ตอนที่ 8
หลังจากพายุสงบ จ่าชิตและมะค่าเผชิญหน้ากับคนรูสองผัวเมียแล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ขณะที่อีกด้านภราดรและกินรีก็เจอเสือตัวเป็นๆจะทำร้าย แต่น่าแปลกที่จู่ๆมันหยุดนิ่งลังเลเหมือนยำเกรงกินรีที่กลายร่างเป็นชะเวมะรัต
“น้องพี่...จงละความโกรธแค้นพยาบาทแล้วให้อภัยเถิด เพื่อที่วันข้างหน้าเจ้าจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในวัฏสงสารนี้อีกต่อไป”
ขาดคำของชะเวมะรัต เสือร้ายแผดเสียงคำรามดังก้องป่าและเดินวนไปเวียนมา ภราดรยืนตะลึงสายตาจับจ้องที่เสือตลอดเวลา...ส่วนงะดินเดผู้บงการอยู่ภายในถ้ำได้ยินทุกคำของชะเวมะรัต โกรธจนทนไม่ไหวถึงกับถอดกายทิพย์ออกจากถ้ำเป็นลำแสงไปปรากฏตรงหน้าชะเวมะรัตในชุดสาวชาวพม่าโบราณ
“เจ้าเห็นแก่ความรัก เห็นแก่ตัว จนถึงกับทรยศตระกูลของเราได้เชียวเหรอ”
“ท่านพ่อ...ข้าขอร้อง ได้โปรดละความพยาบาท หยุดก่อกรรมที่หาได้จบสิ้นเถิด”
“เจ้าหาได้รับรู้ว่าความเจ็บปวดที่พ่อของเจ้าได้รับนั้นมันมากมายเยี่ยงไร ยังจำได้ไหมชะเวมะรัต เจ้าลองทบทวนดูใหม่ซิว่าใครกันแน่ที่มันชั่ว”
“ทุกสิ่งทุกอย่างมีกรรมเป็นตัวกำหนดอยู่แล้วท่านพ่อ แล้วท่านยังจะตกอยู่ในบ่วงกรรมนี้อีกหรือ เรื่องราวในครั้งนั้นยังทำให้ท่านเจ็บปวดไม่พออีกหรือ”
“ไม่มีครั้งไหนเจ็บปวดทุกข์ทรมานเท่าครั้งนั้นอีกแล้ว และสิ่งที่พวกมันต้องได้รับย่อมต้องเป็นความทุกข์ทรมานเช่นกัน” สีหน้าและแววตางะดินเดเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท เจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีตที่ชะเวโบลูกชายถูกประหารท่ามกลางกองไฟโทษฐานเป็นกบฏ!
“ไม่ว่านานสักแค่ไหน ข้าไม่เคยลืม หรือเจ้าลืมจนหมดสิ้น”
“ท่านพ่อ...ข้าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยบรรเทาไฟแค้นในดวงวิญญาณของท่านได้”
“แค่เพียงเจ้าไม่เข้ามาขัดขวาง”
“ข้าทำเพื่อท่านและเพื่อน้องจะได้ไม่ต้องทำบาปอีก”
“มันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำไว้กับพวกเรา”
“แน่นอน ใครทำกรรมใดไว้ก็ต้องชดใช้ แต่ท่านพ่อ ไม่มีสิทธิ์ตัดสินกรรมของใคร ข้าขอร้อง จงให้อภัยเถอะ อย่าได้จองเวรกันอีกเลย เห็นแก่ความสุขของลูกหลานเถอะนะท่านพ่อ”
“มันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำไว้อย่างสาสม...เจ้าไม่ต้องมายุ่ง ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้”
งะดินเดใช้เวทมนตร์ซัดร่างชะเวมะรัตจางหายไปกลายเป็นกินรีนอนนิ่งอยู่กับพื้น ภราดรตกใจรีบเข้าพยุงเธอ
“รักกันมากนักใช่ไหม ข้าจะสงเคราะห์ให้” งะดิน–เดคำรามแล้วจ้องมองเสือสมิงที่หมอบอยู่ข้างๆ ชั่วพริบตาเสือสมิงก็พุ่งเข้าตะปบหลังไหล่ภราดรได้รับบาดเจ็บ และอาจถึงตายถ้าไม่ได้อองไชยย้อนกลับมาช่วยเหลือไว้
อองไชยใช้ปืนอาคมยิงเสือกระเด็น งะดินเดเห็นดังนั้นก็แผดเสียงด้วยความโกรธ
“เจ้าเป็นใคร ไยจึงมายุ่งกับเรื่องของข้า”
“เจ้าล่ะเป็นใคร ควบคุมเสือสมิงได้อย่างไร”
“ข้านี่แหละงะดินเดจอมขมังเวท...รนหาที่ตายนักใช่ไหม”
งะดินเดใช้อาคมจัดการอองไชย แต่เขาตั้งรับได้แล้วใช้ดาบเล็กขว้างเข้าใส่งะดินเดจนร่างสลายหายไป จังหวะเดียวกันกับที่จ่าชิตและมะค่าวิ่งเข้ามาพอดี เสือสมิงวิ่งหายเข้าไปในป่า อองไชยรีบวิ่งตามไม่ลดละ
กายทิพย์ของงะดินเดพุ่งเข้าร่างที่อยู่ในถ้ำอย่างรวดเร็ว ผู้เฒ่าลืมตาแสดงความเจ็บปวดที่หน้าอก จำดาบเล็กเล่มนั้นได้ติดตา ส่วนคนรูที่เสียทีจ่าชิตก็สะบักสะบอมกลับมาเหมือนกัน และไม่ได้หัวใจมนุษย์มาด้วย
“บัดซบ...ข้าต้องการหัวใจมนุษย์อีก กายข้ามันยังไม่แกร่ง พวกเจ้าต้องออกไปหามาให้ข้าให้มากที่สุด...ไป”
สองผัวเมียผวากลัว ลนลานกันออกไป ส่วนงะดินเดยังมีแววกังวล ร่ำร้องเรียกลูกให้รีบกลับมา พลันเสือสมิงที่กำลังวิ่งหนีอองไชยก็เลือนหายไปต่อหน้า
“อะไรกันวะ ไอ้นี่ไม่ธรรมดา...งะดินเด” อองไชย สบถอย่างหัวเสีย แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้
ooooooo
สมรักษ์พาแก้วไปถึงชุมโจรเป็นเวลาไล่เลี่ยกับจงใจและหิน ส่วนทศกับเรืองรั้งท้าย แล้วทศต้องเจ็บใจอย่างที่สุดเมื่อรู้ว่าเสือใจไม่ทำอะไรสมรักษ์ แถมยังให้ที่อยู่พักรักษาตัวพร้อมๆกับแก้วที่อาการสาหัส
ผู้หมวดอ่อนเพลียและเป็นไข้ ส่วนแก้วโดนเสือขย้ำบาดเจ็บแทบทั้งตัว แววรีบต้มยาให้ทั้งคู่กิน ส่วนจงใจก็คอยดูแลหมวดหนุ่มอย่างเต็มที่
เหตุที่เสือใจไม่จัดการหมวดสมรักษ์ก็เพราะจงใจบอกว่าเขาช่วยชีวิตแก้วไว้ แต่ทศแสดงท่าทีไม่พอใจ ทั้งที่ตัวเองยังมีความผิดติดตัว พอโดนจี้จุดเข้าหน่อยก็รีบเฉไฉว่าที่พวกตนขัดคำสั่งออกจากชุมโจรไปเพราะเป็นห่วงจงใจ
“ข้าก็คงต้องยกโทษให้เอ็ง เอ็งมันคงดีกว่านี้ไปไม่ได้แล้ว ขืนสั่งสอนไปก็คงจะเอือมระอากันเปล่าๆ และข้าขอร้องเอ็งว่าอย่าไปยุ่งกับหมวดคนนั้น”
คำพูดของเสือใจเล่นเอาทศโกรธเลือดขึ้นหน้าแต่จำต้องเก็บอาการไว้
“ทำไมล่ะพ่อ มันเป็นคนนอกและเป็นตำรวจด้วย มันจะกลับมาแว้งกัดเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“เรื่องนี้ข้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง พวกเอ็งกลับไปได้แล้ว”
ทศหน้าเสีย ข่มใจเดินจากมา พอถึงบ้านพักก็เตะข้าวของกระจุยกระจายระบายอารมณ์ต่อหน้าเรืองกับสมุนอีกสองสามคน
“โธ่เว้ย! จะเป็นอย่างนี้อีกนานไหมวะ”
“ท่าทางจะเป็นอีกนานเลยแหละพี่ ก็มีคนคอยดูแลเป็นอย่างดีซะขนาดนั้นน่ะ”
“เอ็งพูดถึงใครวะไอ้เรือง”
“อ้าว...ก็ใครล่ะพี่ ที่มันกำลังเป็นที่โจษจันกันไปทั้งชุมโจรเราตอนนี้น่ะ”
“ไอ้หมวดสมรักษ์...แต่มันจะอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอกวะ”
“ก็แล้วถ้ามันอยู่นานล่ะพี่”
“ข้านี่แหละจะเก็บมันซะเอง ไม่ปล่อยไว้ให้รกหูรกตาข้านานหรอกโว้ย...ไอ้เรืองมานี่”
“พี่มีอะไรจะให้ไปเก็บไปกวาดก็สั่งมาได้เลยจ้ะ”
ทศมองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบสั่งงานไอ้เรืองที่ท่าทีกระตือรือร้นคันมือคันไม้ไม่ใช่น้อย!
ooooooo
ที่อนามัย จ่าชิต กินรี และมะค่าช่วยกันพาภราดรกลับมาให้ระรินรักษา ระรินทำแผลไปบ่นไป โทษทุกคนเป็นต้นเหตุพาหมอไปได้รับบาดเจ็บ
ทำแผลเสร็จ เดือนถามว่าใครจะเฝ้าไข้หมอ เพราะค่ำแล้วพวกตนต้องกลับบ้าน กินรีกับมะค่าเสนอตัวเพราะอยากตอบแทนหมอบ้าง แต่ระรินไม่ยอม แดกดันว่ากลัวกินรีหิวขึ้นมาจะดูดเลือดหมอจนหมดตัว
“ถ้ากินรีจะกินเลือดใคร ผมว่าต้องเป็นคุณคนแรก แน่” จ่าชิตพูดโพล่งจนระรินหน้าเสีย มองกินรีอย่างกลัวๆ
แต่แล้วระรินต้องกลับบ้านเพราะเสี่ยรงค์ให้เบิ้มมารับ ส่วนจ่าชิตก็ขอตัวไปหาเหล้ากิน กินรีจึงฝากเขาบอกยายด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วงตน
คนอื่นๆไปหมดแล้ว เหลือแต่กินรีกับมะค่าที่อยู่เฝ้าภราดร สักพักประเดิมเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้สองสาว
“ขอบใจนะประเดิม”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจกินรี ที่อุตส่าห์มาดูแลคุณหมอ”
“เพราะฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณหมอเป็นอย่างนี้ ท่าทางคุณระรินไม่พอใจฉันสินะ”
“โอ๊ย...อย่าไปถือสาเลย แกก็เป็นแบบนี้กับทุกคนนั่นแหละ คนไม่มีแม่และถูกตามใจมาตั้งแต่เล็ก”
“แล้วแม่เขาไปไหนเสียล่ะ”
“เห็นว่าแม่ของแกถูกโจรปล้นแล้วฉุดไปนะ...โอ๊ย... เรื่องนี้มันเกือบ 20 ปีแล้วมั้ง”
“น่าสงสารคุณระรินนะ” กินรีเอ่ยจากใจจริง ไม่มีวี่แววของความชิงชัง ทั้งที่ระรินไม่เคยพูดดีกับตนสักครั้ง
ด้านจ่าชิตออกจากอนามัยก็มุ่งหน้าไปบ้านแม่หมอ เขาเดินเข้ามาเงียบๆจนแม่หมอตกใจและแสดงความไม่พอใจ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“มีธุระอะไร ถึงได้มามืดค่ำ”
“จะมาบอกว่ากินรีกับมะค่าดูแลหมออยู่ที่อนามัย คืนนี้คงไม่กลับ”
แม่หมอแปลกใจถามว่าหมอเป็นอะไร พอรู้ว่าโดนเสือกัดก็นิ่งอึ้งไป จ่าชิตสงสัย มองเลยเข้าไปในห้องบูชาแล้วถามว่าพะอูกลับมาหรือยัง?
“ยัง...ถามถึงมันทำไม”
จ่าชิตนิ่งคิดลังเล แต่แล้วตัดสินใจไม่พูดต่อ
ดีกว่า...กลับไปนั่งดวดเหล้าที่บ้านและทบทวนคำพูดพระธุดงค์ตอนที่ตัวเองจะถูกเสือขย้ำ
“ช้าก่อน...จงหยุดการทำปิตุฆาตเถิดโยม หากโยมทำอนันตริยกรรมลงไปแล้ว โยมนั่นแหละจะเดือดร้อน เพราะการทำบาปที่ใหญ่หลวงที่สุดนั้นต้องตกมหาอเวจีนรกชั่วกัปชั่วกัลป์”
คำพูดประโยคนั้นทำให้เสือหยุดชะงัก แต่จ่าชิตไม่เข้าใจ กรอกตาไปมาด้วยความสงสัย
ooooooo
คืนเดียวกัน อองไชยนั่งจิบเหล้าคุยกับเสี่ยรงค์ที่บ้านด้วยเรื่องเสือสมิงซึ่งเขามั่นใจว่ามีคนควบคุมมัน แต่ถึงยังไงมันก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะเขามีดาบจำลองของกษัติรย์บาเยงโบแห่งพุกาม
เสี่ยรงค์ขอดูดาบเล็กเล่มนั้น เป็นจังหวะที่เบิ้มพาระรินกลับมาพอดี ระรินเดินหน้าตึงเข้ามาพร้อมเสียงบ่น เธออยากอยู่เฝ้าภราดรที่อนามัยเพราะไม่ต้องการให้กินรีใกล้ชิดเขา แต่เสี่ยรงค์ดันส่งเบิ้มไปรับกลับ
อองไชยได้ยินระรินพูดถึงกินรีจึงเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับเธอเลย ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ระรินท่าทีกลัวๆเหมือนกัน แต่ถึงยังไงก็ยืนยันว่าหมอภราดรต้องเป็นของตน
เมื่อระรินผละไปแล้ว เสี่ยรงค์พาอองไชยไปที่ห้องเก็บของโบราณ นำรูปปั้นไม้แกะสลักที่ซื้อจากพ่อค้าชาวพม่าออกมาอวดและถามเขาว่ารู้จักหรือเปล่า
“บาเยงโบ กษัตริย์แห่งพุกาม ท่านได้มาจากไหน”
“พ่อค้าของเก่าชาวพม่าเอามาขายให้ข้า”
อองไชยพินิจดูรูปปั้นแล้วเห็นว่าที่มือข้างซ้ายเหมือนถืออะไรสักอย่างที่หายไป ซึ่งเสี่ยรงค์คาดว่าน่าจะเป็นดาบ พออองไชยนำดาบเล็กของตนใส่เข้าไปปรากฏว่าลงตัวเหมาะเจาะพอดี พร้อมกันนั้นก็มีฟ้าคะนองครืนครางราวกับสิ่งอัศจรรย์กำลังจะเกิดขึ้น
แม่หมออยู่ที่บ้านตกใจกับเสียงฟ้าร้อง สีหน้านางไม่ค่อยดีนัก นึกสังหรณ์ใจว่าจะมีอาเพศอะไรอีก?
ขณะเดียวกันนั้น งะดินเดในถ้ำก็แตกตื่นไม่น้อย รับรู้ว่าบัดนี้บาเยงโบกำลังจะคืนชีพ จึงสั่งคนรูสองผัวเมียไปหาหัวใจมนุษย์มาให้มากที่สุด ตนต้องแข็งแกร่งกว่านี้เพื่อเตรียมรับมือกับศัตรู ส่วนเสือสมิงที่นอนสงบนิ่งอยู่ไม่ห่าง งะดินเดก็สั่งให้กลับไป พร้อมกำชับให้มันกินหัวใจมนุษย์ด้วยเหมือนกัน
ที่อนามัยซึ่งกินรีกับมะค่าอยู่เฝ้าภราดร เวลานี้มะค่าหลับสนิทไปแล้ว ส่วนภราดรก็หลับแล้วเช่นกัน แต่กินรียังลืมตาโพลง...เสียงลมอื้ออึงด้านนอกทำให้หญิงสาวลุกไปยืนตรงหน้าต่าง
“อยู่ดีๆมีพายุได้ยังไง” เธอพึมพำแล้วเดินมายืนมองภราดรใกล้ๆ มองหน้าเขาอย่างหลงใหลพลางรำพึงออกมาอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมกินรีถึงรู้สึกรักคุณหมอตั้งแต่แรกเห็น ทำไมรู้สึกเหมือนว่าเราผูกพันกันมานาน...”
กินรีมองหน้าภราดรนิ่งนาน...นานจนรู้สึกเหมือนตัวเองตกอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่าง!
ที่อาณาจักรพุกาม...หลังจากชะเวมะรัตยอมสืบทอดทายาทผีฟ้าหน้าทองเพื่อรักษาบาเยงโบที่บาดเจ็บปางตาย ปรากฏว่าเขาฟื้นและหายเป็นปกติเหมือนเดิม ทำให้อิระวดีร้อนใจรีบไปบอกงะดินเด เพราะถ้าบาเยงโบรู้ว่าเขาคิดไม่ซื่อตอนทำพิธีอาบน้ำว่านมหาพิพัฒน์และมีส่วนในการลอบสังหาร โทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตร
ชะเวโบแอบฟังถึงกับตื่นกลัว แต่งะดินเดกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่นิด รีบไล่อิระวดีออกไปก่อนที่ตัวเองจะกลับเข้าห้องอาคมเพื่อเตรียมรับมือบาเยงโบ
เช้าขึ้น ชะเวโบเตรียมตัวหนีเพราะกลัวต้องโทษในความผิดของบิดา งะดินเดล่วงรู้ก็โมโหโกรธาตบหน้าลูกชายล้มคว่ำและด่าซ้ำว่าไอ้ขี้ขลาด
“เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เจ้าต้องนิ่งและใจเย็นๆ ข้าไม่ปล่อยให้ตระกูลของเราเป็นอะไรหรอก”
“ข้าไม่มีวิชาอาคมแบบท่านพ่อนี่ จะได้รู้หลบรู้สู้”
“ข้าจะถ่ายทอดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลของเราให้เจ้า”
“จริงหรือท่านพ่อ”
“จริงสิลูกรัก...เจ้าต้องไม่หนี เจ้าต้องสู้ บัลลังก์หาได้ไกลเกินเอื้อมไม่”
ชะเวโบคลายความกลัว มีกำลังใจขึ้นมาทันที จากนั้นพ่อลูกใจดีสู้เสือไปเข้าเฝ้าบาเยงโบ รวมทั้งอำมาตย์และเสนาบดีต่างๆที่มาพร้อมหน้า เมื่อมีการพูดถึงพิธีอาบน้ำว่านมหาพิพัฒน์แต่ทำไมถึงหมดความศักดิ์สิทธิ์ปกป้องพ่ออยู่หัวไม่ได้ บาเยงโบที่ระแวงงะดินเดเป็นทุนจึงถือโอกาสหยั่งเชิงเพื่อจับพิรุธ
“นั่นสิ เรื่องนี้ข้าเองก็สงสัยอยู่เช่นกัน เห็นทีจะขอให้ท่านงะดินเดช่วยอธิบายด้วย”
“ข้าพระพุทธเจ้าคิดว่า...มันน่าจะมีอาเพศอะไรบางอย่างอาคมถึงไม่ได้ผล อาจเกี่ยวข้องกับดวงเมืองก็เป็นได้”
“มันอาจจะเป็นเพราะข้าแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการก็เป็นได้ ดวงเมืองมันจึงคลาดเคลื่อน หรือไม่ก็อาคมของท่านที่ว่าขมังนักหนาอาจเริ่มเสื่อมลง”
งะดินเดเหมือนถูกตบหน้า แต่จำต้องแบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะเป็นเยี่ยงนั้น...ยังไม่ทันที่ทุกคนจะดำเนินการอะไรต่อก็มีประกาศจากมหาดเล็กว่า เจ้าเมาะลำเลิงเมืองประเทศราชขอเข้าเฝ้าถวายบรรณาการ ซึ่งหนึ่งในสิ่งของเหล่านั้นมีเหล็กไหลอย่างดีรวมอยู่ด้วย
“เหล็กไหลก้อนนี้เป็นเหล็กไหลบริสุทธิ์ เหมาะสำหรับจอมกษัตริย์ผู้เกรียงไกร เห็นว่าพ่ออยู่หัวยังขาดเหล็กไหลอันเป็นมวลสารสำคัญในการสร้างดาบอาญาสิทธิ์เล่มใหม่ ข้าพระพุทธเจ้าจึงนำมาถวายพระพุทธเจ้าข้า”
“ขอบใจน้องเรามาก...เดินทางมาไกลขอเชิญน้องเราและเหล่าข้าราชบริพารพักผ่อนดื่มกินให้สบาย เราจัดเครื่องบรรณาการตอบรับอย่างสมเกียรติ...พระยา ราม ท่านจงจัดหาที่พักอาหารรับรองพระน้องเราอย่างสมเกียรติ”
พระยารามนำเจ้าเมาะลำเลิงกับข้าราชบริพารออกไป บาเยงโบมองกล่องเหล็กไหลอย่างพอใจแล้วเอ่ยกับงะดินเดว่าคราวนี้ดาบของตนคงจะเสร็จสักที
“ข้าพระพุทธเจ้าจะทำพิธีชุบดาบในราตรีนี้”
“ดี...ข้าจะไปชมด้วยตัวข้าเอง”
“พระพุทธเจ้าข้า” งะดินเดรับคำด้วยแววตาริษยา จ้องมองเหล็กไหลตาไม่กะพริบ...
เมื่อกลับออกมาพร้อมลูกชาย งะดินเดสีหน้าเคืองแค้นบาเยงโบไม่หาย เช่นเดียวกับชะเวโบที่บ่นอย่างหัวเสีย
“พ่ออยู่หัวหักหน้าท่านพ่อชัดๆ หวังจะให้ท่านพ่อเป็นตัวตลกในท้องพระโรง”
“ปล่อยมันไปก่อน บาเยงโบไม่คุ้ยเรื่องน้ำว่าน มหาพิพัฒน์ต่อไปอีกก็ดีอยู่แล้ว”
“ท่านพ่อจะทำเยี่ยงใดต่อไป”
“ตอนนี้ปล่อยไปก่อน ข้าคงต้องรีบตีดาบเล่มนี้”
“น่าเสียดายที่ดาบดีๆต้องตกเป็นของคนอื่น”
“เมื่อข้าครองบัลลังก์ มันก็จะเป็นของข้าทันที”
“แล้วเรื่องวิชาของข้าล่ะ”
“อีกสามราตรีจะเป็นคืนที่ไร้พระจันทร์ ถึงวันนั้นเจ้าจะได้รับการถ่ายทอดทันที”
ฟังคำบิดาแล้วชะเวโบยิ้มย่องอย่างพอใจ...
ส่วนอีกด้านในเขตวัง บาเยงโบอยู่กับชะเวมะรัต สองคนพูดคุยยิ้มแย้มแจ่มใส แต่พอเหลือบเห็นทหารนายหนึ่ง บาเยงโบสีหน้านิ่งขรึมก่อนแยกตัวออกไปสั่งทหาร
ให้คอยสอดแนมงะดินเดตลอดเวลา ชะเวมะรัตเหมือนรู้ทันแต่ก็ไม่พูดอะไรให้ขุ่นเคืองใจบาเยงโบ เพราะเธอเองก็พอจะรู้ถึงความไม่ซื่อสัตย์ของบิดา
ขณะเดียวกัน อิระวดีอยู่ในตำหนักกับนางกำนัลคนสนิท กำลังพูดกันด้วยเรื่องงะดินเด
“พระสนมคิดว่าพ่ออยู่หัวจะสงสัยท่านงะดินเดไหม”
“พ่ออยู่หัวเป็นคนฉลาด เรื่องแค่นี้หาได้ผ่าน
พระปัญญาไปได้”
“แล้วพระสนมจะทำเยี่ยงไร”
“ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย ถ้างะดินเดพลาดท่า
ข้าก็จะสุมไฟให้เขาเอง” อิระวดีกล่าวเสียงเย็น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพราย...
ในวันทำพิธีชุบดาบศักดิ์สิทธิ์ หลายฝ่ายพร้อม หน้าในลานพิธี งะดินเดบริกรรมคาถาอยู่พักใหญ่ก่อนที่เหล็กไหลจะวิ่งเข้าหล่อหลอมรวมกับดาบ เป็นอัน
เสร็จพิธีกรรมอย่างสมบูรณ์ เมื่อบาเยงโบนำดาบมาเก็บเข้าฝัก เกิดฟ้าร้องครืนครางอย่างน่าอัศจรรรย์!
ooooooo
ในบ้านเสี่ยรงค์...อองไชยกำลังพิจารณารูปปั้นไม้แกะสลักด้วยความสนใจยิ่ง เสี่ยรงค์พอรู้ว่ารูปปั้นนี้คือบาเยงโบแห่งพุกามก็มีสีหน้าทึ่งจัด
“ท่าทางกษัตริย์องค์นี้เกรียงไกรไม่เบา”
“บาเยงโบเป็นต้นแบบของกษัตริย์มอญทุกคน น่าเสียดายที่ต่อมามอญอ่อนแอเลยถูกพม่ากลืนชาติ
ไป วิชาอาคมของมอญจึงสูญหายไป ที่เหลืออยู่ก็น้อยเต็มที”
“ท่านว่าดาบเล่มนี้จะมีของจริงไหม”
“ข้าเชื่อว่ามันมีจริง แต่มันอาจจะสูญหายหรือมีนายทุนฝรั่งซื้อไปแล้ว...ท่านเชื่อเรื่องหลุมฝังศพของกษัตริย์บาเยงโบไหม...บางทีมันอาจะถูกฝังไปพร้อมกับเขาก็ได้”
“ข้าเชื่อ แต่มีคนบอกว่ามันเป็นแค่ตำนาน แต่คนค้าวัตถุโบราณบางคนก็บอกว่ามันมีอยู่ในดินแดนที่ไปไม่ถึง ในนั้นเต็มไปด้วยสมบัติมากมาย”
“ดาบเล่มนั้นมีค่ามากกว่าสมบัติใดๆทั้งหมด” อองไชยกล่าวอย่างมั่นใจ เสี่ยรงค์เองก็ไม่ปฏิเสธ ในใจคิดอยากครอบครอง
ooooooo










