ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุคนธรสปลอมเป็นทอมเข้าไปใช้บริการในสปากับไตรรัตน์ แต่พอเข้าห้องนวด พอสาวนวดถามว่าเอาเลยไหมแล้วบอกให้ถอดเสื้อเท่านั้น ทั้งสองก็หนีเตลิดออกจากห้องนวดกันแทบไม่ทัน

หนีออกมาหลบมุมได้แล้ว สุคนธรสเอาหนุมานออกจากกระเป๋า ขอให้อวิชชาต่างๆบนเรือนนี้ปรากฏให้เห็นด้วย พอท่องมนต์เป่าออกไป สุคนธรสก็เห็นรอยยันต์เป็นแสงเรืองขึ้นรอบๆไล่ไปตลอดทางตามพลานุภาพของ หนุมาน

“แล้วจุดลงยันต์ประธานมันอยู่ไหน” สุคนธรสเดินหา

เบญจารับรู้ ถึงพลังอาคมแผ่กระจายมา แววตาวาวดุดันขึ้นทันที หันขวับมองไปบนเรือนไทย วิ่งกลับไปเห็นหลังสุคนธรสไวๆก็จ้องจิกตามไปอย่างเหี้ยมเกรียม

สุคนธรสเดินไปที่เสาเอกของเรือนไทยที่ปรากฏตัวอักขระเด่นชัด เธอรีบโทร.บอกญาณินอย่างตื่นเต้นว่า

“เจ๊...ฉันเจอแล้ว ฉันเจอจุดลงยันต์ประธานแล้ว”

“เยี่ยมมากเพื่อน ลงมือเลยเร็ว” ญาณินดีใจมาก

เบญจาเดินอย่างเร็วไปตามทิศทางของคลื่นพลังอาคมที่แรงขึ้นเรื่อยๆพร้อมบอดี้การ์ดหน้านิ่งสองคน

สุคนธรส ปล่อยพลังเวทมนตร์เต็มที่ เหงื่อซึมเต็มใบ พลังเวทของสุคนธรสพุ่งใส่แต่กลับกระเด้งกระดอนไปคนละทิศละทาง ญาณินถามว่าไหวไหม เธอส่ายหน้าบอกว่า “ไม่ไหว พลังอาคมมันล้ำจริงๆ” ญาณินจึงช่วยอีกแรง แต่ก็เกิดปะทะรุนแรงจนรู้ว่าเปล่าประโยชน์ ถอนใจออกมาเบาๆ

ทันใดนั้น เบญจาโผล่มาพอดี พอเห็นสุคนธรสก็ตวาด “แก!!” ญาณินได้ยินเสียงเข้าในโทรศัพท์ รีบบอกสุคนธรสให้หลบออกมาก่อน ขณะสุคนธรสกำลังตึง เครียดนั่นเอง ไตรรัตน์ก็พรวดเข้าไปชนเบญจาจนปลิวไปแล้วทำทีขอโทษ แต่รีบไปหาสุคนธรส เบญจาสั่งบอดี้การ์ดเหี้ยม

“ไปจับทั้งคู่”

แต่แล้วทั้งหมดก็ต้องชะงัก กับเสียงเอะอะโวย วายจากทางรีเซฟชั่น ที่พากันออกมากันไม่ให้ติณห์เข้าไปในเรือนไทย อ้างว่าเป็นคำสั่งของมิรันตี ติณห์โวยวายพลางแอบส่งสัญญาณให้ไตรรัตน์กับสุคนธรสรีบหนี ทั้งสองอาศัยความชุลมุนหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย

ooooooo

พงอินทร์พากรรณาไปที่ออฟฟิศของแผนยุทธ บอกเธอว่าพามาให้รู้จักช่อเพชร เลขาฯของแผนยุทธ

แต่ เมื่อไปติดต่อพนักงานขอพบแผนยุทธ พนักงานโทร.ขึ้นไปที่เลขาฯไม่มีคนรับสาย บอกให้นั่งรอตรงนี้ ก่อนพงอินทร์อ้างว่าตนเคยติดต่อและรู้จักกันดีกับ ช่อเพชรพนักงานทำหน้างงบอกว่าเลขาฯ ของแผนยุทธไม่ได้ชื่อช่อเพชร

ขณะกำ ลังงงๆกันนั้น น้ำหนึ่งก็ทักขึ้นว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอเดินมาเห็นกันชัดๆน้ำหนึ่งกับพงอินทร์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ต่างถามกันว่ามาทำอะไรที่นี่พงอินทร์บอกว่าตนจะมาพบแผนยุทธถามว่ารู้จักไหม

“หนึ่งนี่แหละ เลขาฯของคุณแผนยุทธ”

น้ำหนึ่งจึงพาไปนั่งคุยกันที่คาเฟ่เทอเรียของ ออฟฟิศเล่าว่า

“หนึ่ง เพิ่งทำงานได้ไม่ถึงเดือน หลังจากคุณช่อเพชร ลาออก หนึ่งก็ไม่เคยเจอกับคุณช่อเพชรเหมือนกัน ได้ยินแต่ว่าเขาลากลับบ้านต่างจังหวัด แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย ส่งมาแต่จดหมายลาออก”

น้ำหนึ่งเข้าใจว่าพงอินทร์กับกรรณาเป็นคนรัก กัน ทั้งพงอินทร์และกรรณาต่างชี้แจงว่าไม่ใช่ พวกตนต้องทำงานร่วมกันเท่านั้น

“งาน...งานอะไรคะ แล้วทำไมต้องถามหาคุณ ช่อเพชรด้วย มีอะไรบอกหนึ่งก็ได้ค่ะ”

“ผม งงนิดหน่อยว่าหนึ่งมาทำงานกับพี่เขยผมได้ไง เขาไม่ใช่คนดีนะหนึ่ง” เธอถามว่าไม่ดียังไง “เอา เป็นว่า...หนึ่งต้องระวังตัว แล้วอยู่ห่างๆเขาไว้ เอ้อ... หนึ่งรู้เรื่องที่ภรรยาเขาเสียชีวิตหรือเปล่า ภรรยาเขา... พี่สาวผมไง”

พงอินทร์บอกว่าเรื่องมันยาว ขอเล่าย่อๆว่าตนสงสัยว่าช่อเพชรจะรู้เรื่องเงื่อนงำการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวตนจับได้ว่าช่อเพชรเป็นชู้กับแผนยุทธ แล้วยังอดเตือนไม่ได้ว่าอย่าไปหลงคารมแผนยุทธเข้าล่ะ

“โจ้ไม่ต้องห่วงหรอก หนึ่งเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ขนาดไหนโจ้น่าจะรู้” น้ำหนึ่งพูดอย่างมั่นใจ

พงอินทร์ขอเบอร์น้ำหนึ่งบอกว่าจะให้กรรณาเก็บไว้เพราะกรรณาเป็นสายลับที่จะมา ช่วยตนสืบคดีพี่พิม เผื่อเธอมีข้อมูลของช่อเพชรเพิ่มจะได้โทร.บอกกรรณา น้ำหนึ่งให้เบอร์โทร.ของตนและขอเบอร์ของกรรณาไว้ด้วย

กรรณาเห็นความสนิทสนมกันอย่างมากของทั้งคู่แล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ...

ขณะนั้นเอง แผนยุทธกลับมาถึงออฟฟิศ พนักงานรายงานว่ามีคนมาขอพบ แผนยุทธแปลกใจว่าเป็นใคร แต่วิญญาณช่อเพชรที่ติดตามเขาแจ เดือดดาลขึ้นทันที คำราม “มาถึงนี่เลยหรืออีหน้าด้าน!” แล้วตรงดิ่งไปแผดเสียงใส่กรรณา จนกรรณาต้องรีบเอาหูฟังใส่แทบไม่ทัน

พอกรรณาเห็นแผนยุทธเดินตรงมาที่โต๊ะ เธอรีบก้มหัวลงและกดให้พงอินทร์หลบลงด้วย ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากน้องหนึ่ง น้องหนึ่งรีบลุกไปดักแผนยุทธ ทำทียืนคุยโดยเอาตัวบังพงอินทร์กับกรรณาไว้ แผนยุทธถามว่ามีคนมาหาตนหรือ เธอบอกว่ากลับ
ไปแล้ว

ช่อเพชรอาละวาดหึงแผนยุทธจนเกิดพลังคลื่นทำให้ ข้าวของหล่นแตก ผู้คนพากันเดินอลหม่าน พงอินทร์กับกรรณาฉวยโอกาสนั้นหลบออกไปได้อย่างปลอดภัย

“เกิดอะไรขึ้นนี่?” แผนยุทธถามงงๆ

ช่อเพชรแทรกเข้ามายืนตรงกลางระหว่างน้ำหนึ่งกับแผนยุทธ คำรามขู่อย่างหึงหวง

“อีน้องชั่ว แกอีกคนมาแย่งผัวฉัน คุณแผนยุทธอย่าไปยุ่งกับมัน นังนี่มันบ้า มันเป็นโรคจิต!”

ที่แท้ช่อเพชรบ้าอยู่คนเดียว เพราะไม่มีใครได้ยินเธอพูดเลย

ooooooo

หนีออกจากเรือนไทยมาได้แล้ว พวกติณห์มานั่งหารือกันที่เรือนรับรอง สุคนธรสเล่าอย่างทึ่งว่า

“เวทย์อาคมชั้นสูงของหลวงลุงที่ฉันมั่นใจ กลับทำอะไรมันไม่ได้”

“พลังพุทธคุณของฉันก็ไม่มีความหมาย” ญาณินเสริม

ขณะทุกคนกำลังมืดแปดด้านนั้น ไตรรัตน์ขอพูดอะไรสักนิด มองหน้าติณห์บอกว่า

“ติณห์ฉันเห็นหน้าแกตอนนี้แล้วนึกถึงบ้านฉันตอนโดนไอ้สมคิดนั่นมันเล่นงานเสียจริงๆ”

ญาณินฉุกคิดได้ว่า ถ้าหมอสมคิดยังไม่โดนปลดอาคมตนก็จะนึกว่าเป็นเขา ป้าออตกใจถามว่า

“แปลว่า...มีหมอผีเจ้าใหม่เจ๋งกว่าใคร มาทำสิ่งนี้เหรอคะ”

คุณ หลวงก็โอดครวญถามว่าตนจะต้องทนอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหนใครช่วยบอกที พลันติณห์ก็โพล่งขึ้นอย่างมั่นใจว่า ตนรู้แล้วว่าควรไปหาใคร ทุกคนมองติณห์เป็นตาเดียว!

ooooooo

คนที่ติณห์ไปหาคือกำนันพงษ์นั่นเอง เขาพาญาณินไปหาที่คุก ถามไถ่เยี่ยมเยียนกันแล้ว ติณห์เอาอักขระตัวอักษรอาคมให้ดู

“ถ้ากำนันเคยเห็น ช่วยบอกฉันหน่อยว่ามันมาจากไหน” ญาณินเอ่ย กำนันมองติณห์กับญาณินตาคมกริบเอ่ยทึ่ง...

“นึก ไม่ถึงว่าจะมีคนที่รู้จักยันต์นี้อีก” ญาณินถามอย่างตื่นเต้นว่า กำนันรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนทำ “เป็นยันต์ที่ลบรูปลบรอยได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ หึๆ แต่การที่คุณญาณินได้ภาพนี้มาก็นับว่าแน่ไม่น้อย”

ติณห์บอกว่าญาณินพยายามล้างอาคมนี้แต่ไม่สำเร็จ

“หึๆ ยันต์อักขระแบบนี้ มีเพียงสองคนที่ทำขึ้นมาได้ เพราะสองคนนี้คือศิษย์จากสำนักเดียวกันที่ยังหลงเหลืออยู่” ติณห์ถามว่าคนแรกคือใคร กำนันตอบทันที “ผมเอง!” ญาณินติงว่ากำนันโดนเจ้ากรรมนายเวรเอาอาคมออกจากตัวไปแล้ว ก็ต้องเหลืออยู่อีกคน “อีกคน...หึๆ คุณก็รู้จักดีอยู่แล้ว” กำนันหัวเราะในลำคอ

กลับมาปรึกษาหารือกันที่เรือนรับรองในรีสอร์ตว่า อีกคนที่กำนันไม่บอกนั้นเป็นใคร??

“หมอสมคิด!” ไตรรัตน์กับสุคนธรสร้องพร้อมกัน

แต่ติณห์ไม่เชื่อเพราะหมอสมคิดถูกหลวงลุงกำจัดอาคมออกจากตัวไปหมดแล้ว สุคนธรสบอกว่าตัดสองคนนี้ออกไปได้เลย

“มันก็ใช่...นอกเสียจากว่า...กำนันหรือหมอสมคิด จะมีลูกศิษย์ และลูกศิษย์คนนั้น ต้องอยู่ที่นี่!” ญาณินมั่นใจ

ทันใดนั้น บานกระจกหน้าต่างก็สั่นไหว ประตูเปิดปึง! คุณหลวงกับกุมาริกาปลิวหายไปนอกห้องราวกับใบไม้

สุคนธรส กับญาณินรับรู้ถึงพลังบางอย่างพร้อมกัน ขณะทุกคนกำลังมองหน้ากันงงๆนั้น ร่างหนึ่งเดินเข้ามาแต่มองเห็นไม่ชัด เพราะแสงหลอดไฟในห้องกะพริบๆ เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับ

เบญจานั่นเอง! เธอเดินเข้ามาทักทาย สุคนธรสเพ่งมองที่ดวงตาเธอ กระซิบบอกญาณินว่าไม่รู้สึกอะไรผิดปกติ ญาณินก็เห็นเช่นนั้น

คุยกันไม่นานเบญจาพูดอย่างสะใจกับสุคนธรสว่า เจอกันอีกจนได้ แล้วแสดงอิทธิฤทธิ์จนสิ่งของในห้องสั่นสะเทือนล้มแตก ไม่เพียงเท่านั้น ของใหญ่อย่างตู้ก็เคลื่อนมาจะทับสุคนธรสกับไตรรัตน์ ทั้งสองหลบได้หวุดหวิด

“หยุด นะ ผมบอกให้หยุด” ติณห์ตวาดเบญจา แต่เธอไม่หยุดหากยังมุ่งทำร้ายทุกคนยกเว้นติณห์ ระหว่างนั้นญาณินสังเกตเห็นในแววตาดำของเบญจามีรูปอีกากระพือปีกบิน เบญจายกมือขึ้น ทันใดนั้นก็มีค้อนขนาดใหญ่พุ่งเข้าปะทะลำตัวไตรรัตน์ จนเขากระเด็นไปชนฝากลิ้งลงมากองกับพื้น เลือดทะลักออกจากปาก

ติณห์สั่งให้หยุด เบญจาบอกให้ติณห์หลบเพราะไม่อยากทำร้ายเขา

“ไม่! จนกว่าเธอจะหยุด” ติณห์เด็ดเดี่ยวมาก

ที่ หน้าเรือนรับรอง คุณหลวงกับกุมาริกาถามกันงงๆ ว่าเราออกมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง พลันคุณหลวงก็ชะงักเมื่อเห็นมิรันตีเดินมากับทนายสมชาติ

“ฉันจะมาดูให้เห็นกับตาเลย ถ้ายัยยิปซีนั่นอยู่ ฉันจะไล่มันออกไปเอง”

ทนายสมชาติมองเข้าไปในเรือนรับรองอุทานว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น มิรันตีมองตามตาเบิกโพลง!

“ว้ากกกก...ยัยมิรันตีมาที่นี่ทำไม” คุณหลวงตกใจ

ooooooo

เบญจา แสดงอิทธิฤทธิ์เล่นงานพวกติณห์จนสะบักสะบอมไม่พอ ยังรวบรวมพลังจิตเป็นลูกกลมๆ ดำๆ โยนใส่พวกญาณิน มันคือหอยเม่นต่างดาวขนมันเหมือนเข็ม ทิ่มแทงพวกติณห์จนได้รับบาดเจ็บ

พลัน เบญจาก็ชะงักรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังอยู่หน้าเรือนรับรอง พริบตานั้นทั้งเรือนรับรองก็มีควันดำปกคลุม เมื่อควันจางมิรันตีกับทนายสมชาติเดินเข้ามาก็ตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินเบญจาร้องกรี๊ดๆเสื้อผ้าขาดวิ่น เดินโซซัดโซเซในสภาพบอบช้ำออกมาล้มตรงหน้ามิรันตีพอดี

มิรันตีถามว่าเป็นอะไร เบญจาร้องไห้ฟ้อง “หนูโดน...พวกนั้น...” พอดีพวกติณห์ตามมา ถูกมิรันตีเล่นงานทันที

“ว้าย! นี่อะไรกัน พวกแกรุมสะกดจิตหมู่กันยังไม่พอหรือ พวกแกยังรุมสกรัมหมู่กันอีก โหดร้าย ป่าเถื่อน วิตถาร โรคจิตกันชัดๆ”

ติณห์พยายามบอกว่าแม่เข้าใจผิด ถูกมิรันตียื่นคำขาดว่า ถึงเวลาแล้ว ตกลงติณห์จะเลือกแม่หรือเลือกผู้หญิงคนนั้น ติณห์ตอบแม่น้ำตาคลอว่าตนจะไปกับญาณิน

คุณหลวงตกใจตะโกนบอกติณห์ห้ามทิ้ง ตนไปเด็ดขาด ถ้าไปแล้วตนจะทำอย่างไร รีสอร์ตที่อุตส่าห์สร้างมาคงย่อยยับป่นปี้ ความชั่วร้ายเลวทรามจะครอบงำที่นี่

“ติณห์ คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้ คุณจะตัดสินใจอย่างนี้ไม่ได้ คุณจะทิ้งแม่ไว้กับเบญจา...คุณทำได้หรือ?” ญาณินเตือนสติ เห็นติณห์สงบลง ญาณินหว่านล้อมว่า “คุณต้องรวบรวมสติ รวบรวมสมาธิให้นิ่ง ใจเย็นๆวู่วามแบบนี้ความคิดและปัญญาคุณจะโดนหมอกควันบดบังนะคะ”
ติณห์นิ่งอึ้ง

“ติณห์คะ คุณต้องอยู่ที่นี่ต่อไป คุณจะไปไหนไม่ได้ นี่คือบ้านของคุณ รีสอร์ตของคุณและแม่ของคุณ”

“ใช่...ถ้าผมไม่อยู่ เราจะไม่มีทางที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้เลย ผมต้องช่วยมัมและแกรนด์ปา”

คุณหลวงดีใจมากโผเข้ากอดติณห์แล้วหันขอบใจญาณิน ติณห์มองหน้าญาณิน เธอย้ำกับเขาว่า “คุณต้องอยู่ต่อไป” ติณห์พยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

ญาณินเดินทางกลับคืนนี้เลย ติณห์มาส่ง ประคองมือเธอขึ้นล่ำลา ญาณินเอ่ยอย่างประทับใจว่า

“ขอบคุณที่เชื่อฉัน ติณห์...คุณต้องเชื่อมั่นในความดี ความถูกต้อง อย่ายอมแพ้เป็นอันขาด”

“ดาร์ลิ้ง...ผมจะไม่มีวันยอมแพ้แน่” ติณห์มั่นใจ ญาณินให้กำลังใจให้สู้ๆ ขณะนั้นเอง สุคนธรสเอาตะกรุดสามกษัตริย์มาใส่มือติณห์บอกว่า

“ตะกรุดสามกษัตริย์ เก็บเอาไว้ดีๆเอาห้อยคอหรือคาดเอวก็ได้อย่าให้ห่างตัว แล้วอย่าให้ฝ่ายนั้นเห็นเด็ดขาด คุณจะแคล้วคลาดจากการถูกทำร้ายทางคุณไสยทุกอย่าง”

ติณห์รับตะกรุดขึ้นดู พลันลายอักขระที่จารึกซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นก็ปรากฏวาบเรืองขึ้นแล้วหายไป ติณห์พนมมือจบเอ่ยอย่างศรัทธา

“ตะกรุดครับ ช่วยผมด้วย ผมจะไม่ให้ห่างตัวเลย แต๊งคุณรส ไตรรัตน์ ยูโบธ...อาร์มายแองเจลส์”

มิรันตีเร่งเร้าให้ญาณินรีบไปเสีย ติณห์กอดล่ำลาทุกคนอย่างอาวรณ์ ก่อนญาณินจะออกรถเธอขยิบตาให้ ติณห์ขยิบตาตอบอย่างรู้กัน

เมื่อรถเคลื่อนออกไป ญาณินมองกระจกข้าง เห็นเบญจายืนเกาะแขนติณห์แจ เธอมองอย่างปวดใจ...

ooooooo

คืนนี้ กรรณาได้รับข้อความจากน้ำหนึ่งแจ้งว่า “มีความคืบหน้าเรื่องช่อเพชร ติดต่อกลับด้วยนะคะ ...น้ำหนึ่ง”

กรรณาออกไปพบที่ร้านกาแฟตามนัด แต่เพราะดึกแล้วจึงเหลือเปิดอยู่เพียงร้านเดียว เธอเดินเข้าไปนั่งรอน้ำหนึ่ง ครู่หนึ่งได้ยินเสียงน้ำหนึ่งร้องทักจากโต๊ะข้างๆ กรรณาแปลกใจว่าทำไมตอนที่เข้ามาจึงไม่เห็น แต่ไม่ติดใจสงสัย

น้ำหนึ่งยื่นซองจดหมายให้กรรณาบอกว่าเป็นซองบิลค่าโทรศัพท์ของช่อเพชรตนจัดโต๊ะเจออยู่ในตะกร้าเห็นมีจ่าหน้าซองมีที่อยู่ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์จึงเอามาให้ พอดีเพิ่งเลิกงานจึงเอามาให้ดึกไปหน่อย

“ช่อเพชร อินนาวงษ์” กรรณาอ่านชื่อที่หน้าซอง ถามน้ำหนึ่งว่าเธอบอกพงอินทร์หรือยัง น้ำหนึ่งบอกว่ายังเพราะบอกเธอแล้ว “ขอโทษนะคะทำไมคุณหนึ่งเลือกโทร.หาฉัน แทนที่จะเป็นนายโจ้”

“หนึ่งเห็นว่าคุณกรรณเป็นนักสืบน่ะค่ะ ก็เลยเลือกโทร.หาคุณกรรณ ส่วนรายนั้น” น้ำหนึ่งพูดขำๆ ว่า “หนึ่งไม่อยากคุยต่อความยาวสาวความยืด ไหนๆ ก็จบกันไปแล้ว คุณกรรณอย่าบอกเขานะคะ เดี๋ยวจะพาลมาเคืองหนึ่ง”

ฟังน้ำหนึ่งแล้ว กรรณานิ่งแต่หัวใจเต็มไปด้วยตะกอนขุ่นมัว ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า...ทำไมถึงเกิดความรู้สึกแบบนั้น??

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กรรณาถือซองจดหมายนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่อยู่ของช่อเพชรตามที่ระบุบนซองจดหมาย

ที่นั่นเป็นคอนโดสูง 20 ชั้น ที่เก่า ทรุดโทรม มีไฟเปิดให้แสงสว่างเพียงสลัวๆ บริเวณโถงลิฟต์ แสดงว่ามีคนอยู่น้อยมาก เมื่อไปในคอนโด มี รปภ.แก่ๆ และวัยรุ่น ในเครื่องแบบคร่ำ หลุดลุ่ย กรรณาจึงเข้าไปได้โดยสะดวก

กรรณากำลังจะเอาไอพอดขึ้นเสียบหู แต่ช้าไปแล้ว เพราะเสียงทุ้มห้าวน่ากลัวของผู้ชายสำเนียงแปร่งหูดังขึ้นพร้อมเสียง ปึง! เหมือนมีใครเอาของหนักกระแทกพื้น

“มันทับที่!”

เสียงนั้นทำให้กรรณาผงะ รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้คอนโดนี้ร้าง เพราะตึกนี้สร้าง “ทับที่” ใครบางคนไว้

“มึงทับที่กู! พวกมันต้องฉิบหาย อยู่ไม่เป็นสุข มันทับที่กู! พวกมันต้องฉิบหาย อยู่ไม่เป็นสุข!” เสียงนั้นพูดอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เจอเหตุการณ์นี้ ทำให้กรรณาคิดจะถอย แต่ช้าไปแล้วเพราะลิฟต์มาถึงพอดี เธอตัดสินใจก้าวเข้าไป พอขึ้นถึงชั้น 12 กรรณารู้สึกวังเวง นึกเสียดายที่ไม่ได้เอาสเปรย์ปราบผีของสุคนธรสมาด้วย

“แต่เอาวะ มาถึงนี่แล้ว เป็นไงเป็นกัน!” กรรณาตัดสินใจเดินหน้า แต่ในความรู้สึกเหมือนมีสายตาลึกลับติดตามการเคลื่อนไหวของตนอยู่ทุกย่างก้าว แต่พอหันมองก็ไม่เห็นอะไร เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาที่เดินหาห้อง1203

ooooooo

เมื่อเจอห้อง 1203 กรรณาหยุดหน้าห้องเรียกช่อเพชรให้เปิดประตูหน่อยตนมีธุระจะคุยด้วย

เงียบ! แต่เธอรู้สึกมีสายตาติดตามการเคลื่อนไหว กระทั่งได้ยินเสียงคนเดินผ่าน แต่หันมองก็ไม่เจอใครเธอจึงเคาะประตูเรียกอีก ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย แต่มีคนเปิดประตูห้องตรงข้ามออกมา กรรณาดีใจหันขวับเห็นยายผมขาวโพลนโผล่มาเอ็ด

“มาเคาะอะไรโครมๆ ไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง” กรรณาตกใจแทบจะกรี๊ด ก็ถูกดุอีก “ยังจะกรี๊ดอีกเดี๋ยวก็ได้ตื่นกันทั้งตึก เด็กสมัยนี้ไร้มารยาทสิ้นดี”

กรรณาถูกดุด่าตั้งแต่ยายคนนี้โผล่มา เธอทำใจเย็นบอกว่ามาหาคนที่อยู่ห้องตรงข้ามยายรู้จักไหม ยายจ้องหน้า ด่าได้ก็ด่า ด่าไม่ได้ก็ตำหนิ บ่น แต่ก็ทำให้กรรณารู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ห้องตรงข้ามนั้น เป็นเมียน้อยที่ผู้ชายพามาเช่าห้องให้อยู่ และแวะเวียนมาหาชั่วครั้งชั่วคราวแต่เห็นหายไปนานแล้ว คงถูกเฉดหัวทิ้งแล้วกระมัง

“ถ้าหากว่าคุณยายเจอผู้หญิงเจ้าของห้อง ช่วยบอกให้เขาโทร.กลับหาหนูตามเบอร์นี้นะคะ” กรรณาจดเบอร์โทรศัพท์ของตนยื่นให้ ยายคนนั้นปฏิเสธบอกว่าไม่อยากเสวนากับคนคบชู้สู่ชายผิดศีลธรรม ตายเสียดีกว่าแล้วผลุบเข้าห้องไปเลย

กรรณาหันมองห้อง 1203 มองที่ใต้ประตูเห็นเงาคนเดินในห้อง เธอแน่ใจว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นแน่ จึงแกล้งพูดดังๆ จงใจให้คนในห้องได้ยินว่า

“ถ้างั้นฝากคุณยายบอกเขาให้หน่อยนะคะ ว่าหนูต้องการคุยกับเขา เรื่องการตายของเมียหลวงของผู้ชายที่มาหาเขาบ่อยๆ น่ะค่ะ ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คุณยายก็บอกให้โทร.กลับหาหนูนะคะ หนูจะทิ้งเบอร์ไว้ให้”

กรรณาสอดกระดาษเข้าใต้ประตูแล้วทำเป็นเดินกลับ แต่เอาหลังแนบประตู มองไปที่ใต้ประตู เห็นกระดาษนั้นยังอยู่ที่เดิม มือถือดังขึ้นเธอตกใจตะปบแล้วเดินห่างออกไปควานมือถือแต่มือไปปัดโดนผ้ายันต์บนแผ่นไม้ร่วงลงมา กรรณาหันขวับเห็นประตูหลังแผ่นไม้ค่อยๆเปิด เอี๊ยดดดดด...

“ว้าย...วายปวงแล้ว” กรรณาตกใจวิ่งเตลิดกลับไป

ที่ใต้ประตูห้อง 1203 แผ่นกระดาษที่กรรณาเสียบไว้ค่อยถูกดึงหายไปในห้อง!!

ooooooo

ที่รีสอร์ตติณห์ หลังจากพวกญาณินไปแล้ว คุณหลวงกับติณห์ที่สัญญาว่าจะดูแลกันเอง วันรุ่งขึ้นก็แอบดูมิรันตีกับเบญจานั่งรถออกไปด้วยกันอย่างไม่สบายใจ

“คนแบบนังมิรันตี ถ้าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา อย่างนี้ต้องปล่อยให้โดนยัยเบญจาหลอกซะให้เข็ด เอาให้หมดตัว” คุณหลวงพูดอย่างมีอารมณ์ พอติณห์ถามว่าเอาจริงหรือ คุณหลวงก็เสียงอ่อยว่า “ข้าพูดเล่น ถึงนังมิรันตีมันจะเกรียนเทพไร้สมองยังไง มันก็เป็นลูกสาวข้าเป็นแม่เอ็ง เราต้องหาทางช่วยให้นังมิรันตีตาสว่างให้ได้นะติณห์”

“แต่ทางเดียวที่จะช่วยมัมคือเราจะต้องรู้ให้ได้ว่าเบญจาเป็นใครกันแน่” ติณห์จับจุดที่จะเจาะปัญหาซึ่งทั้งเขาและคุณหลวงต่างก็รู้ดีว่าไม่ง่ายเลย

ติณห์นึกได้ว่าวันที่พาเบญจาเข้ามาอยู่ที่รีสอร์ตนั้น เธอมีกระเป๋าสะพายติดตัวมาด้วย จึงวางแผนไปค้นหาหลักฐานจากของใช้ส่วนตัวของเธอ แม้ห้องพักของเธอจะไม่ใหญ่แต่ติณห์หาอย่างไรก็ไม่เจอ คุณหลวงทะลุกำแพงเข้ามาถามว่าหาเจอหรือยัง

แต่อึดใจเดียว คุณหลวงก็รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ บอกติณห์ว่าเดี๋ยวมาแล้วทะลุกำแพงออกไป เห็นเบญจากำลังเดินกลับมา คุณหลวงตกใจทะลุกำแพงกลับเข้าไปบอกติณห์ เขาตกใจเพราะกำลังรื้อของเต็มห้องไปหมด คุณหลวงจะช่วยเก็บแต่จับต้องอะไรก็ทะลุไปหมด ได้แต่คอยช่วยเร่งให้ติณห์เก็บเร็วๆ

เบญจาเข้ามาเห็นติณห์กำลังนั่งทำงานหน้าคอมฯและคุยโทรศัพท์หน้าเครียด เบญจาเดินผ่านทักว่า

“ขยันจังเลยนะคะพี่ติณห์”

“พี่เห็นเราออกไปกับมัมพี่ แล้วทำไม?...”

“อ๋อ...เบญจาลืมของน่ะค่ะ” ตอบแล้วเดินเข้าไปในห้อง อึดใจเดียวก็สะพายกระเป๋าใบที่ติณห์พยายามหาออกมา ติณห์กับคุณหลวงมองตะลึง เบญจาโชว์กระเป๋าบอกว่า “เบญจาลืมกระเป๋าน่ะค่ะเลยกลับมาเอา” แต่พอเดินผ่านทั้งสองออกไป เบญจาก็หัวเราะเยาะ “ฮ่ะๆๆโง่เอ๊ย...”

“ยัยนี่มันแสบจริงๆ” คุณหลวงพึมพำกับติณห์

ooooooo

ที่สถาบันนิติเวช...สุพิชชาที่หวนกลับมาอ่อยณัฐเดชเพื่อแผนการบางอย่างของตน วันนี้มาหาณัฐเดชเพื่อรอไปทานกลางวันด้วยกัน เจอหมอวรวรรธเล่นกีตาร์ร้องเพลงใส่มือถือก็แอบปลื้ม แต่แล้วก็เจ็บปวดเมื่อรู้ว่าคนที่หมอร้องเพลงให้ฟังนั้นไม่ใช่ตนแต่เป็นเนตรสิตางศุ์

ณัฐเดชออกมาเจอสุพิชชาถามว่าทำไมมาเร็ว ตนยังทำงานไม่เสร็จ จู่ๆเธอก็โผเข้ากอดเขาร้องไห้จนทั้งณัฐเดชและหมอตกใจ

หมอวรวรรธรีบบอกว่าตนไม่ทำอะไร เธอเข้ามาตอนไหนตนไม่รู้ด้วยซ้ำไม่เชื่อโทร.ถามเนตรสิตางศุ์ได้เพราะเมื่อกี๊เพิ่งโทร.คุยกันอยู่ สุพิชชามารยาบอกณัฐเดชว่าไม่มีใครทำอะไร แต่ตนอ่านข่าวตำรวจถูกคนร้ายยิงตายแล้วใจไม่ดี ถ้าเกิดตำรวจคนนั้นเป็นเขาตนจะทำอย่างไร ตนอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขา แล้วร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

ณัฐเดชหลงเชื่อ ปลื้มจนกอดปลอบ “พีชไม่ต้องกลัว พี่ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก พี่จะอยู่ดูแลพีชไปตลอดนะคะ”

แต่ที่แท้ สุพิชชาร้องไห้เพราะเจ็บแค้นใจที่เห็นหมอร้องเพลงผ่านโทรศัพท์ให้เนตรสิตางศุ์ฟัง แต่เจ้าเล่ห์กลบเกลื่อนว่าร้องไห้เพราะเป็นห่วงณัฐเดช

ณัฐเดชพาซื่อ เลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งตรงโต๊ะทำงานของหมอวรวรรธบอกว่าขอทำงานอีกแป๊บเดียวแล้วเราค่อยไปทานข้าวกัน ถามหมอว่าคดีมีอะไรคืบหน้าไหม หมอวรวรรธหยิบแฟ้มบนโต๊ะส่งให้บอกว่า

“ผลชันสูตรศพของคุณพิสมร” พูดพลางเหล่มองสุพิชชา

ณัฐเดชจึงนั่งข้างสุพิชชาเพื่อคุยงานกับหมอวรวรรธที่นั่งอยู่โต๊ะตัวเอง สุพิชชาเกาะแขนเอาหน้าซบคลอเคลียอยู่กับไหล่ณัฐเดช

ระหว่างที่ณัฐเดชคุยงานกับหมอนั้น หมอสะดุ้งก้มมองใต้โต๊ะเห็นเท้าสุพิชชายื่นมาเขี่ยเท้าตนไปมาอย่างให้ท่า พอหมอเงยหน้าก็เห็นสุพิชชาซบไหล่ณัฐเดชอยู่ ณัฐเดชก้มมองบ้างก็ไม่พบอะไรผิดปกติ

ที่แท้ สุพิชชามารยาสาไถย ข้างบนอ้อนออเซาะณัฐเดชแต่ข้างล่างอ่อยหมอวรวรรธ จนหมอทนไม่ได้ขอยืนคุยแทน

ooooooo

กลับจากไปข้างนอกมาด้วยกัน มิรันตีบอกเบญจาว่าขอให้ถือเสียว่าบ้านนี้เป็นบ้านของตัวเอง ตนยกให้ เบญจารีบไหว้ขอบคุณ

เบญจามองไปที่เรือนรับรอง เห็นญาณินกับป้าอออยู่ที่นั่นก็ชี้ให้มิรันตีดู มิรันตีของขึ้นทันทีบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเองแล้วเดินอ้าวไปที่เรือนรับรองทันที ไปเจอมิรันตีกับป้าออกำลังช่วยกันหาของก็ตวาดถาม

“ใครอนุญาตให้พวกหล่อนเข้ามาในบริเวณที่ดินของเรา” ญาณินบอกว่าสมุดออกแบบของตนหายคิดว่าอาจจะลืมไว้เลยกลับมาดู “สตรอเบอร์รี่ได้โล่! ฉันรู้ว่าหล่อนกลับมาที่นี่ทำไม หล่อนไม่ได้ลืมของอะไรทั้งนั้น ฉันไม่โง่หรอก”

ป้าออทนไม่ได้ย้อนถามว่าไม่โง่จริงหรือ เลยได้เรื่อง ถูกมิรันตีตวาดให้เงียบ! ติณห์กับคุณหลวงเข้ามาพอดี ติณห์ถามว่ามีอะไรหรือ เขาดีใจที่เห็นญาณินกลับมาจะเดินไปหา ถูกมิรันตีดึงตัวไว้ด่าญาณินว่า

“นังนี่มันวอน ฉันจะโทร.แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย”

ติณห์ขอให้ใจเย็นๆ ฟังเหตุผลของญาณินก่อนพอญาณินบอกว่าตนกลับมาหาของ เบญจาก็สอดขึ้นทันทีว่า

“พี่ณินไม่ต้องดูหรอกค่ะ ที่นี่ไม่มีของพี่ณินเหลืออยู่อีกแล้ว”

ป้าออสวนไปว่ามี มีบุญคุณของญาณินที่มีต่อเธอไง! เบญจาทำหน้าซื่อตาใสถามว่าบุญคุณอะไร ตนจำไม่ได้

“นังอสรพิษ” ป้าออด่า มิรันตีสั่งหุบปาก อย่ามาหยาบคายกับคนของตนแล้วก้าว ไปพูดใส่หน้าญาณินว่า อย่าให้ตนต้องเอาน้ำร้อนมาสาด

“ใครแตะต้องคุณหนูดูสิ...เจอฤทธิ์อีออแน่!” ป้าออประกาศ สะอึกเข้ากั้นกลางระหว่างมิรันตีกับญาณินแต่แรงกระแทกถูกมิรันตีเซไป มิรันตีหันมาผลักป้าออกระเด็น เลยพุ่งเข้าตบตีกันนัวเนีย

บรรดาคนที่อยู่รอบข้างช่วยกันแยก ป้าออได้ทีผลักมิรันตีล้มแล้วพุ่งคร่อมบีบคอจนมิรันตีตาเหลือก ร้องให้ติณห์ช่วย ติณห์เข้าไปดึงป้าออเหวี่ยงออกไปกระแทกฝาผนัง ป้าออเจ็บปวดหน้านิ่ว ญาณินมองติณห์ไม่พอใจแล้วรีบไปดูป้าออ

ส่วนคุณหลวงช่วยอะไรใครไม่ได้เพราะจับต้องอะไรก็ไม่ติด คิดสงสารตัวเองว่าแบบนี้แล้วตนจะไปเกิดได้ยังไง!

เหตุการณ์นี้ทำให้ญาณินไม่พอใจ บอกติณห์ว่าเราคงต้องห่างกันสักพักแล้ว ติณห์ตกใจถามว่าทำไม?!

“แม่คุณไม่ชอบฉัน เหตุผลแค่นี้เพียงพอแล้วที่เราจะใช้เวลาคิดกันใหม่ ว่าความสัมพันธ์ของเราควรจะดำเนินต่อไปหรือหยุดมันไว้แค่นี้ ก่อนที่เราจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่คำว่าเพื่อน”

ญาณินประคองป้าออออกไป ติณห์มองอย่างทำใจไม่ได้ ส่วนเบญจายืนอยู่ที่ระเบียงกับมิรันตี สีหน้าเธอเรียบเฉยมองญาณินกับป้าอออย่างไม่เชื่อ

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์...ญาณินกับป้าออ อยู่ในวงล้อมของสมาชิกในบริษัทมีไตรรัตน์ร่วมวงด้วย ทุกคนชื่นชมป้าออที่สร้างวีรกรรมตบมิรันตีแต่ตัวเองก็เจ็บไม่น้อย

สุคนธรสถามญาณินว่าแล้วเบญจาจะเชื่อไหม ญาณินบอกว่าไม่แน่ใจ แต่คนพิษสงเยอะอย่างเบญจาไม่เชื่อใครง่ายๆอยู่แล้ว ไตรรัตน์เสนอว่าเราต้องทำให้เบญจาไว้ใจติณห์เพิ่มขึ้นอีก กรรณาตกใจถามว่าจะให้ ป้าออไปให้เขาตบอีกหรือ!

“เปล่า...ตอนนี้พวกเราไม่ต้องทำอะไรแล้ว หมาก ต่อไปคุณติณห์ขอจัดการเอง”

กรรัมภาติงว่าปล่อยติณห์ไว้แบบนั้นไม่เป็นการ ฝากปลาย่างไว้กับแมวหรือ ญาณินพูดอย่างมั่นใจว่าความรักคือความไว้ใจ ทำเอาเพื่อนๆพากันร้อง ฮิ้วววว...แซวกันกิ๊วก๊าว แต่กรรณากลับพูดหน้าขรึมว่า

“ไม่ได้บอกให้มองโลกในแง่ร้าย แต่เรามีกรณีศึกษา คุณพิมอรทั้งรักทั้งไว้ใจคุณแผนยุทธ สุดท้ายเป็นไง สมภารกินไก่วัด ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ไว้ใจไม่ได้สักคน”

“ยกเว้นนายโจ้มั้ง?” กรรัมภาแซวหยั่งๆ

“นั่นแหละตัวพ่อ คิดดูแล้วกัน ขนาดผู้หญิงที่นายโจ้เคยรัก...รักๆๆๆ ยังไม่ไว้ใจว่านายโจ้จะรักเดียวใจเดียวถึงได้ขอเลิกไป นายโจ้ก็เหลือเกิน แทนที่จะเข็ดพอมาเจอหน้ากันใหม่ ก็ถึงกับหวั่นไหวใจเหงาเศร้าเพ้อ ตาลอย ฝันหวานอีกครั้ง สา...ธุ! ขอให้เขาหักอกอีกรอบเถอะ จะหัวเราะให้ดังไปถึงหนองจอกมีนบุรีเลย”

กรรณาพูดยาวอย่างมีอารมณ์จนทุกคนแซวว่า ชักยังไงๆเสียแล้ว?...

ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ มือถือไตรรัตน์ดังขึ้น พอฟังปลายสายเขาก็ตกใจสุดขีด

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านพร้อมกรรัมภา เห็นทั้งเจ๊หญิง เสี่ยจำเริญ อาม่า อาอี๊ ยืนเกาะกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อะไรกันเบาๆด้วยสีหน้าท่าทางสยองทุกคน

ไตรรัตน์กับสุคนธรสถามว่าทำอะไรกันอยู่ ทุกคนช่วยกันเล่าว่ามีสิ่งลี้ลับอยู่ในห้องเก็บของข้างบน สุคนธรสถามว่าห้องใคร ก็ไม่มีใครตอบ เธอร้องอย่างนึกได้ว่า

“อ๋อ...ต้องเป็นเพราะวิญญาณเด็กคนนั้นแน่ๆ”

ทุกคนอึ้งที่ได้ยินสุคนธรสพูดเรื่องวิญญาณเด็กพลันก็มีเสียงดังโครมใหญ่ ทุกคนสะดุ้ง สุคนธรสเดินขึ้นไปทันที

เดินมาถึงหน้าห้องเก็บของ สุคนธรสใช้เซ้นซ์สัมผัสความรู้สึกของวิญญาณด้านใน จากกลิ่นเธอรับรู้ว่า วิญญาณกำลังมีปัญหา แต่พอจะเปิดประตูเข้าไป ไตรรัตน์วิ่งมาร้องห้ามอย่างตกใจ

“คุณรส...อย่า!!! ผมเคยบอกแล้วว่าอย่ายุ่งกับห้องนี้”

“มีวิญญาณเด็กผู้หญิงอยู่ในห้องนี้ และเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ” สุคนธรสบอก ไตรรัตน์ถามว่าจะมีได้ยังไง! เธอย้อนถามว่าเขารู้อะไร?! พอดีเสี่ย เจ๊หญิง อาม่า อาอี๊ตามกันขึ้นมา เธอมองทุกคนถามว่า “ทุกคนมีความลับอะไรเกี่ยวกับห้องนี้แล้วทำไมไม่บอกรส มันคืออะไรคะ”

ทันใดนั้น! ประตูห้องค่อยๆเปิดออกเอง ทุกคนผงะเมื่อเห็นสภาพภายในห้องข้าวของกระจุยกระจายและ ยังมีการรื้อค้นอยู่ ของบางอย่างปลิว บางอย่างกลิ้ง บางอย่างกระเด็นตกแตกทีวีเครื่องเก่าก็กำลังฉายภาพยนตร์การ์ตูนเจ้าหญิงเจ้าชายอยู่

ทุกคนน้ำตาไหลสะเทือนใจกับเรื่องร้ายในอดีต อาม่าอุทาน... “โบตั๋น...” ทำให้สุคนธรสรู้ว่าวิญญาณนั้นชื่อโบตั๋น

เหตุการณ์นี้ทำให้สุคนธรสยิ่งอยากรู้เรื่องราวในห้องนี้ เธอก้าวเข้าไปในห้องทันที ไตรรัตน์ตามเข้าไปด้วย

สุคนธรสพยายามคุยกับโบตั๋นอยากรู้ว่าโบตั๋น ต้องการอะไร แต่ก็ถูกของเด็กเล่นขว้างปาใส่อย่างไม่ต้อนรับ ระหว่างนั้นเธอเห็นผ้ายันต์ผืนหนึ่งที่ด้านหลังของประตูเธอเดินไปดู เชื่อว่าเพราะผ้ายันต์ผืนนี้แน่ที่กักขังโบตั๋นไว้ พูดลอยๆว่า

“ถ้าเธออยากให้ฉันช่วย ก็หยุดอาละวาดได้แล้ว ถ้าไม่หยุด พี่จะปิดทีวีไม่ต้องดูแล้วการ์ตูน!”

สุคนธรส อยากให้โบตั๋นไว้ใจจึงบอกว่าตนเป็นสะใภ้ของบ้านนี้ ทำให้โบตั๋นยิ่งอาละวาดหนัก จนเธอถูกพลังงานซัดกระเด็นออกจากห้อง ไตรรัตน์จึงพาลงไปนั่งคุยกันที่ห้องโถง เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

สุคนธรสจึงรู้ว่า ไตรรัตน์ยังมีน้องสาวคนหนึ่งแต่เสียชีวิตไปเมื่อวัยเด็ก สุคนธรสถามว่าแล้วทำไมจึงกักขังวิญญาณเธอไว้แต่ในห้อง เสี่ยบอกว่าพวกตนไม่ได้กักขัง แต่ไม่รู้ว่าหมอสมคิดทำอย่างนี้กับโบตั๋น เรื่องราวจึงถูกเปิดเผยว่า

หลังโบตั๋นจากไป ทุกคนในบ้านฝันเห็นโบตั๋นทุกวัน โบตั๋นบอกว่าไปไหนไม่ได้ เหงาไม่มีใครเล่นด้วย ทางบ้านจึงเชิญหมอสมคิดให้ช่วยปลดปล่อยวิญญาณโบตั๋น โดยไม่รู้ว่าหมอสมคิดกลับเอาผ้ายันต์มาปิดไว้ที่หลังประตูกักขังวิญญาณของโบตั๋นไว้ในห้อง ทุกคนร้องไห้เสียใจที่เจตนาดีกลับถูกหมอสมคิดทำให้กลายเป็นเรื่องร้าย

“ผ้ายันต์ผืนนี้ เป็นฝีมือของหมอสมคิด” สุคนธรสชูผ้ายันต์ในมือให้ทุกคนดู

ooooooo

ติณห์เสียใจที่ญาณินหนีกลับกรุงเทพฯและให้เว้นระยะห่างกันสักพัก เขาหงุดหงิดงุ่นง่านจนมีเรื่องชกต่อยกับหัวหน้าคนงานที่ถามว่าญาณินจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า

มิรันตีมาห้ามก็ไม่เป็นผล จึงให้ทนายสมชาติกับคนงานช่วยกันหิ้วปีกติณห์กลับไป

“ปล่อยฉัน...แกไม่ต้องมาแกล้งโง่ แกรู้ว่าญาณินทิ้งฉันไปแล้ว ก็เลยจะมาเยาะเย้ยฉันว่าถูกญาณินทิ้ง!! พวกแกทุกคนด้วย ออกไป...ไปให้หมด ฉันไล่พวกแกออก!!” ติณห์โวยวายอย่างไร้สติขณะถูกหิ้วปีกออกไป

เบญจามองติณห์อย่างพิเคราะห์ ส่วนมิรันตีเดินตามปรามติณห์ว่า

“เลิกงี่เง่าได้แล้วติณห์...” แล้วไล่พวกคนงานที่มามุงดูให้ไปทำงานเสีย

ติณห์สะบัดหลุดจากการถูกล็อก เดินด่า “ผู้หญิงเลว ผู้หญิงไม่มีความจริงใจ” ไปตลอดทาง มิรันตีเดินตามร้องเรียกก็ไม่หยุดจึงวิ่งไปขวาง

“ติณห์...หยุด อย่าเดินหนีแม่ แค่เลิกคบกับผู้หญิงคนเดียว อย่าทำตัวให้มันน่าสมเพชได้ไหม ช่วยเห็นแก่หน้าแม่ หน้าตาของรีสอร์ตบ้าง” ติณห์ยังฮึดฮัด มิรันตีพูดเสียงอ่อนลงว่า “เย็นนี้ แม่นัดพวกลูกสาวเพื่อนแม่ไว้ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อย...เชื่อแม่ ออกไปเจอผู้คน แล้วลูกจะรู้ว่าผู้หญิงทุกคนดีกว่าแม่ยิปซีนั่นทั้งนั้น”

“ผมยังไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น...อย่าบังคับผม ไม่งั้นผมจะไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว”

ติณห์จะเดินหนี ถูกเบญจาออกมาขวาง บอกว่าเดี๋ยวจะเอายาไปใส่แผลให้ ติณห์ปฏิเสธ ถูกเบญจาตื๊อตะล่อมจนเถียงไม่ออก แต่ยังปรามเธอว่า “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

มิรันตีฟังเบญจาหว่านล้อมติณห์แล้วสนใจเธอขึ้นมา แต่คุณหลวงกับกุมาริกาต่างเป็นห่วงติณห์ที่ถูกเบญจารุก

มิรันตีเห็นเบญจาเตรียมยาให้ติณห์ก็พูดอย่างพอใจว่า

“ฉันไม่มีอะไรให้เธอรับใช้แล้ว เอายาไปให้ติณห์เสร็จแล้วก็อยู่เป็นเพื่อนเขาหน่อยแล้วกัน ช่วยคุยเรื่องอะไรก็ได้ให้เขาไม่คิดมากนั่นนี่ เดี๋ยวจะเตลิดไปกันใหญ่ ฝากทีนะ ฉันไม่มีใครที่ไว้ใจได้แล้วนอกจากเธอ”

ทนายสมชาติได้ยิน เดินเข้ามาถามว่าคิดจะให้เบญจาแทนญาณินหรือ มิรันตีชมว่าเบญจาก็ใช้ได้ ดีกว่าญาณินทุกด้าน ว่านอนสอนง่าย อยู่ในโอวาท ส่วนเรื่องสวย น่ารักก็คงไม่มีใครเถียง ย้อนถามทนายสมชาติว่า หรือคุณจะเถียง แล้วหัวเราะชอบใจ

เบญจาไปทายาและประคบรอยฟกช้ำให้ติณห์ แม้ติณห์จะไล่ เธอก็ตื๊อไม่ยอมไป อ้างว่าเขาไม่ควรอยู่คนเดียว เวลานี้เขาควรจะมีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน เมื่อถูกติณห์ปฏิเสธ เธออ้อน “ให้หนูอยู่ดูแลพี่ติณห์นะ หนูเป็นห่วงพี่นะ”

คำว่า “เป็นห่วง” สะเทือนใจติณห์จนดึงเบญจาเข้าไปกอด สัมผัสใกล้ชิดนี้ทำให้ติณห์เกือบจูบเบญจาแต่ได้สติ รู้สึกตัวเสียก่อน ผลักเบญจาออกบอกว่า ตนไม่ต้องการเธอและไม่ต้องการใครทั้งนั้น พร่ำพูดแต่ว่า

“ฉันรักญาณินคนเดียว ไม่มีอะไรมาทำให้ฉันหมดรักญาณินได้”

ติณห์ไล่เบญจาออกไป เมื่อเธอไม่ไปเขาจึงเป็นฝ่ายเดินหนีไปเอง

“ไม่มีอะไรจะทำให้หมดรักได้งั้นเหรอ! หึๆ!! เดี๋ยวฉันจะทำให้พี่ติณห์หมดรักญาณินเอง!!”
เบญจาเข้าไปที่มุมป่าในบริเวณรีสอร์ต หยิบรูปหล่อพ่องั่งแม่งั่งตาแดงเนื้อสัมฤทธิ์ออกมาลูบไล้ไปตามต้นแขน ลำคอ พึมพำคาถา ภาวนา “พี่ติณห์ต้องรักฉัน หลงฉัน อยากได้ฉัน...” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทันใดนั้นอีกาบินลงมายืนตรงหน้าเบญจาร้อง กา...กา...กา พลันรูปหล่อพ่องั่งแม่งั่งก็ตาแดงวาบ เคลื่อนไปทั่วร่างเบญจาแล้วมุดหายเข้าใต้ร่มผ้า เบญจาทำหน้าเคลิ้มก่อนเบิกตากว้างแต่ไร้แวว พลันดวงตาก็กลายเป็นสีแดงเหมือนตาพ่องั่งแม่งั่งไม่มีผิด!

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 17:34 น.