว้ ตอบบ่ายเบี่ยงว่าไม่มีอะไร ลลิตาคงอยากให้เรามีปัญหากันถึงได้พูดแบบนั้น อนุชไม่เชื่อ ขอโทรศัพท์จากเขาเพื่อจะคุยกับพี่ชายและพี่สาวของตน
“จะโทร.บอกให้พี่สาวคุณพาตำรวจมาจับผมอีกเหรอ”
“ฉันแค่เป็นห่วงพี่สิต ฉันยอมอยู่ที่นี่แลกกับความปลอดภัยของพี่สิต ฉันอยากจะแน่ใจว่าคุณรักษาสัญญา”
“ไม่ต้องห่วง อสิตยังต้องใช้กรรมอีกนาน ไม่ตายง่ายๆหรอก”
“คุณกร้าว!” อนุชโมโหและอัดอั้นคับแค้น วิ่งเข้าไปในครัวคว้ามีดจะทำร้ายตัวเอง “ฉันอยากจะรู้ว่าถ้าฉันใกล้ตาย คุณจะยอมให้ฉันออกไปจากบ้านนี้มั้ย”
กร้าวตกใจพยายามยื้อยุดแย่งมีดทิ้งแล้วจับเธอมัดมือลากเข้าไปขังในห้อง ล็อกจากด้านนอกแถมกำชับลูกน้องเฝ้าไว้ให้ดี อย่าให้หนีออกไปได้
อนุชทุรนทุรายพยายามแก้เชือกแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ร่ำร้องด่าทอเกลียดชังกร้าว...เขาไม่มีสิทธิ์กักขังเพราะเธอไม่ใช่นักโทษ!
ขณะเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล อรชา ปรารภและชายธงยังรอฟังผลอาการอสิตอย่างกระวนกระวาย นานเข้าอรชาใจคอไม่ดี ร้องไห้จนปรารภต้องคอยปลุกปลอบ ส่วนชายธงเดินห่างออกไปโทร.หาธาริน ตัดสินใจบอกเล่าว่าตนเองอยู่ที่ไหน เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยตัดพ้อว่าเขาไปไหนทำอะไรไม่เคยบอก
แต่พอรู้ว่าชายธงอยู่โรงพยาบาลรอดูอาการพี่ชายของอนุช ธารินก็อดกระเง้ากระงอดใส่เขาอีกไม่ได้
“นุชอีกแล้วเหรอคะ เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับบ้านนี้ซะที”
“ไหนบอกว่ามีอะไรให้บอกไง พอบอกความจริงก็งอนอีก จะเอายังไงกันแน่ พี่ทำตัวไม่ถูก ถ้าบอกแล้วมีปัญหาวันหลังจะได้ไม่บอก”
“ริน...รินขอโทษค่ะ”
“พี่ก็ขอโทษด้วยที่ผ่านมามีอะไรไม่เคยบอก ต่อไปนี้พี่จะบอก รินจะได้สบายใจ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน”
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วก็...พี่ดีใจที่รินเป็นห่วงพี่” ชายธงรู้สึกดีอย่างประหลาดที่รู้ว่ามีคนคนหนึ่งที่คอยเป็นห่วงเขาเสมอ
เมื่อชายธงเดินกลับมา ก็พอดีหมอออกจากห้องฉุกเฉินรายงานผลแก่ญาติว่าคนไข้ได้รับยาเกินขนาด โชคดีที่พามาทันเวลา ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวเขาอาจเสียชีวิตได้ อรชาฟังแล้วใจหายวาบ นึกรู้ว่าต้องเป็นฝีมือลลิตาแน่
เธอกลับมาที่บ้านพร้อมปรารภและชายธง คาดคั้นลลิตาว่าวางยาพี่ชายเธอทำไม เขาไปทำอะไรให้ ลลิตาตอบโต้ อย่างไม่สะทกสะท้าน ถามหาหลักฐาน ถ้าไม่มีก็อย่ามาปรักปรำ
“ไม่มีเหตุผลอะไรที่พี่สิตจะกินยาฆ่าตัวตาย”
“มีสิ สิตเป็นหนี้มหาศาล เลยกินยาฆ่าตัวตายหนีหนี้”
“ไม่จริง พี่สิตใช้หนี้หมดแล้วจากเงินสินสอดที่คุณกร้าวให้นุช”
“อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ได้รู้กัน...ไป ไสหัวพวกแกออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านพี่ลิต้า”
“สิตยกบ้านหลังนี้ให้ฉันแล้ว ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ออกไปให้หมด ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจจับพวกแกข้อหาบุกรุก...ออกไป”
ลลิตาหันไปสั่งชายสองคนที่จ้างมาดูแลบ้านให้ไล่พวกอรชาออกไป ชายธงเดือดแทนฮึดฮัดจะต่อสู้แต่ปรารภห้ามไว้แล้วพากลับออกมาพร้อมอรชา...
อรชาร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนาต่อหน้าปรารภและชายธง
“พี่สิตก็ยังไม่ฟื้น ยายนุชก็อยู่ในมือคุณกร้าว ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แล้วยังเรื่องหนี้ที่พี่ลิต้าพูดถึงอีก อรไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วตอนนี้”
“ผมก็อยากรู้ว่าคุณกร้าวกับลิต้ากำลังทำอะไรกันแน่”
“ถ้าเรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวิชเวทย์กับศุภกาญจน์ เราอาจจะรู้ว่าคุณกร้าวทำแบบนี้ทำไม แต่เสียดายที่ตอนนี้ไม่มีใครบอกได้”
ขาดคำของอรชา...ชายธงนึกได้หยิบมือถือตัวเองมาเปิดภาพที่อรชาส่งให้ ซึ่งส่งผ่านมาจากอนุชที่เจอรูปนี้ในห้องทำงานกร้าว...เขาขยายภาพดูหน้าแต่ละคน แล้วก็เห็นลุงชาติรวมอยู่ในเฟรมด้วย
ด้วยความร้อนใจ ชายธง อรชา และปรารภรีบร้อนไปหาลุงชาติที่ไร่ คิดว่าเขาน่าจะรู้เรื่องราวในอดีตระหว่างครอบครัวของกร้าวกับวิชเวทย์ แล้วทำไมกร้าวถึงจงใจทำร้ายทุกคนในวิชเวทย์
ชาติหนักใจแต่ก็เลือกพูดความจริงเพราะทนคำขอร้องทั้งน้ำตาของอรชาไม่ได้
“เรื่องมันเกิดขึ้นนานมาแล้ว...ตอนนั้นกาญจน์พ่อของกร้าวกับประสิทธิ์พ่อของหนูเป็นเพื่อนรักกัน แต่ดันมารักผู้หญิงคนเดียวกันคือชื่นน้องสาวของลุง แม่ของเจ้ากร้าว”
ชาติเริ่มลำดับเรื่องราวแล้วเล่าเรื่อยไปว่ากาญจน์แต่งงานกับชื่นโดยไม่รู้ว่าประสิทธิ์ชอบพอเธออยู่ และเหตุนี้เองทำให้ประสิทธิ์กินแหนงแคลงใจจนกลายเป็นความเคียดแค้น รอวันจะเอาคืนกาญจน์ทุกรูปแบบ
“แล้วเขาก็เริ่มแผนแก้แค้นด้วยการโกงและฮุบกิจการไปคนเดียว...กาญจน์ต้องเปลี่ยนจากการเป็นหุ้นส่วน กลายไปเป็นลูกหนี้ ชื่นพยายามขอร้องพ่อของหนูหลายครั้งเรื่องหนี้สินแต่ไม่สำเร็จ ส่วนกาญจน์ก็พยายามสู้ชีวิต แต่ไม่ว่าจะหันไปหยิบจับอะไรเป็นต้องล้มเหลว ชื่นสงสารกร้าวซึ่งยังเด็กนัก ยังต้องมีอนาคต สุดท้ายชื่นตัดสินใจไปขอร้องพ่อหนูอีกครั้ง แต่ครั้งนั้นชื่นโดนพ่อของหนูจับไปข่มขืน”
อรชา ปรารภ ชายธง ต่างหน้าสลดด้วยความสะเทือนใจ รู้ชัดแล้วว่าทำไมกร้าวถึงได้แค้นสามพี่น้องวิชเวทย์นัก...
ออกจากไร่ลุงชาติ ทั้งสามคนรีบกลับกรุงเทพฯเพื่อวางแผนเข้าไปช่วยอนุชออกจากบ้านกร้าว ปรารภไม่อยากให้ชายธงบุ่มบ่ามเพราะกร้าวจ้างคนเฝ้า ทำอะไรต้องรอบคอบ...แต่แล้วชายธงเกือบทำเสียเรื่อง ขณะมาซุ่มดูความเคลื่อนไหวบริเวณบ้านกร้าวแล้วเห็นเขาโอบกอดอนุชที่ระเบียง โดยไม่รู้ว่านั่นคือละครฉากหนึ่งที่กร้าวจงใจยั่วเย้ยเพราะเห็นชายธงป้วนเปี้ยนอยู่นานแล้ว
ปรารภกับอรชาต้องช่วยกันลากชายธงกลับออกมาก่อนที่เขาจะบุ่มบ่ามเข้าไปจนกร้าวไหวตัว ส่วนอนุชก็สงสัยทำไมจู่ๆกร้าวถึงมาแสดงความรักทั้งที่ก่อนหน้านี้ทะเลาะแทบจะฆ่ากันตาย
“คุณกร้าว ปล่อยฉันนะ จะทำอะไรของคุณ”
“แค่คิดถึง อยากอยู่ใกล้ไม่ได้หรือไง”
“ฉันรู้ว่ามันไม่จริง ที่คุณทำทั้งหมดเพราะเรื่องในอดีตของพวกคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม มันเกิดอะไรขึ้น พวกเราไปทำอะไรให้คุณ”
“หยุด! เลิกถามได้แล้ว”
“คุณก็บอกมาสิ พวกฉันไปทำอะไรให้คุณถึงจ้องจองล้างจองผลาญพวกเราอย่างนี้”
“อยากรู้นักใช่มั้ย” กร้าวกระชากอนุชไปที่เตียงหมายปลุกปล้ำ แต่พอเห็นเธอดิ้นรนขอร้องทั้งน้ำตาก็ทำไม่ลง ผละไปอย่างเก็บกดคับแค้นใจ
ooooooo
อรชาอยู่เฝ้าพี่ชายทั้งคืน ภาวนาให้เขาฟื้นเสียที เธอมีเรื่องมากมายอยากเล่าให้ฟัง...ฝ่ายปรารภก็แวะเวียนมาดูแลเธอด้วยความเป็นห่วง อรชาซาบซึ้งน้ำใจชายหนุ่มมาก เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาคือคนที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ
ขณะทั้งคู่อยู่ที่โรงพยาบาล ชายธงโทร.มาบอกว่าตัดสินใจจะบุกเข้าไปช่วยอนุชวันนี้ และขอลงมือคนเดียว หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้เดือดร้อนคนเดียว ปรารภพยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล ชายธงวางสายแล้วรีบร้อนออกจากบ้านโดยไม่รู้ว่าพ่อของตนแอบฟัง และเมื่อเขาเห็นลูกชายมีปากเสียงกับธารินตรงหน้าบ้านด้วยเรื่องที่จะไปช่วยอนุช เธียรซึ่งไม่ชอบอนุชอยู่แล้วจึงรีบโทร.ไปบอกกร้าวให้รู้ตัว
ทางด้านอรชากับปรารภที่ย้อนกลับมาที่บ้านวิชเวทย์ ปรากฏว่าอรชาถูกลลิตาขับไล่ไม่ไว้หน้าเพราะบ้านหลังนี้เป็นของตน แถมยังสั่งสาวใช้ขนข้าวของของอรชาไปทิ้งให้หมด แล้วห้ามเจ้าตัวกลับมาเหยียบที่นี่อีก
อรชาโต้เถียงอย่างไม่ยอม ลลิตาโมโหที่พูดไม่รู้ฟัง จะตบหน้าอรชาแต่ปรารภคว้ามือไว้ทันแล้วตบลลิตาไปทีหนึ่งเพื่อสยบความบ้าคลั่ง
“ไอ้รภ!...แกตบหน้าฉันทำไม ฉันเป็นญาติแกนะ แกต้องเข้าข้างฉันถึงจะถูก”
“ถึงเป็นญาติ ถ้าทำผิดผมก็ไม่เข้าข้าง ลิต้าทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว”
“ออกไปจากบ้านฉันให้หมด ออกไป...ไล่พวกมันออกไปให้หมด” ลลิตาโวยวายแล้วหันไปสั่งลูกน้อง... ปรารภเลยต้องพาอรชาล่าถอยไปตั้งหลัก
อรชาร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้หลังโดนลลิตา
ขับไล่ออกจากบ้าน ปรารภปลอบโยนและแนะนำให้เธอพักที่โรงพยาบาลไปก่อนเพื่อความปลอดภัยพร้อมกันนี้ก็จะได้เฝ้าอสิตไปด้วย
“แล้วจะปล่อยให้พี่ลิต้าครอบครองบ้านวิชเวทย์ เหรอคะ”
“ถอยหนึ่งก้าวมาตั้งหลัก ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้นะครับ ค่อยๆคิดหาทางแก้ปัญหากันดีกว่า”
อรชาคล้อยตาม สบตาปรารภอย่างซึ้งใจ...ไม่ว่าเวลาไหน ร้ายดียังไงเขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ...
ทางด้านชายธงที่ตัดสินใจบุกเดี่ยวเข้าไปช่วยอนุช เกือบจะสำเร็จอยู่แล้วถ้ากร้าวไม่พาตำรวจมาขัดขวาง
“นายนี่มาดูลาดเลาที่บ้านผมหลายหนแล้ว คงจ้องขโมยเมียผมอยู่ รบกวนคุณตำรวจช่วยพาออกไปทีเถอะครับ”
ตำรวจลากชายธงออกไป อนุชก้าวตามด้วยความเป็นห่วง ขอร้องตำรวจอย่าทำอะไรรุนแรง กร้าวหมั่นไส้ตามมาดึงอนุชกลับเข้าบ้าน
“คุณกร้าว...ฉันขอร้อง อย่าเอาเรื่องชายธงเลยนะ”
กร้าวมองอนุชอย่างไม่พอใจแล้วเมินหนี อนุชยิ่งร้อนใจพยายามอ้อนวอน
“ชายธงทำไปเพราะเป็นห่วงฉันเท่านั้นเอง อย่าให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะฉันเลยนะคุณกร้าว”
“ดูเหมือนมันจะเต็มใจเดือดร้อนเพราะคุณนะ”
“ขอร้องล่ะคุณกร้าว ถอนแจ้งความเถอะนะ แล้วคุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้”
“ทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ...จูบผมก่อน”
อนุชนิ่งอึ้ง ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจเพราะกร้าวทำเหมือนเธอไม่มีหัวใจจะบังคับให้ทำอะไรก็ได้
“ตกลงจะทำมั้ย หรือจะให้ชายธงนอนในคุกสักคืน”
อนุชเจ็บใจแต่ไม่มีทางเลือก ยื่นหน้ามาทั้งน้ำตา กร้าวเห็นแล้วลุกพรวดไม่สบอารมณ์ บอกว่าถ้าฝืนใจนักก็ไม่ต้อง หญิงสาวรีบดึงมือเขาไว้และขอร้องเสียงสั่นเครือกลัวจะไม่ช่วยชายธง...ที่สุดกร้าวก็ใจอ่อน ยอมโทร. บอกตำรวจว่าขอถอนแจ้งความ อนุชจึงแสดงน้ำใจทำขนมและคั้นน้ำส้มมาตอบแทนขณะที่เขาคร่ำเคร่งกับงานในค่ำนั้น
“ฉันทำผลไม้ลอยแก้วมาให้ พักทานก่อนนะคะ”
“มีแผนอะไรอีก”
“ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันอยากขอบคุณ ที่คุณไม่เอาเรื่องชายธง”
“ยกออกไป...ผมไม่กิน”
อนุชหน้าเสียแต่ยังพยายามง้อ “งั้นดื่มน้ำส้มหน่อยนะ ฉันเพิ่งคั้น”
“อย่าพยายามทำอะไรตอบแทนผมอีกเลย เพราะมันยิ่งทำให้รู้ว่าคุณเห็นชายธงสำคัญกว่าผม ซึ่งเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
ความอดทนของอนุชหมดลงทันที ตอบโต้ด้วยความขมขื่น “ที่เราต้องแต่งงานกันเป็นเพราะอะไรคุณก็น่าจะรู้ดี ความจริงเราต่างก็ไม่ได้รักกัน อย่าลืมว่าคุณเป็นคนพูดเองว่าเห็นฉันเป็นแค่นางบำเรอ”
“นางบำเรอ...ก็ใช่ งั้นคุณก็น่าจะรู้หน้าที่ เพราะมันไม่ใช่การทำขนมหรือคั้นน้ำส้มแน่นอน”
กร้าวลุกเดินเข้าหาอย่างรุกราน อนุชถอยหนีหลังชนกำแพง แล้วหลับตาปี๋เมื่อเข้าโน้มหน้าเข้ามาใกล้... พลันเสียงสาวใช้ร้องว้ายเมื่อโผล่เข้ามาเห็น กร้าวเลยชะงัก ขณะที่อนุชได้ทีรีบหลบออกไป
ooooooo
เช้าวันถัดมา ลลิตาโทร.เช็กอาการอสิตกับทางโรงพยาบาล พอรู้ว่าเขาพ้นขีดอันตรายก็ร้อนรน คิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการไปอ้อนกร้าวถึงบริษัท
“คุณกร้าวขา...ตอนนี้คุณได้ทุกอย่างของวิชเวทย์ตามที่คุณต้องการแล้ว เราไปจากที่นี่กันเถอะค่ะ”
“ทำไมต้องไปจากที่นี่ มีอะไรรึเปล่า”
“เปล่า...ไม่มีอะไรค่ะ ลิต้าแค่อยากอยู่กับคุณ อยากไปที่ที่มีแค่เราสองคน”
กร้าวไม่เชื่อ มองทะลุว่าเธอมีอะไรปิดบัง คาดคั้นด้วยน้ำเสียงดุดันว่าก่อเรื่องอะไรไว้บอกมาเดี๋ยวนี้ ลลิตาตกใจถึงกับหน้าเสีย ยอมเปิดปากว่าอสิตเข้าอยู่โรงพยาบาล
“ฝีมือคุณใช่มั้ย คุณทำอะไรเขา”
“ลิต้าไม่ได้ทำ สิตเขารู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ทั้งเรื่องที่เราจะขายบริษัทรัตนกิจกับบ้านวิชเวทย์และเรื่องหนี้ร้อยล้าน ก็เลยกินยาฆ่าตัวตาย...คุณก็รู้ว่าสิตเป็นคนอ่อนแอ”
“แล้วเขาเป็นอะไรรึเปล่า”
“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่ยังไม่ฟื้น”
“แน่ใจนะว่าไม่ใช่ฝีมือคุณ”
“ลิต้าไม่รู้เรื่องจริงๆ สิตไล่คนของคุณกลับบ้าน ไล่ลิต้าออกจากห้อง แล้วเขาก็กินยาฆ่าตัวตาย...ลิต้ากลัวว่าจะมีความผิดไปด้วย ไหนๆพรุ่งนี้จะเซ็นสัญญาขายหุ้นรัตนกิจแล้ว เรารีบขายบ้านแล้วไปจากที่นี่กันเถอะค่ะ”
กร้าวหน้าเครียด ไม่สบายใจที่เรื่องบานปลายเกินควบคุม...ตกเย็นกลับมาที่บ้านในสภาพอ่อนล้า กร้าวไม่อยากทะเลาะอะไรกับอนุชอีก เชื่อในคำพูดลลิตาจนตัวเองรู้สึกไม่สบายใจที่เป็นต้นเหตุให้อนุชเกือบสูญเสียพี่ชาย แต่ถึงยังไงแผนแก้แค้นของเขาก็ต้องเดินหน้าต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น กร้าวพาอนุชไปบริษัทรัตนกิจโดยไม่บอกเหตุผลใดๆทั้งนั้น...ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาล อรชากำลังร่ำไห้ด้วยความดีใจที่อสิตฟื้นแล้ว
“ตอนที่พาพี่สิตออกมาจากบ้าน อรคิดว่าจะต้องเสียพี่สิตไปแล้ว”
“พี่ก็หายแล้วไง จะร้องไห้ทำไม”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ”
คำถามของปรารภทำให้อสิตชะงัก สีหน้าเจ็บปวด ปรารภเห็นแล้วเดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือลลิตา!
“เขาหมดรักพี่แล้ว เลยคิดกำจัดพี่ให้พ้นทาง จะได้รักกับคุณกร้าวได้อย่างเปิดเผย” อสิตเสียงแหบพร่าแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
“คุณกร้าวไม่ได้รักพี่ลิต้าค่ะ แต่ที่เขาทำทั้งหมดเพราะต้องการแก้แค้นวิชเวทย์”
“แก้แค้นวิชเวทย์”
อสิตงุนงง อรชากำลังจะเล่าเรื่องราว ก็พอดีทนายโทร.เข้ามือถือเธอ บอกให้รู้ว่ากร้าวเชิญผู้ถือหุ้นมาเป็นสักขีพยานในการขายบริษัทรัตนกิจ!
เวลานั้น กร้าวพาอนุชเข้ามาในห้องประชุมบริษัทซึ่งมีผู้ถือหุ้น ลลิตา และบริษัทคู่ค้าอยู่พร้อมหน้า อนุชระแวงแต่ก็นั่งลงตามคำเชิญของลลิตา แล้วต้องตกใจเมื่อได้ยินกร้าวเชิญลงนามในสัญญา ซึ่งลลิตาขยายความให้ชัดเจนว่า
“วันนี้เราจะเซ็นสัญญาขายรัตนกิจ ฉันได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนอสิตในการทำธุรกรรมทุกอย่างของรัตนกิจ ส่วนเธอก็มาร่วมลงชื่อเป็นพยานในฐานะวิชเวทย์คนหนึ่ง”
“นุชไม่เชื่อว่าพี่สิตจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ นุชจะคุยกับพี่สิต”
“ไม่มีประโยชน์ เราตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เซ็นสัญญาเท่านั้น”
ลลิตาเน้นย้ำอย่างเป็นต่อ อนุชโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ มองกร้าวอย่างขอคำอธิบาย แต่เขานิ่งเฉย เธอเลยวิ่งพรวดออกจากห้องประชุม ทำเอาทุกคนเลิ่กลั่กแปลกใจ
“ขอตัวสักครู่นะครับ” กร้าวพูดจบลุกพรวดตามมาลากอนุชบังคับให้กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้
“ไม่! ฉันไม่ยอมให้คุณทำลายรัตนกิจที่คุณพ่อของฉันสร้างมากับมือ”
“สร้างมากับมืองั้นเหรอ ถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า”
“ทำไม...ฉันไม่รู้อะไร”
กร้าวไม่ตอบแต่ฉุดกระชากลากถูอนุชที่ร้องโวยวายไม่หยุดหย่อน จนเขาต้องขู่ว่าจะทำร้ายอสิตถ้าเธอไม่ทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง อนุชหยุดกึกเพราะเขาหยิบโทรศัพท์เตรียมโทร.สั่งลูกน้อง
“อย่านะ ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรพี่สิต อย่าขายรัตนกิจ ฉันขอร้อง”
“คุณขอผมมากเกินไป ผมให้คุณได้ข้อเดียวเท่านั้น เลือกเอาระหว่างชีวิตของพี่ชายคุณกับรัตนกิจ คุณจะเลือกอะไร”
“ฉันเลือกไม่ได้”
“ถ้างั้นผมเลือกให้” กร้าวกดโทร.ออก...อนุชห่วงพี่ชายเหนือสิ่งอื่นใด ร้องลั่นว่ายอมแล้ว...
กร้าวพาอนุชกลับเข้ามาในห้องประชุมแล้วลงนามในสัญญาซื้อขายบริษัทรัตนกิจเป็นอันเสร็จเรียบร้อย เป็นเวลาที่อรชากับปรารภพาอสิตมาถึงชั้นล่าง รปภ.รีบโทร.ขึ้นมาบอกกร้าว...เขาจึงรวบรัดกับทุกคนในห้องว่าเสร็จธุระแล้ว ตนขอตัวก่อน แล้วหันไปกระซิบลลิตา ว่าอสิตกำลังจะขึ้นมาห้องนี้
ลลิตาหน้าเสีย มองกร้าวพาอนุชออกไปอย่างรีบร้อน แล้วแกล้งทำท่าซวนเซจะเป็นลมจนผู้ถือหุ้นคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ต้องเข้ามาประคองออกจากห้อง
ขณะที่พวกอสิตขึ้นลิฟต์มาเป็นจังหวะที่กร้าวพาอนุชลงลิฟต์อีกตัวจึงคลาดกันแค่นิดเดียว เมื่อรู้ว่าตนเองมาช้าไป อสิตโวยวายรับไม่ได้ที่ต้องสูญเสียรัตนกิจ ส่วนลลิตาที่ชิงออกไปก่อนหน้านี้รีบกลับบ้านเก็บข้าวของเตรียมหนีเพราะกลัวความผิดที่วางยาอสิตจนเกือบตาย!
ฝ่ายอนุชก็เป็นเดือดเป็นแค้นในการกระทำของกร้าว เปิดฉากทะเลาะกันทันทีที่กลับถึงบ้าน เธอต่อว่าเขาร่วมมือกับลลิตาขายรัตนกิจ ทั้งที่บริษัทนี้มีคุณค่าสำหรับพวกตนสามพี่น้องเพราะพ่อสร้างมากับมือ แต่เขาทำลายมันหมดสิ้น...กร้าวตอบโต้เสียงขุ่น หน้าเครียด
“สร้างมากับมือเหรอ พ่อคุณไม่ได้สร้างรัตนกิจมาคนเดียว”
“หมายความว่ายังไง”
“พ่อคุณกับพ่อผมเคยเป็นเพื่อนรักกัน เป็นหุ้นส่วนสร้างรัตนกิจมาด้วยกัน แต่พ่อคุณใช้วิธีสกปรกโกงรัตนกิจไปคนเดียว”
อนุชตะลึง ร่ำร้องว่าไม่จริง เขาโกหก พ่อของตนไม่ใช่คนอย่างนั้น...
“ผมพูดเรื่องจริง...และไม่ใช่แค่นี้ด้วย มากกว่านี้พ่อคุณก็ทำได้ พ่อคุณไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณคิดหรอก”
“อย่ามาว่าพ่อฉัน คุณไม่มีสิทธิ์”
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ พ่อคุณมันเห็นแก่ตัว ทำได้ทุกอย่างแม้แต่หักหลังเพื่อน”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อยากฟัง หยุด!”
อนุชแผดเสียงพร้อมกับตบกร้าวจนหน้าหัน แล้ววิ่งเข้าห้องร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสับสนและเจ็บปวดกับสิ่งที่รับรู้...
ขณะเดียวกัน อสิตกับอรชาก็เจ็บปวดและเจ็บใจไม่แพ้น้องสาวคนเล็ก ปรารภพาทั้งคู่กลับบ้านวิชเวทย์ แต่ปรากฏว่าเจอเจ้าของบ้านคนใหม่ที่ลลิตาเพิ่งขายให้ขัดขวางและทุ่มเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะมีการเรียกทนายมาเคลียร์ชัดว่าอสิตและน้องต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้ภายในหนึ่งเดือน อรชายืนยันพวกตนไม่รู้เรื่องด้วย ลลิตากระทำโดยพลการคนเดียว แต่ทนายค้านว่าลลิตามีเอกสารทุกอย่าง รวมทั้งเอกสารมอบอำนาจจากอสิต
อสิตฟังแล้วคอตก โทษตัวเองผิดที่หลงเชื่อลลิตา เธอหลอกให้เขาเซ็นเอกสารทั้งหมด อรชาสงสารพี่ชายไม่ต่อความยาวให้สะเทือนใจ ช่วยกันกับปรารภประคองเขาไปพักผ่อนในห้อง แล้วกลับลงมาปลดปล่อยความเสียใจร่ำไห้ทำใจไม่ได้ที่บ้านซึ่งอยู่มาตั้งแต่เกิดจนโตตกไปเป็นของคนอื่น
“อรรักทุกอย่างที่นี่ แต่วันนี้อรไม่ใช่เจ้าของมันแล้ว...คุณรภ อรไม่เหลืออะไรแล้ว”
“คุณอรอาจจะไม่เหลือบ้าน ไม่เหลือบริษัท...แต่คุณอรพูดไม่ได้หรอกครับว่าไม่เหลืออะไร คุณอรยังเหลือชีวิตที่ต้องสู้ต่อ คุณอรยังเหลือผมที่จะไม่ไปไหน ผมจะอยู่เคียงข้าง ดูแลคุณอรอย่างนี้ตลอดไป...แต่งงานกับผมนะครับ ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณ”
อรชานิ่งไป ไม่มีคำตอบใดๆหลุดจากปาก...ปรารภหน้าไม่ดี เดาได้ทันทีว่าเธอยังไม่ลืมกร้าว
“อรรู้ว่าเขาเป็นคนเลว ที่ผ่านมาเขาแค่ต้องการใช้อรเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่อรเป็นมนุษย์ มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ จะให้อรลืมเขาง่ายๆ อรทำไม่ได้ค่ะ”
คำสารภาพของเธอทำให้ปรารภผิดหวังอย่างแรง แต่ไม่คิดจะต่อว่าอะไรเธอสักนิด
ooooooo
ลลิตาหอบสัมภาระหนีไปบ้านกร้าวแต่ยังคอยเช็กข้อมูลจากสาวใช้ที่บ้านวิชเวทย์ว่าอสิตเป็นอย่างไรบ้าง ช้ำใจตายไปหรือยัง อนุชเดินมาได้ยินพอดี กระชากมือถือจากมือลลิตาปาทิ้งด้วยความโมโห
“นังนุช ทำบ้าอะไรของแก” ลลิตาแว้ดใส่
“พี่ลิต้าต่างหากเป็นบ้าอะไร ฟังความทุกข์ของคนเคยรักแล้วยังหน้าระรื่นอยู่ได้”
“ใครบอกว่าฉันเคยรักพี่ชายเธอ ฉันแค่ต้องการคนโง่ๆสักคนมาเลี้ยงดูฉัน แล้วที่ผ่านมาพี่ชายเธอก็เป็นชายโง่คนนั้น”
อนุชกำมือแน่นอย่างเจ็บแค้น ลลิตามองเลยไปด้านหลังเห็นกร้าวยืนเฉยไม่เข้ามาปกป้องหรือออกรับแทนอนุชก็ยิ่งได้ใจ ลอยหน้ายั่วเย้ยต่อไป
“ทำไม รับไม่ได้เหรอ เอาสิ ตบเลย ดูว่าถ้าคุณกร้าวมาเห็นเขาจะเข้าข้างใคร”
“ฉันไม่อยากเปลืองมือไปแตะต้องผู้หญิงอย่างเธอ” อนุชกระแทกเสียงแล้วหันกลับมาเห็นกร้าวยืนมองสีหน้าเฉยชา ไม่คิดจะปกป้องตนเหมือนทุกครั้ง เธอน้อยใจจนน้ำตารื้น วิ่งออกไปสะอื้นตัวสั่นเทา
ความจริงกร้าวเป็นห่วงอนุช แต่ต้องฝืนใจตัวเองทำเป็นไม่สนใจ ลลิตาหลงคิดว่าตนเป็นผู้ชนะ เข้ามากอดเคล้าคลอเขา เรียกร้องค่าตอบแทนที่ช่วยขายรัตนกิจสำเร็จแล้ว
“คุณได้ส่วนแบ่งของคุณแน่ แต่วันนี้คุณกลับไปก่อนนะลิต้า”
“ทำไมต้องกลับด้วย ตอนนี้ทุกอย่างเป็นของเราแล้ว สิตแพ้คุณราบคาบ เราสองคนไม่จำเป็นต้องปิดบังใครแล้ว”
“ผมรู้...แต่หลายวันมานี่ผมเหนื่อย อยากพัก ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น” กร้าวผละหนีไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาหลับตานิ่ง ลลิตาหงุดหงิดใจแต่พยายามทำใจเย็น
“ก็ได้ค่ะ ไม่มีอารมณ์ก็ไม่มีอารมณ์ งั้นลิต้าก็จะไปพักบ้าง”
ลลิตาหยิบมือถือของตนที่อนุชปาทิ้งแล้วเดินฉับๆ ขึ้นบันไดไปชั้นบน กร้าวลืมตาเห็นก็หน้าเครียด ร้องห้ามพร้อมกับเดินตามด้วยความไม่พอใจ ออกปากไล่เธอกลับไป อ้างว่าไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะกับอนุช ลลิตาไม่เชื่อ คาดคั้นว่าเขาเกรงใจเมียแต่ง
ทั้งคู่ทำท่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะฝ่ายหญิงเอาแต่หึงหวง พลันเสียงมือถือลลิตาดังขึ้น เธอเห็นเบอร์โทร. ผัวเก่าจอมรีดไถก็ส่อพิรุธ ไม่ยอมรับสายจนกร้าวแปลกใจซักไซ้ เลยมีอันต้องระเห็จกลับออกมากลัวความลับแตก
ทันทีที่ลลิตากลับไป กร้าวเดินตามหาอนุชทั่วบ้าน ครั้นเจอหน้าก็เยาะหยันนึกว่าหนีกลับไปวิชเวทย์ อนุชโมโหยอกย้อนไปหลายคำแล้วเดินหนี แต่เขารีบดักหน้า มองเรือนร่างเธอด้วยสายตาโลมเลีย
“คุณนี่มันหยาบช้า น่าทุเรศที่สุด”
“เดี๋ยวสิ...ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมดีใจแค่ไหนที่เห็นอสิตเป็นเหมือนที่พ่อผมเคยเป็น หวังว่ามันจะไม่ตรอมใจตายไปซะก่อนนะ จะได้ทนอยู่กับความทุกข์ทรมานนานๆ”
“คุณมันใจร้ายที่สุด ฉันขอให้ไฟแค้นในใจคุณเผาผลาญตัวคุณเองให้มอดไหม้ ให้พินาศย่อยยับเหมือนที่คุณทำกับคนอื่น”
อนุชสาปแช่งจนกร้าวนิ่งอึ้ง รู้ว่าเธอเจ็บแค้นเขา เหมือนที่เขาแค้นครอบครัวเธอ...แล้วเมื่อไหร่มันจะจบ!
ooooooo
รุ่งขึ้นกร้าวไม่ได้มาทำงาน คณิตเลยมาเก้อไม่ได้เจอเพื่อนรักอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็ไม่เสียเที่ยวซะทีเดียวเพราะเจอคนคุ้นเคยอย่างกรวิก
กรวิกทำงานในบริษัทกร้าว คณิตกับเธอเคยเจอกันหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งฝ่ายหญิงมีปัญหาไม่สบายใจเพราะหลงรักกร้าว คราวนี้เจอกันอีก ถึงจะไม่มีเรื่องแต่กรวิกที่ยังแค้นเคืองอนุชไม่หายก็พูดพล่ามด่าเธออย่างสาดเสียเทเสีย จนคนฟังเมื่อยหูละเหี่ยใจ ตัดสินใจเล่าความจริงว่าที่อนุชต้องมาพัวพันกับกร้าวเพราะอะไร?
“ที่แท้อากร้าวแต่งงานกับนุชเพราะต้องการจะแก้แค้น ที่พ่อนุชเคยโกงพ่ออากร้าว...ทำไมเรื่องมันซับซ้อนอย่างนี้”
“ทีนี้เข้าใจรึยังล่ะครับว่าจริงๆแล้วคุณนุชต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อการแก้แค้นของนายกร้าว...คุณนุชน่าสงสารมากนะครับ”
กรวิกเข้าใจและสงสารอนุช แต่ไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ เพราะถึงยังไงเธอก็แย่งกร้าวไปจากตนอยู่ดี...
แยกจากกรวิกมาแล้ว คณิตไปหาลุงชาติก่อนจะพากันมาที่บ้านกร้าว...ทั้งคู่พยายามหว่านล้อมเขาให้หยุดการแก้แค้นเพราะสงสารอนุช แต่กร้าวไม่ยอมเพราะมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้อีกแล้ว ชาติสงสารอนุชจับใจ แสดงความเสียใจที่ช่วยเธอไม่ได้ อนุชเข้าใจดีว่าผู้มีพระคุณไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ และทราบดีว่าเขาพยายามเต็มที่แล้ว
ทางด้านชายธงที่ผิดหวังเพราะช่วยอนุชไม่ได้แถมเกือบถูกตำรวจจับข้อหาบุกรุกบ้านกร้าว...เขาเข้าใจว่า ธารินร่วมมือกับเธียรแจ้งตำรวจเลยโกรธเธอจนไม่ยอมพูดคุยด้วย ธารินไม่สบายใจและต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง จึงแอบเข้าไปพบอนุชเพื่อชายที่ตนรัก แล้วเอาจดหมายเขียนด้วยลายมืออนุชกลับมาให้ชายธง
อนุชนัดแนะให้ชายธงช่วยเหลือเพราะเธอต้องการออกจากบ้านกร้าวไปหาพี่ชายพี่สาวด้วยการแกล้งปวดท้องรุนแรงจนได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แล้วฉวยโอกาสหนีออกมาหาชายธง แต่กร้าวก็ตามมาเจอ สองหนุ่มชกต่อยกันในลานจอดรถโดยมีอนุชกรีดร้องด้วยความตกใจ
ในที่สุดกร้าวสามารถล้มชายธงได้ แล้วจับอนุชขึ้นรถจากไปโดยทิ้งชายธงนอนสลบเหมือดอยู่ตรงนั้น!










