ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่ริมบึง น้ำหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นช่อเพชร จอดรถลงมาลากพิมอรไปนั่งที่คนขับ

ขณะนั้น พิมอรพึมพำอะไรออกมาไม่รู้ตัว  น้ำหนึ่งพูดเองเออเองว่า แอร์ไม่เย็นหรือ! แล้วปรับให้ ถามว่าอยากฟังเพลงหรือ?แล้วเปิดเพลงให้

จากนั้นใส่เกียร์ D แล้วปิดประตูรถทันที รถค่อยๆเลื่อนไหลไปที่บึงช้าๆ เมื่อถึงทางลาดก็เร็วขึ้นและพุ่งลงบึงตูม!

น้ำหนึ่งยืนดู ยิ้มเลือดเย็น แล้วถอดวิกที่ใส่อยู่ออก เดินจากไปอย่างมีความสุข!

ภายในรถที่จมน้ำ พิมอรรู้สึกตัวขึ้นมาพยายามตะกุยตะกายจะหาทางออก แต่ในที่สุดก็ดิ้นทุรนทุรายจมน้ำตาย!

น้ำหนึ่งเล่าเหตุการณ์วันนั้นอย่างมีความสุข พงอินทร์ถามว่าฆ่าพิมอรทำไมในเมื่อช่อเพชรก็ตายไปแล้ว

“มันคือมารความสุขของพี่เพชร ฉันฆ่ามันเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย พี่เพชรจะได้รู้ว่าไม่มีอะไรที่ฉันทำเพื่อพี่ไม่ได้ พี่เพชรไม่สมหวังก็ต้องไม่มีใครสมหวัง ทั้งนังพิมอร ทั้งไอ้แผนยุทธ พวกมันต้องตายทุกคน!!”

กรรณายังพยายามใช้ธรรมะชี้ให้น้ำหนึ่งเห็นถึงวิญญาณผูกจิตอาฆาตจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดวนเวียนอยู่ในสงสารวัฏทรมานไม่มีที่สิ้นสุด ณัฐเดชแอบเตือนไม่ให้พูด อย่าทำให้น้ำหนึ่งคลั่ง

จริงอย่างที่ณัฐเดชพูด น้ำหนึ่งคลั่งขึ้นมาด่าว่ากรรณาอิจฉาช่อเพชร จิกหัวกรรณากระแทกกับกำแพงหาว่าไม่อยากให้ตนกับช่อเพชรมีความสุข

พงอินทร์ด่าน้ำหนึ่งว่าเลว ชั่ว วิปริตที่ฆ่าพี่สาวตนแล้วยังเสแสร้งทำดีกับตน อย่างเธอต้องไปหาหมอทางจิต

“ฉันไม่ได้บ้า!!” น้ำหนึ่งตะโกนลั่น พอพงอินทร์ย้ำอีกว่าเธอเป็นบ้า น้ำหนึ่งคว้ามีดจะแทงพงอินทร์ยื้อกันไปมา พอน้ำหนึ่งแทงพงอินทร์ พริบตานั้นศพช่อเพชรถูกพิมอรสิงลุกขึ้นมาปกป้องพงอินทร์ กลายเป็นน้ำหนึ่งแทงเข้าที่ศพช่อเพชรจังๆ พิมอรในซากศพช่อเพชรบอกน้ำหนึ่งให้หยุดสร้างกรรมเสียเถิด เธอฆ่าตนและพี่สาวตัวเองมาแล้ว

“พี่เพชร ฉันไม่ได้ทำ...ฉันทำอะไรผิด...” น้ำหนึ่งคร่ำครวญสติแตก กระชากมือตัวเองจากที่ถูกณัฐเดชจับตรึงไว้จนตัวเองล้มก้นกระแทกอย่างแรง กระถดหนีแต่ถูกณัฐเดชจับข้อเท้าไว้ น้ำหนึ่งโวยวายสติแตกว่า

“ไม่...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้อยากฆ่าเธออย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว ฉันผิดไปแล้ว...กรี๊ดดดด!!”

ณัฐเดชจับน้ำหนึ่งไว้ร้องบอกให้กรรณากับพงอินทร์รีบหนีไป น้ำหนึ่งพยายามจะแทงณัฐเดช

พริบตานั้น ประตูทางเข้าเปิดออก พวกญาณินพุ่งเข้ามา น้ำหนึ่งช็อก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกณัฐเดชจับข้อเท้าไว้แน่น มือที่ถือมีดก็ถูกช่อเพชรตรึงไว้ ทันใดนั้นเอง พิมอรที่สิงศพช่อเพชรอยู่ออกจากร่าง ศพช่อเพชรร่วงกระจายกับพื้นทันที!

น้ำหนึ่งสติแตก เงื้อมีดจะแทงตัวเอง ติณห์เข้าชาร์จปลดมีดจากมือได้สำเร็จ

ooooooo

ที่บ้านเวียงทับ แผนยุทธนั่งอยู่หน้ารูปพิมอร สารภาพกับเธออย่างอ่อนเพลียต่อหน้าผู้การ หมอวรวรรธและพงอินทร์ว่า

“พิมอร ผมเสียใจ ผมผิดเอง ที่เป็นต้นเหตุทั้งหมด ผียังไม่น่ากลัวเท่าคนบ้า โดนผู้หญิงบ้า ผมเข็ดจริงๆใครเข้ามาพอสวยหน่อย ผมก็เล่นด้วยหมด ไม่ได้เช็กประวัติก่อน ผมประมาทเกินไป”

“เด็กๆสาวๆพวกนั้น คงคาดไม่ถึงเลยว่าจากการเริ่มต้นที่แค่อยากรับจ้างช่วยคุณเรื่องผีเมียที่คอยตาม

หึงหวง กลับได้รับการตอบแทนด้วยการโดนคุณไปแจ้งความว่าเป็นบริษัทฉ้อโกงหลอกลวง” ผู้การเอ่ยถึงห้าสาว

แผนยุทธทำเป็นสำนึกผิด ขอโทษกรรณาและพรุ่งนี้จะไปถอนแจ้งความบริษัทซิกซ์เซ้นส์ บอกพงอินทร์ว่าไม่เคยอยากให้พี่สาวเขาตาย ถ้าตนตายแทนแล้วพิมอรฟื้นขึ้นมาได้ก็จะทำ แล้วรีบเดินหนีไปหลังบ้านก่อนที่จะโดนใครๆต่อว่าอีก

แต่หนีไม่พ้น ไปถึงหลังบ้าน ถูกจารุณีตบและด่าว่าเป็นคนไม่มีความจริงใจแม้แต่นิดเดียว แผนยุทธโทษว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะพวกผู้หญิงชอบตนมากเกินไป ความรักและความหึงหวงทำให้น้ำหนึ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ ถูกกรรณาโต้ว่า

“ผิดแล้ว คุณแผนยุทธ น้ำหนึ่งไม่ได้รักและหึงหวงคุณ ในบรรดาผู้หญิงทุกคนที่เกี่ยวกับกรณีนี้ มีแค่ช่อเพชรคนเดียวเองที่โง่ไปรักคุณ”

แผนยุทธถูกคนรอบข้างรุมด่าว่า ไม่เว้นแม้แต่จารุณีที่เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า

“คุณผู้หญิงตายทั้งเป็น ตั้งแต่วันที่ต้องมามีชีวิตคู่กับคุณแล้ว คุณผู้หญิงไม่รู้วิธีที่จะหลีกหนีความทุกข์ในชีวิต อยากจะเดินไปจากครอบครัวนี้อยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่กล้า แล้วสุดท้าย  คุณผู้หญิงก็ต้องมาตายไปจริงๆ เพราะคุณชักนำผู้หญิงบ้าเข้ามาฆ่าคุณผู้หญิง”

แผนยุทธโมโหสั่งไล่จารุณีออกจากงาน จารุณีไม่แยแสตะโกนใส่หน้าว่า “ฉันก็ไม่อยากอยู่กับแกอีกแล้วโว้ย” ก๊องเสนอให้มาอยู่กับพวกตน พงอินทร์ขัดขึ้นว่า

“คุณจารุณีต้องอยู่กับผม ได้โปรดช่วยดูแลผมเหมือนที่เคยดูแลพี่พิม ส่วนแก!” พงอินทร์ชี้หน้าแผนยุทธ “เชิญอยู่ในบ้านที่แกได้มาฟรีๆ ต่อไป ฉันอโหสิให้ สักวันแกต้องชดใช้กรรมที่แกก่อ”

แผนยุทธหัวเราะร่าเดินลอยชายออกไปอย่างไร้สำนึก

ooooooo

ขณะผู้การกำลังจะกลับนั่นเอง หมอวรวรรธเดินตามมาถามว่าไม่คิดจะคืนสถานะให้ณัฐเดชที่นอนรักษาตัวอยู่หรือ

ผู้การจุ๊ปากไม่ให้เสียงดัง แล้วชี้แจงตามเหตุผลของตัวเองว่า หมอกับณัฐเดชอยู่นอกกรอบอย่างนี้ดีแล้ว ทำงานได้คล่องตัวกว่าปกติมาก อ้างเหตุผลว่า

“การมีแต้มเป็นต่อที่พวกนายสื่อสารกะวิญญาณได้ ทำให้พวกนายปิดคดีที่มันมีเรื่องเหนือธรรมชาติมาเกี่ยวข้องโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเรื่องที่อธิบายด้วยเหตุผลธรรมดาๆ ให้พวกที่หูตาคับแคบฟัง พวกนายควรจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำคดีสิ่งลี้ลับเอ็กซ์ไฟล์แบบนี้ไปนานๆ เราจะได้ช่วยเหลือมนุษย์และอมนุษย์ได้ต่อไป”

“แต่คดีนี้จะปิดลงไม่ได้ ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือของพวกสาวๆ จากบริษัทซิกซ์เซ้นส์” พงอินทร์เข้ามาเสริม

“ผู้การไม่คืนสถานะให้เรา ก็ควรตอบแทนความดีบริษัทซิกซ์เซ้นส์บ้าง” หมอทวงให้พวกสาวๆ

“ผมทำแน่ ทันทีที่ทำได้” ผู้การตอบตัดบทแล้วเดินวางท่าออกไปขึ้นรถ ทั้งพงอินทร์และหมอต่างเซ็งกับการรับปากที่เลื่อนลอยอย่างขอไปที

วันต่อมา แผนยุทธก็นำเช็คค่าจ้างมาให้บริษัทซิกซ์เซ้นส์ พูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่า เมื่อพวกเธอทำสำเร็จตามข้อตกลงตนก็ไปถอนแจ้งความแล้ว และก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้

กรรัมภาบอกว่าพวกตนไม่ได้ทำคดีนี้เพื่อเงิน สุคนธรสก็ฝากเอาเงินนี้ไปทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ภรรยาและผู้หญิงทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อก็แล้วกัน ก๊องขอให้รับไว้เพราะอย่างน้อยงานนี้กรรณาก็เกือบตาย เอาเงินมาซื้อขนมเลี้ยงน้องชายตาดำๆคนนี้ก็ได้

“จบธุระแล้ว ผมคงไม่มาที่นี่อีก” แผนยุทธเดินผยองออกไป แต่หารู้ไม่ว่า ผีช่อเพชรยังขี่หลังเขาแน่น ก๊องถามว่า ทำไมผีช่อเพชรยังอยู่ ศพก็เผาแล้วทำไมไม่ไปเกิด

“คือ...ผีช่อเพชรจะอยู่กับแผนยุทธตลอดไป จะไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าใกล้เขาได้อีก” ญาณินชี้แจง กรรณาเพิ่มเติมว่า

“จะทำดีทำชั่วแค่ไหน จะหลบหนีปกปิดยังไงก็ตาม สิ่งเดียวที่คนเราไม่อาจจะหลบพ้นก็คือกรรม”

ทุกคนมองตามแผนยุทธที่เดินออกไปอย่างผยองด้วยความสมเพชที่ไม่รู้ตัวเลยว่าผีช่อเพชรยังขี่หลังเขาไม่ยอมปล่อย

ooooooo

น้ำหนึ่งถูกส่งตัวเข้าสถานบำบัด พงอินทร์ไปเยี่ยม เขาพูดคุยกับเธออย่างให้กำลังใจ บอกเธอว่าทั้งพิมอรและตนอโหสิให้เธอแล้ว

พงอินทร์บอกให้เธอลืมเรื่องร้ายๆ และเริ่มต้นใหม่ เพื่อนคนนี้รอเธออยู่ วันไหนที่เธอได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อนคนนี้จะมารับเอง

น้ำหนึ่งบอกพงอินทร์ว่ากรรณารักเขามาก ฉะนั้นเขาต้องดูแลเธอให้ดี อย่าทำให้เธอเสียใจ ไม่อย่างนั้นตนจะไม่อยู่ข้างเขาแน่

เมื่อพงอินทร์ออกมาพบกรรณาที่รออยู่ในรถ เขาเปลี่ยนเป็นคนพูดจาอ่อนหวานเอาอกเอาใจ จนกรรณาถามว่าเข้าไปแป๊บเดียวเพี้ยนเลยหรือ

“ฉันรับปากคุณหนึ่งแล้วจะทำดีกับเธอ คุณหนึ่งขอให้ฉันดูแลเธอให้ดีๆ เพราะว่า...เธอรักฉัน ฉันต้องตอบแทนดูแลความรู้สึกดีๆ ที่เธอให้มา จะไม่ทำให้เสียใจผิดหวัง เพราะว่า ฉันก็รักเธอเหมือนกัน” พงอินทร์บอกรักด้วยลีลาเฉพาะตัว

พิมอรดีใจและหมดห่วงที่น้องชายมีคนรู้ใจมาอยู่ดูแล ฝากกรรณาให้ดูแลพงอินทร์ด้วย บอกเธอว่า

“ฉันรู้ว่าเธอจะดูแลและกำราบคนกวนประสาทอย่างนายพงอินทร์ได้” แล้วพิมอรก็จากไปอย่างหมดห่วง

ไตรรัตน์กับสุคนธรสก็ยังพ่อแง่แม่งอนกันไม่เลิก แต่พองอนกันต่างก็แอบลุ้นให้อีกฝ่ายมาง้อ ลีลามากฟอร์มจัดทั้งคู่ จนญาณินปรารภกับติณห์ว่า “อนาคตเราจะเป็นเหมือนสองคนนี้ไหม”

ฝ่ายกรรัมภาหรือแก้ม ที่คลั่งไคล้ใหลหลงซุปเปอร์สตาร์เกาหลีอย่างปาร์คจุนจี ช่วงนี้ต้องหลบๆ ซาๆ ลงเพราะถูกแฟนคลับของจุนจีเล่นงาน อีกทั้งตัวแทนบริษัทร่วมทุนก็เข้มงวดกวดขัน กลัวละครจะไม่ได้ออนแอร์ เพื่อธุรกิจนี้ ทางตัวแทนจึงจัดให้มีการแถลงข่าวเรื่องหญิงไทยที่พัวพันกับจุนจีเพื่อให้แฟนคลับสบายใจ

ในการแถลงข่าวจุนจีต้องพูดตามที่ตัวแทนกำหนด ปฏิเสธความสัมพันธ์กับหญิงไทยคนนั้นว่าเธอเป็นแค่แฟนคลับคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ตนมากเท่านั้น ประกาศตัวว่าโสดสนิท ส่วนภาพที่แพร่ออกมาจนเป็นข่าวครึกโครมนั้น ลีจองกุ๊กบอกว่าเป็นภาพตัดต่อ จุนจีให้สัมภาษณ์ปิดท้ายเพื่อให้แฟนคลับสบายใจว่า

“ผมยืนยันคำตอบ ผมยังโสด ไม่มีแฟน ไม่มีใครในหัวใจ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าอะไรกับผม คนที่ผมรักคือแฟนคลับเท่านั้นครับ”

เพียงเท่านี้ บรรดาแฟนคลับก็กรี๊ดกันอย่างไร้สมอง

กรรัมภาที่แอบไปดูการให้สัมภาษณ์ของจุนจี แม้จะเจ็บปวดแต่ก็มีความสุขพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อจุนจี

แต่พอเสร็จจากการให้สัมภาษณ์ ปาร์คจุนจีก็ขอโทรศัพท์จากลีจองกุ๊ก เพื่อจะโทร.ปรับความเข้าใจกับกรรัมภา ลีจองกุ๊กไม่ให้ย้ำว่า ไม่ได้ยินตัวแทนบริษัทพูดหรือว่า “จุนจีต้องเลิกคบคุณแก้ม ไม่งั้นทุกอย่างจบ”

“ถ้าไม่ให้ ฉันจะไปหาคุณแก้มเอง” พูดแล้วแกล้งจะลุกไป ในที่สุดลีจองกุ๊กก็ต้องให้โทรศัพท์จุนจี แต่คอยควบคุมการโทร.อยู่ใกล้ๆ

ปรากฏว่ากรรัมภาปกป้องจุนจี จนไม่กล้าแม้แต่จะรับโทรศัพท์ของเขาเพราะกลัวแฟนคลับจับได้แล้วเขาจะเสียหาย พอทนไม่ได้ รับสายก็คุยแบบตัดบทแล้ววางสายเลย ไม่เพียงเท่านั้น เบอร์ติดต่อที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ก็ลบทิ้งหมด

จุนจีพยายามโทร.กลับไปหากรรัมภาอีก แต่เธอปิดเครื่องแล้ว ลีจองกุ๊กเฝ้าดูอยู่ พูดอย่างพอใจมากว่า

“เยี่ยม มันเป็นทางออกที่ถูกต้อง...นายไม่ต้องไปสนใจ ผู้หญิงที่ขี้น้อยใจ ไม่เข้าใจธรรมชาติของซุปตาร์ก็ไม่คู่ควรจะเป็นแฟนซุปตาร์ เลิกคบกันถูกต้องแล้ว”

จุนจีจ้องลีจองกุ๊กด้วยสายตาดุดัน แล้วทำท่าจะออกไปจากห้อง ลีจองกุ๊กอ้อนวอนน่าสงสารว่า...

“จุนจีจะไปไหน...ยูเป็นซุปตาร์ไม่ใช่ซุปไก่ ใครๆ  ก็จำยูได้ อย่าหาเรื่องให้กุ๊กต้องตกงานเลย พลีสสสส...”

ooooooo

ปัญหามรดกของพิมพิลาสยังแก้ไม่ตก อรวีถามสมชายว่าจนป่านนี้จุนจียังไม่ยอมเซ็นจะทำอย่างไรดี

“ฉันจะหาทางจัดการเอง แกไปทำให้ไอ้อติเทพมันขอแกแต่งงานให้ได้ ฉันจะได้สบายใจว่าแกจะได้มีส่วนร่วมในมรดกของยัยพิมพิลาสแน่ๆ”

แล้วจู่ๆ อติเทพก็เรียกสมชายไปพบด่วน แล้วยื่นเอกสารที่มีลายเซ็นจุนจีและอติเทพกำกับ สมชายมองตะลึงอุทาน

“นี่มัน...ลายเซ็นปาร์คจุนจี”

“ใช่ ลายเซ็นไอ้จุนจีของแท้ มันเซ็นยอมรับพินัยกรรมคุณพิมพิลาสแล้ว พวกคุณรีบไปจัดการโอนทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นของผมตามพินัยกรรมด้วย”

ทนายสมชายถามว่าเขาไปเอาลายเซ็นจุนจีมาได้อย่างไร อติเทพปรามว่าเขามีหน้าที่อะไรก็ไปทำ เป็นทนายอายุงานก็ไม่น้อยน่าจะฉลาดว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ

ทนายสมชายถือเอกสารแน่น รู้ว่าอติเทพต้องได้มาด้วยวิธีไม่ปกติแน่ๆ แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ต่อมาก็เป็นที่ฮือฮาไปทั้งกองถ่าย เมื่อเป้ยควงอติเทพไปที่กองถ่าย ทั้งสองแต่งชุดหรูแบรนด์เนมและเคล้าคลอกัน จนคนในกองถ่ายตะลึง ซองซูที่กำลังหาทางคั่วเป้ยถึงกับพึมพำมึนๆ

“คุณเป้ยกับ...เศรษฐีคนไทยเหรอ??” เมื่อสบโอกาสเขาถามเธอ “มันไม่จริงใช่ไหม”

“จริงค่ะ เป้ยกับคุณอติเทพ...เรา...หมั้นกันแล้ว” พูดพลางกรายนิ้วให้ดูแหวนเพชร

ooooooo

จุนจีแต่งตัวอำพรางใบหน้าไปหากรรัมภาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์จนได้ เพื่อแสดงความรักความจริงใจของตนต่อเธอ

ขณะทุกคนกำลังตื่นเต้นดีใจกับความรักที่มั่นคงของจุนจีนั้น สุคนธรสก็เข้ามาตามจุนจีกับกรรัมภาอย่างตื่นเต้น ถือไอแพดพาทั้งสองเข้าไปในกลาสเฮาส์ บอกกรรัมภาว่า

“ยัยแก้ม ฟังข่าวนี้” แล้วอ่านให้ทุกคนฟัง “นางเอกสาวปาริฉัตร หมั้นสายฟ้าแลบกับนายอติเทพ มหาเศรษฐีหน้าใหม่ ผู้ส้มหล่นรับมรดกหมื่นล้านจากอดีตภรรยาที่เสียชีวิต นางพิมพิลาส สุขใจนิยม เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ แหล่งข่าวเผยว่า...”

กรรัมภาร้อนใจดึงไปอ่านเอง “คบกันเพียงวัน เดียว นางเอกสาวรับทรัพย์ไปแล้วกว่าสิบห้าล้านบาท”

“ไหนแกบอกว่าถ้าคุณปาร์คจุนจีไม่เซ็นยอมรับ นายอติเทพก็ไม่มีทางได้มรดก” ญาณินถาม

เสียงรุมถามกันให้แซ่ว่าเป็นไปได้ยังไงในเมื่อจุนจีเองก็บอกว่าไม่มีทางเซ็นแน่นอน สุดท้ายทุกคนหันมาคาดคั้นเอากับจุนจีให้ตอบคำถามนี้อ้างว่าเพราะพวกเราแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว

“ตกลง  ผมเข้าร่วมกับพวกคุณ บางทีผมคิดอะไรคนเดียวทุกเรื่อง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกต้องทั้งหมด ผมโดดเดี่ยวเกินไป ผมไม่เคยมีเพื่อนจริงๆ  เลยสักคนเดียว ช่วยผมด้วย ช่วยเป็นเพื่อนผมด้วย...”

ooooooo

วันต่อมา จุนจีไปหาอติเทพที่บ้านพิมพิลาส โดยมีกรรัมภาแต่งปลอมเป็นชายติดตามไปด้วย ทันทีที่เจออติเทพ จุนจีถามเสียงเข้มว่า

“แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้เงินของคุณย่า!!”

ทนายสมชายออกมาชี้แจงว่า เวลานี้หุ้นในบริษัทห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์และทรัพย์สินทุกอย่างถูกโอนเป็นของอติเทพแล้ว ส่วนของจุนจีมีหุ้นในบริษัทห้าเปอร์เซ็นต์ตามที่ระบุในพินัยกรรมสมบูรณ์ทุกอย่าง

จุนจีถามว่าตนไม่ได้เซ็นยินยอมแล้วพวกเขามีสิทธิ์อะไรเอาเงินของคุณย่าไปให้อติเทพ อรวียืนยันว่าเขาเซ็นแล้ว จุนจีจึงขอดูลายเซ็น ระหว่างนั้นอติเทพพยายามจะรีบเอาพินัยกรรมกลับ จุนจีไม่ยอมเขาดูอย่างพินิจพิจารณายืนยันว่า

“ฉันไม่ได้เซ็น พวกแกปลอมลายเซ็นฉัน!!” จุนจีรีบส่งเอกสารให้กรรัมภาสัมผัส พยายามโต้เถียงถ่วงเวลา จนถูกบอดี้การ์ดของอติเทพรุมกันเข้าไปแย่งเอกสารจากกรรัมภาไปได้

เมื่อออกมาจุนจีถามกรรัมภาว่าเห็นอะไรบ้าง เธอบอกว่า “เห็นทุกอย่าง” จุนจีถามว่ารู้ไหมว่าใครเป็น คนปลอมลายเซ็น? กรรัมภามองหน้าเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่มั่นใจ

วันต่อมา ณัฐเดช หมอวรวรรธ และกุมาริกาก็พากันไปยังตรอกจอแจแห่งหนึ่ง โดยกรรัมภาวาดสัญลักษณ์ต่างๆที่เห็นให้เป็นที่สังเกตในการหาบ้านเป้าหมาย

กุมาริกามุ่งมั่นมากเป็นพิเศษเพราะต้องการช่วยอรวีฝาแฝดผู้น้องของตนให้รอดพ้นจากความผิดในการปลอมแปลงเอกสารครั้งนี้

เมื่อเจอบ้านเป้าหมาย ณัฐเดชไปเคาะประตูเป็นจังหวะ พอมีคนมาเปิดประตูเขาถาม

“มีคนบอกว่า ที่นี่มีลายเซ็นขายใช่ไหม”

ชายที่มาเปิดประตูมองทั้งสองแต่หัวจดเท้าอย่างสังเกต ณัฐเดชรู้แกวยื่นเงินให้หนึ่งหมื่นบาท ประตูก็เปิดทันที

ooooooo

ระหว่างทางเข้าไปนั้น ซับซ้อนและมีจุดสแกนอาวุธ หลายจุด หมอกระซิบถามณัฐเดชว่าเข้มงวดขนาดนี้เราจะผ่านได้หรือ

มีกุมาริกามาด้วยทำให้สบายไปหลายอย่าง เพราะระหว่างผ่านจุดสแกนอาวุธ พอเครื่องร้องกุมาริกาก็แกล้งเข้าไปกวนเครื่องจนร้องไม่หยุด พวกที่คุมเครื่องเลยคิดว่าเครื่องเสีย หมอและณัฐเดชจึงผ่านไปได้พร้อมอาวุธโดยพวกมันไม่เฉลียวใจ

มีพริตตี้มาต้อนรับถามว่ามาติดต่อเรื่องอะไร หมอ บอกว่ามาหาคนปลอมลายเซ็น ถูกพริตตี้ปรามว่าพูดอะไรให้ระวังหน่อย ยื่นบัตรคิวให้แล้วบอกให้นั่งรอ ระหว่างนั้นหมอถามว่าแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนคือคนปลอมลายเซ็นจุนจี?

“ยัยแก้มบอกว่า คือคนนี้...” ณัฐเดชหยิบรูปวาดให้ดู มีรอยแผลเป็นที่ฝ่ามือทั้งสองข้างเหมือนรอยมีดปัก

พอดีพริตตี้มาบอกว่าถึงคิวแล้ว ทั้งสองจึงลุกตามพริตตี้ไปที่หน้าห้องหนึ่ง แล้วเชิญให้เข้า กุมาริกาบอกว่าไม่ใช่ห้องนี้ คนที่ตามหาอยู่ห้องโน้น แต่ไม่มีใครได้ยิน กุมาริกาเลยจับมือหมอชี้ไปทางห้องนั้น พริตตี้บอกว่าห้องนั้นเฉพาะคนวีไอพี

“เฉพาะวีไอพี แต่พวกเราก็วีไอพีนะครับ เราต้อง การความแนบเนียนที่สุด จะเท่าไหร่เราก็ยินดีจ่าย”

พริตตี้ทำท่าไม่สนใจ จนณัฐเดชต้องเบ่งว่า พวกตนมาจากคนที่สามารถทำอะไรกับที่นี่ก็ได้ ย้ำว่า ตนต้องการพบมือดีที่สุด พริตตี้มองหยั่งเชิงวัดใจครู่หนึ่ง จึงยอมพาไปยังห้องที่กุมาริกาชี้ แล้วแบมือบอก “เอาสิ่งที่คุณต้องการมา”

พริตตี้ไม่เปิดประตู แต่รับเอกสารแล้วสอดเข้าไปใต้ช่องประตู บอกให้รอ ครู่เดียวเอกสารก็สอดออกมาพร้อมลายเซ็นที่เหมือนกันเป๊ะ! พริตตี้ถามว่าพอใจไหม ถ้าพอใจก็ให้ไปจ่ายเงินด้านโน้น

ณัฐเดชควักปืนออกจากใต้รองเท้า พูดสุภาพนิ่มนวล...

“คือ...ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วยอีกอย่าง...” เขาลดเสียงลงกระซิบข้างหู “เปิดประตู”

พริตตี้เห็นปืนจำต้องกดรหัสเปิดประตูให้ ภายในห้องมืดสนิท มีมือปลอมลายมือชายยืนชิดมุมด้านใน เป็นเด็กวัย 15 เขาพุ่งออกมาผลักหมอวรวรรธกระเด็นแล้ววิ่งออกไป ดีที่หมอจับมือไว้ได้ทัน เห็นรอยแผลแบบเดียวกับที่กรรัมภาวาดไว้ แต่เด็กดิ้นหลุดมือไปได้ พริตตี้ตะโกน

“พวกมันเป็นสายตำรวจ!!”

บอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมกรูกันออกมาไล่ตามเด็กและณัฐเดชกับหมอวรวรรธไป

“ตายๆๆๆ” กุมาริการ้องอย่างสยองแทน

ooooooo

เด็กชายวัย 15 วิ่งเข้าไปในห้องหนึ่งจะปีนหน้าต่างกระโดดหนีไปอีกตึกหนึ่ง

“อย่า!” ณัฐเดชตะโกน เด็กชะงักท่าทางหวาดกลัวมาก “ไม่ต้องกลัว พวกฉันไม่ได้มาทำร้ายเธอ เธอไม่ได้เต็มใจอยู่ที่นี่ใช่ไหม เธอถูกทรมานใช่ไหม ฉันมาช่วยเธอ แต่เธอต้องให้ความร่วมมือด้วย เข้าใจไหม”

หมอวรวรรธวิ่งเข้าห้องปิดประตูเพื่อไม่ให้พวกบอดี้การ์ดตามเข้ามา พวกมันยกเท้าถีบประตู เท้าก็ค้างกลางอากาศเพราะถูกกุมาริกาจับไว้ หมอถามณัฐเดชว่าเราจะหนีพวกมันยังไง

ทันใดนั้น มีเสียงไซเรนตำรวจดังขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกบอดี้การ์ดชะงัก แล้วก็มีเสียงตำรวจประกาศ

“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเราล้อมไว้หมดแล้ว ยอมมอบตัวเสียดีกว่า”

“ตำรวจ! ตำรวจมาล้อมแล้ว!!” พวกมันตะโกนบอกกันแล้วต่างหนีเอาตัวรอดกันไปคนละทาง

“ฝีมือโกลเด้นท์ใช่ไหม ได้จังหวะพอดี ขอบใจมากนะ” หมอวรวรรธเดาออก

กุมาริกายิ้มแฉ่งสนุกกับผลงานของตัวเอง

ooooooo

ที่บ้านพิมพิลาส อติเทพผยองลำพองใจนัก วันนี้เขาพาเป้ยมาอยู่ที่บ้านในฐานะคู่หมั้น

อรวีช็อก น้ำตาร่วง ทวงถามว่า เขาเคยสัญญาว่าได้มรดกเมื่อไรจะแต่งงานกับตน ไม่เพียงอติเทพจะทำเป็นจำไม่ได้ เขายังไล่เธอและทนายสมชายออกจากงานและไล่ออกจากบ้าน ทั้งยังห้ามมาที่นี่โดยพลการด้วย

ทนายสมชายถามว่าพวกตนอุทิศตัวทำงานเพื่อเขามาตลอด พอได้มรดกก็จะทิ้งขว้างกันง่ายๆหรือ อติเทพบอกว่าหน้าที่ของเขาหมดแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก

“คุณจะทิ้งอรวีไม่ได้ คุณต้องแต่งงานและรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำกับเธอ...” อติเทพไม่แยแส ทนายสมชายถามว่า “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมว่าจะทำอย่างนี้กับพวกเรา ผมทำให้คุณมีทุกอย่างได้ ผมก็ทำให้คุณสูญเสียทุกอย่างได้เหมือนกัน!”

“ออกไป!!” อติเทพไล่ตะเพิด

“คุณรู้ใช่ไหมว่าเราสองคนพ่อลูกจะสามารถทำอะไรที่เป็นคุณเป็นโทษให้คุณได้บ้าง” ถูกตวาดให้เงียบอีก แต่ทนายสมชายหยุดไม่ได้แล้ว พูดต่ออย่างคับแค้นใจว่า “รับรองว่าคุณนึกไม่ถึงหรอกคุณอติเทพ ผมมีทางเลือกให้คุณสองทาง หนึ่งแต่งงานกับอรวี หรือสองเอาเงินมาให้ผมห้าสิบล้าน”

“ฉันไม่เลือกอะไรทั้งนั้น ถ้าแกมีปัญญาทำอะไรฉันก็เอาเลย ไปได้แล้ว ออกไป!!”

“ได้...อรวีไป” ทนายสมชายพาอรวีออกไปด้วยความแค้นแน่นอก!

ooooooo

ทนายสมชายลากอรวีออกจากบ้าน พูดอย่างมุ่งมาดอาฆาตแค้นว่าสิ่งที่ตนลงทุนลงแรงทำไป จะไม่ยอมให้สูญเปล่า

“ไอ้อติเทพ แกต้องเสียใจ!” ทนายสมชายคำราม

เวลาเดียวกัน ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์บรรยากาศเริ่มครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ทันไรทุกคนก็ชะงักกับข่าวในทีวี ที่นักข่าวสาวกำลังรายงาน ทุกคนจ้องจอตาแทบไม่กะพริบ

นักข่าวกำลังรายงานอุบัติเหตุลิฟต์ขาดทำให้นายนรินร์ เดชาอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกซเล้นท์ฟู้ด บริษัทผู้นำด้านส่งออกอาหารรายใหญ่ของประเทศเสียชีวิตคาที่ นักข่าวยังรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ กรรมการบริษัทจะแถลงข่าวให้น้องชายผู้ตายขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่แทน

ทุกคนตะลึงกับข่าวนี้

ญาณินกับติณห์นั่งสมาธิด้วยกันอยู่ในห้องพระ ทั้งสองเห็นภาพเหตุการณ์ฆ่าหมู่ในห้องประชุม เห็นคนใส่สูทตายเกลื่อนในห้องประชุม! ทั้งญาณินและติณห์ลืมตาผงะเฮือกขึ้นทันที! ทั้งสองลุกออกจากห้องพระ ออกมาเห็นทีวีกำลังรายงานภาพนักธุรกิจชายคนเดียวกับที่เห็นในนิมิตเมื่อครู่นอนตายอยู่ อีกทั้งรายงานข่าวว่าในที่ประชุมจะมีการแถลงนโยบายในเวลา17นาฬิกาภาพก็ตรงกับในนิมิตอีก

ญาณินดูนาฬิกาเห็นว่าเหลือเวลาอีกเพียง 30นาทีก็จะถึงเวลาแถลงข่าวแล้ว ติณห์กับญาณินมองหน้าอย่างรู้กันว่าอีกสักครู่จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองพากันวิ่งออกไปทันที ป้าออถามว่าจะไปไหน ญาณินร้องบอกพลางวิ่งไปว่า

“จะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น จะมีคนตาย ฉันต้องรีบไป”

เมื่อไปถึงที่ออฟฟิศหรู ทั้งสองถูกยามกันไว้ไม่ให้ขึ้นไปเพราะไม่มีบัตร ไม่มีเวลาต่อรองอะไรอีกแล้ว ญาณินถอดจิตออกไปทันที ติณห์เห็นกายหยาบของญาณินนิ่งอยู่ก็รู้ว่าเธอเข้าไปแล้ว

ooooooo

ขึ้นไปถึงห้องประชุม บรรดาผู้เข้าประชุมทุกคนมีน้ำสีดำเดือดปุดในแก้ววางอยู่ตรงหน้า ทุกคนจ้องไปในจอตรงหน้าดวงตาเป็นสีดำ ในจอมีอีกาบินวนไปมา

“นี่มันสะกดจิตหมู่นี่นา ฝีมือของใครกัน” จิตญาณินตกใจกับสภาพที่เห็น เธอพยายามบอกให้ผู้ร่วมประชุมอย่าดื่มน้ำสีดำในแก้ว แต่ไม่มีใครได้ยิน ญาณินเพ่งพลังไปที่จอ หน้าจอดับทันที เธอดีใจว่าทำสำเร็จแล้ว แต่พอมองไปอีกที ทุกคนกำลังยกแก้วจะดื่ม! ทั้งนี้เพราะการสะกดจิตยังมีผลอยู่เมื่อเริ่มต้นไปแล้วหยุดไม่ได้

พอดีติณห์วิ่งเข้ามา เธอถามว่าจะทำอย่างไรดีตนปลุกคนพวกนี้ไม่ได้ ติณห์กระโดดไปเปิดเครื่องเสียง เพลงร็อคแผดขึ้นทันที ผู้ร่วมประชุมที่กำลังจะยกแก้วดื่ม สะดุ้งเฮือกเหมือนตื่นจากหลับ ต่างมองน้ำสีดำในแก้วอย่างตกใจ บ้างทำแก้วตกแตกน้ำสีดำหก บ้างบีบแก้วจนแตก บอกกันอย่างตกใจว่า “นี่มันยาฆ่าแมลง!”

“ไชโย รอดแล้ว”  จิตญาณินดีใจสุดๆแว้บหายไปทันที ติณห์เองก็รีบถอยแล้ววิ่งออกไปเช่นกัน

จิตญาณินมาเข้ากายหยาบที่มีคนมาห้อมล้อมบางคนเอาพัดโบกให้ พอจิตเข้าร่างทุกคนดีใจว่าเธอฟื้นแล้ว ทั้งสองต่างดีใจที่ช่วยให้ผู้เข้าประชุมรอดตายได้หวุดหวิด ญาณินตั้งข้อสังเกตว่า

“แต่วิธีสะกดจิตหมู่แบบนี้ ใครที่ทำ ทำทำไม เพื่ออะไรกัน” ติณห์บอกว่ามันเป็นอาชญากรรมระดับชาติ ถามญาณินว่าทำไมพระถึงให้เราสองคนเห็นเหตุการณ์นี้ล่วงหน้า ญาณินตอบอย่างอิ่มใจว่า

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์รู้ว่าเราจะช่วยได้ไงคะ”

ooooooo

ที่สำนักใหม่ของหมอผีสมคิด...เบญจากำลังเอาธัญพืชสีดำให้อีกาจิกกิน พลางพูดคุยกับอีกา...

“แกทำไม่สำเร็จเหรอ เพราะอะไรกัน แผงควบคุมการฉายภาพของเราขัดข้องหรือ? ปัญหาทางเทคนิค? หมายความว่าไง? แกรู้ไหม ถ้าเราทำไม่สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้น!”

หมอผีสมคิดเดินเข้ามา ดึงมีดอาคมจากเอวเบญจาขว้างไปปักอีกาตายกลายเป็นควันหายไป ด่าอย่างไม่พอใจว่า

“ไอ้กาผีโง่งี่เง่ามันต้องตายแบบนี้ไง ลูกค้าโทร.มาบอกว่างานผิดพลาด มีคนบุกไปช่วยไอ้พวกโง่พวกนั้น แกรู้ไหมว่ามันเป็นใคร”

เบญจาถามว่าใครทำ ไม่ใช่แผงควบคุมเทคนิคดับกะทันหันหรือ? หมอผีสมคิดบอกให้ดูจากกล้องวงจรปิดของบริษัทเอาเอง แล้วเอามือถือมากดให้ดูคลิป เบญจาเห็นติณห์กับญาณินที่ตึกนั้น เบญจาเครียด สมคิดบัญชาว่า

“แกจะปล่อยให้พวกมันมาทำลายงานอาชีพของเราไม่ได้ เบญจา มันทำลายชีวิตฉัน ทำลายจิตใจแก แล้วแกยังจะมาพ่ายแพ้พวกมันอีกเหรอ เบญจา แกอยากมีจุดจบแบบไอ้ผีอีกานั่นไหมล่ะ!”

ooooooo

ที่คอนโดอรวี...ทนายสมชายกำลังบัญชาให้อรวีโหลดข้อมูล แล้วสั่งให้ส่งออกไปเลย เมื่ออรวีทำเสร็จ ทนายสมชายพูดอย่างสะใจว่า

“ไอ้อติเทพ...มึงเสร็จกู!”

ไม่ถึงอึดใจ ผู้การที่กำลังคุยโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีอยู่ในรถ ก็ชะงักแปลกใจเมื่อมีเสียงเตือนว่ามีอีเมล์เข้ามาใหม่ ผู้การกดดู หน้าเครียดทันทีที่อ่านหัวข้อ... “หลักฐานฆาตกรรมพิมพิลาส” จึงคลิกเปิดคลิปที่แนบมาด้วย เป็นภาพจากวงจรปิดเห็นว่าอติเทพเป็นคนเอางูมาปล่อยในเรือนกล้วยไม้!

เมื่อนัดพบกับหมอวรวรรธและณัฐเดชที่ร้าน กาแฟ ดูคลิปกันแล้ว ณัฐเดชตั้งข้อสังเกตว่าคลิปนี้มาจากไหน มาทำไมตอนนี้ และใครส่งมา หมอวรวรรธเชื่อว่า “แสดงว่า ใครบางคนที่ส่งคลิปนี้มา ต้องมีเจตนาแอบแฝง”

ผู้การผสมโรงเห็นด้วยกับทั้งสอง แต่พอณัฐเดชถามว่าผู้การสืบหรือยังว่ามันส่งมาจากไหน ผู้การบอกว่า

“อีเมล์ที่ใช้ส่งคลิปนี้ สมัครมาใหม่เพื่อส่งคลิปนี้โดยเฉพาะ ตรวจสอบไอพีแอดเดรสก็พบว่า ถูกส่งมาจากร้านเน็ตแถวมีนบุรี...แต่เป็นร้านเน็ตที่ไม่มีกล้องวงจรปิด เจ้าของร้านจำหน้าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการไม่ได้เลย”

“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คนส่งตั้งใจจะใช้ร้านนี้เพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้สาวถึงตัว” ณัฐเดชวิเคราะห์

“ใช่ ผมถึงเรียกคุณสองคนมาด่วน เพื่อจะบอกว่า ผมฝากด้วยนะ” พูดแล้วจะลุกไป ก็พอดีมีโทร.เข้ามือถือ “ว่าไง อะไรนะ!! ที่ไหน...ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ณัฐเดชถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ “ผู้บริหารบริษัทเอ็กซเล้นท์ฟู้ดโดนคนเอายาพิษมาเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มในการประชุม โชคดีที่มีคนมาขัดขวาง ไม่งั้นตายกันยกแผงแน่”

พูดขาดคำก็มีเสียงแมสเสจเข้ามาอีกชุด ผู้การกดดูภาพอุทาน “หา...แล้ว...พวกนายทายสิ คนที่เข้าไปขัดขวางและช่วยคนพวกนั้นไว้ได้เป็นใคร” แล้วส่งมือถือให้ณัฐเดชกับหมอวรวรรธดู

ooooooo

หลังจากเป้ยได้ยินทนายสมชายพูดขู่อาฆาตแล้ว เธอต่อว่าอติเทพว่า

“ไหนคุณบอกฉันว่า คุณกับอดีตภรรยาช่วยกันสร้างตัว ทำบริษัทจนร่ำรวยขึ้นมา พอภรรยาตายทุกอย่างเลยตกมาเป็นของคุณคนเดียว...แล้วที่ทนายคนนั้นพูดเป็นทำนองขู่ๆ แบล็กเมล์คุณ...มันคืออะไรคะ” เป้ยต่อว่ารุนแรง

อติเทพให้เธอช่วยหาวิธีจัดการสองพ่อลูกนั้น เธอตกใจบอกว่าถ้ารวยแล้วอยู่สบายตนเอา แต่ถ้ารวยแล้วต้องเจอกับอะไรต่อมิอะไร ตนขอบาย! แล้วเธอก็ขอยุติความสัมพันธ์แค่นี้ อติเทพทวงแหวนคืน เธอบอกว่าแหวนนี่ก็ให้ถือเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาของตนแล้วกัน

แต่เป้ยไม่ทันออกจากบ้าน ตำรวจก็เอาหมายจับมาแสดงกับอติเทพเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักในข้อหาฆาตกรรมพิมพิลาสและข้อหาปลอมแปลงเอกสาร อติเทพหน้าเสีย และเมื่อตำรวจหันบอกเป้ยว่าเชิญเธอไปด้วย เธอก็ถึงกับหน้าซีดเผือดทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 17:54 น.