ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างนั่งรถกลับ โรสรินนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ข่มเขาได้ ตะวันจำต้องขอโทษเพราะกลัวเธอจะฟ้องคุณปู่เขา ถูกเธอแกล้งทำหูตึง จนเขาต้องตะโกนซ้ำแล้วซ้ำอีก

ตะวันขอโทษเป็นคำที่ร้อยสิบเจ็ดก็เริ่มเสียงแหบแห้งเพราะถูกเธอแกล้งให้ต้องตะโกน ถูกเธอขู่ว่ายังเหลืออีกสามร้อยแปดสิบคำจัดมาให้ไวเลย ขณะที่ยิ้มเย้ยสะใจตะวันนั้น ในใจโรสรินก็แอบโล่งอกเมื่อนึกว่า “ดีนะ...ความไม่แตก”

กลับถึงบ้าน แย้ต้องเอายาแก้เจ็บคอให้ตะวันกิน ถามหยอกว่าไปร้องคาราโอเกะที่ไหนมาถึงเสียงแหบเสียงแห้งแบบนี้ ตะวันเอ็ดเสียงแห้งๆว่า “ไปๆๆไปทำงาน ถามซอกแซกอยู่ได้” แย้มองหน้าสงสัยเลยถูกตะวันเตะตูดทีหนึ่งจึงไปได้

แต่พอตะวันจะจิบยาก็แทบสำลัก เมื่อหันไปเห็นโรสรินในชุดเดรสที่ซื้อมาใหม่เดินกรีดกรายหมุนโชว์ ถามว่า ชุดของเดชาเก๋ดี นายว่าไหม ถูกตะวันสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เพราะนั่นไม่ใช่ชุดทำงาน เธอลอยหน้าบอกว่า

“เพิ่งซักยังไม่แห้ง ฉันจะใส่ชุดนี้ ชุดที่คนใจดีอย่างเดชาซื้อให้ มีปัญหาอะไรไหม”

“คำก็เดชา สองคำก็เดชา ถ้าคุณรู้จักเขาเหมือนที่ผมรู้จัก ผมเชื่อว่าคุณต้องเผาไอ้ชุดนี่ทิ้งแน่ๆ” เธอสวนทันทีว่าไม่เห็นเขาจะร้ายกาจกับตนตรงไหน “ผมเตือนคุณแล้วนะ อยู่ห่างๆนายนั่นไว้!”

โรสรินเชิดใส่แล้วสะบัดหน้าเดินไป ตะวันมองตามอย่างเป็นห่วง

ooooooo

ที่รั้วไร่ตะวันอีกด้านหนึ่ง โรสรินเดินเหลียวหน้าเหลียวหลังตรงไปริมรั้ว ที่นัดกับเดชาไว้

เดชากับล่ำและแหลมรออยู่แล้ว แหลมกับล่ำถือถุงใส่ยาฆ่าหญ้ามาด้วย พอเดชาเห็นเธอใส่ชุดที่ซื้อให้ก็ยิ้มตาฉ่ำ ล่ำเอ่ยขึ้นว่า นั่นมันชุดที่เสี่ยซื้อให้นี่ แหลมยิ้มกริ่มบอกว่ามีใจชัวร์ๆ เดชาได้ยินก็ยิ้มปลื้ม

พอเจอกัน ล่ำกับแหลมก็ยื่นถุงยาฆ่าหญ้าให้ เธอขอบใจเดชาที่เป็นธุระให้ พอเธอจะเดินกลับก็ถูกเดชาฉวยมือไว้ แต่เสือผู้หญิงอย่างเดชา พอเห็นโรสรินชะงักมองมือที่ถูกฉวยไว้ เขารู้ว่ายังไม่ถึงเวลาจึงปล่อยมือ พูดสุภาพแต่ตาฉ่ำว่า


“ไม่นึกว่าคุณจะรีบร้อนขนาดนี้ ไม่คิดจะตอบแทนกันบ้างเหรอ” โรสรินย้อนกลับนิ่งๆว่า เห็นเขาบอกยินดีที่ได้ช่วยเหลือตน “ก็ใช่ครับ แต่ผมคงจะยินดีมากขึ้น ถ้าได้รับประทานอาหารกับคุณสักมื้อ”

“ก็ได้ แต่หลังจากที่ฉันเสร็จธุระก่อน” โรสรินตอบรับเมื่อเห็นสีหน้าแววตามุ่งมั่นแกมบังคับของเดชา เขารีบย้ำว่าถือว่าเป็นคำสัญญานะ โรสริสไม่ตอบ แต่ยักไหล่เชิดๆ พอเดชากับลูกน้องเปิดรั้วออกไป เธอจึงยิ้มเยาะ “ฝันไปเหอะย่ะ!”

ไม่นานพีระก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหา ถามอย่างเร่งร้อนว่า

“โรซี่ เรียบร้อยดีไหม คุณได้ของมาหรือเปล่า”

“ไม่พลาดอยู่แล้ว เริ่มแผนของเราได้เลย!” โรสรินยิ้มร้าย

พีระหยิบแกลลอนยาฆ่าหญ้าขึ้นดูพูดสะใจ

“คืนนี้แหละ ไอ้นายตะวัน!!”

ooooooo

ในคืนปฏิบัติการนั้น มีอุปสรรคเพราะพวกแย้มาตั้งวงดวดกันแถวฟาร์มดอกไม้

“เอาไงดีโรซี่ ตั้งวงกันเสียขนาดนั้นน่ะ” พีระถามเบาๆ พอดีโรสรินถูกยุงกัดเธอตบเพียะ แย้ได้ยินมองขวับเห็นต้นไม้ไหวจึงเดินไปดู ทุกคนใจคอไม่ดีเพราะมีหลักฐานอยู่เต็มสองมือ พีระตัดสินใจทำเสียงแมวร้อง

แย้หน้าตาเอาเรื่องบอกพรรคพวกว่า “ชัดเลย ไร่นี้ไม่มีแมวโว้ย ใครวะ ใครอยู่ตรงนั้น!” แย้กับพวกเดินลุยมาทางเสียงแมวร้องทันที อุษาวดีเลยหยิบก้อนหินขว้างกระถางต้นไม้หล่นแตก พวกแย้หันมองขวับ อุษาวดีโบกมือให้พีระกับโรสรินให้รีบออกไป แล้วตัวเธอก็เผยตัวออกไปเผชิญหน้าพวกแย้ บอกว่าต่างหูตนตกหายไปเมื่อเย็นนี้ให้ช่วยกันหาหน่อย

แย้ถามว่าเธอได้ยินเสียงแมวร้องไหม อุษาวดีบอกว่าได้ยิน เห็นมันวิ่งชนกระถางตกแตกด้วย แล้วเร่งให้พวกแย้ช่วยกันหาต่างหูให้ตน แย้กับพวกเลยช่วยกันส่องไฟฉายหาต่างหูให้ อุษาวดีแอบถอนใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

พีระกับโรสรินหลบออกมาถึงหน้าโรงเรือนกล้วยไม้ต่างยืนหอบ พีระถอนใจโล่งอกบอกว่าถ้าโดนจับได้ละซี้แหงแก๋ ครู่เดียวอุษาวดีก็วิ่งกระหืดกระหอบมาสมทบ บอกว่าพวกนั้นกลับไปตั้งวงกันต่อแล้ว จะทำอะไรก็ให้รีบๆทำเสีย

แต่พอพีระบอกโรสรินให้เอาถุงมือกับผ้าปิดปากให้ ปรากฏว่าหล่นหายไปไม่รู้ตัว

“ไปเอาเดี๋ยวนี้เลย!!!” โรสรินบอกอย่างร้อนใจ พีระรีบเดินย้อนกลับไปหา

น้ำค้างออกมาเดินเล่น พบถุงอะไรตกอยู่ เธอหยิบขึ้นมาดู เป็นถุงมือกับผ้าปิดปาก เธอสงสัยว่าของใคร ทำไมมาตกอยู่แถวนี้ พอดีพีระย่องกลับมาหา เห็นถุงอยู่ในมือน้ำค้างก็ตกใจ ฉุกคิดอะไรได้เลยทำเป็นเดินทื่อละเมอนับแกะผ่านน้ำค้าง แต่นับผิด จาก 69-70 แล้ว 74 เลย

น้ำค้างรู้ทันบอกว่าอย่ามาแกล้งบ้าหลอกกันด้วยลูกไม้ตื้นๆแบบนี้เลย แล้วเอาถุงไปยื่นตรงหน้าถาม

“นี่ของนายใช่ไหม มาหาของนี่ใช่ไหม จะเอาไปทำอะไรไม่ทราบ!” พีระเสียวสันหลังวูบแต่ก็ยังแกล้งทำเป็นละเมอ “นี่! ถ้าไม่ตอบ ฉันจะตะโกนเรียกพี่ตะวันนะ”

พีระเห็นจวนตัวเลยแกล้งขัดขาน้ำค้างล้มกลิ้งแล้วตัวเองก็ล้มทับเธอไว้จนน้ำค้างดิ้นไม่หลุด แต่พีระก็ยังละเมอนับแกะต่อ น้ำค้างดิ้นสุดแรงแต่ก็ไม่อาจพลิกตัวออกมาได้ เห็นสายยางรดน้ำต้นไม้อยู่ใกล้ๆเลยเอื้อมมือไปเปิดก๊อกเอาน้ำฉีดใส่ พีระเลยต้องตื่นทำเป็นถามงงๆว่า ตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง บ่นตัวเองว่าแปลกที่ทีไรละเมอทุกที

น้ำค้างมองงงๆ ชักจะเชื่อ พีระถามว่า

“แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง อย่าบอกนะว่าเธอ!! ฉวยโอกาสลวนลามฉัน” น้ำค้างด่าเขินๆ พีระได้ทีบอกว่า “ถ้าอยากใกล้ชิดฉัน มาขอกันดีๆก็ได้”

“บ้า! ให้ใกล้ชิดกับนายกัดลิ้นตายยังดีกว่า!” น้ำค้างเขินลุกขึ้นได้ก็วิ่งหนีไปเลย พีระรีบเก็บถุงของซุกไว้ข้างตัวแล้ววิ่งลัดเลาะไปด้วยความเป็นห่วงว่าป่านนี้โรสรินรอแย่แล้ว

พีระวิ่งไปชนอุษาวดีที่ออกมาตาม ถามพี่ชายว่าได้เรื่องไหม พีระชูถุงให้ดูแล้วชวนรีบไปกัน ไม่ทันไรก็เจอโรสรินเดินเพลียๆออกมา อุษาวดีถามว่าออกมาทำไม ทำไมไม่รออยู่ในนั้น โรสรินยิ้มเพลียๆ แต่มีความสุขบอกว่า

“ปิดจ๊อบ! ทุกอย่างเรียบร้อย แค่รอลุ้นผลวันพรุ่งนี้”

ooooooo

เมื่อคืน ตะวันเจอหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาพันธุ์กล้วยไม้ เขาหยิบลุกเดินจะเอาไปให้โรสรินศึกษา ไปยืนร้องเรียกโรสรินเผื่อยังไม่หลับ แต่ไม่มีเสียงตอบรับเลยคิดว่าคงหลับไปแล้ว

น้ำค้างเดินมาเจอ เธอแซวพี่ชายว่าแอบย่องมาหาคู่หมั้น ตะวันบอกว่าเอาหนังสือมาให้ บ่นว่ายัยนั่นไม่รู้เรื่องอะไรเลยเดี๋ยวไร่เราวิบัติหมด ถูกน้ำค้างพูดอย่างรู้ทันว่า “จ้า...พี่ชายน้ำค้างทำอะไรก็มี...ข้ออ้าง!” พอถูกพี่ชายดุก็แก้ว่า มีเหตุผลแทน

ตะวันกลัวถูกข้อหาอย่างที่น้ำค้างหยอกเลยกลับไปก่อนบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยเอามาให้ก็ได้ น้ำค้างจึงเดินผ่อนอารมณ์ต่อ

เช้ามืดรุ่งขึ้น ตะวันลุกไปตะโกนปลุกโรสรินแต่เช้าแต่ยังเงียบบ่นว่าไม่รู้เวลาทำงานรึไง นึกได้ถามตัวเองว่าโหดไปรึเปล่า แล้วเดินกลับไปยอมให้เธอสายสักวันก็ได้

จนสาย น้ำค้างหิ้วปิ่นโตไปให้ตะวัน พอรู้ว่าโรสรินยังไม่ออกจากห้องก็โวยว่าคนกรุงนี่ไม่ไหว น้ำค้างฉุกคิดได้พึมพำว่า หรือโรสรินจะเป็นไปด้วยอีกคน ตะวันถามว่าเป็นอะไร?

“ละเมอน่ะสิ เมื่อคืนนี้ นายพีระละเมอออกมาเดินแถวแปลงกุหลาบ” ตะวันถามว่าละเมอบ้าอะไรเดินไกลเสียขนาดนั้น แล้วทั้งสองก็ตกใจเมื่อแย้วิ่งมาบอกให้ไปดูที่โรงเรือนกล้วยไม้เร็ว!

ooooooo

ที่โรงเรือนกล้วยไม้ ตะวันมองกล้วยไม้ที่ฟุบสลบคอพับคอตกไปเป็นแถบด้วยความเจ็บปวด โกรธจี๊ด จนน้ำค้างต้องบอกพี่ชายให้ทำใจดีๆไว้ก่อน

แย้หิ้วแกลลอนยาฆ่าหญ้าเอามาให้ตะวันบอกว่าคนงานเจอซุกอยู่ด้านหลัง

“โธ่เว้ย! ฉันไม่เคยอนุญาตให้ใครใช้ยาฆ่าหญ้าในไร่ของเรา ใคร! ฝีมือใคร!!” ตะวันวิ่งพรวดออกไป

เขาวิ่งไปเจอพีระเดินผิวปากมาอย่างสบายใจ เขาตรงเข้ากระชากคอเสื้อตะคอกถาม

“เมื่อคืนนายออกไปทำอะไร สารภาพความจริงออกมา!!! นายไม่พอใจเรื่องคุณโรสแล้วมาลงกับดอกไม้ของฉันใช่ไหม” พีระทำไขสือถามว่าดอกไม้อะไรไม่เข้าใจ น้ำค้างเดินมาสมทบบอกว่ากล้วยไม้ที่โดนยาฆ่าแมลงไง

ปู่ชาญกับแย้เดินมายืนยัน แย้เอาแกลลอนยาฆ่าหญ้ามาเป็นหลักฐานฟันธงว่าฝีมือพีระแน่ๆ ตะวันด่าพีระว่าเล่นสกปรกแล้วจะชก อุษาวดีเข้ามาขวางถามว่ามีหลักฐานอะไรมากล่าวหาพี่ชายตน

“หลักฐานเหรอ เมื่อคืนน้ำค้างบอกว่าเจอนายเดินละเมอ จะให้ฉันเชื่อเหรอ อีกอย่างฉันไว้ใจคนงานในไร่ของฉันทุกคน!”

พีระยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ ตะวันไม่เชื่อด่าแล้วพุ่งเข้าชก ทุกคนที่อยู่แถวนั้นพากันร้องห้ามเสียงขรม

“หยุดนะ!!” โรสก้าวออกมาท่าทางยังอิดโรย “ไม่ใช่พีระ ฉันทำเอง”

ตะวันไม่เชื่อ ถามว่าเธอรับผิดแทนพีระทำไม โรสรินอ้างว่าเขาเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่าต้องคอยกำจัดวัชพืช ตนว่าวิธีนี้ได้ผลที่สุด

“แต่ต้องไม่ใช่ที่ไร่ตะวันไม่ใช่โรงกล้วยไม้ของผม” ตะวันพูดอย่างเจ็บปวด เสียใจ จนปู่ชาญต้องปลอบให้ใจเย็นๆ

โรสรินได้ทีถามว่าเสียใจที่กล้วยไม้ตายหรือ ท้าให้ไล่ตนออกเลย ไล่ออกเล้ย!

ตะวันสบถ “โธ่เว้ยยยย!!” แล้วจับเธอขึ้นบ่าแบกไปเลย เธอดิ้นกระแด่วบนบ่าร้องบอกให้ปล่อย พีระก็ ตะโกนให้ปล่อย แต่ตะวันหน้ามืดเสียแล้ว เขาแบกเธอขึ้นบ่าเดินลิ่วๆไป บรรดาที่มุงอยู่พากันวิ่งตามเป็นพรวนด้วยความเป็นห่วงโรสริน โดยเฉพาะปู่ชาญวิ่งตามตะโกน

“ปล่อยคุณโรสเดี๋ยวนี้นะไอ้ตะวัน!”

แต่ตะวันก็แบกโรสรินขับรถพรืดออกไป น้ำค้างบอกแย้ให้เอารถตามไป พีระบอกอุษาวดีให้ไปช่วยโรสรินกับตนถูกปู่ชาญออกมาขวาง

“ไม่ต้องตามไป ตามไปก็เกะกะเปล่าๆ เดี๋ยวไอ้ตะวันมันทำไรไม่ถนัด” พีระสั่งปู่ชาญให้ถอยไป ปู่เลยเสียงเข้มน่ากลัวใส่ว่า “บอกไม่ให้ตามไง!! พูดไม่รู้เรื่องรึไง!!!” ทุกคนเลยชะงัก

ooooooo

โรสรินโวยวายไปตลอดทางให้เขาจอดรถและ ปล่อยตนแต่ตะวันทำเป็นหูทวนลม  จนเธอออกอุบายว่าปวดฉี่ เขาก็เอาถุงพลาสติกให้  บอกว่าตนจะไม่มองให้เสียสายตาหรอก จะทำอะไรก็ทำไป

“มันจะมากไปแล้วนะ  ฉันบอกให้จอดรถเดี๋ยวนี้” โรสรินแว้ดใส่ เมื่อเขาไม่สนใจเธอเลยเอามือปิดตาเขาจนต้องจอดรถ  เธอเปิดประตูรถวิ่งออกไปทันที ตะวันตามไป  เธอคว้าไม้ขู่ไม่ให้เข้าใกล้ทั้งที่ตัวเองยืนโงนเงนอย่างอ่อนเพลียเต็มที

ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันตึงเครียด โรสรินตะโกนใส่หน้าเขาว่า “ฉันเกลียดนาย! เกลียดๆๆๆๆๆ!! เกลียด

คนอย่างนาย นายมันทุเรศ บ้าอำนาจ ฉันรังเกียจคนอย่างนายที่สุด!!!”

แต่โรสรินเผชิญหน้ากับตะวันไม่นานเธอก็ตาลายทรุดหมดสติไปกับพื้น  ตะวันตกใจรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเธอขึ้นรถพาส่งโรงพยาบาล  บังเอิญไปเจอหมอกิตติทัตเพื่อนสมัยเรียนมัธยมมาด้วยกัน เขาเรียกเธอว่า ยัยเหยิน! ส่วนเธอก็เรียกเขาว่านายขาโก่ง  โรสรินขอร้องหมอกิตติทัตให้ช่วยตนด้วย ตนหนีใครคนหนึ่งมา

พอดีตะวันเข้ามา โรสรินชี้ว่าคนนี้จะจับตนไปทำร้ายแล้วกอดหมอกิตติทัตไว้แน่น

“คนนี้เนี่ยนะ!!” หมอถามงงๆ โรสรินพยักหน้า หมอบอกว่า “แต่คุณตะวันเป็นคนที่พาคุณมาส่งโรงพยาบาลนะโรส” เธอบอกว่าเขาจะพาตนไปฆ่าหมกป่าต่างหาก “ไปกันใหญ่แล้ว ว่าแต่คุณเถอะ ไปทำยังไงเข้าถึงโดนพิษยาฆ่าหญ้าแบบนั้น มันถึงตายได้นะ ดีนะที่คุณตะวันพาคุณมารักษาทันเวลา”

ooooooo

โรสรินมองตะวันหวาดๆ ถามเขาว่าไม่โกรธตนหรือ  ตนทำให้กล้วยไม้เสียหายทำไมยังพาตนมาส่งโรงพยาบาล? ขณะนั้นเองปู่ชาญเข้ามาอย่างเร่งร้อนห่วงใย ตรงมาหาโรสรินที่เตียง

“หนูโรส...เห็นหมอบอกว่าปลอดภัยแล้วนะ” แล้วหันไปต่อว่าตะวัน “นึกว่าจะเดาผิดเสียอีก ที่แท้แกก็พาหนูโรสมาหาหมออย่างที่ปู่คิดไว้จริงๆ” แล้วหันไปแขวะพีระ “ถ้านายนี่ตามไป คงขัดขวางไม่ถึงมือหมอพอดี”

“น้ำค้างนับถือหัวใจพี่จริงๆ ถึงจะโกรธแทบตาย แต่ยังเป็นห่วงถึงพาคุณโรสมาหาหมอ”

“ห่วงเหรอ? พี่ก็แค่ไม่อยากให้มีคนตายในไร่ของเราก็เท่านั้นเอง” ตะวันกระแทกเสียง ทำเอาโรสรินอึ้ง เขาหันจ้องหน้าเธออย่างผิดหวังเสียใจแล้วเดินหนีออกไปเลย  ทำให้โรสรินใจคอไม่อยู่กับตัวจนลืมพีระกับอุษาวดีที่ยืนอยู่ข้างเตียง

ooooooo

น้ำค้างถามโรสรินว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป ใครๆก็รู้ว่าตะวันหวงเรือนกล้วยไม้มาก

“ก็แน่สิ สถานที่พลอดรักของนายตะวันนี่”

“ไม่ใช่นะพี่โรส  พี่โรสเข้าใจผิดแล้ว” น้ำค้างติง ปู่ชาญหน้าเศร้าไปทันที เล่าให้ฟังว่า

“พ่อแม่ของตะวัน  เขาช่วยกันเพาะกล้วยไม้พวกนั้นเอาไว้ ก่อนที่...จะประสบอุบัติเหตุเสียไปทั้งคู่น่ะหนูโรส” โรสรินชะงักหน้าเสีย “มันก็เลยรักที่นั่นมาก  ที่นั่นมันก็เหมือนกับหัวใจของไอ้ตะวัน”

“เอ่อ...แต่ว่า...มันไม่ใช่ที่ที่เขามานัดพบกับแฟนเหรอคะ” โรสรินถามไม่เต็มเสียง  หน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่มีทาง  พี่ตะวันหวงจะตาย  ขนาดพวกคนงานยังไม่ค่อยจะให้เข้า  อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย...เรือนกล้วยไม้นั่นเป็นหัวใจของพี่ตะวันจริงๆค่ะ” น้ำค้างช่วยชี้แจงอีกคน

ยิ่งฟัง โรสรินก็ยิ่งสงสัยว่า...แล้วที่ได้ยินมา...มันคืออะไร???

ooooooo

ตะวันบอกปู่ชาญว่าตนไม่เชื่อว่าโรสรินตั้งใจจะกำจัดวัชพืช และถึงตนจะเป็นคนพาเธอไปโรงพยาบาลก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้เธอก่อเรื่อง มันคนละเรื่องกัน!

ปู่ชาญหน้าจ๋อยเพราะตะวันพูดถูก แต่ก็พยายามหว่านล้อมให้เขาลดหย่อนผ่อนอารมณ์ลงว่า

“ปู่รู้...ว่าแกเสียใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แกช่วยชีวิตคนแล้วช่วยให้โอกาสคนอีกสักครั้ง ปู่เชื่อว่าถ้าหนูโรสเขารู้ตัวว่าทำผิด เขาต้องเสียใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน ปู่ยังเชื่อความดีในตัวของหนูโรส เขาไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่แกคิดหรอก...ปู่จะพาทุกคนกลับไร่ก่อน แล้วพาหนูโรสกลับไร่ดีๆล่ะ อย่าไปโมโหเขาอีกรู้ไหม”

ปู่ชาญบีบไหล่ตะวันก่อนหันหลังเดินออกไป ตะวันนิ่ง ครุ่นคิด อย่างตัดสินใจ พึมพำบอกปู่

“ปู่ครับ...ผมขอโทษ หวังว่าปู่คงเข้าใจผมนะครับ”

แม้พีระกับอุษาวดีจะอยู่พูดคุยชมเชยและให้กำลังใจโรสรินอยู่ข้างเตียง แต่เธอเหมือนไม่ได้ฟังทั้งสอง เพราะใจพะวงนึกห่วงที่ตนได้ทำร้ายจิตใจของตะวัน เฝ้าครุ่นคิดแต่ว่า...จะทำยังไงดี?

มีโทร.เข้ามือถือของอุษาวดี เป็นสายจากที่ทำงานเธอจึงขอไปคุยนอกห้อง ส่วนพีระก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

พอทั้งสองคล้อยหลังไป โรสรินก็ตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง เธอรวบรวมความกล้าลุกเดินไปหาตะวันที่เห็นยืนอยู่ไม่ไกลนัก แต่เจอหมอกิตติทัตผ่านมาพอดีเลยโดนดุว่าออกมาเพ่นพ่านได้ยังไง ใครให้มา เธอบอกว่ามีธุระแค่แป๊ปเดียวเอง  แต่พูดไม่ทันขาดคำก็ทรุดฮวบลง หมอประคองไว้ทัน

มองจากมุมที่ตะวันยืนอยู่จึงเหมือนทั้งสองกำลังกอดกันอยู่! ตะวันถึงกับนิ่งไปเลย พอโรสรินกับหมอรู้ตัวผละออกจากกัน เธอหันมองไปทางตะวัน ปรากฏว่า เขาหายไปแล้ว  เธอถอนใจเสียดายที่ไม่ได้พูดอะไรกับเขาอย่างที่ตั้งใจ

พีระกับอุษาวดีกลับมาเห็นโรสรินอยู่ข้างนอกต่างตกใจถามว่าออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ จะเอาอะไรทำไมไม่บอก

“เอาล่ะ  เป็นอันว่า พวกคุณเฝ้าคนไข้ให้ดีๆ ก็แล้วกันนะครับ เหยิน...กลับไปนอนเลยไป แข็งแรงแล้วค่อยซ่าส์”

พีระถามหมอว่าเมื่อกี้เรียกโรสรินว่าอะไรนะ หมอรีบขอโทษบอกว่าตนกับโรสรินเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ฝากให้ทั้งสองดูแลคนไข้อีกทีแล้วเดินออกไป แต่อึดใจเดียวประตูก็ถูกผลักเข้ามาอีก ทุกคนหันมองเห็นตะวันเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าของโรสริน มาถึงก็โยนกระเป๋าลงข้างเตียงจ้องหน้าเธอบอกว่า

“ถ้าหายดีแล้ว ก็รีบๆกลับบ้านคุณไปเสีย ไร่ตะวันไม่ต้อนรับคนอย่างคุณ ต่อไปนี้ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องมาอดทนอยู่ร่วมกันอีกแล้ว” ตะวันพูดจริงจังอย่างมีอารมณ์แล้วหันหลังเดินออกไปอย่างไม่พอใจ

พีระกับอุษาวดีดีใจมาก พีระบอกโรสรินว่าเธอพ้นจากคุกแล้ว เป็นอิสระแล้ว เขารีบไปลากกระเป๋าเดินผิวปากออกไปอย่างสบายอกสบายใจ แต่โรสรินกลับไม่สบายใจ...

ooooooo

แต่พอจะไปขึ้นรถกลับ โรสรินเห็นรถกระบะของตะวันขับผ่านมา เธอพุ่งออกไปยืนขวางถนนอย่างไม่กลัวตาย  ตะวันเบรกสนั่น  เปิดประตูลงจากรถอย่างฉุนเฉียวถามว่า

“จะแผลงฤทธิ์จนหยดสุดท้ายเลยใช่ไหม! ได้กลับบ้านแล้วยังไม่พอใจอีกหรือ คุณยังต้องการอะไรอีก!”

“ฉันจะกลับไร่ตะวัน!!”

“กลับไปทำไมอีก ผมรู้ว่าคำสัญญาที่ปู่คุณกับปู่ผมตกลงกันมันสำคัญมาก แต่ผมจะคุยกับปู่ให้เข้าใจ คุณไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะเป็นเมียผม ผม-ไม่-เอา!!”

โรสรินชี้หน้าให้เขาหยุดพูดและพาตนกลับไร่ไปเดี๋ยวนี้เลย ตนมีความจำเป็นต้องกลับเพื่อแก้ไข อยากไปทำอะไรเพื่อลบความรู้สึกผิดของตัวเอง ตะวันเยาะเย้ยว่าคนอย่างเธอหรือจะรู้สึกผิด ไล่ให้ไปเสียก่อนที่ตนจะหมดความอดทน

“ตกลงจะไม่ให้ไปด้วยใช่ไหม! ได้!!” โรสรินจ้องหน้าผลักเขากระเด็นไป แล้วขึ้นรถนั่งที่คนขับ ขับพรืดออกไปเลย ทุกคนช็อก ตะวันวิ่งไล่ตามกระโดดเกาะกระบะตะกายขึ้นไปแทบไม่ทัน

พีระกับอุษาวดีช็อกกับอารมณ์รุนแรงของโรสริน พีระบ่นว่าออกจากนรกแล้วยังกลับเข้าไปอีกทำไม

โรสรินเห็นตะวันขึ้นกระบะมา เธอแกล้งเบรกรถจนตะวันหัวทิ่มกลิ้งอยู่ในกระบะ โรสรินลงจากรถ พูดใส่หน้าเขาว่าตนไม่ได้อยากอยู่ที่นี่และไม่อยากอยู่ใกล้เขาด้วย พูดขึงขังว่า

“แต่ฉันไม่อยากจากไปแล้วให้ทุกคนที่นั่นเกลียดฉัน เพราะสิ่งที่ฉัน...ได้ทำไว้” ตะวันถามว่าสำนึกผิดแล้วหรือ เธอสวนไปทันควันว่าตนไม่เคยทำอะไรผิด แล้วทำไมต้องสำนึก ที่ตั้งใจกลับไปนี่ “ก็แค่พอจะเข้าใจว่าถ้ามีใครมาทำลายสิ่งที่ฉันรัก ฉันไม่มีวันให้อภัย!”และ “ฉันแค่จะกลับไปทำแปลงกล้วยไม้ของนายให้สวยงามเหมือนเดิม...ก็แค่นั้น!! เสร็จงานเมื่อไหร่ ชาตินี้นายจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีก!!”

ตะวันปรามาสว่าอย่างเธอทำไม่ได้หรอก เธอจิกตาใส่ท้าว่า

“คอยดู! ผู้หญิงอย่างฉัน จะทำให้ผู้ชายอย่างนายต้องมาสยบแทบเท้าฉันให้ได้!!”

ตะวันเย้ยอีกว่าฝันไปเถอะ โรสรินหมดความอดทนด่าไอ้บ้า! แล้วขึ้นรถตะบึงออกไป ตะวันโวยวาย วิ่งไล่ตามตะกายขึ้นกระบะไปอย่างทุลักทุเล

ooooooo

พอกลับถึงบ้าน ปู่ชาญร้องทักอย่างยินดี บอกให้เรียกโรสรินมากินข้าวกันก่อน ตะวันบอกว่าตนไล่เธอกลับกรุงเทพฯไปแล้ว

“ไล่กลับกรุงเทพฯเหรอ!! ถ้ากล้าฉีกสัญญาของปู่ งั้นแต่งเลยเว้ย พรุ่งนี้แห่ขันหมาก!!” ปู่ชาญประกาศิต

“ฟังให้จบก่อน ผมไล่ แต่ยัยนั่นไม่ยอมไป” ตะวันถอนใจที่ถูกปู่โวยใส่

น้ำค้างถามว่าทั้งที่พี่ชายให้โอกาสแล้วงั้นหรือ อึ่งกับแย้ต่างดีใจที่โรสรินกลับมา ปู่ชาญพูดอย่างดีใจและโล่งใจว่า

“นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ ขนาดตะวันไล่หนี แต่หนูโรสก็ยังกลับมา เอาละเว้ย มีลุ้นแล้วเว้ย...มีลุ้น...ฮ่าๆๆ”

“เลิกฝันเถอะปู่ แล้วเตรียมรับมือกับหายนะจากยัยคุณหนูมหาประลัยนั่นได้เลย” ตะวันพูดอย่างหงุดหงิดแล้วเดินออกไป พอตะวันออกไปแล้ว ปู่ชาญก็กลับหน้าเครียดขึ้นมา

ปู่ชาญหนักใจ จึงโทร.นัดปรึกษากับปู่ณรงค์ นัดพบกันที่ร้านนวดแผนไทย ปู่ชาญเล่าให้ปู่ณรงค์ฟังว่าตะวันกับโรสรินงัดข้อกันหนักขึ้นทุกวัน จะทำอย่างไรให้ทั้งสองได้หันมารักกันได้เสียที ปู่ณรงค์เสนอว่าแบบนี้ต้องมีตัวช่วย เสนอให้ทั้งคู่ไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เพื่อไม่ให้โรสรินเบื่อและอาละวาดจนแผนพังเสียก่อน

สองปู่ต่างฝากความหวังแก่กัน ปู่ณรงค์ฝากให้ไร่ตะวันเปลี่ยนแม่มดร้ายให้กลายเป็นนางฟ้าให้ได้ ส่วนปู่ชาญก็หวังว่าตะวันจะเป็นเทวดาที่อยู่คู่กับนางฟ้านางนั้น

ส่วนพีระเมื่อโรสรินยังไม่กลับ เขาก็จะปักหลักอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้กลับไปด้วยกัน อุษาวดีจะกลับไปทำงาน เขาก็ไม่ยอมบอกให้เธอต้องอยู่ช่วยตนที่นี่ ปรารภอย่างหวาดหวั่นว่า

“โรซี่เปลี่ยนใจอยู่ที่นี่ยังพอรับได้ แต่ถ้าเปลี่ยนใจชอบนายตะวันขึ้นมาจะรับยังไงไหว” อุษาวดีถามว่าทำไมเขา ต้องทิ้งทุกอย่างถึงขนาดนี้ พีระบอกว่า “ถ้าเธอรักใครสักคน ชนิดที่ว่าต่อให้ตายก็ไม่คิดจะรักใครอีกเธอจะเข้าใจพี่”

อุษาวดีเลยยืนเอ๋อ...เธอยังไม่เข้าใจความรู้สึกแบบนั้นของพี่ชายอยู่ดี

กลับมาไร่ตะวัน โรสรินตั้งใจจะแก้ไขสิ่งที่ตนได้ทำลงไป ตะวันบอกว่ากล้วยไม้ทุกต้นที่โรงเรือนนี้ตนเพาะขึ้นมาด้วยมือและเลี้ยงมาจนงอกงามผลิดอก ฉะนั้นเธอจะต้องทำทดแทนอย่างที่ตนทำ

“กว่ากล้วยไม้จะโตฉันไม่ต้องอยู่ที่นี่จนแกเลยเหรอ”

ตะวันบอกว่าขืนให้เธออยู่จนแก่ตนคงเป็นบ้าตายไปก่อนแน่

ooooooo

พีระหวาดระแวงกลัวโรสรินจะรักตะวันคิดเครียดจนนอนฝันร้ายร้องโวยวายคร่ำครวญจนตกใจตื่น อุษาวดีปลอบพี่ชายว่านั่นเป็นเพียงความฝัน แต่พีระก็ไม่วางใจ วางแผนสกัดไม่ให้ฝันร้ายเป็นจริง

พอเล่าแผนให้อุษาวดีฟัง เธอรับไม่ได้ที่พี่ชายจะให้ไปจีบตะวันกันเขาออกจากโรสริน กว่าพีระจะกล่อมให้อุษาวดียอมทำตามแผนตน ก็ต้องแลกด้วยรองเท้าแบรนด์เนมสองคู่กับกระเป๋าแบรนด์เนมสองใบ

เช่นเดียวกับปู่ชาญก็จะให้น้ำค้างจีบพีระเพื่อกันเขาออกจากโรสริน ปู่ขอร้องแกมบังคับจนน้ำค้างอ่อนใจ

แต่ทั้งพีระและน้ำค้างต่างเหมือนขมิ้นกับปูนเข้ากันไม่ได้เลย แล้วก็มีเหตุให้พีระยิ่งต้องคิดหนักเมื่อหมอกิตติทัตมาที่ไร่บอกว่าจะมาหาโรสริน พีระถึงกับรำพึง

“พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรึไงวะ มีไอ้ตะวันยังไม่พอ นี่ยังมีไอ้หมอกิตติทัตอีกคน...โธ่เว้ย!!!”

พีระอยู่เหมือนคนสติแตก วันๆ ก็เฝ้าแต่จับตาหึงหวงโรสริน วันนี้ก็แทบจะบ้า เมื่อเห็นโรสรินที่ถูกตะวันบังคับให้เรียนรู้การปลูกต้นไม้ สอนให้เธอหมักปุ๋ยชีวภาพเอาพืชผักฟักทองงอมๆ จนหนอนขึ้นให้มาหมัก เธอถูกหนอนไต่มือก็ขยะแขยงหลับตาปี๋ร้องโวยวายให้เขาเอาหนอนออก

ความกลัวขยะแขยงหนอน ทำให้เธอเผลอกอดเอวตะวันไม่รู้ตัว เป็นจังหวะที่พีระพาหมอกิตติทัตมาหาพอดี ทั้งหมอและพีระต่างตะลึงอึ้งกับภาพนั้น พีระสติแตกตะโกนลั่นว่า “ไม่จริ๊ง...ไม่จริง...โรซี่กอดนายตะวัน” พอเธอปฏิเสธตะวันก็กลับยืนยันว่าเมื่อกี๊เธอกอดตนจริงๆ เลยถูกผลักตกลงในกองผลไม้หมัก พีระหาว่าเธอแอบกิ๊กกับตะวัน เลยถูกเธอผลักล้มลงในกองผลไม้หมักอีกคน แล้วเดินหนีไปอย่างหงุดหงิด

หมอกิตติทัตตามมาบอกว่า ได้ข่าวว่าเธอจะอยู่ที่นี่อีกพักหนึ่งจึงเอายาและอาหารเสริมมาให้มากมาย ทั้งคู่คุยกันพักเดียวตะวันก็มาบอกว่าหมดเวลาพักแล้ว พูดอย่างเข้มงวดกวดขันกับโรสรินว่าต้องรีบให้เธอไปทำงานให้เสร็จจะได้รีบไปจากไร่ตนเสียที พูดแล้วลากเธอไปเลย ทิ้งหมอให้ยืนมองเหวออยู่ตรงนั้น

พอลากไปถึงโรงเก็บน้ำหมักชีวภาพ ตะวันก็สั่งให้เธอทำโน่นทำนี่ บอกว่าที่ต้องให้เธอทำงานหนักก็เพื่อให้เธอมุ่งมั่นกับงานที่ทำไม่ใช่ว่อกแว่กเรื่องผู้ชาย!

ขณะที่ทั้งสองกำลังทำงานไปโต้เถียงกันไปนั้น มาลัยก็ร้องเรียกเสียงแจ๋เข้ามา

“พี่ตะวันขา...”

พอเห็นโรสรินอยู่กับตะวันก็แสดงความหึงหวงหาว่าเธอแอบกิ๊กกับตะวัน โรสรินเลยถือโอกาสปลีกตัวไป

พีระถูกน้ำค้างตามตื๊อเขาเลยแกล้งกอดจูบ น้ำค้างร้องโวยวายให้หมอกิตติทัตช่วย หมอวิ่งเข้ามาต่อยพีระล้มแล้วประคองน้ำค้างปลอบใจ พีระเลยฉุกคิดได้ วางแผนให้หมอกับน้ำค้างรักกันจะได้ไม่ต้องมาวอแวตนอีก

ooooooo

ปู่หาญสั่งตะวันให้พาโรสริน ไปสอนการปลูกกล้วยไม้ในงานวัดเพื่อสอนอาชีพเสริมแก่ชาวบ้านแต่พอไปงานวัดจริงๆ ตะวันก็ถูกมาลัยฉกไปควงอวดชาวบ้าน

งานเดียวกันนี้เดชาเจ้าของกิจการไม้เถื่อนนักเลงโต มาเจอวัยรุ่นที่ยังไม่รู้จักเขากร่างใส่ก็ให้ลูกน้องจัดการกระทั่งเอาปืนออกมาบังคับให้กราบแทบเท้าตน แล้วให้ลูกน้องกระทืบต่อ

“พอได้แล้วเดชา จะเอากันถึงตายเลยรึไง!!”หมอ กิตติทัตเข้ามาขอร้อง ทีแรกเดชาก็จะไม่ยอม จนหมอต้องบอกว่าผมขอ เดชาจึงจำยอม

“ได้สิครับหมอ คนมันมีบุญคุณต่อกัน หมอขอ ทำไมผมจะไม่ให้” พูดแล้วก็นำลูกน้องกลับไป

หมอมองเดชาส่ายหน้าอย่างระอาแล้วไปช่วย ดูวัยรุ่นที่ถูกสกรัมจนยับเยิน

เมื่อตะวันถูกมาลัยฉกไปควงอวดชาวบ้านโรสรินจึงจะกลับ เดชาเห็นเข้ารี่เข้าไปทัก

“สวัสดีครับคุณโรส” เห็นโรสรินตกใจ เขายิ้มร่า เข้าหา “ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่ ดูท่าทางคุณเครียดให้ผมพาคุณเดินเล่นไหมครับ”

“ไม่ ฉันจะกลับบ้านแล้ว”

เดชาคว้ามือเธอหมับ โรสรินสะบัดบอกให้ปล่อย

“จะรีบไปไหนครับ เรื่องที่ผมช่วยคุณไว้ครั้งที่แล้ว คุณยังไม่ตอบแทนผมเลย” เดชาทำหน้ากรุ้มกริ่ม โรสรินรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เธอเครียด คิดหาทางที่จะหลุดพ้นไปจากสถานการณ์นี้ไปได้ยังไง...

ooooooo

พีระเพียรพูดหว่านล้อมน้ำค้างว่ากิตติทัตชอบเธอ จนเธอหวั่นไหว แต่ยังไม่เชื่อนัก พีระจึงจะพิสูจน์ให้เธอเห็น จากนั้นวางแผนใช้อุษาวดี บอกเธอว่า

“งานวัดคืนนี้เธอหาทางทำให้นายตะวันหลงรักเธอให้ได้ ส่วนพี่ก็จะทำให้ยัยน้ำค้างกับหมอทัตเขาปิ๊งกัน แล้วถ้าแผนสำเร็จ หึๆๆ ก็จะไม่มีใครพรากโรซี่ไปจากพี่ได้”

พีระสอนวิธีมัดใจหมอให้น้ำค้าง บอกเธอว่า “ฉันหวังดีนะ อยากให้ได้ศึกษากับคนดีๆ อย่างหมอทัต นี่ถ้าไม่เห็นแก่ความรักครั้งแรกของเธอ ฉันไม่เสียเวลาหรอก”

น้ำค้างพาซื่อขอบใจพีระ แต่พอลับหลังน้ำค้าง พีระก็หัวเราะเยาะ...

“ยัยน้ำเน่าเอ๊ย...ใสซื่อจริงๆ โดนหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”

ฝ่ายปู่ชาญ ก็โทร.บอกข่าวดีแก่ปู่ณรงค์ว่า

“ข้าจัดให้ไอ้ตะวันกับหนูโรสไปเที่ยวตามแผนของเอ็งแล้วนะ รับรองสะหวีวี่วีแน่ๆ เพื่อนเอ๋ย แล้วไม่ต้องห่วงนะ ไอ้ตะวันมันปกป้องดูแลหนูโรสดีแน่ๆ”

“ดีๆ ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เผื่อความสัมพันธ์มันจะดีขึ้น ข้าล่ะไม่อยากให้โรสจี๊ดดดดด แต่อยากให้หวานเจี๊ยบบบบบบ บ้างว่ะ”

วางสายจากปู่ณรงค์แล้ว ปู่ชาญนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้ายิ้มกริ่ม พึมพำอย่างมีความสุข

“เจี๊ยบบบ แน่...เจี๊ยบแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ”

แต่ปู่ชาญหารู้ไม่ว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นที่งานวัดคืนนี้!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.