ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่ลานกิจกรรมในหมู่บ้าน แช่มที่เป็นผู้ใหญ่บ้านและช้อยเมียผู้ใหญ่ กำลังดูเด็กๆซ้อมเต้นฮูลาฮูปกันอยู่ เพราะยังเต้นไม่เป็นกันเท่าไร เลยล้มบ้าง ฮูลาฮูปร่วงบ้าง

“ดีมากลูก ดีแล้วลูก รับรองเลยนะ ประกวดเต้น ฮูลาฮูปคราวนี้พวกเราชนะแน่ๆ ดีใจกันหน่อยเร้ววว...เอ้า เฮ้!!” ช้อยปลุกเร้าใจเด็กๆ จนอึ่งที่ดูอยู่ บ่นว่าชมไม่ได้ดูเลย เล่นอย่างนี้ ถ้าประกวดมีหวังตกรอบแรก

พวกเด็กๆ รู้ตัวดีบ่นกันว่า คราวนี้คงได้ที่โหล่อีกตามเคย แล้วพากันเดินหนีไปเซ็งๆ

แช่ม กับช้อยมองหน้าตะวันอย่างท้อใจ ช้อยเล่าว่าเมื่อก่อนเด็กๆ ใจสู้อยากได้ถ้วยกัน แต่พอแพ้บ่อย เข้าก็อย่างที่เห็นนี่แหละ พูดแล้วถอนใจ บอกว่าสงสารเด็กๆ

“ก็แค่แข่งเต้นฮูลาฮูปไม่เห็นมันจะยิ่งใหญ่ตรงไหน เลย” โรสรินเอ่ยทำหน้าเบื่อๆ แช่มกับช้อยหันมองสงสัยว่าเธอเป็นใคร ตะวันบอกทั้งสองอย่างมั่นใจว่า

“แต่แข่งคราวนี้ เด็กๆต้องชนะครับ” แต่ทั้งสองยังไม่เห็นทาง “ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีครูสอน รับรองว่าไม่ผิดหวัง” มีเสียงถามกันว่าใครคะ? ใครครับ? ตะวันไม่ตอบ แต่หันมองหน้าโรสรินยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

แต่พอตะวันบอก ให้เธอสอนพวกเด็กๆ เธอโวยวายปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เอา ตะวันจึงจับเธอมัดไว้กับเสา ก่อนกลับตะวันตบบ่าให้กำลังใจเธอว่า

“เอาน่ะ ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ผมเชื่อในตัวคุณ”

“ฉัน ทำไม่ได้!!!” โรสรินแผดเสียง แต่ตะวันทำ หูทวนลมพาพวกอึ่งกลับไป บอกแช่มกับช้อยว่าฝากครูของพวกเด็กๆ ด้วยอย่าให้เธอหนีกลับไปได้เด็ดขาด หันไปพูดกับโรสรินอีกครั้งว่าอย่าทำให้พวกเด็กๆ ผิดหวัง

พอตะวันไป แล้ว โรสรินขอให้ช้อยช่วยแก้มัดให้ด้วย ปกติช้อยจะเป็นคนนักเลงโผงผาง แต่เห็นฤทธิ์เดชของโรสรินก็เข้าไปแก้เชือกให้กลัวๆกล้าๆ พอแก้เชือกแล้วเธอบอกให้พาไปส่งที่ไร่ตะวันเดี๋ยวนี้ เพราะตนสอนเด็กๆ พวกนี้ไม่ได้

“แต่ตอนนี้ความหวังของพวกเด็กๆ ขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะครับ” แช่มพูดอย่างสำรวมที่สุด พวกเด็กๆก็มองกันตาแป๋ว

“ความหวัง...หวังทำไม...กะอีแค่ประกวดเต้นไอ้ห่วงๆเนี่ย มันน่าภูมิใจตรงไหน อย่าไปหวังมันเลย”

แช่มเริ่มไม่ชอบใจ ติงว่าเธอกำลังดูถูกความฝันของเด็กๆ ช้อยก็ชะโงกจากหลังแช่มออกมาพูดว่า

“ความ สุขของคนไม่เท่ากันนะคะ สิ่งเล็กๆ นี่แหละ มันคือความสุขของพวกเขา ฉันเชื่อคุณตะวัน คุณตะวันบอกว่าคุณทำได้ ฉันก็เชื่อว่าคุณต้องทำได้”

โรส รินเริ่มเย็นลง ถามช้อยว่าคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือ ช้อยยืนยันว่าคิดอย่างนั้น ทั้งที่ใจไม่เคยคิดเลยทำให้โรสรินคิดถึงคำพูดสุดท้ายที่ตะวันฝากไว้ก่อนไป ว่า “คุณต้องทำได้ ผมเชื่อในตัวคุณ” ก็ทำให้โรสรินลังเลว่า จะเอายังไงดี?

เมื่อเธอตัดสินใจสอนเด็กๆ ช้อยกับแช่มดูอยู่ช้อยกระซิบถามแช่มว่า

“แกว่าคุณโรสเขาจะไหวแน่เหรอวะ ฉันกลัวจะงาบหัวเด็กๆ เข้าให้”

“ฮื้อ...พูดเป็นการ์ตูน” แต่พอแช่มหันดูเธอสอนก็ชักแหยงพึมพำ “อืม...แต่มันก็จริงนะ”

ooooooo

โรสรินต้องเป็นครูจำเป็นสอนเต้นฮูลาฮูปให้เด็กๆ ทั้งที่ตัวเองเต้นไม่เป็น แต่ก็ไม่ละความพยายาม

ขณะกำลังสอนอย่างทุลักทุเลนั่นเอง มาลัยตัวแสบก็โผล่มา พอเห็นโรสรินก็ของขึ้น ตรงมาหาเรื่องทันที

“ฉันนึกว่าเธอแจ้นกลับกรุงเทพฯไปแล้วซะอีก มาทำอะไรที่นี่หา!”

พอรู้ว่าตะวันให้โรสรินมาสอนเด็กเต้นฮูลาฮูปทั้งที่ดูแล้วเต้นไม่เป็น มาลัยเยาะเย้ยว่าก่อนจะสอนคนอื่น ให้สอนตัวเองเสียก่อน แล้วเต้นอย่างพลิ้วโชว์ บอกโรสรินว่าเต้นอย่างนี้ อย่างเธอน่ะถอนตัวไปเลยดีกว่า

แช่มกับช้อยมองหน้ากันเล่ิกล่ักกลัวมีเรื่อง ช้อยติง ว่าจะถอนได้ยังไงเพราะตะวันให้โรสรินเป็นครูสอนเด็กๆ และที่สำคัญมาลัยเองก็เคยบอกว่าประกวดคราวนี้ตนไม่ว่าง มาลัยตะแบงว่าตอนนั้นไม่ว่างแต่ตอนนี้ว่างแล้ว

แช่มบอกว่ามาเปลี่ยนใจปุบปับอะไรเอาตอนนี้ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน มาลัยไม่วายเยาะเย้ย โรสริน ว่าจะไปได้สักกี่น้ำ ทำให้โรสรินฮึดขึ้นมา บอกกับตัวเอง ว่าต้องทำได้ ต้องทำให้ได้! ปลุกใจตัวเองว่า “คนอย่างโรส ไม่เคยยอมแพ้ไม่ใช่เหรอ” แล้วเธอก็มุ่งมั่นฝึกซ้อมจนเต้นได้

แต่ก็มีเรื่องให้แก้อีก เมื่อเธอไปเจอเด็กหญิงคนหนึ่ง นั่งเศร้าอยู่ พอเข้าไปถาม เด็กบอกว่าถึงแข่งไปก็แพ้อยู่ดี เราไม่ชนะหรอก โรสรินถามอีกว่า “มันน่าภูมิใจมากเหรอ กะอีแค่ชนะแข่งเต้นฮูลาฮูปน่ะ”

“พี่ไม่เข้าใจหรอก...พวกหนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากชนะ รู้แต่ว่าถ้าชนะแล้ว พวกหนูภูมิใจแล้ว ก็คงมีความสุข” โรสรินสะดุดหู ทวนคำเชิงถามว่า “ความสุข?” เด็กหญิงมองหน้าบอกว่า “ความสุขที่สุดในโลก...”

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่ามันสุขยังไง แต่พี่ก็อยากให้เธอมีความสุข...ไป” โรสรินจูงเด็กหญิงลุกขึ้น “ไปซิ...ไม่อยากมีความสุขรึไง” ว่าแล้วก็จูงเด็กหญิงวิ่งไปเข้ากลุ่มซ้อมกับเพื่อนๆ

ooooooo

ตะวันกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง น้ำค้างได้ยินตะวันปรารภถึงความฝันของเด็กๆ ที่อยากชนะในการ แข่งครั้งนี้ เธอจึงขอมาสอนเด็กๆด้วย เพราะอยากช่วยให้ความฝันของเด็กเป็นจริง

พอจอดรถเดินไปที่ลานกิจกรรม น้ำค้างพูดขำๆว่า

“ป่านนี้พี่โรสเขาองค์ลงรึยังไม่รู้ ไม่ใช่เด็กๆ กระเจิงกันไปหมดแล้วเหรอ”

“ไม่หรอก ถึงยัยโรสร้ายก็จริง แต่กับเรื่องนี้ไม่ทำพังแน่”น้ำค้างถามว่าแน่ใจหรือ ตะวันบอกว่า “เดี๋ยวก็รู้...”

ที่ลานกิจกรรม มาลัยเรียกเด็กๆให้มาซ้อมกับตน เด็กมาไม่ทันใจก็กระชากจนเด็กเซถลา โรสรินไม่พอใจถามว่า ทำไมต้องรุนแรงกับเด็กขนาดนี้ด้วย ถูกมาลัยตวาดว่าอย่ามายุ่งกับเด็กของตน ไล่จะไปไหนก็ไปเลย

“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะต่อสู้ ฉันจะพาเด็กๆ คว้าแชมป์ให้ได้” โรสรินฮึดขึ้นมา ถูกมาลัยเยาะเย้ยว่า ฝันไปหรือเปล่า ไม่มีใครอยากเรียนกับเธอหรอก

แต่โรสรินมุ่งมั่นที่จะสอน และเด็กๆก็พากันมาเรียน กับเธอ มาลัยปรี๊ดแตกด่าเด็กๆว่าปัญญาอ่อน โรสรินทน ไม่ได้เกิดโต้เถียงจนกระทั่งลงมือกัน โรสรินผลักมาลัย ล้ม เป็นจังหวะที่พวกตะวันมาถึงพอดี มาลัยสำออยกุมขา ร้องโอดโอยว่าไม่รู้หักหรือเปล่า

“ถ้ามาลัยสอนไม่ได้ก็ยกเลิก ไม่ต้องส่งประกวดมันแล้ว” ตะวันโมโห พวกเด็กๆหน้าสลดเสียดาย โรสริน เห็นแววตาเด็กแล้วสงสาร นึกอะไรในใจบางอย่าง

ตะวันพาโรสรินกลับไปที่ไร่ตะวัน เธอขอกลับไปสอน เด็กๆอีกครั้ง เขาถามว่า “ตกลงจะสู้อีกสักตั้งใช่ไหม”

“สู้หลายตั้งเลยล่ะ ฉันต้องทำให้สำเร็จ นายต้อง พาฉันกลับไปที่นั่น”

ตะวันยิ้มพอใจที่เธอฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ฝากความหวัง ว่า “ยังไงก็ช่าง อย่าทำให้ใครผิดหวังอีกล่ะ”

“คอยดูก็แล้วกัน” พูดแล้วเดินขึ้นบ้านไป ตะวันมองตามยิ้มพึมพำอย่างพอใจ “ต้องงี้สิ!”

ooooooo

เรื่องราวต่างๆที่ไร่ตะวันกำลังจะไปได้ดี ก็มีเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้นอีกเมื่อ...

อุษาวดีพาหนุ่มหล่อมาคุยธุรกิจกันที่ไร่ตะวันแต่หนุ่มหล่อนิสัยเลว ไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจนัก กลับลอบมองขาอ่อนของอุษาวดี ซ้ำเมื่อเธอลุกขึ้นรับโทรศัพท์ก็ยังเอามือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงเธออีก

ตะวันผ่านมาเห็น เขาไม่พอใจ เลยเข้าไปโอบอุษาวดีแสดงตัวเป็นคนรัก ทักทายกันอย่างหวานแหวว นักธุรกิจหน้าตาดีนิสัยเลวไม่พอใจถามว่าเขาเป็นใคร

“ตะวันครับ เจ้าของไร่ตะวัน แล้วก็เป็นแฟนคุณอุษาวดีด้วยครับ” ตะวันตอบขณะที่มือยังโอบอุษาวดีไว้

โรสรินรอตะวันอยู่ที่รถเพราะนัดจะไปหมู่บ้านด้วยกัน รอนานจนหงุดหงิดเดินเข้ามาตาม เห็นตะวันโอบอุษาวดีอยู่ทั้งยังได้ยินตะวันบอกนักธุรกิจคนนั้นว่า อุษาวดีเป็นแฟนและ “เรารักกันครับ”

“ตะวัน...อุษาวดี...อะไร? ยังไง? เมื่อไหร่???” โรสรินช็อก เดินกลับไปอย่างใจไม่อยู่กับตัว เจอพีระเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอพูดเหมือนใจไม่อยู่กับตัวว่า “อุษา...เป็นแฟนนายตะวัน...”

เมื่ออุษาวดีรู้ว่าถูกนักธุรกิจหนุ่มแอบถ่ายคลิปใต้กระโปรงก็โกรธมาก ตะวันปรามว่าอย่ามายุ่งกับตนอีก แล้วไล่ไปให้พ้น แล้วเขาก็ขอโทษอุษาวดีบอกว่าถ้าตนไม่ทำอย่างนั้นก็ช่วยเธอไม่ได้ อุษาวดีกอดขอบคุณเขา ตะวันตัวเกร็งที่ถูกกอด

ระหว่างนั้นเอง โรสรินเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาถามว่าจะไปกันได้หรือยัง ตะวันติงว่าใจร้อนจัง

“ฉันตั้งใจจะรับผิดชอบงานที่ฉันรับปาก ไม่มีเวลามาหาความสุขส่วนตัวเหมือนใครบางคน!! ฉันจะไปรอที่รถ ตามฉันมาเดี๋ยวนี้”

ทั้งตะวันและอุษาวดีต่างแปลกใจกับความหงุดหงิดของโรสริน

ส่วนพีระพอฟังจากโรสรินว่าอุษาวดีรักกับตะวันก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ลิ่วไปหาน้องสาวสั่งห้ามรักชอบกับตะวันเด็ดขาด แม้แต่คิดก็ไม่ได้ อุษาวดีถามพี่ชายว่ารับไม่ได้หรือ วันหนึ่งตนอาจจะชอบเขาขึ้นมาจริงๆก็ได้

“มันจะไม่มีวันนั้น!! แกจะชอบมัน จะรักมันไม่ได้นะอุษา โธ่เว้ย!!” พีระตะโกนราวกับคนเสียสติ

ooooooo

ระหว่างนั่งรถไปหมู่บ้านชนบท โรสรินนั่งปึ่งไปตลอดทางจนทุกคนสงสัยว่าเธอเป็นอะไร พอน้ำค้างกับตะวันถามเธอก็กระชากเสียงตอบว่า “ไม่รู้!”

ตะวันยังเซ้าซี้ถามเธอก็เหวี่ยงใส่ให้รีบขับรถไปป่านนี้เด็กรอจนแก่แล้ว ไม่ต้องมาสนใจตนหรอก! พอไปถึงตะวันถามอีกก็ถูกแว้ดว่า “อย่าคิดนะว่าแอบทำอะไรลับหลังกับใครแล้วฉันไม่รู้”

อาการกระฟัดกระเฟียดตะบึงตะบอนของโรสริน น้ำค้างตั้งข้อสังเกตกับตะวันว่าเป็นอาการของคนหึงชัดๆ

เมื่อไปถึงลานกิจกรรม ทั้งโรสรินและน้ำค้างก็ลงไปเต้นกับเด็กๆ ไม่นานแช่มก็วิ่งมาบอกข่าวดีว่า

“ข่าวด่วนจ้ะ...ที่ประชุมเขาบอกว่าปีนี้ให้ผู้ใหญ่ขึ้นเวทีกับเด็กด้วยสองคนแน่ะ”

“พอดีเป๊ะเลย คุณโรสกับน้ำค้างไง!!” ช้อยดีดนิ้วเปาะ โรสรินบอกว่าตนไม่ขึ้นเวที ตะวันถามว่าถ้าเธอกับน้ำค้างไม่ขึ้นแล้วใครจะขึ้น ตัดบทว่าเธอสองคนต้องลงแข่งด้วย โรสรินยืนกระต่ายขาเดียวยังไงก็ไม่ยอมขึ้นเวที!

“ถ้าคุณไม่ขึ้นเวที ทีมก็ล่ม เด็กไม่ได้ประกวดเพราะคุณ ขอให้คุณรู้ว่า คุณคนเดียวที่ทำทุกอย่างพัง อยากเลือกแบบนั้นก็ตามใจคุณ!”

จู่ๆเดชากับล่ำและแหลมก็เข้ามาในหมู่บ้าน เอาน้ำดื่มและขนมมาแจกเด็กๆ บอกผู้ใหญ่แช่มว่าขอสนับสนุนกิจกรรมของเด็กๆ และอยากจะเป็นกำลังใจให้โรสรินด้วย ตะวันฟังแล้วหมั่นไส้ แต่โรสรินขอบคุณเดชาที่มีน้ำใจ ทำให้ตะวันยิ่งเขม่น เมื่อสบโอกาส ตะวันถามเดชาว่าต้องการอะไรแน่!

“พูดตรงๆนะ  ฉันชอบคุณโรส...ขอได้ไหม” เดชาพูดพลางตบบ่าตะวันเบาๆ

“ไปมอบตัวกับตำรวจเรื่องที่พวกแกลักลอบตัดไม้ก่อนเถอะ  ฉันอาจจะพิจารณาอีกที  หลังนายออกจากคุก”

“ขอดีๆไม่ให้ก็คงต้องแย่ง”  เดชาตบบ่าตะวันอีกครั้งถูกตะวันปัดมือทิ้งพูดใส่หน้าว่าเขาไม่มีวันได้แตะต้องโรสรินอีก เดชาหัวเราะเยาะพูดอย่างท้าทายว่า “ฮ่ะๆ เผอิญฉันชอบคนท้าเสียด้วย แล้วถ้าคิดจะขวาง...ก็ลองดู”

เดชายิ้มอย่างมีแผน  เมื่อแยกมาก็บอกกับล่ำและแหลมว่า “ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ใจคุณโรสตอนนี้”

ooooooo

ตะวันมีธุระจำเป็นต้องไปเจรจาธุรกิจ  จึงให้น้ำค้างกับโรสรินซ้อมและคอยอยู่ที่นี่เสร็จธุระแล้วจะรีบมา  ย้ำกับน้ำค้างว่าไม่จำเป็นอย่าให้เดชาอยู่ใกล้เด็ดขาด

แต่เพียงตะวันคล้อยหลังเท่านั้นเดชาก็ทำเซอร์ไพรส์โรสริน  ด้วยการเอาชุดแข่งเต้นฮูลาฮูปมาแจกเด็กๆ  และชุดพิเศษสีสดใสให้โรสริน  เด็กๆไปลองชุดกันอย่างตื่นเต้น

ล่ำกับแหลมเปรยๆกันว่า  คนอย่างเสี่ยไม่เห็นต้องยอมเป็นลูกมือคอยช่วยยัยคุณหนูนั่นเลย  เสียเวลาเปล่าๆ

“ถ้าฉันจะได้ตัวเธอ ฉันก็ต้องได้หัวใจเธอด้วย แล้วตอนนี้ฉันชักจะชอบคุณโรสมากขึ้นทุกวัน  เสียดายที่ไอ้ตะวันมันคอยขวางคออยู่”  แหลมเชื่อว่าตะวันไม่ยอมง่ายๆแน่ “แต่ยังไง คุณโรสก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี แล้วฉันนี่แหละจะเป็นคนเหยียบหัวใจไอ้ตะวันเอง!!” เดชากระหยิ่มยิ้มอย่างผยอง

มาลัยยังเดินกะเผลกอยู่  เดินผ่านมาเห็นชุดแสดงของเด็กๆโผล่แพลมมาจากถุง พอเห็นเป็นชุดแสดงก็ตาลุก จิกตาร้ายอย่างมีแผน

ตะวันกลับมาแล้ว  เขาบอกโรสรินว่ามาช้าเพราะมัวไปหาชุดแข่งมาให้ เธอบอกทันทีว่าไม่จำเป็นแล้ว เพราะเดชาจัดการทุกอย่างให้หมดแล้ว  แต่พออึ่งวิ่งมาดูก็บอกว่าชุดของเดชาเริ่ดกว่า ทั้งสวยทั้งดูดีกว่า โรสรินพูดแทรกทันทีว่า

“อึ่งพูดถูก เดชาเขารสนิยมดีกว่านายเยอะ”

โรสรินพูดไม่ทันขาดคำช้อยก็ถือชุดที่เดชาเอามาให้ บอกทุกคนว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พลางชูชุดให้ดู ปรากฏว่าทุกชุดขาดวิ่น  มาลัยหัวเราะเยาะว่าแฟชั่นใหม่หรือ? ขาดเป็นริ้วๆเลย  ทุกคนเชื่อว่าเป็นฝีมือของมาลัย โรสรินพูดอย่างเจ็บแค้นว่า

“เธอทำลายความฝันของเด็กๆ”

แต่โรสรินไม่ยอมแพ้  บอกแช่ม  ช้อยและเด็กๆว่า พรุ่งนี้เจอกันที่เวทีเลย  ตนจะจัดการปัญหานี้เอง  แล้วเอาชุดที่ถูกตัดเป็นริ้วๆไปตัดตบแต่งใส่ชุดที่ตะวันซื้อมา  จนดูสวยแปลกตา แต่เธออดตาหลับขับตานอนทำทั้งคืน จนนิ้วถูกกรรไกรบาด ดีที่ตะวันอยู่ช่วยทำแผลให้ เขาเตือนให้เธอพักผ่อนบ้างเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่มีแรงเต้น  พูดทิ้งคำสุดท้ายว่า “ผมเป็นห่วง”

โรสรินชะงักไปนิดหนึ่ง  พอรู้ตัวก็บอกเขาว่าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย ตนไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด

“แล้วไอ้ใครของคุณน่ะคืออะไร”

“ก็แฟนนายไง!!”

ตะวันถามว่าใครเป็นแฟนตน  ตนยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีแฟน  ถามว่าเอาอะไรมาพูด  เธอบอกให้เขาออกไปเสีย  ตะวันไม่ยอมออกบอกว่าต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนเพราะเธอเข้าใจผิด  โรสรินย้อนถามว่าถ้าตนเข้าใจผิดแล้วเขาแคร์ด้วยหรือ

“ก็...ก็...ไม่...” คำตอบของตะวันทำให้โรสรินตัดบทว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องสนใจว่าตนจะคิดยังไง จบ!

ตะวันตอบเหวอๆ “เอ่อ...จบ” จนโรสรินปิดประตูปังออกไปแล้ว ตะวันก็ยังยืนเหวออยู่ตรงนั้น

ooooooo

ณ สถานที่ประกวดเต้นฮูลาฮูประดับอำเภอ บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้เข้าประกวดที่ต่างซ้อมเต้นกันอย่างเอาจริงเอาจังทุกทีมมีเป้าหมายที่จะคว้ารางวัล

ตะวันมาเห็นบรรยากาศ ถามโรสรินว่ามุ่งมั่นกันน่าดูหวังถึงชนะเลยใช่ไหม

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าคิดว่าแพ้ฉันไม่ลงแข่งหรอก”

ครู่หนึ่ง ปู่ชาญเดินนำทีมในชุดแข่งขันที่โรสริน ปรับแก้ทั้งคืนมาสู่เวที พอทีมเดินออกมาน้ำค้างอุทานอย่างตื่นเต้นว่าชุดสวยมากเลย ช้อยยิ้มหน้าบานชมว่าโรสรินเก่งมาก เจ้าตัวยิ้มอย่างภูมิใจและดีใจทั้งคำชมและผลงาน ตะวันดูนาฬิกาเตือนว่าใกล้ถึงเวลาของเราแล้ว

“เดี๋ยวเราซ้อมกันอีกที ต้องเอาให้เป๊ะเลยนะ อย่าลืมว่าเราต้องคว้าแชมป์ให้ได้”

“สู้ไหมพวกเรา” แช่มตะโกนถามเด็กๆทุกคนตะเบ็งสุดเสียง “สู้!!”

“ทำความฝันของเราให้สำเร็จนะ” ตะวันให้กำลังใจ

บรรยากาศคึกคัก ทุกคนฮึกเหิมที่จะเอาแชมป์มาให้ได้

ooooooo

พีระยังเจ็บแค้นที่โรสรินบอกว่าอุษาวดีกับตะวันรักกัน เห็นหมอกิตติทัตที่มาดูการแข่งขันทักทายกับน้ำค้างอย่างสนิทสนมก็บ่นอย่างเจ็บใจ

“โรสก็แย่งมาจากไอ้ตะวันไม่ได้ แถมยังจะเสียยัยอุษาให้มันอีก ไม่! ไม่!! เราจะยอมให้เป็นแบบนี้ไม่ได้”

พีระเดินมาเห็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่เด็กเอามาวางไว้ก็หยิบตุ๊กตาหมีเดินยิ้มไปหาหมอกิตติทัตอย่างมีแผน

หมอตกใจเมื่อพีระบอกว่าอุษาวดีชอบเขา ทั้งยังเอาตุ๊กตาหมีที่หยิบของเด็กมายื่นให้หมอบอกว่าอุษาวดีไม่กล้าเอามาให้เอง โมเมว่า “รับไปสิครับ ของฝากแทนใจจากน้องสาวผม”

หมอรับไปงงๆ ถามว่าเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อตนกับอุษาวดีแทบไม่ได้เจอกันเลย พีระรวบรัดยัดเยียดว่าน้องสาวตนเป็นคนดีรักเดียวใจเดียว ตนไม่อยากให้น้องสาวเสียใจ พีระพูดๆๆไม่เปิดโอกาสให้หมอพูดอะไรเลย แล้วรวบรัดสรุปว่า

“ในเมื่อน้องสาวผมมีใจให้หมอ มันก็ขึ้นอยู่กับหมอว่าจะคิดยังไง แต่ถ้าเป็นผม ผมคงไม่ทำให้คนที่รักและหวังดีกับเราเสียใจ” พีระเค้นน้ำตาจนซึมเอ่ยขอ “หมอไม่ชอบอุษาตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้คิดถึงใจเธอบ้าง” แล้วโผเข้ากอดหมอแกล้งร้องไห้ รำพัน “หมอเป็นคนดี ถ้าน้องสาวผมลงเอยกับคนดีๆ ผมก็หมดห่วง ผมฝากยัยอุษาด้วยนะ ดีกับเขาให้มากๆอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขก็อย่ารั้งรอที่จะทำ”

หมอกิตติทัตกอดปลอบพีระทั้งที่ยังเหวอๆ ก็พอดีอุษาวดีมาตามพีระ เห็นภาพนั้นก็ตกใจ พีระผละออกมาทำตัวเป็นปกติถามอุษาวดีว่ามีอะไรหรือเรียกเสียตกใจหมด

“ยัยโรสจะขึ้นเวทีประกวดแล้ว จะไปเชียร์ไหม เร็วเข้า” เธอเข้าไปกระชากแขนพี่ชายไปบอกหมอว่า “ขอตัวพี่พีคืนนะหมอ”

“เชิญครับ” หมอตอบทั้งที่ยังอึ้งๆเหวอๆอยู่

ooooooo

ทีมของโรสรินขึ้นเวทีไปด้วยชุดแข่งที่สวยงาม เดชาแปลกใจว่านั่นไม่ใช่ชุดที่ตนเอามาให้ มันเป็นของใคร?

ส่วนมาลัยก็หัวเสียที่แกล้งตัดชุดเด็กๆ จนรุ่งริ่งแต่กลับออกมาสวยกว่าเก่า ไม่รู้จะแกล้งอย่างไรอีกก็ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลใจให้ทีมของโรสริน แพ้ด้วยเถิด

พอขึ้นเวที โรสรินประสบอุบัติเหตุเพราะพื้นตรงที่เธอยืนอยู่กระดานผุทะลุจนเธอล้มเท้าเจ็บแต่เธอก็กัดฟันลุกขึ้นเต้น แต่ทนเจ็บไม่ได้ทรุดลงอีก ทุกคนช็อกคิดว่าวันนี้ทีมต้องแพ้แน่ๆ

หมอกิตติทัตเสนอว่าเจ็บขนาดนี้ถ้าฝืนเต้นต่อจะเสี่ยงเกินไป ตะวันตัดสินใจจะถอนทีมออกจากการแข่งขันถ้าเธอยอมแพ้

“ฉัน...ฉันไม่เคยคิดจะยอมแพ้ ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ฉันทำให้ความฝันของเด็กๆ เป็นจริงได้... แต่ฉันไม่ไหวจริงๆ” หมอสนับสนุนให้ถอนตัวเสีย โรสรินคิดหนัก ในที่สุดตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า “แต่ฉันอยากแข่งต่อ!!”

หมอกิตติทัตบอกว่าไม่ได้ เธอบอกว่า “ต่อให้พิการบนเวทีฉันก็จะทำ หมอต้องมีวิธีรักษาฉันสิ จะฉีดยาทำอะไรก็ได้ แต่ฉันกับเด็กๆ ต้องอยู่ในการประกวดต่อ!!”

แต่พอจะเริ่มต้นต่อ แผ่นซีดีก็มีรอยพร้อยไปหมดจนทีมงานบอกว่าหัวอ่านไม่อ่านแผ่นแล้ว เสนอให้เปลี่ยนแผ่น แต่ทางทีมไม่มี อึ่งเสนอว่า ลุงแช่มกับป้าช้อยเคยเป็นนักร้องเก่าให้ร้องสดเลย ช้อยบอกว่าตนอายเพราะไม่ได้ร้องมานานแล้ว

“หมดเวลาอาย! ร้องเพลงเดี๋ยวนี้ เราต้องเอาถ้วยรางวัลมาให้ได้” โรสรินสั่งเฉียบขาด

ปู่ชาญดูโรสรินเต้นแล้วเอ่ยอย่างทึ่งว่า ทีแรกนึกว่าเธอจะถอดใจเสียแล้ว ตะวันตอบอย่างมั่นใจว่านิสัยเธอไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว

“ไม่ยอมแพ้คนอื่นน่ะปู่รู้ แต่เนี่ยหนูโรสเขาไม่ยอมแพ้ใจตัวเอง ปู่ว่าหนูโรสเขาเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วนะตะวัน” ตะวันตอบด้วยสีหน้าลุ้นๆ ว่า “ก็ต้องคอยดูกันไป”

ooooooo

การแข่งขันจบลงแล้ว แต่ระหว่างรอผลการตัดสิน โรสรินเป็นลมจนต้องรีบส่งโรงพยาบาล ทันทีที่รู้สึกตัว เธอถามพีระที่เฝ้าแจอยู่ว่า

“ชนะไหม...เด็กๆชนะรึเปล่า” พีระบอกว่าห่วงตัวเองก่อนเถอะ เธอก็ยังถามว่า “ชนะไหม...ฉันทำให้เด็กๆผิดหวังรึเปล่า”

พีระไม่ทันตอบ ประตูห้องเปิดออก ตะวันเดินนำเด็กๆถือถ้วยแชมป์เข้ามาอย่างเท่ ตะวันขอบคุณเธอที่ทำให้เด็กๆมีความสุข ส่วนพวกเด็กๆก็พากันอวยพรให้เธอหายไวๆ โรสรินน้ำตาคลอด้วยความปลาบปลื้มตื้นตันใจ

แต่พอกลับถึงบ้านตะวันกลับถูกน้ำค้างกับปู่ชาญตำหนิว่าใจร้าย บ้าไปหรือเปล่าที่ให้โรสรินสู้จนหยดสุดท้าย

“ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นยัยโรสก็จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร แล้วทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่าโรสได้เรียนรู้ที่จะทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง แล้วมันก็คือคุณค่าในตัวเองที่โรสไม่เคยได้รับมาก่อน การที่โรสจะอยู่ที่นี่จนครบสัญญาหนึ่งปี เธออยู่ไม่ได้หรอก ถ้าเธอไม่ได้อยู่อย่างมีความสุข”

ปู่ชาญฟังเหตุผลของตะวันแล้วอึ้ง พูดได้คำเดียว “ลึกซึ้ง...”

“แล้วนี่ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าต้องทำยังไงให้ยัยกุหลาบร้ายนั่นอยู่ต่อ” ตะวันรำพึง

ปู่ชาญเอาถุงยายื่นให้ บอกให้เอายาไปให้เธอก่อนดีกว่า

โรสรินกำลังยิ้มอย่างมีความสุขที่ฟันฝ่าต่อสู้จนทำให้เด็กๆแข่งชนะและมีความสุข พอตะวันเข้ามาเธอหุบยิ้มลืมไปว่าตัวเองขาเจ็บขยับจะลุกเดินออกไป แต่เจ็บขาจนเซจะล้ม ตะวันรีบเข้ามาประคองไว้ทันกอดไว้จนใบหน้าเกือบสัมผัสกัน ต่างงันไปครู่หนึ่ง พอได้สติโรสรินบอกให้ปล่อย ตนไม่ชอบให้ใครมาถูกตัว

“ผมไม่ได้อยากกอดคุณอยู่แบบนี้...แต่ผมปล่อยมือออกจากคุณไม่ได้” ตะวันเสียงประหม่า โน้มหน้าเข้าใกล้ไม่รู้ตัว พลันโรสรินรู้สึกตัวรีบผละออก ตะวันตั้งสติปรับสีหน้าบอกเธอว่า “อย่าดื้อ คุณเดินไม่ไหวหรอก ไว้ใจผมนะโรสริน”

ตะวันอุ้มเธอขึ้นบ้านไป...น้ำเสียงอ่อนโยน...สัมผัสที่อบอุ่น ทำให้โรสรินใจหวิวอย่างไม่เคยเป็น...

ตะวันอุ้มเธอไปวางบนเตียงอย่างแผ่วเบา เธอบอกให้เขาออกไปได้แล้ว เขาไม่สนใจหยิบยาและน้ำมาให้บอกให้กินเสีย เมื่อเธอกินยาแล้วเขาชมว่า วันนี้เธอสุดยอดมาก ยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่าเธอจะอดทนสอนเด็กๆและทำทุกอย่างจนพาทีมคว้าชัยชนะมาได้ ก่อนที่ตะวันจะออกไป เธอเรียกเขาไว้ บอกเขาอย่างพยายามเก็บอาการว่า “ยังไงก็ต้องขอบใจนายด้วย”

เมื่อตะวันออกไปแล้ว เธอพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ “ฉันมีความสุขมาก”

ส่วนตะวัน พอออกไปยืนที่หน้าห้องเขาก็ยิ้มออกมาเต็มหน้าด้วยความรู้สึกดีๆที่อบอวลอยู่ในหัวใจ...

วันต่อมา ตะวันเอารถเข็นมาให้ บอกว่ายังไม่แข็งแรงถ้าอยากรับลมชมวิวจะได้นั่งรถเข็นออกไปได้ ทั้งยังบอกเธอว่า

“ในฐานะที่คุณยังเดี้ยงอยู่แบบนี้ ผมจะบริการ คุณเอง จนกว่าคุณจะหาย” เธอถามว่าแน่ใจหรือ? “คำไหนคำนั้น”

พูดแล้วตะวันก็เข็นรถพาเธอออกจากห้องไปรับลมชมวิวข้างนอก

ooooooo

ตะวันเข็นรถพาเธอไปชมสวนดอกไม้ เธอถามว่าเขารักดอกไม้หรือเปล่าและฝันอยากเป็นอะไร

“รักสิ เกิดมาก็เจอดอกไม้แล้ว ชีวิตผมกับดอกไม้แยกจากกันไม่ได้ ส่วนความฝัน...ผมไม่มีฝัน ผมภูมิใจกับการเป็นชาวไร่...คุณถามทำไมหรือ”

“เผื่อว่าฉันเจอคำตอบว่า ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ตั้งแต่เด็กๆฉันอยากได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ แต่ตอนนี้ ฉันไม่รู้สึกแล้วว่าฉันต้องการอะไร”

“ผมให้คำตอบคุณไม่ได้หรอก เพราะผมไม่ได้อยู่เพราะความฝัน แต่ผมอยู่กับความสุข”

“ฉันมีชีวิตไม่เหมือนนาย ฉันจะอยู่ไร่ตะวันอย่างมีความสุขได้ยังไงล่ะ นายจะให้ฉันทำอะไรอีกเหรอ”

“ถ้าความสุขไม่ได้วิ่งเข้ามาหาคุณ คุณต้องตามหาความสุขด้วยตัวคุณเองแล้วล่ะ” เธอบอกว่านึกไม่ออก “ไม่มีใครช่วยคุณได้...นอกจากตัวคุณเอง”

เป็นคำตอบที่เหมือนจะไม่อบอุ่น แต่ก็ทำให้โรสรินต้องคิดหาทางที่จะอยู่ไร่ตะวันอย่างมีความสุขได้อย่างไร

ooooooo

จู่ๆอุษาวดีก็ไม่สบายตัวร้อนมาก พีระจะพาส่งโรงพยาบาล พอดีน้ำค้างจะไปส่งดอกไม้จึงไปด้วยกัน หมอตรวจแล้วบอกว่าเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอร่างกายอ่อนแอ นอนพักสักคืนเดี๋ยวก็ดีขึ้น

น้ำค้างส่งดอกไม้เสร็จจะกลับ มีปัญหากับลูกน้องเดชา  เรื่องมารยาทการขับรถเล็กน้อย เมื่อลูกน้องเดชาขับรถไปมันทำใบเลื่อยตัดไม้หล่น น้ำค้างกับแย้เห็น ฉุกคิดอะไรได้ รีบกลับไปบอกตะวัน

“ไอ้พวกชั่วนั่นมันต้องลักลอบตัดไม้อีกแน่ๆ” ตะวันหน้าเครียด น้ำค้างถามว่าแจ้งตำรวจดีไหม “คราวก่อนก็แจ้งไปทีแล้ว แต่พวกมันไหวตัวทันเลยคว้าน้ำเหลวคราวนี้ถ้ามันทำอีกจริงๆ เราต้องมีหลักฐานเอาผิดให้พวกมันดิ้นไม่หลุด” น้ำค้างกลัวเขาจะตามไปเอาหลักฐาน เพราะเสี่ยงเกินไป “ถ้าจะลากพวกมันเข้าคุก เสี่ยงแค่ไหนพี่ก็ไม่สน”

ไวเท่าความคิด ตะวันสั่งแย้ไปกับตน บอกน้ำค้างว่าอย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด ตนจะรีบไปรีบมา ไม่ต้องห่วง

ตะวันกับแย้ขับรถสะกดรอยตามรถของพวกเดชาไป มันไหวตัวทันแต่ทำเป็นไม่รู้ ล่อให้ตะวันตามไป เข้าป่าเมื่อไรค่อยหาทางจัดการ พวกเดชาหลอกจนแย้เชื่อสนิทว่ามันไม่รู้ตัวจริงๆ

แต่ไปอีกไม่นาน รถกระบะของเดชาสองคันก็แยกไปคันละทาง แย้ถามตะวันว่าจะตามคันไหนดี

“มันไหวตัวทันแล้ว แย้หาที่ซ่อนก่อนเร็ว!!” ตะวันรู้ทันสถานการณ์

แย้หักพวงมาลัยขับไปอีกทางทันที เดชาสั่งสมุนให้แยกกันตามล่า ถ้าเจอตัวก็เก็บได้เลย! พอไล่ตามไปเจอรถ พวกมันยกปืนเตรียมลุย แต่พอเข้าไปถึงรถ ปรากฏว่าเหลือแต่รถเปล่า! เดชาสั่งตามหาให้เจอ แล้วยิงปืนขึ้นฟ้าระบายอารมณ์

ตะวันกับแย้หลบอยู่ในป่า พอได้ยินเสียงปืนตะวันบอกว่าพวกมันอยู่แถวนี้ แย้ทำหน้าสยองชวนให้หาทางกลับไร่ดีกว่า ดูท่าจะไม่ดีแล้ว

“ฉันจะไม่กลับไปมือเปล่า ถ้าจะออกจากป่าก็ต้องได้หลักฐานออกไปด้วย!” ตะวันเด็ดเดี่ยว แล้วเดินนำเข้าป่าลึก แย้ทำหน้าอยากจะร้องไห้ บ่นงึมงำ

ขณะเดินตามตะวันไปว่า จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในป่าเสียก็ไม่รู้

ตะวันกับแย้เดินไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงปืน เจอพวกเดชาที่กำลังเดินตามหาผ่านมา แต่หลบทัน พวกมันจึงกลับไปรายงานเดชาว่าตามหาไม่เจอ

“บ้าเอ๊ย!...” เดชาด่า แล้วสั่งลูกน้อง “ช่างหัวมัน ทำงานของเราต่อไป เดี๋ยวไอ้พวกจุ้นจ้านรนหาที่มันก็ต้องโผล่ให้เราเชือดทิ้งถึงที่เองจนได้ ถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ อย่าปล่อยให้มันจุ้นจ้านให้ฉันรำคาญอีกต่อไป” เดชาสั่งเหี้ยม แล้วประกาศกร้าว “ทำงานของเราต่อไปแล้วคอยจับตาพวกมันไว้ เจอตัวเมื่อไหร่ จัดการได้เลย!!”

พวกมันลงมือตัดไม้ เสียงใบเลื่อยดังฟังน่าสยอง

ต้นไม้สูงใหญ่ที่ตระหง่านเสียดฟ้าตรงหน้าล้มครืนสนั่นป่า!

“พวกมันลงมือแล้ว ทางนั้น!” ตะวันชี้ไปทางที่ได้ยินเสียงไม้ล้ม แย้หน้าแหยติงว่าสิ่งที่เราทำคือการเอาชีวิตไปทิ้ง “แล้วเราจะปล่อยให้ขบวนการชั่วของพวกมันยังอยู่รึไง ป่าไม้เป็นลมหายใจของเราทุกคน ไม่ต้องกลัว ได้หลักฐานเมื่อไหร่เราจะออกจากที่นี่ทันที” พูดแล้วเดินนำไปเลย

ooooooo

น้ำค้างไปรับยาให้อุษาวดี พีระตามมาถามว่าเธอคิดจริงจังกับหมอกิตติทัตมากแค่ไหน น้ำค้างบอกว่า  ทีแรกตนก็เฉยๆ แต่พอเขาบอกว่าหมอแอบชอบตน ความรู้สึกของตนก็เปลี่ยนไป

พีระที่หลอกให้น้ำค้างไปใกล้ชิดหมอเพื่อกันหมอไปจากโรสริน และให้อุษาวดีไปอ่อยตะวัน แต่พอเห็นท่าอุษาวดีจะชอบตะวันจริงๆ ก็รีบดึงน้องสาวออกมา หลอกเธอว่าหมอกิตติทัตรักเธอ เมื่อเธอมาได้รับการดูแลจากหมออย่างอบอุ่นก็หวั่นไหว ทำให้น้ำค้างระแวง เขาจึงต้องพยายามกันสองสาวห่างจากหมอ  กลัวความลับแตก

น้ำค้างเริ่มสงสัยพีระที่เคยบอกตนว่าหมอแอบชอบเธอนั้นจริงหรือไม่ เพราะดูๆแล้วหมอไม่มีทีท่าว่าจะเป็นอย่างที่พีระพูดเลย แต่เพราะเวลานี้เธอยังกังวลเรื่องตะวันที่หายไปจึงยังไม่อยากเอาเรื่อง

น้ำค้างพยายามโทร.หาตะวันแต่ไม่มีสัญญาณก็นึกว่าเขายังไม่ออกจากป่า

ปู่ชาญผิดสังเกตที่ตะวันหายไป โรสรินเองก็สงสัยเพราะเห็นตะวันกับแย้ออกไปอย่างรีบร้อน แต่เมื่อทั้งสองมาถามน้ำค้าง เธอยืนยันคำเดียวว่าไม่รู้เขาไปไหน บอกทุกคนว่าให้คิดในทางที่ดีก่อนดีกว่า เดี๋ยวตะวันก็กลับมาเองแหละ แล้วเลี่ยงไปจากสถานการณ์บีบคั้นกดดันนั้น พยายามโทร.หาตะวันอีกก็ไม่มีสัญญาณ ได้แต่รอคอยอย่างเป็นห่วง

ooooooo

ตะวันเล็ดลอดเข้าไปจนใกล้บริเวณตัดต้นไม้ในป่า เขารีบถ่ายคลิปวีดิโอไว้ เก็บภาพที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเดชากำลังบัญชาการตัดไม้อยู่

แย้ใจไม่อยู่กับตัว  เฝ้าถามว่าหลักฐานครบหรือยัง พอดีตะวันถ่ายคลิปเสร็จบอกว่าเรียบร้อยแล้ว

ทันใดนั้น มือถือแย้ดังขึ้นเป็นเสียงริงโทนเพลง คึกคักเร้าใจ แย้ดูจอแล้วบ่น “โธ่...น้ำค้างจะโทร.มาทำไมตอนนี้” แล้วพยายามจะกดปิด แต่ตื่นเต้นตกใจทำให้ปิดไม่ได้สักที จนเดชาและสมุนได้ยิน มันมองขวับ เดชายิ้มสะใจสั่งเหี้ยม

“เด็ดหัวพวกมันมาให้ได้!!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน
21 พ.ย. 2562
07:15 น.