ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในบรรยากาศที่อึดอัดนั้น กรรณาทำลายความเงียบขึ้นว่า เรื่องช่อเพชรตนรู้สึกยังไงๆอยู่ น้ำหนึ่งที่ปอกแอปเปิ้ลอยู่ชะงักทันที

“กี่ครั้งแล้วล่ะ ที่เราได้เบาะแสคุณช่อเพชร แต่พอตามไปก็คลาดกับเขา แล้วเราก็เป็นอันต้องโดนเล่นงานทุกที”

“แปลว่าคุณช่อเพชรจงใจที่จะทำร้ายเรา?” พงอินทร์ถาม

“หึ...นาย โดนซะนอนเดี้ยง จนเดือดร้อนคุณน้ำหนึ่งต้องมาคอยป้อนแอปเปิ้ลขนาดนี้ยังสงสัยอะไรอีกเหรอ ค้า...” กรรณาถามประชด น้ำหนึ่งหยุดปอกแอปเปิ้ลบอกกรรณาว่าถ้ากลัวชีวิตจะไม่ปลอดภัยก็คงต้องเลิก ตามหาช่อเพชรแล้ว

“ผิดค่ะ การโดนปองร้ายนี่แหละ ของชอบฉันเลยล่ะ ยิ่งทำฉัน ฉันจะตามไล่ตามล่าไม่เลิก แล้วถ้าฉันจับคนที่ทำ ฉันได้เมื่อไหร่นะ ถึงเป็นผี...รับรองว่าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่”

แทนที่น้ำหนึ่งจะกลัวกลับยิ้มใส่ ขอให้เธอจับได้เร็วๆ พงอินทร์จะได้เลิกเอาชีวิตมาเสี่ยงตามหาคนร้ายเสียที ย้ำว่า

“หนึ่งสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ค่ะ ว่าขืนช้า อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับโจ้ได้” พูดแล้วหันมองพงอินทร์อย่างเป็นห่วง

จู่ๆกรรณาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงของพิมอรดังแว่วมากับสายลม กรรณาชะงักฟังหันมองไปที่ระเบียง เห็นชายผ้าจากชุดสีขาวปลิวอยู่นอกหน้าต่าง

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์...หลังจากส่งติณห์กลับรีสอร์ตแล้ว คุณหลวงถามว่าเราคิดถูกหรือเปล่าที่ปล่อยเขาไปคนเดียว

“ทำไงได้คะ มีติณห์คนเดียวเท่านั้นที่จะกลับเข้ารีสอร์ตได้โดยที่พวกนั้นไม่ระแวง” ญาณินตอบเศร้าๆเพราะเป็นห่วงติณห์ แต่ก็ปลอบใจทุกคนว่า “ติณห์เขาคงรู้ว่ากลับไปต้องเจอกับอะไรบ้าง เขาต้องเตรียมตัวเตรียมใจกลับไปรับมืออยู่แล้วล่ะค่ะ”

ติณห์ขับรถไปถึง เมืองกาญจน์ผ่านต้นไม้สูงใหญ่ริมทาง แต่บนถนนมืดที่มีแต่แสงไฟหน้ารถนั้น ติณห์เห็นเงาดำเป็นฝูงอยู่ข้างหน้า พอเข้าใหญ่กลายเป็นฝูงอีกาบินตรงเข้ามาหารถเขา ชนรถตายไปหลายตัว เลือดเปรอะกระจก ติณห์เปิดที่ปัดน้ำฝนปัดจนคราบเลือดจาง เขาจึงเห็นใครบางคนยืนอยู่กลางถนนข้างหน้า!

เบญจานั่นเอง! เธอยืนจังก้าจ้องมาที่ติณห์ด้วยความไม่พอใจมาก ติณห์ระวังตัว แอบหยิบอะไรบางอย่างที่เบาะข้างๆมากำไว้แล้วเดินลงจากรถไปหาเบญจา

“พี่ ติณห์! พี่หายไปไหนมา!” เบญจาถามอย่างเอาเรื่อง ติณห์ทำใจกล้าเดินเข้าหา เบญจาโกรธมากแผดเสียง “หนูถามว่าพี่หายไปไหน พี่คิดทรยศหนูเหรอ!”

เกิดลม ปั่นป่วนใบไม้ปลิวราวกับเกิดพายุ ติณห์ปรี่เข้าจูบปากเบญจาพร้อมกับรีบสวมสร้อยเพชรที่หยิบมาให้ทันที พอเบญจาเห็นสร้อยมีจี้เพชรก็อุทาน “พี่ติณห์...” หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ฝูงอีกาหายวับ บรรยากาศที่ปั่นป่วนสงบนิ่ง

เบญจาโอบกอดและจูบตอบติณห์อย่างหลงใหล...

จิตญาณินเห็นภาพนั้นถึงกับน้ำตาร่วง จนป้าออที่เฝ้าดูแลอยู่ตกใจถามว่านั่งสมาธิอยู่ดีๆร้องไห้ทำไม แต่คุณหลวงรู้เอ่ยอย่างเข้าใจ เห็นใจ แต่ขอให้ญาณินเชื่อใจติณห์ ขอให้เชื่อว่าติณห์รักเธอมั่นคง ตัวเธอเองนั่นแหละที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่าให้หวั่นไหวระแวง

คุณหลวงยกมือลูบหัวญาณินปลอบโยน กายหยาบของญาณินพยักหน้ารับรู้พยายามหักห้ามน้ำตาตัวเอง...

ติณห์รำพันความรักความคิดถึงเบญจา เธอถามว่าคิดถึงแล้วแอบหนีไปอย่างนี้หรือ

“พี่ ก็อยากไปหาของมารับขวัญเบญจาให้หายป่วยนี่ครับ” ติณห์จูบหน้าผากเบญจา ถามว่าชอบสร้อยนี้ไหม ตนเลือกอยู่นานกลัวไม่ถูกใจเธอ เห็นเธอก้มมองสร้อย เขารีบบอก “ถ้าไม่ชอบ พี่มีอีกอย่างนึงจะให้”

ติณห์พาเบญจามาที่รถบอกให้หลับตา แล้วจึงเอาตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้ พอเธอลืมตาเห็นตุ๊กตาหมีถึงกับอุทาน

“น่า รักจังเลย...ขอบคุณมากค่ะพี่ติณห์ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของหนู ที่หนูได้เล่นตุ๊กตา ตั้งแต่เกิดมาหนูไม่เคยได้รับอนุญาตให้เล่นของเล่นเลย ขอบคุณจริงๆ” เบญจา กอดซบอกติณห์อย่างหลงใหล

“พี่ดีใจที่เบญจาชอบ เรากลับรีสอร์ตกันเถอะ ป่านนี้มัมคงรอพี่แย่แล้ว”

ooooooo

ติณ ห์กลับมาถึงรีสอร์ต เห็นมิรันตียืนอยู่กับสมคิดมีกรกฎยืนคุมเชิงอยู่ มิรันตีดีใจชี้บอกสมคิดว่าดูซิใครมา พลางตัดพ้อติณห์ว่า นึกว่าทิ้งแม่ไปแล้ว

ติณห์บอกว่าตนจะทิ้งแม่ไปได้ยังไง สมคิดถามประชดว่าหายไปไหนมา ไปเยี่ยมแม่มดหมอผีที่วางยาเบญจาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดรึเปล่า!

เบญจา ชิงตอบแทนติณห์ว่า เขาไม่ได้ไปหาญาณิน แต่ไปหาซื้อของขวัญมาอวยพรให้ตนหายเร็วๆ พลางอวดทั้งสร้อยและตุ๊กตา พูดอย่างมีความสุขว่า “ในชีวิตเบญจาไม่เคยได้ของพวกนี้มาก่อนเลย”

มิรันตี หัวเราะร่าต่อว่าติณห์ที่จะเซอร์ไพรส์หวานใจก็ไม่บอก ทำให้ตนเป็นห่วงขอหอมแก้มให้ชื่นใจ แล้วย้ำกับติณห์ว่า ต้องดีกับเบญจาให้มากๆ เพราะเธอทำทุกอย่างเพื่อรีสอร์ตของเรา ชม้ายไปทางสมคิดแล้วย้ำว่า

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ว่าที่หุ้นส่วนใหญ่ของเรามิสเตอร์รอบบี้ คิดส์!”

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ติณห์ติงมิรันตีว่าแน่ใจหรือที่จะเอาสมคิดมาเป็นหุ้นส่วน มิรันตีที่กำลังคลั่งไคล้สมคิดถามว่า ใครคือสมคิด เขาคือมิสเตอร์รอบบี้ คิดส์ต่างหาก ไปเรียกเสียจนเห็นบ้านนอกไร้สกุลหมด

ติณห์จึงบอกความ จริงว่า รอบบี้ คิดส์คนนี้ ที่แท้คือ หมอผีสมคิดที่เคยร่วมมือกับกำนันพงศ์ส่งภูตผีวิญญาณมาหลอกหลอนที่นี่จนตน เกือบจะสร้างรีสอร์ตไม่สำเร็จ

มิรันตีไม่เชื่อ บอกติณห์ว่าจะเชื่อก็ต่อเมื่อเขาหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน ซ้ำยังตำหนิติณห์ว่าถูกญาณินล้างสมอง ขู่ว่าจะฟ้องเบญจาว่าเขายังแอบเชื่อญาณินอยู่

ติณห์หนักใจว่าจะหาหลักฐานมายืนยันว่า รอบบี้ คิดส์คือหมอสมคิดให้มิรันตีเชื่อได้อย่างไร...

ooooooo

สมคิด ไม่พอใจมากที่เบญจาชอบตุ๊กตาหมี เบญจาบอกว่าพ่อไม่เข้าใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ตุ๊กตา แต่มันคือความห่วงใยของติณห์ที่มาประโลมใจตนต่างหาก

“แกนั่นแหละที่ไม่ เข้าใจ! หึ...ทำไมตั้งแต่เล็กจนโตที่ฉันเลี้ยงแกมา ฉันไม่เคยให้ของเล่นพวกนี้กับแกเลย ก็เพราะไอ้ของพวกนี้มันคือความอ่อนแอ มันคือความฝันลมๆแล้งๆที่ฉันไม่อยากให้มันอยู่ในตัวแก แกต้องเข้มแข็ง แกต้องไม่เพ้อไม่ฝัน ไม่มีความรัก มันจะทำให้แกเป็นคนขี้แพ้...” สมคิดสั่งให้กรกฎเอาตุ๊กตาหมีไปทิ้งเสีย

เบญจาไม่ยอมให้กรกฎเอาไปทิ้ง สมคิดปรามว่าเดี๋ยวนี้เบญจากล้าขัดคำสั่งตนหรือ เบญจาขอร้องให้ตุ๊กตาหมีตัวนี้อยู่กับตนเถิด

“นัง โง่! ไอ้ติณห์มันเห็นจุดอ่อนแก มันถึงซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาง้อแก แกจะได้เลิกสงสัยว่ามันหายหัวไปหาอีนังญาณินมา” เบญจาไม่เชื่อเพราะตนใช้เสน่ห์พ่องั่งแม่งั่งมัดใจติณห์ไว้แล้ว “หึๆๆเสน่ห์มัดได้ก็แก้ได้ ฉันชักไม่แน่ใจว่าเสน่ห์ของแกจะเอาไอ้กะล่อนนั่นอยู่” แล้วสมคิดก็บอกกรกฎ “ต่อแต่นี้ ฉันจะจับตาดูมันไว้ทุกฝีก้าว”

สมคิดมองหน้ากรกฎ กรกฎยิ้มให้อย่างมีเลศนัย ในขณะที่เบญจายังเชื่อมั่นในเสน่ห์ของตัวเอง

ooooooo

ปาร์คจุนจีกับกรรัมภาที่ห้องหนึ่งในโรงแรมที่พัก เขาเล่าให้เธอฟังว่า

“ลี จองกุ๊กสืบจากที่มาในอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ฝีมือนายอติเทพแน่ๆ ที่ปล่อยข่าวลือระหว่างผมกับคุณทำลายชื่อเสียงของผม แล้วทำลายอนาคตของคุณ เพื่อที่จะหยุดเราสองคนให้เลิกคบกัน แล้วร่วมมือกันตามหาหลักฐานที่มันฆ่าคุณย่า”

ขณะทั้งสองกำลังปรึกษาและ เย้าแหย่กันตามประสาคนมีใจให้กันนั้น ก็มีเรื่องกวนใจ เมื่อลีจองกุ๊กมาเคาะประตูบอกว่าผู้กำกับและตัวแทนของบริษัทที่ร่วมทุนละคร เรื่องนี้กำลังขึ้นลิฟต์มาหาเขา จุนจีจึงให้กรรัมภาเข้าไปแอบในห้องนอนตนก่อน

พี่ป๋องผู้กำกับและตัวแทน บริษัทที่ร่วมทุน มากันอย่างตึงเครียด พี่ป๋องถามอย่างไม่พอใจว่าถ้าเป็นแบบนี้กี่ปีจึงจะถ่ายเสร็จ ตัวแทนผู้ร่วมทุนก็พูดถึงการขาดทุนเนื่องจากต้องหยุดถ่ายเพราะจุนจีมาหลาย ครั้งแล้ว ซองซูก็ตามมาถล่มซ้ำว่า

“โดยเฉพาะผีย่าจุนจีที่ทำให้ทุกอย่างป่วน คนที่ตายไม่ดีมักจะเฮี้ยนแล้วย่านายก็ถูกงูกัดตายอย่างโหด มันต้องเฮี้ยนมากๆเลย”

“หยุดพูดถึงย่าฉันเดี๋ยวนี้นะ” จุนจีโมโหลุกขึ้นชี้หน้าปรามซองซูจนลีจองกุ๊กต้องดันตัวไว้

“ไม่รู้ ล่ะ ถ้าคุณยังไม่จัดการเรื่องผีสางของคุณ ผมคงต้องปรึกษากับคนเขียนบทให้ลดบทคุณลงเพราะ ไม่งั้นปีนี้เราถ่ายไม่ทันออนแอร์แน่” พี่ป๋องขู่แล้วหุนหันออกไป

ลีจอง กุ๊กตามไปขอความเห็นใจ ขอพี่ป๋องให้โอกาสกับจุนจีบ้าง จุนจีเป็นคนรับผิดชอบงานมากเขาเป็นคนตั้งใจส่วนซองซูที่ฟังอยู่พูดอย่างสะใจ ก่อนเดินออกไปว่า

“บทแกหดแน่ไอ้จุนจี ดีไม่ดี ซองซูนี่แหละอาจจะถูกดันขึ้นมามีบทนำแทนแก หึๆ!”

แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาหนักหน่วง แต่จุนจีก็มีกำลังใจที่จะสู้เพราะมีกรรัมภาอยู่เคียงข้างให้กำลังใจเสมอ

แต่ไม่ทันไร มือถือของจุนจีก็มีเมสเสจเข้า เขากดดูแล้วตกใจ ส่งให้กรรัมภาดูต่อ

“ตอน นี้ วิญญาณย่าแกโดนฉันกักขังเอาไว้ ถ้าแกยังไม่ยอมเซ็นรับพินัยกรรมให้ฉัน ฉันจะเอาวิญญาณย่าแกถ่วงน้ำ ให้ทุกข์ทรมานไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

พออ่านจบ เท่านั้น ลีจองกุ๊กก็ถือซองสีน้ำตาลเข้ามาอย่างรีบร้อน บอกว่าอติเทพให้คนเอาเอกสารมาส่งให้เขาเซ็น ตนเปิดดูแล้วมันเป็นพินัยกรรมฉบับเดิม จุนจีจึงเล่าว่าอติเทพจับวิญญาณคุณย่าไปต่อรองให้ตนเซ็นพินัยกรรมให้มัน

“หา! ไอ้บ้านั่น ถึงกับจับวิญญาณไปเป็นตัวประกันเนี่ยนะ!”

จุนจีพยักหน้าอย่างแค้นใจ

ooooooo

ที่ห้องทำงานของทนายสมชายในสำนักงานทนายความ อติเทพ ทนายสมชาย และอรวี นั่งคุยกันอยู่อย่างย่ามใจที่ใช้วิธีจับวิญญาณพิมพิลาสมาต่อรองกับจุนจี

อติเทพผยองถึงขั้นบอกว่าถ้าถึงขั้นนี้แล้วจุนจียังไม่ยอมตนก็จะทำทุกอย่างแม้แต่ไปงมหากระดูกพิมพิลาสขึ้นจากทะเลมาต่อรอง

กุมาริกาที่ติดตามอรวีตลอดเวลา ได้เห็นได้ยินกลุ่มนี้คุยกัน อุทานอย่างคาดไม่ถึงว่า

“โธ่ อรวี...นี่ร่วมมือกับมันทุกอย่างเลย แม้กระทั่งจับผี ทำไมไม่รู้จักหยุดเสียที แล้วนี่มันจับผีคุณพิมพิลาสไปไว้ที่ไหนเนี่ย?!” เหมือนอรวีจะได้ยิน แต่ทำเป็นไม่สนใจ กุมาริกาฉุนตะโกน “บอกมาว่าเอาวิญญาณคุณพิมพิลาสไปไว้ที่ไหน!”

ทันใดนั้น มือถืออติเทพดังขึ้น พวกเขานึกว่าจุนจีโทร.มา แต่ที่แท้เป็นอาจารย์คง อติเทพรับสาย “อาจารย์ โทร.มาทำไม มีอะไรก็พูดทางโทรศัพท์นี่ซิ ทำไมต้องให้ถ่อไปหาถึงที่สำนัก...ธุระด่วน...เออ...แล้วผมจะไปหา”

“ไม่ได้การล่ะ โกลเด้นเบบี้ ได้เวลาทำงานแล้ว!!” กุมาริกาตื่นตัวขึ้นทันที

ooooooo

ติณห์ตัดสินใจแอบเข้าไปในห้องพักของสมคิดเพื่อหาหลักฐานไปยืนยันกับมิรันตีว่าหมอผีสมคิดกับรอบบี้ คิดส์เป็นคนเดียวกัน

สมคิด อยู่ที่สระน้ำมีกรกฎกดเครื่องฉายภาพไปบนกำแพง เปิดหน้าและความสัมพันธ์ของพวกญาณินรวมทั้งสามีและคนรักตลอดจนผู้เกี่ยวข้อ งอย่างพิชชาแนะนำแก่สมคิด

จนถึงรูปกรรณาอยู่กับพงอินทร์ สมคิดก็คิดอะไรได้ทันที พึมพำ “ดร.แผนยุทธ! ถึงเวลาที่เราต้องเป็นฝ่ายรุกแล้ว” เบญจาถามว่าเราลงมือเมื่อไร “เร็วที่สุด”

กรกฎรับคำทันที แล้วทั้งหมดก็พากันเดินกลับมาที่ห้องพัก

ติณห์กำลังค้นเอกสารของสมคิด แต่เอกสารทุกชิ้นใช้ชื่อ รอบบี้ คิดส์ แต่เพียงชื่อเดียว ติณห์ร้อนใจที่ยังหา หลักฐานไม่ได้ มือไปปัดถูกเหยือกน้ำตกแตกอีก ติณห์ยิ่งร้อนใจ หาผ้ามาซับน้ำเอาถุงใส่ผ้ามาเก็บเศษแก้ว ตัดสินใจต้องรีบออกไป แต่พอเดินไปถึงประตู สมคิดกับพวกเดินมาถึงพอดี!

ติณห์ได้ยินเสียงไขกุญแจ รีบหลบ ประตูเปิดเป็นจังหวะที่ติณห์กระโดดหน้าต่างหนีพอดี

“จับ มันให้ได้!” สมคิดสั่ง เบญจาถามว่ามันเป็นใคร “หึๆ แกยังสงสัยอีกเหรอว่าใคร” สมคิดหัวเราะอย่างรู้ว่าเป็นติณห์ เบญจาหันมองส่ายหน้าพึมพำเหมือน พยายามหลอกตัวเองว่า

“คงไม่ใช่...พี่ติณห์นะ”

ติณห์วิ่งสุดฝีเท้า แต่ถูกกรกฎตามทันจนติณห์แปลกใจว่าทำไมมันมาเร็วอย่างนี้ กรกฎกระโดดคว้าตัวติณห์ทำให้ล้มกลิ้งไปด้วยกัน กรกฎจึงรู้ว่าที่แท้เป็นติณห์ ที่มุมปากติณห์มีเลือดออก ติณห์มองหน้ากรกฎพูด อย่างแค้นใจ

“แกมันปีศาจ พวกหมอผี ฉันจะกำจัดพวกแกไปจากรีสอร์ตฉันให้ได้”

กรกฎ พยายามจะจับติณห์ ถูกติณห์คว้าถาดที่ใส่เทียนลอยอยู่ในน้ำสาดใส่ ไฟติดที่แขนเสื้อกรกฎ มันมัวแต่ปัดดับไฟติณห์จึงฉวยโอกาสนั้นหนีไปได้

“ติณห์ มึงตายแน่!!” กรกฎคำราม

ooooooo

ติณห์โทร.บอกณัฐเดชว่าตนทำพลาดแล้ว พวกมันรู้ตัว ให้รีบมาหาตนเดี๋ยวนี้เลย ต้องใช้แผนสองด่วน

จิตญาณินรับรู้ว่าติณห์กำลังอยู่ในอันตราย เธอออกจากสมาธิรีบไปช่วยติณห์ ป้าออเป็นห่วงขอช่วยขับรถให้ เวลาเดียวกับเธอรีบโทร.ถึงณัฐเดชถามว่ารู้เรื่องติณห์แล้วใช่ไหม นัดเดี๋ยวเจอกัน ณัฐเดชพยายามจะทักท้วง แต่เธอวางสายไปแล้ว

ณัฐเดชร้อนใจรีบออกจากบ้าน เนตรสิตางศุ์ขอตามไปด้วย หมอวรวรรธเป็นห่วงแฟนขอตามไปอีกคน

ระหว่าง ทาง ญาณินโทร.บอกติณห์ให้รีบหลบเข้าวัดที่ใกล้ที่สุด หลบอยู่ในอุโบสถเป็นพัทธสีมาจะช่วยปกป้องเขาจากอาคมร้ายได้ แล้วตนจะไปช่วย ติณห์แปลกใจว่าญาณินรู้ได้อย่างไร ญาณินตอบอย่างรีบเร่งว่า

“คุณจัดการ พวกมันคนเดียวไม่ได้...” พอดีมีสายซ้อนเข้ามา ญาณินบอกว่าณัฐเดชโทร.มาจึงกดรับสายกลายเป็นคุยกันสามสาย ณัฐเดชบอกติณห์ให้รีบขับหนีเข้ากรุงเทพฯก่อน ติณห์ไม่ยอมไปยืนยันต้องช่วยมิรันตีก่อนกลัวว่าพวกมันแค้นตนแล้วจะทำร้ายแม่ แทนญาณินบอกว่า “ก่อนจะคิดช่วยมัม คุณต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน รีบเข้าไปหลบในวัดเดี๋ยวนี้เพราะพวกมันกำลังตามมา”

ด้วยการช่วยกันสวดอิติปิโสร่วมกับติณห์ ในที่สุด ติณห์ฝ่าดงวิญญาณเร่ร่อนที่ตามมาเล่นงานเข้าไปในวัด ลงจากรถวิ่งอ้าวเข้าโบสถ์ที่มีหลวงพ่อรอรับอยู่ พอ

ติณห์เข้าไปประตูโบสถ์ก็ปิดทันที วิญญาณเร่ร่อนที่ตามมาสูญสลายไปในพริบตา

สมคิดรับรู้ถึงการหนีรอดของติณห์ หันตบหน้าเบญจาฉาดใหญ่ ด่าลั่น

“ฉันเคยบอกแกแล้ว อย่าริมีความรัก เพราะมันจะทำให้แกโง่ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของคนอื่น ทีนี้แกเชื่อฉันรึยัง เข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมฉันถึงต้องโหดร้ายกับแก เพราะแกไม่ได้เกิดมาเพื่อความรัก แต่แกเกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่งเท่านั้น แกต้องเหนือกว่าทุกคน”

“หนูเกลียดมัน...หนูเกลียดติณห์” เบญจาแผดเสียง

“ถ้าแกอยากจะเป็นคนพิเศษ ที่อยู่เหนือใครๆ แกต้องตัดความรักทิ้งไปให้ได้ แกอยากให้ตัวเองดูน่าสมเพชอย่างนังมิรันตีแม่มันหรือไง”

เบญจาร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เมื่อสุคนธรสรู้ว่าญาณินไปช่วยติณห์ก็เป็นห่วงเพราะไปกันอย่างไม่มีของขลังติดตัวไปเลย จนไตร-รัตน์เตือนสติว่าเวลานี้เธอต้องโฟกัสการช่วยเหลือวิญญาณคุณพิมพิลาสอย่างเดียวเท่านั้น

ขณะนั้นเอง รถตู้ของจุนจีก็เข้ามาจอด ลีจองกุ๊กห้อยพระเครื่องมาเต็มคอและตะกรุดรอบเอว มาถึงจุนจีเร่งให้ไปกันเถอะ กรรัมภาถามว่าจะไปไหนหรือ

“ผมจะไปเซ็นยอมรับพินัยกรรมให้มัน มันจะได้ปล่อยวิญญาณย่าผม”

กรรัมภาถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าจ้างตนมาทำอะไร สุคนธรสบอกว่าเรื่องนี้ให้พวกตนแก้ปัญหาให้ดีกว่า ลีจองกุ๊กรีบสนับสนุน จุนจีถามว่าพวกเธอจะช่วยวิญญาณย่าตนยังไง?

สุคนธรสบอกว่าต้องหาที่ที่พวกมันขังวิญญาณคุณย่าให้ได้ก่อน จุนจีถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไร ไตรรัตน์บอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ให้เชื่อเมียตน อีกไม่นานเราก็จะรู้ว่าวิญญาณคุณย่าเขาโดนจับขังอยู่ที่ไหน

อติเทพ และอรวี ขับรถไปหาอาจารย์คงโดยกุมาริกาแอบตามไปด้วย

ปรากฏว่าอาจารย์คงเจ้าเล่ห์ เรียกทั้งสองมาเพื่อเรียกเงินเพิ่มอีกสองแสนอ้างว่าผีเฮี้ยนมาก อติเทพไม่ยอมให้ ถูกอาจารย์คงถามว่าอยากลองดีใช่ไหม ว่าแล้วอาจารย์คงเอาขวดกักวิญญาณพิมพิลาสมาบอกว่าจะปล่อยวิญญาณมาหักคอทั้งสองคน พลันก็มีควันดำพุ่งออกมาพร้อมเสียงร้องโหยหวนของพิมพิลาส

วิญญาณพิมพิลาสอาฆาตอติเทพจะเข้าบีบคอจนทั้งสองกระถดถอยไปติดฝา สุดท้ายอติเทพต้องยอมจ่ายอีกสองแสน อาจารย์คงหัวเราะเยาะว่า

“ฮ่ะๆๆ ถ้ายอมให้ตั้งแต่ทีแรก ก็ไม่ต้องมีโชว์ฝีมืออาละวาดให้เสียวไส้แบบนี้ ไป...อีผีเมียเก่ากลับลงขวดเสีย”

“ไอ้หมอผีโหด โรคจิต ชอบรังแกผีไม่มีทางสู้” กุมาริกาด่า อาจารย์คงได้ยินถามว่านั่นใคร กุมาริกาตกใจถอยกรูดแล้วหายแว้บไปทันที อาจารย์คงลุกไปชะโงกดูที่หน้าต่าง แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว

กุมาริกากลับมาบอกที่กักขังวิญญาณพิมพิลาสแก่กรรัมภาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ โดยแปลงร่างให้หัวตัวเองเป็นจอทีวีให้เห็นสถานที่กักขังวิญญาณพิมพิลาส จุนจีแค้นใจที่วิญญาณย่าถูกกักขังอย่างทรมาน

“หมอผีหน้าเงิน ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน เส้นสายดีมาก ได้ออกทีวีช่องเคเบิ้ลทีวีหลอกขายวัตถุมงคลบ่อยๆ มันดังมากเลยล่ะ” สุคนธรสพูดอย่างรู้เบื้องหลังเบื้องลึกของอาจารย์คงดี จุนจีจึงเร่งให้รีบไปช่วยย่าตน

ooooooo

พวกญาณินไปถึงวัด เข้าไปในโบสถ์เห็นติณห์ กำลังนั่งสมาธิอยู่หน้าพระประธานหลังจากฟังติณห์เล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว ณัฐเดชเตือนว่าเราต้องวางแผนกันให้รอบคอบไม่อย่างนั้นก็เท่ากับเดินไปขึ้นเขียงให้สมคิดเชือด

ติณห์เห็นด้วย บอกว่าเมื่อคืนตนก็เกือบเอาตัวไม่รอด ดีที่ได้บุญบารมีหลวงพ่อช่วยเอาไว้ ท่านมายืนรอรับตนที่หน้าโบสถ์ แต่อยู่ๆ ท่านก็หายไปตนยังไม่ทันได้กราบขอบคุณท่านเลย

เมื่อพากันไปยืนที่หน้ารูปถ่ายเก่าๆของหลวงพ่ออดีตเจ้าอาวาส ติณห์บอกว่าท่านนี้แหละที่ช่วยตน ญาณินขนลุกซู่บอกติณห์ว่า

“หลวงพ่อรูปนี้ท่านละสังขารไปหลายปีแล้ว แต่ดวงจิตของท่านก็ยังคงอยู่ปกปักรักษาคนที่ทำความดีจากภัยอันตราย”

ติณห์ถึงกับขนลุก ยกมือไหว้ภาวนาให้ส่ิงศักดิ์ช่วยคุ้มครองมิรันตีด้วย

ขณะนั้นเอง เบญจาสร้างนิมิตหมู่ให้เห็นว่ามิรันตีกำลังจะถูกรถไฟชน ติณห์ทนไม่ได้ขับรถออกไปเพื่อช่วยมิรันตี ญาณินร้องบอกว่านั่นเป็นกับดัก พวกมันจงใจใช้

คุณแม่เขาเป็นตัวประกันล่อให้เราไปติดกับ แต่ติณห์ไม่ ฟังเสียงขับรถออกไปแล้ว ณัฐเดช ญาณิน เนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธตามไปด้วยความเป็นห่วง

เหลือป้าออคนเดียวที่ไม่ได้ไปด้วย ป้าออจึงวิ่งกลับเข้าไปในวัด ไปนั่งพนมมือหน้าพระประธานอธิษฐาน

“ขอให้ผลแห่งบุญกุศลที่ลูกได้กระทำมาตลอดในชาตินี้และชาติก่อน กลายเป็นเกราะแก้วกำบังช่วยคุ้มครองคุณหนูญาณินและเพื่อนๆ ให้แคล้วคลาดจากสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ความดีงามเปล่งประกาย

เรืองรองปัดเป่าความชั่วร้ายเลวทรามให้หมดสิ้นไปด้วยเถิด...”

พลัน...ในโบสถ์ก็เกิดแสงเรืองรอง...เสมือนฟ้ารับรู้คำอธิษฐานนี้แล้ว...

ooooooo

สมคิดกับเบญจา คบคิดกันจับมิรันตีบังคับให้กินยาลูกกลอนจนหมดสติ เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็เกิดนิมิตเพราะโดนอาคมคิดว่าตัวเองถือดอกไม้ช่องามอิงแอบ

ซบไหล่สมคิด ทั้งๆที่นั่งอยู่คนเดียวบนหินกลางแดดมือถือกิ่งไม้แห้งเท่านั้น

“ไอ้พวกที่แยกแยะระหว่างความจริงกับเรื่องหลอก ลวงไม่ออก มันน่าสมเพชจริงๆ” สมคิดเอ่ยกับเบญจาที่ยืนดูมิรันตีอยู่ห่างๆ พลันเบญจาก็บอกว่า พวกมันมากันแล้ว

รถติณห์ขับมาเจอกรกฎยืนขวางแต่ปล่อยให้เข้าไป ครั้นรถของญัฐเดชมาถึงกลับถูกกักไว้

“สมุนคนสนิทของไอ้หมอสมคิด มันไม่ใช่ผีแต่ก็ไม่ใช่คนปกติธรรมดา” ญาณินบอก

“ท่าทางมันจะไม่ยอมให้พวกเราตามไอ้ติณห์ไป” ณัฐเดชพึมพำ ญาณินจึงถอดจิตตามติณห์เข้าไปทั้งสองไปเจอมิรันตีเดินอารมณ์ดีอยู่บนทางรถไฟ ติณห์กับญาณินจะวิ่งเข้าไปหา ถูกเบญจากับสมคิดออกมาขวาง

“เบญจา ถ้าคุณโกรธผมก็มาลงที่ผมสิ มัมไม่เกี่ยว” ติณห์พยายามต่อรอง

“ทำคนไม่เกี่ยวนี่แหละค่ะ สะใจดี ถ้าแม่คุณเป็นอะไรขึ้นมาคุณจะได้รู้เอาไว้ว่า...คุณคือต้นเหตุ!”

ญาณินบอกติณห์ให้ถอยออกมาอย่าไปยุ่งกับมัน ถูกเบญจาตวาดว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ พลันก็เกิดคลื่นพลังพุ่งกระแทกใส่จิตญาณินจนไถลวืดไป สมคิดยิ้มทึ่งพึงพอใจที่ได้เห็นเบญจาแผลงฤทธิ์ เบญจาหันมาจ้องติณห์ ทันใดเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ติณห์ผงะหน้าซีดเผือด เบญจาเห็นหน้าติณห์ก็แสยะยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

กายหยาบญาณินที่นั่งอยู่ในรถ ลืมตาผวาเฮือกพบว่าตัวเองยังนั่งอยู่ในรถ มองออกไปเห็นณัฐเดชกับหมอวรวรรธกำลังเล็งปืนไปที่กรกฎ เนตรสิตางศุ์บอกให้รีบไปช่วยติณห์ก่อน ญาณินจึงรีบวิ่งไป

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธยิงใส่กรกฎจนกระสุนหมดแม็ก แต่กรกฎยังยืนเฉย กระสุนทั้งหมดร่วงลงตรงหน้ากรกฎ เนตรสิตางศุ์เห็นกลุ่มวิญญาณเร่ร่อนมายืนเป็นกำแพงบังกรกฎไว้ ณัฐเดชกับหมอจึงทิ้งปืนถอดเสื้อหมายใช้หมัดลุ่นๆลุยกัน แต่ไม่ทันลุยก็ถูกกรกฎพุ่งเข้ามาหมายเอาตัวกระแทกจนทั้งสามหลบกันแทบไม่ทัน

ติณห์เผชิญหน้ากับเบญจาที่ทางรถไฟ เบญจามาขวางติณห์ไม่ให้เข้าไปช่วยมิรันตี เธอตัดพ้อต่อว่าติณห์ว่าทำไมต้องหลอกตนด้วย ติณห์เลยย้อนเอาว่าคนที่เริ่มต้นหลอกก่อนก็คือเธอ แล้วสาธยายตั้งแต่ที่เธอแกล้งถูกรถญาณินชนจนกระทั่งเข้ามาอยู่ที่รีสอร์ต ด่าเธอว่า “แกล้งทำตัวใสซื่อ ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอมันเป็นนางมารร้าย”

ขณะนั้น รถไฟแล่นใกล้เข้ามาทุกที มิรันตีก็ยัง คงเดินเคลิ้มอยู่บนทางรถไฟคิดว่าตัวเองควงคู่เดินไปกับรอบบี้ คิดส์ ติณห์พยายามจะหลบเบญจาไปช่วยมิรันตี ถูกสมคิดโผล่มาขวางอีกคน ติณห์ชะงัก สมคิดฉวยโอกาสที่ติณห์ยืนขาตายซัดหมัดเข้าสีข้างติณห์จนตัวงอ ท้าให้ลุกขึ้นมาสู้กัน

รถไฟใกล้เข้ามาทุกที มิรันตียังอยู่ในภวังค์ ในขณะที่เบญจาก็ขัดขวางถ่วงเวลาติณห์ ถามว่าทำไมถึงไม่รักตน ติณห์ตอบอย่างไม่แยแสว่า

“ฉันไม่มีวันรักเธอ ฉันรักญาณินคนเดียว ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ยอมตายแบบรักเดียวใจเดียว”

เบญจาฟังแล้วยิ่งแค้น ติณห์พยายามลุกขึ้นจะไปช่วยมิรันตี ญาณินวิ่งเข้ามาพอดี เบญจาเห็นดังนั้นพุ่งเข้าหา ชักมีดจ่อคอญาณิน เย้ยติณห์ว่า

“รักมันมาก งั้นก็เลือก จะไปช่วยแม่หรือคนที่แกรัก!”

รถไฟแล่นใกล้เข้ามากแล้ว ญาณินตะโกนบอกติณห์ว่าไม่ต้องห่วงตนให้รีบไปช่วยมิรันตี แล้วหันไปสู้กับเบญจาแบบไม่มีใครยอมใคร ณัฐเดชกับหมอวรวรรธก็ต่อสู้กับสมคิด ขวางสมคิดไว้เพื่อให้ติณห์ไปช่วยมิรันตี

ติณห์พุ่งเข้าไปดึงมิรันตีออกจากทางรถไฟ เธอดิ้นไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่ง ระหว่างนั้นเบญจาถูกญาณินเตะมีดหลุดจากมือ แต่เบญจาคว้ามีดได้แล้วเสกอาคมสลัดมีดใส่ญาณิน ติณห์ตกใจละล้าละลังจะไปช่วยใครก่อนระหว่างแม่กับคนรัก

“ไม่มีเวลาแล้ว แกช่วยได้แค่คนเดียว แกเลือกเอาว่าแกจะช่วยใคร เร็ว!” คุณหลวงลุ้น

ติณห์ตัดสินใจพุ่งเข้าคว้าตัวมิรันตีออกมาได้ก่อนถูกรถไฟชน มิรันตีหมดสติไปทันที เมื่อรถไฟแล่นผ่านไป ติณห์หันมองญาณิน เธอหายไปแล้ว เพราะหมอวรวรรธช่วยดึงเธอออกไปอีกด้านหนึ่งของทางรถไฟ

ทุกคนปลอดภัย แต่พอมองหาพวกสมคิด ปรากฏว่าทั้งสมคิด เบญจา และกรกฎ หายไปอย่างไร้ร่องรอย!

ooooooo

อติเทพ ทนายสมชาย และอรวี นั่งรอการตอบรับจากจุนจีอยู่ที่สำนักงานทนายความ แต่ไม่เห็นจุนจีมา

คนที่ทนายสมชายให้ไปติดตามการเคลื่อนไหวของจุนจีโทร.เข้ามาแจ้งว่า จุนจีออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าและไปที่สำนักของอาจารย์คงแล้ว

“ไอ้ตัวแสบ!” อติเทพคำรามฉุนขาด ลุกออกจากห้อง พูดอย่างเจ็บใจว่าจุนจีไม่รู้จักสำนักอาจารย์คง “มัน จะโผล่หัวไปที่นั่นได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้อาจารย์หน้าเงินบอก”

“แสดงว่าไอ้อาจารย์คงมันอยากได้เงิน และมันคงรู้ว่าผีพิมพิลาสนั่นเป็นย่าใคร มันเลยติดต่อโดยตรงกับเจ้าตัวเพราะหวังเอาเงินค่าจ้างที่มากกว่าเรา” ทนายสมชายคาดการณ์

“มันอยากลองดีกับฉัน ฉันก็จะจัดให้”

อติเทพหยิบปืนจากกระเป๋าพรวดพราดออกไป อรวีกับทนายสมชายรีบตาม

ooooooo

จุนจีกับลีจองกุ๊ก ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจเกาหลีเข้าไปกราบอาจารย์คงที่สำนัก แนะนำตัวแก่อาจารย์คงว่า มาจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของประเทศเกาหลี ตอนนี้ที่เกาหลีกำลังเห่อเมืองไทยมาก ผู้อำนวยการจึงอยากสร้างรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับเมจิกไทย

ระหว่างที่ลีจองกุ๊กกำลังเจรจากับอาจารย์คงนั้น จุนจีก็กวาดตามองหาขวดที่กักวิญญาณพิมพิลาสไปเนียนๆ

“เพื่อนคนไทยของผม แนะนำว่าอาจารย์เป็นสุดยอด ของ พ.ศ.นี้ รู้ทุกวิชาอาคมอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศ อภินิหารมากมาย เราก็เลยอยากมาเชิญอาจารย์ไปเป็นพิธีกรประจำรายการที่เกาหลีครับ”

อาจารย์คงมีทีท่าสนใจ ลีจองกุ๊กอ่อยต่อไปว่า อาจารย์คงจะต้องเดินทางไปเกาหลีเดือนละสองหน ค่าตอบแทนหนละห้าแสน มีผู้ติดตามให้สองคน แล้วจุนจี ก็โชว์รูปสาวเกาหลีเอ็กซ์ๆในไอแพดสองคนให้ดู

“ส่วนเรื่องลุคของอาจารย์ไม่ต้องห่วง เกาหลีซ่อมได้” จุนจีอ่อยแล้วโชว์รูปหน้าอาจารย์คงที่ออกแบบให้ดู

อาจารย์คงเคลิ้มทั้งเรื่องเงินทอง ผู้ติดตามสาวเอ็กซ์สองคนและลุคใหม่ที่ดูหล่อใสเป็นเกาหลีมากๆ

“มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ และชะนีเพศ” ลีจองกุ๊กกล่อม จุนจีแก้ให้ว่าสตรีเพศ ไม่ใช่ชะนีเพศ ลีจองกุ๊กยิ้มแหยๆแล้วอ่อยต่อ “รับรองภายในปีเดียว อาจารย์จะรวยมากจะมีเงินซื้อรถเบนซ์แจกเจ้าสำนักอื่นๆได้เป็นร้อย จะมีบ้านบนเนินเขาในต่างประเทศ และถ้าอยากมีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวก็ไม่ยาก”

ลีจองกุ๊กกล่อมจนอาจารย์คงเคลิ้มแล้ว จุนจีจึงโชว์เช็คสั่งจ่ายล่วงหน้าสองล้าน ขอแค่อาจารย์ตอบตกลงก็รับไปเลย

อาจารย์คงพูดอย่างไว้เชิงว่า ตนไม่อยากได้ชื่อเสียงเงินทอง แต่สงสารทั้งสองที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมา จะลองดูก็ได้ จุนจีบอกว่าบอสของพวกตนมาด้วย อาจารย์ต้องแสดงเมจิกเล็กๆน้อยๆ ให้บอสเซย์เยสก่อนแล้วอาจารย์จะได้ทุกอย่าง

แม้จะขัดใจแต่อยากได้เงิน อาจารย์คงถามหาบอสของทั้งสอง พลันไตรรัตน์ก็เข้ามาแบบเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้มีโอเวอร์โค้ตคลุมก็เข้ามาในมาดขรึม บอกอาจารย์คงว่า “มีดีอะไรไหนโชว์มาซิ”

อาจารย์คงอยากอวดของอยู่แล้ว วางมาดขรึมเริ่มเอาของขลังมาวาง มีทั้งน้ำมันพราย ควายธนู รักยม ข้าวสารเสก และใบหนาดแห้ง  แต่เพราะจุนจียังมองหาไม่เห็นขวดกักวิญญาณพิมพิลาส เลยแกล้งถ่วงเวลาถามว่ามีแค่นี้เองหรือ

“ใช่่...ทำไม...จะเอาอะไรอีกงั้นเหรอ” อาจารย์คงเริ่มเสียงกระด้าง จุนจีเล่าว่าตนเคยดูหนังผีไทย หมอผีชอบจับผีใส่หม้อเอาไปถ่วงน้ำถามว่าอาจารย์มีไหม อาจารย์คงบอกว่ามี แล้วหันไปหยิบหม้อดินเผาแบบในหนังมาให้ดู จุนจีจำที่กุมาริกาบอกได้ว่า วิญญาณของพิมพิลาสนั้นถูกจับกักไว้ในขวด จึงบอกอาจารย์คงว่าไม่ใช่ อาจารย์คงชักหงุดหงิด “นี่ไงหม้อ จะเอาอะไรอีก แล้วตกลงเจ้านายเอ็งอยากให้ข้าโชว์อะไรบอกมา”

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดจุนจีเองก็เริ่มอึกอัก ไตรรัตน์จึงขัดขึ้นว่า

“ฉันอยากเห็นการจับผีลงหม้อแบบสดๆ โชว์ให้ดูหน่อยได้ไหม” อาจารย์คงเริ่มเล่นแง่บอกว่า มันยาก ไตรรัตน์ปรามาสว่า “หรือว่าไม่เก่งจริง เลยทำแบบนั้นไม่เป็น”

“อย่าวิ่งหนีก็แล้วกัน” อาจารย์คงพูดฉุนๆ คิดจะโชว์ศักยภาพให้เห็นจะจะไปเลย

อาจารย์คงทำพิธีเรียกบรรดาสัมภเวสี จนบรรยากาศข้างนอกที่พวกสุคนธรสสังเกตการณ์อยู่เกิดท้องฟ้าเปลี่ยนสี ลมพัดอื้ออึง

กรรัมภาเป็นห่วงพวกข้างในชวนสุคนธรสเข้าไปช่วย สุคนธรสบอกว่าเราต้องเชื่อมั่นในคนของเรา และดึงแขนกรรัมภาไว้

อาจารย์คงทำพิธีเรียกสัมภเวสีมาจนปั่นป่วนไปทั้งสำนักแล้วดูดวิญญาณเหล่านั้นเข้าไปในหม้อ เสร็จแล้วถามไตรรัตน์ว่า

“แค่นี้คงพอจะพิสูจน์ได้แล้วนะว่าข้าตัวจริง จะเซ็นสัญญาเลยไหม”

“ยัง...นี่มันผีเร่ร่อน มันกระจอก หมอผีไหนๆก็ทำได้ ฉันอยากเห็นอาจารย์โชว์ความสามารถมากกว่านี้ ที่ยากๆสักหน่อย” ไตรรัตน์เล่นแง่ถ่วงเวลาให้จุนจี

“บอสหมายถึง...อาจารย์น่าจะเรียกผีที่โหดๆมาปราบ อย่างพวกผี...ผีแม่ม่าย...ลูกหลานทอดทิ้งอารมณ์เกรี้ยวกราดอาจารย์มีไหม” จุนจีระบุอย่างมีเป้าหมาย

ได้ผล! อาจารย์คงหยิบขวดใส่วิญญาณพิมพิลาสที่ซ่อนอยู่ในแจกันใบใหญ่ จุนจีใจระทึกที่จะได้ช่วยย่าจ้องขวดใส่วิญญาณเขม็ง

ooooooo

พวกอติเทพมาถึงแล้ว! ตะบึงรถเข้ามา จนญาณิน กรรัมภาและเนตรสิตางศุ์พากันหลบหลังต้นไม้กันแทบไม่ทัน

ประตูสำนักถูกถีบผางประตูเปิดผัวะ! อติเทพ อรวีและทนายสมชายพรวดเข้ามา ไตรรัตน์และลีจองกุ๊กผงะ จุนจีตกใจ กลัวเสียแผนเพราะอติเทพรู้จักตน

“แก!...ไอ้หมอผีไร้จรรยาบรรณ แกรับปากแล้วว่าจะทำงานให้ฉันแต่กลับคิดจะแทงข้างหลังฉันงั้นเหรอ ไอ้ชั่ว!” อติเทพด่าและกล่าวหาอาจารย์คงว่า นัดจุนจีมาพบเพราะรู้ว่าจุนจีเป็นหลานชายคนเดียวของพิม–พิลาส ทำให้อาจารย์คงรู้ฐานะที่แท้จริงของจุนจีที่ปลอมตัวมา ชี้หน้าด่าว่าจุนจีหลอกตน

อติเทพยิงอาจารย์คงแต่กระสุนกลับหยุดกลางอากาศตรงหน้าอาจารย์คงเพราะวิญญาณสัมภเวสีห้อมล้อมไว้เป็นเกราะกำบัง อติเทพยิ่งบ้าดีเดือดจะยิงซ้ำ ถูกลูกน้องสองคนของอาจารย์คงจู่โจมเข้าจับบิดแขน กดลงกับพื้นแล้วอาจารย์คงก็ท่องอาคมใส่ทันที อติเทพปวดเนื้อตัวร่างกายปรากฏรอยแดงเป็นปื้นช้ำเลือดช้ำหนองลามไปอย่างเร็วจนทั่วตัวเจ็บปวดสาหัส

“ร่างกายมันจะค่อยๆเน่าจากอวัยวะภายในทีละส่วน...ทีละส่วนจนเน่าไปหมดทั้งตัว...ทางที่ดีถ้าอยากรักษาชีวิตเอาไว้รีบตัดแขนข้างที่เน่าทิ้งเสีย มันจะได้ไม่ลุกลามไปที่อื่น” อาจารย์คงขู่

จุนจีอาศัยจังหวะนั้นคว้าขวดที่กักวิญญาณพิมพิลาสปาแตก แต่สุคนธรสไม่ได้กลิ่นวิญญาณ บอกจุนจีว่า อาจารย์คงเอาวิญญาณพิมพิลาสซ่อนไว้ที่อื่นก่อนแล้ว อาจารย์คงจ้องหน้าสุคนธรสตาคมกริบเมื่อรู้ว่าเธอไม่ธรรมดา!

อาจารย์คงจึงเสนอยื่นหมูยื่นแมวกับจุนจีว่า จะคืนวิญญาณพิมพิลาสให้ แต่จุนจีต้องยกมรดกทั้งหมดให้ตน ระหว่างนั้นก็ทำร้ายกรรัมภาและสุคนธรสบีบคั้นจุนจี แต่สุคนธรสสามารถทำลายและแก้อาคมของอาจารย์คงได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“ฉันไม่อยากมีปัญหา ปล่อยตัวคุณพิมพิลาสแล้วต่างคนต่างอยู่” สุคนธรสเสนอ

“อยากได้เมียเก่าใช่ไหม ได้ ข้าจะปล่อยมันก็ได้” อาจารย์คงหยิบตลับเล็กๆที่เก็บวิญญาณพิมพิลาสออกมาเปิด แล้วใช้อาคมบังคับวิญญาณพิมพิลาสบีบคอสุคนธรส วิญญาณพิมพิลาสร้องบอกจุนจีว่าตนถูกมันบังคับ ควบคุมตัวเองไม่ได้ มันทรมานตน

แม้จะถูกบีบคออยู่แต่สุคนธรสก็หลับตาสวดมนต์ จุนจีทนเห็นทุกคนถูกทำร้ายไม่ได้  ตัดสินใจจะยกมรดกให้อาจารย์คง ทนายสมชายคัดค้านว่ามรดกของพิมพิลาสต้องให้แก่ทายาทโดยธรรมคือจุนจีหรือไม่ก็อติเทพที่เป็นสามีเท่านั้นจะยกให้ใครไม่ได้

“ฉันทำได้ค่ะ ฉันมีเอกสารอยู่แล้วแค่เปลี่ยนชื่อก็ใช้ได้เลย” อรวีเสนอตัว อึดใจเดียวอรวีก็เอาเอกสารมาให้อาจารย์คงบอกให้อ่านก่อนแล้วเซ็นชื่อ ขณะอาจารย์คงกำลังอ่านเอกสารอย่างพึงพอใจนั่นเอง อรวีก็เอามีดเสียบเอวอาจารย์คง  พริบตานั้นบ่วงอาคมที่คล้องพิมพิลาสก็กระจายหายวับ พิมพิลาสเป็นอิสระผละออกจากสุคนธรส พุ่งเข้าบีบคออาจารย์คงจิกเล็บเข้าไปในเนื้อ

กรรัมภาขอร้องพิมพิลาสอย่าฆ่าคน อย่าสร้างกรรมให้ตัวเองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พิมพิลาสชะงักแล้วหันมองไปที่สำนัก พลันก็เกิดเสียงระเบิดของพวกขวดและหม้อรวมทั้งภาชนะที่เก็บวิญญาณชนิดอื่นๆปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกกักขังอย่างทรมาน วิญญาณเร่ร่อนเหล่านั้น เลื้อยไปทางอาจารย์คงส่งเสียงแปลกๆน่ากลัว อื้ออึงไปหมด

“วิญญาณที่แกจับมาทรมาน จะตัดสินแกเอง” พิมพิลาสมองอาจารย์คงที่หนีลนลานทั้งที่ยังมีมีดเสียบคาเอวอยู่

เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว อรวีขอร้อง อ้อนวอนสุคนธรสให้ช่วยอติเทพ จุนจีไม่อยากให้ช่วยฆาตกรที่ฆ่าย่า กรรัมภาติงว่า เรายังไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นจริง อติเทพอาจจะไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงก็ได้ และถ้าเขาไม่ใช่ฆาตกร ก็เท่ากับปล่อยให้คนบริสุทธิ์ตายต่อหน้าต่อตา

“จะคนดีหรือคนชั่ว ชีวิตก็คือชีวิต ถ้าตั้งใจปล่อยให้ตาย ยังไงก็บาป” สุคนธรสเอ่ย

“พระพุทธเจ้าตรัสว่า การให้อภัยคือการให้อันสูงสุดนะ เราควรเดินตามแนวทางของพระองค์ เราให้อภัยเขาแล้วยังคืนชีวิตให้เขาอีก บุญกุศลอาจจะช่วยให้เราพบแต่เรื่องดีๆนะทุกคน” ไตรรัตน์พูดขรึมมาดเข้ม

“เดี๋ยวนี้อ่านธรรมะด้วยเหรอ” กรรัมภาถามทึ่ง

“เมียผมสอนมาดี” ไตรรัตน์ยักคิ้วแผล็บ หน้าทะเล้นทันที ส่วนจุนจียังลังเลฮึดฮัดขัดใจที่จะปล่อยฆาตกรที่ฆ่าย่าตนให้ลอยนวลไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 17:08 น.