ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่รีสอร์ตติณห์ ทุกคนอกสั่นขวัญแขวนกับซอมบี้ทหารญี่ปุ่นและเชลยศึกต่างชาติสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พวกมันกำลังดาหน้าเข้ามาช้าๆ แต่น่าสยอง!

กุมาริการ้องบอกคุณหลวงว่าผีมันมาเป็นฝูงเลย ติณห์ถามคุณหลวงว่าจะทำยังไงดี คุณหลวงบอกว่าผีอย่างตนนี่แหละจะหยุดมันเอง ติณห์บอกให้ทุกคนกลับเข้าไปในบ้านก่อน ร้องบอกคุณหลวงให้ระวังตัวด้วย

“ไม่ต้องห่วง...เข้าไปเลย” คุณหลวงยืนปักหลักถือไม้เท้ารอรับซอมบี้ มีกุมาริกายืนวางก้ามอยู่เคียงข้างพวกญาณินวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วก็ช่วยกันเลื่อนเก้าอี้โต๊ะตั่งมาดันประตูไว้

“นี่มันซอมบี้ เหมือนในหนังฝรั่ง มันคือศพเดินได้ ต้องมีใครใช้อาคมประเภทผีดิบวูดูปลุกผีพวกนี้ขึ้นมาจากหลุมศพแน่” ญาณินคาดการณ์

“อาคมแบบหมอผีแอฟริกันด้วย ผมเคยดู มันมี 2 แบบนะ ซอมบี้แบบหมอผีวูดูปลุกมา กับแบบมีเชื้อไวรัสที่พอมันกัดเรา เราก็จะติดเชื้อกลายเป็นพวกมันไปด้วย แต่ไอ้พวกนี้มันคือแบบไหน” ติณห์คิดหนักหาทางที่จะกำจัดซอมบี้ให้ได้ผล

ป้าออถามว่าใช้ไสยศาสตร์แบบไทยหรือพระพุทธคุณได้หรือเปล่าก็ไม่รู้? ญาณินได้แต่หวังว่าคุณหลวงกับกุมาริกาจะเอาอยู่

“แล้ว...มันไปทำอะไรแม่ผมหรือเปล่าเนี่ย” ติณห์เป็นห่วงมิรันตีขึ้นมา

มิรันตีอยู่ในห้องนอน กำลังประโคมครีมก่อนนอนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทาครีมไปบ่นไปว่า รีสอร์ตกลางหุบ เขาช่างเงียบเหงาเสียจริง ไม่คึกคักศิวิไลซ์ ไม่มีผับโก้ๆให้นั่งดื่มนั่งดริ๊งก์ได้ทั้งคืน แต่ก็พยายามทำใจเมื่อนึกถึงว่า...

“ถ้าไม่ใช่เพราะทรัพย์สมบัติทั้งหมดมันสมควรเป็นของฉันละก็...ฉันไม่มีวันจะมาลำบากลำบนอยู่ที่นี่เด็ดขาด...”

บ่นแล้วก็หาว เอนตัวนอนฟังเพลงซิมโฟนี่เบาๆจนหลับไปเปิดไฟโคมไว้ดวงเดียว...

ที่ใต้ประตูห้องนอน...มีหมอกควันลอยอ้อยอิ่งเข้ามาช้าๆ...ช้าๆ...

ooooooo

คุณหลวงกับกุมาริกายืนจังก้าต้านซอมบี้ที่เดินทื่อเข้ามา คุณหลวงใช้ไม้เท้าทั้งหวดทั้งฟาด แต่เหมือนมันไม่รู้สึกอะไรเลย กุมาริกากระโดดถีบ แต่ตัวเองกลับกระดอนออกมา

ขณะนั้นซอมบี้ 5 ตัวเหมือนได้รับคำสั่งจากกระแสจิต มันชะงักหันมองแล้วหันหลังแยกตัวเดินทื่อไปทางบ้านมิรันตี!

ติณห์เอาปืนสั้นสองกระบอกจากเป้ให้ญาณิน กระบอกหนึ่ง และป้าออกระบอกหนึ่ง ทั้งสองจับปืนเก้ๆกังๆ บอกว่ายิงปืนไม่เป็น ติณห์จึงสอนให้ ทันใดนั้นเองร่างคุณหลวงกับกุมาริกากลิ้งเข้ามา ติณห์ถามว่าโดนพวกมันอัดมาใช่ไหม

“ผีพวกนั้นไม่ใช่วิญญาณแบบฉันสองคน พวกมันมีเนื้อหนังมังสาเลือดเนื้อเหมือนกับคนแต่ไม่มีดวงจิต” คุณหลวงบอก ญาณินบอกว่าเมื่อซากศพพวกนี้ไร้จิต วิญญาณเราคงแผ่ส่วนกุศลไม่ได้ ป้าออฟังแล้วจะเป็นลม

ซอมบี้ยังเคลื่อนใกล้เข้ามาทุกทีจนมาถึงห้องที่พวกญาณินหลบกันอยู่ ญาณินยิงถูกแขนมันจนเนื้อกระจุยเลือดพุ่ง แต่พริบตาเดียวเลือดหยุดไหลแผลสมานอย่างเร็ว ซอมบี้เดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มีเครื่องรางของขลังอะไรงัดออกมาสู้กับมันเลยคุณณิน” ติณห์ร้องบอก

ญาณินเอาผ้ายันต์มาท่องคาถาเป่าแล้วโยนใส่มัน ผ้ายันต์ลอยไปแปะที่หน้าผากมันเกิดแสงเหลืองวาบขึ้นทำให้ผิวที่หน้าผากมันไหม้ แต่พอมันดึงผ้ายันต์ทิ้งทุกอย่างก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ญาณินเอาขวดน้ำมนต์ออกมาว่าคาถาแล้วซัดใส่ เนื้อที่ถูกน้ำมนต์เกิดเสียงฉ่าควันคลุ้งเหมือนถูกน้ำกรดกัดเนื้อ แต่มันกลับไม่รู้สึกอะไรอีกเหมือนกัน!

เมื่อเครื่องรางของขลังแม้กระทั่งลูกปืนทำอะไรซอมบี้พวกนั้นไม่ได้ ทุกคนจึงหันมาคว้าทุกอย่างมาแทนอาวุธ พยายามหาทางหนีออกไปจากห้องให้ได้ ติณห์ตัดสินใจพุ่งเข้าตะลุมบอนกับซอมบี้ตัวหนึ่งเปิดทางให้พวกญาณินหนีไป แต่พอหนีไปถึงพุ่มไม้ได้ยินเสียงแปลกๆ ทุกคนชะงักหยุดกึก

ปรากฏว่า เบญจาซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ บอกว่าตนได้ยินเสียงแปลกๆที่บ้านเลยจะมาตามติณห์ให้ไปเป็นเพื่อนคุณแม่ พอดีมาเจอผีพวกนี้เลยหลบอยู่หลังต้นไม้พักใหญ่แล้ว ติณห์กุมมือญาณินพาวิ่งไปบ้านมิรันตีมีป้าออวิ่งตามไปติดๆ ส่วนคุณหลวงกับกุมาริกาหายแว้บไปแล้ว

พอวิ่งออกมาจะพ้นรั้วบ้านหันมองเห็นซอมบี้เดินขวักไขว่อยู่ในบ้านเหมือนพยายามหาทั้งสามคนอยู่ และที่น่าแปลกคือ เบญจาหายไปแล้ว ญาณินเป็นห่วงกลัวเบญจาจะได้รับอันตราย ติณห์จึงย้อนกลับไปหา

“ระวังตัวด้วยนะคะ” ญาณินร้องเตือนแล้วพนมมือภาวนา “ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคุณติณห์ด้วย...”

เมื่อติณห์ไปแล้ว ญาณินโทร.หาสุคนธรสเพื่อขอคำแนะนำ เสียงโทรศัพท์ปลุกสุคนธรสที่สลบอยู่รู้สึกตัวขึ้นมา พอรับสายก็ถูกญาณินต่อว่าทันทีว่า ทำไมเพิ่งรับสาย เธอบอกว่าตนสลบไปเพราะถูกผีบ้านไตรรัตน์เล่นงาน ญาณินบอกว่าพวกตนถูกซอมบี้จากสุสานทหารผ่านศึกเล่นงาน ถามว่าหลวงลุงเคยสอนเธอไหมว่าจะปราบมันได้ยังไง เพราะเครื่องรางของขลังก็ทำอะไรมันไม่ได้

สุคนธรสบอกว่าตนเคยอ่านหนังสือรู้ว่าพวกผีดิบหรือแวมไพร์จะกลัวแสงแดด เดี๋ยวพระอาทิตย์ขึ้นพอเจอแสงแดดมันก็จะตายไปเอง ญาณินดูนาฬิกาบอกว่านี่เพิ่งจะเที่ยงคืน กว่าจะถึงเช้าพวกตนมิถูกมันกินหมดแล้วหรือ!

“ถ้างั้นแกก็ต้องหาอะไรที่เป็นไฟ ถึงจะฆ่าพวกมันได้”

“ไฟเหรอ? งั้นแค่นี้ก่อนนะฉันจะรีบหาดู” ญาณินวางสายรีบหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ooooooo

ติณห์ตามไปช่วยเบญจาเจอเธอหนีไปจนมุมกำลังจะถูกซอมบี้เล่นงาน พอเห็นติณห์เธอทำเป็นลมใส่เข่าอ่อน ติณห์คว้าตัวไปกอดไว้ เธอกอดติณห์ร้องไห้ตัวสั่น ติณห์บอกให้กอดเอวตนไว้แน่นๆแล้ววิ่งตามไป

วิ่งกลับมาถึงเจอญาณินกับป้าออกำลังถูกซอมบี้บีบคอ คุณหลวงดึงผมซอมบี้ที่คร่อมญาณินจนมันหน้าหงายกัดไม่ได้ กุมาริกาก็ช่วยดึงตัวที่จะกัดคอป้าออไว้ ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งเจาะเข้ากลางหน้าผากซอมบี้ที่คร่อมญาณินจนหงายหลัง ปรากฏว่ามันตายสนิท! ตัวที่คร่อมป้าออ หันมาจะเล่นงานติณห์

ติณห์จะยิงแต่ลูกปืนหมด คุณหลวงตะโกน “ไอ้ ติณห์...ลูกโม่ติดเลเซอร์” ติณห์รับปืนจากหลวงลุงยิงเปรี้ยงที่กลางหน้าผากซอมบี้ มันล้มทั้งยืน!

“ผมรู้แล้ว เราต้องเล็งที่หัวมันหรือทำลายระบบสมองที่สั่งการของมันจึงจะฆ่ามันได้” ติณห์พบจุดตายของซอมบี้ ญาณินจึงคว้าพลั่วใกล้มือฟาดไปที่หัวซอมบี้ที่จะเล่นงานป้าออ มันล้มกลิ้งนิ่งไปอีกตัว

เบญจามองสิ่งที่เกิดขึ้นหน้านิ่ง สีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ญาณินหันมาเห็นเบญจาเธอดีใจที่เบญจาไม่เป็นอะไร

“เบญจาก็เกือบไม่รอดอยู่แล้ว โชคดีที่พี่ติณห์ไปช่วยไว้ทัน ขอบคุณมากนะคะพี่ติณห์ที่ช่วยชีวิตเบญจาไว้ เบญจาจะไม่ลืมพระคุณเลยค่ะ” ไม่พูดเปล่ายังกุมมือติณห์ไว้แนบอก จนกุมาริกามองตาขวางหึงแทนญาณิน ส่วน ติณห์บอกเธอว่าไม่ต้องถือเป็นบุญคุณหรอกเธอปลอดภัยก็ดีแล้ว เขาดึงมือตัวเองออก เดินไปหาญาณินบอกว่าจะกลับไปช่วยมิรันตี

เป็นเวลาที่ซอมบี้ 5 ตัว ได้รับคำสั่ง “บุกเข้าไปจัด การมัน” มันไต่กำแพงตึกขึ้นไปที่ห้องนอนมิรันตีอย่างกระหายเลือด!

ooooooo

วางสายจากญาณินแล้ว สุคนธรสก็หันมาสนใจเรื่องวิญญาณที่บ้านไตรรัตน์จนลืมเรื่องซอมบี้ของญาณินไปสนิท

สุคนธรสตามกลิ่นวิญญาณไปถึงห้องหนึ่งที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อน แต่พอเธอจะเปิดเข้าไป ก็ถูกเจ๊หญิงมาขัดขวาง สั่งห้ามเธอมายุ่งกับห้องนี้เด็ดขาด พร้อมกับทวงกุญแจคืน เสี่ยจำเริญตามมาถึงก็เร่งให้สุคนธรสเอาไม้ค้ำยันไปให้ไตรรัตน์ พอสุคนธรสไปแล้ว เสี่ยตำหนิเจ๊ว่า “ทำไมต้องแรงกับหนูรสขนาดนั้น”

“บ้าจริงๆ ฉันอุตส่าห์ลืมไปแล้ว มาสะกิดต่อมให้ฉันคิดขึ้นมาอีกจนได้” เจ๊น้ำตาคลอ

“เธอเองนั่นแหละที่กลับไปคิดเรื่องเก่าๆ ก็ไหนว่าเราจะลืมเรื่องนี้แล้วไง เธอยังทำใจไม่ได้อีกเหรอ ไป... กลับห้องเถอะ ไปนอนพักจะร้องไห้ทำไม นิ่งซะนะ...นิ่งซะ” เสี่ยโอบเจ๊พาเดินไป

ที่ประตูห้องมีเสียงร้องไห้กระซิกๆของเด็กหญิงแว่วออกมาเบาๆ...

สุคนธรสเอาไม้ค้ำยันไปให้ไตรรัตน์ เล่าอย่างน้อยใจเสียใจที่ถูกเจ๊เกรี้ยวกราดใส่ ถามว่าในห้องนั้นมีอะไรหรือ ไตรรัตน์ไม่ยอมเล่า แต่พอสุคนธรสเดินอ้าวเข้าไปที่ห้องนั้นไตรรัตน์ตามไปทิ้งไม้ค้ำยันโผเข้ากอดเธอไว้แน่น

“ผมขอร้องล่ะ ออกไปจากห้องเสีย ผมไม่อยากเห็นห้องนี้” ไตรรัตน์ร้องไห้จนเธอรู้สึก ถามว่าร้องไห้ทำไม “อย่าถามได้ไหม ถ้าคุณรักผม ทำตามที่ผมขอร้องสักครั้งนะ ออกไปจากห้องนี้กันเถอะ” สุคนธรสจึงเก็บไม้ค้ำยันประคองเขาออก ไป ระหว่างนั้นไตรรัตน์ก้มหน้างุดไม่กล้าเงยมองอะไรเลย

ภายในห้องปรากฏร่างมัวๆของเด็กหญิงนั่งกอดตุ๊กตาร้องไห้อยู่บนเตียง...

ooooooo

ติณห์ไปถึงห้องมิรันตีเป็นจังหวะที่ซอมบี้กำลังจะบีบคอมิรันตีจากข้างหลังพอดี! เขาพุ่งเข้ากระชากซอมบี้ออกมาเกิดต่อสู้กันดุเดือดจนซอมบี้ตกจากระเบียงลงไปกองกับพื้น

ที่อีกมุมหนึ่งของบ้านติณห์ ญาณิน ป้าออ และเบญจายืนอยู่ด้วยกัน เบญจาเดินไปดูซากของซอมบี้ตัวที่ตกจากระเบียง ญาณินเตือนให้ระวังมันอาจฟื้นขึ้นมาทำร้ายเธอ แต่เบญจาก็ยังเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พริบตานั้นซอมบี้ลืมตาฟึ่บ เบญจาผงะล้มกระแทกพื้นซอมบี้ตัวนั้นลุกขึ้น แต่แทนที่จะเล่นงานเบญจาที่อยู่ใกล้กว่า มันกลับเดินดุ่มมาเล่นงานญาณิน!

คุณหลวงพุ่งเข้าสกัดร้องบอกญาณินให้รีบหนีไปเร็วๆ ญาณินจุดไฟเเช็กแล้วกดพ่นสเปรย์ผ่านไฟ เปลวไฟพุ่งเข่าหาซอมบี้ตัวนั้นจนไฟลุกท่วมตัว มันร้องลั่นถอยไปจนตกสระว่ายน้ำในบ้าน

ติณห์กับมิรันตีวิ่งมาถึงพอดี แต่แล้วเรื่องก็กลับเลวร้ายลงเมื่อมิรันตียังกล่าวโทษว่าญาณินเป็นคนจ้างคนมาเล่นละครเรื่องซอมบี้ ด่าติณห์ว่าโง่เง่าเอาแต่เชื่อญาณิน ไล่ให้ออกไปเลย ตนจะแจ้งความว่าญาณินเป็นจอมลวงโลก เป็นนักต้มตุ๋น!

“ไปเถอะคุณณิน...พูดไปก็ไม่มีประโยชน์” ติณห์เอ่ยอย่างอ่อนใจกับอคติของมิรันตี คุณหลวงที่ดูเหตุการณ์อยู่ พูดอย่างสมเพชลูกสาวว่า

“คนที่หลงตัวเองว่าฉลาดกว่าคนอื่นอย่าง แกมันก็คือ คนที่โง่กว่าคนโง่เสียอีก!”

เมื่อซอมบี้ถูกกำจัดหมดไปแล้ว หมอกควันที่ลอยคลุมไปทั่วบริเวณก็จางหายไปด้วย ญาณินปรารภกับติณห์ว่า นี่แสดงว่าผีซอมบี้พวกนี้ถูกปลุกขึ้นมาด้วยอาคม เชื่อว่าต้องเป็นจอมขมังเวทที่ไม่ธรรมดาเลย ถึงปลุกซากศพขึ้นมาให้มีเลือดเนื้อเป็นผีดิบได้ขนาดนี้ ครั้นไล่เรียงตัวไปก็ไม่มีใครแล้ว เพราะกำนันพงษ์ก็ติดคุกอยู่วิชาอาคมก็หมดไปแล้ว หมอสมคิดก็โดนหลวงลุงทำพิธีสลายอาคมไปแล้ว พลันญาณินก็ฉุกคิดได้ถามว่า....

“เมื่อกี้ตอนซอมบี้มันลุกขึ้นมา คนที่อยู่ใกล้มันที่สุดคือเบญจา แต่มันไม่เข้าไปโจมตีเบญจา กลับพุ่งเข้ามาหาเราสองคนแทน?”

ทุกคนคิดหนัก ติณห์บอกว่าเราต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ คุณหลวงชี้ช่องทางว่า

“อยากรู้เกี่ยวกับไสยดำ ก็ต้องถามคนที่เล่นไสยดำสิอีหนู”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างเห็นทางออก...

ooooooo

กรณีเครนที่กองถ่ายล้มและกรรัมภาเอากระเป๋าชาแนลของตนปิดจินจูน้อยไว้ กลายเป็นข่าวฮือฮาในสังคม นักข่าวตามล่าขอสัมภาษณ์กรรัมภาจนเพื่อนๆต้องพาหนีเข้าบ้าน

จุนจีเองก็หงุดหงิดกับข่าวนี้มาก ที่ทำให้เขาเสียภาพลักษณ์ของซุปเปอร์สตาร์ในสายตาของแฟนคลับ จึงโทร.เรียกกรรัมภาให้ไปหา กรรัมภาที่กำลังจะออกไปดูรถของพิมอรที่อู่กับเนตรสิตางศุ์และกรรณาหมั่นไส้ขึ้นมาตอบไปอย่างไม่แยแสว่า

“ฉันไม่ไป! เผอิญว่าฉันรับปากเพื่อนไว้ ว่าจะไปช่วยงาน สำหรับฉันเพื่อนสำคัญกว่าปาร์คจุนจี!” แล้วตัดบทก่อนวางสาย “แค่นี้นะ ฉันไม่มีเวลาคุยด้วย”

ความแข็งกร้าวของกรรัมภาทำให้ทั้งเพื่อนๆและคุณหลวงมองอึ้ง ที่เธอเลิกคลั่งปาร์คจุนจีได้อย่างน่าทึ่ง

เวลาเดียวกันนั้น พงอินทร์ก็ไปหาหมอวรวรรธชวนไปเอารถของพิมอรที่อู่ เพราะมันคือหลักฐานสำคัญชิ้นสุดท้าย บอกว่าขืนช้าอาจมีคนอื่นซื้อตัดหน้าไปก็ได้ หมอวรวรรธขอให้พงอินทร์เปลี่ยนบุคลิกตัวเองเพื่อความน่าเชื่อถือ พงอินทร์จึงไปที่อู่ในมาดหนุ่มหล่อเกลี้ยงเกลา

พวกกรรัมภาไปถึงอู่เพื่อขอดูรถ เจ้าของอู่บอกว่าเพิ่งมีคนซื้อไปเมื่อสักครู่นี้เอง ซื้อไปทั้งที่ยังเป็นซากรถ

“ใครเป็นคนซื้อไปคะ” กรรณาตกใจ

“นั่นไงครับ คนซื้อเขากำลังดูรถอยู่ทางโน้นแน่ะ” เจ้าของอู่ชี้ไปที่หนุ่มมาดนักธุรกิจที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้างรถคันนั้น มีพนักงานกำลังเอาสัญญาซื้อขายมาให้เซ็น สามสาวถามกันว่าคนนั้นเป็นใคร?

เมื่อเข้าใกล้จึงรู้ว่า ที่แท้คือพงอินทร์ในลุคใหม่นั่นเอง ทั้งสามคิดหาทางที่จะให้กรรัมภาได้สัมผัสรถเพื่อจะได้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แต่พงอินทร์ไม่อนุญาต ระแวงว่าพวกเธอรับแผนจากแผนยุทธมาทำลายหลักฐาน

หมอวรวรรธที่กำลังดูสภาพรถได้ยินเสียงเนตรสิตางศุ์ เขาแปลกใจถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่? เนตรสิตางศุ์ ไม่บอก หมอจึงพาตัวเธอออกไปคุยกันข้างนอก กรรณายุกรรัมภาให้เข้าไปสัมผัสรถเลย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ผมพูดดีๆแล้วนะ ถ้าคุณสองคนไม่ฟัง ผมจะให้ทางอู่รถโทร.แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้!”

กรรัมภาต้องหยุดกึก ส่วนเนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองที่บอกกันไม่ได้ เกิดโต้เถียงกันจนหมอวรวรรธแปลกใจกับความแข็งกร้าวของเนตรสิตางศุ์วันนี้

กรรณาพยายามต่อรองกับพงอินทร์ว่าถ้าเขายอมให้พวกตนดูรถ เขาอยากได้อะไรจะยอมทุกอย่าง เพราะพวกตนสงสัยการเสียชีวิตของพิมอรเหมือนเขา พงอินทร์ไม่เชื่อ สุดท้ายกรรณาแกล้งผลักกรรัมภาที่ใส่ส้นสูงเซถลาไปจับรถหมับ!

กรรัมภาตะลึงงัน! พอได้สติก็เร่งกรรณาให้กลับกัน กรรณากระซิบถามว่าเห็นอะไรไหม กรรัมภาบอกว่าเห็นเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แล้วสองสาวก็หันไปเร่งเนตรสิตางศุ์ที่เดินหน้าง้ำกลับมา พงอินทร์ถามหมอวรรรธว่ารู้จักสามสาวนี่ด้วยหรือ

“เอ่อ...คุณเนตรเป็นแฟนผมน่ะครับ”

“โลกมันกลมจริงๆนะครับ” พงอินทร์พูดอย่างนึกสนุกเมื่อรู้ว่าแฟนหมอเป็นเพื่อนกับกรรณา...ยัยหูแว่วเสียงผี!

ooooooo

กลับมาถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ฟังกรรัมภาเล่าแล้ว สุคนธรสถามว่าผู้หญิงที่เธอเห็นอยู่ในรถกับพิมอรนั้นเป็นใคร

“ไม่รู้ ฉันมองเห็นไม่ถนัด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันเห็นแต่ว่ามีผู้หญิงอยู่ในรถกับคุณพิมอรในนาทีสุดท้าย ก่อนที่รถจะพุ่งลงน้ำ”

“แสดงว่าคุณพิมอรถูกฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ!” สุคนธรสฟันธง

สุคนธรสสรุปว่า พิมอรถูกฆาตกรรมร้อยเปอร์เซ็นต์จากฝีมือของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยังไม่รู้ว่ามีสาเหตุจากเรื่องอะไร เจ้าที่มาฟังอยู่ด้วยแทรกขึ้นอย่างรู้ดีว่า ผู้หญิงทะเลาะถึงฆ่ากันตายมันจะมีเรื่องอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องหึงหวง

จากการช่วยกันคิดคนละแง่คนละมุม ได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องกันว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นจารุณี ที่ใกล้ชิดกับแผนยุทธมาก เมื่อคาดคะเนเช่นนี้แล้วจึงวางแผนให้ก๊องไปตีสนิท อ่อยจารุณีสาวใหญ่อารมณ์เปลี่ยว จนสามารถขโมยพวงกุญแจจากเอวจารุณีมาปั๊มได้สำเร็จ

เพื่อไม่ให้จารุณีรู้ว่าถูกขโมยกุญแจไปปั๊ม กรรณาให้ก๊องเอาพวงกุญแจไปคืน ก๊องแอบเอาไปคืน เพื่อให้แนบเนียน ก๊องแกล้งโยนเข้าไปใต้โต๊ะลึกๆ ทำทีว่าจารุณีทำหล่นเองจนหาไม่เจอ

แต่เจ้ากรรม! ถูกพงอินทร์มาเจอ ก๊องกะล่อนชมพงอินทร์เสียเลิศลอยเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเอง ถามว่านึกครึ้มยังไงถึงลุกขึ้นมาโมดิฟายตัวเองหล่อเสียขนาดนี้ ตนอยากหล่ออย่างนี้จัง

“ขั้นแรก...ถ้าเราอยากแมน เราก็ต้องทำในสิ่งที่คนแมนๆเขาทำกัน” พงอินทร์โอบไหล่ก๊องทำหน้ากรุ้มกริ่มจนก๊องชักเสียว

ooooooo

แผนยุทธมีแผนจะเคลมกรรณามานานแล้วแต่ยังไม่สบโอกาส

วันนี้ขณะเขานั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงานที่บ้าน ณ เวียงทับ เซ็นเสร็จปิดแฟ้มเอนตัวพิงพนักหลับตาอย่างเหนื่อยล้า...ช่อเพชรที่ยังวนเวียนอยู่ข้างตัวเขาด้วยความรัก เอื้อมมือมาโอบคอ และโน้มหน้ามาจุมพิตแผ่วเบา...

แผนยุทธกำลังเคลิ้มๆได้รับสัมผัสที่อ่อนโยน จินตนาการว่านั่นคือกรรณา ลุกพรวดออกจากห้องร้องเรียกกรรณาแกล้งทำเป็นถูกผีหลอก กลัวผีจนลากเธอเข้าไปในห้องนอน ช่อเพชรจะพุ่งตามเข้าไป ก็ต้องกระเด็นออกมาเมื่อปะทะกับผ้ายันต์ที่ประตู

“กรี๊ดดดด...นังชะนี ถ้าแกโง่ปล่อยให้ผัวฉันหลอกได้ แกต้องตายยย!!!” ช่อเพชรทั้งหึงทั้งแค้น

แผนยุทธทำเป็นกลัวผีบอกกรรณาว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปตนต้องเป็นบ้าแน่ๆ กรรณาสงสารปลอบใจให้อดทนไว้ พอเห็นกรรณาเชื่อและเห็นใจ  แผนยุทธรุกอีกขั้นจับมือเธอไว้แน่น พอดีมีเสียงตะโกนลั่นอยู่ข้างนอกว่า “โดน!” ทำให้กรรณาสะดุ้งผุดลุกขึ้นจนแผน–ยุทธวืด เธอรีบวิ่งออกจากห้องไป

ที่แท้เป็นแผนก่อกวนของพงอินทร์ เขาชวนก๊องมานั่งเชียร์บอลที่ห้องรับแขก แผนยุทธแค้นใจที่ถูกขัดขวางทำให้อารมณ์ค้าง วิ่งตามกรรณาออกไปเจอพงอินทร์ เขาทำหน้าตายชวนมาเชียร์บอลด้วยกัน ถูกแผนยุทธด่าว่าเชียร์บอลเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน หัดเกรงใจกันบ้าง ทำไมไม่ไปดูบ้านตัวเอง!

พงอินทร์ตีรวนว่า บ้านนี้เป็นของคุณย่าตน ตนย่อมมีสิทธิ์เพราะตนชื่อ “พงอินทร์ ณ เวียงทับ หลานชายแท้ๆ ที่ใช้นามสกุลเดียวกับท่านมาตั้งแต่เกิด ไม่ได้เพิ่งมาเปลี่ยนเหมือนใครบางคน!”

แผนยุทธเลือดขึ้นหน้าตรงเข้าจะชกพงอินทร์

กรรณาโดดขวาง ก๊องเข้าไปดึงแขนพงอินทร์ไว้ เมื่อชกกันไม่ได้ก็ด่ากันไปมา พงอินทร์ด่าว่าแผนยุทธสร้างภาพตัวเองตบตาคุณย่ากับพิมอรตลอดมา

“ฉันไม่เคยสร้างภาพ คุณย่ากับคุณพิมรู้ดี”

“คุณย่าไม่รู้ต่างหาก พี่พิมก็ไม่รู้ ถึงต้องมาตายไปแบบนี้ไง” แผนยุทธหาว่าเขาด่าว่าย่ากับพี่สาวตัวเองว่าโง่ พงอินทร์โต้ว่า “คุณย่ากับพี่พิมไม่ได้โง่ ทุกคนเป็นคนดี แต่มองโลกในแง่ดีเกินไป คิดว่าไอ้ทนายปากกัดตีนถีบที่ขยันเรียนจนจบปริญญาเอกเป็นด็อกเตอร์จะเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง แต่ที่ไหนได้ งูเห่าก็ยังคงเป็นงูเห่าเหมือนเดิม งูเห่าเลี้ยงยังไงมันก็ไม่เชื่อง!”ถูกพงอินทร์แฉลากไส้ขนาดนี้ แผนยุทธฮึดฮัดจะเข้าไปชกอีก กรรณาขอร้องให้เห็นแก่วิญญาณพิมอรด้วยเถิด

แผนยุทธประกาศจะไล่พงอินทร์ออกจากบ้าน จะเอาตำรวจมาจับ พลางเดินฮึดฮัดออกไป กรรณามองตาม ถูกพงอินทร์ถามประชดว่า “ไม่ตามไปง้อเหรอ เขาไม่หายหรอกนะ ถ้าไม่มีคุณไปคอยออเซาะน่ะ”

กรรณาด่าพงอินทร์แล้วพรวดไปคว้าผ้าพันคอก๊องลากออกไป เหวี่ยงก๊องกระเด็นไปติดกำแพง ทั้งด่าและตำหนิก๊องว่าไม่มีมารยาทเที่ยวมาตะโกนโวยวายในบ้านคนอื่น ก๊องโทษว่าพงอินทร์เป็นคนชวน ตนเป็นเด็กก็ต้องทำตามผู้ใหญ่ ถูกกรรณาขู่ว่าจะไล่ออกจากการเป็นผู้ช่วยให้ไปเป็นลูกน้องอันธพาลให้สมใจไปเลย

พงอินทร์ตามมาได้ยินพอดี ถามกรรณาว่าด่าตนว่าเป็นนักเลงอันธพาลเลยหรือ ก๊องฉวยโอกาสหลบเข้าห้อง กรรณาจะตามไปเล่นงานต่อ ถูกพงอินทร์ขวางไว้ เธอเลยเดินไปอีกทาง เขาก็ยังตามไปก่อกวน บอกว่าถ้าจะด่าก๊องมาด่าตนดีกว่า แล้วขอโทษประชดที่ส่งเสียงดังขัดจังหวะของเธอกับแผนยุทธ

กรรณาชี้แจงว่าเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด พูดอย่างไม่แคร์ว่า เขาจะคิดอย่างไรตนไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ถ้ายังห่วงใยสวัสดิภาพดั้งจมูกตัวเองก็รีบกลับไปเสีย ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมาระรานกัน พูดแล้วเดินไปเลย

“คงต้องทนรำคาญนานหน่อยนะคุณ บอลฤดูกาลนี้เพิ่งเริ่มต้น คุณยังได้เห็นหน้าผมไปอีกนานแน่” พงอินทร์ตะโกนตามหลังเหมือนประกาศสงครามกันกลางบ้าน

ooooooo

ที่บ้านไตรรัตน์...สุคนธรสเรียกกุมาริกาให้มาช่วยสืบว่าวิญญาณที่อยู่ในห้องนั้นเป็นใคร พอกุมาริกาเดินทะลุกำแพงเข้าไปในห้องก็ถูกโบตั๋นไล่ตะเพิด

กุมาริกาทำเป็นยิ้มร่าอารมณ์ดีชวนโบตั๋นคุย โบตั๋นไม่เล่นด้วย พอมองออกไปนอกห้องเห็นสุคนธรสเดินไปเดินมาอยู่ก็พูดอย่างไม่พอใจ “เธออีกแล้ว!” กุมาริกาบอกว่าพวกเรามาดี ถ้าเธอมีปัญหาอะไรให้พี่รสช่วยได้ ผลคือ ถูกไล่ตะเพิดให้ออกไปจากห้อง พลังเสียงที่ตะโกนใส่ทำให้กุมาริกากระเด็นไปติดกำแพง

กระนั้นกุมาริกาก็ยังอดทนพยายามญาติดีด้วย ทั้งพูดหวานทั้งทำตลกแต่โบตั๋นไม่ขำด้วย ซ้ำเมื่อกุมาริกา
บอกว่าตนชื่อโกลเด้นเบบี้ น้องชื่ออะไร โบตั๋นตะคอกว่า “ไม่บอก เพราะพี่ไตรเคยสอนว่าไม่ให้บอกชื่อกับคนแปลกหน้า”

“พี่ไตร? พี่ไตรเป็นอะไรกับน้องเหรอ”

“พี่ไตรสอนด้วยว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เธอออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้”

ไม่ว่าจะถูกด่าถูกไล่ตะเพิดอย่างไร กุมาริกาก็อดทนยอมทุกอย่างเพื่อจะผูกมิตรกับโบตั๋นให้ได้ แต่สุดท้ายก็ถอดใจออกไปในสภาพหน้าเปื้อนสี ผมหลุดลุ่ย ยืนเบะร้องไห้อยู่หน้าสุคนธรสที่คอยฟังผลงานอยู่หน้าห้อง

ooooooo

ก๊องไปปั๊มกุญแจของจารุณีมาให้กรรณาทั้งหมด ก๊องปรารภอย่างหนักใจว่าถ้าพงอินทร์ยังตามกรรณาอยู่อย่างนี้เราคงทำงานยาก กรรณาจึงให้ก๊องไปหลอกล่อพงอินทร์ไม่ให้มายุ่งกับตน

ก๊องอ้อนพงอินทร์ให้สอนเดาะบอลให้ กรรณาจึงแว่บไปที่ครัว เห็นจารุณีอยู่ที่นั่น แต่ก็หนักใจว่าตัวเองคนเดียวจะทำอย่างไรดี เพื่อหลอกล่อดึงจารุณีให้ไปสนใจเรื่องอื่น กรรณาวางแผนให้เพื่อนๆ มีไตรรัตน์ร่วมก๊วนด้วย ปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดมาที่บ้าน ณ เวียงทับ เสนอให้ทดลองใช้บริการฟรี ทีแรกจารุณีก็ไม่ยอมรับ แต่พอถูกหลอกล่อว่านอกจากทำความสะอาดแล้วยังจะแถมติดจานดาวเทียมฟรี ดูซีรีส์เกาหลีได้มากกว่าสามสิบช่อง จารุณีก็หูผึ่ง พาทั้งหมดเดินเข้าบ้าน

“ทางสะดวก ปลอดโปร่งแล้วเรา ฮ่าๆๆ” กรรณาดีใจวิ่งไปทางหลังบ้านทันที

กรรณารีบเอากุญแจไขเข้าบ้าน ตรงไปดึงกล่องจากใต้เตียงมาไขกุญแจ เธอสะดุ้งเมื่อสุคนธรสกับกรรัมภามาสมทบ
กรรณาถามว่า “แล้วคุณแม่บ้านกับมูมู่ล่ะ?”

“ไม่ต้องห่วง คุณไตรรัตน์กับยัยเนตรจัดการอยู่ ส่วนยัยมูมู่พวกฉันหลอกให้ออกไปซื้อของนอกบ้านแล้ว อย่ามัวแต่ถามรีบๆเข้า เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าแผนแตกหมด”

แต่พอดึงกล่องใต้เตียงออกมาไขกุญแจดู ทุกคน ตะลึงพรึงเพริด เพราะภายในกล่องเต็มไปด้วยแผ่นซีรีส์เกาหลี!

“อุตส่าห์ลงทุนสืบขนาดนี้ กลับเจอแต่ละครเกาหลี...ไม่ได้อะไรเลย” กรรณาเซ็ง

“งั้นฉันว่าเรารีบออกจากห้องกันก่อนความจะแตกนะ” สุคนธรสเสนอ แต่พอเปิดประตูทุกคนก็ผงะหน้าซีดเผือดเพราะเจอพงอินทร์ยืนจังก้าขวางอยู่เต็มประตู ซ้ำยังตะโกน “ขโมย!!”

“พวกฉันไม่ได้ขโมย” กรรณาชี้แจงปากคอสั่น

“แล้วเข้าไปทำไม อย่าบอกนะว่าคุณเป็นนักสืบบ้าๆบอๆอะไรก็ไม่รู้” พูดแล้วจ้องหน้าสามสาวอย่างคาดคั้น

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ จุนจีและซองซูกำลังอยู่ในสตูดิโอถ่ายรายการวาไรตี้ มีพิธีกร ทีมงาน และแฟนคลับมากันเต็มห้อง

หลังจากคั่นรายการด้วยภาพจากฉากละคร “มายาร้อยใจ” ที่มีทั้งจุนจี ซองซูและเป้ยปะทะคารมกันแล้ว พิธีกรก็เริ่มรายการต่อจากเบรกที่แล้ว ถามทั้งสองว่า ถ้าพูดถึงเมืองไทยคิดถึงอะไรก่อน

ซองซูตอบตัดหน้าจุนจีว่าคิดถึงอาหารไทย ส่วนจุนจีตอบหน้านิ่งๆว่าคิดถึงทะเล พิธีกรถามจุนจีว่า

“ถ้ามีคนถามคุณว่าให้อยู่เมืองไทยตลอดไป คุณจะตอบว่าอะไรครับ”

ภาพพิมพิลาสแว่บเข้ามาในความคิดจุนจีทันที เขาบอกว่าไม่กล้าปฏิเสธ “แต่...ผมเป็นคนเกาหลี ครอบครัวผมอยู่เกาหลี ถ้าผมอยู่ที่นี่ผมคงดูแลท่านลำบาก ถ้าเป็นไป ได้ผมจะมาเที่ยวเมืองไทยให้บ่อยที่สุดครับ” จุนจีตอบอย่างรักษามารยาทที่สุด ลีจองกุ๊กที่ฟังอยู่อย่างใจคอไม่ดี ได้ยินแล้วถึงกับถอนใจโล่งอก

“มาถึงคำถามที่สาวๆอยากรู้ คุณสองคนคิดยังไงกับผู้หญิงไทยครับ” สิ้นเสียงพิธีกร เสียงสาวๆในห้องก็กรี๊ดกันสนั่น และยิ่งกรี๊ดลั่นเมื่อซองซูตอบว่า ถ้าเป็นไปได้ตนอยากมีแฟนเป็นคนไทย พิธีกรหันมาถามจุนจีบ้าง

“ผู้หญิงไทย...” พริบตานั้นมีมือซีดๆของพิมพิลาสโผล่จากข้างหลังมาบีบจิกเล็บลงที่คอจนจุนจีพูดไม่ออก แต่ก็พยายามพูดต่อว่า “ผมคิดว่าผู้หญิงไทยยิ้ม...ก้าบๆๆ” เสียงเขาแหบเป็นเป็ดไปทันที ทุกคนหัวเราะขำกลิ้งคิดว่าเขาเล่นมุก พิธีกรพยายามถามย้ำอีก จุนจีพูดไม่ออกชี้ที่คอตัวเองทำท่าเหมือนหายใจไม่ออก

ที่ด้านหลังของจุนจี พิมพิลาสในชุดแดงกำลังจิกเล็บบีบคอเขาอย่างแรง!

เมื่อกลับมาที่ห้องพักนักแสดงในสตูดิโอ หมอมาตรวจคอจุนจีปรากฏว่าไม่เป็นอะไร ลีจองกุ๊กพูดอย่างไม่พอใจว่า

“เสียงจุนจีกลายเป็นเป็ด แต่พอหมอมาก็หาย มันจะปกติได้ยังไงครับ หมอเช็กไม่ละเอียดหรือเปล่าครับ”

หมอยืนยันว่าเช็กดีแล้ว เสนอให้จุนจีไปเช็กที่โรงพยาบาลอีกทีก็แล้วกันที่นั่นอาจเช็กได้ดีกว่านี้ แล้วพากันออกไป

“ฉันรู้ว่านายเป็นอะไร” ลีจองกุ๊กกระซิบทันที จุนจีถลึงตาปรามว่าอย่าโยง! แล้วไปวอร์มร่างกายเตรียม พร้อมขึ้นโชว์ ลีจองกุ๊กยังพยายามบอกว่า “จุนจี นายจะดื้อไปถึงไหน นายก็พอเห็นอยู่แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายมันไม่ใช่เรื่องปกติ”

“หาหมอคนไหนที่เก่งกว่านี้ให้ฉันด้วย ถ้าหาไม่ได้ ฉันจะบินกลับไปหาที่เกาหลี”

“หมอที่ไหนก็ช่วยแกไม่ได้หรอก นอกจากหมอผี!” ลีจองกุ๊กโพล่งออกไปอย่างหงุดหงิด พอจุนจีมองหน้า เขาลดเสียงลงชี้แจงว่า “ฉันบอกนายตรงๆ เลยก็ได้ตอนนี้คนในกองถ่ายเขาลือกันให้แซดว่านายโดนผีเข้า รู้ตัวบ้างไหม”

“ไม่ใช่! ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผีทั้งนั้น”

“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ตั้งแต่เรามาเมืองไทยก็เกิดเรื่องพิลึกเยอะแยะ จุนจี...ฉันรู้ว่านายก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย นายอย่าปฏิเสธความจริงเลย ย่านายต้องการความช่วยเหลือ เราไปให้คนที่เขาช่วยเราได้ ช่วยเราเถอะ อย่างเช่น...บริษัทซิกซ์เซ้นส์”

“ไม่!! ฉันจะไม่ไปเจอยัยแฟนคลับสตอล์กเก้อร์ โรคจิตนั่นเด็ดขาด!”

“แล้วนายมีทางเลือกอื่นเหรอวะ”

“มี!” ลีจองกุ๊กถามว่าอะไร “รีบทำงานให้เสร็จแล้วกลับเกาหลีบ้านฉันให้เร็วที่สุด” พูดแล้วเดินออกไปเลย

“ย่านายคงยอมให้เสร็จง่ายๆหรอก” ลีจองกุ๊กพูดอย่างหนักใจ

ที่ข้างหลังลีจองกุ๊ก พิมพิลาสที่ยืนฟังอยู่ตลอดเวลา เดินผ่านไปไม่มีใครเห็น...

เมื่อได้เวลาโชว์ ปาร์คจุนจีปรากฏตัวบนเวทีท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างคลั่งไคล้ของแฟนคลับ

ลีจองกุ๊กยืนลุ้นอยู่ข้างเวที ภาวนาขอให้คุณย่าอย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้เลย ขอให้ถือเสียว่าเห็นแก่หลาน...

ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ด้วยดี แต่พอเพลงโซโล่ถึงจังหวะที่จุนจีต้องร้องท่อนแรก พอจุนจีร้องท่อนแรกก็ร้องซ้ำเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง นักดนตรีพยายามย้อนกลับไปมาเพื่อให้จุนจีร้องต่อ แต่เขาก็ยังร้องเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่อย่างนั้น!

จุนจีพยายามร้องต่อแต่บังคับเสียงตัวเองไม่ได้ พิธีกรตกใจสั่งให้หยุด ปรากฏว่าหน้าจอมอมิเตอร์ทั้ง 3 จอดับไล่กันฟึ่บ...ฟึ่บ...ฟึ่บ... ทั้งสามจอดำสนิท! ลีจองกุ๊กรีบเข้าไปหาจุนจี แต่พอเอ่ยว่า “นายว่า...” เท่านั้น จุนจี ก็ขัดขึ้นทันทีว่า

“ไม่ใช่! มันเป็นแอ็กซิเดนท์ อย่าโยง!”

ขณะทุกคนกำลังงุนงงกับปรากฏการณ์น่าสะพรึง กลัวนั่นเอง มอมิเตอร์จอแรกก็ติดขึ้นเองทั้งที่ทีมงานถอดปลั๊กแล้ว บนจอที่มีเส้นซ่าๆนั้น ปรากฏใบหน้าพิมพิลาสแว้บขึ้นชัดบ้างหายบ้าง พิมพิลาสพยายามพูดอะไรแต่เสียงซ่ากลบหมด ใบหน้าเธอก็บิดเบี้ยวไปตามภาพของทีวีที่ล้มสลับซ่า

“ผีหลอก!!” ทีมงานแตกฮือ จุนจี ซองซูและลีจองกุ๊กวิ่งมาที่หน้าจอ เห็นหน้าพิมพิลาสถึงกับผงะพิมพิลาสพยายามพูดแม้จะเป็นคำขาดๆแต่ในที่สุดเธอก็สามารถพูดออกมาได้ว่า

“ฉันต้องการความยุติธรรม!” ทำเอาทีมงานวิ่งหนีแตกกันกระเจิง

ooooooo

ที่ห้องจารุณี...สามสาวผงะเมื่อเปิดประตูออกมาเจอพงอินทร์ยืนจังก้าขวางประตู เขายิ้มเยาะพูดเย้ยว่า

“ผีหลอกอีกแล้ว ปัญญาอ่อนมาก คุณเชื่อจริงหรือแกล้งเชื่อเพื่อหวังอย่างอื่น”

“ที่พวกเราเชื่อ เพราะพวกเราใช้สัมผัสพิเศษ ดูแล้ว คุณแผนยุทธมีผีตามอยู่จริงๆฉันได้กลิ่นวิญญาณหึงหวงตามคุณแผนยุทธ” สุคนธรสพยายามชี้แจง

“วันนั้น ฉันจับรถพี่สาวคุณ ฉันเห็นการตายของพี่สาวคุณไม่ใช่อุบัติเหตุ” กรรัมภาย้ำพงอินทร์เห็นเป็นเรื่องตลก แล้วเขาก็ต้องหันมาสนใจฟัง เมื่อกรรณาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า

“สิ่งที่พวกเราทำอยู่ก็เพราะอยากจะหาตัวฆาตกรที่ฆ่าคุณพิมอร นายจะจับพวกฉันส่งตำรวจก็ได้ถ้านายคิดว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครเพื่อหาความยุติธรรมให้พี่สาวนาย”

ขณะนั้นเอง เนตรสิตางศุ์วิ่งเข้ามาถามว่าพบหลักฐานอะไรไหม พงอินทร์มองขวับจำได้ว่าเป็นคนรักของหมอวรวรรธ ไตรรัตน์ก็แนะนำตัวเองว่าเป็นลูกชายเจ้าของตลาดหญิงจำเริญ เป็นสามีของสุคนธรส และขอเอานามสกุลของตนเป็นประกันเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง

คำยืนยันจากทุกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้พงอินทร์นิ่งไป ปากคอที่เราะร้ายก็กลายเป็นใบ้กินสนิท!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 17:57 น.