ตอนที่ 17
ขณะที่คนอื่นๆออกมารวมตัวรอคอยเสือเข้ม แววอยู่ในบ้านคนเดียวและเกือบถูกชินสมุนของทศลอบฆ่า ถ้าลุงชมไม่แวะมาดูอาการไข้ของเธออีกครั้ง ชินเจ็บใจที่ทำงานไม่สำเร็จ ค่อยๆหลบออกจากที่ซ่อนโดยที่แววกับลุงชมไม่รู้ตัว
ส่วนเรืองที่รับคำสั่งจากทศเอาไว้ เวลานี้เขาแอบตัดสายชนวนระเบิดของชาวชุมเสือออกหมดแล้ว เมื่อเข้มกลับมาพร้อมทศ หิน และจงใจ ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆเพื่อรอถล่มกองคาราวานของเสี่ยรงค์แล้วชิงตัวเสือใจมาให้ได้
แต่แผนการที่วางไว้กลับไม่บรรลุผล เพราะระเบิดทั้งหมดไม่ทำงาน พวกเข้มแปลกใจมากจะวิ่งไปดูแต่ต้องชะงักกับเสียงประกาศกร้าวของผู้กองศักดา
“ชาวชุมเสือที่แอบซุ่มอยู่ฟังให้ดี ผมร้อยตำรวจ–เอกศักดา ขอสั่งให้ทุกคนมอบตัวเสียโดยดี อย่าให้ต้องใช้กำลัง ใครที่คิดโจมตีเพื่อชิงตัวเสือใจล่ะก็ ขอให้คิดให้ดี เราไม่อยากใช้กำลัง เราจะให้เวลา 30 วินาที วางอาวุธและยกมือขึ้นสูง แล้วเดินลงมาอย่างช้าๆ”
ศักดาเริ่มจับเวลา เข้มกับดำหันหน้าหารือกันอย่างแปลกใจว่าฝ่ายตรงข้ามรู้ได้ยังไงว่าเราซุ่มอยู่เพื่อชิงตัวเสือใจ
“เกลือต้องเป็นหนอนแน่” จงใจฟันธง...ทศรีบกลบเกลื่อนว่าอย่าเพิ่งหาคนผิดตอนนี้เลย เราช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงดี
ด้านเสือใจที่ถูกควบคุมตัวแน่นหนา เขากลัวคนในชุมเสือของตนจะโดนล้างบางอย่างที่เสี่ยรงค์ปรารถนา จึงคิดหาทางช่วยตัวเองให้หลุดรอดโดยเร็วที่สุด
เมื่อครบกำหนดเวลาที่ผู้กองศักดาประกาศแล้วชาวชุมเสือไม่มีใครยอมมอบตัว การปะทะจึงเกิดขึ้น เสียงปืนดังสนั่นลั่นป่าจนพรานเฒ่าและพวกกินรีได้ยินชัด บ่นกันใหญ่ว่าใครมารบรากันแถวนี้ หรือจะเป็นพวกเดียวกับที่เราได้ยินก่อนหน้านี้
“ท่าทางจะยิงกันหนัก”
“พวกเอ็งรออยู่ที่นี่ อย่าออกไปนอกเขตบ้านข้านะ ข้าจะไปดูสักหน่อย”
พรานเฒ่ากำชับแล้วท่องคาถาวิชาบังกายให้บ้านเอาไว้ก่อนก้าวออกไป ประเดิมพูดพึมพำอย่างทึ่งจัด
“วิชาบังกาย เกิดมาเพิ่งเห็นนี่แหละ ได้ยินแต่เขาเล่ากันไปเล่ากันมา ที่แท้ก็มีจริงๆ”
ooooooo
การปะทะของฝ่ายเสี่ยรงค์กับชาวชุมเสือเป็นไปอย่างดุเดือด เสือใจเห็นคนของตนล้มตายก็ยิ่งฮึด พยายามสะเดาะกุญแจมือจนสำเร็จ แล้วจับหมอภราดรเป็นตัวประกันหนีไป
จงใจเห็นพ่อเสือหนีรอดจึงส่งสัญญาณให้พวกเข้มถอย ก่อนที่ผู้คนของเราจะบาดเจ็บล้มตายไปมากกว่านี้ ทศขัดใจแต่ทำอะไรไม่ได้ จำต้องตามน้ำไปก่อน
ภราดรเต็มใจมากับเสือใจเพราะอยู่ฝ่ายเดียวกันอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันระรินกำลังโวยวายตีโพยตีพายกับพ่อตัวเองอย่างอารมณ์เสียสุดๆ
“ไม่รู้ไอ้บ้านั่นจะจับหมอไปทำไม พ่อต้องตามหมอกลับมาให้ได้ด้วย เกิดระเบิดมันตูมตามหมอของรินไม่เละไปด้วยเหรอ ใครมันออกหัวคิดเรื่องระเบิดนะเนี่ย”
“พ่อก็อยากได้ตัวมันเหมือนกัน หยุดโวยวายเสียทีได้ไหม” เสี่ยรงค์ตวาดลูกแล้วหันไปสั่งเบิ้มให้ตั้งแคมป์ชั่วคราวและวางกำลังคุ้มกันให้แน่นหนา
“ครับ แต่ผมคิดว่าพวกมันคงไม่ย้อนมาแล้วล่ะครับ เสือทศคงคุมสถานการณ์อยู่”
“มันขึ้นอยู่กับเสือทศว่าจะถอดใจหรือยัง” เสี่ยรงค์เอ่ยอย่างไม่มั่นใจ
ด้านอองไชยกับผู้กองศักดาและตำรวจอีกกลุ่มที่ไล่ตามเสือใจกับภราดรไป ทุกคนแข็งขันเต็มที่ยกเว้นจ่าชิต หมวดสมรักษ์กับหมู่อีกคน ที่ต้องการให้เสือใจหลุดรอดเงื้อมมือพวกเสี่ยรงค์ เมื่อศักดาสั่งให้แยกย้ายกันค้นหา ถ้าเจอเสือใจเมื่อไหร่ให้จับตายได้เลย ทั้งสามคนจึงเกาะกลุ่มกันออกไป
ooooooo
ที่ชุมเสือ ทศทำกระตือรือร้นให้คนไปตามลุงชมมารักษาพวกเราที่บาดเจ็บ ส่วนแววรีบมาสอบถามเรื่องราวด้วยความเป็นห่วงเสือใจ
“พ่อเสือหนีไปได้แล้วจ้ะน้าแวว”
“ทำไมไม่ไปช่วยกลับมาล่ะเข้ม”
“พี่น้องของเราล้มตายไปมาก ฉันจึงสั่งถอย”
“ไม่ต้องกลัวหรอกน้าแวว พ่อเสือเป็นคนเก่ง ฉันว่าพ่อเสือต้องเอาตัวรอดมาได้แน่”
“ข้ากลัวว่าพี่เสือของข้าจะโดนลอบกัดกลางทางน่ะสิ” แววพูดโพล่งอย่างไม่ไว้ใจทศ
ทศสะอึกแต่พยายามเก็บพิรุธอย่างเต็มที่ “เราจะออกตามพ่อเสือกันอีก ตอนนี้ให้ทุกคนพักก่อน...ไปไอ้เรือง ไอ้ชิน”
ทั้งสามคนเดินตามกันออกไป แววสีหน้าเป็นกังวล เข้มกับดำมองออก รับปากว่าจะพาเสือใจกลับมาให้ได้
เวลานั้น เสือใจกับภราดรกำลังซ่อนตัวและหาทางเอาระเบิดออกจากตัวเสือใจ ฝ่ายศักดาก็เร่งตามหาไม่ลดละ อองไชยแจกจ่ายกระสุนอาคมให้ทุกคน เพราะรู้ดีว่าการจะจัดการกับเสือใจยากเย็นแค่ไหน
ด้านจ่าชิตที่แยกออกไปกับหมวดสมรักษ์และหมู่ ทั้งสามคนพยายามถ่วงเวลาการตามล่าของผู้กองศักดาเพื่อให้เสือใจมีโอกาสหนีรอดให้มากที่สุด จ่าชิตถึงขนาดวางแผนทำทีว่าหมู่ทำปืนลั่น เสียงปืนทำให้พวกผู้กองวิ่งกรูกันมาเพราะคิดว่าปะทะกับเสือใจ
“หมู่เป็นตำรวจมากี่ปีแล้วเนี่ย ยังทำปืนลั่นอีกเหรอ”
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับหมวด”
กลุ่มของศักดาวิ่งมาได้ยินหมวดสมรักษ์กำลังขึงขังบ่นหมู่ที่ยืนหน้าซีดจ๋อย
“มีอะไรกันหมวด”
“ก็หมู่น่ะสิ เดินๆอยู่ดันทำปืนลั่น ดีที่ไม่โดนใครเข้า กลับไปต้องสั่งขังซะแล้ว”
“ไม่มีอะไรก็ออกค้นหากันได้แล้ว เดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน”
ทุกคนทำตามคำสั่งผู้กองศักดา อองไชยแววตาแข็งกร้าว ใช้วิธีจับยามสามตาเพื่อหาแหล่งซ่อนตัวของเสือใจ แต่เสือใจก็ใช่เล่น ใช้วิชาอาคมสกัดเอาไว้อย่างรู้ทัน
“คิดว่าจะใช้อาคมสกัดข้าได้งั้นรึ...ไม่มีทาง”
อองไชยหลับตาท่องคาถาอีกครู่หนึ่ง ก่อนวิ่งแยกตัวออกไปเพียงลำพัง
ooooooo
เสือใจพาภราดรมาถึงมุมสงบแล้วบอกกับหมอหนุ่มว่าถึงเวลาที่เราจะต้องเสี่ยงกันแล้ว ภราดรมองระเบิดที่ติดกับเสื้อเสือใจอย่างลังเล แต่อีกไม่กี่อึดใจก็ตอบออกไปว่า
“เอาก็เอา แต่ผม...ไม่ค่อยแน่ใจนะ”
“หมอใจเย็นๆ ลองคิดดูให้ดี ตอนที่หมอทำแผลให้ผม หมอเห็นอะไรบ้าง”
ภราดรพยายามตั้งสติคิดทบทวนตอนที่ศักดาถอดสลักระเบิดออกก่อนที่เขาจะทำแผลให้เสือใจ
“ยังไงผมก็ยังจำได้ไม่หมดอยู่ดี”
“หมอต้องทำได้ เราต้องช่วยกัน หมอเห็น ผมจำสัมผัสได้”
ทั้งคู่มองหน้ากันนิ่ง แล้วภราดรก็พยักหน้าหงึกๆ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น...ขณะปฏิบัติการ ภราดรเหงื่อกาฬแตก เสือใจเองก็ลุ้นระทึกตลอดเวลา
ยังไม่ทันจะสำเร็จ อองไชยปรากฏตัวในระยะใกล้ เสือใจซึ่งไหวตัวอยู่ก่อนแล้วรีบใช้อาคมบดบังตนเองและภราดรเอาไว้
“นิ่งไว้หมอ” เสือใจกระซิบ...ภราดรนิ่งแทบไม่หายใจเมื่ออองไชยก้าวเดินมาวนอยู่รอบๆ
“ข้ารู้ว่าแกอยู่แถวนี้ แค่วิชาใบไม้บังตาตื้นๆ คิดว่าจะหลบข้าได้งั้นรึ” ว่าแล้วอองไชยนั่งลงหลับตาบริกรรมคาถา
สองฝ่ายสู้กันด้วยอาคม ผ่านไปสักพักเสือใจท่าทางเป็นรองหลายขุม
“ดูซิ เอ็งจะทนได้นานแค่ไหน” อองไชยพึมพำ
ภราดรเห็นเสือใจเหงื่อผุดเต็มใบหน้า เริ่มต้านทานอองไชยไม่ไหว...พลันพระธุดงค์ปรากฏกายในภวังค์ของเสือใจ เสียงท่านเตือนสติดังแว่ว
“สมาธิเท่านั้นโยม...ความสงบจะสยบการเคลื่อน ไหว นิ่งไว้ รวบรวมสมาธิให้นิ่ง อย่าไขว้เขว”
“หลวงพ่อ...”
“เจริญพร” พูดขาดคำพระธุดงค์ก็หายวับไป
เสือใจปฏิบัติตามคำของท่าน ไม่นานนักก็มีพลังประหลาดทำลายอาคมของอองไชย
“ทำไม...เป็นไปไม่ได้ ทำไมอาคมถึงแก่กล้าเช่นนี้” อองไชยสบถพร้อมกับลืมตาเหลียวมองรอบตัวด้วยความสงสัย
ทันใดนั้น ศักดากับลูกน้องวิ่งกรูกันเข้ามา
“ท่านพราน อยู่นี่เอง กลับกันเถอะเย็นมากแล้ว เดี๋ยวมืดจะเป็นเป้าให้มันเปล่าๆ”
หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว เสือใจกับภราดรก็เผยตัว อย่างโล่งอก แต่แล้วทั้งคู่ก็ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีกครั้ง เพราะภราดรต้องถอดสลักระเบิดให้เสือใจต่อ
พรานเฒ่าโผล่มาทันเวลาพอดี...เขาช่วยภราดรถอดระเบิดออกจากตัวเสือใจได้สำเร็จแล้วนำพาทั้งคู่ไปยังกระท่อมของตนที่กินรี ประเดิม และมะค่ามาอาศัยอยู่ก่อน
ภราดรดีใจมากที่พบกินรี แต่เขาไม่แสดงออกเพราะยังต้องเล่นละครตบตาเธอต่อไปตามที่ตกลงกับจ่าชิตไว้ ฝ่ายเสือใจพอรู้เห็นว่าภราดรเจอคนรู้จักจึงขอตัวกลับชุมเสือของตนไปพร้อมกับเข้มและดำที่เจอกันโดยบังเอิญก่อนถึงชุมเสือ
ระรินหงุดหงิดไม่พอใจที่พวกศักดาตามหาภราดรไม่เจอ เธอบ่นแล้วบ่นอีกจนเสี่ยรงค์ต้องรับปากเพื่อตัดรำคาญให้ตั้งแคมป์ชั่วคราวอีกคืนเพื่อตามหาหมอให้เจอในวันรุ่งขึ้น
หลังจากจัดการเรื่องที่พักกันเรียบร้อยแล้ว จ่าชิตกับหมวดสมรักษ์ที่ยังอยู่ในขบวนของเสี่ยรงค์ก็แยกตัวไปนั่งคุยกันตามลำพัง
“จ่าว่าเสือใจจะปลดระเบิดได้หรือเปล่า”
“ได้สิ คนอย่างไอ้ใจมันเป็นคนฉลาด ผมมานั่งนึกๆดูถึงรู้ว่าทำไมมันถึงให้หมอภราดรมาทำแผล และทำไมมันต้องจับหมอภราดรไป”
“ก็เอาไปเป็นตัวประกัน”
“ไม่ใช่หรอก มันตั้งใจให้หมอภราดรดูผู้กองศักดาปลดระเบิด หมวดว่าคนเรียนหมอต้องหัวดีไหมล่ะ”
“จริงด้วย เสือใจนี่ร้ายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าเราต้องมาช่วยโจร”
“ผู้กองศักดาต่างหากที่ช่วยโจร” คำพูดของจ่าชิตทำเอาหมวดสมรักษ์ชะงักไปอย่างเห็นด้วย
ขณะเดียวกัน ภราดรร่วมวงกินข้าวกับพวกกินรีที่กระท่อมพรานเฒ่า หมอหนุ่มแอบมองกินรีบ่อยครั้งด้วยความคิดถึง แต่พอเธอรู้ตัวเขาก็แสร้งทำเมิน แถมเอ่ยถึงระรินเพื่อความแนบเนียน กินรีจึงไม่เอะใจและปักใจเชื่อว่าเขายังอยู่ในมนต์เสน่ห์ของระริน
แต่มีช่วงหนึ่งที่กินรีนำผ้าห่มมาให้ ภราดรเผลอตัวพูดดีกับเธอ และยังแกล้งลองใจเพื่อจับสังเกตอาการของเธอ จนมั่นใจว่าเธอยังรักเขาอยู่เหมือนเดิม
ส่วนที่ชุมเสือ ผูู้คนตื่นเต้นดีใจเมื่อทราบข่าวเสือใจกลับมาอย่างปลอดภัย ยกเว้นวัวสันหลังหวะอย่างพวกทศที่แอบบ่นกันว่าทำไมเสือใจถึงตายยากตายเย็นนัก แต่พอมาอยู่ต่อหน้าทุกคน ทศก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แสดงออกว่าเป็นห่วงพ่อเสือเหลือเกิน ทำเป็นปลุกระดมทุกคนให้ช่วยกันลากตัวเสี่ยรงค์มาสังเวยพี่น้องของเราที่ตายไป แต่แววจับสังเกตทศไม่วางตา มั่นใจว่าเขากำลังเสแสร้งเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
เมื่ออยู่กันตามลำพังในบ้าน แววเล่าเรื่องราวต่างๆ ของทศที่ได้เห็นและรับรู้มาให้เสือใจฟัง แต่เสือใจกลับมีสีหน้าไม่ค่อยเชื่อ ท้วงขึ้นว่าจะเป็นไปได้ยังไง
“ทำไมจะไม่ได้ ไอ้ทศมันเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงมาตั้งแต่เด็กแล้ว”
“ไอ้ทศมันเป็นอย่างนั้นก็จริง แต่มันคงไม่ถึงขนาดทำลายพวกเดียวกันเองหรอก”
“มันก็ไม่แน่หรอก เงิน อำนาจ มันทำให้คนทำอะไรได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะความชั่ว”
“เอาล่ะ เพื่อความเป็นธรรมของไอ้ทศ พี่จะพิสูจน์เอง เริ่มจากสมบัติที่มันฝังเอาไว้”
แววยิ้มพอใจแต่ต้องยุติการสนทนาเมื่อเห็นพวกจงใจเดินเข้ามา...
ooooooo
เช้าแล้ว...พื้นที่ที่เคยมีกระท่อมของพรานเฒ่ากลายเป็นที่โล่งแจ้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกคนแทบไม่เชื่อสายตา เหลียวซ้ายแลขวากันไปมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เป็นไปได้ยังไง แล้วลุงพรานล่ะ”
“สงสัยจะโดนผีหลอกอีกแล้ว คราวนี้ม้าอะไรอีกล่ะมะค่า”
“คงไม่ใช่ผีหรอก แบบนี้เขามาดี”
“นั่นสิ ท่านคงเป็นเทวดาอารักษ์มาช่วยเรามั้ง”
ฟังกินรีสรุปแล้วภราดรไม่อยากเชื่อ แต่ก็ไม่รู้จะหยิบยกเอาอะไรมาคัดค้าน ส่วนประเดิมกับมะค่านั้นเชื่อสนิท ต่างพนมมือท่วมหัวขอบคุณไปทุกทิศ...ที่แท้พรานเฒ่าก็คือพระธุดงค์ที่คอยช่วยเหลือกินรีมาตลอดนั่นเอง
ที่แคมป์เสี่ยรงค์ ระรินกำลังกำชับลูกน้องของพ่อและพวกศักดาให้ออกตามหาหมอภราดร ถ้าวันนี้ไม่เจอตนก็จะไม่กลับ ส่วนเสี่ยรงค์ก็สำทับเสียงเข้มว่าต้องหาหมอให้เจอ ศักดาขานรับแล้วสั่งลูกน้องแยกย้ายกันค้นหา
ไม่ช้าไม่นาน อองไชยไปพบระเบิดที่เสือใจแขวนไว้กับต้นไม้ เขารู้ทันทีว่าเสือใจหนีลอยนวลไปแล้ว ฟากกลุ่มของศักดาก็เจอพวกภราดรแล้วเช่นกัน ทั้งหมดจึงรีบกลับไปที่แคมป์เพื่อเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด
งะดินเดล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมด เขาบอกพะอูที่เป็นห่วงกินรีว่าพี่สาวของเจ้ากำลังจะกลับบ้านแล้ว ฉับพลันพระธุดงค์ปรากฏกายตรงหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“และก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องกลับบ้านเหมือนกัน พะอู”
“ภิกษุโล้น...เจ้าเป็นใครถึงจะมาสั่งโน่นสั่งนี่ ชะเวโบเป็นลูกของข้า เขาก็ต้องอยู่กับข้าไม่ใช่หรือ”
“ใช่...ลูกของเจ้าคือชะเวโบ แต่ไม่ใช่พะอู เรื่องนี้เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ ชะเวโบเป็นเพียงแค่จิตเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตน”
“เจ้าถึงสกัดข้าไม่ให้คุมจิตเขาได้ใช่ไหม”
“อาตมาแค่ไม่อยากให้ใครทำบาปโดยไม่ได้ตั้งใจ กลับกันได้แล้วพะอู”
สิ้นเสียง...สร้อยประคำในมือพระธุดงค์ลอยไปสวมที่คอพะอูอย่างรวดเร็ว งะดินเดตวาดอย่างไม่พอใจ
“เจ้าคิดว่าจะพากลับไปง่ายๆงั้นรึ”
“เจ้าคิดว่าพะอูอยากอยู่กับเจ้างั้นรึ ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งไว้หรอกงะดินเด”
พระธุดงค์หายวับไปแล้วพร้อมพะอู ทิ้งงะดินเดหันรีหันขวาง พึมพำออกมาด้วยความเจ็บใจ
“ข้าจะทำให้ชะเวโบต้องกลับมารับใช้ข้าเหมือนเดิม”
ooooooo
เรืองวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกทศที่เพิ่งตื่นนอนว่าพ่อเสือเรียกให้ไปพบ ทศเอะใจถามว่ามีเรื่องอะไร แล้วให้ตนไปพบที่ไหน
“ตรงที่พี่ซ่อนของเอาไว้น่ะสิ”
ทศผงะเล็กน้อย คิดว่าวันนี้อาจถึงเวลาต้องแตกหักกับเสือใจ
“เอ็งกับไอ้ชินไปเตรียมม้าไว้ให้พร้อมแล้วไปรอข้าที่เดิม”
“ได้พี่”
เรืองรับปากแล้วจากไป ทศครุ่นคิดหาทางออก... ขณะเดียวกันที่แคมป์เสี่ยรงค์ ทุกคนกำลังเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ เสี่ยรงค์กับศักดายังข้องใจว่าเสือใจถอดระเบิดได้ยังไง ทั้งคู่พยายามจะเอาคำตอบจากภราดรให้ได้ พอเห็นเขาอึกอักก็ยิ่งคาดคั้นอย่างไม่ไว้ใจ
“ว่าไงหมอ หรือว่าหมอเป็นคนถอดเอง”
“หมอน่ะเหรอจะถอดระเบิด ผู้กองเอาอะไรมาพูด ขนาดยิงปืนยังกลัวเลย” ระรินท้วงขึ้นด้วยสีหน้าขำๆ
“แล้วใครล่ะที่ถอดให้มัน” อองไชยเสียงแข็ง
“จะมีใคร มันก็คงถอดของมันเองนั่นแหละ จริงไหมคะหมอ”
“คงอย่างนั้นแหละครับ เพราะตอนที่เสือใจหนีไปแล้วทิ้งผมไว้ผมสลบไม่รู้เรื่อง”
“เห็นไหม หมอไม่เกี่ยวสักหน่อย ไปกันดีกว่าค่ะหมอ” ระรินควงแขนภราดรไปขึ้นรถ คนอื่นๆถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่กลอกลูกตาไปมาอย่างสุดเซ็ง
ooooooo










