ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พีระดำเนินแผนการของตนด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะแย่งโรสรินจากตะวันมาได้

อุษาวดีถูกเคี่ยวเข็ญจนต้องทำใจอย่างมาก ก่อนที่จะออกไปอ่อยตะวันตามแผนของพีระ เขาปลุกเร้าใจน้องสาวก่อนออกไปว่า “หวังว่าน้องคงไม่ทำให้พี่ผิดหวัง...ไฟติ้ง!”

แต่พอหันกลับมาพีระก็สะดุ้งเมื่อเห็นน้ำค้างเดินมองหาตนอยู่ น้ำค้างถามว่าให้อุษาวดีไปไหนเหรอ พีระตัดบทว่าสนใจเรื่องของเธอกับหมอดีกว่า มองหน้าน้ำค้างด้วยแววตาและรอยยิ้มที่จริงใจบอกเธอว่า

“ฉันจะเป็นพี่เลี้ยงให้เธอเต็มที่เลยน้ำค้าง...”

หมอกิตติทัตไปตั้งเต็นท์พยาบาลบริเวณงานวัด หมอทำแผลให้วัยรุ่นที่ถูกเดชาและสมุนทำร้าย เตือนแกมบ่นว่า

“เข็ดหรือยังล่ะ...ยังอยากจะเป็นนักเลงอยู่อีกไหม...เฮ้อ...มีเรื่องกับใครไม่มี ดันไปมีกับนายเดชา เท่ากับเดินไปหาความตายชัดๆ”

ให้วัยรุ่นกลับไปแล้ว หมอมองไปเห็นตะวันเดินกวาดตาเหมือนมองหาใครอยู่ พอหมอเรียก ตะวันถามทันทีว่า

“หมอเห็นยัยโรสรึเปล่า!” พอหมอส่ายหน้า เขาบ่น “ยัยโรสกำลังจี๊ด ไม่รู้เตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว เฮ้อ...”

หมอทักว่าดูท่าทางเขาห่วงโรสรินมาก ตะวันบอกว่าห่วงชาวบ้านตาดำๆ มากกว่า ไม่รู้ป่านนี้เธอไปฟาดงวงฟาดงาใส่ใครบ้างแล้วก็ไม่รู้ พูดแล้วตะวันเดินอ้าวไปหาต่อ หมอมองตามอย่างหวั่นใจเหมือนกัน

เวลาเดียวกัน พีระพาน้ำค้างไปหาที่เหมาะ สอนให้เธอทำหน้าตาให้ดูน่ารัก ให้ทำแก้มป่อง ทำตาโต เพราะผู้ชายชอบผู้หญิงน่ารักใสๆไม่ใช่ม้าดีดกะโหลกเหมือนเธอ น้ำค้างทำแก้มป่องจนแทบแตก เบิ่งตาโตจนตาพอง ทำแล้วถามว่าตนจะเชื่อเขาได้สักแค่ไหน ไม่รู้มีแผนอะไรหรือเปล่า

“กรุณาอย่าสงสัยในตัวฉัน ทำตามที่ฉันบอก แล้วอย่าปล่อยให้หมออยู่ห่างสายตา จ้องตาหมอเข้าไว้ แล้วเธอจะพบคำตอบว่า หมอเขาชอบเธอหรือเปล่า”

สอนและให้น้ำค้างซ้อมให้ดูจนพอใจแล้ว พีระบอกว่าไปได้แล้ว เขามองตามน้ำค้างยิ้มเจ้าเล่ห์

น้ำค้างไปที่เต็นท์พยาบาล หมอเป็นห่วงโรสรินเดินออกมาโผล่ดู เจอน้ำค้างยืนอยู่ เธอชูสองนิ้วที่ข้างแก้มแล้วทำแก้มป่อง เบิกตาโตทำแบ๊วเต็มที่ หมอกิตติทัตมองชะงัก น้ำค้างนึกว่าหมอตะลึงเลยทำตาปิ๊งๆให้

หมอตกใจอุทาน “น้ำค้าง...” เธอยิ่งมั่นใจว่าหมอต้องชอบแน่ๆเลยยิ่งทำแก้มป่องตาโต หมอถามว่า “น้ำค้างไปกินเห็ดเมาที่ไหนมา” น้ำค้างหมดอารมณ์ทันทีบอกว่าเปล่า หมอรีบพาเข้าไปในเต็นท์ เอาไฟฉายมาส่องดูม่านตา น้ำค้างพยายามบอกว่าตนไม่ได้เมา

“ไม่เมา! ถ้างั้นก็คงเพี้ยน! อยู่เฉยๆนะขอหมอดูอาการก่อน”

น้ำค้างเหวอ เซ็งจนหมดอารมณ์หมดแรงที่จะชี้แจงอะไรอีก

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปที่ซุ้มยิงปืน แสดงฝีมือแม่นปืนโชว์เธอ แต่โรสรินไม่สนุกด้วย เธอยืนทำหน้าเบื่อเดชาไม่พอใจ ทำท่าคุกคาม ลำเลิกว่าเธอไม่รักษาสัญญา ถ้าจะตอบแทนตนแค่นี้มันน้อยไป

โรสรินรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยอีกครั้ง ข่มใจกลัวบอกเขาว่า “คนอย่างโรสรินไม่เคยยอมให้ใครขู่”

“ผมกลัวคุณแล้วครับคุณโรส เอาเป็นว่าผมขอร้องคุณแทนแล้วกัน ให้เกียรติผมได้พาคุณเที่ยวเถอะครับ...นะครับ”

โรสรินพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แต่ระหว่างเดินด้วยกัน เธอเห็นชาวบ้านที่เดินสวนกันไปมาต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตาและหลีกทางให้เดชาอย่างหวาดกลัว เธอถามว่าเขาเป็นมาเฟียหรือ เดชาถามว่าทำไมคิดแบบนั้น

“ไม่รู้สิ...พูดตรงๆนะ นายดูไม่เหมือนคนดี”

“ถ้าผมไม่ดีกับคนอื่น แต่อยากดีกับคุณคนเดียว ผมจะเป็นคนดีในสายตาคุณไหม ผมไม่ใช่คนสร้างภาพ ที่จะต้องทำเป็นว่ามีความสุขกับต้นไม้ใบหญ้าเหมือนนายตะวัน คุณเองก็ยังไม่รู้จักผมดีพอ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินสิครับ”

โรสรินถามเบื่อๆ ว่าตนต้องทนอยู่กับเขาอีกนานแค่ไหน เดชาจึงพาเธอไปเล่นชิงช้าสวรรค์แก้เบื่อ ขณะขึ้นชิงช้าสวรรค์ โรสรินถามว่าสูงแค่นี้เองหรือ? ตนเคยขึ้นแต่ลอนดอนอาย เดชาบอกว่ามันไม่เหมือนกัน เธอดักคอว่ารู้ได้ไง เดชาบอกว่าตนเรียนจบจากอังกฤษ

“หา! มาเฟียอย่างนายเนี่ยนะ” เธอทำเสียงอย่างไม่เชื่อ เดชาเลยชวนเธอลองขึ้นชิงช้าสวรรค์ดู รับรองลอนดอนอายกระเด็น เขาจับมือเธอพาไปนั่งในกรงชิงช้าสวรรค์โดยนั่งตรงข้ามกัน

โรสรินนั่งเซ็งๆ พลันก็เห็นลู่ทางหนี พอได้จังหวะชิงช้าสวรรค์จะหมุนขึ้น เธอผลักประตูกระโดดออกมา เดชาจะตามแต่ไม่ทันเพราะชิงช้าสวรรค์หมุนขึ้นสูงแล้ว โรสรินวิ่งไปที่คนคุมชิงช้าสวรรค์ส่งใบละพันให้หลายใบแล้วบอกให้หมุนหลายๆรอบเลย ทำให้ค้างอยู่บนฟ้าได้เลยยิ่งดี

คนคุมเครื่องเอาเงินใส่กระเป๋าพยักหน้าทำมือโอเค ชิงช้าสวรรค์หมุนสูงขึ้นไปทุกที โรสรินแหงนมองเดชา โบกมือบ๋ายบายยิ้มเจ้าเล่ห์พึมพำ

“ฉันอาจรู้จักนายไม่ดีพอ แต่นายก็รู้จักฉันน้อยไป นายเดชา!! คิดจะจีบคนอย่างโรสริน ฮึ! ไม่เจียมตัว!!”

ทันใดนั้น เด็กสองคนเล่นจุดประทัดกัน เธอตกใจเสียงประทัด ผงะไปชนสาวน้อยตกน้ำที่กำลังเดินกินลูกชิ้นปิ้งอยู่จนล้มคว่ำ เธอรีบประคองถามว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม พอสาวน้อยตกน้ำเงยหน้าขึ้น ปรากฏว่าไม้ลูกชิ้นทิ่มทะลุแก้ม สาวน้อยพูดทั้งที่ไม้ทิ่มคาแก้มให้พาไปหาหมอ โรสรินตกใจทำอะไรไม่ถูกจะเดินหนี ก็ถูกมือลึกลับกระชากไหล่ตะคอกถาม

“เดี๋ยวสิคุณ! ไม่คิดรับผิดชอบเลยเหรอ”

โรสรินหน้าซีดเผือด...

ooooooo

ส่วนอุษาวดีถือขวดน้ำมายืนดักรอจับตะวัน ต้องปลุกใจตัวเองให้สู้ๆ เพื่องานที่พี่ชายให้ทำ

พอเห็นตะวันเดินมา เธอแกล้งเซไปชน ซ้ำทำน้ำหกรดด้วย เธอรีบขอโทษ ตะวันบอกว่าไม่เป็นไรแล้วจะเดินไป อุษาวดีเลยแกล้งทำเป็นหกล้มร้องอย่างเจ็บปวด ตะวันจึงต้องกลับมาดูแล เธอบอกว่าสงสัยข้อเท้าพลิกตะวันจึงประคองเธอลุกขึ้น ประสานสายตากันอย่างใกล้ชิดจนเธอใจหวิวๆ วิ้งๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ตะวันต้องประคองอุษาวดีเดินไป ผ่านร้านขายผลไม้ของมาลีกับมาลัย มาลีเห็นตะวันประคองอุษาวดีมาก็ร้องบอกมาลัยให้รีบมาดูเดี๋ยวตะวันจะโดนแมวคาบไปเสียก่อน มาลัยวิ่งมาจัดการ ขณะกำลังทะเลาะแย่งตะวันกันนั้น เสียงโรสรินดังแว่วมาว่า “อย่านะ ปล่อยฉัน ช่วยด้วยยยยย!!!” พอตะวันได้ยินเสียงโรสรินก็ทิ้งทั้งสองคนวิ่งอ้าวไปเลย

ปรากฏว่าเจ้าของซุ้มสาวน้อยตกน้ำยื่นคำขาดให้หาสาวน้อยคนใหม่มาแทนคนที่บาดเจ็บ ตะวันรับปากจะรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ สุดท้ายหาใครไม่ได้จึงต้องให้โรสรินไปนั่งเป็นสาวน้อยตกน้ำแทน ตะวันอยากแกล้งเลยปาเธอเป็นคนแรก เท่านั้นไม่พอยังป่าวประกาศให้บรรดาหนุ่มๆ มาปาเป้ากันสนุกสนาน จนโรสรินตกน้ำหนาวสั่น แม้ตะวันจะเอาผ้าขนหนูมาคลุมให้เธอก็ไม่หายโกรธ สั่งให้พากลับเดี๋ยวนี้เลย

ระหว่างกลับเจอเดชา เดชาจะเอาเรื่องกับโรสรินหาว่าไม่รักษาสัญญา เมื่อตะวันปกป้องเธอจึงเกือบเกิดเรื่องกัน ดีแต่หมอกิตติทัตมาขอไว้ เดชาจึงพาลูกน้องกลับไป โรสรินแปลกใจว่าทำไมคนอย่างเดชาจึงเชื่อฟังหมอกิตติทัตนัก หมอจึงเล่าให้ฟังว่า

คืนหนึ่ง ขณะหมอขับรถผ่านทางเปลี่ยว เจอเดชามีเรื่องยิงกัน ฝ่ายตรงข้ามตายสองคนแต่เดชาบาดเจ็บสาหัส หมอช่วยชีวิตเขาไว้ได้ จึงเป็นบุญคุณที่เดชาจดจำและทดแทน ยอมทำตามคำขอของหมอ

ฟังหมอเล่าแล้ว ตะวันปรบมือชมเชยหมอที่ช่วยชีวิตคนเลวไว้ โรสรินสวนทันทีว่า

“ตราบใดที่เขายังไม่ร้ายกับฉัน เขาก็ไม่ใช่คนเลวอย่างที่นายว่าหรอก” หมอตกใจถามว่าเธอไปสนิทกับเดชาตั้งแต่เมื่อไหร่ “เปล่าซะหน่อย เขามาตื๊อฉันเอง”

“ผมขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับคนอันตรายอย่างนายเดชา” ตะวันเตือน

เธอตอบอย่างอวดดีว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ตนเอาตัวรอดได้

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน ปู่ชาญเรียกตะวันไปถามว่าเขากับโรสรินไปถึงไหนกันแล้ว วันนี้อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนเลยนะ

ตะวันแกล้งขอบคุณประชดปู่ที่ช่วยจองที่ให้ตนได้สอนชาวบ้านเพาะกล้วยไม้ ปู่รู้ว่าถูกขอบคุณประชด เลยแก้เกี้ยวว่าปู่ขอที่ให้จริงๆ แต่ไม่รู้ว่าใครมายกเลิกกะทันหัน แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า

“อ้อ...แล้วตกลงเที่ยวกับว่าที่เจ้าสาวของแกน่ะ สนุกไหมล่ะ”

“หึ...ว่าที่เจ้าสาว?! แต่งกะยัยโรส ผมยอมเป็นหมัน” พูดแล้วตะวันเดินหนีไป ปู่มองตามเคืองๆแต่พึมพำว่า

“ดูมันๆ เออ...หยิ่งได้หยิ่งไป ยังไงข้าก็มีน้ำค้างเป็นตัวช่วยโว้ย” ก็พอดีน้ำค้างเดินเคลิ้มเข้ามา “ไง...ยิ้มมาเลย ที่งานวัดเอ็งได้ช่วยทำให้ตะวันกับหนูโรสรักกันไหม” น้ำค้างไม่ตอบเอาแต่ยิ้มเคลิ้มๆเขินๆแล้วเดินผ่านไปเลย “อ้าว...น้ำค้างเขินอะไรของมันวะ” ปู่ชาญบ่นงงๆ

อุษาวดีก็เช่นกัน ทีแรกต้องปลุกจำใจเพื่อทำงานให้พี่ชาย แต่พอได้ใกล้ชิดถูกตะวันประคองในอ้อมกอดเพราะตัวเองแกล้งทำเป็นข้อเท้าพลิก กลับมาแล้วก็นั่งเคลิ้มกับรสสัมผัสนั้น

พีระแซวว่าเคลิ้มเชียว เป็นอะไร แล้วตกลงทำให้ตะวันชอบได้หรือเปล่า อุษาวดีอาย ติงว่าเพิ่งเริ่มจะให้ปุบปับยังไง

“อะไร...อายทำไม ให้แกล้งอ่อยไม่ได้ให้คิดจริงๆไม่ต้องอิน” พีระชักไม่ชอบใจระแวง เธอเลยตอบอย่างไว้ฟอร์มว่า “ใครอิน บ้าสิ ฝืนความรู้สึกตัวเองจะตาย”

พีระขอให้อุษาวดีอดทนเพื่อตน ย้ำกับเธอว่า “เหอะน่า อย่าให้นายตะวันมีโอกาสปลูกต้นรักกับโรซี่เด็ดขาด แค่ปลูกกล้วยไม้ด้วยกัน พี่ก็หึงจะตายอยู่แล้ว”

ส่วนน้ำค้างนั้นพีระบอกว่าอย่าห่วงเลย ยัยนั่นพี่เอาอยู่ ไม่ทันเกมพี่หรอก ก็พอดีน้ำค้างมาขอคุยด้วย เขาจึงออกไป

น้ำค้างมาเล่าผลงานให้พีระฟัง เล่าไปเขินไปอายไป พีระดีใจมั่นใจว่าหมอกิตติทัตชอบเธออย่างที่ตนบอกจริงๆ ถามว่าแล้วเธอล่ะ รู้สึกยังไงกับหมอ

“ไม่รู้สิ...แต่อยู่ใกล้ๆหมอแล้ว...มีความสุขค่ะ” น้ำค้างอายม้วนต้วน พีระร้องเยส! ดีใจสุดๆจนน้ำค้างถามว่าดีใจมากไปหรือเปล่า หรือว่าเป็นอะไร พีระทำเนียนบอกว่าดีใจกับเธอ เธออาจจะได้เจอกับความรักจริงๆ แล้วย้ำว่าต่อไปนี้เธอต้องหาทางไปเจอหมอบ่อยๆ เดินหน้าจีบเลย!

“ไม่ดีมั้ง...แล้วที่สำคัญปู่สั่งให้ฉันช่วยให้พี่ตะวันรักกับพี่โรสนะ”

“ฉันว่าเอาเวลาช่วยให้คนรักกัน ไปหาความรักของเธอไม่ดีกว่าเหรอ ระวังเถอะ ถ้าไม่รีบทำอะไรแล้วหมอเปลี่ยนใจชอบคนอื่นจะหาว่าไม่เตือน น้ำค้างนิ่งคิดชั่งใจว่าจะทำยังไงดี

ooooooo

วันนี้ตะวันคุมโรสรินให้หัดฉีดน้ำยาชีวภาพทำความสะอาดโรงเรือนกล้วยไม้ เขาคุมเข้มงวดมาก การฉีดการพ่นก็กำกับให้ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ จู้จี้จนเธอหมั่นไส้เลยฉีดใส่หน้าเสียเลย

ตะวันยิ่งปัดป้องเธอก็ยิ่งฉีดใส่ เขาเลยกอดไว้ พอดีปู่ชาญคุมเด็กคนงานมากวาดพื้นหน้าโรงเรือนกล้วยไม้ เด็กๆมองกันตาค้าง อึ่งเอามือปิดตาร้อง “อ๊ายยยย...เลิฟซีน...”

ตะวันกับโรสรินตกใจ เด้งตัวออกจากกัน ปู่ชาญพูดหัวเราะๆว่า

“อย่าตกใจ ปู่แค่ใช้ให้ไอ้สองตัวนี้ทำความสะอาดไร่ อยากทำอะไรก็แล้วแต่สะดวกนะ”

ทั้งตะวันและโรสรินต่างปฏิเสธกันวุ่นวาย โรสริน พาลโมโหตะวันกระทืบเท้าเขาอย่างแรง ถอดถังออกจากหลังแล้วเดินหนีไปเลย แม้จะเจ็บแต่ตะวันก็รีบตามไป ปู่ชาญแซวตามหลังว่า “จะตามตัวมาหวานกันอีกละซี้...”

“หวานเหวินอะไร จะลากตัวกลับมาทำงานต่อ!”

“กอดกันกลมเลยเมื่อกี๊...มีลุ้นเว้ยเฮ้ย...” ปู่อารมณ์ดีอยู่คนเดียว แล้วนึกได้บ่น “เออ...นังน้ำค้างหายไปไหนของมัน ทำไมไม่ช่วยมาทำให้คนเขารักกันวะ”

ที่แท้น้ำค้างกำลังถูกพีระใช้ให้ไปหาหมอกิตติทัต เธอกลัวปู่รู้แล้วโดนดุ พีระรับรองว่าตนจะเคลียร์กับปู่ให้เอง เร่งให้รีบไป พอน้ำค้างขับรถไป พีระก็หัวเราะร่าชมตัวเองว่าฉลาดมาก แค่นี้หมอก็แว่บมาหาโรสรินไม่ได้แล้ว แถมน้ำค้างก็ไม่อยู่ช่วยให้ตะวันจีบโรสรินด้วย

ooooooo

ตะวันวิ่งตามหาโรสรินไปจนถึงแปลงดอกไม้ ถามแย้ว่าเห็นโรสรินไหม แย้ส่ายหน้า ปรากฏว่าเขาไม่เจอโรสริน แต่กลับเจออุษาวดีเดินยิ้มหวานเข้ามาหา บอกว่าขอรบกวนเวลานี้ดนึง

เธอมาเสนอให้ตะวันใช้ที่ดินที่ว่างอยู่ทำรีสอร์ต เพราะตนกับพี่ชายทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว จะได้ช่วยกันทำ เพราะอยู่ๆไปรู้สึกที่นี่น่าอยู่ โดยเฉพาะคนที่นี่น่ารัก อุษาวดีหยอดคำหวาน ทิ้งสายตาอย่างเปิดเผย ตะวันบอกว่าถ้าสนใจแล้วจะบอก แต่ตอนนี้ขอไปตามหาโรสรินกลับไปทำงานก่อน

เมื่ออุษาวดีอ่อยเรื่องงานไม่สำเร็จ เธอรำพึงว่ามาอยู่ที่นี่ระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีใครพาชมไร่ดอกไม้เลย รบกวนเขาสักครั้งได้ไหม อ้อนเสียจนตะวันจำต้องพยักหน้า

พอตะวันพยักหน้าเดินนำไป อุษาวดีก็ทำมือโอเคให้พีระที่แอบอยู่มุมหนึ่ง พีระทำมือโอเคตอบ ยิ้มอย่างพอใจ

โรสรินหนีไปนั่งโยนหินลงสระระบายอารมณ์ ทั้งด่าทั้งบ่นที่ถูกตะวันกอด

ทันใดนั้น พีระพรวดออกมา โรสรินตกใจเลยขว้างหินใส่หัวเขาเต็มๆ พีระกุมหัวร้องโอดโอย โรสรินเดินมาบอกให้ลุกขึ้น ถามว่าตามมาทำไม พีระบอกว่าจะมาชวนเธอกลับกรุงเทพฯ บอกให้กลับเสียเถอะ อยู่ต่อไปก็รังแต่จะโดนตะวันแกล้ง อย่าทนเลย

“โรสจะกลับ” เธอตอบทันที พีระดีใจจนลืมเจ็บกระโดดโลดเต้นดีใจสุดๆ เร่งให้รีบไปเลยเดี๋ยวจะไปช่วยเก็บของให้ โรสรินจึงพูดช้าๆ ให้ฟังชัดๆว่า “โรสจะกลับไปทำงานต่อให้เสร็จ” พูดแล้วชี้หน้าปราม “ไม่ต้องตามมา!!”

พูดแล้วสะบัดเดินอ้าวไปเลย พีระดีใจค้าง มองตามเหวอ เซ็งสุดๆ

ooooooo

โรสรินกลับไปทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ เตือนตัวเองว่ามีสติ รีบทำให้เสร็จ จะได้รีบกลับ พอฉีดน้ำหมักชีวภาพเสร็จก็เหลือแต่ปลูกกล้วยไม้ทดแทน แต่หาคนสอนไม่เจอ!

ตะวันมัวแต่ต้องพาอุษาวดีชมแปลงกุหลาบ ซ้ำเธอยังเดินสะดุดล้มร้องโวยวาย เคราะห์ร้ายกว่านั้น มีงูตัวเขื่องเลื้อยออกมาอีก เธอตกใจโผเข้ากอดตะวันแน่น

“นายตะวัน!!!” เสียงโรสรินแผดขึ้น ตะวันกับอุษาวดีผละจากกันทันที อุษาวดีรีบบอกโรสรินว่าตนอธิบายได้ “ไม่จำเป็น ฉันไม่อยากฟัง” โรสรินบอกแล้วหันไปทางตะวัน “ฉันฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อที่โรงเรือนเสร็จแล้วรีบมาสอนฉันปลูกกล้วยไม้เสียที” พูดแล้วจิกตาใส่ตะวัน หันเดินเหวี่ยงๆกลับไป

ตะวันรีบตามไปเขาไม่แม้แต่จะหันมอง อุษาวดี โดนทิ้งเหมือนขยะแบบนี้ เธอเลยยืนเหวอ...อึ้ง...งง...อยู่ตรงนั้น

ระหว่างเดินอ้าวกลับ ตะวันพุ่งไปดักหน้าโรสรินบอกว่าถ้าเธอโกรธที่ตนกอดที่โรงเรือนกล้วยไม้ก็ขอโทษด้วยตนทำไปก็แค่อยากให้เธอหยุดเกเรเท่านั้น เธอประชดว่าเขาน่าจะไปประกวดแข่งกอดผู้หญิงชิงแชมป์โลกเลยดีกว่า

“แล้วเมื่อกี๊ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะกอดคุณอุษาด้วย” ถูกสวนว่าเรื่องของเขาจะมาบอกทำไม “อ้าว...ก็แล้วคุณโกรธอะไรผม” พอเธอเหวี่ยงใส่ว่าไม่ได้โกรธ เขาถามอีกว่า “นี่ขนาดไม่โกรธ คุณคิดอะไรกับผมรึเปล่าเนี่ย”

เจอคำถามนี้เข้าโรสรินไปไม่เป็นเหวี่ยงไม่ถูกเลย ตะวันได้ทีรุกต่อ “ว่าไง หรือว่าลึกๆแล้วคุณคิดอะไรกับผม”

พอตั้งสติได้เธอตะโกนด่า “ไอ้บ้า ใครจะไปคิดอะไรแบบนั้นกับนาย รีบไปสอนฉันปลูกกล้วยไม้ได้แล้ว”

“ปรี๊ดแตกขนาดนี้สอนไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก ไปทำอารมณ์ให้เย็นก่อนไหม”

โดนยั่วแล้วยั่วอีกโมโหจนไม่รู้จะทำยังไง เลยเดินไปที่รถจะขับออกไป ตะวันถามว่าจะไปไหน

“นายบอกให้ฉันทำอารมณ์ให้เย็นไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันยังอยู่ฉันได้ฆ่าคนแน่ๆ” พูดแล้วผลักตะวันกระเด็น ขึ้นรถขับออกไปเลย ตะวันวิ่งตามแต่ไม่ทัน ยืนบ่นว่าจี๊ดอะไรของเขาวะ!

โรสรินขับรถออกไปครู่หนึ่ง พอใจเย็นลงก็ถามตัวเองว่า

“แล้วเราจะจี๊ดเขาทำไม เออ...ไม่ได้คิดอะไรก็ไม่เห็นจะต้องจี๊ดนี่...โอ๊ย...ยิ่งคิดยิ่งจี๊ด!!”

ooooooo

ปู่ชาญกลัวโรสรินจะหนีกลับกรุงเทพฯ บอกให้ตะวันไปตาม เขาบอกปู่ว่าไม่อยู่ก็ดี ที่นี่จะได้สงบสุขขึ้น ปู่หงุดหงิดทนรอจนพระอาทิตย์จะตกดินก็เร่งให้ไปหา หรือไม่ก็โทร.ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน

“ผมยึดมือถือยัยโรสไว้ครับปู่” ตะวันเสียงอ่อยทำเป็นไม่แยแสทั้งที่ใจก็เป็นห่วงเธออยู่ไม่น้อย จนถูกปู่ดักคอว่าปากกับใจไม่ตรงกัน หลอกคนอื่นนั้นไม่เท่าไหร่ แต่หลอกตัวเองมันเจ็บปวดกว่ากันเยอะ...

โรสรินขับรถไปถึงถนนเปลี่ยวละแวกป่า ถูกตะปูเรือใบจนยางแบนไปต่อไม่ได้ พริบตาเดียวโจรร้าย 3 คนก็กรูกันออกมาปล้น โรสรินกลัวมาก ถูกโจรคนหนึ่งเข้ามาอย่างหื่น แต่อีกคนท่าทางเป็นหัวหน้าตะโกนห้าม โรสรินใจชื้นขึ้นมา ชมว่ามีจรรยาบรรณจะเอาเงินเท่าไรก็เอาไปแต่อย่าทำอะไรตนเลย

“ใครไม่ทำก็โง่ดิ ฮ่าๆๆ ที่ไม่ให้มันทำก็หมายความว่าพี่ต้องการแอ้มเป็นคนแรกไงจ๊ะ”

โรสรินทั้งตกใจทั้งกลัวพยายามดิ้นรนต่อสู้กับโจรหื่น ทันใดนั้น รถกระบะคันหนึ่งพุ่งเข้ามา พวกโจรหันมองเธอจึงจะวิ่งหนี ถูกโจรคนหนึ่งเหวี่ยงมีดไปมาไล่ตามจับ มีดปาดถูกแขนเธอเลือดไหลโกรก

เดชา กับล่ำและแหลมอยู่ในรถกระบะคันนั้น เขาพรวดลงมา ช่วยกันอัดมันจนสลบคาถนน เดชาบอกเธอว่ามันเป็นโจรกระจอกต่างถิ่น เห็นแขนเธอเลือดออกมาก จึงจะพาไปหาหมอ จังหวะนั้นเองตะวันตามมาถึงเห็นเดชาอยู่กับโรสรินก็ตวาด “แกทำอะไรคุณโรส ไอ้เดชา!!” แล้วพุ่งเข้าทั้งถีบทั้งชกจนเดชาล้มคว่ำ โรสรินปราดเข้าขวางบอกว่าเดชาเป็นคนช่วยตนไว้ แล้วเข้าประคองเดชาที่ถูกชกเลือดกบปาก เดชาด่าตะวันแล้วชี้ให้ดูสามโจรที่นอนหมดสติอยู่กลางถนน

โรสรินประคองเดชาไปส่งที่รถของเขา ขอบใจที่เขาช่วยตนและขอโทษแทนตะวันด้วย เดชาสำออยทำเป็นเจ็บมาก บอกเธอว่า หวังว่าครั้งนี้จะทำให้เธอดูตนดีขึ้น พูดเหน็บตะวันที่ยืนดูอยู่ว่า

“อาจจะมีใครบางคนไม่ชอบหน้าผม ใส่ร้ายผม แต่ผมไม่เคยคิดร้ายกับใคร โดยเฉพาะคุณ...คุณติดหนี้ผมอีกครั้งแล้ว แต่ไม่ต้องชดใช้ ผมขอแค่คุณยอมให้ความเป็นเพื่อนกับผมได้ไหมครับ” พอโรสรินพยักหน้า เดชายิ้มสมใจแล้วขึ้นรถไป

ooooooo

พอเดชาไปแล้ว ตะวันพาโรสรินไปหาหมอโดยเอารถเธอไปและให้แย้ขับรถของตนกลับไร่ โรสรินไม่ยอมไป แต่พอเขาถามว่าจะขึ้นรถเองหรือจะให้อุ้มขึ้นไป เธอก็รีบกระโดดขึ้นรถ

เป็นปัญหาวุ่นวาย เมื่อหมอกิตติทัตจะเย็บแผล เธอดิ้นโวยวายร้องไห้โฮๆ ไม่ยอมให้เย็บ พาลหาว่าเพราะ ตะวันพามาหาหมอทำให้หมอจะเย็บแผลตน โต้เถียงกันจนหมอถามว่ายังจะเถียงกันอีกนานไหมหมอจะได้ไปดูคนไข้คนอื่นก่อน ตะวันบอกว่าเย็บ โรสรินบอกว่าไม่เย็บ หมอเลยตัดสินว่า “ต้องเย็บ!!” เท่านั้นเองโรสรินก็แผดเสียงร้องไห้โฮๆ ลั่นโรงพยาบาล

ระหว่างหมอเย็บแผลเธอก็ยังโวยวายไม่หยุด ตะวันเลยบอกหมอให้เย็บปากเธอด้วยเลย

หมอเย็บแผลให้อย่างลำบากเพราะเธอทั้งดิ้นทั้งโวยวาย เจ็บจนเผลอจับมือตะวันแน่น ตะวันมองอย่างเป็นห่วง หมอกิตติทัตมองอารมณ์ของทั้งสอง ดูออกว่า...ต่างคิดอะไรกันอยู่...

หมอเย็บแผลเสร็จ จัดยาให้ ตะวันถามว่ากลับไหวไหมทำท่าจะเข้าประคอง โดนแว้ดสะบัดใส่ว่าไม่ต้องยุ่ง! เลยเจ็บแผลจนร้องโอย พาลโมโหตะวันตวาดถาม “เอ้า! จะกลับก็รีบกลับสิยะ จะรอให้แก่รึไง?!”

ตะวันส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับความขี้วีนขี้เหวี่ยงไม่จบสิ้นของเธอ

พอปู่ชาญรู้ว่าโรสรินถูกโจรแทงก็ตกใจเป็นลม แต่พอรู้สึกตัวก็สั่งตะวันเฉียบขาด

“หนึ่งปีนับแต่นี้ แกอย่าให้หนูโรสคลาดสายตาอีกนะเว้ย ปู่เสียว” อึ่งถามปู่ว่าโรสรินจะยอมอยู่ต่อหรือ “จะยอมหรือไม่ยอมก็ต้องอยู่” ตะวันติงอีกว่าถ้าใจเขาไม่อยู่ รั้งไว้ก็คงอีกไม่นาน

“ถ้าแกกับหนูโรสไม่เชื่อในคำสัญญาศักดิ์สิทธิ์ของปู่ก็ให้มันรู้ไปสิเว้ยเฮ้ย!” ปู่เสียงดังทั้งที่ยังเพลีย พอตะวันถามว่าสัญญาศักดิ์สิทธิ์หรือบังคับใจกันแน่ ปู่ก็ตบบ่ายิ้มจริงใจบอกว่า “ไม่ได้บังคับ เขาเรียกว่าความหวังดี”

ooooooo

น้ำค้างทำอาหารหิ้วปิ่นโตมาให้หมอกิตติทัตเป็นประจำบอกหมอว่าตนทำสุดฝีมือเลย จนหมอถามตรงๆว่าเธอคิดอะไรกับหมอหรือเปล่า

ถูกถามจี้ใจดำน้ำค้างยิ่งเขินถามว่าทำไมถามแบบนี้ หมออธิบายว่า “อยู่ๆมีผู้หญิงทำปิ่นโตมาให้บอกว่าตั้งใจทำสุดฝีมือ ถ้าถามใครๆ เขาก็คงคิดว่าผู้หญิงคนนี้ทำมาให้...แฟน” พูดแล้วมองหน้ารอรู้คำตอบ น้ำค้างรีบปฏิเสธ ชี้แจงว่าตนทำเพราะอยากตอบแทนที่หมอช่วยทำแผลให้พีระแขกของไร่ตะวัน บ่นเขินๆ ว่า “หมออ่ะ...คิดอะไรก็ไม่รู้ ไม่อยากทานก็ไม่เป็นไรค่ะ” พูดแล้วทำท่าจะเก็บ หมอรีบจับมือไว้ ขอบคุณแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย ชมและชวนให้มาเป็นแม่ครัวที่นี่เลยดีไหม

น้ำค้างมองหมอกินอย่างมีความสุข แต่พอกลับถึงบ้านถูกตะวันดักถามว่าทำปิ่นโตไปให้ใคร น้ำค้างอึกอักนึกคำตอบไม่ทัน เสียงปู่ชาญแทรกเข้ามาว่า “น้ำค้างมันทำปิ่นโตไปให้หมอทัต!” น้ำค้างช็อกถามว่าปู่รู้ได้ไงแล้วรีบขอโทษ

“ขอโทษทำไม ก็แค่ทำกับข้าวไปให้หมอลองชิม ถ้าอร่อยจะได้รับจ๊อบทำปิ่นโตส่งหมอกับพยาบาล เจ้าพีระมันบอกปู่หมดแล้ว”

น้ำค้างรู้สึกเหมือนรอดตาย เลยทำเนียนผสมโรงว่าก็แค่อยากทำธุรกิจเล็กๆดูบ้าง ตะวันแซวว่านึกว่าบุกไปจีบ หมอกิตติทัตเสียอีก น้ำค้างเขินต่อว่าพี่ชายว่าใครจะไปทำแบบนั้น แล้วเดินหนีไป ตะวันมองน้องสาวอย่างเอ็นดู

พอเดินพ้นทั้งตะวันและปู่มาแล้ว น้ำค้างถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

พีระพยายามจะขยายผลเรื่องโรสรินถูกแทงด้วยการโทร.ไปบอกปู่ณรงค์เพื่อจะได้เอาตัวเธอกลับ โรสรินไม่ยอมให้โทร.เขาจึงให้เธอสัญญาว่าทำแปลงกล้วยไม้เสร็จเธอจะกลับทันที

โรสรินนิ่งไปอึดใจ แล้วจึงโพล่งไปว่า “สาบานเลยก็ได้ ชัดแล้วใช่ไหม พอใจรึยัง!!!” พูดแล้วเดินไปเลย

เย็นนี้ตะวันเอากล่องยาที่ต้องทำแผลมายืนหน้าห้องโรสรินจะเอาเข้าไปให้ก็กลัวจะถูกมองว่าชอบเธอ คิดจะวางไว้เคาะประตูแล้ววิ่งไปหลบ แต่ไม่ทันขยับโรสรินก็เดินมาสะกิดจากข้างหลัง ตะวันสะดุ้งเฮือกถามว่ามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็ตั้งแต่ที่นายถือถาดใส่ยาทำแผลมาให้ฉัน ไม่เห็นต้องทำฟอร์มอะไรมากมาย” ตะวันทำหน้าไม่ถูกแล้วจะเดินกลับ เธอเรียกไว้บอกให้เขาทำแผลให้ ตะวันแอบดีใจที่จะได้ใกล้ชิด แต่พอเตรียมจะทำแผลเธอก็ลีลามากเสียจนทั้งน่าขำและน่าทุบ เดี๋ยวขอทำใจ เดี๋ยวขอตั้งสติ พอทำใจได้ก็บอกเขาให้ทำได้แล้ว

ขนาดทั้งตั้งสติ ทำใจแล้ว พอตะวันลงมือทำแผลก็แผดเสียงร้องกระทั่งร้องไห้ ตะวันสงสารทั้งปลอบทั้งเช็ดน้ำตาให้ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นแล้วค่อยๆกลายเป็นใจหวิวๆ ยอมให้ทำแผลให้โดยดีสิ้นพยศไปเลย

คืนนี้ขณะโรสรินไปนั่งเปลยวนดูดาวเหงาๆอยู่นั้น ตะวันมาเห็นก็ชะงัก พอเธอรู้ว่าเขามาก็รีบเช็ดน้ำตาถามว่ามีธุระอะไร เขาบอกว่านอนไม่หลับ บอกว่าที่เธอนั่งอยู่มันเป็นที่ดูดาวส่วนตัวของตน เธอจะลุก เขาบอกว่าไม่ต้องตนจะไปเอง เธอถามว่าอีกนานแค่ไหนตนถึงจะได้กลับ

ตะวันบอกว่าเธอเพาะกล้วยไม้กว่าจะโตก็ไม่ต่ำกว่าหกเดือน เห็นเธอตกใจ เขาพูดอย่างน้อยใจว่าแต่เธอไม่ต้องรอขนาดนั้นก็ได้ แค่เพาะเมล็ดในขวดเสร็จก็เชิญไปได้เลย เธอกลับโกรธจี๊ดขึ้นมาอีกถามว่าใครอยากอยู่กับผู้ชายปากจัดกัดอย่างกับหมาแบบนี้ เพาะเมล็ดเสร็จเมื่อไหร่จะไปจากที่นี่ทันที! พูดแล้วลุกวิ่งออกไปเลย ตะวันรู้สึกผิดตบปากด่าตัวเองเซ็งๆ...

“นี่แนะ! ไอ้ตะวัน ปากจัดทำไมวะ”

ooooooo

ปู่ชาญใจคอไม่ดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างตะวันกับโรสรินไม่เป็นอย่างที่ต้องการสักที วางแผนหลายครั้งก็ไม่เป็นผลเลยหวังพึ่งศาลพระภูมิ

“พระภูมิเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดช่วยอวยชัยอำนวยพรปัดเป่าภัยพาลทั้งหลายทั้งปวงและดลบันดาลให้หนูโรสและตะวันหลานกระผมเลิกโกรธ เกลียดชัง ให้แปรเปลี่ยนเป็นความรักด้วยเทิ้ดดด...พ้วงงงงง”

เป็นจังหวะที่ทางบริษัทโทร.มาบอกพีระเรื่องงานเร่งด่วนที่เขาต้องไปแก้ปัญหา พีระกับอุษาวดีจึงจำต้องกลับไป ปู่ชาญดีใจเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยแล้ว สั่งน้ำค้างอย่างตื่นเต้นให้รีบหาหัวหมูมาถวายสองหัวด่วนเลย

วันนี้ตะวันพาโรสรินเข้าไปหัดเพาะเมล็ดกล้วยไม้ในห้องแล็ป เธอเห็นรูปของพ่อและแม่ตะวันที่แขวนอยู่ในห้องนั้น ตะวันบอกว่าท่านทั้งสองรักกล้วยไม้มาก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง

ตะวันสอนโรสรินอย่างตั้งใจ เธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว พอทำได้ก็บอกว่า “ไม่เห็นจะยากเลย”

“ขั้นตอนไม่ยากหรอก ที่ยากคือการดูแลประคบ ประหงม กว่าเมล็ดจะงอกแล้วขึ้นเป็นต้น แต่คุณไม่ต้องรอจนถึงตอนนั้นหรอก”

โรสรินของขึ้นทันที คิดว่าเขาขับไล่ไสส่ง ปรี๊ดใส่ “ไม่ต้องย้ำ! ฉันเพาะเสร็จเมื่อไหร่ฉันไปแน่!”

“ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้ก็น่าจะเสร็จ” พูดแล้วมองหน้าเธอนิ่ง โรสรินเองฟังแล้วก็อึ้งไปเหมือนกัน

ปู่ชาญแอบดูอยู่ที่หน้าต่างอย่างไม่สบายใจ เห็นอาการของทั้งสองแล้วก็เครียด

ooooooo

พอตะวันออกจากห้องแล็ป ปู่มาดักถามอย่างไม่พอใจว่าใครอนุญาตให้ล้มเลิกสัญญาใจของปู่ ย้ำว่าโรสรินต้องอยู่ที่นี่หนึ่งปีไม่ใช่อยู่แค่เย็นนี้!!

ตะวันชี้แจงอย่างเหนื่อยใจว่า เป็นปู่จะทนได้ไหมถ้ามีคนมาพูดกรอกหูทุกวันว่าจะไปจากที่นี่แล้ว ปู่จะทำยังไง ปู่บอกว่าก็ทำตามความต้องการของหัวใจตัวเอง สอนหลานชายว่า

“ถามตัวเองให้แน่ใจเถอะ แกกล้าพูดความจริงว่าตั้งแต่วันแรกที่แกได้เจอหนูโรส จนถึงวันนี้ แกไม่มีความรู้สึกดีๆบ้างเลย” ตะวันบอกว่าตนไม่มีทางเลือก “ทำไมจะไม่มี ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกโว้ย ถ้าอีกคนมันไม่เต็มใจ!!”

ปู่พูดทิ้งไว้แล้วเดินไปเลย ตะวันได้แต่ถอนใจออกมาอย่างอึดอัด

ปู่เดินไปเจออึ่งกับแย้กำลังช่วยกันเอาหัวหมูจะไปไหว้ที่ศาลพระภูมิ ก็สั่งว่าไม่ต้องแล้ว พูดอย่างอารมณ์เสียว่า

“เย็นนี้ไอ้ตะวันมันยอมให้หนูโรสกลับกรุงเทพฯ แล้ว”

“หา! เย็นนี้!!” ทุกคนตกใจอุทานเป็นเสียงเดียวกัน

ตะวันกับโรสรินยังง่วนอยู่ในห้องแล็ป โรสรินทำอย่างไม่ยอมหยุดพักเพื่อจะได้เสร็จๆ แล้วจะได้กลับเสียที

สอนเสร็จ ตะวันไปนั่งใจลอยอยู่ที่สวนดอกไม้ ปู่ชาญเดินมานั่งใกล้ ถามว่าจะยอมให้โรสรินไปจากไร่ตะวันจริงๆหรือ เขาถามปู่อย่างเหนื่อยใจว่า “ทำไมปู่ไม่เลิกเชียร์เสียที โรสรินมีดีอะไร”

“หนูโรสเหมือนแม่แกมาก...แม่แกก็ยัยคุณหนูตัวแสบเหมือนกัน แต่ก่อนพ่อแกทนซะที่ไหน แต่เวลาผ่านไปไม่นาน ปู่กับพ่อของแกก็ได้รู้ว่า ยังมีนางฟ้าอยู่ในร่างของยัยตัวร้ายจริงๆ”

“โรสรินไม่เหมือนแม่ผมหรอกครับปู่ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งแน่ใจว่า ยัยกุหลาบร้ายคนนี้ ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นนางฟ้าไปได้หรอก และที่สำคัญ โรสรินก็กำลังจะไปจากที่นี่แล้ว ผมขอโทษจริงๆครับปู่” ตะวันยกมือไหว้ แล้วลุกเดินไป ปู่ชาญถอนใจมองตาม อยากให้ตะวันเปลี่ยนใจรั้งโรสรินให้อยู่ต่อ...

ตกเย็น ตะวันสั่งน้ำค้างและคนงานหญิงที่อยู่หน้าห้องพักของโรสรินให้เก็บข้าวของของเธอให้หมดและทำความสะอาดห้องให้เหมือนกับไม่เคยมีใครมาอยู่ห้องนี้เลย น้ำค้างถามพี่ชายว่าเครียดเพราะโรสรินกำลังจะไปจากที่นี่ใช่ไหม ตะวันไม่ตอบและเดินหนีไป

โรสรินไปยืนดูแปลงกุหลาบอย่างครุ่นคิด ตะวันเดินมาบอกว่าตนให้น้ำค้างเก็บของให้เธอเรียบร้อยแล้ว เธอขอบใจ พูดอย่างโล่งอกว่า ในที่สุดก็จะได้ไปจากขุมนรกนี้เสียที ตะวันชักสีหน้าถามว่าไร่ตะวันของตนเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ!

“ไร่น่ะไม่!! แต่คนสิ ใช่!!” ตะวันถามว่าไหนๆ เธอก็จะไปแล้ว เธอมีความรู้สึกยังไงกับที่นี่ โรสรินเปรียบเทียบให้ฟังว่า “ชีวิตที่นี่แตกต่างจากที่ฉันเคยอยู่ ไม่มีห้างหรูๆ ให้เดิน ไม่มีคนคอยรับใช้เอาใจ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แต่มันก็น่าแปลกนะที่ฉันพอจะอยู่ได้ไม่ทุรนทุราย” ตะวันถามว่าเคยแอบคิดไหมว่าเธออาจชอบที่นี่ “เคย...แต่คงไม่ชอบหรอก เพราะถึงยังไง ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉันหรอก นายว่าไหมล่ะ”

เป็นคำพูดของโรสรินที่ตะวันจำต้องทำใจยอมรับการตัดสินใจของเธอ...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.