ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตะวันกับแย้น่าจะไร้ทางรอดถ้ารถตำรวจไม่สาดแสงไฟเข้ามา...แย้ดีใจแทบแย่ตะโกนลั่นเรียกตำรวจ ขณะที่พวกเดชารีบเก็บอาวุธไว้อย่างมิดชิด

ตำรวจจอดรถลงมาทักถามเดชากับตะวันว่าทำอะไรกัน เดชาตอบหน้าตาเฉยว่าลูกน้องของตนอยากเก็บของป่า ส่วนตนกำลังเซ็งอยู่พอดี ก็เลยออกมาสูดอากาศด้วย

คำตอบนั้น ตะวันไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด แต่แย้ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเพราะไม่มีหลักฐานเอาผิดพวกเขา จึงกระซิบชวนลูกพี่ของตนกลับ เดชายิ้มเยาะคู่อริแล้วยินยอมให้ตำรวจค้นรถหาหลักฐานโดยให้ล่ำพาไป ส่วนตัวเองยืนจ้องหน้าอาฆาตตะวัน แย้เห็นเข้าก็กลัวหัวหดรีบดึงลูกพี่ขึ้นรถจากมา

ผลการตรวจค้นรถของเดชาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นั่นก็เพราะครั้งนี้โชคดีพวกเขาแค่มาดูลาดเลา ยังไม่ได้คิดจะลงมือทำผิดกฎหมายทันทีทันใด...แต่สำหรับตะวันนั้น เดชาลั่นวาจาว่ามันโดนดีแน่ ถ้ายังไม่เลิกเป็นศัตรูกับตน

เมื่อกลับมาถึงไร่และรู้เห็นสภาพประตูโรงเลี้ยงหมูหักพังระเนระนาด คนงานต้องวิ่งไล่จับหมูกันจ้าละหวั่น ตะวันแทบขย้ำคอโรสริน ประกาศชัดว่าเธอต้องรับผิดชอบ แค่เรื่องรักษาฝ้าบนใบหน้าถึงกับทำทรัพย์สินในไร่เสียหายขนาดนี้

โรสรินลอยหน้าเถียงว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็เปลี่ยน ใจไม่ออกไปแล้วด้วย เพราะฉะนั้นตนไม่ผิด ชาญยืนอยู่ท่าทางง่วงงุน ขอร้องว่าจะว่าความตัดสินคดีอะไรกันไว้พรุ่งนี้ได้ไหม น้ำค้างเห็นด้วย พูดเบาๆ กับตะวันว่าคืนนี้พี่โรสคงไม่มีแรงออกฤทธิ์อะไรอีก บางทีพรุ่งนี้เธออาจจะสำนึกได้เอง

ตะวันอ่อนลงจนได้ ยอมสลายตัวแยกย้ายกันเข้าที่พัก แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินโรสรินแผดเสียงไร่แทบแตกโดยที่เขาไม่รู้สาเหตุ แล้วก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกไปกำราบ ปล่อยให้เธอจัดหนักจัดเต็มไปตามเรื่อง

สาเหตุมาจากอึ่งกับอาทิตย์นั่นเอง! อึ่งนำเสื้อกับกางเกงตัวเก่าของตะวันมาให้โรสรินใส่ ส่วนอาทิตย์ตั้งใจนำครีมสมุนไพรแก้สิวฝ้ามาให้เธอทาหน้า แต่การมาของทั้งคู่ดูลึกลับเสียจนหล่อนนึกว่าผีหลอก เลยกรีดร้องสลับกับสวดมนต์ผิดๆถูกๆ

โรสรินยี้กับของสองสิ่งที่ทั้งคู่หยิบยื่นมา โดยเฉพาะครีมทาหน้า ดูถูกว่ากระจอก แต่ก็ไม่ถึงกับผลักไสให้เด็กชายเอากลับคืนไป แถมจู่ๆยังมีอารมณ์นึกสนุกชวนทั้งคู่หาอะไรทำแก้เบื่อ อึ่งโอเคโดยดี ก่อนจะไปเกณฑ์พนักงานชายหญิงในไร่หลายคนมาร่วมงานบ้านไร่แฟชั่นวีค โดยมีโรสรินเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในชุดเสื้อผ้าของตะวันแต่ทำให้มันเซ็กซี่ได้ไม่ยาก บรรดาคนงานเลยมองตาค้างไปตามกัน

แย้โผล่หัวออกมาดูแล้วแทบช็อกกับสิ่งที่เห็นรีบวิ่งไปรายงานตะวันว่าโรสรินเพี้ยนใหญ่แล้ว ตะวันระอานักหนา เดินพรวดพราดเข้าไปตำหนิเจ้าหล่อนว่าทำบ้าอะไร?

ทุกคนตกใจที่เห็นตะวันโมโห ถอยกรูดอย่างกลัวๆ ยกเว้นโรสรินที่เดินไปหาเขาอย่างไม่เกรง แถมแย้มยิ้มโอ่อวดว่าน่าเสียดายที่เขามาไม่ทันตนเดินแบบ บอกได้เลยว่าเป๊ะเว่อร์

“งี่เง่าที่สุด ไร้สาระคนเดียวไม่พอยังจะชวนคนอื่นงี่เง่าตามไปด้วย”

“นี่ อย่าทำให้ฉันจี๊ดนะ ฉันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร”

“แต่ไอ้ดินที่คุณย่ำอยู่มันแปลงกุหลาบของผมแล้วเป็นบ้าอะไรถึงถางกุหลาบออก ดอกไม้ตายหมดแล้ว นี่เหรอไม่สร้างความเดือดร้อน...ผมจะหักเงินเดือนทุกคนโทษฐานที่บ้าไปกับยัยนี่ด้วย...คุณนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ”

“ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรนอกจากให้นายชี้นิ้วสั่งเลยใช่มั้ย เผด็จการมากไปแล้วนะ นายไม่เข้าใจฉันบ้างเลย”

ตะวันจะฮึดฮัดใส่เธอ ชาญเข้ามาขวางเสียก่อน สั่งให้จบแค่นี้แล้วแยกย้ายกันไปนอน คนงานรีบปฏิบัติตาม โรสรินจ้องตะวันอย่างไม่พอใจแล้วเชิดหน้าออกไป ตะวันทำท่าจะก้าวตามแต่ชาญคว้าแขนหลานชายไว้

“เฮ้ย พอแล้ว เข้าใจหนูโรสเขาบ้าง จะให้เขาเป็นแบบที่ตัวเองต้องการมันไม่ได้หรอก อะไรที่มันเป็นความสุขของเขาก็ยอมๆบ้างเถอะน่า”

“ช่ายยยย...พี่ตะวันเนี่ยไม่เข้าใจผู้หญิงเลย”

ตะวันหันขวับมาจ้องอึ่งตาเขียว อึ่งเลยจ๋อย รับประทาน ฟังตะวันบ่นต่อไปโดยไม่กล้าแสดงความเห็นอีก

“แค่วันแรกก็ปวดหัวไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ถ้ายัยนั่นไม่เลิกออกฤทธิ์อย่าขอให้มาช่วยปราบก็แล้วกันนะครับปู่”

บ่นจบก็เดินออกไปอย่างหงุดหงิด ชาญมองตามไม่ค่อยสบายใจ  พอโดนอึ่งสะกิดถามว่าตนแต่งชุดนางแบบ อย่างนี้สวยไหม ชาญเลยเขกหัวเธอดังโป๊กแทนคำตอบ

ภายในห้องพัก โรสรินยังเคืองตะวันไม่หาย บ่นพึมพำว่าไม่เคยเจอใครที่ทำให้จี๊ดขนาดนี้มาก่อน เขากับเธอต้องเป็นศัตรูกันร้อยชาติแน่...จากนั้นหันไปเหล่กระปุกครีมสมุนไพรที่อาทิตย์เอามาให้ ลังเลว่าจะใช้ทาจุดด่างดำบนใบหน้าดีหรือไม่ แต่เพราะครีมของตนโดนตะวันเอาไปทิ้งแล้วจึงตัดสินใจเสี่ยงดู แต่ถ้าพรุ่งนี้หน้าเยินจะบีบคอเด็กชายอาทิตย์ให้ตายคามือ

ooooooo

เสียงไก่ขันเป็นสัญญาณวันใหม่ โรสรินลุ้นุดๆ ขณะโน้มหน้าตัวเองไปที่กระจก ปรากฏว่ารอยดำหายหมดเกลี้ยง จึงตั้งชื่อสมุนไพรนี้ว่าครีมหน้าเด้งมหัศจรรย์

เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของตะวันไปที่โต๊ะอาหาร ขอบใจอาทิตย์ซึ่งเรียกเขาว่านายติสต์เนื่องจากเด็กชายเงียบขรึมไม่พูดจากับใคร ชื่นชมว่าครีมหน้าเด้งมหัศจรรย์ดีมาก ขนาดครีมของตนที่สั่งมาจากปารีสยังใช้ไม่ดีเท่านี้เลย อึ่งเห็นเธออารมณ์ดี ได้ทีฝากตัวเป็นน้องสาว เรียกเธอว่าพี่นางฟ้า แต่โรสรินแบ่งรับแบ่งสู้ว่าขอคิดดูก่อน ถ้าอึ่งทำตัวดีๆ คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ตนก็อาจจะตกลง

แค่นี้อึ่งก็ตื่นเต้นดีใจ รับปากรับคำช่วยเหลือทุกอย่างแน่...ชาญกับน้ำค้างแอบมองโรสรินบริการอาหารเช้าให้อาทิตย์กับอึ่งอย่างประหลาดใจ แต่ลึกๆชาญโล่งใจที่เห็นคุณหนูโรสอารมณ์ดีแบบนี้ แต่แล้วตะวันกลับเข้ามาทำลายฝันหวานของทุกคน ตรงเข้ามาคว้าแขนโรสรินให้ออกไปทำงาน โดยไม่ฟังเสียงปรามของใครทั้งนั้น

ตะวันลากโรสรินถูลู่ถูกังมาตามทางในไร่  แต่เพราะกางเกงที่เธอใส่ค่อนข้างหลวมก็เลยจะร่นหลุดลงมา ตะวันหวังดีจับขอบกางเกงไว้ให้แล้วจะหาเชือกฟางแถวนั้นมาผูก แต่เธอกลับเข้าใจผิดใหญ่โตว่าเขาจะทำมิดีมิร้าย ก็เลยยื้อยุดทะเลาะกันอยู่สักพักกว่าจะสำเร็จ

ในที่สุดคุณหนูโรสก็โดนลากไปถึงโรงเลี้ยงหมู โดยมีคนงานเร่งซ่อมรั้วและตามจับหมูคืนมาครบแล้ว แต่หน้าที่ทำความสะอาดคอกหมู ตะวันระบุเสียงเข้มว่าต้องเป็นโรสริน...ตอนแรกเธอแข็งขืน แต่พอฟังตะวันพล่ามเรื่องความรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ก็นึกละอายใจต่อบรรดาคนงานจนต้องยอม

ขณะที่โรสรินล้างคอกหมูเหงื่อไหลไคลย้อย...พีระกำลังเร่งเครื่องยนต์อย่างร้อนใจ โดยมีอุษาวดีน้องสาวนั่งอยู่เบาะข้าง จุดประสงค์ของสองพี่น้องคือมาตามตัวโรสรินกลับกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรอันแสนศิวิไลซ์

ใกล้ถึงเขตไร่ตะวันตามป้ายบอก ถนนหนทางยิ่งขรุขระจนพีระเปรียบเปรยนึกว่าดาวอังคาร ขืนขับ เข้าไปมีหวังช่วงล่างรถพังยับเยิน แต่ถ้าจะลงเดินอุษาวดีก็ไม่เล่นด้วย พีระเหลียวตัวรอบทิศ เห็นรถอีแต๋น จอดข้างทางเสียบกุญแจคาไว้อย่างเป็นใจ!

สองพี่น้องใช้รถอีแต๋นเป็นพาหนะลุยมาถึงไร่ตะวันสมดังใจ แต่พอเข้ามาถามหาโรสรินจากพวกชาญ โดยพีระระบุชัดว่าเธอเป็นแฟนตน ชาญก็เลยวางแผนให้น้ำค้างหลอกสองพี่น้องว่าโรสรินไม่ได้อยู่ที่นี่ และต้องหาทางพาพวกเขาออกไปจากไร่ให้จงได้

น้ำค้างอิดออดเพราะไม่ชอบการโกหก แต่เมื่อชาญอ้างโน่นนี่และรุกเร่งก็เลี่ยงไม่ได้ ชวนอึ่งขึ้นรถขับนำหน้าพีระกับอุษาวดีออกจากไร่ไป

ooooooo

ที่โรงเลี้ยงหมู ตะวันควบคุมการทำงานของโรสรินใกล้ชิด จ้ำจี้จ้ำไชอยากให้เธอทำอย่างถูกวิธีโดยมีแย้เป็นลูกคู่สร้างสีสันให้ขำขัน แต่หญิงสาวไม่ขำด้วย หน้าบูดหน้าบึ้ง แถมเขาแหยมมาเมื่อไหร่เป็นต้องต่อปากต่อคำกันทุกที

โดยเฉพาะเรื่องแฟนที่แย้หลุดปากออกมาว่าตะวันยังไม่มี  โรสรินได้ทีหัวเราะเยาะว่าไม่มีใครเอาจริงๆ ด้วย ตะวันเลยของขึ้นถามเธอเสียงขุ่นว่าหัวเราะพอหรือยัง

“ยัง...นี่ตกลงว่าจริงใช่มั้ยเนี่ย โถ...นี่คงอกหักมาตลอดเลยสิท่า โอ๊ะ! แล้วยังมาโดนฉันปฏิเสธการแต่งงานอีก สลดที่สุดอ่ะ”

ตะวันฉุนขาดพุ่งเข้าไปเอามือปิดปากเธอ แต่คุณหนูโรสยอมซะที่ไหน กระทืบเท้าเขาอย่างแรงแล้ว วิ่งหนี แต่สุดท้ายก็โดนเขาตามจับและเสียหลักล้มลงกอดกันกลม ปากแทบประกบกันอย่างไม่ตั้งใจ แต่มาลัยลูกสาวแม่มาลีที่ตั้งใจหอบต้นไม้ใส่กระถางมาให้ตะวันตามบัญชาของแม่ที่อยากได้เขาเป็นลูกเขยตัวซีดตัวสั่น เห็นภาพนั้นก็หึงหวงถึงกับกรี๊ดกระจาย จนแย้สะดุ้งโหยงแสบไปถึงแก้วหู

แล้วสงครามน้ำลายระหว่างมาลัยกับโรสรินก็บังเกิด!

มาลัยดูถูกและกล่าวหาอีกฝ่ายอ่อยตะวัน คิดจะจับเขาให้อยู่หมัด ทั้งที่เขาเป็นแฟนของตน แรกโรสรินโกรธแต่อดกลั้น เดินเลี่ยงไปให้อาหารหมู แต่เมื่อฝ่ายนั้นยังไม่เลิกราวี ก็เลยตอบโต้เข้าให้อย่างแสบสัน แถมสาดข้าวหมูใส่มาลัยจนเธอกรีดร้องขึ้นอีกรอบ

ตะวันห้ามทัพสองสาว แล้วสั่งโรสรินหยุดให้อาหารหมูแต่ต้องทำความสะอาดคอกให้เรียบร้อยเหมือนเดิม หญิงสาวโกรธและน้อยใจ ตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

เมื่อแรกโดนตบ ตะวันโมโหวิ่งตามมาดึงโรสรินไว้ สั่งให้เธอกลับไปทำความสะอาดเพราะเป็นคนก่อเรื่อง แต่พอเธอสวนกลับอย่างอัดอั้นน้ำตาซึมว่าเขาลำเอียง ทั้งที่เห็นว่ามาลัยหาเรื่องตนก่อน ชายหนุ่มก็ชะงักหน้าเจื่อน เอ่ยเสียงอ่อนลงว่าทำไมไม่รู้จักอดทนบ้าง

“เป็นความผิดของฉันใช่มั้ย ที่ฉันไม่ยอมให้ใครหยามศักดิ์ศรีของฉัน ฉันผิดมากใช่ไหม ฉันรู้นะว่านายมองฉันเป็นคนไม่เอาไหน แต่ฉันก็ยังรับผิดชอบสิ่งที่ฉันทำ แต่สิ่งที่นายทำมันคืออะไร ถ้านายแค่เพียงใช้ความลำเอียงและอคติของนายมาแกล้งฉัน นายมันทุเรศมาก!!”

โรสรินตะเบ็งเสียงอย่างคับแค้นแล้ววิ่งหนีไปร่ำไห้สะอึกสะอื้นมุมหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่ความอดทนถึงขีดสุด ในชีวิตไม่เคยถูกกดขี่เท่านี้มาก่อน! ส่วนตะวันก็สะอึกอึ้งในรอบสิบปี เพิ่งจะโดนด่าจริงเจ็บจริงจนหน้าชาก็วันนี้!

หลังคิดทบทวนเรื่องราวอยู่ครู่หนึ่ง ตะวันย้อนกลับมาขอร้องมาลัยให้ไปขอโทษโรสรินเพราะเริ่มเรื่องก่อนแล้วก็ผิดด้วยที่ว่าเธอเสียหายแบบนั้น ส่วนตัวเขาเองก็ยอม รับผิดที่ใจร้ายกับเธอ แต่มาลัยกระฟัดกระเฟียดไม่ยอม ย้อนถามเขาว่าทำไมไม่ไปขอโทษเอง ตะวันตอบเสียงอ่อยว่าเสียฟอร์มตาย...จากนั้นพยายามกล่อมอีกฝ่ายต่อไป

“เถอะน่า ใครจะขอโทษก็เหมือนกัน คุณโรสก็อยู่ที่นี่อีกนาน ผูกมิตรกันไว้ดีกว่า ไม่งั้นเขาจะหาว่าคนที่นี่ใจร้าย”

“มาลัยยอมขอโทษก็ได้ แต่ยัยนั่นต้องมาขอโทษมาลัยก่อน”

“พี่เพิ่งรู้ว่ามาลัยเป็นคนใจดำก็วันนี้ ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แต่ถ้าเกลียดคุณโรสนักก็ไม่ต้องมาเหยียบไร่ตะวันให้หมางใจกันอีก...ไป กลับไปได้แล้ว”

ได้ผลชะงัด! มาลัยยอมไปขอโทษโรสรินโดยที่ตะวันแอบตามมาสังเกตการณ์ แต่เพราะน้ำเสียงและท่าทีแสนเหวี่ยงของมาลัยที่บอกว่าตะวันสั่งให้ตนมาขอโทษ โรสรินเลยยียวนกลับเข้าให้ว่า

“เหรอ...ถ้างั้นมัวรออะไรอยู่ล่ะ อ้อ ต้องขอโทษอย่างจริงใจ แล้วพูดให้เพราะๆด้วยนะ”

มาลัยไม่พอใจแต่ไม่กล้าขัดเพราะตะวันพยักพเยิดส่งซิกมา แต่กลายเป็นว่าพอเธอเอ่ยขอโทษสุดแสนไพเราะ... โรสรินกลับบอกให้กองๆไว้ตรงนั้น สีหน้าเหมือนไม่ยินดียินร้ายซะงั้น!

“เอ๊ะ! ยัยหน้าวอก จะเอายังไงกันแน่” มาลัยปรี๊ดแตก

“ฉันจะยอมรับคำขอโทษของนายตะวันคนเดียวเท่านั้น!” โรสรินประกาศกร้าว...ตะวันอึ้งและหนักใจที่ยัยคุณหนูแห่งเมืองศิวิไลซ์ยังฤทธิ์เยอะเหมือนเดิม!

ooooooo

ทางด้านน้ำค้างกับอึ่งที่หลอกพีระกับอุษาวดีออกมาพ้นไร่ได้สำเร็จ แต่นานเข้าสองพี่น้องรู้สึกผิดสังเกตจึงจอดรถคาดคั้นเอาความจริง อึ่งกลัวเลยหลุดปากว่าโรสรินอยู่ที่บ้าน แต่น้ำค้างหัวไวบอกว่าอึ่งหมายถึงบ้านนายอำเภอเพราะเธอมีธุระที่นั่น และตนก็กำลังจะพาเขาไป

ใกล้ค่ำเข้ามาทุกที น้ำค้างขับรถไปจอดในป่ารกร้างวังเวง บอกพีระว่าเป็นทางลัดไปบ้านนายอำเภอซึ่งรถเข้าไม่ได้ต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น สองพี่น้องเชื่อสนิทเพราะอยากเจอโรสรินมาก ส่วนน้ำค้างกับอึ่งรีบโบกมือบ๊ายบายแล้วจากมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

แท้จริงบริเวณนั้นเป็นป่าช้า พีระกับอุษาวดีเดินลึกเข้าไปเห็นป้ายชื่อคนตายถึงกับแหกปากร้องลั่นวิ่งหนีด้วยความกลัวสุดขีด!

ส่วนที่ไร่ตะวัน...โรสรินยังเฝ้ารอคำขอโทษจากตะวัน โดยที่มาลัยยังอยู่สังเกตการณ์ แต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็ไม่ยอมเสียฟอร์ม ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนสั่งให้โรสรินไปอาบน้ำเพราะตัวเหม็นขี้หมูเหลือเกิน

โรสรินเจ็บใจมาก กลับเข้าห้องพักแล้วคิดจะโทร.ไปฟ้องคุณปู่ว่าตนถูกแกล้งให้เจ็บทั้งกายและใจ เพื่อที่ว่าปู่จะได้หาทางเอาตัวหลานสาวสุดที่รักกลับไป แล้วข้อตกลงบ้าบอทั้งหมดก็ต้องเป็นโมฆะ...แต่กลายเป็นว่าเธอหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอ และเชื่อว่าคนที่เอาไปต้องไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากนายตะวันจอมเฮี้ยบ!

หญิงสาวย่องไปทางห้องตะวันก่อนจะดอดเข้าไปอย่างง่ายดายเพราะประตูไม่ได้ล็อก เธอค้นหามือถืออยู่ครู่เดียวก็พบจริงๆ เลยแอบด่าเขาหลายคำก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงหน้าห้อง

โรสรินลนลานซ่อนตัวใต้ผ้าห่มบนเตียงนอน ตะวันผิวปากเข้ามาในสภาพนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวผัดแป้งขาววอก ส่องกระจกเช็ดผมแล้วเดินไปนั่งอ่านหนังสือกล้วยไม้อย่างสบายใจเฉิบ

ขณะเดียวกันที่หน้าบ้าน พีระกับอุษาวดีกลับมาถึงแล้ว พีระโมโหมากที่โดนน้ำค้างหลอก ชาญจึงต้องออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง ทั้งยืนยันว่าตนไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวโรสรินอย่างที่เขาพูด แต่เพราะเราสองครอบครัวมีสัญญาผูกมัดว่าหลานๆต้องแต่งงานกัน

พีระไม่ฟัง จะใช้อารมณ์ลูกเดียว อุษาวดีเห็นว่าไม่ใช่วิธีที่ได้ผลแน่ จึงลากพี่ชายออกมาซุบซิบแล้วขึ้นรถขับออกไปแอบจอดในมุมลับตา ก่อนจะพากันย่องกลับเข้ามาเพื่อค้นหาโรสริน...ในเวลานั้น โรสรินกำลังลุ้นระทึกมองตะวันล้มลงนอนบนเตียง เขาหลับทันทีทันใดเพราะง่วงจัด โดยดึงผ้าห่มมากอดนึกว่าหมอนข้าง

โรสรินถูกกอดเต็มๆแต่ไม่กล้าหืออือ กระทั่งพีระกับอุษาวดีย่องเข้ามาเปิดไฟเพราะคิดว่าโรสรินน่าจะอยู่ในบ้านหลังนี้ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นจึงบังเกิด ก่อนที่ทุกคนจะพากันออกมารวมตัวที่ห้องโถง โดยมีพวกชาญกรูกันมาร่วมรับฟัง ตะวันหาว่าโรสรินตั้งใจลักหลับตน การมาหาโทรศัพท์เป็นเพียงข้ออ้าง พีระโกรธแทนจะเอาตัวโรสรินกลับกรุงเทพฯให้ได้ แต่ชาญย้ำว่าถ้าเธอไปก็ต้องแต่งงานกับตะวัน ไม่เชื่อถามปู่ของเธอก็ได้

พีระอ่อนลง อ้อนวอนตะวันให้ปล่อยโรสรินไปเพราะยังไงเขาก็ไม่ได้รักเธอ ตะวันไม่พูดอะไร นอกจากอ้างว่าวันนี้ตนเหนื่อยมาก ไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขา พูดจบก็เดินหนีไปทันที โรสรินขัดใจเป็นบ้า แผดเสียงกรี๊ดเสียจนทุกคนทนไม่ไหว อุดหูกันจ้าละหวั่น

ooooooo

เช้าขึ้น พีระ อุษาวดี และโรสรินแอบได้ยินชาญกับตะวันคุยกันเรื่องสัญญาแต่งงาน ซึ่งตะวันเริ่มจะทนไม่ไหว เพราะลำพังแค่โรสรินคนเดียวก็มากพออยู่แล้ว ยังมีสองพี่น้องมาป่วนเพิ่มขึ้นอีก สักวันเขาอาจฉีกสัญญานี้ด้วยตัวเอง

พีระฟังแล้วปิ๊งไอเดีย...พาสองสาวมาทำลายแปลงกุหลาบของตะวัน เพื่อให้เขาทนไม่ไหวจะได้ยกเลิกสัญญาแต่งงานแล้วไล่โรสรินกลับกรุงเทพฯ ปะเหมาะพอดีเดชากับสมุนสองคนผ่านมาเห็น โรสรินจึงยืมมือพวกเขาจัดการกุหลาบที่ดอกกำลังเต่งตูมเตรียมตัดขายซะราบเป็นหน้ากลอง

แต่เรื่องกลับตาลปัตรอย่างไม่น่าเชื่อ! ตะวันกับชาญพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากุหลาบแปลงนี้ตนต้องการจะรื้ออยู่พอดี พันธุ์ไม่ค่อยดี แถมดินเป็นด่าง ใช้กำมะถันแก้ยังไงก็เอาไม่อยู่

“ขอบใจหนูโรสกับเพื่อนๆมากนะ”

“ขอบใจที่มาช่วย พวกนายช่างทำงานไวดีนี่ สนใจเป็นคนงานที่นี่รึเปล่า” ตะวันยั่วเย้ยเดชาแล้วหันมาที่โรสริน “นึกว่าคุณจะก่อแต่เรื่อง ไม่คิดเลยว่าคุณก็ทำประโยชน์เป็นเหมือนกันนะ”

“ก็...เพราะฉันอยากช่วยนายไง” โรสรินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ปั้นหน้าระรื่นแจ่มใสรับคำชม

น้ำค้างแสนข้องใจ เมื่อพ้นมาจากกลุ่มคนนั้นแล้ว เธอถามตะวันว่าแน่ใจนะว่าไม่ได้อำ ตกลงจะรื้อแปลงกุหลาบอยู่แล้วจริงๆเหรอ

“ไร่เราคงจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษา แม้แต่พวกที่มีเจตนาไม่ดี ก็ยังแพ้ภัย”

“พี่ตะวันหมายความว่าพี่โรสตั้งใจจะทำลายของงั้นเหรอ”

ตะวันไม่ตอบ แต่สั่งแย้ว่าต่อไปนี้บอกพวกคนงานคอยจับตาดูดีๆ ถ้าใครมาทำอะไรในไร่ของเราอีกต้องรีบรายงานตนให้เร็วกว่านี้...

ฝ่ายเดชาซึ่งถูกใจความสวยของโรสรินเอามากๆ อีกทั้งนิสัยขี้วีนของเธอก็ท้าทายให้คนอย่างเขากำราบเหลือเกิน เขายอมรับกับสมุนสองคนว่า

“ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตะคอกใส่ฉันมาก่อน แล้วดูเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆที่พร้อมสยบแทบเท้าฉันเหมือนคนอื่นๆ จะไม่ให้ฉันชอบได้ไงวะ”

จังหวะนั้น สมุนคนหนึ่งของเดชาเหลือบไปเห็นโรสริน พีระ และอุษาวดียืนคุยกันมุมหนึ่ง จึงพากันย่องเข้าไปแอบฟังอยู่เงียบๆ

พีระอับจนหนทางจริงๆที่จะพาโรสรินไปจากไร่นี้ได้ จึงต้องใช้วิธีสุดท้ายคุกเข่าขอให้โรสรินไปจดทะเบียนกับตน งานแต่งไว้ทีหลัง แล้วค่อยกลับมาขอขมาปู่ของเธอ ตนรับรองว่าถึงเวลานั้นมันต้องหมดปัญหา

“เฮ้อ...สมเป็นพี่ชายฉันจริงๆ” อุษาวดีแอบบ่น ขณะที่โรสรินทนไม่ไหว สะบัดมือออกบอกให้พีระตื่นได้แล้ว เธอไม่ได้อยากแต่งกับเขา แต่อยากจะเป็นผู้บริหารควีนโรส อยากไปให้พ้นๆที่นี่ซะที

พีระซีดจ๋อย...พวกเดชาถือโอกาสปรากฏตัวเข้ามารวมกลุ่ม

“ขอโทษนะครับที่ต้องมาขัดจังหวะ พอดีผมบังเอิญได้รู้เรื่องของคุณ รู้สึกเห็นใจจริงๆ เลยอยากจะบอกอะไรคุณไว้สักหน่อย” เดชาตรงเข้าหาโรสริน

“เฮ้ย จะทำอะไรน่ะ” พีระวางท่านักเลงเพราะหึงหวงโรสริน แต่พอล่ำกับแหลมสมุนของเดชาเบ่งกล้าม พีระก็ไม่กล้าแหยม

“ผมเข้าใจสิ่งที่คุณคิดจะทำ แต่คุณน่ะยังขาวสะอาดเกินไป”

โรสรินไม่เข้าใจที่เดชาพูด และออกจะรำคาญด้วยซ้ำ จึงบอกให้เขาพูดมาตรงๆเลยดีกว่า

“การจะเล่นงานใคร สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ให้ได้ก่อนก็คือจุดอ่อน”

โรสรินชะงัก มองตาเดชาซึ่งมีแววของคนเจนจัดเชี่ยวชาญจริงๆ

ooooooo

หลังจากนั้น โรสรินแอบตามดูพฤติกรรมของตะวันทุกย่างก้าวเพื่อหาจุดอ่อน เธอรวบรวมความกล้าปั้นยิ้มจริงใจเดินเข้าไปชื่นชมเขาที่กำลังขัดคราบโคลนออกจากรองเท้าบูต

“ตะวัน...ขยันจังเลยนะนายเนี่ย ทำอะไรอยู่เหรอ ดูน่าสนใจจัง”

“เช็ดขี้วัว! สนใจมั้ย” ตะวันยื่นผ้าชุบน้ำให้ โรสรินผงะ ถอยกรูดแทบไม่ทัน เริ่มจี๊ดแต่ก็ปรับอารมณ์ได้ทัน แสร้งพูดดีต่อไป

“ก็...ก็น่าสนใจดี ฉันช่วยเช็ดก็ได้นะ”

“มีแผนจะทำอะไรกันแน่”

“นี่! แผนเผินอะไร ฉันก็แค่อยากพูดอยากทำดีๆ กับนาย อย่าทำให้ฉันจี๊ดบ่อยๆได้ไหม วันนี้นายก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันตั้งใจช่วยงานจริงๆ”

“ตั้งใจช่วยจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”

“ตั้งแต่เกิด...คนอย่างคุณหนูโรสรินไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยนะ ฉันเฮิร์ตนะที่นายทำเหมือนไม่ไว้ใจกัน”

โรสรินเล่นละครส่งสายตาอ้อนวอนตะวันเต็มที่ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ไว้ใจ พูดหยั่งเชิงว่า

“ผมล่ะซึ้งใจจริงๆ ที่คุณมาอยากช่วยงานขนาดนี้ แต่ขอถามหน่อยเถอะ ไม่ทราบว่ารู้ได้ยังว่าผมตั้งใจรื้อกุหลาบแปลงนั้นทิ้ง”

“ก็พอรู้ว่าจะต้องมาที่นี่ ฉันก็ต้องหาความรู้เอาไว้อยู่แล้ว กุหลาบแปลงนั้นก็ดอกไม่สวย ดินก็เป็นด่าง ฉันก็เลยอยากปรับหน้าดินให้ใหม่ นายยังไม่รู้จักฉันดี ถ้านายปล่อยให้ฉันลุยเองตั้งแต่แรกก็จะเห็นถึงความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่”

คุณหนูโรสลื่นไหลไปได้ดีเกินคาด ตะวันอยากทดสอบความเก่ง ตั้งคำถาม รู้ไหมว่าเวลาที่ดีที่สุดในการตัดดอกไม้คือตอนไหน คราวนี้สาวเจ้าถึงกับอึกอักอ้ำอึ้ง แต่แล้วเหมือนโชคช่วย เหลือบตาไปเห็นบอร์ดตารางจัดเก็บดอกไม้ที่ผนัง เลยตอบผัวะว่าตีห้ากับห้าโมงเย็น ชายหนุ่มรู้ทัน ย้ำเตือนให้เธอรู้ไว้ว่าความไว้ใจมันไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่ายๆ

“ทำไมถึงตั้งแง่กับฉันขนาดนี้ ทำงานให้ก็แล้ว พูดดีด้วยก็แล้ว นายจะให้ฉันทำยังไงอีก”

สุดท้ายคุณหนูจอมเหวี่ยงก็ฟิวส์ขาด กระชากกรรไกรจะไปตัดดอกไม้ตามเวลาที่เขาบอกว่าดีที่สุด แต่อารามโมโหเลยโดนคมกรรไกรบาดนิ้วเลือดซิบ ตะวันรีบเป่าพ้วงให้ราวกับเธอเป็นเด็ก ก่อนจะพาเข้าบ้านไปทำแผลเท่าแมวข่วน แต่เธอทำเหมือนโดนเสือขย้ำก็ไม่ปาน ส่วนพีระก็เป็นเดือดเป็นแค้นเมื่อรู้เห็นว่าตะวันเป็นต้นเหตุให้โรสรินเจ็บตัว

ooooooo

ตีสี่ของวันใหม่ ตะวันมาปลุกโรสรินไปช่วยงานตามความต้องการของเธอเมื่อวานที่ลั่นปากเอาไว้ หญิงสาวกำลังหลับสบายแต่ต้องฝืนใจออกมาทั้งที่สะลึมสะลือ นั่นก็เพื่อให้เขาตายใจจะได้หาทางสืบสิ่งที่ตนอยากรู้

สองฝ่ายนัดเจอกันที่โรงเรือนดอกไม้ ตะวันเอาน้ำมะนาวคั้นสดให้เธอดื่ม รสชาติมันเปรี้ยวจี๊ดไปถึงกึ๋นจนเธอยอมไม่ได้ เอาคืนด้วยการป้อนใส่ปากเขาจนได้... ถือว่าหายกัน!

จากนั้นตะวันก็เริ่มสาธิตวิธีการตัดดอกไม้ เหตุนี้เองทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ บางจังหวะมีถูกเนื้อต้องตัวกันจนต่างฝ่ายต่างเขิน...ด้านพีระกับอุษาวดีช่วยสืบด้วยการตีสนิทน้ำค้างเพื่อหลอกถามว่าหัวใจสำคัญของไร่นี้คืออะไร แต่น้ำค้างไม่หลงกล โบ้ยให้พวกเขาไปถามเด็กชายอาทิตย์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้คำตอบ เพราะเด็กชายไม่ชอบพูดจากับใครอยู่แล้ว แถมพีระยังโดนอึ่งกลั่นแกล้งให้อับอายขายหน้า

โรสรินเดินมาสะดุดตากับโรงเรือนกล้วยไม้ที่มีป้ายบุคคลภายนอกห้ามเข้าโดยเด็ดขาด เธอมาดหมายว่าที่นี่น่าจะเป็นหัวใจสำคัญ จึงจะแอบเข้าไป แต่ตะวันเปิดประตูสวนออกมาพอดี

“จะเข้ามาทำไม ป้ายก็เขียนบอกว่าห้ามเข้า”

“หมาแม่ลูกอ่อนรึไงนายเนี่ย! ดุทำไม ฉันก็แค่จะมาหากาบมะพร้าวเพิ่มเอามาทำปุ๋ยไง”

“ในนี้ไม่มีหรอก เดี๋ยวผมพาไปเอง” ตะวันล็อกประตู คล้องโซ่ลงกลอนแน่นหนา

“ในนั้นมีอะไรเหรอ”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ ถ้าผมไม่อนุญาตก็ห้ามเข้า เข้าใจมั้ย” ตะวันสีหน้าเอาจริง เร่งโรสรินให้เดินตามมา...

หลังจากเสร็จงานในบ่ายนั้น โรสรินมาบอกพีระกับอุษาวดีว่าตนมั่นใจแล้วว่าจุดอ่อนของไร่นี้คืออะไร พอตกเย็นทั้งสามคนก็แอบไปที่โรงเรือนกล้วยไม้ แล้วได้ยินเสียงตะวันพูดอยู่ข้างในนั้น

“วันนี้สวยกว่าเมื่อวานอีกนะ...ขอจูบทีสิ”

ทั้งสามคนชะงักกึก มองหน้ากันไปมาอย่างคาดไม่ถึง พีระกระซิบว่าชัดเลย มันแอบพาผู้หญิงมาจ้ำจี้แน่ๆ

“บ้า! ไม่ใช่มั้งพี่พี ถ้าจะทำคงไม่มาทำอะไรกันในนี้หรอกมั้ง”

“ชื่นใจ...จูบอย่างเดียวไม่พอแล้วขอจับหน่อยนะ” เสียงตะวันดังขึ้นอีก คราวนี้สองสาวเชื่อสนิท ยิ่งได้ยินประโยคต่อไปก็ยิ่งรับไม่ได้ “ทนไม่ไหวแล้ว ขอเปิดดูหน่อย โห...อวบอึ๋มใหญ่มาก...จูบแล้วนะ”

โรสรินหน้าร้อนฉ่าทำท่าจะร้องกรี๊ดออกมา แต่พีระรีบอุดปากเธอ กำชับว่าอย่าให้มันรู้ว่าเรามาแอบดู โรสรินเลยได้แต่ก่นด่าอยู่เบาๆ

“หื่นกาม ตัณหาจัด แล้วทำมาเป็นสั่งสอนคนอื่น ทุเรศที่สุด”

พีระดึงสองสาวไปจากตรงนั้น เพื่อวางแผนจัดการนายตะวันให้จงได้!

ที่แท้ตะวันขลุกอยู่กับดอกกล้วยไม้ต่างหาก อยู่ที่นั่นจนใกล้ค่ำก็ยังไม่ออกมา ขนาดชาญยังอดบ่นไม่ได้ว่ามีผู้หญิงสวยๆอย่างหนูโรสมาอยู่ที่นี่ทั้งคน มันดันสนใจแต่ดอกไม้ใบหญ้า ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา ใครแตะต้องก็ไม่ได้

ส่วนพวกพีระ เมื่อแน่ใจกันเช่นนั้นแล้ว จึงวางแผนว่าพรุ่งนี้ต้องเริ่มกันแต่เช้า แล้วกลางคืนพวกเราค่อยลงมือ ครั้งนี้จะพลาดไม่ได้อีกเด็ดขาด

“เอาล่ะ งั้นคืนนี้แยกย้ายกันไปพักผ่อน” โรสรินจะเข้าห้องแต่พีระรีบเดินมาขวาง

“นอนคนเดียวน่ากลัวจะตาย เปลี่ยวๆป่าๆแบบนี้ อาจจะมีผีก็ได้”

“อย่าเว่อร์ ผีเผออะไร ลองมาสิจะเหวี่ยงเข้าให้”

“แน่ะ ลบหลู่อีก เดี๋ยวก็เจอผีป่าหรอก เพื่อความชัวร์พีนอนเป็นเพื่อนโรซี่เอง...ไป”

“ผีป่าไม่มีหรอก แต่ผีทะเลมีแน่ๆ เดี๋ยวเหอะ อยากให้โรสจี๊ดรึไงฮึ”

พีระจ๋อย อ้างว่าแค่เป็นห่วง อย่าจี๊ดเลยนะคนดีของพี่ โรสรินหน้าบึ้ง ไล่ซ้ำอีกทีจนพีระอยู่ไม่ได้

ooooooo

เช้าวันถัดมา โรสรินเริ่มแผนด้วยการมาขออนุญาตชาญออกไปตลาด

“แหม...ไม่ได้หนีกลับกรุงเทพฯซะหน่อย แค่ไปตลาดแค่นี้ ทำไมจะไม่ได้ แต่ไปแล้วต้องรีบกลับมานะ”

โรสรินหันมาสบตาพีระกับอุษาวดีอย่างโล่งใจ แต่พอจะก้าวไป ก็เห็นตะวันเดินหน้าตึงเข้ามา

“ไม่ได้” ตะวันเสียงแข็งใส่โรสริน

“เสียใจ คุณปู่ของนายอนุญาตแล้ว”

“แล้วปู่หรือว่าฉันกันแน่ที่ต้องเป็นคนแต่งงานกับคุณ ถ้าหากว่าคุณหนีออกไปจากไร่ก่อนครบสัญญา”

“เอ๊ะ! นี่นาย”

“แต่อุษากับโรสต้องไปซื้อของใช้ส่วนตั๊วส่วนตัวเพิ่มนะคะ”

“ผมไม่ห้ามก็ได้ แต่เราต้องไปด้วยกัน” ตะวันจับมือโรสริน พีระวางท่าปกป้อง สั่งห้ามเขาโดนตัวแฟนของตน ชาญหันไปเห็นแย้หอบปุ๋ยคอกผ่านมาใกล้ๆ จึงส่งซิกให้แกล้งชนพีระจนปุ๋ยเลอะเทอะไปหมด

“เฮ้ยๆ แบบนี้มันหาเรื่องกันนี่หว่า”

“ใจเย็นน่า เดี๋ยวปู่ช่วยเอง มามะ” ชาญคว้าผ้าขี้ริ้วมาเช็ด พีระเลยเปื้อนหนักกว่าเดิม

ขณะคนอื่นๆวุ่นวายกันอยู่ ตะวันฉวยโอกาสลากแขนโรสรินออกไป

“ปล่อยฉันได้แล้ว อย่าเอามือสกปรกของนายมาจับฉัน”

“มือสกปรก? สกปรกยังไง ผมกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือนะคุณ เออลืมไป เมื่อกี๊ไปฉี่ยังไม่ได้ล้างมือแฮะ”

“กรี๊ดดดด...ไอ้บ้าลามก สกปรก!” โรสรินดีดดิ้นวิ่งหนี ตะวันหัวเราะชอบใจที่แกล้งเธอได้

ooooooo

ที่แผงขายผลไม้ในตลาด มาลัยร้องขายแตงโมเสียงหวาน ลูกค้าหนุ่มขี้หลีเข้ามาขอซื้อสองลูกขอแบบลูกใหญ่ๆ จับได้เต็มไม้เต็มมือ

มาลัยจัดใส่ถุงส่งให้แต่ตาไพล่เหลือบไปเห็นตะวันเดินมากับโรสริน ปล่อยมือจากถุงทันที ลูกค้าจับไม่ทันดีก็ปล่อยมือ ถุงแตงโมหล่นพลั่กใส่เท้าลูกค้าจนร้องจ๊ากแต่มาลัยไม่สนใจ ชี้ให้มาลีดู

“แม่จ๋า...นั่นยัยโรส ศัตรูหัวใจของฉัน”

“หน็อย ศัตรูเอ็งมันก็เป็นศัตรูแม่ด้วยเหมือนกันไปเลยลูก ไปแย่งคุณตะวันมาเดี๋ยวนี้!!”

มาลัยวิ่งพรวดไป แหวกผู้คนในตลาด กระโดดข้ามรถเข็นหลายคันที่ขวางอยู่ ลอยละลิ่วลงมายืนตรงหน้าตะวันพอดี มาลัยคว้าแขนตะวันหมับ ถามว่าพาแม่นี่มากินลมชมตลาดได้ไง ตนไม่ย้อม...ไม่ยอม

“เธอมาก็ดีแล้ว เชิญอยู่กับแฟนของนายไปเถอะ” โรสรินได้ทีชิ่งหนีไปทันที ตะวันจะวิ่งตามแต่ถูกมาลัยฉุดไว้ เลยได้แต่ตะโกนไม่ให้โรสรินหนี มาลัยถามว่าจะไปยุ่งกับเขาทำไม ไม่ได้ยินหรือว่าเขายกให้ตนแล้ว ตะวันไม่ฟังเสียง ตะโกน “คุณโรส เสร็จแล้วมาเจอผมที่รถ ห้ามเกินสิบโมง ได้ยินไหม”

โรสรินวิ่งอ้าวไปไกลลิบแล้ว หันมายิ้มเยาะ พูดอย่างสะใจตัวเองว่า

“ไม่มีใครขวางฉันได้แล้ว นายตะวัน...ทีนี้แหละ หึหึหึ!!!”

หญิงสาวโล่งใจนึกว่าหนีรอดมาได้แล้ว แต่ขณะกำลังเดินอย่างระแวดระวังอยู่นั้น เดชาออกจากร้านเฟอร์นิเจอร์เห็นเข้า เขายิ้มอย่างสมใจ

ขณะโรสรินกำลังซื้อของออกมาที่หน้าร้านขายของเกษตร กำลังคิดว่าจะให้เด็กยกไปไว้ที่ไหนดี จู่ๆเดชาก็มายืนถือถุงใส่ของนั้นให้ เขาแหวกดูของในถุงบอกเธอว่า

“ยาฆ่าหญ้า นี่มันของต้องห้ามในไร่ตะวัน!!!”

“โธ่เอ๊ย...แบบนี้ก็ยิ่งเอาเข้าไปในไร่ไม่ได้น่ะสิ” เธอบ่นอย่างหัวเสีย

“คุณไม่มีทางเอาไอ้นี่เข้าไปได้แน่ๆ” เดชายิ้มร้ายอย่างรู้ทันแผนของเธอ โรสรินบอกว่าตนจำเป็นต้องใช้มัน “ถ้างั้น...คงต้องให้ผมช่วยแล้วล่ะ”

โรสรินมองหน้าเดชาอย่างชั่งใจ

ooooooo

มาลัยดึงตะวันไว้เกาะหนึบไม่ยอมให้ไปไหน อ้อนให้อยู่กับตนนานๆ ตะวันบอกว่าตนต้องกลับไร่แล้ว มาลัยทำแก้มป่องให้หอมก่อนถึงจะปล่อยให้ไป หลับตาพริ้มรอให้หอม

ตะวันแก้เผ็ด คว้าหอมหัวใหญ่แปะใส่แก้มมาลัยแล้วชิ่งไปเลย มาลัยกรี๊ดลั่นไล่ตาม

“พี่ตะวัน...กลับมาก่อน จะเอาหอมพี่ตะวัน ไม่ใช่หัวหอม ฮึ้ยยย!!” มาลัยวิ่งตามไม่ทันได้แต่ยืนกระทืบเท้าเร่าๆ

ตะวันโกยอ้าวมาถึงรถ เห็นเดชากับโรสรินยืนทำอะไรลับๆ ล่อๆ อย่างมีพิรุธอยู่ข้างรถ สงสัยว่าทั้งสองต้องคิดทำอะไรแน่ๆ เห็นโรสรินยัดถุงใส่ท้ายรถมีผ้าใบคลุมมิดชิด ก็เข้าไปทางข้างหลังถามว่าทำอะไร แล้วแหวกเข้าไปดู

“ไม่มี๊” โรสรินยืนขวางดักซ้ายดักขวาไม่ยอมให้เขาเข้าไปดู ตะวันด่าว่านิสัยไม่ดีแล้วยังขี้โกหกอีก แล้วแหวกดูของที่ซ่อนอยู่จนได้ ถูกโรสรินตวาด “นี่! ไม่มีมารยาท นั่นเดชาเขาอุตส่าห์ซื้อให้ฉันนะ เอาคืนมา!”

ตะวันถามว่ารู้จักสนิทสนมกันแล้วหรือ คิดอะไรถึงไปยุ่งกับคนแบบนั้น เธอโต้ทันทีว่าแบบไหน ยังไงเขาก็ดีกว่าตัวเอง ไม่นิสัยแย่บ้าอำนาจเหมือนตัวเองหรอก ตะวันจ้องหน้าแต่มือคว้าของในถุงออกมาดู ปรากฏว่าเป็นชุดสวยๆหลายชุด ถูกโรสรินเย้ยว่า “ขอโทษนะพอดีว่าอยู่เฉยๆก็สวย ผู้ชายก็อยากซื้อของให้”

ตะวันทำท่าจะไม่คืนให้อ้างว่าอยู่ไร่ไม่ต้องแต่งตัวสวยไปอวดใคร เธอแย่งชุดคืนแล้วชวนกลับ ตะวันถามว่าไหนว่าจะมาซื้อของสำคัญ โรสรินมีพิรุธทันที ตะวันเลยคว้าถุงเล็กๆ อีกถุงในมือเธอไปดู คราวนี้เจอชุดชั้นในเข้าอย่างจัง ตะวันถึงกับชะงัก โรสรินคว้าไปเก็บหัวเราะร่าถามว่า

“เต็มตาแล้วใช่ไหม ถ้านายไม่ขอโทษฉัน ฉันจะแฉความลามกของนายกับทุกๆคน!”

เจอไม้นี้เข้า ตะวันเหวอ ใบ้กินสนิท!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เผยภาพคู่ "แอฟ-ต่อ" ฟิตติ้ง "ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ"

เผยภาพคู่ "แอฟ-ต่อ" ฟิตติ้ง "ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ"
21 พ.ย. 2562
19:18 น.