สมาชิก

เสือสมิง

ตอนที่ 7

งะดินเดนั่งบริกรรมคาถาเสริมบารมีและอาคมอยู่ในห้องส่วนตัว ร่างกายของเขาเป็นลายเสือ ชะเวโบเข้ามาเห็น ถามด้วยความสงสัยว่ามันคือวิชาอะไร

“มันคือวิชาสมิงทราช เป็นอาคมขั้นสูงสุดของตระกูล ผู้ใดเรียนอาคมจนถึงขั้นได้สัมผัสกับอาคมนี้จะมีชีวิตชั่วนิรันดร มีพลังอำนาจหามีใครจะมาต่อกรง่ายๆ”

“ข้าอยากได้บ้าง”

“ได้สิลูกรัก ข้าได้ครองราชย์เมื่อไหร่ ข้าจะถ่ายทอดให้เจ้า และจะแต่งตั้งเจ้าเป็นพระมหาอุปราชทันที”

ชะเวโบดีใจแล้วสอบถามเรื่องบาเยงโบกับพระสนม “ราตรีวันพรุ่ง บาเยงโบก็ถึงฆาตแล้ว ท่านพ่อคิดเยี่ยงไรกับพระสนม”

“นาง คนนี้มักใหญ่นัก หาควรเก็บเอาไว้ให้เป็นหอกข้างแคร่ไม่ ทันทีที่ข้าครองบัลลังก์ ข้าจะกุดศีรษะนางเสีย” งะดินเดแสดงธาตุแท้แสนโหดเหี้ยมออกมา

ขณะสองพ่อลูกกำลังยิ้มย่องลำพองใจ พลันมีลมพัดมาวูบหนึ่งทำให้เทียนทุกเล่มที่จุดบูชาดับลง ราวกับเป็นลางอะไรสักอย่าง...

ขณะเดียวกันในถ้ำ แม่ผีฟ้ากับชะเวมะรัตกำลังสนทนากันด้วยเรื่องหาทางรักษาบาเยงโบ

“พ่ออยู่หัวมีทางรอด แต่มันต้องขึ้นอยู่กับตัวเจ้า”

“ข้าต้องทำเยี่ยงไร ข้าทำได้ทุกอย่าง ต่อให้ข้าต้องสิ้นลมในบัดเดี๋ยวนี้เพื่อให้พ่ออยู่หัวมีชีวิตต่อไปแม้เพียงเสี้ยวยามข้าก็จะทำ”

หญิงชราหัวเราะในลำคออย่างพอใจ แล้วเอื้อมมือไปด้านหลังหยิบหน้ากากทองออกมา

“หน้ากาก ทองชิ้นนี้เป็นหน้ากากที่ผีฟ้ารุ่นแล้วรุ่นเล่า และถ้าเจ้าต้องการรักษาพ่ออยู่หัวบาเยงโบล่ะก็ เจ้าต้องสืบทอดการเป็นผีฟ้าสืบไป”

“ข้ารับปาก ข้ายอมสืบทอดเป็นทายาทผีฟ้า”

“เจ้ามั่นใจนะ การเป็นผีฟ้ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิด และเจ้าจะตายไม่ได้จนกว่าเจ้าจะมีทายาทสืบทอดต่อไป”

“ข้ายอม แต่ว่าข้าไม่มีเวทมนตร์และก็ไม่มีบุตร”

“รอบ ตัวเจ้าตอนนี้เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ข้าบันทึกทุก อย่างเอาไว้กว่า 50 ปี ส่วนเรื่องบุตรของเจ้า ผีฟ้าจะประทานให้เจ้าตามเวลาอันสมควร...พนมมือ ตั้งสติให้ดีแล้วก้มมาหาข้า”

ชะเวมะรัตทำตามคำสั่ง แม่ผีฟ้าบริกรรมคาถาครู่หนึ่งก่อนสวมหน้ากากเข้ากับใบหน้าหญิงสาว ถ่ายทอดความเป็นเจ้าแม่หน้าทองโดยสมบูรณ์

“ราตรี วันพรุ่งให้เจ้าทำพิธีกลืนบาป เมื่อพระจันทร์ตรงศีรษะตามที่ข้าบอก บาเยงโบจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าจงระวังอย่าให้หน้ากากผีฟ้าอันนี้ตกพื้นเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นมันจะเกิดความวิบัติกับคนใกล้ชิดเจ้า รวมทั้งตัวเจ้าเองด้วย และจำเอาไว้ว่าทายาทรุ่นต่อๆไปจะมีความรักไม่ได้ ไม่เช่นนั้นอาคมจะเสื่อมลง”

ภายในถ้ำที่อดีตเคยมีพิธีถ่ายทอดผีฟ้า

หน้าทอง...บัดนี้กินรีกำลังลูบคลำอักขระบนผนัง โดยมีภราดร ระริน และประเดิมเฝ้ามองอย่างจับสังเกต

พลัน! แววตานิ่งเรียบของกินรีเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว อ่านอักขระนั้นออกมาอย่างน่าอัศจรรย์

“ข้าแต่ผู้ทรงอำนาจที่อยู่เหมือนมนุษย์ที่สถิตอยู่ในชั้นฟ้า...อำนาจแห่งธาตุทั้งสี่...”

“เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะกินรี” ภราดรข้องใจ และยิ่งตระหนกตกใจไปตามกันเมื่อได้ยินเสียงกินรีกระด้างดุดันบอกว่ากินรีคือทายาทของตน

ที่แท้กินรีโดนผีฟ้าเข้าสิง ทึกทักว่าภราดรคือบาเยงโบ ระรินไม่เข้าใจแต่ก็หวาดกลัว ดุด่ากินรีอย่าเล่นบ้าๆ ขณะที่ประเดิมฉุกคิดถามว่าท่านเป็นใคร?

“ข้าคือบรรพบุรุษของนังกินรี ผู้สืบทอดทายาทผีฟ้าของข้า”

“ผีดิบ นังกินรีต้องเป็นผีดิบแน่นอน อย่าเข้าไปใกล้มันนะคะหมอ”

ภราดรไม่สนใจฟังระรินห้าม เขาขยับเข้าไปนั่งตรงหน้ากินรีที่กำลังจ้องมองมา

“บาเยงโบ...เป็นเจ้าจริงๆ”

“ท่านพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ ใครกันบาเยงโบ”

“ไม่ต้องรีบร้อน เรื่องนี้วันหนึ่งเจ้าจะรู้เอง แต่สิ่งที่เจ้าต้องรู้ในตอนนี้คือพวกเจ้าทุกคนกำลังถูกจองจำอยู่ในมนตร์ของงะดินเด”

“ถูกจองจำ? แสดงว่าเราต้องติดอยู่ที่นี่ไปตลอดน่ะเหรอ ไม่เอานะ ระรินกลัว ระรินคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ”

ระรินละล่ำละลักท่าทีหวาดผวาจนประเดิมต้องเตือนสติ ส่วนภราดรยังตั้งหน้าถามผีฟ้าในร่างกินรีว่าเราต้องทำยังไงถึงจะกลับออกจากที่นี่ได้

“ทายาทของข้าจะพาพวกเจ้ากลับไปเอง” สิ้นเสียงทรงอำนาจนั้น ร่างกินรีทรุดฮวบลงทันที แล้วสะลึมสะลือปรือตามองหน้าภราดรที่เข้ามาประคอง

หลังจากปฐมพยาบาลกันอยู่ครู่หนึ่ง กินรีก็บอกทุกคนว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว แค่มึนศีรษะนิดหน่อย ระรินจึงเร่งให้หาทางออกจากถ้ำ พอกินรีหลับตาพนมมืออธิษฐาน พลันท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างจ้า ทุกคนออกจากอาถรรพณ์แล้วรีบไปค้นหาบ่อน้ำพุร้อนจนเจอ เพื่อนำน้ำศักดิ์สิทธิ์กลับไปรักษามะค่าที่กำลังรอคอย

วันเดียวกันที่ชุมโจร ทศเพิ่งรู้ข่าวว่าจงใจกับหินเดินทางไปหมู่บ้านสาง เขาหึงหวงเพราะรู้ทันว่าจงใจตั้งใจไปหาสมรักษ์แต่เอาเรื่องเสือกัดคนตายมาอ้าง แต่เมื่อเขามาขออนุญาตเสือใจตามสองคนนั้นไปอ้างว่าเป็นห่วง กลับถูกเสือใจปฏิเสธเสียงแข็ง ทำให้ทศไม่พอใจอย่างมาก ถอยฉากไปซ่องสุมลูกน้องจำนวนหนึ่งแล้วแอบออกจากชุมโจรไปจนได้

ส่วนจ่าชิตที่ยังออกล่าเสือในป่า ไม่นึกว่าสมรักษ์และแก้วจะตามมา จ่าชิตนำพาทั้งคู่ไปดูจุดที่เสือกัดคนตายแล้วเอาหัวใจมาวางไว้เหมือนกับจงใจเอามาให้ใครบางคน สมรักษ์ไม่ค่อยเชื่อ บอกว่าน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า แต่จ่าชิตยืนยันว่าเป็นแบบนี้ทุกครั้ง

“แค่คดีน้าสมรกับคดีชาวบ้านคนนี้จ่าก็ด่วนสรุปแล้วหรือ”

“อย่างน้อยก็ยังมีคดีลูกกับเมียผมด้วย” จ่าชิตเอ่ยด้วยความสะเทือนใจ ค่อยๆลำดับเหตุการณ์ในอดีตที่เมียของตนถูกเสือกัดตาย ส่วนลูกน้อยแบเบาะถูกเสือคาบหายไปต่อหน้าต่อตา พอตนวิ่งกลับไปดูศพเมียก็ปรากฏว่าโดนควักหัวใจไปแล้ว

ขณะที่จ่าชิตบอกเล่าอดีตอันเจ็บลึกนั้น ที่หมู่บ้านสางกำลังเตรียมเผาศพผู้โชคร้ายที่ถูกเสือกัดตาย โดยมีผู้ใหญ่สนกับตำรวจอีกจำนวนหนึ่งดูแลความเรียบร้อย
จงใจกับหินมาด้อมๆมองๆก่อนจะเดินเข้าไปที่กลุ่มผู้ใหญ่สนและถามหาตำรวจชื่อสมรักษ์ โดยอ้างตัวเป็นญาติ แต่ไม่มีใครเห็นตัวผู้หมวด อยู่แต่รถ แสดงว่าเขาต้องกลับมาที่นี่อีก ผู้ใหญ่สนจึงบอกให้ทั้งคู่รออยู่แถวนี้

จงใจกับหินรออยู่จนกระทั่งเสร็จสิ้นการเผาศพแต่หมวดสมรักษ์ก็ยังไม่มา แม่หมอซึ่งอยู่ในงานเลยให้ทั้งคู่ไปพักที่บ้านของตนก่อนเพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ด้านทศกับลูกน้องเพิ่งมาถึงจึงไม่เห็นจงใจกับหิน แต่ยังจะซุ่มดูอยู่แถวบ้านคนตาย แล้วตอนเช้าค่อยให้ลูกน้องปลอมตัวเป็นชาวบ้านไปถามหาสองคนนั่น

แม่หมอพาจงใจกับหินมาถึงที่บ้านได้ไม่นาน พวกกินรีก็นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำพุร้อนมารักษามะค่า โดยมีพะอูเป็นผู้ช่วยกินรีทำพิธี เพียงไม่นานมะค่าก็ฟื้นคืนสติ แต่กินรีดูอ่อนแรงลงไปมากจนภราดรอดเป็นห่วงไม่ได้

หลังเสร็จพิธีแล้ว กินรีต้องนำเครื่องเซ่นออกไปไว้ศาลในป่าเหมือนเคย ภราดรเห็นว่ามืดค่ำอยากจะไปเป็นเพื่อนแต่แม่หมอไม่ยอมเพราะมั่นใจว่ากินรีต้องปลอดภัยเนื่องจากมีเจ้าแม่หน้าทองคุ้มครอง

ระรินเบื่อหน่ายอยากกลับบ้านเต็มที ก็พอดีเสี่ยรงค์ซึ่งเที่ยวตามหาลูกสาวไปทั่วผ่านมา ภราดรจึงให้เธอกลับไปพร้อมพ่อก่อน เสี่ยรงค์ตั้งท่าจะกลับแต่พอเหลือบไปเห็นจงใจก็รู้สึกสะดุดตา ถามยิ้มๆว่าเป็นใครมาจากไหน จงใจอึกอักนิดหน่อยก่อนโกหกว่าตนเป็นชาวบ้านฝั่งใต้มาหาหมวดสมรักษ์ ระรินมองออกว่าพ่อของตนรู้สึกถูกใจหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ จึงเร่งพ่อให้รีบกลับ

ภราดรกับประเดิมกลับออกไปไล่ๆกับพวกเสี่ยรงค์ ระหว่างทางภราดรยังบ่นเป็นห่วงกินรีที่แม่หมอปล่อยให้เธอออกจากบ้านยามวิกาลคนเดียว ทั้งที่รู้ว่าเสือยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ ทำเหมือนไม่ห่วงหลาน

“คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับคุณหมอ วิถีชีวิตของคนที่นี่แปลกๆ ยิ่งพวกผีฟ้าหน้าทองแล้วดูลึกลับ

ยังไงก็ไม่รู้ ผมว่ากินรีมีอำนาจอะไรบางอย่างที่เหนือ

มนุษย์เรา คงไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกครับ”

คำพูดของประเดิมทำให้ภราดรคลายวิตกกังวลไปได้บ้าง แต่ในขณะเดียวกันพวกเสี่ยรงค์กำลังเจอศึกหนัก เพราะระหว่างทางถูกพวกทศดักทำร้ายเพื่อเอาคืนให้เสือใจในฐานะลูกที่ดี

สองฝ่ายปะทะฝีปากกันครู่หนึ่งก่อนที่ทศทำท่าจะลงมือสังหารเสี่ยรงค์ แต่แล้วอองไชยโผล่พรวดเข้ามาช่วยไว้ ทศจึงเป็นฝ่ายถูกอองไชยเอาปืนจ่อหัว!

ด้านจ่าชิตกับสมรักษ์และแก้วที่ยังปักหลักในป่า ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะได้เห็นกินรีนำเครื่องเซ่นมาไว้ศาล ทุกคนแอบดูเงียบๆ จนกระทั่งเห็นร่างกินรีสั่นเทิ้มขณะสวดมนต์ภาวนาแล้วกระอักเลือดออกมาแดงฉาน

“กินรีเป็นอะไรน่ะ” สมรักษ์อุทานเบาๆ ทำท่าจะลุกออกไปช่วย จ่าชิตรีบดึงแขนไว้ บอกให้รอดูไปก่อน แต่ผู้หมวดหนุ่มทนไม่ไหวเพราะเห็นกินรีทรุดฮวบ จึงสะบัดแขนออกจากมือจ่าชิตแล้วจะพุ่งออกไป

ทันใดนั้นเอง เสียงเสือคำรามดังลั่น ทุกคนหันขวับไปตามเสียงแล้วอุทานพร้อมกันอย่างตกใจสุดขีด...

เสือยืนจังก้าแยกเขี้ยวอยู่เบื้องหน้าแล้วกระโจนเข้าใส่โดยที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว

“หมวดหลบ!” แก้วตะโกนพร้อมกับผลักสมรักษ์กระเด็นไปอีกทาง ส่วนตัวเองถือมีดปลายแหลมเตรียมสู้ แต่ก็หมดโอกาสเพราะเสือโดดเข้าขย้ำอย่างว่องไวจนแก้วจมกองเลือด สมรักษ์กับจ่าชิตยิงปืนใส่เสือไม่ยั้ง แต่กระสุนไม่ระคายผิวมันสักนิด

ทั้งคู่ถอยกรูดด้วยความตกใจ สมรักษ์จดจ้องเพื่อเข้าไปช่วยแก้วออกมา โดยให้จ่าชิตคอยยิงสกัดเสือไว้ แต่กว่าจะอุ้มแก้วที่ร่างโชกเลือดออกมาได้ก็ทุลักทุเลน่าดู

“หมวด...พาแก้วหนีไป” จ่าชิตร้องสั่ง

สมรักษ์วางแก้วลง ถามว่าไหวไหม แก้วกัดฟันทั้งที่ยืนแทบไม่อยู่ กินรีแอบมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ได้ยินสมรักษ์สั่งแก้วให้หนีไป

สั่งเสร็จ สมรักษ์หันไปเผชิญหน้าเสือแล้วสาดกระสุนใส่เพราะมันกำลังจะเข้าขย้ำจ่าชิต แต่ลูกปืนไม่ระคายผิวมันเหมือนเคย แถมมันยังกระโจนมาเล่นงานสมรักษ์อีกด้วย...แต่ก่อนที่เสือจะถึงตัวสมรักษ์ แก้วพุ่งเอาร่างตัวเองมาขวางไว้ ทำให้เสือขย้ำแก้วพลัดตกน้ำที่ไหลเชี่ยว

“แก้ว!!” สมรักษ์ตะโกนลั่น

“หมวดไปช่วยแก้วมันก่อน”

จ่าชิตร้องบอกแล้วหันไปทางเสือร้ายที่แยกเขี้ยววาววับ

“มา...ไอ้เสือเวร วันนี้ข้าจะสู้ตายล่ะวะ ถ้าเอ็งชนะข้า ข้าก็ไปอยู่กับลูกเมียข้า แต่ถ้าเอ็งแพ้ก็เท่ากับข้าล้างแค้นให้ลูกเมียข้าได้...มา เข้ามา”

เสือสมิงเหมือนจะฟังรู้เรื่อง ดวงตามันแดงฉานด้วยความแค้น คำรามอย่างน่ากลัว

“ไปสิหมวด ไม่ต้องห่วงผม” จ่าชิตเร่ง

สมรักษ์ตัดสินใจโดดลงน้ำไปตามหาแก้ว ส่วนจ่าชิตเข้าโรมรันกับเสือสมิง โดยที่กินรีอยากเข้าไปช่วยแต่เธอก็อ่อนแรงเกินทำได้

ขณะที่จ่าชิตกำลังจะเสียทีเสือสมิงที่อยู่ในร่างกึ่งเสือกึ่งคน พระธุดงค์ปรากฏกายขึ้นร้องห้าม พร้อมๆกับกินรีส่งเสียงเรียกหลวงพ่อ เสือสมิงเห็นกินรีก็หยุดนิ่งแล้ววิ่งเข้าป่าหายไป

จ่าชิตแปลกใจ ค่อยๆคลานเข้ามากราบนมัสการหลวงพ่อ

“โยมมีชะตากรรมที่ผูกพันกันมาแต่ปางก่อน ชาตินี้เขาจึงตามมา เอานี่ไป มันพอจะช่วยโยมได้” พระธุดงค์ยื่นสร้อยประคำให้จ่าชิต

“ขอบพระคุณมากครับหลวงพ่อ” พูดแล้วจ่าชิตเบนสายตาไปทางกินรี สงสัยทำไมเสือเห็นเธอแล้วหนีไป แต่พอเขาอ้าปากจะซักถาม พระธุดงค์กลับแทรกขึ้นมา

“อย่าไปถามเลย ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจหรอก”

กินรีสงสัยและไม่เข้าใจเหมือนกันแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่ทำตามพระท่านแนะนำให้พาตำรวจคนนี้ไปรักษาตัวก่อน...

กินรีพาจ่าชิตกลับมาที่บ้านแม่หมอแล้วจะทำพิธีกลืนบาปรักษาให้ แต่แม่หมอห้ามไว้เพราะกินรียังมีกำลังไม่พอ ส่วนจ่าชิตเองก็บอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรมาก จึงไม่อยากให้กินรีต้องมาเสี่ยงเพื่อตน

จ่าชิตเพิ่งสังเกตเห็นหิน จำได้ว่าเคยเจอกันมาก่อนในป่าแต่แปลกใจทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้ หินลังเลไม่รู้จะตอบอย่างไร จงใจเลยตอบเสียเองว่าพวกตนมาตามหาหมวดสมรักษ์กับน้องสาวที่ชื่อแก้ว จ่าชิตทำหน้างงๆ เพราะเข้าใจมาตลอดว่าแก้วคือเด็กผู้ชาย

เมื่อหินยืนยันว่าแก้วเป็นผู้หญิงและเป็นพี่สาวของตน แล้วถามหาว่าเธออยู่ที่ไหน จ่าชิตถึงกับหน้าสลดอ้ำอึ้งพูดไม่ออก กินรีเองก็เศร้าเพราะเห็นกับตาว่าแก้วถูกเสือตะปบตกน้ำ โดยที่หมวดสมรักษ์ตามไปช่วย

หลังจากคาดคั้นจนได้ความจริงแล้ว หินกับจงใจหุนหันพลันแล่นจะไปตามหาแก้ว แต่แม่หมอรีบปรามเพราะไปตอนนี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย ควรรอให้สว่างก่อน กินรีเห็นด้วยและให้ความมั่นใจกับสองพี่น้องว่ามีหมวดสมรักษ์อยู่ดูแลแก้วคงไม่เป็นอะไร

จริงอย่างที่กินรีคาด สมรักษ์ช่วยแก้วขึ้นจากน้ำได้แต่อาการของเธอก็หนักเอาการ กว่าจะปฐมพยาบาลจนฟื้นก็เล่นเอาหมวดหนุ่มแทบหมดแรง...

ส่วนพะอูที่หายออกไปจากบ้านซึ่งแม่หมอบอกใครต่อใครว่าเขาไปตามกินรี แต่ความจริงเด็กหนุ่มกำลังอยู่ในถ้ำกับงะดินเด ที่ขาของเขามีบาดแผลเลือดไหลเป็นทางแต่เจ้าตัวไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร จับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ มีเพียงงะดินเดที่รู้และใช้วิชาอาคมรักษาจนแผลนั้นหายสนิท

ดึกดื่นค่อนคืนแล้วแต่ภราดรยังนอนไม่หลับ จิตใจประหวัดห่วงหาแต่กินรี เขาลุกออกมายืนหน้าบ้าน จู่ๆลมพัดกรูเกรียวและมีเสียงใครบางคนด่าทอสาปแช่งมากับสายลมนั้น

“เจ้าท้าทายข้าหรือบาเยงโบ เจ้าไม่มีวันจะเอาชนะข้าได้ เจ้าต้องตาย...ตายอย่างทรมาน”

ภราดรเหลียวมองรอบตัวแต่ไม่เห็นผู้ใด ร้องถามว่าใครพูด ก็มีเสียงตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน

“เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆหรือ...ฮ่าๆๆๆ เจ้าผู้นำความวิบัติมาสู่บ้านสาง”

“ไม่...ไม่จริง” หมอหนุ่มตะโกนโต้พลางหันซ้ายหันขวามองหา ประเดิมเดินเข้ามาพอดี ถามเขาว่าหาอะไรอยู่หรือ หมออึกอักเล็กน้อยก่อนปฏิเสธกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร

“นี่ครับถ่านไฟฉายที่หมอสั่ง ผมผ่านมาเห็นไฟยังไม่ปิดเลยแวะเอามาให้ นอนไม่หลับหรือครับหมอ”

“อืม...ผมไม่เข้าใจเรื่องที่แม่หมอพูดว่าผมเป็นตัวนำความวิบัติมาสู่หมู่บ้าน”

“มันก็แค่ความเชื่อ หมออย่าไปใส่ใจเลยครับ”

“ก็เพราะเรื่องความเชื่อนี่แหละ ผู้คนที่นั่นถึงไม่ค่อยจะต้อนรับผม”

ประเดิมสะดุดกึกเมื่อภราดรย้อนด้วยความจริง... เวลาเดียวกันนั้น กินรีก็นอนไม่หลับเช่นกัน เธอคิดถึงภราดร ซึ่งแม่หมอคาดเดาได้ถูกเผง แล้วย้ำเตือนเรื่องเดิมๆที่เคยกำชับว่ากินรีคือผู้สืบทอดผีฟ้าหน้าทอง ดังนั้นจะมีความรักไม่ได้...

ทางด้านสมรักษ์และแก้วในป่า...แก้วมีอาการอักเสบบาดแผลที่โดนเสือขย้ำ สมรักษ์ดูแลเต็มที่และตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะพาแก้วไปหาหมอ แต่แก้วบอกว่าตนอยากไปหาแม่และน้องมากกว่า อยากกลับไปลาทุกคน...

คำพูดของแก้วทำเอาหมวดหนุ่มใจคอไม่ดี พอจะมองออกว่าอาการของเธอสาหัสและอาจจะประคองตัวอยู่ได้อีกไม่นาน

“ได้ไหมหมวด รับปากแก้วสิ แล้วแก้วจะบอกวิธีที่จะเข้าไปที่นั่นให้”

หมวดหนุ่มสงสารแก้วจับใจ พยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับจับมือเธอบีบเบาๆส่งกำลังใจ

ooooooo

เช้าขึ้นระรินมาทำงานตามปกติ พอเจอภราดรก็ตรงรี่เข้าไปบอกเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนที่ตัวเองกับพ่อโดนดักปล้นกลางทาง เธอเล่าเป็นตุเป็นตะเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหมอหนุ่ม และทำทีหวาดกลัวจะมั่วนิ่มกอดรัดเขา แต่ไม่สำเร็จเพราะประเดิมเข้ามาขัดจังหวะ

ประเดิมบอกหมอว่ามีคนไข้ฉุกเฉินโดนเสือกัดมา เขาคือจ่าชิตที่บ้านสาง ระรินได้ยินก็อารมณ์เสียทันที ไม่อยากรับรู้เรื่องคนที่นั่น โดยเฉพาะกินรีที่เป็นศัตรูหัวใจ

หลังจากภราดรทำแผลและฉีดยาให้จ่าชิตที่ผู้ใหญ่สนกับจ่อยพามา หมอย้ำว่าอาการไม่น่าเป็นห่วงอย่างมากก็แค่อักเสบ แต่จริงๆแล้วน่าจะมาให้เร็วกว่านี้

“กว่ากินรีจะพาผมกลับมาที่บ้านแม่หมอก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้วครับ”

“กินรีกับมะค่าไปเรียกผมแต่เช้ามืดให้ผมกับไอ้จ่อยพามานี่แหละครับ”

“กินกลับมาแล้วเหรอ”

“ครับ เมื่อคืนผมกับหมวดและเด็กแก้วไปซุ่มดูเสือ แล้วเจอมันพอดี”

“จ่ายังโชคดีนะที่โดนแค่นี้”

จ่าชิตสะดุดกึก นึกเป็นห่วงแก้วและสมรักษ์ที่โดนหนักกว่าตน อยากจะไปตามหาหมวดที่โดดน้ำลงไปช่วยแก้ว

“เฮ้อ...นี่มันเสืออะไรกัน คนตั้งหลายคนเอาไม่อยู่” ประเดิมบ่นขึ้นมา ผู้ใหญ่สนเดาทันทีว่าต้องเป็นเสือผี แบบที่เขาเรียกกันว่าเสือสมิง

“หมอผมว่าเสือที่ทำร้ายผมกับชาวบ้านก่อนหน้านี้ต้องเป็นตัวเดียวกัน มันเป็นเสือสมิงจริงๆครับหมอ”

“ใช่ครับหมอ ผมกล้ายืนยัน เมียผมโดนมันขย้ำตายแต่ไม่แตะเนื้อเลย จะมีก็แต่หัวใจที่หายไป”

จ่าชิตกับผู้ใหญ่สนยืนยันสองแรงแข็งขัน ภราดรถึงกับนิ่งเงียบ ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแปลกๆที่ยังหาคำตอบไม่ได้

“กลับกันหรือยังผู้ใหญ่ ผมเป็นห่วงหมวด” จ่าชิตลุกจากเตียง ผู้ใหญ่สนขยับตัว ภราดรเห็นดังนั้นไม่รอช้า ขอตามไปด้วยคน แต่แล้วทุกคนต้องชะงักเมื่อระรินเดินเข้ามาถามเสียงใส “จะไปไหนกันหรือคะ”

ขณะนั้น จงใจกับหินเก็บสัมภาระเตรียมออก

จากบ้านแม่หมอเพื่อไปตามหาแก้ว ส่วนกินรีก็จะออกไปหาพะอูที่ป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน มะค่าแวะเอากับข้าวมาให้แม่หมอได้ยินเข้าจึงขอไปกับกินรีด้วย

ในขณะที่จงใจกับหินออกเดินทาง แก้วกับสมรักษ์ในป่าก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน แก้วต้องการกลับบ้านไปหาแม่ ย้ำแล้วย้ำอีกว่าหมวดต้องไปส่งให้ถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งที่นั่นคือชุมโจรเสือใจ หมวดต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรคนที่นั่น

สมรักษ์รู้แก่ใจมาตลอดแต่ทำกลบเกลื่อนเหมือนเพิ่งรู้ว่าที่แห่งนั้นคือชุมโจรเสือใจ...เขาพยักหน้าน้อยๆ แล้วชวนเธอออกเดินทาง

หินกับจงใจเดินเท้าอย่างรวดเร็วเพราะชำนาญเส้นทาง สักพักใหญ่ๆทั้งคู่ได้ยินเสียงม้าร้องมาจากทางหนึ่ง พอเข้าไปดูก็พบม้าจริงๆ และจำได้แม่นด้วยว่าเป็นม้าของทศ

“สงสัยพี่ทศจะลอบออกมากับพี่เรืองกับลูกน้องอีกสองคน” หินเดาถูกเผง

“แล้วนี่พวกเขาไปไหนกันหมด”

“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ได้ค้างคืนที่นี่ พี่ทศคงเอาม้ามาซ่อนแล้วไปทำอะไรสักอย่าง”

“แย่แล้ว!! ถ้าพวกพี่ทศเกิดไปเจอหมวดก่อนเราก็แย่น่ะสิ”

“ใช่...รีบไปเถอะพี่” หินวิ่งนำหน้าจงใจออกไปทันที

ooooooo

ทศกับเรืองและลูกน้องอีกคนถูกจับมัดอยู่ในปางไม้ของเสี่ยรงค์ด้วยฝีมือของอองไชยตั้งแต่เมื่อคืน นี่เองทำให้พวกทศรู้เห็นถึงธุรกิจผิดกฎหมายของเสี่ยรงค์ โดยเฉพาะฝิ่นดิบที่มีมากมาย

สายหน่อย เสี่ยรงค์มาดูเชลยของตนแล้วคาดคั้นจนได้ความว่าทศคือลูกบุญธรรมของเสือใจ และที่พวกเขามาหมู่บ้านสางก็เพื่อมาตามจงใจลูกสาวของพ่อเสือที่บอกว่าจะมาดูข่าวเสือกัดชาวบ้าน

สอบสวนกันไม่นาน เสี่ยรงค์ก็ปล่อยตัวพวกทศ อย่างง่ายดาย ซึ่งก่อนไปทศบอกด้วยว่าตนจะกลับมาที่นี่อีกพร้อมฝิ่นดิบถ้าเสี่ยรงค์ต้องการ

หลังจากพวกทศไปแล้ว เบิ้มที่ข้องใจเหลือเกินก็ถามเสี่ยรงค์ว่าทำไมปล่อยพวกมัน แต่อองไชยชิงพูดเสียก่อนว่าเสี่ยทำถูกแล้ว

“ใช่ ฉันว่าคนอย่างมันน่ะมักใหญ่ใฝ่สูง ฉันรู้จัก นิสัยไอ้ใจมันดี ใครนอกคำสั่งมัน มันเอาตายแน่ แสดงว่าไอ้เสือทศนี่มันต้องอยากใหญ่ และไอ้คนแบบนี้แหละฉันจะเอามันมาใช้ฆ่าไอ้ใจเอง”

ฟังเหตุผลของเสี่ยรงค์แล้ว เบิ้มหายข้องใจเป็นปลิดทิ้ง ส่วนอองไชยอยากรู้เรื่องเสือกัดคนตายจึงขอตัวไปสืบข่าว

ขณะเดียวกัน จ่าชิตกับภราดรกำลังเตรียมตัวไปตามหาสมรักษ์ ซึ่งทั้งคู่ไม่ยอมให้ระรินไปด้วย ส่วนเรื่องที่จ่าชิตบอกว่าก่อนจะสู้กับเสือตนเห็นกินรีนำเครื่องเซ่นไหว้ไปไว้โคนต้นไม้ใหญ่แล้วก็สำรอกออกมาเป็นเลือด มันน่าสงสัยมาก และเสือก็ไม่ทำร้ายกินรีด้วย ภราดรฟังแล้วยิ่งอยากรู้ที่มาที่ไปจึงชวนจ่าชิตแวะบ้านแม่หมอก่อนไปตามหาสมรักษ์ แต่ไม่ว่าภราดรจะซักถามอะไรแม่หมอก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นท่าเดียว และไม่ยอมบอกด้วยว่ากินรีไปตามหาพะอู จ่าชิตจับสังเกตแม่หมอด้วยความสงสัยว่าแกอาจจะเกี่ยวข้องเรื่องเสือด้วย

ด้านทศกับสมุนกำลังมุ่งหน้าไปเอาม้าที่ซ่อนไว้ ทศคิดการณ์ใหญ่จะค้าขายฝิ่นกับเสี่ยรงค์โดยไม่บอกให้เสือใจรู้ แล้วต่อไปเขาก็จะขึ้นเป็นใหญ่แทนเสือใจในที่สุด แต่เรืองยังกลัวข่าวรั่วไหล ทศย้ำว่าถ้าเรืองกับตนไม่พูด พ่อเสือจะรู้ได้ยังไง...ว่าแล้วทศก็ยิงสมุนอีกคนที่เดินตามหลังอย่างเลือดเย็น

“ทีนี้ก็เหลือเอ็งกับข้าแล้ว” ทศหัวเราะหึๆ เดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนจงใจกับหินที่ออกตามหาสมรักษ์และแก้ว... สองพี่น้องมาถูกทาง เจอรอยเท้าชายหญิงและกองไฟที่เพิ่งมอดไม่นาน ที่สำคัญมีสร้อยข้อมือของแก้วหล่นอยู่ด้วย และมีร่องรอยลากแพ หินคาดว่าแก้วคงบาดเจ็บแล้วหมวดอาจจะพาไปส่งบ้าน ดังนั้นเราต้องรีบไปให้ทันก่อนพวกทศ

“เราต้องใช้ม้า!” จงใจพูดโพล่งแล้ววิ่งนำหินย้อนกลับไปทางที่เจอม้า...นับว่าโชคดีที่มาถึงก่อนทศกับเรือง สองพี่น้องจึงได้ม้าไป ทิ้งความเจ็บใจไว้ให้สองเสือที่ไม่รู้ว่ามือดีพวกไหนมันบังอาจนัก!

ฟากกินรีกับมะค่าที่ออกตามหาพะอู สองสาวเดินตามรอยเลือดมาจนถึงทางขึ้นเขาต้องห้าม กินรีลังเล อยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจก้าวเดินต่อไป แต่มะค่าไม่กล้าพอ รีบดึงแขนกินรีไว้

“ข้าว่าเราอย่าไปเลย กลับไปตามชาวบ้านมาช่วยกันดีกว่า”

ทันใด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากบนเขา สองสาวชะงัก มองหน้ากันอย่างตื่นตะลึง!

งะดินเดในถ้ำรับรู้ถึงการมาของกินรี เขาใช้วิชาอาคมสะกดเธอให้ขึ้นมา มะค่าตกใจมากที่กินรีเดินตัวแข็งไป เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หยุด กระทั่งอองไชยโผล่มาเจอ สองฝ่ายประจันหน้ากัน อองไชยรู้ว่ามีปิศาจสิงร่างกินรีจึงจ่อปืนเตรียมยิง พลันจ่าชิตที่พรวดพราดมากับภราดรชิงยิงอองไชยเสียก่อน แต่กระสุนไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย

จ่าชิตร้องลั่นอย่างไม่อยากเชื่อ อองไชยไม่พูดอะไรแต่เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนกินรีกลับมาเป็นคนเดิม เธอสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่ไม่ทันที่ใครจะทำอะไรยังไง พลันเกิดลมพายุพัดกระหน่ำ ทุกคนแทบยืนไม่อยู่ พลัดหลงกันโดยกินรีไปกับภราดร มะค่าไปกับจ่าชิต

อองไชยที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มพยายามหาที่ยึด สีหน้าเขาครุ่นคิดว่าใครกันที่มีอาคมแก่กล้าเพียงนี้...จากนั้นเขานั่งลงหยิบดาบขนาดเล็กที่ติดตัวไว้ตลอดออกมาบริกรรมคาถา เพียงไม่นานลมพายุก็สงบลงอย่างน่า อัศจรรย์ งะดินเดในถ้ำลืมตาโพลงด้วยความไม่พอใจที่ใครบังอาจมาหยุดอาคมของตนได้ แล้วทำไมมันถึงมีดาบเล่มนั้น!

เสือสมิง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด