ตอนที่ 6
ทศแอบไปทำนอกเหนือคำสั่งแถมยังพาสมุนไปตายถึงสามศพ เมื่อกลับถึงชุมโจรและเสือใจล่วงรู้เข้าจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงกับจะยิง ทิ้ง แต่นับว่าทศยังโชคดีที่จงใจเข้ามาห้ามไว้เสียก่อน
ทศทำเป็นสำนึกผิด แค่ต่อหน้าเสือใจ แต่พอลับหลังก็แสดงความโมโหและยังอาฆาตแค้นอย่างไม่มีความเคารพยำเกรง ทั้งที่เสือใจเลี้ยงดูเขามาเหมือนลูกคนหนึ่ง แต่กับจงใจที่ทศแอบรักมานาน เขายังทำดีต่อเธอด้วยการตามไปขอบใจที่ช่วยชีวิตไว้ แต่เวลานั้นจงใจอยู่กับหิน ทศจึงเข้าถึงยาก เพราะหินยังโกรธแค้นเขาไม่หายที่ทำให้ตนบาดเจ็บปางตาย
ด้านสมรักษ์ที่ยัง พักรักษาตัวโดยมีแก้วคอยดูแล เวลานี้อาการของเขาดีขึ้นมากแต่ยังไม่ปกติเต็มร้อย พอรู้ข่าวว่าเมื่อคืนมีโจรปล้นบ้านแม่หมอและถูกเสือกัดตายสามศพ เขาร้อนใจอยากไปดู ก็พอดีจ่าชิตแวะมาหาและเล่าให้ฟังอย่างละเอียด แก้วฟังอยู่รอบนอกเงียบๆ พอได้ยินว่าโจรกลุ่มนั้นเป็นพวกเสือใจ แก้วถึงกับหูผึ่งตาพองก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลเมื่อได้ยินสมรักษ์ย้ำหนัก แน่นว่า รอให้ตนหายเจ็บก่อนแล้วจะตามไปกวาดล้างให้หมดทั้งก๊ก
ข้างฝ่าย คณะของภราดรที่กำลังมุ่งหน้าไปบ้านน้ำพุเพื่อนำน้ำศักดิ์สิทธิ์มารักษามะค่า ที่ยังไม่รู้สติอยู่ที่บ้านแม่หมอ ระหว่างทางรถเกิดยางแตกทั้งที่ยังเหลืออีกครึ่งทางกว่าจะถึงจุดหมาย แถมยางอะไหล่รถก็ไม่ได้เติมลมสำรองไว้ ทั้งสี่คนจึงต้องเดินเท้าไปหาที่พักชั่วคราวในคืนนี้ แต่กว่าจะถึงโรงแรมเล็กๆก็เล่นเอาระรินปวดเมื่อย ไปหมด เธอทั้งบ่นทั้งด่าประเดิมที่ไม่เตรียมพร้อมเรื่องรถให้ดี ตรงข้ามกับกินรีที่ไม่บ่นสักคำ แล้วยังไม่เรื่องมากด้วยเมื่อห้องพักมีแค่สองห้อง ซึ่งต้องแยกกันอยู่ระหว่างชายหญิง
ประเดิมอยู่กับภราดร ส่วนระรินกับกินรีอยู่ด้วยกัน ทันทีที่เข้าห้องพักระรินก็พูดจาไม่ดีกับกินรี แขวะแต่เรื่องกินรีเป็นแม่หมดหมอผี สุดท้ายเลยเจอดีเห็นผีเข้าเต็มๆ วิ่งแหกปากไปเรียกภราดรแล้วจะขอนอนด้วยคน แต่หมอหนุ่มยอมไม่ได้ ระรินเลยต้องกลับไปห้องเดิมทั้งที่ยังหวาดกลัวไม่หาย
ตกดึกกำลังเคลิ้มจะ หลับ ระรินนอนบนเตียงคนเดียวเหลียวไปเห็นผีมานอนข้างๆ เธอกรีดร้องลั่นจนกินรีที่นอนอยู่มุมห้องสะดุ้งลุกมาดู แต่ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จึงบอกระรินให้ตั้งสติ อย่าคิดฟุ้งซ่านไปเอง ระริน พยายามแล้วแต่ยังไม่คลายความกลัว เลยยอมให้กินรีขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน
ส่วน อีกห้อง ภราดรกำลังฝันร้ายเห็นเสือกัดคนตาย ก่อนที่ชายชุดโบราณคนหนึ่งจะถือหอกแหลมคมมาไล่แทงเขาเป็นการแก้แค้นที่รอคอย มานานหลายชาติภพ
เมื่อภราดรสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายพร้อมเสียงร้องตกอกตกใจ ทำให้ประเดิมลุกพรวดมาหาและเดาได้ทันทีว่าหมอคงฝันร้ายอีกแล้ว ภราดรพยักหน้ายอมรับก่อนจะเล่าให้ประเดิมฟังว่า
“ใครไม่รู้ใส่ชุดทหารโบราณ จู่ๆมันก็มาไล่แทงผมด้วยหอก บอกว่ามีความแค้นอะไรไม่รู้ ข้ามปีข้ามชาติ”
“ผมว่าคุณหมอคงจะต้องไปหาพระหาเจ้าหรือรด น้ำมนต์ หรือไม่ก็ต้องกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรบ้างแล้วล่ะครับ”
“นั่นสิ ผมไม่เคยฝันอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว”
“คุณหมอเชื่อเรื่องผีสางหรือเปล่าครับ”
“ผมเรียนหมอ มันเน้นวิทยาศาสตร์นะประเดิม”
“แต่ในบางครั้งบางเรื่องวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้นะครับคุณหมอ”
“ประเดิมกำลังจะบอกอะไรผมอย่างนั้นหรือ”
“มัน...ไม่มี ความหมายอะไรหรอกครับ ผมเพียงแค่อยากอธิบายให้คุณหมอเข้าใจเท่านั้น ว่าที่บ้านสางเนี่ยมันมีบางสิ่งบางอย่างที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ จริงๆ”
ภราดรถอนหายใจยาว กวาดสายตามองรอบห้อง ความรู้สึกตื่นตระหนกตกใจเมื่อครู่นี้ยังไม่จางไปไหน ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปในความมืดด้านนอก
“บางครั้งผม ก็เคยสงสัยเหมือนกันนะ ว่าในความมืดที่เรามองไม่เห็นนั่นน่ะมันมีอะไรแอบแฝงอยู่บ้างหรือเปล่า แต่เพราะเราเป็นหมอ เราถูกสอนมาให้เชื่อวิทยาศาสตร์ แต่บางทีผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าวิทยาศาสตร์มันจะให้คำตอบกับเราทุกเรื่องได้ ไหม”
“คุณหมออยู่ที่นี่นานๆก็อาจจะพบคำตอบนั้นได้เองล่ะครับ” พูดจบประเดิมก็กลับไปล้มตัวลงนอน ทิ้งภราดรยืนครุ่นอยู่คนเดียว
ooooooo
เช้า มืด พะอูตื่นนอนและพบว่าใบหน้าตัวเองมีคราบเลือดเปรอะไปหมด เด็กหนุ่มตกใจมากร้องอืออาหวาดกลัวตัวเนื้อสั่น แม่หมอต้องเข้ามาปลอบอยู่พักใหญ่กว่าเขาจะคลายความกลัวลง
สักพักได้ยิน เสียงจ่อยกับชาวบ้านดังเอะอะอยู่ด้านนอก แม่หมอออกมาถามก็ได้ความว่าพวกเขากำลังจะที่บ้านผู้ใหญ่สน เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันที่ชุมโจรเสือใจ หินแอบไปขโมยปืนในคลังมากระบอกหนึ่งเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวถ้าโดนทศข่มเหง แววไม่เห็นด้วยและจะให้ลูกชายเอาไปคืนเพราะกลัวเสือใจโกรธ แต่จงใจกลับบอกว่าไม่เป็นไร ตนเข้าใจความรู้สึกของหิน ปืนหายไปกระบอกเดียวคงไม่มีใครรู้หรอก มันมีเยอะจนจำไม่ไหว
ส่วนที่ โรงแรมที่พวกภราดรนอนค้างเมื่อคืน เช้านี้กินรีตื่นนอนด้วยความสดชื่น ต่างจากระรินลิบลับที่สะโหล สะเหลอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน พอเจอหน้าหมอภราดร เธอก็ร่ำร้องชวนเขากลับบ้าน ไม่อยากเดินทางต่อ
“ไม่ได้นะคะ มะค่ากำลังรอน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่” กินรีท้วงทันที
“งมงาย...น้ำบ้าน้ำบออะไรจะช่วยให้คนฟื้น ฉันว่ากลับไปเอาส่งโรงพยาบาลดีกว่า กลับกันเถอะค่ะหมอ”
“ไม่ครับ เราจะไปกันต่อ”
“คุณหมอ...นี่คุณหมองมงายไปกับนางแม่มดแล้วหรือคะ แกใช้เวทมนตร์กับหมอใช่ไหมนังกินรี”
ระรินโมโหตรงเข้ามาจะตบกินรี ภราดรเข้าห้ามด้วยสีหน้าขึงขัง
“อย่านะระริน อยากจะกลับก็กลับไปคนเดียว ผมจะไปกับกินรี”
“นั่นสิ ถ้าคุณระรินอยากจะกลับล่ะก็ผมจะไปว่ารถให้เขาไปส่งให้ครับ เอาไหมครับ”
“ไม่! ฉันต้องไปดูแลหมอ ฉันว่านังแม่มดนี่ต้องทำคุณไสยใส่หมอแน่” พูดจบระรินก็เชิดใส่ประเดิม แล้วเดินสะบัดสะบิ้งไปที่รถ กินรีมองตามหน้าเศร้า ภราดรเห็นแล้วรู้สึกสงสาร
ooooooo
หินได้ข่าวเมื่อคืนมีเสือกัดคนตายที่หมู่บ้านสางจึงชวนจงใจไปดู เพราะเชื่อว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ต้องมีตำรวจอยู่ที่นั่น จงใจอยากเจอสมรักษ์และแก้วอยู่แล้วจึงตกลงทันที แต่กว่าจะโน้มน้าวเว้าวอนขออนุญาตเสือใจสำเร็จก็ต้องอ้างเหตุผลต่างๆนานาอยู่นาน
ขณะที่หินกับจงใจออกเดินทาง เป็นเวลาที่หมู่บ้านสาง ตำรวจกำลังชันสูตรศพคนตายที่โดนเสือขย้ำร่างแหลกเละ แต่น่าแปลกที่เสือไม่กินเนื้อ ซึ่งจ่าชิตตั้งข้อสังเกตว่าปกติเสือจะฆ่าเพื่อล่ากินเป็นอาหาร มันจะไม่กัดคนถ้าไม่จำเป็น แบบจวนตัวหรือว่าหิวโหย
“มันก็แปลกอยู่ คิดว่าจะเป็นตัวเดียวกับที่ฆ่าเมียผู้ใหญ่ไหม”
คำพูดของสมรักษ์ทำเอาผู้ใหญ่สนหูผึ่ง ในขณะ
ที่เสนลูกชายเริ่มมีอาการหวาดผวา พร่ำพูดว่าเสือกัดแม่ เสือเป็นคน คนเป็นเสือ
“เอ็งว่าอะไรนะไอ้หนู” จ่าชิตเข้ามาถาม...เสนหลบวูบไปอยู่หลังผู้ใหญ่สน แต่ยังคงรำพันคำพูดเดิมๆว่าเสือเป็นคน คนเป็นเสือ จ่าชิตได้ยินชัดตาวาวขึ้นทันที “เสือสมิงเหรอ เอ็งกำลังจะบอกว่ามันเป็นเสือสมิงเหรอไอ้หนู”
เสนมีท่าทีเลิ่กลั่กตื่นกลัว วิ่งผละออกจากข้างหลังพ่อหนีกลับบ้าน พร้อมกับตะโกนไปตลอดทาง
“ข้าไม่รู้...แม่ตายแล้ว เสือกัดคน คนเป็นเสือ แม่ตายแล้ว...”
ผู้ใหญ่สนมองตามหลังลูกไปอย่างมึนงง ส่วนชาวบ้านพากันหวาดหวั่นขนลุกขนพอง สมรักษ์สีหน้าไม่อยากเชื่อ เปรยขึ้นเบาๆ
“เสือสมิงเหรอ ในโลกนี้ยังมีความเชื่อเรื่องเสือสมิงอยู่อีกหรือ”
“ว่าไม่ได้นะครับหมวด ในหมู่บ้านกลางป่ากลางดงอย่างนี้ เรื่องพวกนี้เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นจริงแค่ไหน”
“เหลวไหลน่ะจ่า เสือสมิงอะไรที่ไหนกัน”
“แล้วหมวดบอกได้ไหมล่ะครับว่าทำไมเสือมันกัดคนแล้วถึงไม่กินเหยื่อ หรือว่าหมวดลืมเรื่องเสือตัวนั้นไปแล้ว ตัวที่มันกระโจนใส่หมวดจนตกน้ำ ตัวที่เราระดมยิงใส่แต่มันไม่เป็นอะไรเลย หมวดว่ามันแปลกไหมล่ะ”
สมรักษ์ชะงัก...นิ่งไปอย่างครุ่นคิด ขณะเดียวกันแก้วซึ่งมากับสมรักษ์ได้แวะไปหาแม่หมอที่บ้าน เห็นมะค่านอนไม่รู้สติเพราะถูกอาคมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ถามแม่หมอว่าเธอมีโอกาสจะหายไหม
“หายสิ มันต้องหาย กินรีกำลังไปเอายา...แล้วนี่ผู้หมวดของเอ็งเขาทำอะไรอยู่ที่ไหนล่ะ เอ็งถึงได้แวะมาหาข้าได้”
“หมวดเขากำลังชันสูตรศพอยู่จ้ะ ข้าก็เลยถือ โอกาส แวบมา”
“เออ...เอ็งมาก็ดีแล้ว ช่วยพายายไปที่บ้านนั้นที ยายว่าจะไปช่วยส่งวิญญาณให้อยู่เหมือนกัน”
“ได้จ้ะยาย เดี๋ยวข้าจะพายายไป แล้วพะอูไปไหนล่ะ ไม่เห็นหน้าเลย”
“มันจะไปไหน มันก็ไปเล่นตามประสามันนั่นแหละ”
เวลานั้นพะอูอยู่ที่ลำธารในป่า กำลังคิดสงสัยเรื่อง
เลือดที่เปรอะเปื้อนปากยามตื่นนอนเมื่อเช้า จู่ๆจ่าชิตโผล่เข้ามาเงียบกริบ พะอูถึงสะดุ้งลุกหนีอย่างรวดเร็ว
“เอ็งมานั่งทำอะไรตรงนี้วะไอ้หนู ไม่กลัวเสือหรือไง รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนเสือมันกัดคนตาย”
พะอูส่งเสียงอืออาพลางส่ายหน้า ทำมือทำไม้ถามจ่าชิตว่าจะไปไหน
“ข้าก็จะไปจับเสือน่ะสิ ส่วนเอ็งก็รีบกลับบ้านไปซะ”
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับแล้วผละไป ส่วนจ่าชิตก็ออกเดิน
ทางต่อ โดยไม่รู้ว่าถูกคนรูสองผัวเมียจับตามองตลอดเวลา...
ป่าอีกด้าน จงใจกับหินในชุดทะมัดทะแมงกำลังมุ่งหน้าไปบ้านสาง จงใจเพิ่งสังเกตเห็นมีดที่หินพกมาด้วย ถามเขาว่ามีดอะไรด้ามสวยดี แต่ฝักมันเก่ามากจนน่ากลัว
“มีนายพรานคนหนึ่งให้ข้าไว้ ตอนที่พวกไอ้ทศมันรุมทำร้ายข้า พรานคนนี้แหละที่ช่วยข้าไว้ แกถูกใจข้าเลยให้มีดไว้”
“ไหนดูซิ” จงใจยื่นมือมาทำท่าจะชักด้ามมีดออกจากฝัก หินตกใจถอยหลังกรูดพร้อมกับร้องห้ามเสียงหลง จงใจเลยข้องใจว่าทำไมเขาถึงหวงนัก
“ไม่ใช่หวง แต่พรานเขาสั่งข้าไว้ ถ้าไม่มีอันตรายอย่าดึงมันออกจากฝักเด็ดขาด”
“มีอย่างนี้ด้วย มีดอะไรวะ ห้ามชักออกจากฝัก แล้วถ้าเกิดจะหั่นจะตัดอะไร ชักไม่ได้งั้นสิ”
“ไม่รู้ ก็เขาสั่งเอาไว้อย่างนี้”
จงใจข้องใจไม่หายว่าทำไมต้องห้ามไม่ให้ชักมีดออกจากฝัก เธอเคี่ยวเข็ญจนหินต้องส่งมีดเล่มนั้นให้ในที่สุด อ้างว่าแค่อยากดูว่าทำไมมันแปลกนัก แต่พอได้มีดมาอยู่ในมือก็ชักออกจากฝักโดยเร็วจนหินห้ามไม่ทัน
พลันเกิดควันสีดำเป็นเงารวมตัวเหมือนร่างคน มีหน้ามีตา เผยอปากกรีดร้องคำรามลั่น!!!
ทั้งสองคนตกใจแทบหงายหลัง หินตั้งสติได้ก่อนรีบหยิบมีดเก็บเข้าฝักพร้อมส่งเสียงเรียกมันเข้ามา ร่างนั้นจึงสลายหายไปในพริบตา
“อะไรกันนี่ แปลกดีจัง แกทำได้ไง แกสั่งมันได้”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่คิดว่ามันออกไปจากฝัก มันก็น่าจะกลับเข้าฝัก ถ้าเรียกมันน่ะ”
“แต่ก็ได้ผลนะ ไหนเอามาลองดูอีกทีสิ” จงใจยื่นมือมาอีก คราวนี้หินถอยกรูด สั่นหัวดิกไม่ยอมให้เล่นแล้ว เกิดพลาดอะไรไปเดี๋ยวแก้ไขไม่ได้...พูดจบก็ชวนพี่สาวเดินทางต่อถ้าอยากเจอหมวดสมรักษ์เร็วๆ
แต่ออกเดินไปได้ไม่นาน สองพี่น้องต้องผจญภัยกับคนรูสองผัวเมียแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่ได้พรานอองไชยเข้ามาช่วยไว้ทันท่วงที
แม้อองไชยจัดการจนคนรูสองผัวเมียหนีกระเจิงไปแล้ว แต่หินกับจงใจยังตื่นกลัวไม่หาย คอยเหลียวมองรอบตัวอยู่ตลอดเวลา อองไชยจึงให้ความมั่นใจว่าไอ้สองตัวประหลาดนั่นไม่กลับมาอีกแน่ พวกมันกลัวน้ำ ไม่กล้าเข้ามาแถวลำธารนี่หรอก
“ขอบคุณลุงพรานมากนะจ๊ะที่ช่วยเราสองคน”
“ไม่เป็นไร สงสัยดวงข้ากับไอ้หนูนี่คงจะผูกพันกันไม่น้อย เจอกันสองหนก็เกือบตายทั้งสองหนเลย”
“แล้วไอ้ตัวนั่นมันเป็นตัวอะไร เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น คนก็ไม่ใช่ สัตว์ก็ไม่เชิง”
“เขาเรียกคนรู คนครึ่งสัตว์ ปกติมันจะอยู่ในป่าลึก ไม่มีใครได้พบเห็นมันหรอก ยกเว้นว่าป่าแถวนั้นจะเป็นป่าอาถรรพณ์ที่มีอะไรสักอย่างดึงดูดใจพวกมันเข้ามา”
“ลุงพูดอย่างนี้ก็แสดงว่าป่าแถวนี้เป็นป่าอาถรรพณ์อย่างนั้นหรือจ๊ะ”
“ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าป่าแถวนี้มันมีอาถรรพณ์หรือเปล่า แต่ถ้ามีไอ้สัตว์พวกนี้อาศัยอยู่ก็ไม่แน่ว่ามันต้องผิดปกติอะไรสักอย่าง...ว่าแต่เรื่องมีดเล่มนี้ ข้าบอกเอ็งแล้วว่าถ้าไม่มีอันตรายก็อย่าชักมันออกมา ทำไมเอ็งไม่เชื่อ”
“ความผิดของข้าเองแหละลุง อย่าไปว่าไอ้หินมันเลย ข้าเป็นคนชักมีดออกมาดูเอง หินมันห้ามแล้วแต่ข้าไม่ฟัง” จงใจหน้าจ๋อยสำนึกผิด อองไชยเลยโกรธไม่ลง กำชับหินอีกทีเรื่องมีดที่ให้ไว้
“มีดเล่มนี้มันเป็นมีดอาคม ข้าพกติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ ใช้มันสู้กับสัตว์ร้ายมาแล้วมากมาย เชือดเสือสมิงมาแล้วเป็นสิบตัว ข้าให้เอ็งพกไว้ติดตัว เพราะข้าชอบนิสัยเอ็ง ที่สู้คนไม่ถอยทั้งที่ตัวเล็กแค่นี้ ข้าหวังว่าสักวันมันอาจจะช่วยเอ็งได้”
“ข้าไม่รู้จะขอบคุณลุงพรานยังไง” หินก้มกราบอองไชยอย่างซาบซึ้งตื้นตัน
“ไม่เป็นไรหรอกไอ้หนู ข้าถูกชะตากับเอ็ง ข้าถึงให้ เออ แล้วนี่พวกเอ็งสองคนกำลังจะไปไหนกัน”
“พวกเราสองคนกำลังจะไปบ้านสางกันจ้ะ ได้ข่าวว่ามีเสือกัดคนตายที่นั่น ก็เลยว่าจะไปดูสักหน่อย”
“นั่นแหละเสือสมิงที่ข้ากำลังตามล่าล่ะ”
สองพี่น้องหน้าตาตื่น ถามเป็นเสียงเดียวกันว่าจริงหรือ?
“ข้าเป็นพรานล่าเสือ แต่ไม่ฆ่าเสือธรรมดา ข้าล่าเฉพาะแต่เสือสมิงเท่านั้น ข้าตามมันมาจากฝั่งพม่า หลังจากที่รู้ว่ามีเสือมาอาละวาดแถวนี้”
“เจ๋งไปเลยลุง ถ้าอย่างนั้นเราไปที่นั่นกัน ไปดูซิว่าเสือสมิงที่บ้านสางมันเป็นยังไง” หินลุกขึ้นด้วยท่าทีกระตือรือร้น อองไชยมองยิ้มๆอย่างถูกใจ
เมื่อไปถึงหมู่บ้าน อองไชยขออยู่รอบนอกเพราะไม่อยากตอบคำถามใครๆ ให้สองพี่น้องเข้าไปกันเอง
ooooooo
ด้านภราดรกับคณะที่มีจุดหมายที่บ่อน้ำพุร้อน บัดนี้ทุกคนมาถึงแล้ว แต่กลายเป็นว่าไม่พบบ่อน้ำพุที่เขาเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง แถมจู่ๆท้องฟ้าสว่างจ้าก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มราวกับกลางคืน กินรีอดคิดไม่ได้ว่าหรือนี่จะเกิดอาเพศอย่างที่แม่หมอบอกไว้
ระรินกลัวจนทนไม่ไหวร่ำร้องจะกลับบ้านให้ได้ แต่ภราดรไม่ยอม ย้ำว่าเราต้องเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำพุกลับไปรักษามะค่าให้ได้ แต่เดินไปเดินมาในความมืด ทั้งสี่คนเกิดพลัดหลงกัน ระรินกับประเดิมไปด้วยกัน ส่วนกินรีกับภราดรเดินวนไปวนมาก็กลับมายังจุดเดิม
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ แล้วสองคนนั่นอยู่ไหนก็ไม่รู้”
“ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันก็ไม่เข้าใจ แต่ยายเคยบอกว่ามันเป็นเรื่องของความแค้นระหว่างวิญญาณสามดวง”
“ความแค้นของวิญญาณสามดวง ผู้ใหญ่สนเคยบอกผมเหมือนกัน มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่”
“ไม่รู้สิคะ เรื่องนี้ยายไม่เคยเล่าให้ฟัง บอกเพียงแต่ว่ามันเป็นเรื่องของบรรพบุรุษ” กินรีสีหน้าวิตกกังวล ภราดรเองก็หนักใจไม่แพ้กัน...
สาเหตุที่พวกภราดรไม่เห็นบ่อน้ำพุเพราะอาคมของงะดินเดที่จงใจลวงภราดรและกินรีมาแก้แค้นนั่นเอง ซึ่งบ่อน้ำพุแห่งนี้ในอดีตคือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์บาเยงโบ
หลังจากได้รับตำแหน่งผู้ตรวจราชการในขณะที่บาเยงโบออกทัพ งะดินเดสำคัญตัวราวกับเป็นกษัตริย์เสียเอง มักใหญ่ใฝ่สูงถึงขนาดคิดฆ่าบาเยงโบด้วยการแอบส่งลูกน้องไปจัดการ โดยมีพระสนมอิระวดีรู้เห็นเป็นใจ และแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับงะดินเดอย่างลับๆ
แม้บาเยงโบได้อาบน้ำมหาว่านพิพัฒน์ก่อนออกทัพ แต่เขาไม่รู้ว่างะดินเดเจ้าเล่ห์นักตอนทำพิธีให้...บริเวณแผ่นหลังจึงไม่อาจต้านความแหลมคมของลูกดอกอาบยาพิษได้ ถึงกับหมดสติอย่างฉับพลัน ส่วนลูกน้องงะดินเดสองคนที่โดนทหารจับได้ ก็ชิงฆ่าตัวตายไปโดยไม่ยอมปริปากว่าใครเป็นคนส่งมา
เมื่อทหารพาร่างไร้สติของบาเยงโบกลับวังให้หมอหลวงรักษา ชะเวมะรัตตกใจมากและตั้งข้อสังเกตว่าเป็น ไปได้อย่างไรที่อาวุธแหลมคมระคายผิวเขาทั้งที่อาบน้ำมหาว่านพิพัฒน์ไปแล้ว หมอหลวงเองก็สุดจะหยั่งรู้ แต่ที่แน่ๆ รักษาไม่ได้ เพราะพิษที่เข้าสู่ร่างกายร้ายแรง ไม่มียาถอนพิษ
“ข้าไม่เชื่อ มันจะต้องมียาถอนพิษ หรือวิธีรักษา... แล้วพ่ออยู่หัวจะอยู่ได้อีกกี่เพลา”
หมอหลวงสีหน้าหนักใจก่อนบอกว่าดูจากอาการไม่น่าพ้นสามคืน ชะเวมะรัตฟังแล้วแทบทรุด แต่แข็งใจไม่อ่อนแอต่อหน้าบ่าวไพร่ ย้ำว่าต้องมีวิธีรักษา เจ้าพี่ของตนต้องฟื้น จากนั้นไล่ทุกคนออกไป และห้ามเข้ามาในห้องนี้นอกจากตนจะอนุญาต
งะดินเดทราบข่าวบาเยงโบแล้ว แต่ทำไขสือเมื่อลูกสาวมาพูดให้ฟังในเช้าอีกวัน แย้งว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ตนอาบน้ำมหาว่านพิพัฒน์ให้พ่ออยู่หัวกับมือ หรือท่านไม่ได้ปฏิบัติตามข้อห้าม อาคมจึงเสื่อม
“พ่ออยู่หัวหาได้ทำเยี่ยงนั้นแน่ หากแต่อาจมีใครจงใจทำให้อาคมเสื่อม”
“นี่เจ้าสงสัยพ่อรึ เจ้าหลงผัวจนโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้วชะเวมะรัต”
“ใช่...พี่มันนอกคอก” ชะเวโบเสริมด้วยน้ำเสียงกระด้างไม่ชอบใจพี่สาว
“ข้าหาได้นอกคอก หาได้หลงใหลจนลืมครอบครัว แต่ข้าพูดไปตามความจริง ท่านพ่อใยต้องร้อนตัว”
ชะเวมะรัตทิ้งท้ายแล้วผลุนผลันกลับไปทันที ชะเวโบฮัดฮัดจะเอาเรื่องพี่สาวแต่งะดินเดปรามให้ใจเย็น ในไม่ช้าตนจะปกครองแผ่นดินนี้แล้ว อีกสองคืนบาเยงโบก็ต้องตาย
“แล้วถ้ามันหาได้เป็นไปตามแผนล่ะ ท่านพ่อก็รู้มันมีวิธีที่จะทำให้พ่ออยู่หัวฟื้น”
“ไม่มีทาง ชะเวมะรัตย่อมไม่เลือกวิธีนั้นแน่” งะดินเดพึมพำด้วยความมั่นใจ
ชะเวมะรัตกลับวังด้วยความเป็นห่วงบาเยงโบที่ยังไม่ฟื้น แต่พอเข้ามาเห็นอิระวดีเช็ดเนื้อตัวให้เขา เธอไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากไม่ไว้ใจ ตำหนิไปหลายคำจนมีปากเสียงกันเพราะอิระวดีไม่อ่อนให้ อ้างตัวเป็นเมียคนหนึ่งเหมือนกัน จึงมีสิทธิ์ กระทำได้ อีกอย่างตนก็ได้รับอนุญาตจากผู้สำเร็จราชการแล้ว
“นี่เจ้าหมายความว่าท่านงะดินเดบิดาข้าอนุญาตเช่นนั้นรึ”
“ถูกต้องแล้ว พ่อเป็นคนอนุญาตพระสนมเอง” งะดินเดก้าวเข้ามาพลางสบตากับอิระวดีอย่างรู้กัน
ชะเวมะรัตจับตามองและคิดในใจว่าสองคนนี้คงไม่สุจริตใจแน่ แต่เธอยังวางตัวนิ่งเก็บอาการ เอ่ยเสียงเรียบ
“เช่นนั้นก็แล้วไป เสร็จธุระแล้วก็เชิญ”
อิระวดียิ้มเย้ยอย่างมีชัย เดินออกไปพร้อมงะดินเด... ชะเวมะรัตหันมาสนใจร่างบาเยงโบที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แล้วหันไปทวงถามนางกำนัลถึงเรื่องที่ให้ไปหาหมอเก่งๆ มารักษาพ่ออยู่หัวได้ความว่าอย่างไร
“พวกหม่อมฉันได้ส่งคนไปตระเวนหาจนทั่วแล้วได้คำตอบเดียวกันว่าหาได้มียาถอนพิษไม่เพคะ”
ชะเวมะรัตหน้าสลดหมดหวัง แต่นางกำนัลให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง ยังมีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยพ่ออยู่หัวได้ นั่นก็คือแม่ผีฟ้าหน้าทอง!
ooooooo
ที่โคนต้นไม้ใหญ่ ภราดรกับกินรีนอนหลับใหล หลังจากพยายามค้นหาบ่อน้ำพุแล้วพลัดหลงกับประเดิมและระริน เสียงฟ้าร้องครืนๆทำให้ทั้งคู่สะดุ้งตื่น แล้วงุนงงสงสัยว่าตัวเองหลับไปได้ยังไง แต่ตอนนี้ทั้งคู่ต้องหาที่หลบฝนก่อน เพราะฝนเริ่มโปรยปรายลงมา
หนุ่มสาวเข้าไปหลบฝนในถ้ำ เช่นเดียวกับประเดิมและระรินที่วิ่งตามมาทีหลัง และในถ้ำนี่เอง ทุกคนได้เห็นรอยขีดเขียนที่ผนังเล่าเรื่องราวในสมัยพุกาม มีแท่นบูชาและโครงกระดูกมนุษย์ รูปเสือ และภาษามอญโบราณ
“นี่คงเป็นถ้ำที่คนสมัยก่อนใช้ประกอบพิธีกรรมอะไรสักอย่าง ดูสิ เหมือนว่าจะรักษาคนหรือบูชาอะไรบางอย่าง” ภราดรสันนิษฐาน
“บริเวณนี้เป็นเมืองเก่า เข้าใจว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองตะโก้งอาณาจักรพุกามในอดีตครับหมอ สองสามปีที่แล้วพวกกรมศิลปากรมาขุดพวกข้าวของเครื่องใช้ไปได้หลายอย่าง แต่ที่ยังค้นหากันอยู่ก็คือสุสานกษัตริย์บาเยงโบครับ ว่ากันว่ามีทรัพย์สมบัติถูกฝังเอาไว้มากมาย พวกเสี่ยงโชคยังค้นหาขุดกันไม่เลิก แต่ก็ไม่มีใครเจอ”
ภราดรสนใจข้อมูลจากประเดิม แต่ระรินไม่เชื่อ พูดโพล่งขึ้นมา
“มันก็แค่เรื่องงมงาย ไม่จริงหรอกค่ะ แต่พ่อของระรินก็ยังเชื่อนะคะ ทุกวันนี้ยังให้คนค้นหาอยู่เลย หมดเงินไปกับพวกสิบแปดมงกุฎหลายแล้ว...อย่าไปเชื่อเลยค่ะ”
กินรีเหลือบไปเห็นภาพวาดที่ผนังเป็นรูปผู้หญิงสวมหน้ากาก เธอรำพึงออกมาเบาๆเหมือนตกอยู่ในภวังค์
“เจ้าแม่หน้าทอง...”
เหตุการณ์ย้อนกลับไปสู่อดีตอีกครั้งอย่างทันทีทันใด...ชะเวมะรัตตัดสินใจมุ่งหน้าไปหาแม่ผีฟ้าในถ้ำเพื่อขอร้องให้รักษาบาเยงโบ แต่หญิงชราปฏิเสธเพราะเคยสาบานเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกอีก นั่นก็คือไม่รักษาใคร
ชะเวมะรัตน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ พยายามขอร้องอีกครั้งแต่หญิงชราก็ไม่ใจอ่อน แต่พอเธอลุกขึ้นจะกลับ หญิงชราเหมือนนึกบางอย่างได้ บอกเธอว่าบาเยงโบยังมีทางรอด!!
ooooooo










