ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณัฐเดชออกจากห้องจุนจีไป ยังไม่ถึงลานจอดรถ ก็ได้รับโทรศัพท์จากจ่าตำรวจนายหนึ่งแจ้งว่าสุพิชชา อดีตคนรักกำลังจะกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย

สารวัตรหนุ่มผู้ยังรักฝังใจเป็นห่วงอดีตคนรักแทบจะคุมสติไม่อยู่ รีบขับรถไปยังที่เกิดเหตุ เห็นสุพิชชายืนอยู่บนสะพานทำท่าน่าหวาดเสียว เขาตะโกนเรียก สุดเสียง

“พีชระวัง! จับไว้นะพีช  จับไว้ให้้แน่นๆ  อย่าโดดลง มานะ ได้ยินไหม อย่าปล่อยมือ!!”

สุพิชชาท่าทางเหมือนสติเลื่อนลอย เธอมอง หาพูดเหม่อๆ

“พี่ณัฐ...จริงๆ เหรอ... ไม่จริง ไม่! พี่ณัฐไม่มีวันมา หรอก พี่ณัฐไม่อยากเจอหน้าพีช พี่ณัฐเกลียดพีช พี่ณัฐเกลียดผู้หญิงหลายใจคนนี้”

“พี่ไม่เคยเกลียดพีช ได้ยินไหม ไม่เคยแม้แต่จะคิด ต่อให้พีชทำร้ายหัวใจพี่มากแค่ไหน พี่ก็จะไม่มีวันเกลียดพีช”

สุพิชชาเหมือนจะสงบลง ณัฐเดชค่อยๆ เดินไปหา พอได้จังหวะก็ถลาเข้าไปกอดเธอไว้แน่นตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ วิ่งเข้ามาช่วยรับทั้งคู่ไว้

เมื่อพาเธอไปโรงพยาบาล ณัฐเดชเฝ้าอยู่ในห้องพิเศษมองหน้าอดีตคนรัก คิดอะไรหลายอย่างในใจ จนเมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอถามงงๆว่า ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ ทำเหมือนจำอะไรไม่ได้เลย จนณัฐเดชให้คิดทบทวนว่าครั้งสุดท้ายเธอทำอะไร อยู่ที่ไหน เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเล่าขำๆ เหมือนไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ณัฐเดชเอาขวดยานอนหลับเล็กๆ ในกระเป๋าถือเธอออกมาบอกว่าเจอในกระเป๋า ถามว่ากินไปกี่เม็ด เธอเกรี้ยวกราดขึ้นมาถามว่ามายุ่งอะไรกับตน เอาคืนมา!

“พีชเป็นเจ้าของโรงพยาบาล คุณพ่อก็เป็นหมอ พีชน่าจะรู้ว่ายาพวกนี้มันอันตราย”

“พีชไม่มีคุณพ่อแล้ว พี่หยุดพูดถึงท่านเสียทีได้ไหม ตอนนี้พีชไม่มีใครทั้งนั้น พีชต้องแข็งแกร่ง พีชต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองตน...คือที่พึ่งแห่งตน คนอื่น...ไม่เกี่ยว เข้าใจนะคะ ว่าคนอื่นไม่เกี่ยว!!” เธอพูดระบายความอัดอั้นและร้องไห้อย่างหนัก ทำให้ณัฐเดชยิ่งสงสารเห็นใจ

ณัฐเดชพยายามเตือนเธอที่หวังพึ่งยาอันตรายพวกนี้ ถูกเธอย้อนประชดว่า แล้วเขาจะเดือดร้อนอะไรในเมื่อตอนนี้เราต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไป ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน

“พีชคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันเป็นพี่น้องกันไม่ได้เหรอ”

“พีชไม่ต้องการเพื่อน ส่วนพี่ณัฐ ก็มีน้องเป็นของตัวเองอยู่แล้ว” พูดแล้วพลิกตัวหันหลังให้

แต่พอณัฐเดชเดินออกไปอย่างเจ็บปวดเท่านั้น สุพิชชาก็หันกลับมามองยิ้มร้ายอย่างสมใจกับแผนแก้แค้นที่ได้เริ่มขึ้นแล้ว!
ooooooo

วันและเวลาเดียวกันนั้น...

หมอวรวรรธวางมือจากงานในห้องแล็บ ออกจากห้องมาถอดเสื้อกาวน์แขวน ดูนาฬิกาบ่นๆ

“ป่านนี้คุณเนตรยังไม่มาอีก เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า” สิ้นเสียงบ่นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หมอวรวรรธคิดว่าคนรักมาแล้ว แต่พอเปิดประตูออกไปกลายเป็นพงอินทร์ หมอบอกว่าตนเลิกงานพอดีมีหลักฐานอะไรมาให้หรือ

พงอินทร์จะมาชวนหมอวรวรรธไปดูหลักฐานรถที่พิมอรขับตกคลองพลางเอารูปในมือถือที่ถ่ายมาให้ดูแต่หมอ ติดนัดแล้ว บอกว่าเป็นนัดสำคัญกับชีวิตตนมากด้วย เมื่อเห็นพงอินทร์ผิดหวัง หมอเสียงอ่อนลงว่า

“ผมขอโทษจริงๆ คุณโจ้ วันนี้ไม่ได้จริงๆไว้วันอื่น นะครับหรือไม่คุณก็โทร.ไปขอให้สารวัตรณัฐเดชช่วยแทน”

นัดสำคัญของหมอวรวรรธคือนัดกับเนตรสิตางศุ์จะพาเธอไปชายทะเลเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของหมอ

เนตรสิตางศุ์มาถึงก็พูดหยอกเขาว่ามาสายอีกแล้วแต่คงไม่ว่าอะไรหรอกเนอะๆ หมอพูดหน้าขรึมว่ามาช้าไป 35 นาที 11 วินาที เนตรสิตางศุ์หันมองเห็นเขายืนกอดอกทำหน้างอนๆ ก็เข้าไปเขี่ยแก้มแหย่แต่หมอไม่หายงอน เธอเลยเอาอมยิ้มมาอม แล้วซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เขาไป

มาสายทำให้งอนแล้วยังแกล้งทำเป็นจำไม่ได้อีกว่าวันนี้เป็นวันอะไร หมอวรวรรธเลยยิ่งงอน จนเมื่อเนตรสิตางศุ์เอาการ์ดที่วาดเองเป็นรูปการ์ตูนหมอกับตัวเองมาให้พร้อมคำอวยพรหวานๆ อ้อนๆ ว่า

“ขอให้หมอไม่เจ็บไม่ไข้ การงานก้าวหน้า และ...มีเนตรอยู่ในใจคนเดียว” หมอก็ยิ้มออก หันกอดคนรักไว้แนบแน่นกระซิบบอก “ผมจะแน่วแน่และมั่นคงกับความรักของเราตลอดไป”

ooooooo

วันนี้ติณห์ดีใจมากที่มีเอเจนซี่ติดต่อเข้ามาใช้บริการของรีสอร์ต

ทนายสมชาติที่เอาเช็คค่าแรงของบริษัทซิกซ์เซ้นส์ มาให้เซ็นดีใจกับข่าวนี้ด้วย เมื่อติณห์เซ็นเช็คแล้วก็รีบจะเอาไปให้ญาณิน พอเปิดประตูห้องออกมาเจอมิรันตีเข้าพอดี มิรันตีคว้าเช็คจากทนายสมชาติไปดูพอเห็น สั่งจ่ายให้ญาณินก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ถือเช็คเดินนำไป หาญาณินทันที

แต่ญาณินที่ผ่านการนั่งสมาธิมาแล้ว เธอทักทายมิรันตีอย่างอ่อนน้อมด้วยสีหน้าแววตาเป็นมิตร แม้จะถูกมิรันตี ตีรวนด่าว่าต่างๆ นานา เธอก็ใจเย็น เตือนตัวเองในใจตลอดเวลา...

“ไม่โกรธ...ไม่โกรธ...มองเขาด้วยความเมตตา...เราต้องไม่โกรธ”

มิรันตีปาเช็คลงพื้น เบญจาจึงก้มลงจะเก็บ ถูกมิรันตีตวาด “ใครใช้ให้หล่อนหยิบ นังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า!” ทำให้เบญจาชะงัก

ขณะนั้น...มีแมลงวันอาคมตัวหนึี่งบินวนเหนือหัวมิรันตี พอเธออ้าปากด่า แมลงวันอาคมก็บินเข้าปากทันที มิรันตีทำเสียง “อ็อก!” เอามือกุมคอ รู้สึกแสบร้อนไปทั้งคอจนไอไม่หยุด ญาณินรีบเข้ามาดูแล เอาน้ำให้ดื่ม มิรันตีเห็นในแก้วน้ำมีเส้นผมและฟันตกใจปาทิ้งทันที ด่าญาณินว่านังโรคจิต เอาอะไรมาให้กิน แล้วเดินกุมคอไอค่อกแค่กไป

ติณห์มาถึงพอดี ญาณินบอกว่าท่าทางคุณแม่เขาจะไม่สบายพลางเดินตามไปดู ปรากฏว่ามิรันตีหายเป็นปลิดทิ้ง แต่ยังด่าญาณินว่าเอาสารพิษมาพ่นใส่คอตนไล่ไปให้พ้น แต่พอด่าญาณินเสร็จก็เกิดปวดท้องจนตัวงอ

คุณหลวงจับตาดูอยู่ถามกุมาริกาว่า “นังมิรันตีสำออยอะไรอีกละนั่น”

“ไม่ใช่แล้วนะคะคุณตา แบบนี้มันของจริงแล้วค่ะ” กุมาริกามองอาการปวดท้องบิดไปมาของมิรันตี เชื่อว่าเป็นอาการของเลือดจะไปลมจะมา พอเสกคาถาลมก็พุ่งเข้าไปกระแทกตัวมิรันตีทำให้ยิ่งเจ็บปวดทุรนทุราย

ที่แท้มิรันตีถูกของที่แมลงวันอาคมนำเข้าไปในท้อง ร้องอย่างเจ็บปวดว่าเหมือนมีอะไรแหลมๆทิ่มไส้ไปมา

อยู่ในท้อง แล้วก็เกิดเหตุที่ทำให้ทุกคนตะลึงงัน เมื่อมีตะปูตัวงอๆ โผล่ตุงใต้ผิวหนังบริเวณลำคอมิรันตี ญาณินรู้ว่ามิรันตีเจอคุณไสยเข้าแล้ว

“อะไร...ที่คอฉันมีอะไร...กรี๊ดดดด” มิรันตีกุมคอตัวเองตกใจกรีดร้องจนหมดสติไป

มิรันตีถูกอุ้มไปนอนที่โซฟา พอรู้สึกตัวขึ้นมาก็โทษว่าญาณินเป็นคนทำให้ตนเป็นแบบนี้

ooooooo

ญาณินพยายามติดต่อสุคนธรสให้มาช่วยมิรันตี แต่ติดต่อไม่ได้ เพราะสุคนธรสกำลังถูกไตรรัตน์ตื๊อไปออกเดตช็อปปิ้งใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานกัน แต่ยังไม่ทันออก เคธี่ก็พาทิพย์แม่ที่เพิ่งกลับเมืองไทยเอากระเป๋าแบรนด์เนม 5 ใบมาจำนำเจ๊หญิงแม่ของไตรรัตน์เพื่อเอาเงิน 5 ล้านไปจ่ายค่ามัดจำที่ ที่เชียงใหม่

ไตรรัตน์เพิ่งได้รับสายจากญาณินเขาเอาโทรศัพท์มาให้ เร่งสุคนธรสให้รีบไปคุยเผื่อเพื่อนมีธุระด่วน

สุคนธรสรับโทรศัพท์ออกไปคุยนอกห้อง เธอตกใจเมื่อญาณินบอกว่าแม่ของติณห์โดนของ

“ก็ปวดท้องลงไปนอนตัวบิด ร้องโวยวายว่ามีอะไรแหลมๆแทงไส้ ฉันก็เลยแตะที่ตัวท่านแล้วลองแผ่เมตตาไล่ของออกจากตัวท่านดู ปรากฏว่ามีตะปูโผล่มาจากไหนไม่รู้ มาตุงอยู่ที่ต้นคอท่าน” ญาณินเล่าอย่างเร็ว ถามว่าจะให้ดึงตะปูออกไหม

สุคนธรสห้ามญาณินแตะต้องเด็ดขาด เพราะอาจเป็นตะปูตอกฝาโลงหรือหน้าผากศพมาก่อน ขืนไปดึงมันจะยิ่งวิ่งทิ่มแทงตับไตไส้พุง เชื่อว่าคงไม่ใช่มีแค่ตัวเดียวอาจมีเป็นกำมือเลยทีเดียว ญาณินขอให้เธอรีบมาช่วยเอาออกให้ที สุคนธรสบอกว่ากว่าตนจะไปถึงเมืองกาญจน์แม่ติณห์อาจทนไม่ได้แล้ว บอกญาณินว่า

“เจ๊นั่นแหละที่จะต้องเป็นคนทำพิธีเอาตะปูออกจากตัวแม่นายติณห์” แล้วเธอก็แนะนำให้ทำตามขั้นตอน หากมีปัญหาให้รีบ โทร.หาตน และ “ถ้าได้ตะปูออกจากตัวคุณมิรันตีแล้ว ห่อผ้ายันต์ไว้ แล้วรีบเอามาให้ฉันทันที”

ญาณินฟังคำแนะนำแล้วรีบกลับไปทำตามขั้นตอนทันที

มิรันตีไม่ยอมให้ความร่วมมือทั้งดิ้นทั้งด่าทั้งร้องโวยวาย ติณห์กับเบญจาต้องช่วยกันจับมิรันตีข่มให้นอนนิ่งๆ แต่ปากก็ยังโวยวาย คุณหลวงจึงให้กุมาริกาไปปิดปากไว้ ส่วนคุณหลวงคอยดูและช่วยญาณินอยู่ใกล้ๆ ญาณินบอกคุณหลวงว่า

“ทันทีที่เห็นตะปูมันขยับ คุณหลวงเอาดอกบัวนี่นาบไว้ แล้วมันจะหลุดออกมาเลย คุณหลวงเป็นพ่อ พ่อย่อมมีบารมีพอที่จะช่วยลูก แต่ระวังห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด เพราะจะโดนอาคมมันเข้าตัว ต้องเอาผ้ายันต์ห่อตะปูเหล่านี้ไว้เท่านั้นและห้ามตกพื้นเด็ดขาด”

“ปกติฉันเป็นคนเห็นเลือดไม่ได้ แต่เอาวะ...วันนี้เป็นไงเป็นกัน” คุณหลวงตัดสินใจเด็ดเดี่ยว หยิบดอกบัวขึ้นเตรียมพร้อม

บรรดาพวกที่มาช่วยญาณินต่างตกใจตาเหลือกเมื่ออยู่ๆดอกบัวก็ลอยขึ้นมาเอง เบญจาทำเป็นตกใจอ้าปากค้าง

เมื่อญาณินทำพิธี ตะปูก็เคลื่อนไปมาในตัวมิรันตีจนเจ้าตัวร้องโอดโอย พอหัวตะปูทะลุออกมาคุณหลวงก็เอาดอกบัวไปนาบแล้วจับผ่านดอกบัวดึงขึ้นมา ปรากฏว่าตะปูหลุดออกมาเป็นพวง! มิรันตีร้องอย่างเจ็บปวดทรมานจนหมดสติไปอีก ทั้งติณห์ ทนายสมชาติและเบญจามองพวงตะปูตะลึง!

พอตะปูหลุดออกมาทั้งพวงคุณหลวงก็เป็นลมล้มตึง ดีที่เบญจารีบเอาผ้ายันต์ไปรองรับตะปูไว้ทัน

ติณห์รีบมาดูมิรันตีด้วยความเป็นห่วง ญาณิน บอกว่าตะปูน่าจะออกมาหมดแล้ว คุณแม่เขาคงต้องพักผ่อนอีกเป็นวัน

“ขอบคุณมากคุณณิน” ติณห์ยิ้มให้อย่างปลื้มใจ

ooooooo

ที่กองถ่ายละคร “มายาร้อยใจ” ก็ไม่เป็นอันถ่ายได้อย่างราบรื่น เพราะถูกวิญญาณพิมพิลาสไปก่อกวนร่ำร้องหาความยุติธรรมเข้าหูจุนจีตลอดเวลาจนเขาไม่มีสมาธิในการแสดง

ทุกคนแปลกใจที่วันนี้จุนจีแสดงไม่ได้ทั้งที่เป็นซุปเปอร์สตาร์มืออาชีพ เมื่อเขาพยายามฝืนแสดง ก็ถูกพิมพิลาสมาตะโกนเรียก “จักร...จักร...จักร...” เสียงดังรอบตัวจนจุนจีปวดหัว หันมองจนหน้ามืดวูบทรุดไปกับพื้นเอามือกุมหัว กระนั้นเขาก็ยังพยายามตั้งสติ ลดมือลงมาแนบหู ปรากฏว่ามีเลือดออกมา ทุกคนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น!

ลีจองกุ๊กเหลือบมองที่จอมอนิเตอร์ เห็นร่างผู้หญิงยืนอยู่หน้าจุนจี เขาตกใจผงะ แต่พอมองอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว!

เมื่อมาคุยกัน จุนจีบอกว่าได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกชื่อไทยของตนว่า “จักร” ลีจองกุ๊กสยอง ถามกลัวๆว่า

“ใช่ใครสักคนที่ฉันคิดเอาไว้ในใจ...ไหม?”

จุนจีพยายามอธิบายอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ว่าร่างกายตนยังไม่แข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นต์ พอมาทำงานกลางแจ้งปัญหาในช่องหูมันเลยกำเริบ ลีจองกุ๊กเออออผสมโรงบอกว่าตนจะไปคุยกับผู้กำกับให้ เพื่อขออนุญาตพาจุนจีไปหาหมอ

ขณะลีจองกุ๊กพาจุนจีเดินผ่านมา ได้ยินพี่ป๋องกับพวกเสื้อผ้าหน้าผมซุบซิบกันว่า

“อาการจุนจีเหมือนถูกผีตามรังควานเลย พี่เคยเจอมาแล้ว เกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่มีรุ่นน้องมาช่วยเอาไว้” แล้วพี่ป๋องก็เล่าถึงความสามารถพิเศษของรุ่นน้องที่สื่อสารกับผีได้ให้ฟัง เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปเหลือแต่พี่ป๋องอยู่ตรงนั้น ลีจองกุ๊กเข้าไปถามว่า

“รุ่นน้องของคุณอยู่ที่ไหนครับ”

ooooooo

การที่มิรันตีถูกทำไสยดำ กลายเป็นปริศนาของ 5 สาวผู้มีสัมผัสพิเศษ ว่าใครเป็นคนทำ เชื่อว่าคนทำจะต้องไม่ใช่หมอผีธรรมดาแน่ๆ เตือนกันว่าต่อไปนี้จะต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด

สุคนธรสเอาของที่เอาออกจากตัวมิรันตีไปทำพิธีทำลายเพื่อจะได้ไม่สามารถให้โทษแก่ใครได้อีก

ฝ่ายมิรันตี เมื่อฟื้นขึ้นมาก็เดินสะโหลสะเหลลงมาหาติณห์ เจอเบญจาเพิ่งกลับจากตลาด จึงรู้ว่าติณห์เดินทางเข้ากรุงเทพฯแต่เช้าแล้วเพื่อไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องคุณไสย ถามอย่างอยากรู้ว่า เรื่องมีคนเล่นของเสกตะปูใส่ท้องมิรันตีเป็นเรื่องจริงไหม

มิรันตีที่ไม่เห็นตอนญาณินทำพิธีเอาตะปูออกจากร่างตัวเอง ด่าว่าพวกนั้นเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋น บอกเบญจาว่าถ้าเชื่อก็ไปอยู่กับพวกนั้นเสีย เบญจาอ้อนวอนขออยู่ที่นี่จนกว่าญาณินจะกลับ สัญญาว่าจะไม่กวนใจไม่สร้างความรำคาญให้

พวกญาณินกำลังปรึกษาค้นคว้าสาเหตุที่มิรันตีถูกเล่นของอยู่ที่บริษัท ก๊องเปิดคอมดูข้อมูล เจอข่าวปาร์คจุนจีก็อ่านอย่างตื่นเต้น “ปาร์คจุนจีล้มกลางละคร ถ่ายต่อไม่ไหว หามส่งโรงพยาบาลด่วน!!”
กรรัมภาที่คลั่งจุนจีทนไม่ไหว ด่ากองถ่ายว่าใจร้าย ตนต้องทำอะไรปลอบใจจุนจีเสียแล้ว ว่าแล้วลุกไปเลย

ลีจองกุ๊กให้พี่ป๋องพามาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์เพื่อช่วยจุนจี แต่พอจุนจีรู้ว่าไม่ได้พาตนไปโรงพยาบาลก็ไม่ยอมเข้าบ้าน เป็นจังหวะที่กรรัมภาถือกระเป๋าจะออกไปปลอบใจจุนจี พอเจอตัวจริงก็ดีใจจนแทบสติแตกวิ่งกลับไปบอกเพื่อนๆ พอไตรรัตน์เห็นอาการของกรรัมภาก็บอกเพื่อนๆว่า นี่คืออาการเหมือนตอนเธอเจอดาราเกาหลี

ปรากฏว่า เมื่อพี่ป๋องและลีจองกุ๊กหว่านล้อมจนจุนจียอมเข้าไปในบ้าน เพื่อนๆ จึงกันกรรัมภาไว้ข้างนอกเพราะกลัวอาการคลั่งดาราเกาหลีของเธอจะทำให้เสียงาน แต่ก็ไม่ได้งานเพราะจุนจีไม่ให้ความร่วมมือ ซ้ำยังดูถูกหาว่าผู้หญิงพวกนี้เป็นพวกลวงโลก

แต่เมื่อสุคนธรสบอกว่า “ตั้งแต่คุณเข้ามา ฉันก็ได้กลิ่นวิญญาณติดตามเสื้อผ้าของคุณแล้ว ตอนนี้ก็ยังมี” และกรรณาบอกว่า “ฉันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสูงอายุแว่วๆอยู่รอบๆ บ้านนี้” เนตรสิตางศุ์เสริมว่า
“เนตรก็เห็นพลังงานจางๆที่ด้านนอก เขาเข้ามาไม่ได้”

“เขาคงจะเป็นใครสักคนที่รักคุณมาก หรือไม่ก็มีเรื่องอยากขอให้คุณช่วยเหลือ เขาถึงได้ตามคุณไปทุกท่ี ฉันพูดถูกไหม” ญาณินถามเป็นคำถามที่ทำให้จุนจีอึ้งไป แต่ก็ยังจะกลับ ลีจองกุ๊กกับพี่ป๋องห้ามไว้ ญาณินจึงหว่านล้อมต่อว่า “พวกเราสื่อสารกับวิญญาณได้ เราช่วยหาคำตอบเรื่องราวทั้งหมดให้คุณได้ ขอแต่คุณไว้ใจพวกเรา”

ติณห์ไม่พอใจอยากไล่พวกจุนจีออกไป ทั้งสองแกล้งทำเป็นปวดท้องขอยากับป้าออ ป้าออที่ได้รับหน้าที่เฝ้ากรรัมภาจึงให้ก๊องเฝ้าแทน ก๊องถูกทั้งกรรัมภา ติณห์และไตรรัตน์ติดสินบนถึงหนึ่งพันบาทจึงยอมปล่อย กรรัมภาไป แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องแอบฟังเฉยๆ ห้ามโผล่ออกไปเด็ดขาด กรรัมภารับปากเพราะตนแค่อยากฟังว่าพวกจุนจีมาที่นี่ทำไมเท่านั้น

แต่สุดท้าย กรรัมภาก็ทำเสียเรื่องจนได้ เมื่อได้ยินจุนจียื่นคำขาดกับลีจองกุ๊กให้พาตนกลับ มิฉะนั้นจะไม่เล่นละครและกลับเกาหลีทันทีตนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น กรรัมภาทนไม่ได้โผล่มาบอกว่าเขาต้องแคร์ แคร์อย่างมากด้วย! พูดอย่างรู้ลึกรู้ดีว่า พ่อแม่เขาต้องการให้เขาเล่นละครไทยเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่เมืองไทย เวลานี้แม่เขาป่วยด้วยโรคร้ายอยู่ เขาควรทำความฝันของท่านให้เป็นจริง

จุนจีมองขวับจับหัวตัวเองมึนตึ้บ แล้วพุ่งคว้าหมับที่ต้นแขนกรรัมภาถามว่าสืบเรื่องครอบครัวตนทำไม ลีจองกุ๊กกับป๋องพยายามดึงจุนจีออกมา พวกสี่สาวแยกกรรัมภาออกมาทำให้กระเป๋าส่วนตัวของกรรัมภาตกที่พื้น จุนจีเห็นรูปของตัวเองในกระเป๋าเต็มไปหมด รวม  ทั้งตุ๊กตาที่คุ้นตามาก นึกขึ้นได้ว่าเหมือนตุ๊กตาที่พยาบาล เอาไปวางไว้ที่ข้างหมอน กรรัมภาถามอย่างภูมิใจว่าจำได้แล้วใช่ไหม

จุนจีจำได้ ด่าว่าเธอต้องเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ ปลอมตัวเป็นนางพยาบาลเข้าไปในห้องพักเอาตุ๊กตาวางแล้วขโมยหอมแก้มตนด่า “คุณมันสิบแปดมงกุฎ” แล้วเดินอ้าวออกไป

กรรัมภาวิ่งตามพยายามชี้แจง ยังถูกจุนจีเดินไปด่าไปจนถึงหน้าบ้านตรงไปที่รถ เจอติณห์กับไตรรัตน์ยืนดักอยู่ ทั้งสองพูดกวนประสาทจุนจี ไตรรัตน์ด่าจุนจีว่า เขาดูถูกพวกสาวๆ ยังพอเข้าใจได้ว่าไร้ประสบการณ์ทางวิญญาณ แต่ดูถูกความรู้สึกดีๆ ของคนอื่นที่มีให้กับเขาเป็นเรื่องที่อภัยไม่ได้จริงๆ

“ใช่ แล้วสุภาพสตรีที่เป็นแฟนคลับนายคนนั้น เขารักนายมาเป็นปีๆ หลงใหลเครซี่และดรีมออฟยูมาตลอด พวกฉันต้องทนดูรูปขี้เหร่ แล้วก็ฟังเรื่องบุลชิตเหลวไหลของนาย ที่ยัยแก้มเขาเพ้อถึงจุนจีๆๆๆ จนหู จะเปื่อยอยู่แล้ว พวกฉันยังไม่เคยบ่นเลย เพราะพวกฉันเคารพความรักอันบริสุทธิ์ของเขา” ติณห์พูดอย่างมีอารมณ์แล้วหันถามไตรรัตน์ว่าที่ตนพูดถูกไหม ไตรรัตน์รับรองว่าถูกทุกคำ

จุนจียืนนิ่งไปอึดใจ มองทุกคนพูดอย่างดูแคลนว่า

“ความรักอันบริสุทธิ์เหรอ ตลก เด็กผู้หญิงพวกนี้หลงรักตัวตนปลอมๆ ที่ต้นสังกัดฉันปั้นขึ้น เหมือนเด็กๆ หลงรักตัวการ์ตูนในหนังสือ ซึ่งไอ้ตัวการ์ตูนนี้มันแค่ยืมรูปร่างหน้าตาของฉันไปเท่านั้นแหละ แต่มันห่างไกลจากตัวตนจริงๆของฉันมากนัก แล้วเด็กพวกนี้ เคยรู้หรือเปล่าว่าตัวตนฉันจริงๆมันเป็นยังไง”

ติณห์กับไตรรัตน์ฟังแล้วขัดหูมาก ด่าจุนจีว่าหยาบคาย ไม่มีมารยาท ไล่ไปให้พ้น จุนจีประกาศจะไม่มาเหยียบบ้านพวกมารสังคมอีกและจะแจ้งตำรวจจับเข้าคุกด้วย ถูกไตรรัตน์ด่า “เก๋าเจ๊ง ซี้ซั้วต่า” จุนจีหาว่าด่าพ่อล่อแม่กัน เลยเกิดชกต่อยกันขึ้น แต่สุดท้ายก็ขึ้นรถกลับไปท่ามกลางความสะใจของสองหนุ่มที่เขม่นซุปเปอร์สตาร์เกาหลีคนนี้

ooooooo

ระหว่างที่มีเรื่องวุ่นๆที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์นั้น กุ-มาริกาแวบไปที่คอนโดของอรวี เลขาของสมชาย ทนายความของพิมอร วันนี้อติเทพมาอยู่ที่คอนโดด้วย

ระหว่างอติเทพเข้าห้องน้ำ มือถือเขาดังขึ้น เธอรับสาย ปรากฏว่าเป็นสายจากเจ้าหนี้ โทร.มาทวงหนี้ พออติเทพออกมาเห็น เขากระชากมือถือไป ขู่ว่าทีหลังอย่ารับสายของตนอีกและห้ามบอกเรื่องนี้แก่ใครเด็ดขาด หากอยากช่วยตนก็ให้เอาเอกสารพินัยกรรมไปให้จุนจีเซ็น แล้วมรดกทั้งหมดของพิมพิลาสก็จะตกเป็นของตน เมื่อตนใช้หนี้หมดเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย อรวีรับปากกลัวๆว่าจะรีบทำให้เร็วที่สุด

กุมาริกา รับรู้ปัญหาด้วยความสงสารอรวีแต่ก็คิด ปลงๆ ให้สบายใจว่า สัตว์โลกทั้งหลายย่อมมีกรรมเป็น ของตน

อติเทพพาอรวีไปที่คฤหาสน์ของพิมพิลาส มีกุมาริกาแอบตามไปด้วย ไปถึงเจอพิสมรยืนหน้าบึ้งรออยู่บอกว่าวันนี้มีโทรศัพท์ถึงเขาหลายสาย แต่ธุระเดียวกันทั้งหมด อติเทพรู้ว่าเรื่องอะไร ตัดบทถามว่าทนายสมชายมาหรือยัง

พิสมรที่เชื่อว่าอติเทพเป็นฆาตกรฆ่าพิมพิลาส พยายามที่จะแฉและลากฆาตกรมาลงโทษ แต่ไม่มีใครเชื่อ

อติเทพเข้าไปพบทนายสมชายขอให้เบิกเงินของพิมพิลาสมาให้ตนสองล้าน ทนายสมชายบอกว่าตนทำไม่ได้เพราะต้องทำตามพินัยกรรมที่ผู้ตายระบุไว้ทุกอย่าง อติเทพอ้างว่าจุนจีบอกแล้วว่าไม่ต้องการสมบัติแม้แต่สลึงเดียว ฉะนั้นทุกอย่างต้องตกเป็นของตน

“ถ้าอย่างนั้น ผมก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องยากอะไรที่คุณจะเอาเอกสารไปให้คุณจุนจีเซ็นยอมรับตามที่ระบุในพินัยกรรมไม่ใช่เหรอครับ”

อติเทพหัวเสียด่าพิมพิลาสว่าตายไปแล้วยังไม่วายสร้างเรื่องยุ่งยากอีก พิสมรเข้ามาถามว่าเพราะต้องการทรัพย์สมบัติใช่ไหมเขาจึงยอมแต่งงานกับคุณท่านของตน ถูกอติเทพขู่ให้หุบปากมิฉะนั้นจะไล่ออก ถ้าไม่หยุดอีกจะฆ่าให้ดู!

พิสมรไม่แยแสยังเดินหน้าแฉ จะกระชากฆาตกรมาลงโทษให้ได้ โทร.เข้ามือถือลีจองกุ๊กขอคุยกับจุนจีบอกว่าจะบอกจักรให้รู้ว่าใครฆ่าคุณย่าของเขา ถูกลีจองกุ๊กปฏิเสธอ้างว่าจุนจีกำลังซ้อมเต้นอยู่ พิสมรจึงขอทราบสถานที่ถ่ายละครแล้วออกไปเรียกแท็กซี่ทันที

“จะไปไหน” อติเทพที่จับตาดูอยู่ตะคอกถาม แต่พิสมรไม่บอกเพราะเขาไม่ใช่เจ้านายตน อติเทพมองตามรถแท็กซี่ที่พิสมรนั่งไปด้วยแววตาเพชฌฆาต!

ooooooo

ห้าสาวหาวิธีที่จะป้องกันไม่ให้มิรันตีถูกของอีก จึงให้ทั้งทรายเสกโรยรอบบ้านไม่ให้สิ่งเลวร้ายผ่านเข้าไปได้ ให้ทั้งชอล์กสายสิญจน์อันเป็นนวัตกรรมกันคุณไสยใหม่จากหลวงลุง

สุคนธรสให้เบี้ยแก้ไว้พกติดตัวถ้าโดนใครกระทำใส่ก็จะแก้ไขและรักษาให้หายคลายจางลงได้ ส่วนอาหารเนตรสิตางศุ์ให้ชาสมุนไพรผ่านการปลุกเสกจากหลวงลุงชงดื่มล้างพิษคุณไสยต่างๆ

“เอาเป็นว่า...คราวนี้ผมจะลองใช้ของพวกนี้ดูก่อน ถ้าได้ผลก็แล้วไป แต่ถ้ายังไงคงต้องรบกวนทุกคนนะครับ”

ติณห์พูดอย่างมีความหวังว่าสิ่งที่พวกห้าสาวให้นี้จะช่วยแม่ตนได้

กรรณากับก๊องได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ไปทำงานที่บ้าน ณ เวียงทับ ในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชีบริษัทของแผนยุทธ ทั้งสองถูกจารุณีแม่บ้านที่ทำตัวเหมือนเจ้าของบ้านต้อนรับอย่างรังเกียจ จัดห้องนอนที่มีเตียงเดี่ยวให้ ก๊องถามว่าแล้วจะให้ตนนอนที่ไหน?

“ใครเขาจะให้พวกคุณนอนห้องเดียวกัน เจ้าของบ้านหลังนี้เป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่เคยประพฤติตัวเสื่อมเสีย โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า เพราะฉะนั้น ในหนึ่งห้องนอน จะต้องมีแค่หนึ่งเพศเท่านั้น ห้ามปะปน ห้ามมั่วสุม ห้ามส่งเสียงดัง”

จารุณีจ้องหน้าก๊องอย่างดุดันจนก๊องสยอง มูมู่เข้ามาเชิญก๊องไปอยู่ห้องฝั่งตรงข้าม ก๊องรีบเดินตามไป จารุณีหันมาจ้องกรรณาเขม็ง แววตาชิงชัง ดูถูก จนกรรณานึกอยากทดสอบอะไรบางอย่าง แกล้งถามว่า คุณพิมอรไปสบายแล้ว เหลือแต่คุณผู้ชาย ถึงจะรักภรรยาแค่ไหนก็น่าจะมีสิทธิ์ได้มีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขกับใครสักคน...

จารุณีปรี๊ดแตกโกรธเหมือนงูถูกตีขนดหาง พุ่งจับแขนกรรณาบีบอย่างแรง แผดเสียงกรี๊ดๆ ๆสั่งให้หยุดความคิดนี้

“สกปรก!! ไร้ศีลธรรม!!! เธอไม่มีสิทธิในตัวเขา ไม่มีแม้แต่นิดเดียว!!!! อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอแตะต้องคุณผู้ชายของฉัน ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าฉันใจร้าย!” จารุณีด่าและปรามอย่างดุร้ายแล้วสะบัดออกไป

กรรณามึน ที่จารุณีโกรธจนเกินเหตุ ก๊องเองก็ตกใจวิ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตรงเข้าจับแขนกรรณา เห็นแขนถูกบีบจนเป็นรอยนิ้วมือก็ยิ่งตกใจ กรรณามองตามจารุณีไปอย่างสงสัยมาก มูมู่โผล่มายืนที่ประตู มองเธอด้วยสายตาเห็นใจสงสาร พอเห็นกรรณามองมาก็รีบหลบตามจารุณีไป

“ท่าทางเราจะมีปัญหากับทุกคนในบ้านนี้ไม่จบไม่สิ้นแน่” ก๊องเปรย แววตากังวล

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:48 น.