ตอนที่ 6
ข่าวประมูลนางโลมกายหอมดังกระฉ่อนไปทั้งพระนครอย่างรวดเร็ว แถมข่าวดังกล่าวยังมีชื่อท่านดาบเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปอีก พอเจ้าตัวมาเดินตลาดได้ยินเข้าแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ เกือบจะฟาดปากผู้คนที่วิพากษ์วิจารณ์โดยไม่รู้ความจริง
ส่วนหม่อมนวลที่ยังอยู่หัวเมืองเพราะทิฐิแรงไม่ยอมกลับวังเขียวทั้งที่บุตรชายส่งเรือไปรับ เวลานี้กำลังกระวนกระวายอย่างหนักผุดลุกผุดนั่งอยากรู้ว่าบุตรชายยังจะใจแข็งใจดำอยู่อีกหรือไม่ ติ๊ดเห็นแล้วเวียนหัวแทน เลยต้องช่วยปลอบให้ทำใจดีๆไว้ ไม่มีลูกที่ไหนทิ้งแม่ได้หรอก เมื่อท่านดาบฟังคำอันเด็ดขาดของหม่อมจากนายก้าน ท่านดาบต้องได้สติ ละพยศ เดินทางมารับหม่อม
หารู้ไม่ว่าติ๊ดคิดผิดเสียแล้ว ท่านดาบไม่ได้ตกอกตกใจสักนิดหลังฟังก้านถ่ายทอดถ้อยคำของหม่อมนวล
“คิดว่าข้าฟังคำขู่ของหม่อมแม่แล้วจะตกใจรึ ไม่มีทาง ข้าเป็นลูกหม่อมแม่มาเท่าอายุของข้า ข้ารู้จักฤทธิ์ของแม่ตัวเองยิ่งกว่าใคร”
“นี่แปลว่าถึงขนาดนี้แล้ว ยังไม่เสด็จหัวเมืองอีกหรือขอรับ”
“ไม่ เจ้าหญิงนั่นจะเสกสมรสเป็นภรรยาข้า ภรรยาต้องเป็นฝ่ายเดินทางมาหาสามี หม่อมแม่ให้ท้ายนางเพราะเห็นแก่ทรัพย์ของนาง ขืนข้าเต้นไปด้วย ศักดิ์ศรีของ ม.จ.ดาบปราบศัตรู เห็นทีจะหมดสิ้น”
ก้านไม่รู้จะพูดอย่างไรอีก ได้แต่ส่ายหน้าหนักใจกับทิฐิแรงกล้าของสองแม่ลูก ขณะเดียวกันนั้นที่จวนเจ้าเมืองมีคนเรือเอาข้าวปลาอาหารมาส่งตามที่หม่อมนวลสั่งไป พอคนเรือกับวาดเห็นกันต่างก็จำกันได้ เพราะเขาคนนี้เคยรับวาดจากพระนครมาส่งหัวเมือง
หม่อมนวลเกิดความสงสัยเมื่อเห็นสองคนทักทายกันไปมา ส่วนติ๊ดเกรงวาดจะพูดมากจนความแตกว่าไม่ใช่เจ้าหญิงจึงพาทั้งสองคนไปคุยกันไกลๆ นี่เองทำให้วาดกับติ๊ดได้ข้อมูลของเอยาวดีอย่างไม่คาดคิด คนเรือเล่าเรื่องที่เห็นผู้หญิงใส่เสื้อคล้ายวาดนั่งเรือไปพระนครกับพวกนักเลง ซึ่งก่อนหน้านั้นนักเลงกลุ่มนี้เคยมาถามหาวาด และตนก็ได้อธิบายรูปร่างหน้าตาเสื้อผ้าไป
จากข้อมูลนี้ทำให้วาดกับติ๊ดมั่นใจทันทีว่าหญิงคนนั้นคือเจ้าหญิงเอยาวดี สองคนจึงรีบไปเล่าให้อองดินฟัง
“หมายความว่าเจ้าหญิงเอยาวดีองค์จริงถูกพวกไอ้ขวดจับไปพระนคร เพราะคิดว่าเป็นเจ้างั้นรึ”
“พวกไอ้ขวดไม่เคยเห็นหน้าของข้า เพราะข้าปิดหน้าปิดตาเอาไว้ มันสังเกตจากเสื้อผ้าแล้วจับไป”
“บ้าจริง แผนสลับตัวของข้านำภัยมาสู่เจ้าหญิงแท้ๆ” อองดินกล่าวโทษตัวเอง
“ตอนนี้พวกมันคงปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงเอยาวดีคือนางทาสวาด”
“ส่วนนางทาสวาดตัวจริงต้องมาเล่นละครตบตาว่าเป็นเจ้าหญิงเอยาวดีอยู่ที่นี่ เจ้าหญิงกลายเป็นทาส ทาสกลายเป็นเจ้าหญิง ฮึ พิลึกพิลั่นราวกับลิเกโรงใหญ่...” พูดไม่ทันขาดคำ วาดถูกอองดินคว้าแขนมาซักถามด้วยสีหน้าดุดัน
“แล้วพวกไอ้ขวดมันเป็นคนของใคร มันจะจับเจ้าไปทำงานที่ใด กับเจ้านายองค์ไหนรึ”
“ฟังแล้วทำใจให้ดีนะ ข้าถูกขายตัวให้โรงโสเภณี ไอ้ขวดเป็นคนของโรงโสเภณี”
“โรงโสเภณี!” องครักษ์และนางข้าหลวงอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
ooooooo
เพราะความตั้งใจที่จะช่วยให้ใบกับบางได้กลับเชียงน้อยตามสัญญา แต่ต้องทำให้ใบซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อนหายวันหายคืนเสียก่อน เอยาวดีจึงเอาอาหารดีๆของตนใส่ห่อแล้วชวนบางเอาไปให้ใบที่กระท่อมกลางสวนอีก แต่วันนี้พริ้งรู้เห็นเข้าโดยบังเอิญ พริ้งจึงนำความไปบอกเล่าให้คุณพระฟังด้วยหวังจะกำจัดทาสคนใหม่ให้หมดราคาจนต้องกระเด็นไปจากที่นี่
แต่แผนสกัดดาวรุ่งของพริ้งไม่สำเร็จ ซ้ำพริ้งยังถูกคุณพระดุด่าให้ได้อายอีกด้วย
“อีโกหก! คิดว่าข้าไม่รู้ทันเอ็งรึ เอ็งอิจฉาริษยานางทาสหน้าใหม่ กลัวมันจะดีเด่นเกินหน้า เอ็งปั้นเรื่องมาหลอกข้าใช่หรือไม่”
“ไม่จริงเจ้าค่ะ ไม่จริง เรื่องอีทาสบ้า ถามทาสคนอื่นดูก็ได้”
“ฟังๆดู มันก็มีมูลนะเจ้าคะ ให้อิฉันตรวจสอบก่อนดีกว่า” เนื่องเอ่ยขึ้นมา
“อีกสองวันก็ขึ้นหนึ่งค่ำแล้ว เดี๋ยวก็ต้องให้มันไปบำเรอชายอื่น ปล่อยท่านดาบตัดหน้าไปคนแล้ว ไม่ได้! ข้าต้องได้นางทาสคนนี้ก่อน ยังไงคืนนี้อีทาสวาดต้องบำเรอข้า”
“แล้วเรื่องโรคเรื้อน...” ขวดท้วงอย่างเกรงๆ คุณพระท่าทางอารมณ์เสียโวยวายโยนอัฐลงตรงหน้าเนื่อง
“อีเนื่อง เอาอัฐไปซื้อยาฝรั่งมาให้มันกิน แล้วพามันไปนอนรอข้าที่เรือนรับรองคืนนี้”
พริ้งนั่งก้มหน้านิ่งแต่ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง กังวลว่าคุณพระจะติดใจนางทาสคนใหม่จนตนเองหมดความสำคัญ... ลับหลังคุณพระได้ยินเนื่องบ่นเรื่องไปซื้อยา พริ้งถือโอกาสอาสาเนื่องไปเอง แล้วหลบไปซุบซิบกับสมุนสองคนว่าตนมีแผนใหม่แล้ว เราจะเอายาพิษให้อีทาสคนนั้นกิน พอมันกินแล้วมันตาย เราก็บอกว่ามันติดโรคจนตาย
ทาสสองคนตาเหลือก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น คนหนึ่งย้ำถามพริ้งว่า “คนตายนะพี่ เอาจริงรึ”
“อีทาสบ้ามันแย่งทุกอย่างไปจากข้า ข้าวของเงินทองที่ข้าเคยได้ ข้าพยายามเก็บไว้ไถ่ตัวเอง มันมาตีปลาหน้าไซแย่งไปจนหมด ปล่อยมันไว้ข้าคงไม่มีวันได้ไถ่ตัว ต้องเป็นทาสเขาตลอดชีวิต ข้าไม่ยอมดอก...อีทาสบ้า มึงมีชีวิตอยู่ไม่พ้นคืนนี้แน่!”
สองคนหน้าซีดด้วยความกลัว แต่พริ้งสีหน้ามุ่งมั่นจริงจังมาก
ooooooo
ที่จวนเจ้าเมือง อองดินกับติ๊ดกำลังเก็บข้าวของใส่หีบและถุงผ้า วาดนั่งมองในฐานะเจ้าหญิงไม่ต้องช่วยหยิบจับอะไร เก็บไม่ทันเสร็จหม่อมนวลกับหนิมเข้ามาเห็น ให้แปลกใจว่าพวกเขาจะเก็บข้าวของไปไหนกัน พออองดินบอกว่าเรามีเรื่องด่วนต้องเดินทางไปพระนคร หม่อมนวลซักทันทีว่า เราน่ะหมายถึงเจ้าหญิงด้วยรึ
“ใช่จ้ะ เรือมารอที่ท่าแล้ว กำลังว่าจะไปบอก เอ้อ กราบลาหม่อมกับท่านเจ้าเมืองพอดี” ติ๊ดตอบนอบน้อม
“อะไรกัน จู่ๆก็ไป แล้วจะไปพักที่ไหน”
“ค่ำไหนนอนนั่น เดี๋ยวก็หาได้ แต่เราต้องรีบไปจริงๆ ขออภัยหม่อมนะเจ้าคะ ต้องทำการกะทันหันเช่นนี้”
“เอ้า...งงล่ะ เรามารับเสด็จเจ้าหญิง แต่เจ้าหญิงจะเสด็จพระนครด้วยองค์เอง แล้วเราจะอยู่ต่อไปทำไมล่ะ
เจ้าคะหม่อม” หนิมบ่นแล้วหันมารอคำตอบจากนาย
“แต่ข้าเพิ่งประกาศไปว่าจะตายที่นี่ กลับไปตอนนี้ท่านดาบคงหัวเราะเยาะ ข้าทนไม่ได้....แหม เจ้าหญิงทรงหักหลังหม่อมฉันนะเพคะ”
“เรามีความจำเป็นจริงๆ ไว้พบกันที่พระนคร ไปกันเถอะ” อองดินตัดบทเดินนำหน้าวาดและติ๊ดออกไปทันที ทิ้งหม่อมนวลยืนงงสงสัยว่าทำไมถึงรีบด่วนเช่นนี้ พอได้ยินหนิมพูดว่าเจ้าหญิงเสด็จเข้าพระนครโดยไม่สนหม่อมแบบนี้ ถ้าท่านดาบรู้เข้าคงหัวเราะแน่ หม่อมนวลจึงลดทิฐิลงทันใด
“ฮึ่ย...กลับก็ได้”
“หา!...ยอมกลับพระนครแล้วรึเจ้าคะ”
“ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ไอ้ลูกหัวดื้อนะ แต่เพราะข้าจะติดตามบ่อพลอยของข้าต่างหาก บ่อพลอยอยู่ไหน หม่อมนวลอยู่นั่น...เจ้าหญิงเพคะ มีที่ว่างในเรือเหลืออยู่ไหม หม่อมฉันไปด้วย รอด้วยเพคะ รอด้วย”
หม่อมนวลตะโกนพลางวิ่งตามพลาง ไม่หลงเหลือมาดหม่อมเจ้ายศเจ้าอย่างสักนิด
“ เอ้า ไปไหน วิ่งโร่ไปนั่น เดี๋ยวเจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าวของมากมายยังไม่ได้เก็บ โอ๊ยหม่อมของข้า ช่างมักมากเสียนี่กระไร ฮู้ย จะเก็บอะไรก่อนดีวะ” หนิมวุ่นวายหยิบนั่นนี่เป็นบ้าเป็นบออยู่ตรงนั้น
พอเสร็จสรรพทุกสิ่งอย่าง ทุกคนมารวมตัวที่ท่าเรือ ภริยาท่านเจ้าเมืองเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนเมื่อครู่ของหม่อมนวลแล้วอดนินทาไม่ได้
“คราวที่แล้วแห่มายิ่งใหญ่...ไม่กลับ พอมาคราวนี้นึกจะกลับก็วิ่งโร่หอบผ้าหอบผ่อนอย่างกับจะไปตามควาย”
หม่อมนวลกับหนิมโผล่เข้ามาได้ยินพอดี “พูดมากจริง ไม่อยากเป็นภริยาจางวางหรือไงแม่ ฮึ่ย ข้าก็เหนื่อยเหมือนกันล่ะน่า”
ภริยาซีดจ๋อย ไม่กล้ามองหน้าหม่อมนวลอีกเลย...กลุ่มของอองดินยืนห่างออกไป อองดินสังเกตสีหน้าวาดไม่สู้ดี จึงถามว่าเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น
“ข้าหนีจากพระนครมา จู่ๆจะให้กลับไป...เฮ้อ”
“กลัวคนจับเจ้ากลับไปเป็นทาสรึ”
“ท่านอองดินอยู่ทั้งคน จะกลัวอะไร” ติ๊ดปลอบ
“อย่ากลัวเลย เจ้ายังอยู่ในฐานะของเจ้าหญิง เราจะเก็บเจ้าไว้ในวังเขียว เมื่อพบเจ้าหญิงองค์จริง เราทุกคนจะกลับเชียงน้อย ส่วนเจ้า เลือกเอาเองว่าจะเริ่มต้นชีวิตที่ไหน ที่หัวเมืองหรือที่เชียงน้อย”
วาดพยักหน้าว่าคงต้องเป็นอย่างนั้น...ติ๊ดเงยหน้ามองไปบนฟ้า ส่งคำอธิษฐานไปถึงเจ้าหญิงเอยาวดี
“อีกไม่กี่เพลา ท่านอองดินจะไปช่วยแล้วนะเพคะ เจ้าหญิงของติ๊ด ไม่ว่าพบเจออะไรอยู่ อดทนไว้นะเพคะ รอพบท่านอองดิน รอเจออีติ๊ดก่อน”
ขณะที่ติ๊ดอธิษฐานอยู่นั้น ที่เรือนทาสโรงโสเภณี เอยาวดี กำลังถูกพริ้งกับสมุนบังคับให้กินยาพิษแต่อ้างว่าเป็นยาแก้โรคเรื้อน ต้องกินตามคำสั่งคุณพระ เอยาวดีจำต้องรับห่อยานั้นมาแล้วทำท่าจะกินหลังจากพวกพริ้งพากันกลับออกไปแล้ว แต่พลันนึกถึงใบขึ้นมา จึงเปลี่ยนใจเอาไปให้ใบกินเผื่ออาการจะทุเลา
ใบขอบใจเจ้าหญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะแกะห่อยา กำลังจะเทใส่ปากอยู่แล้ว บางกลับวิ่งพรวดเข้ามาปัดห่อยากระเด็นหลุดจากมือพี่สาว
“โอ๊ะ...แม่บางทำเช่นนี้ทำไม ยาหกหมดแล้ว”
“นั่นมันยาพิษ ดูนี่” บางหยิบขันน้ำเทลงไปที่ยา เกิดฟองฟู่ขึ้นมาน่ากลัว
“อะไรกัน ยาพิษหรือนี่” เอยาวดีตกใจหน้าซีดเผือด!
ooooooo
พากันกลับออกจากกระท่อมมาแล้ว เอยาวดียังช็อกไม่หาย ขณะที่บางหัวเสียหนักบ่นด่าแถมเงื้อง่าทำท่าจะตบตีเอยาวดี
“หนอยอีนี่ พี่กูเกือบจะตายแล้ว มันน่า...”
“หญิงขอโทษ หญิงไม่ทันนึกว่า...แม่พริ้งไม่ชอบหญิง”
“ดีนะ ข้าไปได้ยินพวกทาสมันพูดกัน ถ้าข้ามาไม่ทันจะเป็นเช่นใดหา”
“เล่นกันถึงตายเทียวรึ ชีวิตคนทั้งชีวิต เพราะความอิจฉาริษยาเพียงเท่านี้”
“อีเจ้าหญิงบ้า ข้าขอร้องล่ะ เอ็งเลิกยุ่งกับข้า เลิกยุ่งกับพี่ข้าเสียทีเถอะ เอ้า นั่นเอ็งจะไปไหนของเอ็ง”
เอยาวดีไม่ฟังเสียงบาง เดินลิ่วไปแล้วด้วยสีหน้าโกรธจัด พอถึงเรือนทาสก็ตรงเข้าไปเอาเรื่องพริ้งที่กำลังฝึกขิมเพลิดเพลินเจริญใจ
“แม่พริ้ง...เจ้าให้ยาพิษหญิงทำไม”
สมุนสองคนของพริ้งที่นั่งอยู่บริเวณนั้นตัวสั่นพรั่นพรึง ขยับมากระซิบพริ้งด้วยท่าทีพิรุธ แต่พริ้งกลับไม่มีท่าทีสะทก สะท้าน ทำเฉไฉถามว่ายาพิษอะไร ตนไม่รู้เรื่อง
“เป็นทาสก็ต่ำทรามอยู่แล้ว จิตใจเจ้ายังหยาบช้าอำมหิต ไม่กลัวบาปกลัวกรรมรึไง”
“บาปกรรมรึ ที่เป็นทาสโสเภณีบำเรอชายอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะข้าเป็นคนบาปรึ ข้าไม่มีทางเลือก ถ้าปล่อยเจ้าอยู่ต่อ ข้าก็คงเหมือนอีพวกนี้ เป็นทาสไปจนตาย ไม่ได้ไถ่ตัว ไม่ได้ออกเรือนไปกับคนดีๆ”
“ทำไมจะไม่มีทางเลือก เป็นทาสก็ยังเป็นคน แต่คนฆ่าคนด้วยกันเอง นั่นมันวิถีของสัตว์!”
“อีทาสบ้า นี่แน่ะ มึงว่ากูรึ” พริ้งโกรธจัดตบเอยาวดีล้มกลิ้ง
“หญิงมีชีวิตจนเติบใหญ่เพิ่งรู้จักชีวิตจริงๆเมื่อมาอยู่ที่นี่ เมื่อก่อนหญิงไม่เคยตบตีกับใคร แต่เดี๋ยวนี้หญิงเริ่มเก่งขึ้นแล้ว” พูดขาดคำเอยาวดีก็ลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่พริ้ง สองสาวแลกตบกันดุเดือดจนกระทั่งขวดผ่านมาเห็น สมุนของพริ้งสองคนรีบชิ่งด้วยกลัวจะถูกซัดทอดเรื่องยาพิษ
ขวดเข้ามาแยกสองสาวแล้วซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น พริ้งหน้าเสียคิดว่าเอยาวดีต้องฟ้องเรื่องยาพิษแน่ แต่ผิดคาด เอยาวดีกลับไม่พูดเพราะรู้ดีว่าขวดร้ายกาจขนาดไหน แล้วยังจะคุณพระจอมงกอีกคน ถ้าตนพูดไปมีหวังพริ้งโดนทำร้ายกระอักเลือดแน่
“อีเจ้าหญิง เสียดายคืนนี้เอ็งต้องทำงาน หาไม่ข้าจะเฆี่ยนเองซะ มีเรื่องได้ทุกวัน”
“ทำงาน จะส่งหญิงไปบำเรอใครรึ ก็ไหนว่าเลื่อนไปไงล่ะ”
“ฮึ จะส่งไปให้ผู้ใด ก็คุณพระไง ท่านมานั่งดื่มม้ากระทืบโรงตั้งแต่บ่าย ตั้งใจบำรุงตัวเองเต็มที่ เวลาท่านคึกเช่นนี้ ข้าเห็นปางตายออกมาทุกราย”
“บำเรอคุณพระคืนนี้รึ” เอยาวดีทวนคำหน้าซีดปากสั่น
“ใช่ คืนนี้บำเรอเจ้านาย ข้าไม่ยอมให้เอ็งหนีแน่ มานี่เลย...มานี่” ขวดเข้าถึงตัวแต่เอยาวดีปัดป้องไม่ยอม ทำให้ขวดยิ่งโมโหฉุดกระชากลากถูเธอไปอย่างไม่ปรานี
ขณะนั้นบางยังคุยอยู่กับใบในกระท่อม ใบเชื่อว่าเอยาวดี คือเจ้าหญิงแห่งเชียงน้อยจริง จึงขอร้องบางให้คอยดูแลช่วยเหลือเจ้าหญิง แล้วเจ้าหญิงจะพาเราสองคนกลับเชียงน้อย แต่บางไม่เชื่อ ย้ำว่ามันเป็นคนบ้า ใบเลยโกรธฮึดฮัดฟึดฟัดจะไม่ยอมกินข้าวกินยาที่บางนำมาให้
ขวดลากเอยาวดีมาไว้ที่เรือนรับรองเพื่อรอบำเรอคุณพระคืนนี้ เอยาวดีเข้าตาจนอุตส่าห์คุกเข่าอ้อนวอนและพูดความจริงว่าตนไม่ใช่นางทาสวาด แต่นั่นกลับทำให้ขวดโมโหขึ้นมาอีก อยากตบมันสักฉาดสองฉาดถ้าไม่กลัวคุณพระเล่นงานโทษฐานทำให้มันบอบช้ำเสียโฉม
“แหมมันน่า...อึ่ย ยิ่งอยู่ยิ่งบ้า จะให้ข้าพูดเช่นใด เอ็งบำเรอคุณพระดีๆ แค่นี้เอ็งก็มีข้าวมีน้ำกิน ส่วนเรื่องเจ้าหญิง ทำบุญมากๆสิ หมั่นอธิษฐานหน้าพระเข้า อีกไม่นานดอก แค่ชาติหน้าก็ได้เป็นแล้ว ฮะฮะฮ่า ขำโว้ย”
ขวดหันไปหัวเราะกับสมุนแล้วพากันออกจากห้องปิดประตูแน่นหนา เอยาวดีร้องไห้โฮ สองมือทุบประตูระรัว ขอร้องให้พวกมันเปิด แต่ก็เปล่าประโยชน์ ได้แต่ทรุดลงคร่ำครวญอย่างน่าสงสาร
“อองดิน...ติ๊ด...ครั้งนี้หญิงหมดสิ้นหนทางแล้ว...หมดสิ้นจริงๆ”
ooooooo
เนื่องดูแลอาหารการกินและเหล้ายาให้คุณพระตั้งแต่บ่ายยันค่ำ โดยไม่รู้ว่าขาวเอาเหล้าชนิดแรงสุดมาให้คุณพระดื่มจะได้เมาหลับ แต่จะช่วยเพื่อนใหม่ได้หรือไม่ ขาวก็ยังไม่แน่ใจนัก
“อีเจ้าหญิงบ้า ข้าช่วยเอ็งได้แค่นี้ ที่เหลือสุดแต่เวรแต่กรรมนะ”
เวลานั้นเอยาวดีกำลังหาทางหนีออกจากห้องรับรอง แต่ประตูถูกล็อกแน่นหนา จึงตัดสินใจปีนหน้าต่างทั้งที่สูงเอาการ ถ้าพลาดมีหวังตกลงไปคอหักตาย แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เธอยอมตายดีกว่าต้องบำเรอชายบ้าตัณหา
แล้วเอยาวดีก็พลาดจนได้ แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่พวกขวดรับร่างเธอไว้ได้ แล้วฉุดกระชากเธอกลับขึ้นไปบนห้องอย่างเดิม ขวดด่าเอ็ดเพราะคิดว่าอีทาสบ้าคิดจะฆ่าตัวตาย
“โรงโสเภณีแห่งนี้ไม่นิยมให้ใครตาย เพราะมันง่ายเกินไป ยิ่งสำหรับเอ็งที่ข้าเกลียดนักหนา เอ็งต้องอยู่ เฮ้ย ไปปิดหน้าต่างทุกบานให้มิดชิด อย่าให้มันโดดหนีอีก”
“ไม่...ปล่อยหญิงไป ปล่อยนะ...ปล่อย”
สมุนแยกย้ายปิดหน้าต่าง ขวดหยิบผ้ามาผูกเอยาวดี ไว้กับเตียง
“ผูกไว้อย่างนี้ มีปีกก็หนีไม่พ้น เอ็งเคยลิ้มรสมือและตีนของข้าใช่ไหม ประเดี๋ยวเถอะ ร้องไห้น่ารำคาญเช่นนี้ เจอมือและตีนคุณพระ หนักกว่าข้าหลายเท่า”
ขวดกับสมุนออกไปหมดแล้ว เอยาวดีนั่งจมน้ำตาอย่างหมดหนทาง
ooooooo
ด้านคณะของอองดินที่กำลังมุ่งหน้าสู่พระนคร อองดินและติ๊ดใจร้อนไม่อยากหยุดพักที่ใดเลย แต่ด้วยความจำเป็นเพราะมืดค่ำไม่สะดวกในการล่องเรือ คณะของเขาก็ต้องหยุดพักหาที่กินข้าวกินปลากันบนฝั่ง โดยอองดิน ติ๊ด และวาดแยกตัวไปคนละมุมกับหม่อมนวลและหนิม
“อีกไม่กี่ชั่วยามก็ถึงพระนครแล้ว จะได้กลับบ้านแล้วนะเจ้าคะหม่อม”
“กลับไปนี่ไม่รู้พ่อลูกชายจะทำฤทธิ์อะไรอีก”
“ทุกทีเวลามีเรื่องท่านชายมักจะอ้างว่างานมาก ไม่ยอมกลับวังเขียว ทรงประทับที่วังหลวงบ้าง บ้านเพื่อนบ้าง สุดท้ายคนที่ยอมต้องเป็นหม่อมทุกที”
“อืม...หาเรื่องไม่กลับบ้านงั้นรึ ข้าต้องหาวิธีเตรียมรับมือหน่อยแล้ว” หม่อมนวลครุ่นคิดหน้าเคร่ง
ส่วนวาดที่อยู่คนละมุมเลยไม่ต้องกลัวสองคนนั้นเห็น วาดลงนอนแผ่หรากางแขนขาเต็มที่
“โอ๊ย...นั่งเรือทั้งวี่วัน เหนื่อยจริงๆ”
“วาดแข้งวาดขาเป็นลิงเป็นค่างอีกแล้ว นี่หยุดนะ ดูสิ ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ นี่เห็นไหม ท่านอองดินมาแล้ว”
วาดรีบลุกขึ้นนั่งเพราะกลัวอองดิน แต่อองดินสีหน้าเครียดจัดเดินผ่านไปเฉยๆ วาดสงสัยว่าเขาเป็นอะไร แต่พอได้ยินติ๊ดบ่นออกมา วาดก็พอจะเข้าใจ
“โธ่...ท่านอองดิน สีหน้าไม่สู้ดีทั้งวันเลย”
วาดเกิดความคิดบางอย่างลุกขึ้นยืนส่งเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากอองดิน
“พี่ติ๊ดว่าข้าชอบทำตัวเหมือนลิง ที่จริงข้าไม่เหมือนเท่าไหร่นะ จะให้เหมือนลิงต้องนี่ๆ เจี๊ยกๆ” วาดแกล้งทำท่าลิงเดินไปมา หมายใจว่าเดี๋ยวอองดินต้องยิ้มขัน แต่เปล่าเลย อองดินยังเฉยสนิท มีแต่ติ๊ดที่ตกอกตกใจปรามวาดให้รักษากิริยาเจ้าหญิง พอวาดแกล้งทำท่าลิงหนักเข้า อองดินก็เอาน้ำมาสาดหน้าวาดแล้วเดินหนีไป
ติ๊ดเห็นสภาพลิงเปียกน้ำแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ วาดฉุนขาดเดินตามไปโวยวายอองดิน
“มากไปแล้วนะ ถึงกับเอาน้ำสาดเลยรึ”
“ทำตัวให้เป็นกุลสตรี ยากนักรึ”
“เจ้าหญิงแสนสวยของท่าน ไม่ยากดอก แต่สำหรับทาสในเรือนเบี้ยอย่างข้า ยากยิ่งนัก”
“ข้าขอให้เจ้าทำเพื่อตัวเอง ในเมื่อไม่อยากเป็นทาส ก็จะสอนให้เป็นผู้ดี คนมีปัญญาอย่างเจ้าต้องเข้าใจสิ”
“เข้าใจแน่ ที่จริงเมื่ออารมณ์ดีๆ พี่ติ๊ดพูดดีๆ ข้าก็ทำได้”
“แล้วนี่เหตุใดเกิดดื้อขึ้นมาอีก”
“สำหรับท่าลิงค่างนั่น ข้าทำเพื่อท่านต่างหาก”
“ทำเพื่อข้ารึ”
“วันนี้ทั้งวัน ท่านเอาแต่พื้นเสียเพราะห่วงเจ้าหญิง ถามสักนิดเถิด คิดมากห่วงมากจนขาดสติจะดีต่อเจ้าหญิงประการใด”
“นี่เจ้า!” อองดินเสียงดังหน้าดุ แต่วาดก็ยังไม่หยุด
“ทำใจให้สบาย ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง คืนนี้นอนให้หลับ พรุ่งนี้ถึงพระนคร เราจะไปช่วยเจ้าหญิง ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”
“เจ้าเชื่อว่าเจ้าหญิงจะทรงปลอดภัยงั้นรึ”
“เพราะมีความรักบริสุทธิ์ของพญาเหยี่ยวแห่งเชียง–น้อยคอยคุ้มครองพระองค์ตั้งแต่เล็ก ข้าเชื่อว่าเจ้าหญิงจะทรงปลอดภัย”
อองดินชะงัก ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไป กลายเป็นซาบซึ้งน้ำใจของวาด
“ขอบใจมากแม่วาด...เพื่อนข้า” เขากำลังซึ้ง วาดกลับทำหน้าลิงใส่ แถมคราวนี้ตาเหล่ด้วย ออกท่าทางและส่งเสียงเจี๊ยกๆ จนเขาเกือบหลุดขำ รีบหันหน้าหนีเก๊กขรึมต่อไปจนวาดเซ็ง
“โอ๊ย เหนื่อยแล้วนะ พ่อเสือยิ้มยาก...ฮึ่ย” วาดงอนสะบัดเดินหนี โดยไม่รู้ว่าข้างหลังตัวเองนั้นอองดินกลั้นหัวเราะแทบแย่...นึกเอ็นดูวาดมากขึ้นทุกวัน
ooooooo
คืนนี้นอกจากขาวที่หาทางช่วยเหลือเอยาวดี
แล้วก็ยังมีบางอีกคน บางยอมทำตามความต้องการของใบที่กำชับให้บางคอยช่วยและดูแลเจ้าหญิง บางร่วมมือกับขาวแอบขโมยกุญแจห้องรับรองมา โดยบางให้ขาวดูต้นทางไว้ ส่วนตัวเองผลุบเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
“แม่บาง...มาช่วยหญิงรึ” เอยาวดีลุกพรวดด้วยความดีใจ
“อย่าเพิ่งพูดมาก คราวนี้ทั้งอีขาว ทั้งข้า ต้องเสี่ยงชีวิตเพราะเอ็ง เอ็งจงทำตามที่ข้าบอก”
ที่ด้านนอก ขวดและคุณพระกำลังเดินตรงมา ขาวรีบหลบเข้าพุ่มไม้ใกล้ๆ สีหน้าตื่นกลัว และห่วงคนในห้อง ไม่นึกว่าคุณพระจะมาเร็วนัก
“วันนี้ข้าจะไปขึ้นสวรรค์กับนางโลมตัวหอม ฮะฮะฮ่า คืนนี้อีนางโลมตัวหอมมันต้องลืมท่านชายดาบ ลืมชายทุกคนจนหมดสิ้นเมื่อเจอนักรักผู้เชี่ยวชาญอย่างข้า” คุณพระหัวเราะอารมณ์ดี
“ท่านน่ะขึ้นสวรรค์ แต่คนที่ลงนรกคือผู้หญิงทั้งหลายที่ถูกท่านทรมาน ฮึ” ขาวพึมพำกับตัวเองพลางมองตามด้วยใจที่ลุ้นระทึก
ในห้อง บางกับเอยาวดีได้ยินเสียงคุณพระแว่วมา
เอยาวดีลนลานถามบางว่าเราจะหนีไปทางใด
“ใครบอกว่าเราจะหนี”
“ไม่หนีรึ”
“ที่เดินมาน่ะเป็นคุณพระนะโว้ย เราเป็นทาสท่าน ใส่ปีกหนียังหนีไม่พ้นเลย”
“แล้วเราจะทำประการใดดีล่ะ”
“เอ็งฟังนะ แล้วทำตามข้าบอก...อีขาวมันเอาเหล้าแรงๆให้คุณพระดื่ม ท่านน่าจะมีสติไม่สมประดีนัก จากนั้นหากคุณพระทำอะไรเอ็ง เอ็งต้องอดทน เมื่อท่านเมาได้ที่แล้วเอ็งก็ดับตะเกียงซะ”
“ดับตะเกียงรึ แค่ดับตะเกียงจะช่วยอะไรได้”
ขาวอธิบายความอีกประเดี๋ยวก็หลบเข้าไปซ่อนในตู้ เป็นจังหวะที่คุณพระเข้ามาพอดี คุณพระตรงรี่เข้าแก้เชือกที่มือเอยาวดี สีหน้าเขาหื่นกระหายน่ากลัว
“ไหนดูซิ ที่เขาว่าเอ็งตัวหอมนัก หอมจริงหรือไม่” คุณพระ ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมใบหน้าไล่เรื่อยมาตามแขน เอยาวดีหลับตาขยะแขยงแต่ต้องอดทนตามที่บางสั่ง “ปกติข้าเป็นคนคร่าพรหมจรรย์ของนางทาสโสเภณีทุกคน จะมีคนเดียวก็คือเจ้าที่ข้าต้องยกให้ท่านดาบไปก่อน...อืม ไม่เป็นไร ข้าเชื่อว่าบทรักของข้า ท่านดาบสู้มิได้ดอก ฮะฮะฮ่า”
คุณพระเพ่งมองเอยาวดีแล้วมึนจัด สะบัดหน้าไล่ความมึนแต่ไม่เป็นผล
“ท่านนอนลงก่อน ข้าจะเอาผ้ามาเช็ดให้” เอยาวดีรีบกระโดดลงจากเตียง พูดงึมงำก่อนดับตะเกียง “ขอพระบารมีของเจ้าหลวงทุกพระองค์คุ้มครองหญิงด้วย”
“อีทาสวาด ไหนว่าจะเอาผ้ามาเช็ดให้ข้าไงล่ะ อีทาส เอ็งหายไปไหน นี่ถ้าข้าลุกขึ้นได้ ข้าจะจับเอ็งมาฟัดเสียให้เข็ด ฮะฮะฮ่า” เสียงคุณพระโวยวายในความมืด
เอยาวดีตั้งสติเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้า บางพรวดออกมาทันที “ต่อไปเป็นหน้าที่ของข้า”
“แม่บาง เจ้าไม่ต้องทำก็ได้ ถ้าไม่อยากทำ”
“อีทาส นี่เอ็งทำอะไรอยู่วะ มานี่เดี๋ยวนี้” เสียงคุณพระเร่ง...บางเดินออกไปยืนในเงามืดและปล่อยให้คุณพระที่ทั้งหื่นทั้งเมารั้งตัวเข้ามากอด “อีทาสมาแล้วรึ มามะมาให้ข้ากอดเสียดีๆ”
คุณพระกอดรัดพลิกตัวบางลงไปกอดจูบบนเตียง เอยาวดี เขินอายหลบเข้าไปอยู่ในตู้เงียบเชียบ
ooooooo
เช้าแล้ว คุณพระตื่นขึ้นมาไม่พบนางทาสตัวหอม เจอแต่เนื่องกับขวดที่เข้ามาเสนอหน้าอยากรู้เหลือเกินว่าเมื่อคืนเป็นเช่นใดบ้าง คุณพระนึกทบทวนครู่หนึ่งก่อนบอกทาสของตนว่า
“ข้านึกออกแล้ว นางทาสนั่น...มันสวย ตัวก็หอม แต่เรื่องพรรค์นั้นไม่กระไรนัก”
ขาว บาง เอยาวดี แอบฟังอยู่นอกห้องได้ยินทั้งหมด สามคนหันมายิ้มแย้มดีใจที่แผนการสำเร็จ แล้วเดินคุยกันกลับไปทางเรือนทาส
“คุณพระเชื่อสนิทว่านอนกับนังเจ้าหญิง ทั้งที่นอนกับ...ฮิฮิ” ขาวมองบางยิ้มๆ บางเลยตบผัวะเข้าที่หัวขาว
“นี่แน่ะ เอ็งก็เคยนอนกับคุณพระ ข้ายังไม่เคยหัวเราะเอ็งเลย”
ขาวไม่สลด ยังยิ้มล้อบางไม่เลิก...เอยาวดีเข้ามาจับมือบาง มองหน้าด้วยความซาบซึ้ง แต่บางตกใจร้องลั่น
“เฮ้ย นี่อะไรของเอ็ง”
“หญิงรอดมาครั้งนี้เพราะแม่บาง ขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆ”
“ข้าทำเพราะพี่ข้า พี่ใบมีความหวังว่าจะได้กลับบ้านเมืองพร้อมเอ็ง พี่ใบบังคับให้ข้าทำ หาไม่...ข้าไม่มีวันยุ่งกับคนบ้าอย่างเอ็งเด็ดขาด”
“พี่ใบ...” เอยาวดีพึมพำชื่อนี้ด้วยรอยยิ้ม
“เอาตัวรอดจากคุณพระไปได้ แต่อีกไม่นานก็ขึ้น 1 ค่ำแล้ว ยังไงเอ็งก็ต้องบำเรอชายอยู่ดี จำไม่ได้รึ”
คำพูดของขาวทำให้รอยยิ้มเอยาวดีเหือดหายกลายเป็นวิตกกังวลเข้ามาแทน...
ooooooo










