ตอนที่ 5
ตื่นมากลางดึก ท่านดาบและเอยาวดีต่างก็ตกใจสุดๆ เมื่อพบว่าตัวเองนอนร่วมเตียงหน้าชิดติดกัน เอยาวดีกรีดร้องพลางถอยหนี ห้ามเขาเข้าใกล้ เธอยอมตายดีกว่าบำเรอเขา
ได้ยินคำว่าบำเรอ ท่านดาบโกรธมาก รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือจีนฮงที่มีแผนชั่ว แต่คนอย่างเขาไม่ใฝ่ต่ำเสพสมกับนางโลมคนนี้แน่ พอจะเปิดประตูออกไปก็ไม่สำเร็จ เขาและเธอจึงทุ่มเถียงทะเลาะกันด้วยความเข้าใจผิดทั้งๆที่ไม่รู้ชื่อจริงของกันและกัน ในที่สุดเธอก็ฉวยดาบมากระแทกหน้าเขาทั้งฝักจนเขาล้มลงแน่นิ่ง
เอยาวดีตกใจและหวาดหวั่นว่าเขาอาจจะถึงตาย พอก้มลงดูใกล้ๆ เขากลับกระเด้งตัวลุกขึ้นมากอดเธอแน่น
“บังอาจนัก กล้าทำร้ายนายทหารระดับสูง ไม่กลัวตายรึ”
“ช่วยไม่ได้ ผู้ชายที่มาเที่ยวที่นี่ไม่มีดีสักคน มักมาก คิดแต่เรื่องต่ำๆ ปล่อยนะ ปล่อยข้า”
“ข้าไม่ได้มาเที่ยว เจ้านั่นล่ะ เป็นนางโลม ทำร้ายแขก ไม่กลัวคุณพระเฆี่ยนรึไง
“ไม่กลัว หญิงโดนบังคับมา คืนนี้ตายเป็นตาย หญิงไม่มีทางทำบัดสีบำเรอใครทั้งนั้น นี่แน่ะๆ นี่ๆ” เธอทุบตีเขาพัลวัน
“ฮึ จะให้เชื่อว่าข้าเป็นแขกคนแรกของเจ้ารึ แผนของไอ้จีนฮงล่ะสิ แกล้งทำท่าเป็นหญิงใสซื่อ โก่งราคาล่ะมั้ง”
เอยาวดีดิ้นรนขอร้องให้เขาปล่อย แต่เขากลับยิ่งกอดแน่นขึ้น ในยามใกล้ชิดเช่นนี้แววตาท่านดาบอ่อนโยนลง สูดดมกลิ่นหอมจากกายเธออย่างหลงใหล
“เจ้านี่ตัวหอมไม่เสื่อมคลาย กลิ่นอะไรนะ”
“อี๊...ออกไป” เธอผลักไสอย่างรังเกียจ
“ไอ้จีนฮงมันลั่นดาลไว้ คงมั่นใจว่าข้าคงอดใจเสน่หาที่มีต่อเจ้าไม่ไหว มันก็คิดถูก เพราะเจ้ามันน่าหลงใหลจริงๆ หรือว่าข้าควรละเมิดความตั้งใจของข้า”
แววตาอ่อนโยนกลายเป็นเจ้าชู้ขึ้นมาฉับพลัน เอยาวดีกลัวมากจนตัวเริ่มสั่น วอนขอความเมตตาทั้งน้ำตาคลอๆ ว่าเธอถูกบังคับมา เธอกลัวแล้ว กลัวจริงๆ แต่ท่านดาบยังคิดว่าเธอเล่นละครไม่เลิก จึงแกล้งจะจูบปาก เท่านั้นเอง เอยาวดีก็เป็นลมหมดสติทันที ทำเอาท่านดาบแตกตื่น และอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะถูกบังคับมาจริงๆ
ooooooo
เช้าแล้ว ติ๊ดตั้งใจนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้วาดที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าหญิงไปแล้ว แต่ในห้องไม่มีวาด เที่ยวเดินหาบนเรือนจนทั่วก็ไม่พบ กระทั่งได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาจากลำคลองหลังเรือน ที่แท้วาดก็ไปเล่นน้ำกับลูกหลานท่านเจ้าเมืองกลุ่มใหญ่ ซ้ำทำตัวเป็นหัวโจกดำผุดดำว่ายกันสนุกสนาน
ติ๊ดลงมาตามเพื่อให้วาดรักษาภาพลักษณ์ของเจ้าหญิง แต่วาดก็สนุกเกินกว่าจะยอมขึ้นจากน้ำ ปล่อยให้ติ๊ดร้องเรียกปากเปียกปากแฉะ แถมพอขึ้นมาแล้วก็ยังไปเล่นขี่ม้าก้านกล้วยกับเด็กๆต่อ ตามด้วยปีนต้นมะม่วงราวกับลิงแสม โดยไม่ฟังเสียงห้ามของติ๊ด เล่นเอาติ๊ดทั้งเหนื่อยทั้งโมโห ฝ่ายหนิมที่แอบดูก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าหญิงแห่งเชียงน้อยจะทโมนและหยาบคายได้ถึงขนาดนี้ พอกลับขึ้นไปบ่นให้หม่อมนวลฟังบนเรือน หม่อมนวลก็ยังหน้ามืดตามัวเช่นเดิม ลุกขึ้นชะเง้อดูแล้วบอกหนิมว่าไม่เห็นจะหยาบคายตรงไหน น่าเอ็นดูมากกว่า
ว่าแล้วก็หันกลับมานั่งเขียนจดหมายต่อจนเสร็จ “ข้าเขียนจดหมายหาท่านดาบลูกข้า...ขึ้น 15 ค่ำนี้ ข้าจะให้ท่านดาบเดินทางมารับเสด็จเจ้าหญิงกลับเข้าพระนคร จากนั้นก็เสกสมรสกัน แล้วข้าก็จะเป็นเจ้าของบ่อพลอยแห่งประเทศเชียงน้อย”
หนิมได้ฟังถึงกับถอนใจดังเฮือก แต่หม่อมนวลไม่สน ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ส่วนวาดบนต้นมะม่วงก็ยังเกเรไม่เลิกเพราะอยากแกล้งติ๊ดที่ห่วงเกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้าหญิงเหลือเกิน วาดแกล้งเอารังมดแดงโยนใส่ติ๊ด พอดีอองดินมาเห็น วาดเลยโดนอองดินยิงธนูขู่จนตกลงมาเจ็บก้นกบและยอมกลับขึ้นไปบนห้องอย่างไม่มีทางเลี่ยง
วาดโกรธมากหาว่าอองดินจงใจแกล้งเธอ ติ๊ดที่ยังโมโหไม่หายจึงสวนทันควันว่า
“เจ้าแกล้งเราก่อน ป่านนี้คนคงลือกันว่าเจ้าหญิงเชียงน้อย มีกิริยามารยาทเหมือนไพร่ร้านถิ่น ไม่มีการอบรม ดีไม่ดีเขาหาว่าประเทศเชียงน้อยเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ขนาดเจ้าหญิงยังมีท่าทางเป็นลิงเป็นค่าง”
“ติ๊ด เบาหน่อย เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า” อองดินเตือน
“ก็มันเหลืออดแล้วนี่เจ้าคะ เจ้าหญิงองค์จริงหายไป มีแต่เจ้าหญิงองค์ปลอมที่หารู้คิดไม่ นี่เราจะต้องอยู่อย่างนี้อีกนานเท่าไหร่ ข้าน้อยจะทนไม่ไหวแล้ว ท่านอองดินท่านต้องตัดสินความครั้งนี้นะเจ้าคะ”
“นี่พวกท่านลงโทษข้าไม่ได้นะ ข้าไม่ใช่ทาสของพวกท่าน” วาดโวย แต่ติ๊ดไม่อ่อนให้ ยื่นคำขาดว่ายังไงอองดินก็ต้องจัดการ อองดินจึงให้ติ๊ดไปเอาหวายมา เขาจะลงโทษเจ้าหญิงตัวปลอมเอง
ได้หวายมาแล้วอองดินให้ติ๊ดออกไปเฝ้าหน้าห้อง เขาจับวาดมัดโยงไว้กับขื่อเตรียมโบย แต่วาดดีดดิ้นไม่ยอม แถมยกความเป็นเพื่อนขึ้นมาอ้าง“ไหนบอกเป็นเพื่อนกันไงล่ะ”
“เจ้าเป็นเพื่อน แต่เจ้าก็เป็นข้าหลวงของเจ้าหญิงด้วย หันหลังไปกอดอก กฎของเชียงน้อย ทหารและข้าหลวงที่ทำเสื่อมเสียต้องถูกโบย”
“ฮึ่ย ข้าหลงนับถือ ที่แท้ท่านก็เหมือนนางข้าหลวงนั่น คำก็ไพร่ สองคำก็ทาส ใช่สิ พวกท่านมันคนในวัง เจ้าหญิงเอย ท่านนายพลองครักษ์เอย ไหนจะข้าหลวงผู้ยิ่งใหญ่อีก สำหรับพวกท่าน ทาสอย่างข้ามันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ”
“เจ้าโกรธนางติ๊ดที่ดูถูกเจ้ารึ”
วาดเริ่มน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ “ข้าโกรธทุกคนในโลก โกรธแม้แต่ตัวเอง ที่อาภัพวาสนา”
“ข้าเป็นทหาร มีหน้าที่รักษากฎ”
“ไม่ต้องมาพูด ท่านก็เหมือนพี่ติ๊ด แกล้งข้าเพราะข้าทำให้เจ้าหญิงของท่านเสียชื่อ”
“การปกป้องเจ้าหญิงเป็นหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตข้า แต่สำหรับเจ้า ข้าไม่ได้ทำเพราะเหตุนั้น”
“แล้วทำเพราะเหตุใด”
“เจ้ารังเกียจคำว่าทาส คำว่าชนชั้น อ้างว่าด้อยวาสนา แต่ข้าว่าเจ้าน่ารังเกียจเพราะเจ้าทำตัวของเจ้าเอง วาสนาชะตาเกิดนั้นส่วนหนึ่ง แต่จะให้คนเคารพยกย่อง เจ้าต้องทำตัวเองด้วย ไปเล่นน้ำ ปีนต้นไม้เหมือนลิงทโมนเช่นนั้น เจ้าจะให้ใครยกย่องเจ้าได้รึ”
“นี่ท่าน...” วาดอึ้งเถียงไม่ออก
“ถึงกับพูดไม่ออกรึ เจ้าเป็นคนมีปัญญา แต่เจ้ามีอคติกับชนชั้นสูง สักวันอคติจะพาเจ้าลำบาก”
“แต่ที่ข้าทำ ข้ามิได้ทำอะไรผิด”
“ข้าเป็นนายทหาร ข้าไม่ชอบยกเว้นกฎ แต่สำหรับเจ้า วันนี้ข้าจะไม่โบย เจ้าลองคิดดูแล้วกันว่าสิ่งที่เจ้าทำลงไปวันนี้ ถูกต้องหรือไม่” อองดินสะบัดหวายทิ้ง ปล่อยผ้าที่ผูกไว้กับมือวาดก่อนออกจากห้อง ปล่อยให้วาดนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น
ooooooo
ในห้องรับรองส่วนตัวโรงนครโสเภณี ท่านดาบช่วยเยียวยาเอยาวดีจนฟื้นคืนสติ แล้วย้ำถามเธอว่าเรื่องเมื่อคืนตกลงเป็นเช่นใด เธอเล่นละครหลอกเขา หรือเพราะเขาเป็นแขกคนแรกของเธอจริงๆ
เอยาวดีชั่งใจว่าจะไว้ใจเขาดีหรือไม่ แต่แล้วความกลัวและระแวงผู้ชายที่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้จึงตัดสินใจไม่พูดความจริง ส่งผลให้ท่านดาบมองเธอในแง่ลบ เชื่อว่าเธอต่ำต้อยเป็นแค่นางโลม จึงบอกลาทั้งที่ลึกๆเขาเองก็แอบชอบเธอตั้งแต่แรกเห็นที่น้ำตกกลางป่า
เมื่อเห็นท่านดาบออกจากห้องมา ขวดคิดว่าอารมณ์เขาต้องดีขึ้นเพราะเมื่อคืนมีทาสสาวสวยเข้าไปบำเรอ แต่ขวดคิดผิดถนัด ท่านดาบบึ้งตึงอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม สั่งให้ขวด ไปบอกคุณพระด้วยว่าถ้าคิดใช้แผนชั่วอีกคราวหน้าเจอดีแน่
ขวดไม่พอใจอย่างมากแต่ไม่ตอบโต้ รอจนท่านดาบเดินออกไปแล้วจึงหันมาสั่งสมุนไปปล่อยข่าวให้ทั่วทั้งพระนครว่าท่านชายดาบปราบศัตรูมาติดหญิงโคมเขียวของคุณพระพาณิชย์ ถึงกับนอนค้างทั้งคืน
ooooooo
เมื่อพากันกลับถึงวังเขียว ก้านถูกท่านดาบเอาเรื่องที่ไปหลงใหลได้ปลื้มกับนางโลมจนลืมหน้าที่ของตัวเอง ก้านโอดโอยพร้อมกับวิ่งหนีไปรอบทิศ จังหวะนี้มีบ่าวนำจดหมายของหม่อมนวลเข้ามา พอท่านดาบได้อ่านสีหน้าก็เริ่มเครียด บอกก้านว่าหม่อมแม่จะให้ตนไปรับเจ้าหญิงเอยาวดีที่หัวเมืองวันเพ็ญนี้ เพื่อมาเสกสมรส
ก้านยุส่งให้รีบไปเลย จะได้เห็นหน้าพระคู่หมั้น แต่พอเห็นท่านดาบนิ่งเงียบก็นึกได้ว่าท่านดาบเคยบอกว่าไม่ประสงค์แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่มีใจเสน่หา ก้านจึงเย้าว่า กับนางไม้เมื่อคืนทำให้ท่านดาบเสน่หาไปถึงไหนแล้ว
ท่านดาบวางท่าเข้มปรามก้านด้วยสายตา ก้านไม่สลดแถมแอบหัวเราะอย่างรู้ใจนาย
“เจ้าหญิงทรงหมั้นกับข้าตั้งแต่เด็กเพื่อเจริญสัมพันธ– ไมตรี ตลอดเวลาทางเจ้าหญิงบ่ายเบี่ยงการติดต่อกับเรา ครั้งนี้ ถ้าไม่เพราะหม่อมแม่ไปตามจนพบ ก็คงไม่มา”
“ท่านชายยังโกรธเจ้าหญิงพระคู่หมั้นอยู่รึขอรับ”
“ทางนั้นเกี่ยงว่าข้ายศศักดิ์ต่ำต้อย ขืนข้ารีบไปรับ เจ้าหญิงคงจะพยศถือดีและดูถูกข้ามากขึ้นไปอีก ครั้งนี้ข้าจะให้เจ้าหญิงเป็นฝ่ายรอบ้าง เวลานี้ข้าต้องการทำสองอย่าง หนึ่ง เขียนจดหมายหาหม่อมแม่”
“แล้วอีกอย่างล่ะขอรับ”
“ก็ถีบเอ็งไง”
ก้านไม่ทันตั้งตัว โดนไปเต็มๆ ถึงกับซีดจ๋อย ท่านดาบยิ้มเยาะแล้วลงมือเขียนจดหมายถึงหม่อมนวล ที่บัดนี้กำลังปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเอาใจเจ้าหญิงอย่างไม่ลืมหูลืมตา เจ้าหญิงทำอะไรก็ดีและน่าเอ็นดูไปหมด ซึ่งตอนนี้เจ้าหญิงก็ดีขึ้นจริงๆ เพราะถูกอองดินกับติ๊ดเคี่ยวเข็ญ ไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาทและการกินอยู่ วาดจำใจต้องปรับทั้งที่แสนเบื่อ โดยเฉพาะวาจาเหน็บแนมกระทบกระเทียบของอองดินทำให้วาด
หมั่นไส้เหลือเกิน แต่สำหรับอองดินนั้นกลายเป็นเอ็นดูวาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ooooooo
เพราะเอยาวดีหรือที่ทุกคนในโรงโสเภณีเข้าใจว่าคือนังวาดทาสที่คุณพระซื้อมาจากหลวงโอสถทำให้ท่านดาบยอมค้างคืนที่นี่ได้ วันนี้เนื่องจึงรับคำสั่งจากคุณพระให้จัดหาเสื้อผ้าแพรพรรณและอัฐอีกเล็กน้อยมาเป็นรางวัล แต่เอยาวดีกลับมอบทุกอย่างให้ขาวเพราะมั่นใจว่าตัวเองคงอยู่ที่นี่อีกไม่นาน ต้องมีคนมาช่วยกลับเชียงน้อย
บางนอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ได้ยินคำว่าเชียงน้อยจึงหันมามองทันที ส่วนเอยาวดีพอรู้จากขาวว่าบางเป็นคนเชียงน้อย ก็อยากจะพูดคุยด้วย แต่บางทำท่าไม่สน...ขาวชักสนุกที่เอยาวดีปักใจว่าเป็นเจ้าหญิงเชียงน้อยนักเลยแกล้งถามว่าเจ้าหญิงเข้ามาเมืองสยามทำไม
“หญิงมาตามหาพี่ชายรัชทายาทที่มาพลัดหลงในดินแดนสยามตั้งแต่ทรงพระเยาว์เพื่อกลับไปปกครองประเทศของเรา”
คราวนี้บางลุกขึ้นมาถามทันที “เอ็งรู้เรื่องนี้ด้วยรึ”
“ใช่ เหมือนที่เจ้ารู้ แปลกใจล่ะสิ เพราะถ้าหญิงบ้า หญิงไม่สมควรรู้ใช่หรือไม่”
“ฮึ แต่ไอ้นิทานเจ้าหญิงมาตกยากในโรงโสเภณีเนี่ย ถึงยังไงก็เชื่อไม่ลง”
“นั่นสิ มันคงเป็นนิทานที่พิลึกพิลั่นน่าดู เอาอัฐนี่คืนไปเถอะ ข้าเอาทรัพย์ของคนบ้าอย่างเอ็งไม่ลงหรอก” ขาวยื่นถุงเล็กๆคืนให้ แต่เอยาวดีส่ายหน้าไม่ยอมรับ
“ชีวิตในนี้ลำบากเหลือแสน เวลาที่หญิงไม่อยู่แล้วขาวจะอยู่ยังไง เอาอัฐนี่ไปเถอะ ไว้ใช้ไถ่ตัวไงล่ะ”
“โฮ้ย...อัฐแค่นี้พอที่ไหน ทาสในนี้ค่าตัวแต่ละคนแพงๆทั้งนั้น ดูอย่างข้าสิ ตอนแรกก็ติดหนี้ไม่เท่าไหร่ ตอนหลังพ่อข้าเสียพนันถั่วมาขออัฐคุณพระเพิ่ม จนบัดนี้มากมายก่ายกอง ชาตินี้ไม่มีทางไถ่ตัวเองได้ดอก”
บางชักรำคาญสองคนเกี่ยงกันอยู่ได้ จึงแย่งถุงอัฐนั้นมา พอเอยาวดีจะยื้อคืนบางเลยตบเปรี้ยงแถมถีบซ้ำอีกที ขาวเหลืออดเข้าช่วยเอยาวดี แต่สองแรงก็สู้บางไม่ได้ ถูกตบตีเลือดกบปากไปด้วยกัน
ooooooo
ทางด้านวาดที่จวนเจ้าเมือง แรกๆวาดก็ทนให้ อองดินกับติ๊ดเคี่ยวเข็ญยัดเยียดความเป็นเจ้าหญิงที่ต้องมีภาพลักษณ์งดงามเพราะเธอต้องการค่าจ้างไปไถ่ตัวเอง แม่และเพื่อน แต่หนักเข้าวาดก็สุดทนเพราะติ๊ดบังคับให้ร้อยดอกไม้ แถมอองดินก็ชอบขู่จะไม่ให้ค่าจ้าง วาดจึงประกาศลาออก
อองดินเดินตามไปตำหนิวาดอีกชุดใหญ่ และไม่ยอมให้วาดไปไหนทั้งนั้นเพราะเจ้าหญิงเอยาวดียังต้องพึ่งวาด
“คำก็เจ้าหญิง สองคำก็เจ้าหญิง ข้าลาออกเพราะเหตุนี้แหละ เพราะข้าไม่มีวันเทียบเจ้าหญิงได้ ยิ่งในสายตาของท่านแล้วคงไม่มีหญิงใดในโลกเทียบเจ้าหญิงได้ดอก”
อองดินชะงัก ที่แท้ก็พูดผิดหูนี่เองทำให้วาดอารมณ์เสียในวันนี้ จึงปรับเสียงอ่อนลง
“ข้าเป็นองครักษ์ ข้าต้องรักษาหน้าที่ของข้า”
“ไม่ใช่เพราะท่านเป็นองครักษ์ แต่เพราะท่านหลงรักเจ้าหญิงต่างหาก” วาดเดาถูกเผงเพราะสังเกตมาตลอด แต่อองดินไม่ยอมรับ หาว่าวาดพูดพล่อยๆ ทำขึงขังจะเอาเรื่อง วาดไม่กลัวแต่กลับยิ้มอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีจนอองดินสงสัย
“เจ้ายิ้มอะไร”
“ข้าเห็นท่านวันๆเอาแต่ทำท่าเคร่งขรึม ดุด่าข้า คงมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นท่านโมโห วันนี้ข้ามีความสุขยิ่งนักที่ได้แก้แค้นท่าน”
“เจ้านี่มัน...”
“วันนี้อารมณ์ดีแล้ว ไว้ลาออกวันหลังก็ได้ ร้อยดอกไม้ก็ร้อยดอกไม้ ไม่เห็นจะยาก” ว่าแล้ววาดก็กลับไปนั่งพับเพียบร้อยดอกไม้ราวกับสาวชาววัง หม่อมนวลมาเห็นถึงกับเอ่ยชมไม่ขาดปาก หนิมโผล่เข้ามายื่นซองจดหมายของท่านดาบให้หม่อมนวลพร้อมเร่งให้เปิดอ่าน ตนอยากรู้ว่าท่านดาบตอบจดหมายมาเช่นใด จะมารับเจ้าหญิงแล้วใช่ไหม
อองดินแปลกใจถามว่าจะรับเจ้าหญิงไปไหน หม่อมนวลจึงสาธยายว่า
“กลับวังเขียว กลับพระนครเพื่อเสกสมรสไง ข้านัดหมายไว้วันเพ็ญนี้ท่านชายจะมาเชิญเสด็จเจ้าหญิงและแม่กลับเข้าวังด้วยองค์เอง เจ้าหญิงดีใจไหมเพคะ”
วาดทำหน้าปูเลี่ยนๆ ไม่ตอบ แล้วพอหลบเข้าห้องมาหารือกันเองสามคน ติ๊ดไม่เห็นด้วยที่จะกลับเข้าพระนคร ย้ำว่าเราต้องหาเจ้าหญิงให้เจอก่อน แต่อองดินกลับคิดเห็นเป็นอีกอย่าง
“ที่หัวเมืองแห่งนี้ไม่มีข่าวเลย พระนครเป็นศูนย์รวมของข่าวสาร หากเจ้าอยู่ที่นั่น เจ้าจะได้สืบข่าวอีกแรง ส่วนข้าจะอยู่ที่นี่แต่เพียงผู้เดียว”
ติ๊ดคิดตามและพยักหน้าเข้าใจ ส่วนวาดไม่ว่ากระไรแต่สีหน้ามีแววกังวลไม่น้อย
ooooooo
บางเอายาและอาหารมาให้พี่สาวที่กระท่อมกลางสวน โดยไม่รู้ว่าเอยาวดีแอบตามมาดูอยู่ห่างๆ ใบพี่สาวของบางเป็นโรคเรื้อน บางจึงเอาตัวมาไว้ที่นี่ อย่างโดดเดี่ยว แล้วคอยแวะเวียนมาดูแล แต่ใบก็ไม่ยอมให้บางเข้าใกล้เพราะกลัวน้องจะติดโรคร้ายนี้
เอยาวดีแอบดูแอบฟังด้วยความรู้สึกรันทดหดหู่ สองพี่น้องเป็นคนเชียงน้อยจริงๆ และน้องกำลังพยายามรวบรวมอัฐเพื่อไถ่ตัวเองออกจากโรงโสเภณีแล้วพาพี่สาวกลับไปตายในถิ่นเกิดของพ่อแม่
เมื่อเอยาวดีกลับมาบอกเล่าให้ขาวฟังด้วยความสงสารสองพี่น้องนั้น ขาวตกใจมากรีบจัดแจงผสมน้ำด่างทับทิมให้เอยาวดีล้างมือล้างเท้าเพราะกลัวไปติดโรคเรื้อนกลับมา...
ที่พระนคร เวลานี้มีผู้คนเล่าลือข่าวท่านดาบไปใช้บริการโรงโสเภณีของคุณพระพาณิชย์กันเป็นวงกว้าง ที่สุดก็เข้ามาถึงหูท่านดาบจนได้ ท่านดาบรู้สึกกังวลและเป็นห่วงนางโลมคนนั้น เพราะก้านมาบอกว่าตอนนี้ผู้ชายทั้งหลายพากันไปดูหน้านาง และนางคงต้องบำเรอชายทั้งพระนคร
จริงดังคำของก้าน ชายทั้งหลายกำลังเปิดศึกแย่งชิงนางโลมคนที่เป็นข่าวทั้งๆที่ยังไม่เห็นหน้าค่าตาของนาง สักนิด พอขวดไปตามนางถึงในครัวเพราะทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว เอยาวดีถึงกับร่ำไห้จะไม่ยอมให้ขวดฉุดกระชากลากไป และในที่สุดขวดก็ต้องยุติเมื่อเนื่องเข้ามาขัด เนื่องบอกว่าตามกฎที่คุณพระสั่งไว้ทาสทุกคนต้องบำเรอคุณพระก่อน ขวดจึงไม่กล้าหือ สั่งสมุนให้ลากนังทาสบ้าคนนี้ไปไว้ที่
ห้อง รับรองใหญ่
พริ้งเห็นความวุ่นวายของชายทั้งหลายที่ทุ่มเถียงเพื่อแย่งชิงนังทาสคนใหม่ ก็ให้คิดแค้นใจและจะหาทางกำจัดมันให้ได้...ด้านท่านดาบที่จิตใจยังเป็นห่วงนางโลมคนนั้น ตกกลางคืนทำท่าจะออกจากวังไป แต่พอก้านโผล่มาดักคอเข้าหน่อย ท่านดาบก็รีบกลับเข้าห้องอย่างนึกอาย
คืนเดียวกันนี้ คุณพระต้องมาตัดสินให้ความยุติธรรมกับลูกค้าชายทั้งหลายที่ยังแย่งนางโลมคนใหม่กันไม่จบสิ้น โดยคุณพระเจ้าเล่ห์นัก อ้างว่าวาดเป็นสาวบริสุทธิ์เพิ่งเคยบำเรอท่านชายดาบคนเดียว คนต่อไปที่จะให้นางบำเรอต้องประมูลกันก่อน
หลังชี้แจงกฎกติกาการประมูลกันไปแล้วชายทั้งหลายก็แยกย้าย บางคนพอใจ หลายคนไม่พอใจเพราะไม่ได้ร่ำรวย ส่วนคุณพระที่ไม่สนใจอื่นใดนอกจากผลประโยชน์ของตนก็เรียกสมุนและทาสทั้งหลายมารับทราบ
“ข้าให้เวลาคนพวกนั้นไปคิด ขึ้น 1 ค่ำ ทุกคนจะมาเสนอราคาค่าตัวมัน ใครให้ราคาดีที่สุด คนนั้นได้ครอบครองตัวอีวาด”
“คุณพระเฉียบคมนัก อิฉันยังนึกห่วง ถ้าอีวาดมันต้องบำเรอชายมากมายขนาดนั้น มันคงช้ำในตายในเวลาอันใกล้”
คุณพระยิ้มรับคำชมของเนื่อง ส่วนขวดก็ว่าวิธีนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คราวนี้อีทาสบ้าคงเฟื่องขึ้นอักโข...สมุนสองคนของพริ้งที่นั่งอยู่ด้วยพลอยขานรับและชื่นชมวาด แถมเผลอนินทาพริ้งทั้งๆที่พริ้งก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น แต่สำหรับเอยาวดีขยับมากระซิบขาวว่า ถ้าถึงเวลานั้นแล้วอองดินยังไม่มาช่วย ก็ให้ขาวมาเก็บศพเธอได้เลย ขาวถึงกับส่ายหน้า คิดว่านังนี่มันบ้าไปได้เรื่อยๆ
ขวดสังเกตเห็นคุณพระมองทาสคนใหม่ไม่วางตาจึงขยับเข้าไปกระซิบใกล้ๆ “ด้วยวิธีนี้ นอกจากทอดเวลาเพื่อโก่งค่าตัวแล้ว ยังเหลือเวลาทำอย่างอื่นด้วยใช่ไหมขอรับ”
คุณพระหัวเราะอารมณ์ดี แกล้งย้อนถามขวดว่ายังเหลือเวลาไว้ทำอะไรรึ?
“เอาไว้ให้คุณพระได้เชยชมมันให้หนำใจก่อนใช่ไหมขอรับ”
คุณพระหัวเราะสะใจอีกคำรบ ก่อนจะมองเจ้าหญิงเอยาวดีที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นอีวาดอย่างหื่นกระหาย
ooooooo
เช้าวันนี้หม่อมนวลยิ้มแย้มอารมณ์ดีเป็นพิเศษด้วยคิดว่าบุตรชายจะมารับกลับวังเขียวตามที่แจ้งในจดหมาย แล้วพอถึงวังหม่อมนวลก็จะรีบจัดพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าหญิงเอยาวดีกับท่านดาบ จากนั้นตัวเองก็จะไปกอบโกยพลอยที่เชียงน้อยให้หนำใจ
วาดบังเอิญได้ยินแผนการอันเจ้าเล่ห์นี้ของหม่อมนวลที่คุยกับบ่าวคนสนิท ให้รู้สึกอนาถใจกับความโลภของพวกคนชั้นสูงที่ไร้ซึ่งความจริงใจ ทุกอย่างที่ทำล้วนแล้วแต่เพื่อผลประโยชน์...
สายมากแล้ว การรอคอยของหม่อมนวลและคณะยังไร้วี่แววของท่านดาบ แต่นับเป็นเรื่องดีสำหรับอองดินที่มีเวลาอบรมวาดที่ต้องไปวังเขียวกับหม่อมนวลในฐานะเจ้าหญิงเอยาวดี โดยมีติ๊ดติดตามไปรับใช้ วาดฟังไปด้วยความเบื่อหน่าย แต่ลึกๆก็นึกอาวรณ์อองดินที่ต้องแยกจากกัน
ส่วนท่านดาบที่ใครต่อใครกำลังรอคอย ตอนนี้เขายังอยู่ที่วังเขียว ท่านดาบไม่ได้เดินทางไปด้วยตัวเองแต่ส่งก้านนำคณะไปแทน เมื่อก้านไปถึงท่าเรือและชี้แจงเหตุผลต่อหม่อมนวลซึ่งแสดงท่าทีโมโหท่านดาบ หม่อมนวลก็หน้าม้านไปทันทีเพราะตีความในจดหมายผิดไปเอง ท่านดาบบอกว่าจะจัดเรือมารับแต่ไม่ได้ระบุว่าจะมาด้วยตัวเอง
ชาวบ้านหลายคนพากันผิดหวังที่ไม่ได้เห็นหน้าตาอันหล่อเหลาของท่านดาบ แต่ยังดีที่ได้เห็นเจ้าหญิงเอยาวดีชัดๆ แต่ชายคนหนึ่งกลับงุนงงสงสัยว่าทำไมนางทาสที่ตัวเองเคยรับขึ้นเรือมาส่งหัวเมืองถึงกลายเป็นเจ้าหญิงไปได้
ก้านพยายามหว่านล้อมหม่อมนวลที่ยังวางปึ่งไม่พอใจท่านดาบที่ไม่มารับเจ้าหญิงด้วยตัวเอง แต่ก้านก็ทำไม่สำเร็จ ซ้ำต้องจ๋อยกันไปทั้งคณะเมื่อหม่อมนวลประกาศกร้าวว่า
“ข้าไม่ไป เจ้าหญิงก็ไม่เสด็จ ไอ้ก้าน เอ็งเอาเรือเปล่าๆ กลับพระนครไป แล้วไปบอกเจ้านายของเอ็ง บอกให้ชัดๆทุกคำข้า...ข้า เจ้าหญิงและผู้คนที่นี่จะให้ท่านชายมารับเสด็จเพียงองค์เดียว หาไม่พวกเราจะแก่ตายที่เรือนแห่งนี้ ไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
ooooooo
เวลาเดียวกันนั้นที่เรือนทาสโรงโสเภณี เนื่องจัดสำรับอาหารที่มีทั้งปลาและเนื้อมาให้เอยาวดีเพื่อบำรุงร่างกายให้สวยงามตามคำสั่งของคุณพระ เอยาวดียินดีรับไว้แต่มีเงื่อนไขว่าเนื่องต้องไปเอาอาหารแบบนี้มาอีกชุด ไม่เช่นนั้นตนจะไม่ตั้งใจทำงานให้ เนื่องคิดว่านังทาสคนนี้กำเริบเลยด่าไปสองสามคำก่อนจะยอมไปเอามาเพิ่ม
เอยาวดีไม่ได้จะเอามากินเอง เพราะแค่ชุดเดียวกิน สองคนกับขาวก็ไม่หมดแล้ว แต่เธอยกอาหารอีกชุดให้บางเอาไปให้พี่สาว เพราะเธอเชื่อว่าคนป่วยถ้าได้กินอาหารดีๆ ก็จะหายเร็วขึ้น แล้วต่อไปเธอจะเอามาให้อีก
“ข้ากลั่นแกล้งเอ็ง แล้วทำไมไม่ถือโกรธ มาทำดีทำไม” บางกระชากเสียงถามด้วยความระแวง
“เจ้ากับพี่เจ้าเป็นพสกนิกรชาวเชียงน้อย หญิงเป็นเจ้าหญิงเท่ากับเจ้าเป็นคนของหญิง หญิงต้องดูแลเจ้า”
“อีทาสบ้าเอ๊ย เอ็งนี่มันบ้าได้ถึงขนาด...ดูแลรึ อยากดูแลข้ากับพี่งั้นรึอีเจ้าหญิง งั้นก็มานี่เลย” บางดึงห่อผ้าใส่อาหารจากมือเอยาวดีมาถือ ส่วนอีกมือลากแขนเอยาวดีออกเดินไปด้วยกัน แต่ระหว่างทางทั้งคู่ก็พูดคุยขัดแย้งกันไปตลอด
“ไม่ว่าเอ็งจะเป็นคนบ้าหรือคนดี เอ็งคงเป็นชาวเชียงน้อยจริงๆ จึงรู้เรื่องคนเชียงน้อย เอ็งรู้ไหม ประเทศเชียงน้อยก็เหมือนพี่ใบของข้า มันรอวันจบสิ้น”
“ไม่จริง หญิงจะพบเจ้าพี่รัชทายาท เราจะพาเจ้าพี่กลับประเทศ เราจะสู้กับกบฏเจ้าอา เราต้องชนะ”
“ชนะรึ เจ้าชายรัชทายาทรึ ใครจะรู้เรื่องเจ้าชายรัชทายาทมากกว่าเราสองคนพี่น้อง”
“อะไรนะ นี่เจ้ารู้เรื่องเจ้าพี่รึ”
“พ่อของข้าเป็นทหารในราชสำนัก ส่วนแม่ข้าเป็นนางข้าหลวง เราอยู่ในคณะติดตามคุ้มครององค์รัชทายาท”
เอยาวดีสีหน้าตื่นเต้น ไม่คาดคิดว่าตนเองอยู่ใกล้ชิดเบาะแสเรื่องพี่ชาย
“จริงรึนี่ แล้วนี่เจ้าเคยเห็นหญิงไหม...จริงสิ หญิงอยู่ฝ่ายใน ตามกฎเชียงน้อยไม่เคยมีใครเห็นหน้า”
บางเริ่มเล่าเรื่องในอดีต...แม้บางจะเล็กนักแต่ก็จำได้ ติดตาตอนที่ทหารและข้าหลวงกลุ่มใหญ่จากเชียงน้อยพาเด็กทารกซึ่งก็คือองค์รัชทายาทเข้ามาขออาศัยที่จวนเจ้าเมืองแห่งหนึ่งในสยาม แต่เจ้าเมืองรับสินบนจากสมิงสินธูพาทหารมาจับทุกคนจากเชียงน้อย ใครขัดขืนจึงถูกฆ่า กลุ่มพ่อแม่ของใบและบางที่ร่วมขบวนมาด้วยพยายามปกป้ององค์รัชทายาท แต่สุดท้ายพ่อกับแม่ก็ถูกทหารฆ่าตาย ขณะที่ลูกสาวสองคนหนีรอดมาได้ด้วยความบังเอิญ
“แล้วองค์รัชทายาทเป็นเช่นใดบ้าง” เอยาวดีซักต่อทันที
“คณะติดตามพาองค์รัชทายาทหายไป...ไปไหนข้าไม่รู้”
“พ่อแม่ของเจ้าตายเพราะปกป้ององค์รัชทายาทงั้นรึ”
“ใช่ เพราะปกป้องเจ้าชาย ข้าจึงบ้านแตก เราสองคนกลายเป็นเด็กเร่ร่อน อาศัยข้าววัดกับเศษข้าวของคนสยาม ที่สุดพี่ใบป่วย ข้าจึงขายตัวเองมาเป็นทาสหาอัฐมารักษาพี่ข้า”
“เรื่องเป็นเช่นนี้เอง”
“ข้าหมดอัฐไปมากมาย รักษาเท่าใดก็ไม่หาย ชีวิตของข้าไม่มีอะไรเหลือแล้ว ข้าได้แต่รอวัน...” บางน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ “พี่ใบอยากกลับเชียงน้อย วันที่พี่ข้าตาย ข้าจะเอาเถ้ากระดูกของพี่กลับเชียงน้อยแล้วข้าจะ...ข้าจะฆ่าตัวตายอยู่ข้างๆเถ้ากระดูกของพี่ข้า”
เอยาวดีมองบางอย่างเข้าใจหมดสิ้นทุกสิ่ง บางและใบมีชีวิตอาภัพจึงใช้ชีวิตเบียดเบียนคนอื่น และที่สำคัญ สองพี่น้อง
เป็นเช่นนี้เพราะครอบครัวของตน
“เจ้ามิได้เลวโดยสันดาน ชีวิตของเจ้าแร้นแค้นเช่นนี้เอง”
“ข้าไม่ต้องการความสงสารจากใคร เพราะคนเหล่านั้นไม่เคยช่วยเราได้”
“หญิงช่วยเจ้าได้”
“เจ้าก็แค่ทาสที่ถูกทรมานจนเป็นบ้า เฝ้าแต่แต่งเรื่องหลอกตนเองว่าเป็นเจ้าหญิงบ้าง จะมีคนมาช่วยบ้าง ฮึ อีทาสบ้าอยากเป็นเจ้าหญิงรึ มาสิ มานี่” บางลากเอยาวดีเดินต่อไปจนถึงกระท่อมที่ใบอาศัยอยู่ แล้วประชดประชันขึ้นมา “พี่ใบ นี่ไงเจ้าหญิงเชียงน้อย เขามาหาพี่น่ะ เขาบอกว่าเขาช่วยเราได้”
ตอนแรกใบงุนงงถามว่าเจ้าหญิงอะไรกัน แล้วก็ด่าบางเอ็ดอึงว่าเอาคนมาที่นี่ทำไม เดี๋ยวได้ติดโรคกันพอดี แต่พอเห็นเอยาวดีไม่กลัว แถมยังจัดแจงป้อนอาหารให้ตนอย่างไม่รังเกียจ อีกทั้งคำพูดเรื่องเป็นเจ้าหญิงและคำสัญญาจะพาใบกับบางกลับเชียงน้อยเพื่อตอบแทนบุญคุณ ทำให้ใบสัมผัสได้ถึงความจริงใจและรู้สึกเชื่อขึ้นมา ส่วนบางเกิดความสับสนในใจ ไม่แน่ใจว่าควรดีหรือร้ายต่อผู้หญิงคนนี้ ตอนขากลับบางจึงเดินครุ่นคิดมาตลอด ก่อนถามลอยๆอย่างเย็นชาหมางเมินไม่มองหน้าเอยาวดีว่า
“เอ็งไม่กลัวติดโรครึ”
“ถามใคร” เอยาวดีประชด บางฉุนกึกหันขวับมาเผชิญหน้า
“ข้าลืมไป เอ็งมันคนบ้า มีแต่คนบ้าที่ไปยุ่งกับคนโรคเรื้อน”
“เจ้าดูแลพี่เจ้ามานมนาน ไม่เห็นติดโรคเสียที คนดีผีคุ้มไม่เคยได้ยินรึ”
“เจ้าหญิงเอยาวดีตัวจริงไม่เคยมีคนนอกคุ้มได้เห็นหน้า ถ้าข้าไม่เห็นเครื่องยืนยันการเป็นเจ้าหญิงครบสามสิ่ง”
“หนึ่งองครักษ์ หนึ่งข้าหลวง และหนึ่งธำมรงค์ เป็นกฎที่มีแต่คนในราชสำนักรับรู้”
บางอึ้งกับข้อมูลที่ถูกต้องจากปากนังคนที่ตัวเองคิดว่าบ้า “เจ้าหญิงตกยากมาเป็นทาส...จะเป็นไปได้เช่นใด”
“หญิงปลอมตัวกับนางทาสวาดตัวจริงที่ถูกขายให้โรงโสเภณี ทาสคนนั้นแต่งกายเป็นหญิงและหญิงแต่งกายเป็นนาง เราสองคนหนีจากการลอบเอาชีวิตหญิงมาได้ แต่หญิงกลับถูกคนที่โรงโสเภณีจับมา”
“ที่เอ็งพูดเชื่อได้ยากเต็มที ถ้าข้าเชื่อเจ้า ข้ามิกลายเป็นทาสบ้าไปอีกคนรึ”
“ตามใจ หญิงก็เหนื่อยจะพูดเรื่องนี้เต็มที ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ” เอยาวดีเดินหนี บางหน้ายุ่งมองตามด้วยความลังเลไม่แน่ใจ
ooooooo










