สมาชิก

เสือสมิง

ตอนที่ 5

เมื่อหมวดสมรักษ์อาการดีขึ้นมากแล้ว และทางโรงพักก็ส่งรถมารับถึงบ้านแม่หมอ แก้วหันรีหันขวางไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเองต่อไป

“น้องชาย...ไปพักกับพี่ก่อนไป”

แก้วหัวใจพองโตเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปาก

สมรักษ์...แม่หมออมยิ้มเพราะรู้ว่าแก้วเป็นผู้หญิง แต่พอหันไปเห็นสายตาหวานเยิ้มของภราดรที่มองกินรี ก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เร่งหมอให้กลับไปด้วย

ภราดรเตรียมตัวกลับหลังจากรถตำรวจออกไปสักครู่หนึ่งแล้ว แต่ไม่ทันจะก้าวขึ้นรถที่ตัวเองขับมาก็เกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นอย่างฉับพลัน

ท้องฟ้าที่สว่างจ้าเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มอย่างน่าอัศจรรย์ ซ้ำยังมีลมกระโชกแรงทั้งที่ไม่มีเค้าฝน ทุกคนเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา แล้วยิ่งตระหนกตกใจเมื่อพะอูคลุ้มคลั่งวิ่งเข้าไปในป่าราวกับมีใครร้องเรียก กินรีจะวิ่งตามน้องชายแต่แม่หมอห้ามไว้ และทำท่าจะตามไปเอง แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นกระทุ้งเข้าหน้าอกจนกระเด็นไปกองกับพื้น มะค่ารีบเข้าประคองแม่หมอ ส่วนกินรีละล้าละลังแต่เดี๋ยวเดียวก็ตัดสินใจวิ่งตามพะอูไป โดยมีภราดรตามติดด้วยความเป็นห่วง

ที่แท้พะอูถูกคาถาอาคมของงะดินเดเรียกไปที่ถ้ำเชิงเขา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการให้ภราดรตามเข้ามาเพื่อจัดการล้างแค้น!

พะอูถือมีดเป็นอาวุธเข้ามาประจันหน้างะดินเดและคนรูสองผัวเมีย สภาพของทั้งสามน่าเกลียดน่ากลัวเสียจนพะอูตวาดสั่งให้ถอยไป ถ้ายังไม่อยากตาย...พูดไปแล้วพะอูชะงักกึก งุนงงว่าตัวเองเปล่งเสียงได้อย่างไร

“ไม่ต้องแปลกใจ ต่อหน้าข้า เจ้าจะพูดได้...ชะเวโบ”

พะอูชะงักอีกครั้งกับชื่อที่งะดินเดเรียก พลางจ้องมองร่างที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงบนก้อนหิน ตั้งคำถามว่าเขาเรียกตนมาทำไม แล้วเขาเป็นใคร ทำไมทำเหมือนรู้จักตน

“ข้ารู้จักเอ็งดี และข้าเองก็รู้ว่าเอ็งรออะไรอยู่ เราทุกคนรอวันนี้ วันที่กงกรรมกงเกวียนเวียนมาถึง โอกาสที่ข้าจะได้แก้แค้นให้ลูกข้ามาถึงแล้ว”

งะดินเดประกาศดังกึกก้อง น้ำเสียงนั้นทั้งเคียดแค้นชิงชังและโหยหวนด้วยความเศร้าสลด...ยามนั้น แม่หมอนั่งอยู่ในห้องบูชาภายในบ้าน รับรู้ได้ถึงการกระทำของงะดินเด ซึ่งนางต้องขัดขวางเพราะไม่ต้องการให้มีการจองเวรจองกรรม แต่มะค่ายังนั่งอยู่ด้วย แถมไล่เท่าไหร่ก็ไม่กลับ ยืนยันว่าจะอยู่ดูแลยาย

“ถ้างั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าถูกตัวข้าเด็ดขาด เข้าใจไหม”

มะค่ารับคำทั้งที่งุนงงสงสัย...แม่หมอดวงตาวาววับใช้วิชาอาคมออกจากร่างไปช่วยเหลือกินรีกับภราดรที่กำลังโดนปีศาจร้ายของงะดินเดโจมตีก่อนจะถึงถ้ำ แต่ฤทธิ์เดชของงะดินเดเหนือกว่า แม่หมอโดนทำร้ายจนกระอักเลือด ส่วนพะอูที่พยายามห้ามก็โดนเล่นงานจนสลบเหมือด

งะดินเดใช้พลังบังคับแม่หมอกลับร่างเดิมที่บ้านในสภาพกระอักเลือด มะค่าเห็นดังนั้นก็ตกใจรีบเข้าประคอง แต่ร่างของเด็กสาวกลับมีอาการกระตุกเหมือนได้รับอำนาจอะไรสักอย่างแล้วกระเด็นออกไปสลบห่างจากแม่หมอ

“มะค่า...ข้าบอกแล้วว่าอย่ามาถูกตัวข้า...โธ่มะค่าเอ๊ย” แม่หมอคร่ำครวญ สีหน้าวิตกกังวลอย่างที่สุด!

ด้านกินรีกับภราดรที่ยังอยู่ตรงทางขึ้นเขา...แม้ไม่เห็นตัวตนของงะดินเดแต่กินรีมั่นใจว่าเขาคือผู้ทำร้ายแม่หมอ เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นกับตามาแล้วครั้งหนึ่ง

“ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมายุ่งกับเราด้วย พวกเราไปทำอะไรให้ท่าน”

“ใช่...ปล่อยพวกเราไปเถอะ อย่ามายุ่งกับเราเลย”

เสียงกินรีกับภราดรตะโกนฝ่าสายลมอื้ออึง...แล้วได้ยินเสียงตอบของงะดินเดสะท้อนก้องกลับมา

“ปล่อยเจ้าไปงั้นรึ...บาเยงโบ ข้ารอมา 800 กว่าปี เพื่อจะปล่อยเจ้าในวันนี้เหรอ ฝันไปเถอะ เจ้าทำอะไรกับข้าไว้บ้าง ข้าไม่มีวันลืม”

หนุ่มสาวไม่เข้าใจคำพูดนั้น...พลันเกิดลมแรงฟ้าคำรามแล้วผ่าเปรี้ยงเบื้องหน้าทั้งคู่ ภาพในอดีตแห่งอาณาจักรพุกามชัดเจนขึ้นมา!

ในห้องส่วนตัวของงะดินเด จอมขมังเวทซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตาของบาเยงโบกษัตริย์แห่งพุกาม เขากำลังบริกรรมคาถา ดวงตาดุดันน่ากลัวราวเสือร้าย ชะเวโบที่มีใบหน้าเหมือนพะอูราวคนเดียวกันเดินเข้ามาเห็นยังรู้สึกเกรงขาม

ชะเวโบมาตามบิดาไปเข้าเฝ้าพ่ออยู่หัวบาเยงโบภายในท้องพระโรง ซึ่งมีมหาอำมาตย์ ราชครู ทหาร รวมทั้งมเหสีชะเวมะรัต และพระสนมอิระวดีอยู่พร้อมหน้า เมื่องะดินเดเข้ามาพร้อมลูกชาย บาเยงโบท่าทีเกรงใจพ่อตา ถามเรื่องดาบที่สั่งให้ทำว่าเสร็จแล้วหรือยัง

งะดินเดรายงานว่ากำลังดำเนินการอยู่ ยังขาดมวลสารศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง บาเยงโบจึงให้มหาอำมาตย์เป็นคนจัดหา เพราะตนต้องการดาบเล่มนี้โดยเร็ว เพื่อออกไปกำราบพวกทางเหนือที่เริ่มแข็งข้อไม่ยอมส่งเครื่องราชบรรณาการ

“เหตุใดพ่ออยู่หัวจึงต้องออกทัพด้วยพระองค์เอง” งะดินเดตั้งคำถามด้วยความสงสัย

“ข้าต้องให้ความสำคัญกับพวกมันหน่อย หาไม่แล้วพวกมันอาจจะดูแคลนข้าคิดว่าไม่มีปัญญา”

“พ่ออยู่หัวดวงแข็งในช่วงนี้เหมาะกับการทำศึก”

แม้ราชครูพูดออกมาอย่างนั้น แต่บาเยงโบก็ยังไม่มั่นใจเสียทีเดียว อยากให้งะดินเดช่วยอาบน้ำเสกมหาว่านพิพัฒน์ให้ตนด้วย และในระหว่างที่ตนจะไม่อยู่ ตนขอแต่งตั้งท่านราชครูเป็นผู้สำเร็จราชการแทน

งะดินเดหวังตำแหน่งนี้ไว้จึงไม่พอใจอย่างมาก แต่จำต้องสะกดอารมณ์ต่อหน้าพ่ออยู่หัว แล้วไประบายออกที่โรงตีเหล็กเมื่ออยู่กันตามลำพังกับลูกชาย

“บาเยงโบเห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง เหตุใดหาแต่งตั้งข้าสำเร็จราชการไม่”

“พ่ออยู่หัวข้ามหัวท่านพ่อเกินไป ถ้าจะนับไปเราก็ถือว่าเป็นพระญาติเช่นกัน”

“ชะเวมะรัต...ลูกนะลูก ทำไมลูกไม่ทำอะไรบ้างเลย”

“พี่สาวข้าคงหลงระเริงในตำแหน่งน่ะสิ หาได้สนใจครอบครัวไม่”

“งานนี้ข้าไม่ยอมแน่ ข้าต้องสำเร็จราชการแทนราชครูเฒ่านั่น”

“ท่านพ่อจะทำยังไง”

“ถ้าหามีราชครูแล้ว บาเยงโบจะเลือกใคร” งะดินเดคำราม แววตาวาวโรจน์อย่างมีแผน...

ในเวลาเดียวกัน ชะเวมะรัตลูกสาวงะดินเดอยู่ในอุทยานกับบาเยงโบ นางเป็นห่วงที่เขาจะออกทัพเอง แต่พยายามขอร้องก็ไม่สำเร็จ

“ข้าเป็นกษัตริย์ หากมัวแต่อยู่ในวังก็หามีศัตรูเกรงไม่ เจ้าอย่าเป็นห่วงเลย ข้าไม่เป็นอะไรหรอก แต่ที่ข้ากังวลก็คือเจ้า...ที่อาจจะไม่เข้าใจข้า”

“หม่อมฉันจะหาเข้าใจพ่ออยู่หัวด้วยเหตุอันใด”

“ก็เรื่องที่หาได้แต่งตั้งบิดาเจ้าเป็นผู้สำเร็จราชการ”

“หม่อมฉันรู้ว่าสิ่งที่พ่ออยู่หัวกระทำต้องผ่านการกลั่นกรองแล้ว หม่อมฉันหาได้เข้าข้างใคร”

“เจ้าช่างเป็นมเหสีคู่เศวตฉัตรของข้าจริงๆ” บาเยงโบชื่นชมพลางตระกองกอดชะเวมะรัตเข้ามาจูบหน้าผาก อย่างรักใคร่...อิระวดีแอบมองจากมุมหนึ่ง สีหน้าเธอนิ่งแต่แววตาขุ่นเข้ม ครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

ooooooo

ในบ้านพักหมวดสมรักษ์ที่แม่ฮ่องสอน แก้วยังคงวางตัวเป็นชายตลอดเวลา จนสมรักษ์แซวว่าอยู่กับตนไม่ต้องเข้มนักก็ได้ แก้วยิ้มเขินนั่งลงข้างหมวด ขอบคุณที่ให้มาอยู่ด้วย

“ถ้าไม่ให้แก้วอยู่แล้วแก้วจะไปอยู่ที่ไหน กลับบ้านได้เหรอ”

“ถ้าจะกลับก็กลับได้ ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ครับ”

“ไม่มี? ชุมโจรทั้งชุมยังบอกว่าไม่มีอะไร แถมยังโดนพวกเสือไล่ล่าแบบนั้นยังคิดว่าจะกลับไปได้อีกเหรอ”

แก้วสะอึก ไม่นึกว่าหมวดรู้ความจริงว่าที่แห่งนั้นคือชุมโจร และเมื่อถูกเขาจี้จุดว่าที่นั่นคือชุมโจรเสือใจ แก้วจึงพยักหน้ารับอย่างจำนน

“ฉันเองก็ไม่ได้อะไรกับแก้วหรอก ยังไงพวกแก้วก็ช่วยชีวิตฉันไว้ แก้วอยู่ที่นี่แหละ แล้วค่อยหาทางขยับขยาย...แล้วคนที่ชื่อจงใจน่ะเป็นใครเหรอ”

“เป็นลูกสาวพ่อเสือ”

สมรักษ์แทบไม่เชื่อหู เพราะจงใจมีเมตตาและใจดี แถมน่ารักอีกต่างหาก...แก้วมองออกว่าหมวดพึงพอใจจงใจ จึงไม่อยากให้เขาอคติกับพ่อของเธอ

“พ่อเสือไม่ใช่คนดุ ไม่ใช่เสือร้ายอย่างที่ใครคิดกัน ตรงกันข้ามพ่อเสือเป็นคนดีมีเมตตา สั่งสอนให้พวกเราหากินสุจริต แต่มีคนในชุมบางคนยังอยากยึดอาชีพเสือ...อย่างพี่ทศกับพรรคพวก”

“แล้วเสือใจไม่ปรามเหรอ”

แก้วยังไม่ทันตอบก็มีรถตำรวจวิ่งเข้ามาจอด ตำรวจสองนายลงมาทักหมวดสมรักษ์ด้วยความดีใจ แล้วเล่าว่าจ่าชิตเป็นห่วงเขามาก ออกตามทุกวัน ล่าสุดนี่เกือบตายถ้าไม่ได้เสือใจมาช่วยไว้ หมวดฟังแล้วข้องใจว่าทำไมโจรถึงช่วยตำรวจ แก้วเองก็นิ่วหน้าสงสัยเหมือนกัน...

เวลานั้น เสือใจพาหินในสภาพบาดเจ็บปางตายกลับมาถึงชุมโจร แววร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดด้วยความสงสารลูกชาย ส่วนจงใจรู้สึกผิด และตำหนิทศด้วยความไม่พอใจที่ทำรุนแรงกับหินซึ่งยังเด็กอยู่

“เด็กเหรอ...แล้วดูที่มันทำกับข้าสิ มันเอาหน้าไม้

ยิงมือข้าจนใช้การอะไรไม่ได้” ทศพูดพร้อมกับชูมือของตนที่พันแผลไว้ด้วยผ้ามีเลือดสีดำคล้ำแห้งกรัง

“พี่จะทำอะไรล่ะ มันถึงยิงเอา คนอย่างไอ้หินมันคงไม่ยิงหน้าไม้ใส่ใครง่ายๆหรอก ยกเว้นว่าคนนั้นจะทำอะไร”

“ข้าแค่จะตามไอ้แก้วไปเอาตัวไอ้คนที่บุกรุกเท่านั้น”

“ตามไปเฉยๆหรือตามไปฆ่าล่ะ แก้วมันก็พี่ไอ้หินนะ คนบ้านเดียวกัน โตมาด้วยกัน พี่ยังจะใจดำทำลงคอเหรอ”

“แต่ข้าทำตามที่พ่อเสือสั่งนะเว้ย”

“ใช่...ข้าสั่งให้เอ็งไปตามจับกุมพวกมันมา แต่ข้าไม่ได้ต้องการให้เอ็งไปฆ่าใคร” เสือใจพูดโพล่ง มองหินในอ้อมกอดของแววด้วยความเวทนา ก่อนที่จะหันไปจ้องทศซึ่งยืนซึม “เอ็งเห็นแล้วใช่ไหมว่าเอ็งทำอะไรรุนแรงเกินไปหรือเปล่า”

ทศพยักหน้าน้อยๆ พลางก้มหน้ายอมรับผิด

“คนเรา...การที่จะเอาชนะใจชาวบ้านหรือใครให้ได้มันต้องมีความเมตตา ไม่ใช่ว่าทารุณแบบนี้ ขืนเอ็งยังใช้นิสัยแบบนี้ แล้วข้าจะไว้วางใจให้เอ็งดูแลที่นี่แทนข้าได้อย่างไรกัน”

ชาวบ้านต่างซุบซิบนินทา ขณะมองดูทศด้วยสายตาตำหนิ ทศลอบมองเสือใจอย่างไม่พอใจนักที่เขาทำให้ตนเสียหน้าต่อผู้คนทั้งหมู่บ้าน

“เอาละทุกคนเงียบๆกันก่อน พ่อเสือมีอะไรจะพูดกับพวกเรา”

ชาวบ้านนิ่งเงียบตามคำสั่งของดำ รอฟังว่าเสือใจจะว่ากระไรต่อ

“ที่ข้าเรียกประชุมกะทันหันในวันนี้ เพราะชุมเสือของเรามีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น มีคนลอบเข้ามาในชุมเสือของเรา โดยคนของเราพาเข้ามา แล้วก็มีคนของเราพาหลบหนีออกไป ข้าไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เพราะคนที่ทำอย่างนี้ก็คือลูกสาวของข้า”

ชาวบ้านส่งเสียฮือฮาขึ้นทันที สายตาทุกคู่มองมายังจงใจด้วยความสงสัย

“ข้ายอมรับว่าข้าพาคนเข้ามาในหมู่บ้านของเรา แต่เพราะเขาบาดเจ็บสาหัส ข้าไม่อยากเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา ข้าเลยพาเขามารักษา แล้วก็ให้ไอ้แก้วมันพาออกไป โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร และหมู่บ้านนี้อยู่ที่ไหน”

“ข้าเป็นคนกำหนดกฎขึ้นมา เรื่องคนเข้าออกในหมู่บ้านเราเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา และแม้ว่าข้าจะเอาทุกคนไปขัง แต่ก็ยังมีคนแอบหนีออกไปอีกจนได้ ข้าเองก็จนใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี”

“จะทำอย่างไรได้ล่ะ ลูกพ่อเสือนี่ ใครจะกล้า” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น

“เพราะข้ากลัวคำครหาอย่างนี้ไงล่ะ ข้าถึงประชุมพวกเรา จะเอาอย่างไรตัดสินใจกันเอง ข้าไม่ขอเกี่ยว”

จงใจไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนั้นจากปากพ่อ... ฮึดฮัดจะคัดค้านและต่อว่าแต่แววรีบบอกเธอว่าพ่อเสือทำถูกแล้ว อย่าไปว่าเขาเลย คนที่เป็นหัวหน้าคนจำต้องมีความเป็นธรรมกับทุกคน ไม่อย่างนั้นคนอื่นก็จะไม่เกรงใจ

“ลูกใครใครก็รัก ลูกข้าข้าก็รัก แต่เพราะข้าเป็นผู้นำชุมชน เมื่อลูกข้าทำผิด ข้าก็ไม่อาจจะให้อภัยได้ ข้ายกให้พวกเจ้าลงมติเพื่อความยุติธรรม”

ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง ซุบซิบกันไปมาเหมือนจะหาข้อยุติ พลางชำเลืองมองเสือใจด้วยความยำเกรง

“ว่าไงพวกเอ็ง จะเอายังไงก็ว่ามาเลย”

“ข้าว่าเราดูเหตุการณ์ก่อนดีกว่าพ่อเสือ บางทีหนูจงใจอาจจะแค่อยากช่วยคนก็ได้ ถ้าพวกเราไม่มีอันตรายก็ไม่น่าจะเป็นไร”

เสือใจนิ่งตรึกตรองก่อนหันไปถามความเห็นจากชาวบ้านคนอื่นๆ

“เอาตามนั้นแหละพ่อเสือ พวกเราคิดว่าหนูจงใจคงไม่ตั้งใจทำให้พวกเราเดือดร้อนหรอก จริงไหมพวกเรา”

เสียงสนับสนุนของชาวบ้านดังกราวขึ้น เสือใจจึงสรุปให้ตกลงตามนั้น จงใจแอบยิ้ม แต่พอตามแววไปดูสภาพหินที่นอนซมในบ้าน ก็อดโทษตัวเองอีกไม่ได้

“เพราะหนูแท้ๆเลย หินและทุกคนถึงต้องเป็นแบบนี้”

“อย่าโทษตัวเองหรือใครเลยหนู น้าเชื่อว่ามันเป็นวิบากกรรมของเราน่ะ ไม่อย่างนั้นตำรวจคนนั้นจะลอยน้ำมาถึงที่นี่เหรอ ทำไมเขาต้องมาเจอเรา ทำไมเราถึงต้องช่วยเขา มันเป็นเวรกรรมที่ทุกคนมีต่อกัน”

“แต่น้าแววก็เกือบสูญเสียลูกไปทั้งสองคน หินก็เจ็บหนัก แล้วแก้วล่ะ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้”

แววมองดูลูกชายคนเล็ก แล้วเบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่าง แอบซ่อนน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเวทนาลูกทั้งสองคน

“แก้วมันคงไม่เป็นอะไรหรอก คนดีๆอย่างมัน พระคงคุ้มครอง”

“จ้ะ...อีกอย่างหมวดก็เป็นคนดี คงจะไม่ปล่อยแก้วให้ลำบากหรอก”

ขณะที่แววและจงใจพูดคุยกันอยู่นั้น...แก้วที่บ้านหมวดสมรักษ์กำลังนั่งน้ำตาเอ่อคิดถึงแม่ ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้กลับไปชุมโจรอีกหรือเปล่า หมวดหนุ่มเดินมาเมียงมองแล้วตั้งคำถามอย่างรู้ทันว่าคิดถึงบ้านใช่ไหม แก้วพยักหน้าแทนคำตอบ หมวดจึงบอกว่าตนหายดีแล้วจะพาแก้วไป

“จริงหรือหมวด...เอ่อ...แล้วเรื่องพ่อเสือ”

“ถ้าเสือใจเป็นอย่างที่แก้วบอก ฉันก็มีเรื่องที่จะตกลงกับเสือใจ”

“แล้วเสือทศล่ะ”

“บอกแล้วไงว่าฉันจะคุยกับเสือใจคนเดียว” สมรักษ์ตอบจริงจัง แววตาเจ็บแค้นเสือทศ...

ในเวลาเดียวกันนั้น เสือทศกำลังหัวเสียเพราะโดนเสือใจตำหนิต่อหน้าคนทั้งชุมโจร อีกทั้งยังเจ็บใจที่จงใจทำเหมือนไม่มีเยื่อใยกับตนเลย

“พ่อเสือทำเกินไปจริงๆ หักหน้าพี่ทศต่อหน้าชาวบ้าน”

“นั่นไม่เท่าไหร่ แต่น้องจงใจนี่สิ แววตามันบอกว่าคงรับรักข้าไม่ได้แน่ พ่อเสือนะพ่อเสือ”

“อย่างว่าแหละ เขาเป็นนาย เราเป็นบ่าว...นายว่ายังไงก็ต้องฟัง”

“ไม่หรอก...ข้าคงไม่ยอมเป็นบ่าวตลอดชีวิตหรอก” ทศพูดกับสมุนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง สีหน้ามีแววกำแหงฉายชัด!

ooooooo

มะค่าถูกคุณไสยอย่างแรงถึงกับหมดสตินอนนิ่งไม่ไหวติงมาพักใหญ่แล้ว พ่อแม่ทราบข่าวรีบมาดูลูกสาวที่บ้านแม่หมอ พร้อมกับร่ำร้องให้แม่หมอช่วยลูกของตนด้วย แต่แม่หมอก็จนปัญญาเพราะอาคมที่สั่งสมสืบทอดมาจากแม่ของกินรีหมดแล้วจริงๆ

ด้านงะดินเดอาฆาตแค้นบาเยงโบที่ในอดีตไม่ค่อย ให้ความสำคัญ ทั้งที่เขาอยู่ในฐานะพ่อตา ยิ่งเมื่อมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ บาเยงโบกลับมอบตำแหน่งนี้แก่ราชครู ทำให้งะดินเดไม่พอใจอย่างมากถึงกับใช้วิชาอาคมบังคับให้ราชครูแขวนคอตายคาเรือนในคืนก่อนที่บาเยงโบจะออกทัพ แล้วตัวเองก็ได้รับตำแหน่งที่ต้องการนั้นในที่สุด

ความอาฆาตแค้นในอดีตส่งผลถึงในปัจจุบันงะดินเดต้องการล้างแค้นบาเยงโบที่มาเกิดเป็นภราดร อีกทั้งชะเวมะรัตที่มาเกิดเป็นกินรี แม้ในอดีตเธอคือลูกสาวแต่ไม่ฝักใฝ่ช่วยเหลือพ่อ ทั้งคู่จึงถูกงะดินเดตามจองเวร!

และยามนี้ทั้งคู่กำลังตกอยู่ในอันตราย หลังจากแม่หมอพยายามช่วยแล้วแต่ไม่สำเร็จ และถูกงะดินเดเล่นงานจนกระอักเลือด ส่วนมะค่าก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วยอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่

นับเป็นโชคดีของกินรีกับภราดรที่ได้รับความ ช่วยเหลือจากพระธุดงค์จึงรอดเงื้อมมืองะดินเดกลับบ้านได้ แต่พอมาเจอมะค่านอนสลบเพราะถูกคุณไสยแล้วแม่หมอรักษาไม่ได้ ต้องรอเจ้าแม่หน้าทองประทับร่างในวันเพ็ญหน้า ซึ่งแม่หมอกลัวชีวิตมะค่าจะอยู่ไม่ถึง แต่มีอีกวิธีคือต้องใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากทางเหนือมาทำพิธี และผู้ตักน้ำต้องเป็นหญิงพรหมจรรย์

“น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ยายว่ามันอยู่ที่ไหน และมันเป็นยังไง”

“มันอยู่ทางเหนือ เป็นน้ำพุร้อน”

ภราดรนึกออกทันที บอกว่าตนรู้จักและเคยไปมาแล้ว ตนจะพาไปเอง แต่แม่หมอเป็นกังวล เตือนว่าคงไม่ได้เอามาง่ายๆ ตนเชื่อว่ามันคงเป็นกับดักที่จะให้เขาไปติด

“จะยังไงก็แล้วแต่ ผมจะไปเอาน้ำนั่นมาให้ได้ ผมจะกลับไปเตรียมข้าวของที่จำเป็นแล้วจะกลับมารับ นะครับ” ภราดรพูดจบก็รีบร้อนลงเรือนไป

เมื่อไปถึงอนามัย เขาค่อยๆย่องมาเรียกประเดิมเพราะไม่ต้องการให้ระรินรู้ แต่แล้วก็ไม่พ้นหูตาระรินจนได้ เธอเกาะติดเป็นตุ๊กแกขึ้นรถมากับภราดรและประเดิมด้วย

เย็นวันเดียวกันนั้น จ่าชิตแวะมาเยี่ยมสมรักษ์ที่บ้าน การพูดคุยของตำรวจสองนายทำให้แก้วไม่ไว้ใจหมวด สมรักษ์ เพราะแอบได้ยินกับหูว่าเขาจะปิดคดีทำให้เสือใจต้องรับโทษ โดยเฉพาะคดีกับเสี่ยรงค์...

เกือบค่ำแล้ว กินรีรอคอยภราดรอย่างกระวนกระวาย เพราะเป็นห่วงมะค่าที่นอนหายใจอ่อนแรงอยู่บนเรือน แม่หมอเองก็กังวล บ่นแล้วบ่นอีกว่ามะค่าไม่น่ามารับเคราะห์แทนตนเลย

“ชายแก่คนนั้นไม่น่าทำแบบนี้เลย เขาคือใครจ๊ะยาย”

“เขาคือบรรพบุรุษของเรา”

“บรรพบุรุษอะไรของเราเหรอยาย”

“ท่านเป็นคนพาพวกเราหนีมาจากเมืองหงสาวดี มาตั้งหลักอยู่ที่นี่เมื่อ 800 ปีมาแล้ว”

“800 ปี นานป่านนี้แล้วทำไมลุงคนนั้นถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะจ๊ะ”

“ที่เราเห็นน่ะไม่ใช่คนหรอก แต่เป็นดวงวิญญาณของท่าน ซึ่งถูกกักเอาไว้ที่ถ้ำแห่งนั้นนานหลายร้อยปีมาแล้ว”

“วิญญาณเหรอ ทำไมดูเหมือนคนมีชีวิตอยู่”

“เพราะเราสื่อสารกับวิญญาณได้ ก็เลยแลเห็นท่าน คนธรรมดาทั่วไปจะมองไม่เห็นหรอก”

“แล้วทำไมพระรูปนั้นท่านมองเห็นล่ะจ๊ะ”

แม่หมอนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง สีหน้าเหมือนมีอะไร อยู่ในใจ “เพราะท่านเป็นพระ สามารถติดต่อกับวิญญาณ ได้อยู่แล้ว”

“หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมายายรู้เรื่องทั้งหมดนี้ใช่ไหมจ๊ะ”

“นับตั้งแต่หมู่บ้านเราบูชาผีฟ้า ก็เพื่อที่ว่าจะอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษของเราทุกคนที่ล่วงลับไปนานแล้ว เรื่องราวสมัยก่อนยายไม่รู้หรอกว่าเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าลูกหลานเรารุ่นหนึ่งจะต้องมีคนหนึ่งที่ต้องเสียสละตนเองมาเป็นร่างทรงเหมือนหนูนี่แหละ”

“แล้วทำไมท่านใจร้ายจัง...แล้วยายเคยเป็นร่างทรงมาก่อนหรือเปล่า”

“ยายไม่เคยเป็นหรอก”

“แล้วทำไมต้องเป็นหนูล่ะจ๊ะยาย”

“เพราะแม่ของหนูเคยเป็นมาก่อนน่ะสิ”

“แล้วทำไมยายไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน แม่หนูเป็นยังไง”

“ยายไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา จนเมื่อคืนนี้ที่เราได้เจออะไรต่างๆด้วยกัน ยายรู้ว่าไม่ควรจะปิดบังหนู แต่ว่าเอาไว้สักวันหนึ่งยายจะเล่าให้ฟังทั้งหมด”

กินรียังคงมองแม่หมอด้วยสายตาวิงวอน แต่แม่หมอก็ไม่ใจอ่อนในวันนี้...ด้านพะอูที่สลบไสลอยู่ในถ้ำ งะดินเดหยั่งรู้การกระทำของเสือทศที่พาสมุนกลุ่มหนึ่งเข้ามาตามล่าหมวดสมรักษ์และแก้วถึงบ้านสาง และกำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านแม่หมอ พลันพะอูที่นอนสงบอยู่ก็ลืมตาแล้วลุกพรวดด้วยอาคมของงะดินเด

“ได้เวลาที่เจ้าต้องไปแล้ว...ไปได้” งะดินเดใช้เวทมนตร์ซัดร่างพะอูลอยละลิ่วออกไปจากถ้ำ...

เวลานั้น กลุ่มเสือทศถึงบ้านแม่หมอแล้ว พวกมันเข้าใจว่าสมรักษ์คงรักษาตัวอยู่ที่นี่ จึงจู่โจมด้วยการปล้นบ้านพร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปหมด ชาวบ้านละแวกนั้นตกอกตกใจ ผู้ใหญ่สนรีบเกณฑ์ชายฉกรรจ์ไปยังที่เกิดเหตุ รวมทั้งจ่าชิตก็นำกำลังตำรวจมาด้วย

ปรากฏว่าขณะกลุ่มเสือทศกำลังค้นบ้านแม่หมอ มีเสือโคร่งตัวใหญ่กระโจนเข้ามาทำร้ายคนตายไปสามศพ แต่กินรีกับแม่หมอไม่เป็นอะไรเลย เสือทศกลัวมากพาลูกน้องล่าถอยไปอย่างหมดรูป พร้อมๆกับพะอูปรากฏตัวขึ้นในสภาพเลือดเต็มตัว กินรีงุนงงสงสัยซักถามน้องชายเป็นการใหญ่ แต่ผู้ใหญ่สนเข้าใจไปว่าพะอูคงเจอเสือแล้วตกใจเหมือนไอ้เสนลูกของตน

ฝ่ายภราดรที่ตั้งใจมารับกินรีไปบ้านน้ำพุ นึกไม่ถึงว่าเกิดเหตุร้ายที่บ้านแม่หมอ ระรินขยาดถึงกับจะถอดใจกลับบ้าน แต่พอรู้ว่าภราดรมาเพื่อรับกินรีก็เปลี่ยนใจ อยู่ทำตัวเป็นก้างขวางคออีกต่อไป ซึ่งกว่าจะชันสูตรศพทั้งสามเสร็จก็เสียเวลาไปมาก ระรินรอจนหลับคารถ

“ขอบคุณมากนะครับหมอ”

“ไม่เป็นไรหรอกผู้ใหญ่”

“เหนื่อยหน่อยนะครับคุณหมอ ตั้งแต่มาถึงที่นี่ไม่ได้พักกันเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับจ่า มันหน้าที่ของผมอยู่แล้ว เพียงแค่ผมไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาบ่อยขนาดนี้”

“แต่ก่อนก็ไม่มีนะครับคุณหมอ ที่นี่เงียบสงบมาก ไม่เคยมีเรื่องราวอะไร ทุกคนที่นี่อยู่กันอย่างมีความสุข... จริงๆนะครับ เพิ่งจะไม่กี่วันมานี่แหละที่เกิดเรื่องร้ายๆขึ้น จนผมเองก็แปลกใจเหมือนกันว่ามันเกิดอาถรรพณ์อะไรขึ้นหรือเปล่า”

“อาถรรพณ์เหรอครับ...แล้วบนเขานั่นมีอะไรหรือเปล่าครับ”

ผู้ใหญ่สนมองไปยังภูเขาที่แลเห็นสูงตระหง่านอยู่หลังหมู่บ้านท่ามกลางป่าไม้หนาทึบ

“บนยอดเขานั่นมันมีอะไรบางอย่างอยู่บนนั้น มันเป็นเรื่องเล่านานมาแล้ว ตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก คนเฒ่าคนแก่ก็เล่าให้ฟังสืบต่อกันมาเป็นรุ่น”

“เป็นตำนานหรือครับ”

“ก็ไม่เชิงนะครับ มันเป็นเรื่องเล่าที่เขาว่าเป็น เรื่องจริง ที่มันเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านเราโดยเฉพาะ ประเดิม เองก็คงจะพอรู้เหมือนกัน”

ประเดิมยอมรับว่ารู้ แต่ก็ย้ำว่าเป็นเรื่องเล่า และตนเคยเล่าให้หมอฟังไปบ้างแล้ว จ่าชิตเสริมว่าเป็นเรื่องเล่าที่น่ากลัว นั่นยิ่งทำให้ภราดรอยากรู้ต่อ จ่าชิตจึงพยักพเยิดไปทางผู้ใหญ่สน

“เล่าให้คุณหมอฟังเถอะผู้ใหญ่ ยังไงเรื่องนี้คุณหมอก็ต้องได้ยินจากที่อื่นอยู่ดี”

ผู้ใหญ่สนสีหน้าเคร่งขึ้นทันที ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ภราดรฟัง

“มันเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของหมู่บ้านเราครับ ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นมอญกับไทยใหญ่ที่อพยพกันเข้ามาอาศัยบนแผ่นดินไทยนานกว่าพันปีมาแล้ว จะมีพวกพม่าบ้างก็บางส่วน...บนภูเขานั่นว่ากันว่าเป็นที่อยู่อาศัยของผีฟ้า ซึ่งเป็นวิญญาณบรรพบุรุษของพวกเรา ที่อพยพมาจากเมืองตะโก้งเมื่อนานมาแล้ว ท่านรอดตายมาจากการตามล่าของพวกพม่า จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ และสร้างมันขึ้นมาเป็นที่อยู่อาศัย สร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่ มีลูกมีหลานมากมายในรุ่นต่อๆมา ว่ากันว่าก่อนจะจากไป ท่านผู้เฒ่าได้ทิ้งคำสาปเอาไว้ แล้วเดินหายขึ้นไปบนยอดเขานั้น และไม่ได้กลับลงมาอีกเลย”

“มีคำสาปด้วยหรือ ฟังดูน่ากลัวจัง”

“คุณหมออาจจะไม่เชื่อ ผมเองในตอนแรกก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องเล่ามานานกว่าพันปีแล้ว มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้”

“คุณหมอรู้ไหมครับ ว่าทำไมหมู่บ้านนี้จึงมีพิธีกลืนบาป” ประเดิมแทรกขึ้นมา

ภราดรส่ายหน้า มึนงงหนักยิ่งขึ้น ผู้ใหญ่สนจึงขยายต่อ

“ก็เพราะว่าบรรพบุรุษของเรารุ่นต่อมาพยายามที่จะแก้คำสาปของผีฟ้า โดยให้หญิงสาวบริสุทธิ์ที่เป็น ทายาทโดยตรงของตระกูลแบกรับความทรมานด้วยการกลืนกินบาป รักษาไข้ให้กับคนอื่นเพื่อลบล้างอาถรรพณ์ของคำสาปแช่งไม่ให้เกิดขึ้นมา”

“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งไม่ต้องกลัวอะไรอีกไม่ใช่หรือ”

“พวกเขาคงจะไม่ต้องกลัวอะไรแน่ๆครับคุณหมอ ถ้าหากว่าในคืนนั้นคุณหมอไม่ไปทำหน้ากากผีฟ้าของ พวกเขาตกลงมาจากหน้าคนทรงด้วยความบังเอิญ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันกับคำสาปนั่น”

“เพราะมันเป็นการยืนยันถึงการกลับมาพบกันของวิญญาณสามดวงน่ะสิครับ”

“หมายความว่าไง”

“หมายความว่า ถ้าหน้ากากผีฟ้าตกลงมาจากหน้าคนทรงเมื่อไหร่ ก็หมายถึงว่าดวงวิญญาณสามดวงได้กลับมาพบกันแล้วในชาตินี้”

ภราดรนิ่งอึ้งอยู่นานเพราะนึกไม่ถึง ก่อนที่จะหันไปทางประเดิมเพื่อขอความเห็น

“สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้นมันเป็นสัญญาณบอกเหตุอาเพศที่ชาวบ้านที่นี่เขากลัวกันครับคุณหมอ”

“ต้องตาย...ทุกคนต้องตาย!!” เสนพูดโพล่งขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ภราดร แล้วยังส่งเสียงร้องติดต่อกันเหมือนคนไม่รู้สึกตัว “เสือมาแล้ว...ทุกคนต้องตาย!”

ทุกคนที่นั่งจับกลุ่มอกสั่นขวัญผวา หันมองเสนเป็นตาเดียว!

ooooooo

เสือสมิง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด