ตอนที่ 12
เช้านี้ที่ลานกว้างหน้าโบสถ์มีการตั้งเต็นท์สำหรับตรวจรักษาชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย ประเดิมช่วยภราดรกับ ระรินจัดของ ส่วนกินรีกับมะค่าเตรียมอาหารอยู่อีกมุม... บาทหลวงและจอบิเดินเข้าไปทักทายพวกภราดรด้วยรอยยิ้ม
“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหมครับ”
“ไม่ค่อยหลับค่ะ เมื่อคืนมีเสียงอะไรไม่รู้น่ากลัวจัง” ระรินท่าทางยังสยองไม่หาย
“คงเป็นพวกสัตว์กลางคืนน่ะครับ แถวนี้มีสัตว์แปลกๆ เยอะ ผมถึงบอกว่าอย่าออกไปไหนตอนกลางคืนไงครับ”
ขณะที่จอบิอธิบาย บาทหลวงเดินเลี่ยงไปทางกินรีที่ทำอาหารมือเป็นระวิง
“ความจริงให้ทางโบสถ์เขาจัดให้ก็ได้นี่ลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ ทางอนามัยจ้างพวกเรามา เราก็ต้อง ทำตามหน้าที่”
บาทหลวงมองกินรีไม่เต็มตาเท่าไหร่นัก รู้สึกเหมือน มีอำนาจบางอย่างในตัวเธอ จอบิเดินมาสมทบก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน...
เมื่อถึงเวลาชาวบ้านมารับการตรวจรักษามากมายหลายชนเผ่า แต่หมอคนเดียวเลยช้าหน่อย ระรินคอยชำเลืองมองกินรีที่ช่วยงานแข็งขันอย่างหมั่นไส้ พอได้จังหวะมะค่าเก็บผ้าไปซักทางด้านหลัง เธอฉวยโอกาสแขวะกินรีว่าน่าจะเปิดรักษาแบบหมอผีด้วยอีกแรง
“นั่นสิ จะได้เบาไปบ้าง คนเยอะจริงๆเลย” ภราดรพลอยเป็นไปด้วย
“ถ้าไม่ติดว่าไม่ได้เอาเครื่องเซ่นกับหน้ากากเจ้าแม่หน้าทองมานะ ฉันช่วยไปแล้ว...ฉันเอาของพวกนี้ไปเก็บก่อนนะ เดี๋ยวจะเอายามาเพิ่ม” กินรีศอกกลับนิ่มๆแล้วผละไป ระรินจ้องตามตาขวาง หมั่นไส้สุดๆ
อีกครู่หนึ่ง บาทหลวงเดินมาคุยกับหมอ ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ กลัวตรวจไม่หมด ระรินจึงเสนอให้บอกพวกเขากลับไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ แต่บาทหลวงรีบปฏิเสธ
“คงไม่ได้หรอกลูก พวกนี้มาไกลกันทั้งนั้น เอาอย่าง นี้...พ่อจะให้คนที่ยังไม่ได้ตรวจพักที่นี่ก่อนก็แล้วกัน”
ภราดรไม่ขัดข้อง และไม่ทันเห็นแววตาคมกริบของบาทหลวงที่ดูสาสมใจ...ด้านกินรีที่เอาของในโบสถ์แล้วเผอิญได้ยินเสียงกุกกักดังจากห้องด้านหลัง พอเธอเดินเข้ามาใกล้เสียงนั้นกลับเงียบหาย หญิงสาวแปลกใจ จะเปิดประตูเข้าไปดู แต่ต้องสะดุ้งกับเสียงเข้มดุของจอบิ ที่ดังอยู่ข้างหลัง
“ทำอะไรน่ะ”
กินรีหันขวับกลับมาพร้อมเสียงถอนใจโล่งอก จอบิปรับน้ำเสียงเป็นปกติถามคำถามเดิมว่า
“คุณจะทำอะไร”
“ฉันได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากในห้องนี้”
“นั่นห้องของคุณพ่อ...ไม่มีใครอยู่ในนั้นหรอก ออกไปได้แล้ว คุณพ่อไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามห้องของท่าน”
กินรีพยักหน้ารับด้วยความเกรงแล้วหันกลับออกไปโดยไม่เห็นแววตาแข็งกร้าวของจอบิที่จ้องตามอย่างปองร้าย...
ทางด้านคณะของจงใจที่ออกจากชุมโจรเพื่อนำพืชไร่ไปขาย โดยที่เข้มกับดำนำทางตามคำสั่งเสือใจ และยังมี ชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งร่วมขบวนมาด้วย...ยิ่งสายแดดยิ่งร้อน เข้มจึงให้ทุกคนหยุดพัก แต่ในระหว่างนี้เองเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีโจรกลุ่มหนึ่งปรากฏตัว หัวหน้ามันประกาศก้อง
“ไอ้พวกกองเกวียนฟังให้ดี ทิ้งของและผู้หญิงเอาไว้แล้วไสหัวไปซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเอ็ง”
ทุกคนตกใจมาก เข้มกับดำระแวดระวังปกป้องคนของตนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจงใจลูกพ่อเสือ...เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำสั่งของโจรว้าแดงที่ทศจ้างวานมา แน่นอนว่าต้องเกิดการปะทะกัน เสียงปืนดังสนั่นทำให้สมรักษ์ที่กำลังหลงป่ามาทางนี้หยุดกึก
“ยิงสนั่นกันแบบนี้คงไม่ใช่มาล่าสัตว์แน่” ว่าแล้วหมวดหนุ่มรีบย่างก้าวไปตามเสียงปืนอย่างระวังตัว
สองฝ่ายสาดกระสุนใส่กันดุเดือดเลือดพล่าน...จงใจ แก้ว และหินก็ร่วมด้วยช่วยกันด้วยปืนของเสือใจที่จงใจแอบหยิบมาแจกก่อนออกเดินทาง แต่ผ่านไปสักพักพวกเข้มเป็นรอง ชาวบ้านที่ร่วมต่อสู้ถูกยิงตายเกือบหมด เข้มกับดำเห็นท่าไม่ดีรีบตะโกนสั่งหินและแก้วพาจงใจหนีไป กลุ่มโจรว้าแดงเห็นดังนั้นก็แบ่งคนไล่ตามอย่างกระชั้นชิด
ทันใดนั้นเอง สมรักษ์โผล่พรวดมาช่วยเข้มกับดำที่กำลังเสียเปรียบ สองเสือแห่งชุมโจรเสือใจแทบไม่เชื่อสายตา แต่ก็รีบบอกให้เขาตามไปช่วยจงใจก่อน...ซึ่งเขามาทันเวลาพอดี หินกำลังพลาดท่าถูกยิงที่ขาแล้วจะโดนซ้ำอีกนัด โชคดีที่มีดของหมวดสมรักษ์ลอยละลิ่วมาปักกลางหลังมือปืนจนล้มลงแน่นิ่ง
หลังจากช่วยหินให้รอดตาย สมรักษ์รีบไปช่วยจงใจและแก้วที่กำลังวิ่งหนีพวกโจร แต่นึกไม่ถึงว่าทันทีที่จงใจหันกลับมาเห็นสมรักษ์แล้วเธอจะวิ่งพรวดหาเขา นี่เองทำให้เธอโดนยิงถึงกับทรุดฮวบ
สมรักษ์ตกใจสุดขีด รัวปืนใส่พวกโจรล้มตาย เหลือแต่หัวหน้าคนเดียวเลยต้องถอยฉากหนีกลับไปส่งข่าวเสือทศ ส่วนสมรักษ์ แก้ว และหินรีบพาจงใจที่บาดเจ็บเสียเลือดมากกลับไปยังกองเกวียนเพื่อหาทางให้เธอได้ถึงมือหมอเร็วที่สุด
เวลานั้น เข้มกับดำสู้ยิบตาอยู่กับสมุนโจรว้าแดงอีกกลุ่ม นานเข้าทั้งคู่เป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงตัดสินใจหลีกหนีเพื่อกลับไปบอกเสือใจ เมื่อพวกสมรักษ์พาจงใจกลับมาจึงไม่พบใครเลย นอกจากศพที่ตายเกลื่อนและกองเกวียนของชาวชุมโจร
หินและแก้วนึกได้ว่าบริเวณนี้อยู่ไม่ไกลตลาดชายแดน ที่นั่นน่าจะมีหมอ สมรักษ์จึงเร่งเดินทางพาจงใจออกไปทันที ในเวลาเดียวกันทศเพิ่งรับรู้จากหัวหน้าโจรว้าแดงที่กลับมาส่งข่าวว่าแผนของเราพังหมดแล้ว มีตำรวจมาช่วยผู้หญิงไปได้ ทศไม่รู้ว่าตำรวจคนนั้นเป็นใคร แต่ก็โมโหโกรธาแทบเต้น แล้วยิ่งหัวเสียหนักขึ้นอีกเมื่อสมุนว้าแดงที่สู้รบกับเข้มและดำกลับมาแจ้งข่าวว่าสองเสือนั้นหนีไปได้
เรืองกับชินแตกตื่นคิดว่าเข้มกับดำต้องกลับไปรายงานเสือใจแน่ ละล่ำละลักถามลูกพี่ว่าเราจะทำยังไงกันดี
“ก็ไม่ต้องทำอะไรสิวะ พวกเอ็งนี่มันสมองบางกะโหลกหนาจริงๆ เราไม่ได้เป็นคนปล้น ไอ้เข้มกับไอ้ดำมันก็ต้องรายงานไปตามที่เห็น”
“จริงด้วย” ว่าแล้วเรืองหันไปสบตากับชินอย่างโล่งใจ
ทศโยนถุงเงินค่าจ้างให้หัวหน้าโจรว้าแดง แต่เขาปฏิเสธเพราะทำงานไม่สำเร็จ
“สำเร็จหรือไม่สำเร็จพวกนายก็เหนื่อยแล้วก็เสียคนด้วย เอาไปเถอะ ขอกันกินมากกว่านี้”
“ขอบใจ” หัวหน้าโจรยิ้มเป็นมิตร...งานนี้ทศได้ใจเขาไปเต็มๆ
ooooooo
ที่ลานกว้างแถวโบสถ์ ประเดิมบอกชาวบ้านที่มารอรับการรักษาว่าหมอต้องพักเที่ยงหนึ่งชั่วโมง ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกินข้าวก่อน กินรีเห็นว่าหมอเหนื่อยล้าเหงื่อผุดเต็มหน้าจึงเอาน้ำเย็นมาให้ แต่ไม่ทันจะส่งถึงมือ ระรินก็พุ่งพรวดเข้ามากระชากกินรี จนแก้วน้ำตกแตก
“นังกินรี...ใครใช้ให้แกแส่”
“นั่นสิ...ใครใช้ ฉันไม่ได้อยากกินน้ำเสียหน่อย แส่ไม่เข้าเรื่อง ดูสิ หกเลอะเทอะหมด” ภราดรเข้าข้างระริน กินรีน้อยใจได้แต่ก้มหน้านิ่ง
“ทีหลังไม่ต้องมายุ่ง หมอเป็นคนรักของฉัน ฉันดูแลเองได้ ไปค่ะหมอ ไปทานข้าวกันดีกว่า” ระรินยิ้มเย้ยกินรีแล้วควงแขนภราดรออกไป
ด้านมะค่าที่เก็บผ้าไปซักยังบ่อหลังโบสถ์ เธอได้กลิ่นเหม็นสาบโชยมา ด้วยความสงสัยจึงเดินไปทางหลังพุ่มไม้เพื่อพิสูจน์ว่ามันคืออะไร แต่ทันใดสาวกะเหรี่ยงผู้ช่วยของจอบิโผล่มาดักหน้าจนเธอสะดุ้งเฮือก
“เฮ้ย! โธ่พี่...ตกใจหมดเลย”
“จะไปไหน”
“พี่ไม่ได้กลิ่นอะไรทางโน้นเลยเหรอ”
“คงเป็นพวกซากหมูที่ชาวบ้านเอามาทิ้งน่ะ ไม่ต้องไปสนใจ อีกอย่างคุณพ่อท่านไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามเพ่นพ่านแถวนี้ จะไปทำอะไรก็ไป”
“จ้ะๆ” มะค่ารับคำแล้วเดินกลับไปซักผ้าต่อ จึงหมดโอกาสเห็นซากศพที่กองอยู่หลังพุ่มไม้
ฝ่ายขบวนของสมรักษ์ที่เร่งเดินทางไม่หยุดหย่อนจนมาถึงตลาดชายแดน ปรากฏว่าที่นี่ไม่มีหมอแต่พ่อค้าคนหนึ่งบอกให้ไปที่โบสถ์ เพิ่งมีหมอมาจากในเมืองเมื่อวาน ตอนนี้ชาวบ้านแห่ไปรักษากันเต็มไปหมด
หลังจากสอบถามเส้นทางดิบดีแล้ว พวกสมรักษ์ออกเดินทางต่อทันที แต่กว่าจะถึงก็เย็นมากเพราะระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ ตั้งห้ากิโล และหมอก็หยุดพักแล้วด้วย ตั้งใจว่าจะเริ่มรักษาคนไข้อีกครั้งก็พรุ่งนี้เช้า แต่เมื่อกินรีไปรบเร้าว่ามีคนเจ็บอาการปางตายมา...ด้วยสัญชาตญาณของหมอก็อดไม่ได้
เมื่อภราดรเห็นหมวดสมรักษ์ก็ชะงักแปลกใจและทำท่าจะซักถาม แต่หมวดขอร้องให้ช่วยคนเจ็บก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
ภราดรตรวจดูอาการแล้วบอกว่าคนเจ็บเสียเลือดมาก ต้องฉีดยาบำรุงหัวใจให้ก่อน สมรักษ์ได้ยินดังนั้นก็ยินดีบริจาคเลือดให้จงใจ แต่ภราดรบอกว่าต้องเช็กดูก่อนว่ากรุ๊ปเดียวกันหรือเปล่า
ปรากฏว่าโชคดีเหลือเกิน สมรักษ์กับจงใจมีเลือดกรุ๊ปโอเหมือนกัน!
ooooooo
ที่ชุมโจร...เข้มกับดำกระหืดกระหอบกลับมาแจ้ง ข่าวเสือใจว่ากองเกวียนถูกโจรปล้น เสือใจกับแวว ตกใจมาก รีบร้อนเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมด้วยลูกน้องจำนวนหนึ่ง ซึ่งทุกคนมีอาวุธครบมือ
เมื่อไปถึงไม่พบใครสักคน เสือใจคิดในแง่ดีว่าหมวดสมรักษ์น่าจะช่วยจงใจไปได้ เข้มก็คิดเช่นเดียวกัน เสือใจเป็นห่วงลูกสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจ อยากรู้เหลือเกินว่าพวกเขาไปอยู่กันที่ไหน
“คงไม่มีใครรู้ได้หรอกพี่ แต่อย่างน้อยจงใจ แก้วกับไอ้หินก็คงปลอดภัย”
สิ้นเสียงคาดเดาของแวว...ทศปรากฏตัวพร้อมสองสมุนคนสนิท
“ฉันไม่เชื่อ ฉันว่าป่านนี้ไอ้หมวดนั่นมันคงปู้ยี่ปู้ยำจงใจป่นปี้ไปแล้ว”
“หุบปากเดี๋ยวนี้นะไอ้ทศ ไอ้หมวดนั่นมันไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก”
“ใครจะไปรู้...คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ”
“เอ็งไปไหนมา เมื่อกี้ข้าให้คนตามหาทั่วชุมโจรไม่เห็นเจอ”
“ฉันก็เที่ยวเล่นอยู่แถวนี้แหละ”
“แล้วนี่เอ็งรู้เรื่องโจรปล้นกองเกวียนได้ยังไง”
ทศกับสมุนชะงักและอึกอักนิดหน่อย ก่อนที่ทศจะหาทางรอดด้วยการอ้างว่า เรื่องมันออกจะดัง ระหว่างทางที่ตนมาที่นี่คนเขาพูดกันให้แซ่ด เสือใจหรี่ตามองทศ อย่างไม่ค่อยเชื่อ ส่วนแววตัดบทว่าช่างเถอะ เราควรรีบตามหาพวกจงใจกันดีกว่า เสือใจจึงสั่งแยกย้าย โดยให้เข้มและดำไปกับทศเพราะไม่ไว้ใจ...
หลังจากให้เลือดแก่จงใจแล้ว สมรักษ์มีอาการอ่อนเพลีย แก้วจึงไปขอน้ำหวานจากกินรีมาให้เขาดื่ม ส่วนหินซึ่งบาดเจ็บที่ขาก็ได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว... การดูแลเอาใจใส่ของแก้วต่อสมรักษ์ทำให้กินรีกับมะค่ามองออกว่าเด็กสาวมีใจให้หมวดหนุ่ม มะค่าถึงกับอดแซวแก้วไม่ได้ แต่แก้วก็บอกปัดว่าไม่ได้ชอบ หมวดชอบพี่สาวของตนต่างหาก
ooooooo
ภายในถ้ำ...พะอูถูกงะดินเดบังคับให้นั่งสมาธิเพื่อบำเพ็ญบุญเสริมชะตา พะอูไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะต้องการกลับบ้าน และเมื่อเขารู้จากงะดินเดว่าเวลานี้ กินรีกำลังตกอยู่ในอันตรายในกลุ่มของผีดิบ เขายิ่งอยากหาทางช่วยเหลือพี่สาว...
เย็นย่ำใกล้ค่ำ เสือใจตัดสินใจนำคณะพักค้างคืนในป่าแล้วให้ลูกน้องไปหาน้ำหาฟืนมาหุงหาอาหาร...สั่งเสร็จหันมาเห็นแววนั่งหน้าเคร่ง เสือใจเดาได้ทันทีว่าเธอเป็นห่วงเด็กๆ
“พวกนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก ไอ้หมวดนั่นคงไม่ปล่อยให้เด็กๆเป็นอะไรแน่นอน”
“จ้ะ ฉันก็คิดอย่างนั้น”
“อยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปหาอะไรมาให้กิน”
แววพยักหน้า มองตามเสือใจไปอย่างกังวล...ส่วนอีกด้านของป่า ทศนำทีมหยุดพักเช่นกัน แต่เข้มมองรอบทิศแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเรามาถูกทางแล้วหรือ?
“ทำไม” ทศย้อนถามเสียงแข็ง
“ก็ทางนี้มันดูแห้งแล้งกันดาร ฉันว่าไอ้หมวดนั่นมันคงไม่เลือกทางนี้หรอก”
ทศรู้อยู่แก่ใจแต่รีบกลบเกลื่อน “นี่พวกเอ็ง...ใครเป็นหัวหน้า...ข้าใช่ไหม...ข้าบอกว่าใช่มันก็ต้องใช่ พวกเอ็งหุบปากได้แล้ว แล้วก็ไปหาฟืนหาเสบียงมา”
แม้ว่าเข้มกับดำจะไม่ไว้ใจทศแต่ก็ต้องยอมทำตามคำสั่ง ทศมองตามทั้งคู่ที่หันหลังออกไปด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเรียกสมุนของตนเข้ามาใกล้ๆ
“ไอ้เรือง...”
“เก็บมันเลยไหมพี่” เรืองเสนอทันที แต่ลูกพี่ไม่สนอง
“เอาไว้ก่อน...ไอ้สวะพวกนี้ยิงทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ข้าอยากให้เอ็งรีบไปจัดการเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไรพี่”
“พ่อเสือต้องไม่เจอจงใจ ถ้าเป็นไปได้พ่อเสือจะไม่ได้กลับชุมโจรอีกเลย”
“ได้พี่” เรืองเข้าใจแจ่มแจ้ง โดดขึ้นหลังม้ามุ่งหน้าออกไปทันที
ooooooo
ค่ำวันเดียวกัน กินรีมาหาภราดรที่บ้านพักเพื่อรับยาแก้อักเสบให้จงใจตามที่เขาสั่งไว้เมื่อตอนเย็น แต่ไม่ทันได้ยาจากหมอที่เดินหายเข้าไปข้างใน ระรินโผล่มาเล่นงานกินรีด้วยความหึงหวง
“นังกินรี...แกมาทำอะไร”
“ฉันมาเอายาตามที่หมอบอก”
“มาเอายาแค่นี้ ให้คนอื่นมาเอาก็ได้ ฉันว่าแกร่านอยากมาเจอหมอมากกว่า”
“มันจะมากไปแล้วนะคุณระริน”
“ทำไม...แกจะทำอะไรฉัน ฉันพูดเรื่องจริง แกมันร่าน อยากได้ผัวเป็นหมอ อยากยกระดับตัวเอง โธ่เอ๊ย ไอ้คนบ้านป่าบ้านดงอย่างแกได้ผัวอย่างประเดิมก็บุญหัวแล้ว”
กินรีโกรธจนระงับใจไม่อยู่ตบหน้าระรินฉาดใหญ่ ระรินผงะอย่างนึกไม่ถึง แล้วพุ่งเข้าใส่หมายตบคืนแต่กินรีจับมือไว้ทัน พร้อมกันนั้นใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นชะเวมะรัต เล่นเอาระรินกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด
ชะเวมะรัตถลึงตาดุดัน ตบระรินกระเด็นแล้วจะตามไปซ้ำอีก ถ้าภราดรไม่ส่งเสียงห้ามมาเสียก่อน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ พลันใบหน้าชะเวมะรัต กลับมาเป็นกินรีเหมือนเดิม...ภราดรไม่พอใจมากที่
ระรินถูกทำร้าย เขาตบหน้ากินรีไปที ระรินรีบเข้ามาเกาะแขนเขา พูดปากคอสั่นเพราะยังตกใจไม่หาย
“ช่วยด้วยค่ะหมอ นังกินรีมันไม่ใช่คน มันเป็นผี รินเห็นกับตา”
“ไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีก”
ภราดรโยนถุงยาลงที่พื้นแล้วประคองระรินเข้าบ้าน ทิ้งกินรียืนน้ำตาซึมด้วยความน้อยใจ แต่ยังไงเธอก็ไม่ท้อ บอกกับตัวเองว่าหมอต้องหาย เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขากลับมาเป็นปกติ
หลังจากนั้น กินรีกลับไปนั่งเศร้าที่หน้าบ้านพักตัวเอง สมรักษ์เดินผ่านมาแวะทักทายก่อนจะเห็นว่าที่แก้มของเธอมีรอยแดงเป็นปื้น
“เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรเธอ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะหมวด”
“อย่าหัดโกหกเลย อย่างเธอไม่เนียนหรอก ไหนบอกมาซิว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
“ช่างมันเถอะค่ะ บางทีคนเราก็ทำไปโดยไม่รู้ตัว”
“ใคร...หมอภราดรหรือคุณระริน”
“ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงให้หมวดเข้าใจ แต่วันนึงหมวดก็คงเข้าใจเอง”
สมรักษ์นิ่วหน้าสงสัยแต่ไม่ทันพูดอะไรอีก แก้วเข้ามาบอกว่าจงใจฟื้นแล้ว หมวดหนุ่มดีใจมากผละจากกินรีไปดูแลเธออย่างใกล้ชิด แถมยังไล่หินออกไปไม่ให้อยู่เป็นก้างขวางคออีกด้วย
ooooooo
เรืองขี่ม้าหายไปตั้งแต่เย็น ป่านนี้มืดค่ำแล้วยังไม่กลับมา เข้มกับดำไม่ค่อยไว้ใจเริ่มตั้งข้อสังเกตด้วยการถามทศว่าเรืองไปไหน ทำไมนานนัก แต่ทศทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ โบ้ยไปที่ชินหน้าตาเฉย
“เออ นั่นสิไอ้ชิน ไอ้เรืองมันไปไหนของมันวะ”
“มันอยู่แถวนี้แหละ เดี๋ยวมันหิวมันก็มาเองนั่นแหละ”
“แต่มันหายไปตั้งแต่เย็นแล้วนะ”
“เอ็งสองคนคิดถึงมันมากหรือไงวะ เซ้าซี้อยู่ได้ บอกว่าเดี๋ยวมันก็มาเองนั่นแหละ”
“มีอะไรกัน ใครคิดถึงใคร” เรืองส่งเสียงเข้ามา พลางส่งสัญญาณทางสายตาให้ทศรับรู้ว่าจัดการตามที่สั่งเรียบร้อยแล้ว...เข้มกับดำมองหน้ากันไปมาด้วยความระแวง
เรืองหายไปพบหัวหน้าพวกว้าแดง สั่งให้จัดกำลังคนไปสังหารเสือใจด้วยเงินค่าหัวห้าหมื่นบาท...แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เสือใจต่อสู้และใช้สติปัญญากับวิชาอาคมที่มีพอตัวหนีรอดไปได้ โดยให้แววหนีไปกับกลุ่มลูกน้อง แล้วค่อยหาทางไปเจอกันยังจุดนัดพบ
แม้กระสุนปืนพวกว้าแดงไม่ระคายผิว แต่เสือใจก็จุกไม่ใช่เล่น เขากัดฟันทนความเจ็บเดินเรื่อยไปในป่าแล้วหาที่นั่งพัก จู่ๆได้ยินเสียงเสือคำรามอย่างน่ากลัว
“เสือ...ป่าแบบนี้มีเสือได้ยังไง” เสือใจพึมพำแล้วหันมองรอบทิศอย่างระมัดระวัง
ที่สุดเขาก็เจอมันจนได้! เสือใจชักมีดหมอประจำกายออกมายืนจังก้า เปล่งเสียงอย่างมั่นใจ
“เสือสมิง!!”
สองฝ่ายประจันหน้าจดจ้องกันอยู่นานกว่าจะกระโจนเข้าใส่กัน แต่สองร่างนั้นต่างทะลุผ่านกันไปอย่างไม่น่าเชื่อ...เสือใจสีหน้างงมาก มองตามเสือสมิงหายวับไปในความมืด แล้วรำพึงออกมาอย่างข้องใจ
“เสือสมิง...ทำไมมันดูอ่อนอาคมขนาดนี้”
เสือสมิงกลับไปยังถ้ำงะดินเดแล้วกลายร่างเป็นพะอูในสภาพเหนื่อยหอบ เขาตั้งใจไปช่วยกินรีแต่ไม่นึกว่าจะเจอเสือใจเสียก่อน
“อาคมของเจ้ายังไม่พอหรอกชะเวโบ”
“จะให้ข้าทำยังไง จะให้ข้ามองดูพี่สาวตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือ”
“พลังของข้ามีเอาไว้ทำงานใหญ่”
“ชีวิตลูกสาวท่านยังไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกหรือ”
คำทักท้วงของพะอูทำให้งะดินเดนิ่งไปอย่างครุ่นคิด...แต่สิ่งที่ต้องคิดมากกว่าก็คือทำไมอาคมของสมิงทราทัพของตนจึงอ่อนลง
“ประคำ...ข้ามองข้ามมันไปเสียสนิท...เจ้าภิกษุโล้น ข้าไม่ยอมง่ายๆหรอก ยังไงชะเวโบก็ต้องอยู่ในอาคมข้าจนได้...เจ้าคนรูทั้งสอง จากนี้ไปข้าจะบริกรรมเข้าญาณเป็นเพลาหนึ่งรอบข้างขึ้นของจันทรา เจ้าจงเฝ้าที่นี่ให้ดีอย่าให้มีใครมารบกวนข้าเป็นอันขาด มันน่าจะเป็นวิธีที่เสริมพลังอำนาจและบารมีของข้ามากขึ้น”
สมุนทั้งสองพยักพเยิดรับรู้แล้วหมอบกรานอย่างเกรงกลัว
ooooooo
บาทหลวงกับจอบิพอใจมากเมื่อรู้ว่ามีคนมารักษากับหมอภราดรเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกันหินเกือบรู้เห็นความลับของพวกเขาเพราะนอนไม่หลับแล้วออกมาเดินเล่นหน้าบ้านพัก ดีเสียว่าสาวกะเหรี่ยงเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน หินจึงไม่ทันเห็นซากศพที่โดนดูดเลือด
ส่วนระรินกำลังตั้งหน้าตั้งตาท่องคาถากำกับหุ่นที่พกติดตัวมาเพราะถ้าผ่านคืนนี้ไปแล้วมนต์เสน่ห์ก็จะทำให้ภราดรเป็นของเธอ...
เช้าขึ้น บาทหลวงแปลกใจที่ยังไม่เห็นหมอภราดรมารักษาคนไข้ กินรีเองก็เป็นห่วง เธอตั้งใจนำอาหารไปให้เขาที่บ้านพักแต่โชคไม่ดีเจอระรินอยู่ด้วย
“วันนี้หมอไม่ไปตรวจคนไข้หรือคะ”
“ใช่...วันนี้หมอหยุด หมอไม่ค่อยสบาย ฉันเลยให้พัก”
“แต่คนไข้มีมาเพิ่มอีกนะคะ”
“ก็รอไปก่อนสิ หรือถ้ารอไม่ได้เธอก็รักษาแบบแม่มดหมอผีบรรพบุรุษของเธอไปพลางๆก็แล้วกัน หวังว่าคงไม่พากันตายหมดนะ”
“มันจะมากไปแล้วนะคุณระริน กรุณาอย่าลามปามถึงบรรพบุรุษของฉัน”
“นี่กินรี...อย่ามาขึ้นเสียงและทำกิริยาไพร่ๆที่นี่นะ เธอกลับไปได้แล้ว” ภราดรพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านด้วยความรำคาญ...ระรินยิ้มเย้ยกินรีอย่างสะใจ
“ฉันไปก็ได้ ฉันเห็นแก่หมอหรอกนะ อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่...ฉันสาบานว่าฉันจะทำทุกวิถีทางที่จะให้คุณหมอกลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“ได้...ถ้าคิดว่ามีปัญญาก็เชิญ” ระรินเชิดหน้าท้าทาย...พอกินรีคล้อยหลังก็รำพึงอย่างเจ้าเล่ห์ “แต่กลัวแกจะไม่มีลมหายใจอยู่ถึงวันนั้นน่ะสิ”
ด้านจงใจที่อาการดีขึ้นมาก เธอยิ้มแย้มได้แล้วเพราะมีสมรักษ์คอยดูแลใกล้ชิด แก้วแอบมองเงียบๆด้วยใจที่ชอกช้ำ ก่อนจะหลบออกไปนั่งร้องไห้แถวบ่อน้ำโดยไม่รู้ว่ามะค่าล้างจานอยู่ไม่ไกล
“ทำไมมานั่งร้องไห้ตรงนี้ล่ะ ใครทำอะไรเจ้าหรือ” เสียงทักถามของมะค่าทำให้แก้วรีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วพูดกลบเกลื่อนว่าตนไม่ได้ร้องไห้ “อย่ามาโกหกข้าเลย ก็ข้าเห็นเจ้าร้องไห้อยู่ตั้งนานแล้ว มีอะไร”
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก”
“เข้าใจสิ ข้าเป็นผู้หญิงเหมือนเจ้า และข้าก็ไม่ได้โง่ด้วย...เรื่องหมวดสมรักษ์ใช่ไหม”
แก้วคิดไม่ถึงว่ามะค่าจะรู้ รีบกำชับไม่ให้เธอบอกใครเพราะตนอาย
“ข้าไม่พูดหรอก ข้าเข้าใจเจ้า เจ้าชอบหมวดแต่หมวดดันไปชอบพี่สาวเจ้า แล้วเจ้าจะทำยังไง จะทนเจ็บอย่างนี้ไปทุกวันๆเหรอ”
“เพื่อความสุขของคนที่ข้ารัก ข้าต้องทนและทนให้ได้จนกว่าข้าจะหมดลมหายใจ”
แก้วตั้งใจอย่างที่พูดจริงๆ ในขณะเดียวกันจงใจกำลังมีความสุขมากๆ สมรักษ์เอาใจเธอทุกอย่าง ทั้งดูแลหยูกยาและอาหาร อีกทั้งยังพาออกไปเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์นอกที่พัก แต่พอสบายกายสบายใจขึ้นมาก จงใจก็บ่นคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อเสือ
“เสือใจคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่ฉันน่ะสิจะตายด้วยความคิดถึง จะไปหาดีๆก็ไม่ได้ เสือใจคอยจ้องเขม็ง ยังมีเสือทศอีก โอ๊ย ด่านเยอะจริงๆเลย”
“แหมหมวดก็...หมวดอย่าเพิ่งท้อสิ จงใจเชื่อนะว่าสักวันพ่อเสือต้องเห็นใจเรา น้าแววบอกว่าหมวดเป็นคนดี และสามารถดูแลจงใจให้มีความสุขได้”
“ฉันเชื่อแล้วว่าน้าแววแกโกหกไม่เป็นจริงๆ พูดความจริงล้วนๆเลย”
“แหวะ...หน้าไม่อาย ชมตัวเองก็เป็น”
หนุ่มสาวหยอกล้อแล้วหัวเราะอารมณ์ดีไปด้วยกัน
ooooooo
ขณะที่จงใจมีความสุข...เสือใจกำลังลำบากลำบน อยู่ในป่า โดยไม่รู้แน่ชัดว่าทศนั่นเองที่เป็นตัวต้นเหตุ!
เมื่อทศรู้ว่าพวกว้าแดงทำงานไม่สำเร็จ เด็ดหัวเสือใจไม่ได้ ทศยังใจเย็น กระซิบบอกเรืองกับชินว่าไม่เป็นไร ตนรู้ว่าจุดนัดพบของพ่อเสืออยู่ที่ไหน
“แล้วไอ้สองตัวนั่นล่ะ” เรืองพยักพเยิดไปทางเข้มกับดำ
“ข้าจัดการเอง” ว่าแล้วทศเดินอาดๆไปหาสองคนนั้น “ข้าว่าวันนี้เอ็งสองคนคงต้องกลับชุมเสือก่อน”
“อ้าว...ทำไมล่ะ พ่อเสือสั่งให้ฉันสองคนช่วยพี่ตามหาจงใจ”
“นี่เป็นคำสั่ง เอ็งสองคนต้องกลับชุมเสือ หรือว่าเอ็งจะขัดคำสั่งข้า ในชุมเสือไม่มีคนดูแล ต้องมีใครไปเฝ้าเป็นหลักไว้ เผื่อเกิดเรื่องเกิดราวอะไร และข้าเห็นว่าเอ็งสองคนเหมาะที่สุด ข้าคงไม่ปล่อยให้จงใจของข้าเป็นอะไรหรอก เอ็งสองคนรีบกลับไปได้แล้ว”
“ถ้าพี่ไว้ใจฉันสองคนก็ได้...ไปไอ้ดำ”
พอเข้มกับดำขี่ม้าออกไปแล้ว ทศหันมาสั่งเรืองทันที
“เอ็งไปสั่งให้พวกว้าแดงไปดักที่จุดนัดพบ แล้วจัดการให้เสร็จเรียบร้อย”
“แต่มันบอกว่ามันยิงพ่อเสือไปเป็นชุดกระสุนไม่ระคายผิวเลย”
“ยิงไม่ตายก็จับเป็นมาสิวะ ไปเร็ว...รีบไป”
“แล้วพี่ล่ะ”
“ข้าคงต้องไปหาฝ่ายพันธมิตรของข้าซะหน่อย” ทศยิ้มพราย ในใจนึกถึงเสี่ยรงค์...
ข้างฝ่ายพวกจ่าชิตที่ยังออกติดตามค้นหาหมวดสมรักษ์ตามคำสั่งของผู้กองศักดา บัดนี้เขาเดินทางมาเจอหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่สอบถามใครก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับสมรักษ์ ทั้งหมดจึงออกเดินทางต่อ แล้วไม่คาดคิดว่าจะเจอแววกับพวกเสือใจกำลังตกอยู่ในวงล้อมของพวกว้าแดง
เพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน จ่าชิตเข้าช่วยเสือใจสุดชีวิต แต่พวกว้าแดงมีจำนวนมากจึงไม่ง่ายเลยกว่าจะสยบพวกมันจนหนีกระเจิงไป
เมื่อทศทราบเรื่องก็หัวเสียสุดๆ บ่นว่าการฆ่าเสือใจทำไมมันถึงยากเย็นนัก สงสัยต้องใช้คนเป็นกองทัพถึงจะเอาอยู่!
ooooooo
หลังจากเหตุการณ์สงบลงแล้ว จ่าชิตกับเสือใจนั่งสนทนากันด้วยเรื่องหมวดสมรักษ์ก่อนเห็นพ้องกันว่าหมวดคงช่วยพวกจงใจพ้นจากอันตรายไปได้
“งั้นเบาใจได้ว่าหมวดสมรักษ์ของข้าจะต้องดูแลลูกสาวเอ็งอย่างดี”
“เอ็งรู้ได้ยังไง”
“อ้าว คนรักกันชอบกัน ใครจะปล่อยให้คนรักลำบากวะ” จ่าชิตพูดยิ้มๆ แต่เสือใจมองเคืองๆ
“ไม่ได้หรอก ลูกโจรจะไปรักไปชอบกับตำรวจได้ยังไง”
“ตำรวจที่เอ็งคิดน่ะ ตอนนี้เป็นโจรไปเรียบร้อยแล้ว”
“อะไรนะ เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่จ่า” แววแทรกขึ้นมา
“เอาไว้จะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ไอ้ใจ...เอ็งกับข้าคงต้องร่วมมือกันตามหาหมวดกับลูกสาวเอ็งแล้วล่ะ”
“จ่า...จ่าคิดดีแล้วหรือที่...เอ่อ...” หมู่พูดตะกุกตะกักอย่างเกรงๆเสือใจ
“สำหรับฉัน ไอ้ใจมันไม่ใช่โจรแต่มันเป็นเพื่อน อีกไม่นานหมู่จะเข้าใจเอง”
“เออนี่ไอ้ชิต ระหว่างนี้คงต้องระวังตัวกันให้มากสักหน่อย”
“มีอะไรวะไอ้ใจ”
“เมื่อคืนวานข้าเจอเสือสมิง มันมาป้วนเปี้ยนแถวนี้”
“เสือสมิง?...ที่แท้ก็มาหลบอยู่แถวนี้เอง” จ่าชิตพูดโพล่ง แววตากร้าวแข็งขึ้นมาทันที
ooooooo










