ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จารุณีที่ฟังเนตรสิตางศุ์บรรยายสูตรอาหารอร่อยแล้วหิวจนเป็นลม ก๊องต้องเอายาดมมารอที่จมูก เห็นยังนอนหลับตาพริ้มก็รีบโทร.หากรรณา

“พี่ๆเป็นไงบ้าง เจออะไรในห้องคุณแม่บ้านไหม?”

พอหันกลับมาเห็นจารุณีลุกฟึ่บจ้องหน้าถามว่า กรรณาไปค้นอะไรในห้องตน จับไหล่ก๊องเขย่าถามจนก๊องต้องบอกว่า กรรณาสงสัยว่าเธอเป็นฆาตกรฆ่าพิมอร

“นายก็สงสัยด้วยใช่ไหม หน้าอย่างฉันนี่เหี้ยมโหดขนาดเป็นฆาตกรฆ่าคุณผู้หญิงได้รึไง!”

ก๊องบอกว่าตนไม่ได้สงสัยแต่เป็นลูกน้องเขา ลูกพี่ว่ายังไงก็ต้องว่าตาม อีกอย่างมันยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานยังไม่ใช่ข้อสรุป จารุณีถามว่าอะไรทำให้มีข้อสันนิษฐานอย่างนั้น!

“เอ่อ...คือ พี่กรรเคยเห็นคุณแม่บ้านแอบออกมาจากห้องคุณพิมอร ท่าทางลับๆล่อๆ”

“อยากรู้นักใช่ไหม...ว่าฉันเข้าไปทำไม...มา!” จารุณีพาก๊องไปที่ห้องนอนพิมอร ชี้ไปที่กำแพง มีโทรทัศน์โฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่ ข้างฝาติดโปสเตอร์ซีรีส์เกาหลีและพระเอกเกาหลีเต็มพรืด หนึ่งในนั้นมีปาร์คจุนจีด้วย แล้วเธอก็เล่าว่า...

“ทุกคืน ฉันจะต้องเอาซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ๆมา อัพเดทให้คุณผู้หญิงดู เราสองคนโตมาด้วยกัน มีนิสัย เหมือนกันอยู่อย่างเดียวคือติดละคร ดูละครหลังข่าวด้วย กันทุกวัน เราทะเลาะกันตลอด เพราะคุณพิมอรชอบนางเอก แต่ฉันเชียร์นางร้าย”

จารุณีเล่าว่า ดูละครกับพิมอรด้วยกันมาตั้งแต่อายุ 15 หัวเราะร้องไห้กับละครมาด้วยกัน จนพิมอรพูดในคืนหนึ่งว่า

“สัญญานะว่าถ้าเราคนใดคนหนึ่งเกิดเป็นอะไรขึ้นมา คนที่เหลือต้องมาเปิดซีรีส์เกาหลีให้ดูเหมือนเดิมนะ”

“ค่ะ...คุณพิม...สัญญา”

จารุณีเล่าไปร้องไห้ไปว่า เมื่อพิมอรจากไปแล้ว ตนก็ต้องทำตามสัญญา เอาละครเกาหลีมาเปิดให้ดูบางทีก็นั่งดูด้วยกัน ทำให้ตนรู้สึกว่าพิมอรยังไม่ได้จากไปไหน ก๊องถามหยั่งเชิงว่า ดูท่าทางสองคนผูกพันกันมาก

“เราโตมาด้วยกันนี่ เราเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้อง ถึงคุณพิมจะมีชีวิตที่ดีกว่าฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยอิจฉา โดยเฉพาะเรื่องที่คุณพิมได้แต่งงาน ฉันยังเป็นสาวโสด” ปากบอกว่าไม่เสียใจ แต่เสียงเล่าสะอื้นเบาๆ

ก๊องถามว่า แล้วทำไมเธอต้องขู่กรรณาด้วยว่า ถ้ามายุ่งกับแผนยุทธจะมีจุดจบเหมือนพิมอร เธอพูดเหมือนพิมอรไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ?

จารุณีบอกว่า ตนเชื่อว่าพิมอรคิดสั้น เพราะดูระยะ หลังดูเธอเครียดๆ ตนรู้ว่าเธอเครียดเรื่องความเจ้าชู้ของ แผนยุทธ

พูดแล้วมองหน้าก๊องตาเชื่อมบอกว่า ถ้าเจอคน แบบนี้ตนขออยู่เป็นโสดดีกว่า แต่ตนก็เชื่อว่าสักวันต้องเจอคนดีๆ ที่เป็นคู่ของตนจริงๆ มองหน้าก๊องพูดเคลิ้มว่า “แม้ว่าเขาจะเกิดมาช้าไปหน่อยก็ตาม”

ก๊องเสียววาบ! หาทางที่จะออกจากห้องนี้ อ้างว่า เกรงใจพิมอร แต่จารุณีตกสู่ภวังค์เสียแล้ว ไม่ยอมให้ ก๊องออกไป ทั้งยังแสดงอาการกระสันจนก๊องต้องหาทาง เอาตัวรอด

แต่ในภาวะที่คับขันนี่เอง ก๊องเจอสมุดบันทึกปกสีแดงเล่มหนึ่งวางคว่ำอยู่ในซอก ก๊องหยิบดูถึงกับขนลุกเพราะในหน้าแรก มีลายมือของพิมอรเซ็นกำกับอยู่!

ooooooo

กลับมาถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์กันอย่างโล่งใจที่มีไตรรัตน์ไปด้วย  ทำให้พงอินทร์เชื่อว่าพวกกรรณาไม่ได้เป็นขโมย แต่นั่งกันไม่ทันหายตื่นเต้น ก็มีเสียงกระดิ่งหน้าบ้านดังขึ้น

ก๊องวิ่งไปเห็นเป็นลีจองกุ๊กกับปาร์คจุนจีก็ชะงักกึก จำต้องพาเข้าบริษัททั้งที่ปิดแล้ว

ลีจองกุ๊กพาจุนจีมาขอให้ช่วยจุนจีด้วยเพราะถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปจุนจีทำงานไม่ได้แน่

กรรณาเล่นแง่ว่าเจ้าตัวเขาต้องการให้ช่วยหรือเปล่า ลีจองกุ๊กเสนอจะจ่ายค่าเหนื่อยให้เพิ่มอีกสามเท่า ก๊อง จอมงกเสนอเป็นสี่เท่า ลีจองกุ๊กตกลงทันที แต่กรรณามีข้อแม้เพิ่มว่า เรื่องนี้ต้องให้เจ้าตัวจุนจีไปเจรจากับ กรรัมภาเอง ถ้ากรรัมภาโอเคพวกตนก็โอเคด้วย แต่ถ้าเพื่อนไม่ พวกตนก็ไม่

แม้จุนจีจะเซ็งมากแต่ก็ไม่มีทางเลือก จำต้องไปคุยกับคู่ปรับเก่า กรรัมภาเล่นตัวจะไม่คุยด้วย จุนจีเสนอข้อแลกเปลี่ยน

“คุณช่วยผมเรื่องคุณย่า ผมไม่แจ้งความจับเรื่องอาการโรคจิตของคุณ”

กรรัมภาโต้ว่าเขาต่างหากที่เป็นโรคจิต หลอกด่าว่า พ่อแม่เขาก็ดี๊ดี ถ้าเขาได้ความเป็นสุภาพบุรุษจากคุณอาเกรียงไกรเพิ่มขึ้นอีกนิดก็คงจะดี จุนจีหาว่าเธอเอาชื่อพ่อมาล้อ อย่างเธอไม่มีทางรู้จักพ่อตนแน่

“ฉันไม่รู้จัก แต่พ่อฉันรู้จัก ไม่ได้อวดนะ แค่จะบอกว่าพ่อฉันเป็นไฮโซเจ้าของบริษัทนำเข้าสินค้าเครื่องสำอาง พูดชื่อปุ๊บคุณจะต้องร้องอ๋อ ส่วนพ่อคุณก็เป็นอดีตลูกไฮโซเหมือนกันอย่าบอกนะว่าไม่รู้”

“ไม่รู้”

“แต่ฉันรู้! พ่อฉันเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่คุณเป็นคนดี บูชาความรัก ไม่เห็นแก่เงินทองลาภยศ ฉันก็เลยเดาว่าคุณต้องเป็นคนดี แถมคุณยังสู้ชีวิต จากเด็กลูกครึ่งไทยเกาหลีไก่กามาเป็นซุปเปอร์สตาร์ฉันถึงถวายหัวเป็นแฟนคลับคุณ เพราะฉันชื่นชมในความขยัน อดทน ไม่ได้กรี๊ดแค่หน้าตา เพราะนั้นอย่ามาว่าฉันเป็นโรคจิตอีก”

จุนจีอึ้งที่กรรัมภารู้เรื่องของตนลึกขนาดนี้ ยอมที่จะไม่ว่าเธอเป็นโรคจิตอีก แต่อยากรู้ว่าคุณย่าตามรังควานตนทำไม กรรัมภาเล่นแง่ บอกว่าต้องไหว้ก่อนถึงจะยอมทำให้ จุนจีไหว้ทันทีอย่างหมดพิษสง

ooooooo

เมื่อกรรัมภาตกลงที่จะทำงานให้จุนจี เพื่อนๆทุกคนจึงตกลงด้วย ทั้งหมดเตรียมทำพิธีกันเดี๋ยวนั้นเลย โดยโทร.ตามสุคนธรสกับไตรรัตน์มาช่วยด้วย

พอเริ่มพิธี วิญญาณพิมพิลาสก็มาทันที เธอมาอย่างรุนแรง กระชากสายสิญจน์ขาด พัดผ้ายันต์ปลิว เจ้าที่เข้าขวางก็ถูกพุ่งชนจนกระเด็น ข้าวของตามทางที่เธอเดินผ่านแตกล้มต้นไม้หักโค่น ทั้งบ้านมีแต่เสียงโวยวาย จนจุนจีถามว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเข้ามาถึงที่ทำพิธี พิมพิลาสไปยืนอยู่ข้างหลังจุนจี กรรัมภาบอกจุนจีว่าคุณย่ายืนอยู่ข้างหลัง พลันพิมพิลาสก็พูดขึ้น

“ฉันต้องการความยุติธรรม หลานต้องช่วยย่า ย่าถูกฆาตกรรม ได้ยินไหม ย่าถูกฆาตกรรม!”

กรรัมภาเป็นคนถ่ายทอดให้จุนจีฟัง พิมพิลาสยังให้กรรัมภาบอกจุนจีว่า “ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าเขาจะเอาตัวฆาตกรที่ฆ่าฉันมารับโทษ” จุนจีติงว่าคุณย่าถูกงูกัดตายต่างหาก ทำให้พิมพิลาสฉุนพล่านแว่บไปมุมโน้นมุมนี้จนข้าวของแตกเกลื่อน ทำให้บรรดาสาวซิกซ์เซ้นส์ไม่ชอบใจที่มาทำข้าวของเสียหาย

สุคนธรสบอกเพื่อนๆให้จับมือกันและสงบนิ่งหลับตาแผ่เมตตา ครู่หนึ่งพิมพิลาสจึงสงบลง ชุดสีแดงที่ใส่ค่อยๆกลายเป็นสีเทาแทน แล้วเริ่มเล่าถึงวันที่ตนถูกฆาตกรรมว่า

“มีคนจงใจฆ่าฉัน มันจัดฉากหลอกให้ฉันมาถูกงูกัดที่นั่นเวลานั้น ฉันเห็นมัน...ไอ้ฆาตกร มันอยู่ที่นั่น มันยืนมองฉันขาดใจตายต่อหน้าต่อตามัน”

พิมพิลาสยังเล่าถึงความรู้สึกสุดท้ายก่อนสิ้นใจว่า ตนเห็นรองเท้าส้นสูงสีแดงสดก้าวเข้ามา ตนพยายามเงยขึ้นดูเห็นเป็นชุดคลุมโอเวอร์โค้ตแบบผู้หญิง แต่พอจะ มองหน้าเป็นจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นหันหลังเลยเห็นแค่เส้นผมยาวประบ่าเท่านั้น

จุนจีขอให้กรรณาช่วยอธิบายให้ฟัง กรรณาอธิบาย ว่าย่าเขามั่นใจว่าตัวเองถูกฆาตกรรมและย่าเขาอยากให้เขาช่วยสืบเอาตัวผู้หญิงคนนั้นมาลงโทษให้ได้ จุนจีตัดบทว่าจะให้ผู้จัดการทำบุญไปให้ แล้วต่างคนต่างอยู่ ตนคงทำให้ได้แค่นี้เท่านั้น

พิมพิลาสเสียใจอาละวาดทำก๊อกน้ำฝักบัวใน ห้องน้ำทุกห้องเปิดไหลซู่ซ่า ลีจองกุ๊กกลัวจนทนไม่ไหวจะหนีออกจากบ้าน ถูกเจ้าที่ปิดประตูขังไว้เพื่อให้จุนจีกับกรรัมภาได้คุยกัน

กรรัมภาหว่านล้อมจุนจีให้ตระหนักว่าพิมพิลาสเป็นย่าของเขา จุนจีบอกว่าตนไม่อาจทำดีให้กับคนที่ทำร้ายจิตใจพ่อแม่ตนได้

“สุดท้ายคุณก็ไม่ต่างจากย่าคุณเอง ที่ปล่อยให้ความชิงชังความเห็นแก่ตัวเข้าครอบงำ แล้วอ้างว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูกต้องสมควรแล้ว สิ่งที่คนอื่นทำน่ะผิด” จุนจีไม่พอใจถามว่าเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าตน แต่กรรัมภาไม่กลัวพูดแทงใจดำว่า “ลึกๆ คุณก็รู้ว่าวิญญาณคุณย่าตามคุณอยู่แต่คุณเลือกที่จะไม่เชื่อ เพราะคุณเกลียดเขา”

จุนจีนิ่งที่ถูกพูดแทงใจดำ กรรัมภาอ่านใจเขาออก เปรียบเทียบให้ฟังวัดใจเขาว่า

“ถ้าเป็นฉัน ฉันรู้ว่าใครก็ตามไม่ได้ตายธรรมดา แต่ถูกฆาตกรรม ไม่ต้องมารู้จักกันเป็นการส่วนตัว ถ้าฉันช่วยคลี่คลายคดีได้ ฉันก็จะช่วย แต่ผู้หญิงคนนี้ คือคุณย่า แม่ของพ่อคุณเอง จุนจี...อดีตคืออดีต คุณจะอยู่กับความแค้นในอดีตไปเพื่ออะไร สุดท้ายคนที่เป็นทุกข์ก็คือตัวคุณเอง เหมือนที่ย่าคุณเคยเป็นและยังคงเป็นอยู่”

ความตึงเครียดของจุนจีค่อยๆ คลายลง เป็นจังหวะที่ณัฐเดชขับรถเข้ามาพอดีมีหมอวรวรรธนั่งรถมาด้วย ณัฐเดชบอกว่า คุณป๋องผู้กำกับบอกว่าจุนจีอยู่ที่นี่ ตนเป็นพี่ชายของเนตรสิตางศุ์มาเพื่อขอความช่วยเหลือจากน้องๆ ที่ซิกซ์เซ้นส์เพื่อคลี่คลายคดีของคุณย่าเขา หมอวรวรรธเสริมว่า เวลานี้เรามีคดีที่จะแจ้งให้ทราบด้วย

คดีที่ว่านี้คือ การตายของพิสมรแม่บ้านคนสนิทของพิมพิลาส พบตายในรถแท็กซี่ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บแต่มือเกร็งทั้งสองข้าง

ลีจองกุ๊กจำได้ว่า เมื่อสามวันก่อนป้าพิสมรโทร.ขอคุยกับจุนจีเพราะมีเรื่องด่วนมาก บอกว่าจะมาหาแล้วไม่มา หมอวรวรรธคาดว่าเป็นไปได้ที่พิสมรเสียชีวิตในเวลานั้น

“ถ้าสมมติว่าคุณย่าของคุณถูกฆาตกรรม ก็เป็นไปได้ว่าป้าพิสมรอาจถูกฆาตกรรมด้วย ในฐานะที่เป็นคนสนิทและเป็นคนเดียวที่ยืนกรานว่าสาเหตุการเสียชีวิตของคุณพิมพิลาสไม่ใช่อุบัติเหตุ” ณัฐเดชวิเคราะห์ แล้วขอดูโทรศัพท์ของลีจองกุ๊กเพื่อดูเวลาที่พิสมรโทร.หาเขาเพราะมันคือหลักฐานพยานอันหนึ่งที่จะช่วยพวกตนได้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเหตุผลตลอดจนการพยายามหว่านล้อมของกรรัมภา ทำให้จุนจีตัดสินใจไม่อาจนิ่งเฉยดูดายต่อไปได้แล้ว เป็นฝ่ายเสนอขึ้นว่า

“ตำรวจสืบในส่วนของตำรวจ ผมก็สืบในส่วนของผม ส่วนคุณแก้ม คุณก็ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของผมด้วย”

กรรณาเป็นห่วงเพื่อน ดึงกรรัมภาไปเตือนว่า พิสมรตายเพราะพยายามช่วยคลี่คลายคดีพิมพิลาส เธอไปยุ่งเกี่ยวด้วยเกรงจะได้รับอันตราย เนตรสิตางศุ์ก็บอกให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกผู้ชายดีกว่า แต่กรรัมภาบอกเพื่อนๆว่าจุนจีไม่มีใครแล้วเขากำลังขวัญเสีย โดดเดี่ยวและอ่อนแอมาก แล้วจะให้ตนทอดทิ้งเขาในสภาพนี้ได้อย่างไร

“คุณแก้ม...คุณคิดว่าผมควรจะทำอะไรต่อไปดี” จุนจีดึงมือกรรัมภาไปกุมมองอย่างเว้าวอน กรรัมภาตกตะลึงพอนึกได้ก็บอกว่า ตนต้องไปที่บ้านคุณย่า ทำเอาเพื่อนๆตกใจ

ooooooo

เนตรสิตางศุ์เริ่มรู้สึกมากขึ้นทุกทีว่า นับแต่ณัฐเดชหวนไปคบกับสุพิชชา เขาเปลี่ยนไปมาก มีความลับทำอะไรก็มีเลศนัยได้แต่เก็บความรู้สึกไว้อย่างไม่พอใจนัก

เช้านี้เนตรสิตางศุ์ทำอาหารให้ณัฐเดชทาน แต่พอได้รับโทรศัพท์จากสุพิชชา เขาก็รีบออกไปอ้างว่ามีงานด่วน เนตรสิตางศุ์มองอย่างรู้ทัน แต่ไม่พูด

ณัฐเดชไปหาสุพิชชาที่ร้านอาหารตามนัด แต่ติณห์โทร.เข้ามือถือเขาเสียก่อน ปรึกษาว่าอยากให้สืบประวัติของคนคนหนึ่ง แต่รูปที่ถ่ายเบลอๆ เบี้ยวๆ ทั้งๆ ที่เวลาถ่ายภาพคมชัดเพราะใช้กล้องอย่างดี ณัฐเดชบอกว่าขอลายนิ้วมือก็ได้

ขณะณัฐเดชคุยโทรศัพท์กับติณห์นั้น สุพิชชาเดินออกมาตัดพ้อต่อว่าที่เขามาช้า เสียงเข้าไปในโทรศัพท์เลยถูกติณห์แซวว่ามีเดตกับผู้หญิงด้วย ญาณินแซวแทรกเข้ามาด้วยอีกคน ณัฐเดชเลยตัดบทว่า

“ไม่ต้องพูดมาก ถ้าจะให้ฉันช่วยก็ไปเอารูปถ่ายหรือรอยนิ้วมือมาให้ได้แล้วค่อยโทร.หาฉัน” พูดจบตัดสายหันไปยิ้มกับสุพิชชาที่ยืนงอนอยู่ เธอใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนออดอ้อน อ่อนแอ จนณัฐเดชที่ยังรักเธออยู่ ยิ่งสงสารและดูแลเธออย่างใกล้ชิดทะนุถนอมราวไข่ในหิน!

ฝ่ายติณห์กลับไปถึงรีสอร์ตก็รีบทำความสะอาดโทรศัพท์ แก้วน้ำ เตรียมเก็บลายนิ้วมือของเบญจาตามที่ณัฐเดชต้องการ แล้วติณห์ก็แกล้งทำเป็นป่วย ให้เบญจาไปเอาน้ำให้ดื่มแต่แผนไม่สำเร็จเพราะเบญจารู้ทันแกล้งทำแก้วน้ำตกแตก และเมื่อให้โทร.เรียกรถพยาบาล เบญจาก็ใช้มือถือของตัวเอง

แต่เบญจาก็พลาดท่า ขณะคุยโทรศัพท์เธอเดินไปจับลูกบิดเปิดประตูออกไปนอกบ้านเพื่อเอาไม้กวาดมากวาดเศษแก้วที่เธอแกล้งทำตกแตก

ติณห์ถอดลูกบิดประตูส่งไปให้ณัฐเดชพิสูจน์ลายนิ้วมือทันที

ooooooo

ส่วนกรรัมภา นัดกับจุนจีเพื่อไปดูบ้านคุณย่าของเขา ระหว่างทางจุนจีถามว่า

“สรุปว่าพวกคุณแต่ละคนมีความสามารถพิเศษแตกต่างกันไป แล้วตัวคุณเองล่ะ มีความสามารถพิเศษอะไร”

“ฉัน...มือของฉันสามารถรู้อดีตได้จากการสัมผัส” จุนจีฟังแล้วหัวเราะขำๆ กรรัมภาเลยทำให้ดูเพียงเอามือสัมผัสเขาก็บอกได้ว่า เขาเคยยืดกระดูกให้สูงขึ้นก่อนเอาโครงเหล็กมายึดติดกับขาเพื่อยืด จับโกหกเขาว่า “ไหนนายเคยให้สัมภาษณ์ว่าที่ตัวสูงก็เพราะชอบเล่นบาสมาก งั้นที่นายไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ดื่มนมเพิ่มความสูงก็โกหกซิ”

ลีจองกุ๊กตกใจรีบบอกกรรัมภาหยุดพูดเพราะนี่เป็นความลับสุดยอด แต่ตัวลีจองกุ๊กเองก็ถูกจับได้ว่าผ่านการร้อยไหมที่หน้ามา การสัมผัสที่ทำให้รู้ถึงอดีตของ
กรรัมภา ทำให้สองหนุ่มทั้งทึ่งทั้งกลัวเธอจะจับเท็จอะไรพวกตนได้อีก

แต่ที่ทำให้วุ่นวายจนต้องหนีกันแบบตัวใครตัวมัน คือถูกเป้ยนางเอกที่เล่นละครคู่กับจุนจีตามหึง พอรู้ว่ากรรัมภานั่งรถตู้มากับจุนจี ก็ระดมแฟนคลับมาดักหมายจับผู้หญิงที่จุนจีซ่อนไว้ในรถ จนจุนจีต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากับลีจองกุ๊กปลอมตัวหนีออกไปจากรถตู้พร้อมกรรัมภา

แต่เป้ยจับได้ว่าจุนจีปลอมเป็นลีจองกุ๊กหนีไปอีกทาง ตะโกนให้แฟนคลับไล่ตามไป ลีจองกุ๊กที่ปลอมเป็นจุนจียืนเด๋อไม่มีใครสนใจ มองตามแฟนคลับภาวนา... “ขอให้รอดตายนะจุนจี...”

กรรัมภาวิ่งไม่ไหว จุนจีจึงต้องแบกวิ่งไปจนเจอรถกระบะมีผ้าใบคลุม กรรัมภาบอกให้มุดเข้าไปแล้วถอดรองเท้าจุนจีข้างหนึ่งขว้างออกไปนอกรถ หลอกให้เป้ยกับแฟนคลับหลงไปตามหาจุนจีแถวที่พบรองเท้าของเขา ไม่นานรถกระบะคันนั้นก็เคลื่อนออกไป จุนจีถามว่ารถจะพาเราไปไหน

“เขาคงไปไม่ไกลหรอก เดี๋ยวรถติดไฟแดงเราค่อยแอบลงก็ได้” กรรัมภาตอบอย่างใจเย็น

ooooooo

เนตรสิตางศุ์งอนณัฐเดชที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากกลับไปคบกับสุพิชชา ณัฐเดชมาตามให้กลับบ้าน ก็ไม่ยอมกลับ ณัฐเดชพยายามพูดให้เห็นถึงความน่าสงสารของสุพิชชาที่นอกจากพ่อตายแล้วยังถูกหุ้นส่วนโกงโรงพยาบาลไปด้วย กระทั่งตำหนิทั้งเนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธว่า

“แกสองคนเห็นแก่ตัวมาก แกอยากมีความสุขกันสองคนโดยทนดูฉันมีความทุกข์ได้ ตอนนั้นแกบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่า ถ้าฉันรักพีชเรื่องอื่นก็ไม่สำคัญ น้องหนู...น้องช่วยผีที่ตกทุกข์ได้ยากได้ แต่กับคนกันเอง น้องกลับใจดำแบบนี้” พูดแล้วมองคนอื่นๆ “พี่หวังว่า ทุกๆคนจะมีเมตตาพีช ช่วยให้พีชหายจากอาการโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ แล้วพูดกับเนตรแทนพี่”

เนตรสิตางศุ์ถามเพื่อนๆ อย่างขอความเห็นใจว่าเห็นไหมว่าเรื่องของตนมันยากแค่ไหน ณัฐเดชขัดขึ้นทันทีว่า

“ไม่ยาก ก็แค่...รับพีชมาเป็นเพื่อนในกลุ่มอีกคน”

“เป็นเพื่อน!!” สุคนธรสกับกรรณาอุทานพร้อมกัน กลายเป็นเรื่องหนักใจของทั้งสองไปด้วย

ก๊องกับเจ้าที่สังเกตการณ์อยู่ ก๊องปรารภกับเจ้าที่ว่า

“ลุงว่ามันแปลกๆ ไหม แรกเริ่มคุณพีชเป็นแฟนพี่ณัฐ แล้วทิ้งพี่ณัฐไปหาหมอวรรธ แล้วทิ้งหมอวรรธไปหาคนอื่น แล้วทิ้งคนอื่นกลับมาหาหมอวรรธ แล้วถูกหมอวรรธทิ้งไปหาเนตร แล้วคุณพีชก็กลับไปหาพี่ณัฐ”

“แล้วสุดท้าย สุพิชชาก็กลับมาหาเราทุกคน” เจ้าที่พูดต่อให้ แล้วมองหน้ากันสยอง

ooooooo

ผลการตรวจลายนิ้วมือของเบญจาออกมาแล้ว ณัฐเดชส่งไปให้ติณห์กับญาณินทางไอแพด ทั้งสองเปิดดูพลางโทร.คุยกับณัฐเดช

ติณห์งงที่ณัฐเดชส่งรูปนักโทษมาให้ตน ถามว่าเกี่ยวอะไรกับรอยนิ้วมือของเบญจา

“ก็นี่แหละ ผลการตรวจรอยนิ้วมือที่แกส่งมาแต่ละนิ้วเป็นของคนพวกนี้ แต่ละคน” ญาณินถามว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า “พี่ให้เขารีเช็กแล้วหลายรอบ ผลที่อยู่ในมือณินไม่ผิดแน่” ญาณินถามว่ามันเป็นไปได้ยังไง

ณัฐเดชอธิบายว่า อาชญากรทั้ง 5 คนนั้นเป็นฆาตกรโรคจิตเหมือนกันและถูกตัดสินประหารชีวิตเหมือนกัน และทั้ง 5 คนก็ชิงฆ่าตัวตายในคุกเหมือนกันด้วย แล้วแนะนำติณห์กับญาณินด้วยความเป็นห่วงว่า

“ควรอยู่ห่างๆ ผู้หญิงคนที่ชื่อเบญจาเอาไว้”

สิ้นเสียงณัฐเดช ก็มีอีกาบินมาเฉี่ยวไอแพดล้มลง ญาณินมองอีกาสงสัยว่ามาได้ยังไง ติณห์ร้อนใจถามว่าตอนนี้เบญจาอยู่ไหน แล้วพากันรีบวิ่งไปที่เรือนรับรอง

มิรันตีอยากนั่งรถกอล์ฟสำรวจบริเวณรีสอร์ตโดยรอบ เบญจามองมิรันตีแววตาแข็งทื่อ แต่พอติณห์กับญาณินวิ่งมาถึง เบญจาปรับสีหน้าแววตาเป็นไร้เดียงสาทันที

ติณห์วิ่งไปขวางไม่ให้เบญจาอยู่ใกล้มิรันตี บอกมิรันตีให้กลับบ้านไปก่อนฝากป้าออให้ดูแลแม่ให้ด้วย เพราะตนมีเรื่องจะต้องคุยกับเบญจา

ooooooo

เบญจาหน้าตาตื่นตระหนก ยิ่งเมื่อติณห์กับญาณินซักไซ้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าเธอเป็นใคร มาจากไหนและต้องการอะไร!?

“หนูจำไม่ได้ค่ะพี่ติณห์” เบญจาทำหน้าใสซื่อ แต่เต็มไปด้วยลีลาเจ้าเล่ห์ที่จะหลอกล่อข้อมูลจากติณห์ว่าเขาไปรู้อะไรมาจากไหน

เบญจาไม่เพียงไม่ตอบคำถาม อ้างว่าจำไม่ได้หากแต่ยังยอกย้อนเพื่อล้วงความลับและเจตนาของติณห์กับญาณินด้วย จนติณห์ไล่เธอออกไปจากรีสอร์ต เบญจาก็ยังยิ้มใสซื่อแต่แววตาแข็งทื่อจนคุณหลวงกับกุมาริกาไม่สบายใจ

มิรันตีไม่ยอมกลับบ้าน แต่ย้อนกลับมาปกป้องเบญจา เห็นติณห์แข็งกร้าวกับเบญจาก็เข้าขวางถามว่าเบญจาทำผิดอะไร ญาณินบอกมิรันตีว่าต่อไปนี้ต้องอยู่ห่างเบญจาให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของตัวเองมิรันตีถามว่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจ หันมองติณห์อย่างไม่พอใจที่ลากเบญจาถูลู่ถูกังออกไป

ติณห์พาเบญจาไปส่งที่สถานีตำรวจ แจ้งว่าเธอถูกรถชนและจำอะไรไม่ได้ ตนดูแลมาระยะหนึ่งแล้วให้ตำรวจช่วยตามหาญาติหรือไม่ก็พาไปอยู่สถานสงเคราะห์ต่อไป

พอติณห์กลับไป ตำรวจที่รับแจ้งไว้เริ่มสอบถามประวัติเบญจา แต่เพียงสบตาเบญจา ดวงตาของตำรวจนายนั้นก็กลายเป็นว่างเปล่าไปทันที ตำรวจอีกคนมาถามงานที่ค้างกันอยู่ เห็นท่าทางเพื่อนผิดปกติ เขามองเบญจาถามว่าเพื่อนตนเป็นอะไร แต่พอสบตาเบญจาเท่านั้น ดวงตาของตำรวจนายนั้นก็ว่างเปล่าไปอีกคน

ระหว่างติณห์ขับรถกลับรีสอร์ตกับญาณินนั้น เขาบอกว่าเธอไม่ต้องพูดอะไร ตนจะเป็นคนตอบคำถามมิรันตีเอง

แต่พอกลับรีสอร์ต ติณห์กับญาณินตะลึงงันเมื่อเห็นเบญจากำลังบีบนวดให้มิรันตีอยู่ ซ้ำพอเดินใกล้เข้าไปมิรันตียังสั่งให้หยุดแค่นี้ไม่ต้องเข้าใกล้อีก สั่งเด็ดขาดว่า

“ฟังให้ดีนะ ตั้งแต่นี้ต่อไป ฉันจะให้เบญจามาดูแลรับใช้ฉันส่วนตัว ห้ามใครแตะต้องเบญจาอีก โดยเฉพาะเธอ ยัยยิปซีจอมวางแผน! ไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน” พูดแล้วมิรันตีหลับตาให้เบญจานวดต่อไป

“นี่มันจะเป็นสัญญาณของหายนะในที่ดินอาณาเขตของฉันอีกหรือเปล่าเนี่ย” คุณหลวงพึมพำ

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณตาว่ามา โกลเด้นเบบี้บอกได้คำเดียวว่า งานนี้เราเจอของจริง!”

ooooooo

หลังจากจุนจีหนีไปกับกรรัมภาแล้ว ลีจองกุ๊กคิดว่าคงพากันกลับมาที่ซิกซ์เซ้นส์ คืนนี้จึงมาหา พอรู้ว่าทั้งสองยังไม่กลับก็ตกใจจนเซจะเป็นลมเพราะทั้งสองคนลืมมือถือไว้ในรถไม่มีทางติดต่อกันได้เลย

“ถ้าจุนจีเป็นอะไรไป ทางค่ายต้องไม่เอาผมไว้แน่ๆ เกาหลีต้องประณามผม”

ฝ่ายจุนจีกับกรรัมภาซ่อนอยู่ในรถกระบะจนไปถึงอัมพวา กว่าจะเคลียร์กับคนขับรถได้ก็เล่นเอาเหนื่อย แต่เพราะกรรัมภาถอดรองเท้าจุนจีขว้างไปลวงพวกแฟนคลับให้ตามผิดทาง จุนจีจึงเหลือรองเท้าข้างเดียว เขาเดินกะเผลกๆเจ็บเท้ามากนึกโมโหเลยจับกรรัมภาถอดรองเท้าทิ้งไปข้างหนึ่งบ้างเพื่อจะได้เจ็บเท้าเหมือนๆกัน

ทั้งคู่เดินกันไปโต้เถียงและแกล้งกันไป จนถึงตลาดน้ำอัมพวา ปาร์คจุนจีตื่นเต้นมาก ลากกรรัมภาไปดูที่เขาขายของกินกัน แต่นึกได้ว่าใส่รองเท้าข้างเดียวทั้งสองคน เกรงจะเป็นตัวประหลาดให้คนสนใจ เลยแวะไปซื้อรองเท้าคู่ละ 99 บาทใส่กัน กรรัมภายังกลัวคนจำจุนจีได้ เลยคว้าหมวกหัวสัตว์ให้เขาใส่ หยิบแว่นให้ใส่ด้วย จุนจีนึกสนุกหยิบหมวกหัวลิงใส่ให้กรรัมภาแล้วหัวเราะชอบใจ

เมื่อต้องจ่ายเงิน ปรากฏว่ากระเป๋าเงินจุนจีหาย กรรัมภาเอากระเป๋าสะพายขึ้นมาแกว่งเย้ย ขู่ว่า

“เพราะฉะนั้น...ต่อจากนี้ อย่ามาหือกับฉัน ทำตามที่ฉันบอก ไม่งั้นจะปล่อยทิ้งให้อดอยู่ที่นี่...”

เมื่อจัดการตัวเองกันเรียบร้อยแล้ว กรรัมภาโทร.ไปที่บริษัท ทุกคนยังรอฟังข่าวอยู่อย่างเป็นห่วง พอรู้ว่าทั้งสองสบายดีก็ดีใจ โดยเฉพาะลีจองกุ๊กถอนใจเหมือนรอดตาย

“โทษทีนะที่โทร.มาช้า คุณจุนจีอยู่กับฉัน ทุกอย่างโอเค บอกคุณจองกุ๊กไม่ต้องเป็นห่วง จะดูแลให้อย่างดี แบบจงอางหวงไข่ แม่ไก่กกไข่ มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม” กรรัมภาบรรยายเสียงจนเนตรสิตางศุ์หัวเราะคิกๆ...

ทั้งสองมัวแต่ไต่ถามกัน พอกรรัมภาหันมาอีกที จุนจีหายไปแล้ว กรรัมภารีบวางสายออกตามหาจุนจี เวลายิ่งผ่านก็ยิ่งร้อนใจ จนแทบจะร้องไห้ บ่นอย่างเป็นห่วงว่าถนนก็ไม่รู้จัก เงินก็ไม่มี กลับบ้านไม่ถูก ไม่มีข้าวกินต้องแย่แน่ๆ

ที่แท้ จุนจีไปนั่งยองๆดูคนกินก๋วยเตี๋ยวเรือกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ

กรรัมภาตรงดิ่งไปดึงหูจุนจีลากออกมา โมโหที่ทำให้ตกใจจนร้องไห้ ประกาศจะเลิกเป็นแฟนคลับเขาไปตลอดชีวิต จะเผารูปเผาซีดีข้าวของเกี่ยวกับเขาที่สะสมไว้เป็นห้องให้หมด

จุนจีเห็นน้ำตากรรัมภาก็อึ้ง พูดเสียงอ่อนอ้อน...

“คุณเลิกเป็นแฟนคลับผมไม่ได้หรอก ผมกลาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณไปแล้ว”

กรรัมภายังแง่งอน จนจุนจีบอกว่าตนหิวมากเพราะยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย นี่ก็เย็นแล้ว กรรัมภาจึงสั่งก๋วยเตี๋ยวเรือสองชาม คนขายบอกว่าเหลือชามเดียว เธอถามจุนจีว่าจะกินไหม เขาบอกว่ากินอาหารไทยไม่เป็น

“ไม่เอาแน่นะ งั้นฉันกินก่อน” แล้วหันไปสั่งลุงคนขายบอกว่าจะกินปิดร้านให้เอง พอได้ก็นั่งโซ้ยอย่างเอร็ดอร่อย

“เอ่อ...คุณ...ผมอยากกินเนื้อย่างแบบเกาหลีน่ะ” จุนจีท้องร้องจ๊อกๆ

“นี่ตลาดน้ำนะคุณ มีแต่อาหารไทยๆ ใครจะพายเรือขายอาหารเกาหลี รอฉันอิ่มแล้วพาไปหากินอย่างอื่นแล้วกัน”

ปรากฏว่า จุนจีเห็นกรรัมภากินอร่อยจนทนไม่ได้แย่งไปกินบ้าง จุนจีกินเอ๊า...กินเอา จนกรรัมภาต้องเบรกว่าเหลือให้ตนกินมั่ง เลยกลายเป็นสองคนแย่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือชามเดียวเป็นที่สนุกสนาน

ooooooo

ที่บ้าน ณ เวียงทับ...

ก๊องทำลับๆล่อๆ เรียกกรรณาให้ตามตนมา แล้วพาย่องไปที่ห้องพิมอร บอกกรรณาว่าตนมีทีเด็ดให้เข้าไปที่ซอกวางทีวีควานหาอะไรบางอย่าง พอเจอก็ตาโตบอกว่ายังอยู่

มันคือสมุดไดอารี่ปกสีแดงที่วันนั้นก๊องเจอแล้วแต่ไม่กล้าเอาออกไปกลัวจารุณีจับได้ วันนี้จึงพากรรณามาดู กรรณาดีใจมากชมเปาะว่า

“สุดยอดน้องชายของพี่ สมุดเล่มนี้จะต้องมีอะไรที่เป็นเบาะแสเกี่ยวกับฆาตกรแน่ๆ ไปๆไปก่อนที่จะมีคนมา”

แต่พอเปิดประตูก็เจอพงอินทร์ยืนขวาง เขาเห็นไดอารี่ก็ดึงไปทันทีบอกว่านี่เป็นของพี่พิม กรรณาโวยวายว่าถ้าอยากให้ตนช่วยพี่สาวเขาก็ให้คืนมา พงอินทร์ไม่ไว้ใจเพราะคิดว่าเธอทำงานให้แผนยุทธ ยืนยื้อแย่งกันอยู่ จนพงอินทร์แกล้งทัก “พี่แผน สวัสดีครับ” กรรณาหันมอง พอหันกลับอีกทีพงอินทร์ก็หายไปแล้ว เธอได้แต่ยืนเจ็บใจ

กรรณากลับไปนอนลืมตาโพลงในห้องนอน พลันก็เด้งขึ้นมาอย่างหงุดหงิด บอกตัวเองว่า

“ฉันต้องเอาไดอารี่คุณพิมอรมาให้ได้!! ฉันต้องปิดเคสนี้ให้สำเร็จ ไม่ให้น้อยหน้ายัยเจ๊ ยัยรส ยัยเนตรเด็ดขาด ตายเป็นตาย!!”

กรรณาตัดสินใจย่องไปที่ห้องนอนพงอินทร์ เขาไม่ได้ล็อกประตู เข้าไปเห็นเขานอนหลับอยู่ที่โซฟามีสมุดไดอารี่วางอยู่บนอกแบบเปิดอ่านจนหลับไป กรรณาย่องเข้าไปหยิบเบาๆ เขาลืมตาคว้าหมับ เกิดแย่งกันจนล้มทับกรรณาแต่เธอก็ยังจับไดอารี่ไว้แน่น แต่สุดท้ายเขาก็ยอมให้ เมื่อเธอบอกเขาว่า

“นายมีไดอารี่ไปก็เปล่าประโยชน์ แต่ฉันต่างหากที่จะช่วยได้ การจะสืบให้รู้ว่าวิญญาณปากเสียที่ตามพี่เขยคุณคือใคร มันก็ต้องควบคู่ไปกับการสืบเรื่องการตายของพี่สาวนายนั่นแหละ”

พงอินทร์เสนอให้มาทำงานกับตน พอกรรณาปฏิเสธเขาก็ไม่ให้อ่านไดอารี่ เธอกลับลำทันทีว่า

“ตกลง ทำก็ทำ ฉันรับงานคุณนั่งลง เดี๋ยวฉันอ่านให้ฟัง”

พงอินทร์ยังไม่ยอมปล่อยไดอารี่จากมือกรรณาทำเป็นไม่สนใจ แต่พอเขาเผลอก็เตะผ่าหมากจนพงอินทร์ลงไปนั่งจุก เธอคว้าไดอารี่ไปสั่ง

“นั่งลง!! ฉันจะอ่านให้นายฟังเอง” ว่าแล้วไปนั่งโซฟา ปล่อยให้พงอินทร์นั่งกุมเป้าจุกอยู่ที่พื้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 15:11 น.