ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ ติณห์ยืนจิบกาแฟคุยกับณัฐเดชสบายๆ

“เรื่องการสะกดจิตหมู่แบบนั้น มันต้องเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติแน่ๆ ฉันกับญาณินได้รับสารจากนิมิตตอนนั่งสมาธิ ถึงไปช่วยทัน เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่ามันคืออะไร แล้วพระเบื้องบนท่านจะให้เราช่วยอีกหรือเปล่า”

ณัฐเดชบอกว่าภารกิจของซิกซ์เซ้นส์กำลังเริ่มอีกแล้ว ติณห์เองก็พูดอย่างภูมิใจว่าตนก็กลายเป็นคนมีเซ้นส์ ไปกับเขาด้วยแล้ว

“โอเค ยินดีต้อนรับสู่ความพิเศษ ภาระอันยิ่งใหญ่ที่อาจนำมาทั้งเรื่องที่ชอบและที่ไม่ชอบ” ณัฐเดชเอ่ยอย่างยินดี

ขณะนั้นเอง หมอวรวรรธเข้ามาอย่างรีบร้อนขอให้ช่วยไปดูเทปวงจรปิดในเรือนกล้วยไม้ของพิมพิลาสเพราะตนดูแล้วมันมีอะไรที่ดูแปลกๆ ณัฐเดชติงว่าเราดูกันดีแล้วว่าไม่ใช่การตัดต่อ แต่เมื่อหมอบอกว่าอยากให้ดู อีกครั้ง ทั้งสามจึงพากันไปที่ห้องปฏิบัติการตรวจคอมพิวเตอร์

จากการดูอย่างละเอียด สังเกตและเปรียบเทียบ ภาพต่อภาพ ทั้งสามพบความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

ประการแรก พบว่าเป็นภาพตัดต่อเพราะเวลาขัดกัน อย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นเวลากลางคืนแต่ภาพอติเทพที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์เป็นภาพที่ถ่ายเวลากลางวัน อีกประการ...คนในภาพไม่ได้มีแค่อติเทพกับพิมพิลาสแต่ยังมีบุคคลที่ 3 ที่มีเงาสะท้อนอยู่ในกระจกนั่นคือทนายสมชาย!

นั่นเป็นหลักฐานที่ยังต้องสาวไปให้ถึงต้นตอ ทั้งสามมองหน้ากันคิดหนัก

ooooooo

จุนจีที่สบายใจขึ้นมากเมื่ออติเทพที่เขาเชื่อว่าเป็นคนฆ่าย่าของเขาถูกจับ พากรรัมภามาที่บ้านพิมพิลาสหมายสารภาพรัก ทั้งสองหยอกล้อกันประสาคนมีใจตรงกัน กรรัมภาหนีจุนจีเข้าไปที่เรือนกล้วยไม้ พลาดเซจะล้มมือไขว่คว้าเลยถูกลวดที่เกี่ยวกระถางกล้วยไม้เกี่ยวถุงมือขาดถูกเนื้อเลือดซิบๆ

กรรัมภาถอดถุงมือดูบาดแผล จุนจีรีบมาดูและจะพาไปฉีดยากันบาดทะยัก กรรัมภาเอื้อมมือที่มีบาดแผลไปหยิบถุงมือ นิ้วสัมผัสถูกพื้นที่เรือนกล้วยไม้ เธอผงะเบิกตาโพลง จนจุนจีตกใจถามว่าเป็นอะไร

“ฉันเห็น...เห็นย่าคุณ!!”

กรรัมภาเล่าเหตุการณ์ที่เห็นจากสัมผัสพิเศษของตัวเองอย่างละเอียด...

วันนั้น พิมพิลาสถือเชิงเทียนเข้ามาที่เรือนกล้วยไม้เพราะรู้สึกว่ามีคนบุกรุกเข้ามาที่นั่น เธอถูกอรวีถือถุงใส่งูเห่ามาปล่อยเพื่อให้กัดและทำเสียงล่อให้พิมพิลาสเดินไปหา ถูกงูเห่าที่ห้อยหัวลงจากต้นไม้ฉกทันที! พิมพิลาสร้องสุดเสียงเชิงเทียนร่วงจากมือ เธอล้มลงทันที

งูเลื้อยหนี ถูกทนายสมชายใส่ถุงมือเอาไม้จับงูเอางูออกไปจากเรือนกล้วยไม้

พิษงูแพร่กระจายไปทั่วตัวพิมพิลาส เธอดิ้นรนอย่างทรมานร่างค่อยๆเป็นอัมพาต เหลือบเห็นอรวีใส่รองเท้าส้นสูงแดงยืนอยู่ ก็พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่อรวียืนมองอย่างเลือดเย็นจนกระทั่งพิมพิลาสสิ้นใจไปอย่างทรมาน

กรรัมภาหลุดจากภาพเหตุการณ์นั้น ทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง จุนจีถามเสียงเครียดว่า ฆาตกรไม่ใช่อติเทพแต่เป็นอรวีหรือ? เธอบอกว่าไม่ใช่อรวีคนเดียว คนที่เอางูออกไปคือทนายสมชาย! เธอเร่งให้ต้องรีบไปบอกณัฐเดชว่าเราจับฆาตกรผิดตัว

แต่พอลุกขึ้น ทั้งสองก็ต้องตกใจเมื่อเจออรวีมายืนหน้าเศร้าอยู่ เธอถามน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“ทุกอย่างกำลังจบอยู่แล้ว พวกคุณมารื้อฟื้นมันอีกทำไม”

“มันจบไม่ได้หรอก ถ้าฆาตกรตัวจริงยังลอยนวล วิญญาณของคุณพิมพิลาสก็ยังทนทุกข์ไปผุดไปเกิดไม่ได้”

“คุณฆ่าคุณย่าผม! คุณต้องได้รับโทษ!!” จุนจีโพล่งไปอย่างแค้นใจ อรวีจ่อปืนใส่ทันที จุนจีจึงหว่านล้อมว่า “อย่ายิงนะคุณอรวี คุณอยากให้เรื่องมันร้ายแรงมากกว่าเดิมอีกเหรอ”

“ไม่..แค่ฉันฝังพวกคุณสองคนในเรือนกล้วยไม้นี่เสีย ทุกอย่างก็จบ!”

เมื่ออีกฝ่ายมีทั้งปืนและประกาศจะฝังพวกตนเช่นนี้ ทางเดียวที่เหลือคือต้องสู้ จุนจีใช้ความสามารถพิเศษของตนด้านการแสดงผลักกรรัมภาล้มลงแล้วกระโดดเตะกระถางกล้วยไม้กระแทกใส่อรวี เป็นจังหวะที่อรวีลั่นไกพอดี!

จุนจีพากรรัมภาวิ่งหลบกระสุนหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ อรวีตั้งสติได้ไล่ยิงอย่างคลุ้มคลั่ง กรรัมภาถูกยิงที่ไหล่ จุนจีพาวิ่งหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ก็มาเจอทนายสมชายถือปืนดักอยู่

“พวกมึงสองคนตาย!” ทนายสมชายจ่อปืนใส่ ถูกจุนจีกำทรายซัดใส่หน้าจนลืมตาไม่ขึ้น จุนจีจึงพากรรัมภาหนีรอดไปได้ อรวีไล่ตามมาเจอทนายสมชายถามเขาว่าสองคนนั้นหนีไปแล้วทำยังไงดี

“อย่าให้มันหนีรอดไปจากบ้านนี้ได้!” ทนายสมชายสั่งเหี้ยม

ooooooo

ลีจองกุ๊กที่รอจุนจีอยู่ในห้องได้ยินเสียงปังๆ เดินออกมาดูว่าใครมาจุดประทัดเล่นแถวนี้ เจอจุนจีพากรรัมภาวิ่งมาพอดี จุนจีตะโกนให้รีบหนี แล้วกระชากลีจองกุ๊กหนีไปอีกฟากของบ้าน

ลีจองกุ๊กเห็นกรรัมภาได้รับบาดเจ็บและจุนจีก็ประคองพาเธอหนีอย่างยอมเอาชีวิตเข้าแลก ตัดสินใจทำหน้าที่ผู้จัดการที่ดี เอาปืนของตนให้จุนจีแล้วตัวเองยอมเป็นเป้าวิ่งล่อ ทนายสมชายเบนเป้าหมายวิ่งขึ้นชั้นบน เจอรูปของพิมพิลาสขนาดมหึมาก็ตกใจผงะถอยหลัง วินาทีนั้นวิญญาณพิมพิลาสเข้าสิงลีจองกุ๊กทันที!

ทนายสมชายรู้ทัน เห็นลีจองกุ๊กวิ่งออกจากซอกหนึ่งก็มั่นใจว่าจุนจีต้องซ่อนตัวอยู่แถวนั้น ร้องท้าให้ออกมาสู้กัน จุนจีบอกให้กรรัมภาหนีไปก่อน ทนายสมชายเห็น กรรัมภาจึงเล็งปืนใส่ จุนจีตัดสินใจยิงสกัดแต่กระสุนหมด จึงพุ่งเข้าตลุมบอน ทนายสมชายบิดมือจะยิงจุนจี ผ่านซอกคอตัวเอง ถูกจุนจีผลักกระเด็นแล้ววิ่งหนี

“โธ่เว้ย...ปัง ๆ ๆ ๆ” ทนายสมชายสบถ ยิงไล่หลังจุนจีไปอย่างบ้าเลือด

ฝ่ายกรรัมภาถูกอรวีไล่ยิง แต่กุมาริกาใช้ฝ่ามือยันกระสุนไว้เพราะไม่อยากให้น้องฆ่าใครอีก

ลีจองกุ๊กที่ถูกวิญญาณพิมพิลาสเข้าสิง วิ่งไปช่วยจุนจีจากการถูกทนายสมชายยิง บอกจุนจีว่า

“ย่าเองจักร ไม่ต้องกลัวหลานรัก ย่าจะปกป้องหลานไม่ให้ไอ้คนชั่วพวกนี้ทำอะไรหลานรักของย่าได้” แล้วหันพูดกับทนายสมชายอย่างอาฆาตพยาบาทที่ตนอุปการะส่งเสียเรียนจบเป็นทนายความแต่จิตใจต่ำช้าละโมบจนฆ่าตน

ลีจองกุ๊กที่ถูกพิมพิลาสเข้าสิง ตรงเข้าบีบคอทนายสมชาย แต่ถูกทนายสมชายยกพระที่ห้อยคอออกมาต้านทำให้วิญญาณพิมพิลาสต้องออกจากร่างลีจองกุ๊ก แล้วพริบตานั้นลีจองกุ๊กก็ร่วงหมดสติกับพื้น จุนจีตกใจถลาเข้าไปหาลีจองกุ๊ก เขาถูกทนายสมชายเอาปืนจ่อหัวทันที!

“อย่า..สมชาย อย่าทำอะไรหลานฉัน” พิมพิลาสอ้อนวอนเพราะถูกพระของทนายสมชายทำให้หมดพลังไปแล้ว

“เพราะมึงตัวเดียวไอ้จุนจี ไม่ยอมเซ็นยอมรับพินัยกรรมเสียที ไม่งั้นกูได้มรดกเสวยสุขไปนานแล้ว เพราะมึงทำให้ไอ้อติเทพมันหักหลัง ทอดทิ้งกูกับลูก เพราะมึงทำให้กูไม่ได้อะไรเลย มึงต้องชดใช้ด้วยชีวิตซุปเปอร์สตาร์ของมึง!!”

เมื่อพิมพิลาสอ้อนวอนไม่เป็นผล ตัดสินใจบอกทนายสมชายว่า จะให้สมบัติที่เขาต้องการ ทนายสมชายหันขวับทันที

“ฉันยังมีสมบัติซ่อนอยู่ในบ้านนี้อีก ฉันจะยกให้แกทั้งหมด เพื่อแลกกับชีวิตหลานชายฉัน”

ooooooo

กุมาริกาพยายามเกลี้ยกล่อมหว่านล้อมให้อรวีวางปืน น้องอย่าฆ่าใครอีกเลย ถูกอรวีตวาดว่าตนไม่เคยมีพี่สาวเป็นผี ทำให้กรรัมภารู้ว่ากุมาริกาเป็นพี่ของอรวี

อรวีเชื่อว่าเมื่อฆ่ากรรัมภาแล้วก็จะไม่มีใครรู้ว่าตนเป็นคนปล่อยงูเห่ากัดพิมพิลาสตาย อรวียิงใส่กรรัมภาจนหมดแม็ก แต่กุมาริกายื่นสองฝ่ามือไปรับกระสุนไว้เจ็บปวดจนเกร็งไปทั้งตัวน้ำตาไหลอาบแก้ม ปล่อยกระสุนร่วงกราวเกลื่อนพื้น

“พี่เคยสงสารตัวเองที่มีกรรมทำให้ไม่ได้เกิด แต่ตอนนี้พี่สงสารคนที่ได้โอกาสเกิดมาแล้วยังสร้างกรรมเพิ่มอีก”

อรวีสำนึกผิดทิ้งปืนอย่างหมดแรง พอดีณัฐเดชกับหมอวิ่งเข้ามา ณัฐเดชเห็นปืนข้างตัวอรวีก็ตะปบปืนที่เอวตัวเองทันที บอกอรวีว่าให้มอบตัวเสีย ตอนนี้ตำรวจรู้ความจริงหมดแล้ว อย่าคิดต่อสู้เป็นอันขาด สั่งให้ยกมือขึ้น

อรวีทำตามคำสั่ง ณัฐเดชเข้าไปใส่กุญแจมือทันที กุมาริกามองน้องสาวอย่างสุดเศร้า บอกอรวีว่าตนจะสวดมนต์แผ่ส่วนบุญให้ฟัง อรวีนั่งซบหน้ากับเข่าร้องไห้แทบขาดใจท่ามกลางเสียงสวดมนต์แผ่ส่วนบุญของกุมาริกา...

ส่วนทนายสมชาย ใช้ปืนจี้ให้วิญญาณพิมพิลาสและจุนจีพาไปยังห้องที่เก็บสมบัติ พิมพิลาสใช้พลังเปิดตู้เซฟ ภายในบรรจุทองและเพชรไว้มากมาย ทนายสมชายตาโตสั่งจุนจีให้โกยเพชรและทองเหล่านั้นใส่กระเป๋าให้ตน พิมพิลาสทวงว่าเมื่อได้สมบัติตามที่ตกลงแล้วก็ให้ปล่อยจุนจีเสีย

ทนายสมชายตระบัดสัตย์ อ้างว่าขืนปล่อย จุนจี จะไปแจ้งความจับตน เตรียมจะฆ่าทิ้งเสีย ดีที่ณัฐเดชกับหมอถีบประตูเข้ามาทันเวลาพอดี จึงจับทนายสมชายไป จุนจีขอบคุณพิมพิลาสผู้เป็นย่าที่ช่วยชีวิตตนอย่างซึ้งใจ

ooooooo

เมื่อเป้ยรู้ว่าจุนจีเป็นผู้ที่ได้รับมรดกทั้งหมดจากพิมพิลาส จึงเบนเป้าจะหันมาจับจุนจี ขอให้คืนนี้พาไปดินเนอร์กัน

“คุณจะไปดินเนอร์กับคนอื่นไม่ได้ คุณเป็นแฟนผม” อติเทพในสภาพซอมซ่อหนวดเครารุงรังโผล่เข้ามา

ลีจองกุ๊กตกใจถามว่าออกจากคุกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เตือนจุนจีให้ระวังตัว

“ผมประกันตัวออกมาสู้คดี” อติเทพบอกแล้วหันถามเป้ยว่าไม่ห่วงตนบ้างหรือ ย้ำว่า “เราเป็นคู่หมั้นกันนะ”

เป้ยปฏิเสธว่าเป็นการเข้าใจผิด ตนกับเขาไม่เคยมีอะไรกัน ปรามอติเทพว่าต่อไปอย่ามายุ่งกับตนอีกไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจจับข้อหาคุกคามปองร้าย พูดแล้วเดินหนีไป ทิ้งให้อติเทพยืนเป็นบื้อ พอนักข่าวรุมถ่ายรูป เลยถูกอติเทพด่า

“ถ่ายบ้าอะไรกัน หยุดเสียที” ทำเอานักข่าวแตกกระเจิง

อติเทพเดินไปนั่งร้องไห้ที่ป้ายรถเมล์ พิมพิลาสยืนมอง พูดอย่างสมเพชว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนตนคงสงสารพากลับบ้าน แต่โชคดีที่ตนตายแล้วถึงไม่ทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นอีก เอ่ยเหมือนอำลาเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“ลาก่อนอติเทพ ขอให้เธอกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ชาติหน้ามีจริงเราอย่าได้พบกันอีกเลย หมดเวรหมดกรรมต่อกันแค่ชาตินี้เถอะนะ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ลาก่อน...” วิญญาณพิมพิลาสจางหายไปแล้ว อติเทพคอตกเอ่ยอย่างสำนึกผิด

“ผมขอโทษพี่พิม ผมขอโทษ...”

แต่จากการพิสูจน์หลักฐาน ได้ข้อสรุปว่า อติเทพไม่มีความผิดในคดีฆ่าพิมพิลาส แต่มีความผิดในคดีฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์สินของพิมพิลาส ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้รับมรดก

“เพราะฉะนั้น ผู้มีสิทธิรับมรดกเพียงคนเดียวก็คือปาร์คจุนจีครับ” หมอวรวรรธสรุป

“ขอแสดงความยินดีด้วยครับคุณปาร์คจุนจี คุณได้รับมรดกพันล้านแล้ว” ผู้การแสดงความยินดี แต่จุนจีพูดอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า

“มรดกพันล้าน ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณย่าตายและอีกหลายคนต้องเดือดร้อน เงินนี่มันคืองูพิษจริงๆ” แล้วจุนจีก็เล่าถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่เกาหลีของพ่อแม่และตน แต่ทุกคนก็มีความสุขเพราะเรารักกัน กอดกันทุกวัน แล้วย้อนมามองชีวิตของพิมพิลาสผู้เป็นย่าว่า “แล้วดูคุณย่าสิ มีเงินพันล้านแล้วมีความสุขไหม ได้มีคนที่รักท่านมากอดไหม”

แล้วทุกคนก็ตกใจเมื่อเสียงพิมพิลาสเอ่ยขึ้นว่า...

“จักร...ย่าอยากจะขอโทษหลานสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา” พิมพิลาสบอกว่างูพิษที่แท้จริงนั้นอยู่ในใจตนต่างหากที่ทำให้ขบกัดคนรอบตัวจนไล่ทั้งหลานและพ่อแม่ออกจากบ้าน แล้วในที่สุดงูพิษในใจนี้ก็กัดตนจนตายทั้งเป็น “ทุกวันทุกคืน ถึงจะมีชีวิตที่เงินมากมายนับไม่ไหว...แต่มันเหมือนคนตายแล้ว มันขมเหมือนอมพิษไว้เต็มตัว มันเยือกเย็น มันอ้างว้างเหมือนอยู่ในสุสาน ล้อมรอบไปด้วยคนที่เกลียดเรา”

พิมพิลาสเล่าอย่างสะท้านสะเทือนใจอีกว่า

“ย่าชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อขึ้นทั้งตอนยังมีชีวิตอยู่และตอนนี้ หากหลานมีใจที่ดีงาม มีใจที่ไม่ใช่งูพิษ แม้จะมีเงินมากมายหรือมีเงินนิดเดียว มันก็ไม่เป็นปัญหาหรอกลูก” จุนจีบอกว่าตนเข้าใจ พิมพิลาสจึงบอกว่า “เงินนั้น แล้วแต่หลานก็แล้วกันว่าหลานจะทำยังไงกะมัน แต่ย่าขออย่างเดียว ยกโทษให้ย่า อโหสิให้ย่า”

เมื่อจุนจีอโหสิให้ พิมพิลาสอวยพรให้เขามีความสุขความเจริญ มีแต่ความสงบเย็นในจิตใจ แล้วเอ่ยลา วิญญาณที่ปรากฏค่อยๆจางหายไป

“ขอให้วิญญาณของย่าไปสู่สุคตินะครับ”

จุนจียกมือไหว้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว

ooooooo

ส่วนที่บ้านไตรรัตน์...โบตั๋นได้เวลาที่ต้องไปเกิดใหม่แล้วแต่ยังติดปัญหาที่ยังทำไม่เสร็จ โบตั๋นร้องไห้จนคนทั้งบ้านตกใจ อาม่าถึงกับเป็นลม

สุคนธรสเข้าไป เห็นน้ำตาโบตั๋นเป็นสายเลือด ถามว่าโบตั๋นเป็นอะไร โบตั๋นบอกว่าตนฝันว่าแขนเลือดออกเมื่อยกแขนให้ดูก็มีรอยกรีดและมีเลือดออกจริง ทั้งสุคนธรสและไตรรัตน์งงว่าโบตั๋นไปโดนอะไรมา

“หนูรู้พี่รส” กุมาริกาเอ่ย แล้วกระซิบบอก สุคนธรสจึงบอกไตรรัตน์ว่าถึงเวลาที่โบตั๋นต้องไปเกิดแล้ว แต่เพราะติดห่วงเรื่องกล่องของขวัญที่ยังหาไม่เจอ ไตรรัตน์สัญญากับโบตั๋นว่าจะช่วยหาของขวัญให้เจอให้ได้

ฝ่ายอาม่าตกใจจนเป็นลม แล้วฝันว่าได้เจออากง อากงมาลาบอกว่าจะไปเกิดแล้วแต่มีของจะให้อาม่า ไม่บอกว่าอะไร บอกแต่ว่าเก็บอยู่ในห้อง สุคนธรสอาสาจะเข้าไปดูเอง อาอี๊จึงเอากุญแจห้องให้

ภายในห้องอากงทุกอย่างยังรักษาสภาพเดิมไว้ สุคนธรสเข้าไปตั้งจิตอธิษฐานว่า

“หากอากงอยากให้ของที่บอกอาม่า ก็ขอให้ชี้ทางด้วยค่ะ”

พอลืมตาก็เห็นฝาตู้บานหนึ่งเปิดอยู่ทั้งที่ตอนเข้ามามันปิดสนิท เมื่อไตรรัตน์ตามเข้ามาจึงให้เขาช่วยอุ้มขึ้นไปดูที่บานตู้ชั้นบน จึงพบกล่องของขวัญที่โบตั๋นเตรียมมอบให้ไตรรัตน์ในวันเกิดแต่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตและอากงนำมาเก็บไว้ในห้อง

“ไปบอกพ่อแม่นายเตรียมจัดวันเกิดให้นาย โบตั๋นจะได้ให้ของขวัญนายตามความตั้งใจเดิมก่อนตาย” สุคนธรสเร่ง

“นี่แปลว่า โบตั๋นจะไปเกิดแล้วหรือ บ้านนี้จะไม่มี วิญญาณโบตั๋นอีกแล้วซิ” กุมาริกาทั้งดีใจและเสียใจที่ต่อไปจะไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันอีกแล้ว ไตรรัตน์เดินออกไปเศร้าๆ สุคนธรสมองตามพึมพำเบาๆ

“ไม่ใช่แค่โบตั๋นที่จะไปจากบ้านหลังนี้ ฉันก็จะไปด้วยเหมือนกัน”

ooooooo

วันนี้ขณะกรรณากำลังนั่งวาดแบบแปลนเบื่อๆ อยู่ที่บริษัทนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากพงอินทร์ เขาโทร.มาลาเธอบอกว่าจะกลับไปทำงานเดิม จะเข้าป่าไปถ่ายสารคดีสักปีสองปี

“หา!...ไปถ่ายสารคดีอะไรของนายตั้งเป็นปีๆ” กรรณาใจหายทั้งที่เพิ่งเล่นตัวอยู่หยกๆ

“คุณจะอยากรู้ไปทำไม เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องเห็นหน้าผม ไม่ได้ยินเสียงผมสมใจคุณก็แล้วกัน ผมต้องไปแล้ว ลาก่อน” พูดแล้ววางสายเลย กรรณาแทบขาดใจ รีบพูดแต่ไม่ทันแล้ว เลยบ่นคนเดียว...

“คนบ้าเอ๊ย...จะมาลากันทางโทรศัพท์แบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ยอมหรอก” เก็บมือถือแล้วคว้ากระเป๋าจะออกไป แต่พอลุกพรวดขึ้นก็ชนเข้ากับพงอินทร์ที่ยืนติดอยู่ข้างหลังจนตัวเองเซ เขาโอบเอวเธอไว้ถามว่า ไม่ยอมแล้วจะทำอะไร “ก็เบิ๊ดกะโหลกนายน่ะซิ”

กรรณายกมือจะตบหัว ถูกพงอินทร์คว้ามือไปจูบบอกว่าเบิ๊ดกะโหลกไม่เอา แบบนี้ดีกว่า กรรณาเสียท่าทำหน้าไม่ถูกเลยไล่แก้เขิน แต่พอพงอินทร์สะพายเป้เดินไป เธอก็ยืนมองหน้าหงอยใจเหงาบอกไม่ถูก

แต่ไม่ทันได้เศร้า ผู้การเดินสวนพงอินทร์เข้ามาพอดีถามว่าจะไปไหน พงอินทร์มัวแต่เอ้ออ้า กรรณาเลยตอบแทนว่า

“เขาจะไปเข้าป่าน่ะค่ะ อย่าไปสนใจเลย แล้วนี่ผู้การหิ้วพี่ณัฐกับหมอมาทำไมคะ”

“หิ้วมารำวงมังครับ...ฮ่าๆๆ” ผู้การหัวเราะแอ๊บๆ ตามสไตล์ แล้วจึงบอกว่า ชวนมาคุยงาน ตนมีคดีสำคัญให้พวกเธอใช้พลังพิเศษช่วย แล้วผู้การ ณัฐเดช หมอวรวรรธก็เดินเข้าข้างใน พงอินทร์เลยตามเข้าไปด้วย

ooooooo

ผู้การเอาแผ่น DVD ให้ก๊องใส่เครื่อง เปิดออกมาเป็นสารคดีธุรกิจอาหาร ทุกคนดูงงๆว่าผู้การให้ดูทำไม

“นี่แหละคือภาพ DVD ที่ทีมงานเตรียมไว้ฉายในวันนั้น ไม่น่าจะเป็นการสะกดจิตอะไรได้อย่างที่พวกคุณบอก”

หมอวรวรรธเอาหลอดแก้วที่มีของเหลวอยู่ในนั้นออกมาวางบอกว่า

“นี่คือตัวอย่างของเหลวในแก้วที่เสิร์ฟในวันนั้น น่าแปลกที่มันกลายเป็นน้ำธรรมดาไปหมดทุกๆตัวอย่างคนในที่ประชุมวันนี้และเจ้าหน้าที่ที่เก็บตัวอย่างมา บอกตรงกันว่า มันคือยาฆ่าแมลง”

ติณห์บอกว่าของเหลวนั้นเป็นสีดำและเดือดปุดๆ ก๊องติงว่าไม่มียาฆ่าแมลงอะไรที่เป็นสีดำและเดือดปุดๆหรอก

“ทุกคนเหมือนไม่มีสติ ไม่รู้ตัวว่ากำลังจะยกแก้วน้ำพิษขึ้นดื่มพร้อมกันทั้งห้อง” ญาณินเล่าตามที่ถอดจิตเข้าไปเห็นกับตาในวันนั้น หมอวรวรรธก็ยืนยันว่าตรวจฉี่ทุกคนแล้วก็ไม่พบสารเสพติดหรือของมึนเมาอะไรเลย

“มันต้องไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์แน่ๆค่ะ มันต้องเป็นเรื่องไสยศาสตร์เพราะคุณหนูกับคุณติณห์มองเห็นในนิมิตก่อนค่ะ” ป้าออพูดอย่างมีประสบการณ์ แต่ผู้การบอกว่าทุกคนให้การว่าจำอะไรไม่ได้เลยหลังจากดูวีดิโอพรีเซนเทชั่นครู่หนึ่ง

ญาณินเล่าภาพในจอที่ตนได้เห็นในวันนั้นว่า มันเหมือนนกที่มีปีกสีดำบินวนๆเข้าหาศูนย์กลาง พงอินทร์แทรกว่านกสีดำก็ต้องเป็นอีกา พอพูดถึงอีกา ทุกคนก็คุ้นขึ้นมา ติณห์คิดถึงหมอผีสมคิด ญาณินเพ่งไปที่เบญจาทันที

ooooooo

ที่บ้านไตรรัตน์ หลังจากหาของขวัญเจอและจัดงานวันเกิดของไตรรัตน์เพื่อให้โบตั๋นมอบของขวัญ จะได้ไม่มีอะไรติดค้างและได้ไปเกิดใหม่

แต่โบตั๋นก็ยังมีห่วงว่าไตรรัตน์กับสุคนธรสยังพ่อแง่แม่งอนกันไม่เลิก จึงอาศัยงานวันเกิดของไตรรัตน์ที่สุคนธรสอวยพรเขาเป็นคนสุดท้าย ลุ้นให้เธอหอมแก้มเขา

หลังจากโบตั๋นมอบของขวัญที่เป็นรูปครอบครัวใส่ในกรอบสวยงามที่เธอตั้งใจทำเองแล้ว ไตรรัตน์ซึ้งจนน้ำตาคลอถามว่า กรอบรูปนี้โบตั๋นทำเองหรือ

“ค่ะ หนูแอบทำตั้งนานแน่ะ ดีใจที่พี่ชอบนะคะ  ถึงแม้หนูจะไม่ได้อยู่ด้วย แต่หนูอยากเห็นทุกคนที่บ้านอยู่ด้วยกันมีความสุข แม่กับอาอี๊ไม่ทะเลาะกันอีก อาม่าก็ด้วยนะคะ พี่รสกับพี่ไตรก็เหมือนกัน รักกันให้มากๆ แล้วอย่าลืมคิดถึงหนู หนูต้องไปแล้ว ลาก่อนทุกคน...”

โบตั๋นโบกมือลา วิญญาณกลายเป็นดวงจิตสว่างจ้าแล้วลอยขึ้นฟ้าไปราวกับดวงดาว ทุกคนยืนโบกมือและอวยพรจนดวงจิตนั้นลอยเข้าไปรวมกลุ่มกับดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบอย่างสวยงาม...

ส่งโบตั๋นแล้ว สุคนธรสก็เก็บกระเป๋าจะไปจากบ้านนี้ตามที่บอกไตรรัตน์ไว้ เธอแปลกใจที่ไตรรัตน์ไม่ห้าม ไม่ได้ขอร้อง แต่กลับบอกว่า “เชิญ...” แล้วเขาจึงพูดว่า

“ไปเถอะ แล้วผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ ถ้าผมตายวิญญาณผมก็จะไม่เกิด ผมจะรอ รออย่างมีความหวัง รอให้แม่หมออย่างคุณกลับมาหา กลับมาปลดปล่อยวิญญาณผีที่รักเดียวใจเดียวแต่ไม่สมหวังในรัก”

สุคนธรสถามว่าทำไมต้องพูดถึงความตายด้วย ไตรรัตน์ยิ้มเศร้าๆ ให้เหตุผลว่า เพราะเธอไม่สนใจคน สนใจแต่ผี ถ้าตนตายไปแล้วดุๆหน่อย เฮี้ยนนิดๆ แบบโบตั๋น อาจจะทำให้เธอหันมามองบ้าง

คำเว้าวอน แต่ไม่ง้อของไตรรัตน์ ทำให้สุคนธรสลดท่าทีแข็งกระด้างลง สุดท้ายจากงอนกัน ก็กลายเป็นหยอกล้อหัวเราะกันอย่างร่าเริง...

ooooooo

เมื่อได้รับภารกิจจากผู้การแล้ว พวกญาณินพากันไปที่ตึกออฟฟิศที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ไปถึงเจอภูตอีกาที่เบญจาส่งมาทำซ้ำ หลังจากที่ถูกญาณินกับติณห์ทำลายไปครั้งที่แล้ว

ญาณินถอดจิตขึ้นไปถึงห้องประชุม เห็นภูตอีกาเต็มไปหมด ลงมาบอกพรรคพวกให้รีบไปจากที่นี่กัน

“ที่นี่มีวิญญาณหลายตนมันมารอเพื่อฆ่าคนในบริษัท แต่ตอนนี้มีแต่พวกเรามา มันอาจจะมารุมเล่นงานพวกเราแทน”

“ผมว่า เราพอได้ข้อสรุปแล้วกลับไปกันดีกว่าณิน บางทีถ้าเรานั่งสมาธิกันอีกครั้ง เราอาจจะค้นพบอะไรมากกว่าจะมาสู้กับมันอย่างสะเปะสะปะในตอนนี้”
ติณห์เสนอ

ญาณินเห็นด้วย ทุกคนจึงรีบออกจากห้องไป เมื่อกลับมาถึงบริษัท กรรณาสรุปกับเพื่อนๆว่า

“เบญจากับหมอสมคิดกำลังจะทำเรื่องที่สยดสยองเพิ่มขึ้นจากที่เคยทำมาในอดีต และมีแต่พวกเราที่จะขวางพวกมันได้ เราไม่ควรตั้งรับกันอีกแล้วนะ เราต้องเป็นฝ่ายรุกบ้าง เพราะพวกมันมีอันตรายอยู่ในระดับภัยสังคมเลยล่ะ”

ทุกคนเห็นถึงความจริงจังในการทำงานของกรรณา แต่พอเธอนึกอะไรได้ก็สะดุ้งเฮือก วิ่งไปคว้ารีโมตจากก๊องเปลี่ยนช่องที่ก๊องกำลังดูบอลอยู่ ทุกคนแปลกใจ ต่อมาจึงรู้ว่าเธอตื่นเต้นที่จะดูละครเรื่อง “มายาร้อยใจ” ที่จุนจีแสดงนำและจะออนแอร์เป็นตอนแรกนั่นเอง!

จุนจีเองก็แอบมาดูกับกรรณา แต่พอถึงบทจูบในละคร กรรณาก็หึงขึ้นมา ยิ่งเมื่อเจอเสียงเชียร์ของแฟนคลับในมือถือให้จุนจีกับเป้ยเป็นคู่จิ้นกัน ก็ยิ่งรับไม่ได้ จุนจีพยายามชี้แจงว่านั่นเป็นการแสดงในละคร เธอก็รับไม่ได้ สุดท้ายงอนหนีกลับบ้านไปเลย

เนตรสิตางศุ์ถูกณัฐเดชสั่งห้ามไปงานนี้ เธอจึงทำอาหารให้ทุกคนทานอย่างตั้งใจ ถูกสุพิชชาที่ยัดเยียดตัวเองมาอยู่ที่บ้านด้วย ทำร้ายจิตใจด้วยการซื้ออาหารร้านอร่อยจากข้างนอกมาและจะเอาที่เนตรสิตางศุ์ทำไปเททิ้ง หมอวรวรรธจึงชวนเนตรสิตางศุ์เอาอาหารที่เธอทำไปดินเนอร์กัน ในบรรยากาศแสนโรแมนติก ทำเอาสุพิชชา แค้นแทบกระอักเลือด

ไม่เพียงเท่านั้น สุพิชชายังเข้าไปรื้อข้าวของในห้องนอนของเนตรสิตางศุ์ อ้างว่าช่วยจัดห้องให้ เอารูปที่เนตรสิตางศุุ์ถ่ายคู่กับหมอวรวรรธทิ้งถังขยะ เมื่อเนตรสิตางศุ์เก็บขึ้นมาก็ปัดทิ้งจนกระจกแตกบาดมือตัวเอง พอณัฐเดชเข้ามาดูก็มารยาว่าถูกเนตรสิตางศุ์ทำร้าย ณัฐเดชหูเบาดุเนตรสิตางศุ์ เธอเสียใจน้อยใจจนร้องไห้

แต่ก่อนที่สุพิชชาจะเข้ามา  เนตรสิตางศุ์กำลังคุยมือถือกับหมอวรวรรธอยู่  พอสุพิชชาเข้ามาเธอวางมือถือโต้เถียงกับสุพิชชาโดยไม่ได้ปิดเครื่อง  ทำให้หมอได้ยินเรื่องราวทั้งหมด  หมอได้แต่เป็นห่วงและสงสารเธอจับใจ...

ooooooo

ที่สำนักของหมอผีสมคิด  กรกฎยื่นรูปนักธุรกิจใหญ่นายหนึ่งให้เบญจา  บอกว่านักธุรกิจรายนี้แอบเป็นชู้กับเมียเจ้าของบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่และยังแอบแทงข้างหลังเจ้านายตัวเองอีกด้วย

เบญจารับรูปไปดู  กรกฎพูดต่อว่า “เขาเลยจ้างเราสามสิบล้านสำหรับการทำให้มันหายไปภายใน  12  ชั่วโมง”

หมอผีสมคิดพูดอย่างท้าทายว่าจะรอดูว่าเบญจาจะมีความคิดสร้างสรรค์แปลกๆใหม่ๆ อะไรมานำเสนอบ้าง งานนี้เบญจาจึงให้กรกฎมาร่วมพิธี เธอร่ายมนต์คาถาจนดวงตาของกรกฎปรากฏเปลวไฟลุกโชนและถอดจิตจากร่างไปทำงานตามคำสั่งตน!

นักธุรกิจคนนั้นนั่งรอชู้อยู่ที่ร้านอาหารหรู  กรกฎถอดจิตเข้าไปหา  เพียงนักธุรกิจเงยหน้าสบตาก็ถูกสะกดจิตทันที ไม่นานนักธุรกิจคนนั้นก็สะดุ้งลุกขึ้นดิ้นทุรนทุรายเพราะภายในร้อนดังไฟสุม  ตะโกนขอความช่วยเหลือแล้ววิ่งออกไปนอกร้าน  กรกฎแสยะยิ้มสะใจ  ไม่นานไฟก็ลุกท่วมนักธุรกิจคนนั้น  เขาดิ้นอย่างทรมาน  พนักงานช่วยกันเอาน้ำสาดไฟก็ไม่ดับ

เป็นจังหวะที่จุนจีขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถกรรัมภามาเจอ  เขาถอดเสื้อไปคลุมร่างนักธุรกิจคนนั้น คนอื่นๆก็เข้ามาช่วยกันดับจนไฟมอดลง  แต่นักธุรกิจคนนั้นก็อยู่ในสภาพเป็นตายเท่ากันแล้ว!

หนังสือพิมพ์ลงภาพและข่าวที่สยดสยองนั้น สุคนธรสฟันธงว่า นี่คือไฟที่เกิดจากอาคมมนต์ดำ

“พยานในร้านบอกว่า อยู่ๆเขาก็ทำท่าว่าร้อนทั้งๆที่แอร์ในร้านเย็นมาก  เหมือนเขาคิดไปเองคนเดียว...หรือโดนสะกดจิต?” ผู้การเล่า

“เป็นไปได้ไหม ที่การสะกดจิตนี้ ทำให้เจ้าตัวเพ่งความรู้สึกไปที่ความร้อนในตัว การเพ่งของตัวเองก็เหมือนจิตของเขากลายเป็นแว่นขยายเลนส์นูนที่ดูดพลังธาตุไฟทั้งหมดในตัวคนมารวมกันอย่างเข้มข้นจนเกิดเป็นไฟสันดาปขึ้น?”

ปัญหามีว่า การสะกดจิตนี้มาจากไหน? จึงเป็นหน้าที่ของพวกณัฐเดชต้องรีบสืบรู้ต่อไป

ooooooo

การสืบหาต้นตอ เริ่มต้นจากกล้องวงจรปิดในร้านอาหารที่เกิดเหตุ...

จากกล้องวงจรปิดเห็นแค่นักธุรกิจคุยกับใครบางคนที่ไม่เห็นตัว? สงสัยกันว่าเขาคุยกับใคร? ญาณินบอกว่าคงมีแต่เราไม่เห็นหรือกล้องธรรมดาไม่อาจจับภาพได้

ปฏิบัติการใช้สัมผัสพิเศษจึงเริ่มขึ้น...กรรณาถอดถุงมือออก ญาณิน สุคนธรสและกรรณาก็ถอดอุปกรณ์ประจำตัวออก  จับมือต่อๆกัน  แล้วกรรัมภาก็สัมผัสเก้าอี้ที่นักธุรกิจนั่งก่อนลุกไปถูกไฟคลอกนอกร้าน

สัมผัสพิเศษของสี่สาว  นำสิ่งที่เห็นมาประสานกันจนกรรัมภาสรุปให้ทุกคนฟังว่า

“คนที่นักธุรกิจคนนั้นคุยด้วยก่อนถูกไฟคลอก คือจิตของกรกฎ ลูกน้องของหมอสมคิดกับเบญจา!”

เมื่อได้ข้อมูลเช่นนี้แล้ว ณัชเดชกลับมาบอกเนตร–

สิตางศุ์กับหมอวรวรรธที่เพิ่งกลับจากไปทานอาหารข้างนอกมาให้ไปช่วยกันจัดการกับคนที่อยู่เบื้องหลังคดีประหลาดสะเทือนขวัญ ชี้ว่าพวกนี้คือ หมอสมคิดกับเบญจา

สุพิชชาได้แต่ยืนมองณัฐเดช หมอวรวรรธ และเนตรสิตางศุ์ปรึกษาหารือกันโดยไม่อาจแทรกเข้าไปได้ แต่ในสมองเธอนั้นคิดอะไรบางอย่าง  เธอยิ้มออกมาขณะพึมพำ... “สมคิด...กับเบญจา...งั้นเหรอ?”

ooooooo

หมอผีสมคิดลำพองใจอย่างที่สุดที่งานสำเร็จ ชมเบญจาว่าดีมาก ทำดีขึ้นทุกวันจริงๆ

“ที่แท้อาชีพเราคือรับจ้างฆ่าคนหรือคะ” เบญจาถาม

“ฆ่าคนด้วยศาสตร์มืด มันเป็นอาชีพที่น่าภูมิใจออก...เงินคืออำนาจ อำนาจก็คือเงิน อีกไม่นาน เราก็จะมีอำนาจเหนือใครในโลก  เราจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากได้”

“อีกไม่นานท่านกับคุณหนูก็จะยิ่งใหญ่ไม่มีใครมาเทียบได้” กรกฎสอพลอ

“ยิ่งใหญ่ด้วยการทำให้คนตายเพิ่มขึ้นทุกวันหรือคะ”

“อย่าไปคิดว่าพวกมันเป็นคนสิเบญจา  คิดว่าเหยื่อแต่ละรายของเราเป็นสัตว์โง่ๆ ไร้ความสามารถบ้าง  เลวบ้าง ขัดผลประโยชน์ของคนดีๆ เขาบ้าง มันก็ย่อมสมควรตายทั้งนั้น” หมอผีสมคิดพูดอย่างเลือดเย็น

เมื่อเบญจากลับถึงสำนักตัวเอง  เธอเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก นั่งขดอยู่ในอ่างอาบน้ำ ร้องไห้อัดอั้น เพราะไม่อยากทำในสิ่งที่ถูกสมคิดบังคับบงการ

ooooooo

จากการประชุมศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคดีกันอย่างกว้างขวางว่าใครคือผู้บงการฆ่านายทรงพลนักธุรกิจคนนั้น?

ในที่สุดค้นพบว่า นายทรงพลแอบเป็นชู้กับเมียเจ้านาย แถมยังแอบหักหลังเจ้านายอีกหลายๆเรื่อง  แรงจูงใจนี้พอจะให้เจ้านายของทรงพลอยากฆ่านายทรงพลหรือเปล่า? สำหรับการสืบให้ถึงต้นตอนั้น  กรรณาตั้งข้อสังเกตว่า

“ถึงตำรวจจะเก่งแค่ไหน  ก็ไม่มีวันสืบหาความจริงได้ เพราะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์”

ฝ่ายทางณัฐเดชสืบได้ว่า  ผู้นำกลุ่มบริหารบริษัทใช้โทรศัพท์ติดต่อสองเบอร์ที่ตรงกันกับเจ้านายของนายทรงพล สามีของหญิงที่เขาลักลอบมีความสัมพันธ์บ่อยๆ กรรัมภาเสนอให้ลองโทร.ไปที่ทั้งสองเบอร์ดู

แต่ไม่ใช่มีเพียงฝ่ายนี้เท่านั้นที่ติดต่อเข้าไป  สุพิชชาก็ติดต่อไปเช่นกัน  ผลคือสุพิชชาสามารถเข้าถึงอาณาจักรสีดำนั้นได้  แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ถูกปฏิเสธ  กรรัมภาค้นพบว่า

“เว็บไซต์นี้ถูกลงอาคมให้เลือกเฉพาะคนที่จิตกำลังตกอยู่ในภาวะดำมืด เสียใจ อ่อนแอ หรืออาฆาตแค้น กิเลสหนา หรือพูดง่ายๆ คือมันจะต้อนรับเฉพาะคนที่มีจิตใจอ่อนแอที่มันครอบงำได้ง่ายเท่านั้น”

“แบบนี้ทำยังไงพวกเราก็ไม่มีวันได้รหัสผ่าน  แล้วเราจะเข้าถึงตัวมันได้ยังไง” ญาณินคิดหนัก

ติณห์เดินออกไปอย่างหงุดหงิด  ญาณินตามไปด้วยความเป็นห่วง และที่มุมหนึ่งในบ้านนี่เอง ทั้งสองเจอกุมาริกานั่งฟังเพลงอยู่  ติณห์เข้าไปทัก  กุมาริกาบอกว่าตนเหงา คิดถึงเจ้าที่

ขณะนั้นเอง ติณห์ได้รับโทรศัพท์จากเบญจาบอกว่าอยากเจอ อยากคุยด้วย ติณห์ดีใจมากถามว่าเธออยู่ที่ไหน ตนจะไปหาเดี๋ยวนี้เลย เบญจาไม่บอก มีข้อแม้ว่าเขาต้องรับปากก่อนว่าจะมาคนเดียวจึงจะบอกว่าตนอยู่ที่ไหนเห็นเงื่อนไขที่ติณห์อึดอัด เขายังไม่ทันตอบเบญจาก็ตัดพ้อต่อว่าแล้วตัดสายทิ้งเลย

ขณะเบญจากำลังคับแค้นใจนั่นเอง  กรกฎเข้ามาบอกว่า

“คุณเบญจา...มีคนมาขอพบ  เขาบอกว่ารู้จักพวกซิกซ์เซ้นส์ดี...ผมว่าคุณเบญจาควรไปหาเขา”

เบญจาเดินออกไป กรกฎเดินตาม แต่ที่มุมหนึ่ง หมอผีสมคิดที่จับตาดูอยู่พึมพำ

“ฉันมาไกลเกินกว่าที่จะยอมให้ความรักงี่เง่าของแกมาทำพัง!”

เบญจาเดินมาถึงห้องโถงจึงรู้ว่าคนที่มาขอพบเธอนั้นคือ สุพิชชา!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 15:00 น.