ตอนที่ 1
กร้าว ศุภกาญจน์ ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อแห่งบริษัทเอสเคกำลังจ้างวานนักสืบหาข้อมูลสมาชิกครอบครัววิชเวทย์ เนื่องจากมีความหลังฝังใจอันแสนเจ็บปวดและเคียดแค้น!
การทำงานของนักสืบได้ผลดีเกินคาด กร้าวได้ข้อมูลและรูปถ่ายลูกชายคนโตกับภรรยา และน้องสาวคนกลาง แต่ยังขาดน้องสาวคนเล็กที่ไม่ได้อยู่เมืองไทย
นายประสิทธิ์และคุณอังกาบ สองสามีภรรยาหัวหน้าครอบครัววิชเวทย์ถึงแก่กรรมพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ บุตรชายหญิงทั้งสามคนจึงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เพราะจากหน้าฉากร่ำรวยเป็นเจ้าของบริษัทรัตนกิจก่อสร้าง มีบ้านใหญ่โต ความเป็นอยู่หรูหรา กลายเป็นมีหนี้สินจำนวนมหาศาล
อสิต ลูกชายคนโตและลลิตาภรรยาได้เข้ามาดูแลบริษัทฯ อรชา น้องสาวคนกลางช่วยดูแลกิจการในบ้าน และ อนุช น้องสาวคนเล็กกำลังเรียนอยู่ประเทศอังกฤษ
“อนุช วิชเวทย์...กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะลากเธอมารับกรรมที่พ่อของเธอก่อไว้ร่วมกับพี่ๆของเธอ”
นั่นคือถ้อยคำอาฆาตแค้นของกร้าวที่บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น
ooooooo
วันแรกที่อนุชเดินทางกลับเมืองไทยหลังจากเรียนจบ เธอเกือบโดนเจ้าหนี้ของครอบครัวจับตัวกลางสนามบิน ถ้าไม่ได้กร้าวมาช่วยไว้ด้วยความบังเอิญ โดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอคือบุคคลที่รอคอย
กร้าวมีนัดมารับกรวิกที่เพิ่งเรียนจบและเดินทางกลับเมืองไทย แต่ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่ากรวิกมีเพื่อนรักชื่ออนุช และที่สำคัญเขายังไม่ทันได้เจอกรวิกที่มีมารดามารอรับ ก็มีเหตุระทึกใจเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
อนุชถูกชายฉกรรจ์อุ้มขึ้นรถหลังแยกจากกรวิกได้สักครู่ แต่เพราะเธอดิ้นรนต่อสู้ทำให้รถส่ายไปมาและพุ่งข้ามเลนเกือบชนรถของกร้าวที่ใกล้จะถึงสนามบินอยู่แล้ว โชคดีกร้าวหักหลบและเบรกทัน แต่รถคนร้ายเบรกไม่อยู่ พุ่งชนต้นไม้ข้างถนนนิ่งไป...เมื่อกร้าวลงจากรถเดินตรงมาตั้งใจจะเอาเรื่อง กลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวในรถคันนั้น
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย”
เธอตะโกนพร้อมกับเปิดประตูรถมาฉุดแขนกร้าวให้วิ่งหนี ขณะที่ชายฉกรรจ์สองคนยังนิ่งเพราะเจ็บและมึนจากแรงกระแทกอยู่ในรถ
“เดี๋ยว! ทำไมคุณต้องหนีผู้ชายสองคนนั้นด้วย พวกนั้นเป็นใครกันแน่”
“ฉันก็ไม่รู้”
“ไม่รู้ได้ยังไง คุณมีอะไรปกปิดผมรึเปล่า หรือว่าคุณทำอะไรผิดมา”
“นี่คุณ อย่ามาปรักปรำฉันนะ ถ้าไม่อยากช่วยก็ไม่ต้อง ฉันไปเองก็ได้” ว่าแล้วอนุชจะวิ่งหนี แต่กร้าวรีบดึงแขนเธอไว้ “เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยฉันนะ”
หญิงสาวดิ้นรน เริ่มระแวงและไม่ไว้ใจชายหนุ่ม เธอกระทืบเท้าเขาอย่างแรงก่อนผลักจนเซไป แต่กระนั้นกร้าวก็ยังไม่ปล่อยเธอง่ายๆเพราะเป็นห่วง
“จะไปไหน มันอันตราย”
“คุณนั่นแหละตัวอันตราย ฉันไม่น่าหนีเสือปะจระเข้เลย ปล่อยฉัน!”
อนุชดิ้นและทุบตีเขาไม่ยั้ง กร้าวจับมือเธอทั้งสองข้างดันไปติดต้นไม้ด้านหลัง ตั้งใจจะทำให้เธอหยุดแต่ออกแรงเยอะไปหน่อยจมูกเลยชนกัน ใบหน้าอยู่ใกล้ชิดกันมาก ต่างคนต่างตะลึง
“มันอยู่นั่น”
เสียงคนร้ายดังขึ้นก่อนจะวิ่งมาถึงตัวหนุ่มสาวในชั่วพริบตา ที่สำคัญหนึ่งในสองคนร้ายมีปืนด้วย!
เมื่อจวนตัวจนหนีไม่ทัน กร้าวเข้าแย่งปืนกับคนร้ายแล้วให้อนุชวิ่งหนีไปก่อน แต่เธอวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงักหันกลับมาเพราะได้ยินเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น
กร้าวถูกยิงแขนและเกือบถูกซ้ำอีกนัดถ้าอนุชไม่วิ่งเข้ามาใช้ไม้ฟาดคนร้ายจนทรุดแล้วรีบประคองชายหนุ่มไปขึ้นรถหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ขณะนั่งรถมาด้วยกัน แขนกร้าวเลือดออกไม่หยุด อนุชจึงพาเขาไปโรงพยาบาล พร้อมกันนั้นก็โทร.บอกพี่ๆด้วยความตื่นตระหนก
ขณะที่กร้าวถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินแล้วอนุชกระ-วนกระวายอยู่หน้าห้อง อสิตมาพร้อมกับอรชา เห็นเสื้อน้องสาวเปื้อนเลือดก็ตกใจมาก แต่หลังจากซักถามกันเรียบร้อยค่อยโล่งใจ รีบจัดการเรื่องค่ารักษาให้ชายที่ได้รับบาดเจ็บเสร็จแล้วพาน้องกลับบ้านทันทีเลย
เมื่ออนุชกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่จากไปหลายปี สภาพบ้านเปลี่ยนไปมาก ไม่สวยงามเหมือนดังเดิม เธอมองบ้านด้วยความคิดถึงและผูกพัน แต่พอก้าวเข้ามาข้างในมีเหตุให้ตกใจ คนงานชายสองสามคนกำลังช่วยกันขนของเก่าแก่ซึ่งเป็นของสะสมออกมาจากมุมหนึ่ง โดยมีลลิตายืนคุม
“พี่ลิต้าทำอะไรคะ ของนั่นไม่ได้นะคะ คุณพ่อท่านรักมาก” อรชาปราดเข้าไปห้ามพี่สะใภ้ แต่โดนเธอสะบัดเสียงใส่ว่าอย่ายุ่ง แถมยังผลักให้พ้นทางเมื่ออรชาเข้าขวาง
อนุชตกใจวิ่งเข้ามาประคองพี่สาวที่ถูกผลักล้มลง พร้อมกันนั้นก็ต่อว่าพี่สะใภ้และพยายามยื้อยุดข้าวของไม่ให้ขนออกไป เสียงดังเอะอะทำให้อสิตเดินมาถามว่ามีอะไรกัน
“พี่สิตคะ พี่ลิต้าเอาของคุณพ่อไปขาย”
“ถ้าไม่ขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้” ลลิตายอกย้อนอนุชเสียจนอสิตนิ่งอึ้งพูดไม่ออก “ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว คุณมีปัญญาจ่ายไหม ถ้ามีก็เอามาสิ เอามา”
“เลิกบ่นซะที คนยิ่งกลุ้มๆอยู่” อสิตโวยแล้วเดินหน้าเครียดจากไป
อรชาเองก็เครียด...อนุชทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าฐานะทางบ้านจะลำบากถึงขนาดนี้ อสิตเดินหน้ายุ่งออกไปหน้าบ้าน เสียงมือถือดังขึ้นเห็นเบอร์แล้วยิ่งเครียด เพราะเสี่ยยศเจ้าหนี้นอกระบบโทร.มาข่มขู่
“ครั้งนี้ลื้อรอดตัว แต่ถ้าไม่ยอมใช้หนี้ คราวหน้าลื้อจะไม่ได้เห็นหน้าน้องสาวอีกเลย”
“อย่าทำอะไรน้องสาวผมเลย น้องสาวผมไม่เกี่ยว”
อสิตขอร้องแต่เสี่ยยศไม่ฟัง ตัดสายทิ้งจนอสิตชะงักแล้วทรุดลงนั่งกุมขมับอย่างเครียดจัด ครุ่นคิดหาทางหาเงินมาใช้หนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน
ooooooo
ที่โรงพยาบาล กร้าวรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเจอนายแพทย์คณิตเพื่อนสนิทของตนเฝ้าอยู่คนเดียว
“ฟื้นแล้วเหรอ ไปมีเรื่องกับใครมา นี่โชคดีที่กระสุนแค่เฉียด แผลไม่ร้ายแรง”
“แล้วผู้หญิง...”
“ฉันมาถึงก็ไม่เจอใคร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาให้แกเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้บอกชื่อไว้ แล้วผู้หญิงที่แกว่าเป็นใครมาจากไหน”
“ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับเขาเลย” กร้าวเอ่ยเบาๆ ใจยังเป็นห่วงหญิงสาวที่ผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาด้วยกัน
ขณะเดียวกันนั้น อนุชกำลังกราบอัฐิพ่อแม่ด้วยความโศกเศร้า บอกให้ท่านทั้งสองรับรู้ว่าตนเรียนจบเอาปริญญากลับมาฝากท่านแล้ว
“เสียดายที่คุณพ่อคุณแม่ด่วนจากไปเสียก่อน ไม่ทันได้ยินดีที่นุชเรียนจบ”
อรชาเอ่ยหน้าเศร้า แต่อนุชทั้งเศร้าและใจหาย ไม่คิดเลยว่าบ้านของเราจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้...พอเช้าวันรุ่งขึ้นรู้ว่าพี่ชายจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ เธอไม่เห็นด้วย ถามเขาว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจัด
“พี่จะยืมเพื่อนก่อน”
“พี่สิตจะสร้างหนี้อีกแล้วเหรอคะ”
“ตอนนี้คนเขาลือกันให้แซดเรื่องวิชเวทย์ของเรากำลังล้มละลาย จนไม่มีใครกล้าจ้างบริษัทของพี่แล้ว พี่จะจัดงานให้มันหรูเลิศเพื่อกลบข่าว”
อนุชไม่สบายใจ หันไปหาอรชาให้ช่วยพูดกับพี่ชาย แต่รายนั้นกลับอึกอัก เพราะโดยนิสัยไม่กล้ามีปัญหากับใคร
“พี่สิตว่าไง พี่ก็ว่างั้น”
อนุชหน้าเจื่อน ลลิตาที่ร่วมฟังอยู่ด้วยชำเลืองมองหมั่นไส้ ไม่อยากเห็นใครให้ความสำคัญอนุชเกินหน้าเกินตาตัวเอง
“หมดธุระแล้วใช่ไหม ลิต้าขอตัว”
“เดี๋ยวลิต้า วันนี้มีใครแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนบ้านเรารึเปล่า”
“ทำไมคะ”
“ผมสงสัยว่าเสี่ยยศรู้ได้ยังไงว่านุชจะกลับมาวันนี้”
ลลิตาหน้าเสียกลัวความผิด แกล้งบีบน้ำตาเดินหนี สามพี่น้องก้าวตามด้วยความแปลกใจ อสิตถามภรรยาคนสวยว่าเป็นอะไร?
“ลิต้าใจคอไม่ดีเลย พวกมันหูตาไวมาก ขนาดเรื่องนุชมันยังรู้ แล้วเวลาสิตกับอรไปทำงาน ลิต้าอยู่บ้านคนเดียว ถ้าพวกมันมาทำร้ายลิต้าจะทำยังไง ลิต้ากลัวค่ะสิต”
สามพี่น้องมองดูลลิตาด้วยความสงสาร โดยเฉพาะอสิตที่โอบกอดปลอบภรรยาอย่างไม่คลางแคลงใจเลยสักนิด ทั้งที่ความจริงเธอกำลังเล่นละครตบตาพวกเขาอยู่
ก่อนหน้านี้ ลลิตาถูกลูกน้องเสี่ยยศมาเคี่ยวเข็ญทวงหนี้แล้วจะจับเธอไปเป็นข้อต่อรองกับอสิต แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ลลิตาผลักไสให้ไปจับอนุชที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ โดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่น้องสามีต้องเผชิญ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสงสัยและซักไซ้อะไรอีก ลลิตาแอบโล่งอก แถมในคืนนั้นเธอยังออดอ้อนอสิตขอตัดชุดใหม่ใส่งานเลี้ยงคืนพรุ่งนี้ แต่สามีกลับไม่อนุญาตเพราะเสื้อผ้าของเธอมีเต็มตู้
ลลิตาหน้ายุ่งแต่ไม่ยอมแพ้ พยายามใช้เสน่ห์ยั่วยวนเข้าคลอเคลียสามี หวังว่าต้องได้ผลเหมือนทุกที แต่คราวนี้ไม่สำเร็จ ถูกเขายันร่างออกห่าง
“ไม่เอาน่าลิต้า ผมยุ่งอยู่ไม่เห็นเหรอ”
“นังพวกคุณหญิงคุณนายมันชอบจับผิดลิต้า ขืนใส่แต่ชุดซ้ำๆ มันได้เม้าท์กันสนุกปากว่าลิต้าไม่มีปัญญาตัดชุดใหม่”
“อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย พวกนั้นอิจฉาที่คุณสวยกว่าน่ะสิ” ว่าแล้วอสิตลุกหนีไปนั่งห่างๆ คิดคำนวณว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ในการจัดงานเลี้ยงต้อนรับอนุช
ลลิตามองตามตาขวาง พึมพำอย่างอารมณ์เสีย “ถ้ารู้ว่าลำบากอย่างนี้ ฉันไม่แต่งด้วยหรอก”
เวลาเดียวกัน กร้าวกำลังนึกถึงหญิงสาวที่ประสบพบเจอกันครั้งแรกและไม่มีโอกาสรู้จักแม้แต่ชื่อของเธอ
“เราจะได้เจอกันอีกไหม” กร้าวรำพึงแผ่วเบา รู้สึกติดตราตรึงใจกับรูปร่างหน้าตาของหญิงสาว
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ รับสายกรวิกที่ส่งเสียงแจ้วๆมา
“อากร้าวคะ พรุ่งนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อน นกอยากให้อากร้าวไปด้วย อากร้าวว่างไหมคะ”
“ได้สิ บ้านเพื่อนอยู่ที่ไหนล่ะ”
“บ้านวิชเวทย์ค่ะ”
คำตอบนั้นเล่นเอากร้าวอึ้งงัน หน้าเครียดขึ้นมาทันที...หลังวางสายจากกรวิกแล้ว กร้าวรีบส่งข้อมูลไปยังเสี่ยยศเจ้าหนี้ของอสิต โดยไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นใคร
“เสี่ยไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมเป็นใคร รู้แค่ว่าลูกหนี้ของเสี่ยจะจัดงานเลี้ยงสุดหรูที่คฤหาสน์มโนรมย์คืนพรุ่งนี้ก็พอ”
ooooooo
เย็นวันงาน ลลิตาวางแผนจับอนุชขังในห้องเก็บของเพราะไม่ต้องการให้เธอเด่นเกินหน้าเกินตาในงานเลี้ยงค่ำนี้ โดยมีสาวใช้เห็นแก่เงินให้ความร่วมมือช่วยกันล่อหลอกเธอมา และตั้งใจขังเอาไว้จนกว่างานเลิก
กร้าวมาถึงงานทีหลังกรวิก เขาเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลวิชเวทย์แล้วยืนมองรูปนายประสิทธิ์ที่ติดหราภายในห้องโถงด้วยความแค้น เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วัยเด็กที่เขาเห็นชายคนนี้ข่มเหงรังแกแม่
“อากร้าวคะ...”
เสียงเรียกของกรวิกทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันมายิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกเจ็บแค้นที่กำลังปะทุอยู่ภายในใจ
“อากร้าวเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าซีด ไม่สบายหรือเปล่าคะ”
“เปล่า อาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านกรู้จักคนบ้าน วิชเวทย์ด้วย ไม่เห็นนกเคยเล่าให้อาฟัง”
“นกไม่ได้คบเพื่อนที่นามสกุลนี่คะ...ทำไมนุชไม่รับโทรศัพท์เลย นกขอตัวไปหานุชก่อนนะคะ”
กรวิกลุกลี้ลุกลนออกไปด้านนอกซึ่งแขกเหรื่อกำลังทยอยกันมา กร้าวหันกลับมาจ้องรูปนายประสิทธิ์อีกครั้ง ก่อนผละไปจากตรงนั้น
อสิต ลลิตา และอรชาช่วยกันต้อนรับแขก แต่เจ้าของงานกลับยังไม่ปรากฏตัว อรชาเริ่มแปลกใจเพราะปกติน้องสาวไม่เคยผิดเวลา ลลิตาซึ่งรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังพูดจาให้ร้ายอนุชประสาคนขี้อิจฉา
“นุชนี่แย่จริง ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอ ไม่มีมารยาทเลย”
“นุชไม่ใช่คนไม่รู้มารยาทนะคะ อรว่านุชคงมีเหตุสุดวิสัยอะไรสักอย่าง อรขอตัวไปดูน้องก่อนนะคะ”
ลลิตาไม่พอใจแกล้งขัดขาอรชาจนเกือบล้มถ้าไม่ได้ปรารภเข้ามารับทัน ปรารภเป็นญาติของลลิตาและท่าทางเขาจะพอใจอรชาแต่แรกเห็น
หลังจากแนะนำทำความรู้จักกันแล้ว อรชาขอตัวไปตามอนุช ลลิตามองตามอย่างหมั่นไส้ที่อรชาไม่เลิกวุ่นวายเสียที แล้วเลยพาลมาลงที่ปรารภว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่น่ามาช่วยอรชาไว้เลย
กรวิกเดินหาอนุชทั่วบ้าน เช่นเดียวกับชายธงเพื่อนหนุ่มอีกคนของอนุชที่เป็นลูกชายคนเดียวของนายธนาคารผู้มีอันจะกิน ขณะทั้งคู่ยังหาอนุชไม่พบ แต่กร้าวพบเธอแล้ว เขาเห็นเธอเล็ดลอดออกมาทางหน้าต่างห้องเก็บของ นึกว่าเป็นขโมยจึงพุ่งเข้าไปรวบตัว
เมื่อเขาและเธอเห็นหน้าตากันชัดๆ ต่างก็ตกตะลึง... แล้วกร้าวยิ่งตกใจไปกันใหญ่เมื่อกรวิกกับชายธงวิ่งเข้ามาเรียกอนุชและแนะนำตัวว่าเธอคือใครอยู่ในฐานะอะไรของบ้านหลังนี้
กร้าวแทบไม่เชื่อหูและไม่เชื่อตาตัวเองว่าผู้หญิงสวยใสคนนี้คืออนุช น้องสาวคนสุดท้องของตระกูลวิช– เวทย์ที่เขากำลังรอคอยเพื่อชำระความแค้น!
ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรอีก เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในบ้าน ลูกน้องเสี่ยยศเข้ามาทำลายข้าวของเพื่อข่มขู่อสิตให้ใช้หนี้สิน โดยที่เสี่ยยศนั่งรออย่างใจเย็นอยู่ในรถตู้หน้าบ้าน
นอกจากข้าวของถูกทำลายแล้ว อสิตยังโดนทำร้ายร่างกายด้วย อนุชเข้าช่วยพี่ชายก็จะโดนเล่นงานอีกคน กร้าวฉวยโอกาสนี้ยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการเขียนเช็คสิบล้านใช้หนี้แทน
เสี่ยยศรับเช็คมาแต่ยังไม่วางใจ ถามว่าจะเชื่อถือได้ยังไง กร้าวจึงยื่นนามบัตรให้และบอกว่าถ้ามีปัญหา ให้เขาไปหาตนได้ที่บริษัท นั่นแหละเสี่ยถึงยอมกลับไปพร้อมเช็คสิบล้าน
ความหน้าใหญ่ใจโตของกร้าวทำให้ลลิตาผู้ทะเยอ ทะยานและรักสบายรู้สึกสนใจเขาขึ้นมาทันที ขณะที่อสิต และน้องๆออกจะเกรงใจชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันแต่ยอมช่วยเหลือด้วยเงินจำนวนมาก
“ผมต้องขอโทษคุณกร้าวที่ทำให้เดือดร้อนเพราะผม”
“อย่าคิดมากเลยครับ สถานการณ์คับขันอย่างนั้น เป็นใครก็ต้องช่วย”
“ผมจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด”
“ไม่ต้องรีบหรอกครับ เราคนกันเองอยู่แล้ว”
อสิตฟังแล้วรู้สึกแปร่งๆว่ากันเองตรงไหน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรนัก พูดถึงเสี่ยยศว่าหูตาไวจริงๆ งานนี้ตนเชิญเฉพาะคนสนิทแท้ๆ ทำไมเขาถึงรู้ได้ กร้าวสะอึกเพราะตัวเองเป็นคนบอกแต่แสร้งกลบเกลื่อนเตือนทุกคน
“ต่อไปนี้พวกคุณต้องระวังตัวให้มากนะครับ”
ทุกคนยิ้มรับและชื่นชมความมีน้ำใจของกร้าว ยกเว้นอนุชที่รู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ชายคนนี้ได้
กร้าวสังเกตเห็นชายธงห่วงใยเอาใจใส่อนุชเหลือเกิน เมื่อมีโอกาสอยู่กับกรวิกตามลำพังขณะนั่งรถกลับด้วยกันจึงหลอกถามจนได้ความว่าเขาคือคนพิเศษของอนุช ขณะเดียวกันกรวิกก็อยากเป็นคนพิเศษของกร้าว เธอหลงรักเขาตั้งแต่เรียนอยู่มัธยม และกร้าวก็คุ้นเคยสนิทสนมกับครอบครัวของเธอมานาน
ชายธงรักและเป็นห่วงอนุชมาก เมื่อเห็นเธอเดือดร้อนก็อยากช่วยเหลือโดยจะคุยกับพ่อของตนให้ แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่าอย่าเลย เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร
“ถึงนุชจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม แต่ขอให้นุชรู้ไว้ว่าผมจะอยู่ข้างๆนุชเสมอ ถ้ามีปัญหาอะไร ขอให้นึกถึงผมเป็นคนแรก”
อนุชยิ้มรับ รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของชายหนุ่ม...แม้รู้ว่าเขาคิดยังไงกับตัวเอง แต่เธอก็ให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น
ใช่แต่อนุชที่ไม่สบายใจไม่รู้จะหาเงินที่ไหนใช้หนี้กร้าว อสิตเองก็นอนก่ายหน้าผากกลัดกลุ้ม ตรงข้ามกับลลิตาที่นอนอยู่ข้างกัน เธอยิ้มพรายตาเป็นประกายนึกถึงกร้าวอย่างพึงพอใจ
เวลาเดียวกันนั้น คณิตกำลังแตกตื่นตกใจหลังฟังกร้าวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วตัวเองทุ่มเงินสิบล้านเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนั้น แต่กร้าวกลับบอกว่าแค่สิบล้านแลกกับความไว้วางใจของพวกวิชเวทย์มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
“แกคิดจะทำอะไรกันแน่” คณิตนิ่วหน้าสงสัย
“ตอนนี้พวกวิชเวทย์เห็นเงินเหมือนเห็นขนมหวาน ฉันจะยื่นให้มันกินเรื่อยๆ ทำให้พวกมันตายใจ กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือฉันแล้ว” กร้าวยิ้มร้าย แต่ลึกๆเสียใจที่ผู้หญิงที่รู้สึกดีด้วยกลายเป็นลูกของศัตรู
ทันทีที่กลับถึงเมืองไทยเกิดเรื่องวุ่นวายกับตัวเองและครอบครัว เป็นเหตุให้อนุชเขียนจดหมายถึงผู้มีพระคุณช้ากว่าที่ตั้งใจ...
ขณะอนุชเรียนหนังสืออยู่ที่อังกฤษแต่ไม่ทันจบทางบ้านมีปัญหาเรื่องเงินแล้วมีผู้ใจดีที่เธอเรียกเขาว่า “ป๋า” ยื่นมือเข้ามาอุปการะ โดยส่งเงินให้จนกระทั่งเธอเรียนจบ
คืนนี้อนุชเขียนจดหมายถึงป๋าบอกเล่าว่าตัวเองกลับถึงไทยแล้ว และกำลังหางานทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ๆ ขอให้ป๋าเป็นกำลังใจให้เธอด้วย
ที่แท้ “ป๋า” ก็คือนายชาติลุงของกร้าวนั่นเอง
ชาติเป็นเจ้าของไร่พืชผักผลไม้อยู่ในแถบภาคกลางซึ่งกร้าวยังไปมาหาสู่ลุงอยู่เสมอ เนื่องจากลุงพิการเดินไม่ได้หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
วันที่ชาติได้รับจดหมายของอนุช เขาอ่านมันเพลินโดยไม่รู้เลยว่ากร้าวแอบมองอยู่ด้วยความไม่พอใจ
“นุชกราบขอบพระคุณป๋าที่กรุณาให้ทุนการศึกษาจนนุชเรียนจบแม้ว่าป๋าจะไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน แต่ถ้ามีทางไหนที่นุชสามารถทำเพื่อตอบแทนพระคุณของป๋าได้ นุชยินดีทำเพื่อป๋าทุกอย่างค่ะ สุดท้ายนี้นุชขอให้ป๋ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ รักและเคารพ...นุช”
ชาติอ่านจบแล้วนั่งยิ้มอิ่มใจ พลันเสียงของกร้าวทำให้ชายสูงวัยถึงกับสะดุ้ง
“ลุงไม่คิดจะบอกผมบ้างเหรอว่า อนุช วิชเวทย์ เรียนจบกลับมาเมืองไทยแล้ว”
“กร้าว...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วแกรู้เรื่องอนุชได้ยังไง”
“ผมไปเจอเขามาแล้วที่บ้านวิชเวทย์...ลุงปิดบังผมทำไม อย่าบอกนะว่าลุงเกิดรักและเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมาซะแล้ว”
ชาติอึกอักเพราะแพ้ความดีและความอ่อนน้อมถ่อมตนของอนุช
“ผมหวังว่าลุงจะไม่ลืมว่าผู้หญิงคนนี้เป็นลูกของศัตรู คนที่ฆ่าแม่ของผม น้องสาวของลุง อย่าลืมว่าการให้ทุนการศึกษากับเธอเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการแก้แค้นครอบครัววิชเวทย์เท่านั้น”
ชาติไม่สบายใจ เตือนหลานชายด้วยความหวังดี “กร้าวกำลังมีชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ลุงอยากให้กร้าวลืมอดีตซะ และอยู่กับปัจจุบัน”
“ลืม?”
“ใช่ อย่าให้ความแค้นมาทำลายชีวิตที่กำลังรุ่งเรืองของกร้าวเลย”
“ลุงไม่เป็นผม ลุงไม่เข้าใจหรอก การตายของแม่ยังติดตาผม ทุกครั้งที่ผมหลับตา ยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน”
กร้าวจำภาพที่แม่แอบกินยาฆ่าแมลงที่ผสมในน้ำหวานฆ่าตัวตายได้แม่นยำ วันนั้นเขายังเด็กเห็นแม่นอนดิ้นพราดน้ำลายฟูมปาก พ่อกาญจน์ของเขารีบพาแม่ส่งโรงพยาบาลแต่หมอช่วยชีวิตแม่ไม่ได้ แม่จากไปพร้อมๆกับพ่อที่ทรุดเนื่องจากตกใจจนโรคหัวใจกำเริบ
“ลุงจะให้ผมลืมง่ายๆได้ยังไง ผมไม่มีวันลืมความเลวร้ายที่มันทำกับแม่ แม่ทั้งเจ็บปวดทั้งอับอายจนไม่อาจอยู่สู้หน้าใครได้ ทั้งหมดก็เพราะไอ้คนชั่วที่ชื่อ ประสิทธิ์ วิชเวทย์”
“แต่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว นายประสิทธิ์ก็ประสบอุบัติเหตุเสียไปแล้ว”
“แต่ลูกๆของมันยังอยู่ พวกมันยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม พวกมันจะต้องชดใช้กรรมที่พ่อของมันทำไว้กับครอบครัวผม พวกวิชเวทย์จะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าผมหลายร้อยเท่า”
ชาตินิ่งไปเพราะรู้ว่าห้ามกร้าวไม่ได้แน่ และครั้งหนึ่งตนเองก็เคยแก้แค้นมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ แถมยังส่ง
ผลต่อชีวิตให้ทุกข์ทรมานถึงทุกวันนี้...ความอาฆาตแค้นไม่เคยทำให้ใครมีความสุข ทั้งคนแก้แค้นและผู้ถูกกระทำ!
ooooooo
กร้าวไม่เชื่อฟังคำทัดทานของลุง...รุ่งขึ้นเขาเดินหน้าไปตีสนิทอนุชด้วยการอาสาพาเธอไปสัมภาษณ์งานที่สมัครไว้สองสามแห่ง แต่แค่บริษัทแรกอนุชก็เจอดีเสียแล้ว เธอถูกไอ้หัวงูโลมเลียด้วยสายตาแถมยังทำท่าจะลวนลามถ้าเธอไม่ฮึดสู้แล้ววิ่งหนีออกมาจากห้อง
เมื่อกร้าวทราบเรื่องก็แสดงความเห็นใจหญิงสาวก่อนจะยื่นนามบัตรของตนให้ “บริษัทผมรับสมัครพนักงานอยู่ เผื่อคุณสนใจ”
“ฉันไม่ชอบใช้เส้น อยากหางานด้วยความสามารถของตัวเองมากกว่า ถ้ายังคิดจะเป็นเพื่อนกันอยู่ อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ”
กร้าวไม่ค่อยพอใจที่ถูกปฏิเสธ ใจจริงอยากให้เธอมาทำงานที่บริษัทเพราะจะหาทางใกล้ชิดแล้ววางแผนแก้แค้น...เมื่อเข้าถึงอนุชยากไปสักหน่อย กร้าวเบนเข็มมาที่อรชาซึ่งจากบุคลิกท่าทางแล้วน่าจะหัวอ่อนกว่าน้องสาว เขาติดต่อผ่านอสิตโดยเอาเรื่องงานมาหลอกล่อ
อสิตเห็นว่าโปรเจกต์นี้ใหญ่มากถ้าตนได้ทำคงมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวให้ดีขึ้น แต่ติดตรงที่ตัวเองไม่ว่างจึงส่งอรชาไปตามที่กร้าวเสนอมา
อรชายอมไปเพราะเห็นแก่พี่ชายและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัว ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีความรู้เรื่องงานตกแต่งโรงแรมอะไรนี่เลย คิดว่าแค่เอาข้อมูลไปเสนอก็จบ แต่กลายเป็นว่าเธอถูกกร้าวกวนประสาทและหยาบคายใส่ด้วยการรวบตัวมากอดจูบ เพียงเพราะเธอแสดงท่าทีถือตัวและโต้ตอบอย่างหยิ่งยโส
การกระทำเหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของกร้าวทำให้อรชาโกรธจนตัวสั่นและจะเอากระเป๋าสะพายฟาดเขา
“หยุด! อย่าแม้แต่จะคิดเชียวคุณอรชา คนอย่างผม ใครทำให้เจ็บเท่าไหร่ ผมเอาคืนเป็นร้อยเท่า คิดให้ดีก่อนที่จะฟาดกระเป๋าใส่หน้าผม เพราะคุณโดนหนักกว่าเมื่อกี้แน่”
กร้าวจ้องตาเธออย่างเอาจริง ขยับเข้าใกล้ทำท่าจะจูบอีก อรชากลัวถอยหลังกรูด โกรธจัดจนน้ำตาคลอ ทำอะไรไม่ถูก
“คนเลว หยาบคายที่สุด ฉันเกลียดคุณ” ด่าเสร็จเธอผลุนผลันออกจากห้องทันที โดยมีสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของกร้าวมองตามด้วยความสะใจ
อรชารีบร้อนกลับเข้าบ้าน สวนกับลลิตาที่แต่งตัวสวยกำลังจะออกไปข้างนอก พี่สะใภ้ทักถามทำไมกลับเร็วแต่เธอไม่ตอบ เดินลิ่วไปเหมือนไม่ได้ยิน
เมื่อถึงห้องนอน อรชาโถมตัวลงบนเตียงคิดถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองถูกกร้าวจูบ...เธอทั้งโกรธ เจ็บใจ เสียใจระคนกัน ก่นด่าออกมาทั้งน้ำตาคลอๆ
“กร้าว ศุภกาญจน์...คุณดูถูกฉัน ทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงง่ายๆ คิดจะทำอะไรก็ได้ คนเลว หยาบคาย บ้าที่สุด!”
ooooooo










