ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กรรัมภาและจุนจี บิดมอเตอร์ไซค์ตามรถของ อติเทพมาจนถึงลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ครู่เดียวก็มีรถโฟร์วีลคันโตเข้ามาจอดเทียบ

ชายสูทดำคนหนึ่งลงจากรถตรงไปที่รถอติเทพ เขาเปิดกระจกรถยื่นซองใส่เงินที่เพิ่งเอาจากเฮียกุ่ยให้

“อ่ะ...บอกกู๋ด้วยว่าฉันคำไหนคำนั้น นี่สองล้านตามที่บอก”

“โอเค...กู๋ก็ฝากมาบอกเหมือนกันว่านี่แค่ดอกนะ เงินต้นน่ะยังไม่ได้เลยกู๋รออยู่” ชายคนนั้นเอ่ยหลังจากดูเงินแล้ว

อติเทพหน้าเสีย แต่เมื่อชายคนนั้นกลับไปขึ้นรถที่สตาร์ตรออยู่ สีหน้าอติเทพก็เปลี่ยนเป็นมองอย่างไม่พอใจ

กรรัมภากับจุนจีซ่อนอยู่หลังเสามุมหนึ่ง กรรัมภาใช้มือถือถ่ายคลิปไว้

“นายอติเทพกู้เงินรอบตัวเลยเหรอเนี่ย” จุนจีพึมพำ กรรัมภาพึมพำว่ามันไม่ธรรมดาแล้วล่ะ

ขณะทั้งสองยังซุ่มดูอยู่นั้น อติเทพลงจากรถปิดประตูล็อกแล้วเดินไปทางหลังห้างอย่างหงุดหงิด ทั้งสองรีบตามแต่เกือบเสียท่า เมื่อจู่ๆอติเทพก็หยุดแล้วเดินย้อนกลับมา ทั้งสองต้องทำทีชะโงกดูหนังสือพิมพ์ที่ลุงคนหนึ่งกางอ่านอยู่ ทำทีขอดูโปรแกรมหนังเอาหนังสือพิมพ์บังหน้า พออติเทพเดินผ่านไปจึงขอบคุณลุงคนนั้นแล้วรีบตามไป

อติเทพเดินผ่านบ้านเก่าๆตึกโทรมๆทะลุไปเข้าประตูที่มีการ์ดคุมอยู่อย่างเข้มงวด ทั้งสองได้ยินชายสองคนเดินบ่นกันออกมา คนหนึ่งสบถว่า “แม่ง...วันนี้ดวงโคตรกุดโดนรวบหมดตูด” อีกคนพูดกลั้วหัวเราะว่า “เห็นออกมาทีไรก็พูดอย่างนี้ทุกที  แล้วก็หันกลับมาเล่นตลอด” คนแรกทำเสียงมั่นใจว่า “โหย...ต้องชนมันได้สักวันสิวะ ต้องได้กันบ้างละโว้ย”

ฟังชายสองคนแล้ว กรรัมภากับจุนจีได้คำตอบทันทีว่า ที่นี่คือบ่อน!

ooooooo

กรรณา เนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธกับพงอินทร์ กำลังตื่นเต้นตึงเครียดกับปรากฏการณ์ที่บ้านร้างของ ช่อเพชร

กรรณากับเนตรสิตางศุ์เห็นและได้ยินผู้หญิงชื่อไพลินทะเลาะกับผู้ชายชื่อแมน จับความได้ว่าคืนนี้แมนจะไปนอนกับผู้หญิงที่ไพลินเรียกว่า “อีแม่ม่าย” ถูกแมนย้อนเอาว่าตนจะไปนอนกับใครก็เรื่องของตน ขุดคุ้ยไพลินขึ้นมาด่าว่า

“แกนั่นแหละอีไพลิน อีผู้หญิงหลายใจ! แกหนีฉันไปอยู่กับไอ้ต้อยทีนึง ไอ้หมายทีนึง ไอ้ดวงสองที ไปมั่วกับใครมาบ้างก็ไม่รู้ พอท้องก็ไม่มีใครรับ แกถึงได้ซมซานกลับมาหาฉัน ให้ฉันรับเป็นพ่ออีพิมพลอย อีหน้าไม่มียางอาย!”

แมนถีบไพลินล้มไปชนหุ่นโชว์เสื้อผ้าล้มกระจาย ขู่ว่าถ้าไม่อยากตายอย่ามายุ่งเรื่องของตน หยามหน้าว่า

“ฉันจะไปรับสายใจมาอยู่ที่บ้าน ให้มาดูแลฉัน แกก็อยู่ของแกไป ไว้วันไหนฉันมีอารมณ์อยากจะกินของเก่าขึ้นมา ฉันจะเรียกแกมาล้างชามเอง ฮ่ะๆๆ”

นี่คือจุดเดือดที่ทำให้ไพลินคว้ากรรไกรแทงพุงแมนจนมิด แมนล้มลงพอเขาดึงกรรไกรออกเลือดก็พุ่งกระฉูดไปโดนหุ่นโชว์เสื้อสองสามตัวที่หมอวรวรรธเห็นตอนเข้ามา

แมนตายเพราะถูกไพลินแทง ส่วนไพลินผูกคอตายที่ต้นลำพูหลังบ้านหนีความผิด

ขณะทั้งสี่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวในบ้านนี้อยู่นั้น ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงผู้หญิงตะคอกถามสำเนียงจีน

“พวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่!”

ทุกคนหันมองเห็นหญิงวัยราว 60 คาดผ้ากันเปื้อนยืนถือตะกร้าใส่ผักหวานยืนชี้หน้าด่าอยู่นอกรั้ว

“ไอ้เด็กพวกนี้เนี่ย งานการไม่มีทำรึไง อยากจะมาลองดีท้าพิสูจน์ผีอีกล่ะสิ เตือนไว้ก่อนนะ ว่าที่นี่เฮี้ยนมากนะเว้ย ไอ้วัยรุ่นกลุ่มที่แล้วเจอผีหลอกวิ่งหนีเสียป่าราบ สติสตังเสียจนไปกระโดดคลองซี้ไปสองคนแล้ว”

พงอินทร์เห็นหญิงคนนั้นพูดถึงคนในบ้านนี้อย่างคุ้นเคย เลยบอกว่าพวกตนไม่ได้มาท้าพิสูจน์ผีที่ไหน แต่มาหาเพื่อนชื่อช่อเพชร หญิงคนนั้นทำท่ารู้จัก กรรณาเลยผสมโรงว่า ตนเป็นเพื่อนช่อเพชร ถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน

หญิงคนนั้นจึงพาไปนั่งที่ร้าน “เตี๋ยวเรือเจ๊แดง เจ้าเก่า” ที่ริมคลอง ทุกคนจึงรู้ว่าแกชื่อเจ๊แดง เป็นเจ้าของร้าน แต่พอถามเรื่องช่อเพชร แกก็ทำลีลายกเมนูขึ้นโบกพัด ทั้งสี่เลยสั่ง เล็กแซบแดงซ่า 4 ถึงได้รู้เรื่องเกี่ยวกับคนในบ้านนั้นว่า

“บ้านนังเพชรน่ะ มันร้างมาตั้งเป็นสิบปีแล้ว คนแถวนี้น่ะกลัว เขาเรียกกันว่าบ้านผีสิง ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้ แต่ฉันไปเก็บผักหวานผักตำลึงแถวนั้นบ่อยๆก็เลยไม่กลัว”

เจ๊แดงเล่าอีกว่าแมนกับไพลิน พ่อกับแม่ของเพชรตายในบ้านนี้ เพชรกลับบ้านเห็นพ่อแม่ตายก็ช็อก ดีที่ญาติห่างๆมารับไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ ส่วนพลอยน้องสาวต่างพ่อที่สติไม่สมประกอบไม่มีใครเอา ถูกทิ้งอยู่ในบ้านนี้จนเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์มาเอาตัวไปรักษา ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย

“แล้วช่อเพชรล่ะเจ๊ ไปอยู่กับญาติแล้วไม่เคยกลับมาบ้านเกิดอีกเลยเหรอ” กรรณาเจาะไปที่เป้าหมาย

เจ๊บอกว่ากลับมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง มาดูบ้านเห็นว่าอยากจะขายแต่ก็เงียบไปไม่เห็นมาทำอะไร หมอวรวรรธถามว่าเขามาคนเดียวหรือมากับใคร?

“มันมากับผู้ชายคนนึง นั่งรถคันใหญ่บะละฮึ่ม โก้ซะไม่มี ท่าทางผู้ชายคนนั้นคงจะรวยมาก” แต่พอพงอินทร์ถามว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร เจ๊บอกว่า “นังเพชรมันบอกนะแต่เจ๊จำไม่ได้ นังเพชรมันคุยว่าผัวมันเป็นถึงด็อกเตอร์ด้วย”

เรื่องเข้าเค้าขึ้นทุกที แล้วทุกคนก็ยิ่งตื่นเต้นเมื่อเจ๊บอกว่าตนมีรูปถ่ายด็อกเตอร์คนนั้นด้วย ตนถ่ายไว้เผื่อเอามาติดโฆษณาในร้านว่ามีด็อกเตอร์มากินก๋วยเตี๋ยวเรือที่นี่ แล้วลุกไปหยิบมาให้ดู

พอทุกคนเห็นรูปต่างมองหน้ากันอึ้ง เพราะในรูปมีแผนยุทธยืนคู่กับช่อเพชรที่พวกตนไม่เคยเห็นหน้าและเจ๊แดงยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างๆ กรรณาถามย้ำว่า เจ๊แน่ใจหรือว่านี่คือสามีของช่อเพชร

“ไม่รู้ซิ...ก็นังเพชรมันบอกแบบนี้ มันบอกว่าไอ้หนุ่มคนนี้แหละ ด็อกเตอร์ผัวมัน”

ooooooo

ระหว่างที่ทุกคนรอกำนันพงษ์คิดหาวิธีรักษาไตรรัตน์นั้น มีเสียงข้อความจากมือถือติณห์ดังขึ้น เขา กดดูแล้วหน้าเสีย เพราะมีแต่รูปคู่ระหว่างเขากับเบญจาที่ใกล้ชิดกระทั่งกำลังจะจูบกัน

ติณห์ไม่อยากให้ญาณินเห็นจึงเก็บมือถือ ญาณินเห็นผิดสังเกตเมื่อขอดูไม่ได้ก็แย่งไปกดดู พอเห็นรูปในมือถือญาณินโกรธมาก ถามว่านี่หรือที่ติณห์บอกว่าไม่มีอะไร!

ญาณินเดินหนีไปอย่างไม่พอใจมาก ติณห์ต้องตามชี้แจง ตามง้ออยู่นาน เธอจึงยอมฟังคำชี้แจง

“คุณฟังผมนะ ตลอดเวลาที่ผมต้องอยู่ที่รีสอร์ต ผมไม่เคยนอนหลับเลย ผมจะตื่นมาพร้อมกับความทุกข์ทุกเช้าเพราะต้องคิดว่าวันนี้ผมจะทำอย่างไรต่อไปกับเบญจา ทุกครั้งที่ผมทำเป็นสนิทสนมกับเบญจาเหมือน ...เอ่อ...คนที่รักชอบกัน ก็จะมีหน้าของคุณลอยมาเตือนสะกิดใจผมอยู่ตลอด ผมไม่เคยไขว้เขวหรือแม้แต่จะเผลอใจนอกใจคุณไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

ญาณินจึงเข้าใจและเห็นใจเขา ติณห์กอดเธอไว้อย่างดีใจ

ooooooo

ที่รีสอร์ตติณห์...วันนี้มีแขกพิเศษระดับมหาเศรษฐีใช้ชื่อว่า รอบบี้ คิดส์ จากไมอามี่ อเมริกา  มาขอเข้าพักเรือนเอกซ์คลูซีฟ

ทีแรกมิรันตีก็ไม่ยอมให้เข้าพักอ้างว่าห้องยังไม่เรียบร้อยและถ้าเสร็จเรียบร้อยตนต้องประเดิมก่อน แต่พอเห็นแขกพิเศษที่มาอย่างมหาเศรษฐีแถมยังหล่อล่ำมาดดี ดวงตาที่คมกริบระริกด้วยแววเสน่หา จนมิรันตีไปต้อนรับถึงกับระทวย...

มิรันตีถูกรอบบี้ คิดส์ หว่านเสน่ห์เสียจนเคลิ้ม เบญจาดูอยู่อย่างพอใจ จนเมื่อติณห์กลับมา เบญจารีบไปรับบอกว่าจะพาไปพบแขกพิเศษคนหนึ่ง ติณห์เดินตามเบญจาไปอย่างแปลกใจ

มิรันตีพารอบบี้ คิดส์ ไปชมห้องพัก พูดออกตัวว่ายังไม่เสร็จเรียบร้อย รู้สึกไม่สบายใจที่จะรับแขก

“ไอ้...ทั้งหมดที่คุณกล่าวมา มันไม่เป็นปัญหาเลยนี่ครับ เท่าที่เห็นอยู่นี่ผมรับได้หมด ผมไม่สนใจเรื่องสิ่งของหรอกครับ ผมสนใจ...คน...มากกว่า”

คำหวานและสายตาคมกริบของรอบบี้ คิดส์ ทำให้มิรันตีหัวเราะคิกติงเขินๆว่า

“นี่คือการพูดเล่นสนุกๆใช่ไหมคะ”

“โอ...ผมจริงจัง เป้าหมายของผม ไม่ใช่แค่ความรัก แต่คือรักแท้ แม้ใครจะเคยพูดว่า มันไม่มีจริงหรอก ผู้หญิงชอบผมเพราะผมรวย แต่ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อในสัญชาตญาณของผมมากกว่า ผมกำลังตามหาใครบางคนและคนคนนั้น ก็กำลังรอคอยผมอยู่”

รอบบี้ คิดส์ ส่งแก้วไวน์ให้มิรันตี มองด้วยสายตาหวานฉ่ำจนแทบละลายหัวใจมิรันตี ก็พอดีเบญจาพาติณห์เข้ามา

พอติณห์เห็นหน้ารอบบี้ คิดส์ เขาตะลึงงัน ที่แท้คือสมคิดนั่นเอง! แต่ต่างก็ทำเสมือนเพิ่งรู้จักกัน! ทักทายจิกกัดกันไปมา จนมิรันตีบอกว่า

“รอบบี้เขาเพิ่งมาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรกจ้ะลูก ตั้งใจมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะ บินมาจากไมอามี่ฟลอริดาเลยนะ เขาเป็นเจ้าของสถานีเคเบิ้ลใหญ่ที่อเมริกาตอนใต้จ้ะ” มิรันตีแนะนำอย่างภูมิอกภูมิใจมาก

ติณห์แอบโทร.เล่าให้ญาณินฟังว่า หมอผีสมคิดมาพักที่รีสอร์ต มาทำท่าเหมือนจะสนใจแม่ตนด้วย

“หรือว่า เรื่องทั้งหมดนี้ เขาคือคนที่ชักใยอยู่คะติณห์!!” ญาณินเอะใจ

ติณห์บอกว่าเราทุกคนต้องเตรียมตั้งรับอย่างจริงจังแล้ว เพราะสมคิดทำเหมือนไม่รู้จักตนและใช้ชื่อใหม่ เป็นคนใหม่บอกญาณินว่า

“เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ผมก็ควรจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่ามันเป็นใครมาจากไหนเหมือนกัน และคุณกับเพื่อนๆคุณก็ต้องทำอย่างนี้ด้วย เข้าใจนะ เราต้องหาตัวช่วยแล้วล่ะ จะเอาหลวงลุงของสุคนธรส หรือกำนันพงษ์หรือใครดี เพราะลำพังพวกเรา...ผมว่ายาก...เอาล่ะ แค่นี้ก่อนนะ มิสยูจุ๊บๆ”

“ค่ะบาย...” วางสายแล้ว ญาณินพึมพำกังวลใจ “สมคิดเหรอ...เป็นไปไม่ได้”

ooooooo

อติเทพถูกการ์ดของบ่อนหิ้วออกมาเหวี่ยงทิ้ง ข้างนอก บอกให้กลับบ้านไปเสียอย่าให้ต้องออกแรงกันมากกว่านี้แล้วปิดประตูปัง

“เฮ้ย เดี๋ยวซิเว้ย” อติเทพคว้ากระป๋องน้ำอัดลมปาไปที่ประตู ตะโกนด่า “พวกแกจำไว้เลยนะ ข้าอติเทพเจ้าของพีพีพร็อพเพอร์ตี้เว้ย”

“กู้เงิน การพนัน ถลุงเงินทุกรูปแบบเลย” จุนจีพูดอย่างสมเพช

แล้วทั้งสองก็สะกดรอยตามอติเทพไปที่คอนโด เห็นอติเทพกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 9 จุนจีกดไปชั้น 9 บ้างแต่ถูกกุมาริกามาขวางไว้ทำให้ลิฟต์ไม่เลื่อนขึ้น กรรัมภารู้ทันจับดึงเข้าในลิฟต์ถามว่า “มายุ่งอะไรที่นี่”

กุมาริกาอ้อนวอนกรรัมภาให้กลับพยายามขัดขวางไม่ให้ขึ้นไป จนกรรัมภาขู่ว่า

“ฉันจะฟ้องยัยรสแม่เธอให้ทำโทษเธอ ยึดไอแพด ยึดตุ๊กตากลับคืนมาทั้งหมด แล้วจะไม่ให้เธอออกไปไหนมาไหนอีก”

จุนจีเห็นกรรัมภาพูดอยู่คนเดียว ถามว่าเธอคุยกับใคร เธอตัดบทว่าเรื่องมันยาวเอาไว้กลับไปแล้วจะอธิบายให้ฟัง

พอลิฟต์ขึ้นถึงชั้น 9 กรรัมภาและจุนจีรีบตาม อติเทพไป กุมาริกายังพยายามตามมาขอให้กรรัมภากลับไปเสียบอกว่าเขาน่าสงสารมาก กรรัมภาถามว่าอติเทพมาหาใคร รู้จักเขาหรือ?

ทันใดนั้น มีเสียงเอะอะโวยวายของผู้หญิงกับผู้ชายดังออกมาจากในห้องที่อติเทพเข้าไป

“พี่เทพ...อย่าค่ะ หนูขอเถอะ อย่าเอาไป”

“เฮ้ยอีนี่ บอกว่าขอยืมก่อน พูดไม่รู้เรื่องรึไง”

“ไม่ค่ะ พี่เทพ อย่าเอาไป”

กรรัมภากับจุนจีผงะเมื่อเห็นอติเทพพรวดพราดออกจากห้อง อรวีวิ่งตามออกมาพยายามยื้อแย่งของในมืออติเทพ กรรัมภาจำได้ว่าอรวีเป็นเลขาของทนายสมชาติ พึมพำงงๆว่าเป็นไปได้ยังไง หันถามกุมาริกาว่ารู้จักอรวีหรือ และนี่มันเรื่องอะไร?

“อรวีไม่ผิด เขาน่าสงสารมาก เขาต้องอดทนมามากแค่ไหน ไม่มีใครรู้หรอก พี่แก้มอย่าทำอะไรเขานะคะ”

อรวียังตามยื้อแย่งกล่องในมืออติเทพ ถูกอติเทพจับเหวี่ยงกระเด็นไป เธอได้แต่ตะโกนอย่างเจ็บแค้นใจ...

“คุณอติเทพ คุณมันย่ำแย่จนตรอกถึงขนาดเอาสร้อยที่คุณให้ฉันตอนวันวาเลนไทน์คืนเลยหรือ คุณมันเกินเยียวยาแล้วนะ”

พออติเทพเดินพ้นไป กรรัมภาคาดคั้นกับกุมาริกาว่า

“โกลเด้น บอกมา เราไปรู้จักยัยอรวีหรือคนพวกนี้มาแต่ชาติปางไหน!” แต่กุมาริกาหายไปแล้ว เหลือบเห็นอติเทพลงไปพอดี ร้องบอกจุนจีให้รีบตามไปกันเดี๋ยวจะไม่ทัน

“แก้ม...ผมว่าพอเถอะ แค่นี้ผมว่าผมเห็นอะไรต่ออะไรจนรู้ซึ้งกับนายคนนี้แล้วนะ”

“เอ่อ...ค่ะ” กรรัมภาตอบอึ้งๆอย่างคิดไม่ถึง

ที่แท้กุมาริกาเข้าไปปลอบโยนอรวีที่ร้องไห้อยู่ในห้อง แต่อรวีไม่รู้ตัว

กรรัมภากับจุนจีลงไปเจอทนายสมชาติเข้าพอดี ทั้งสองตกใจสะดุดกันล้มลง เลยแกล้งทำเป็นจุ๊บกันเพื่อปิดบังใบหน้าตัวเองทนายสมชาติตำหนิอย่างสมเพช แล้วเดินไปเคาะประตูห้องอรวี เธอดีใจนึกว่าอติเทพ กลับมาแต่กลายเป็นทนายสมชาติ เธอรีบกลบเกลื่อนทำให้เป็นปกติ

กรรัมภากับจุนจีตามมาดูอีก กรรัมภาพึมพำอย่างทึ่งว่า “อะไรกันนี่ ยัยเลขาอรวี เห็นเงียบๆชายเพียบนะคะ”

ทนายสมชาติถามอรวีว่าร้องไห้ทำไม อติเทพมาทำอะไร อรวีปฏิเสธว่าไม่มีอะไร เขาแค่เอาทองไป อาจจะเอาไปจำนำใช้หนี้หรืออะไรสักอย่าง ทนายสมชาติถามว่าอติเทพอับจนขนาดนี้แล้วหรือ?

“หนูผิดเอง ที่หนูทำให้คุณจักรเซ็นเอกสารไม่สำเร็จสักที”

ทนายสมชาติมองอรวีแววตาสลด สมเพช ดึงเธอเข้าไปกอดลูบหลังปลอบโยน

“ไม่เป็นไร...ใจเย็นๆอดทนอีกนิดนะ อีกไม่นาน ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จแน่”

กุมาริกาเอียงคอมองอย่างสงสัยว่า สิ่งที่ทนายสมชาติรอให้สำเร็จนั้น...คืออะไร?

ooooooo

กลับมาถึงห้องพักในโรงแรมหรู จุนจีนั่งพักอยู่กับกรรัมภา เขาเปรยกับกรรัมภาว่าอติเทพเป็นคนเลวมาก เธอเลยบอกว่า เขาไม่น่าไปข้องแวะกับคนพวกนี้เลย

“คนพวกนั้นร่วมคบคิดกันหลอกลวงคุณย่า ที่คุณย่าพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือให้ผมช่วยหาความยุติธรรม ที่แท้ก็เพราะคนรอบล้อมตัวท่าน ใครคนนึงหรือทั้งหมดนั้น มันคือฆาตกร!”

พลันโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ตัวของทั้งสองก็ไหวไปมา กรรัมภากับจุนจีรับรู้ถึงการมาของบางอย่าง แล้วพิมพิลาสก็คร่ำครวญกับจุนจีถึงความโหดร้ายของอติเทพและร่ำร้องให้จุนจีต้องช่วยย่า จนจุนจีปวดแก้วหูลงไปดิ้นครวญคราง

กรรัมภาเอามือแตะที่จุนจี รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอบอกพิมพิลาสว่า

“ปล่อยเขา หยุดร้องโวยวาย หยุดพยายามตะโกนกรอกหูเขา เขาเจ็บคุณเข้าใจไหม คุณพิมพิลาส คุณอาละวาดแค่ไหน จุนจีก็เจ็บปวดแค่นั้น พอได้แล้ว...พอที”

พิมพิลาสสงบลง ทำให้จุนจีสงบลงด้วย เขาถามกรรัมภาว่าเมื่อกี๊ตนเป็นอะไร ย่าทำอะไรตนหรือ เพราะรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อต กรรัมภาบอกว่าคุณย่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ท่านไม่ทราบว่าถ้าท่านระบายความเกรี้ยวกราดโกรธแค้นออกมาแรงแค่ไหน ก็มีผลกับเขามากแค่นั้น เมื่อเห็นจุนจีเป็นปกติดีแล้ว กรรัมภาพนมมือบอกกล่าวแก่พิมพิลาสว่า

“คุณพิมพิลาสคะ กรุณาเถอะนะคะ พยายามตั้งสติ อย่าเอะอะโวยวายบ่อยๆนะคะ เพราะจุนจีเขาสื่อกับอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงของคุณได้...แต่อาจจะรับได้เฉพาะจากคุณย่าของตัวเองไม่ใช่กับวิญญาณทั่วไป”

พิมพิลาสขอคุยกับจุนจีพลางยื่นมือออกไป กรรัมภายื่นมือไปสัมผัสแล้วตั้งสมาธิให้จิตสงบ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหาจุนจี จุนจียื่นมือมาแตะมือกรรัมภา ทำให้เขากับพิมพิลาสสื่อสารกันได้โดยผ่านกรรัมภา

“จุนจี...ย่าไม่เคยคิดจะทำร้ายหลาน แต่ย่าแค่ขอให้หลานช่วยย่า...ย่าไม่มีใครเลย ตอนเป็นคน ก็ตัวคนเดียว เพราะพ่อแม่และหลานจากไป แล้วตอนนี้เมื่อตายแล้วก็เป็นวิญญาณที่โดดเดี่ยว ไม่มีใครเลย ไม่เหลือใครอีกแล้ว หลานไม่ต้องรักย่าหรอก แค่สงสารย่าก็พอ”

จุนจีรับรู้ความรู้สึกของพิมพิลาสผ่านกรรัมภา เขาแสดงความเสียใจ ขอโทษที่ตอนแรกตนหยาบคายกับย่า ถามว่า

“คุณย่าทรมานมากใช่ไหมครับ”

“ความทรมาน...มันคู่กับย่ามาตลอด ตั้งแต่หลานจากไป ย่าเป็นทุกข์เพราะความทิฐิของตัวเองมาตลอด ย่าผิดเอง ย่าไม่ดีเอง...”

จุนจีบอกว่าจะทำบุญให้เผื่อว่าวิญญาณคุณย่าจะรู้สึกดีขึ้น พิมพิลาสขอบใจ บอกว่านี่เป็นกรรมของตัวเอง จะต้องพยายามแก้ด้วยตัวเอง จุนจีสัญญากับพิมพิลาสว่า

“เรื่องคนพวกนั้น คุณย่าไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่ให้ฆาตกรลอยนวลไปได้” พิมพิลาสดีใจถามว่าหลานพูดจริงหรือ “ผมจะทำให้ดีที่สุด ผมไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จแค่ไหน แต่ผมอยากให้ย่ารู้ว่า ย่าไม่ใช่คนหรือวิญญาณที่ไม่มีใครเลย ย่ายังมีลูกหลาน ที่จะทำบุญไปให้ ที่จะจับคนที่มันทำกับคุณย่าทุกคนให้ได้ครับ”

“ก่อนอื่นคุณพิมพิลาสต้องลดความพยาบาทก่อนนะคะ ทางโลกพวกเราจะจัดการตามกฎหมายค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” กรรัมภาเอ่ย ทั้งสามต่างซาบซึ้งสะเทือนใจกับความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน

เวลาเดียวกัน อรวีเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด รู้ว่ากรรัมภากับจุนจีสะกดรอยตามอติเทพมาจนถึงคอนโด เธอตกใจมากรีบโทร.บอกอติเทพว่า

“มีเรื่องใหญ่ค่ะ คุณจักรกับผู้หญิงคนนั้นปลอมตัวสะกดรอยตามพี่ พี่ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมคะ”

อติเทพตกใจ เมื่อคิดทบทวนจึงรู้ว่า คือมอเตอร์ไซค์วินสองคนที่ตนเจอขณะไปหาเฮียกุ่ย เจอที่หน้าลิฟต์คอนโดเขาถามอย่างเจ็บใจว่า

“เป็นมันสองคนจริงๆใช่ไหม บัดซบ! มันกล้ามาเหยียบจมูกฉันเหรอ...เฮ้ย...รีบไปจัดการสั่งสอนมันซะจะทำยังไงก็ได้ ได้ยินไหม!!” อติเทพวางสายอย่างอาฆาตแค้น

ooooooo

กรรณานัดน้ำหนึ่งไปเจอกันที่ร้านอาหาร แต่ไปถึงเจอพงอินทร์นั่งรออยู่แล้ว เขาบอกว่าน้ำหนึ่งเป็นคนซับซ้อนจนเขาต้องมาช่วยกันตีความเวลาที่เธอพูดหรือทำอะไร

พอดีน้ำหนึ่งมาถึง เธอขอโทษที่มาช้าเพราะเตรียมเอกสารการประชุมติดพัน แล้วถามว่าไปประจวบได้อะไรเพิ่มเติมมาบ้าง กรรณาถามว่าเธอรู้? แล้วมองพงอินทร์ขวับ พงอินทร์แก้เกี้ยวว่าก็มีปรึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบ้าง บอกกรรณาว่าน้ำหนึ่งเต็มใจช่วยเราทุกอย่าง

น้ำหนึ่งบอกว่าตนเองก็อยากช่วยถ้าช่วยได้ ถามกรรณาสีหน้านิ่งขรึมว่ามีอะไรจะถามตนหรือ

“คุณทราบไหมคะว่าเกิดโศกนาฏกรรมอะไรกับครอบครัวคุณช่อเพชร” น้ำหนึ่งทำหน้างงๆ กรรณาจึงเล่าเรื่องของช่อเพชรตามที่ได้สืบและฟังจากเจ๊แดงมา น้ำหนึ่งฟังแล้วตัวสั่นน้ำตาคลอ กรรณาเล่าต่อว่า “คุณช่อเพชรกับเจ้านายคุณ ด็อกเตอร์แผนยุทธก็แอบกิ๊กกัน”

น้ำหนึ่งปฏิเสธทันทีว่าไม่จริง กรรณาจึงเอามือถือที่ถ่ายรูปที่ร้านเจ๊แดงมาให้ดู น้ำหนึ่งแก้ต่างให้แผนยุทธว่าเป็นไปไม่ได้ แผนยุทธไม่มีวันนอกใจภรรยาที่ทั้งสวยทั้งดีอย่างพี่สาวของพงอินทร์ได้ แต่พงอินทร์กลับเห็นว่าความสวยและความดีของพิมอรช่วยอะไรไม่ได้ เพราะแผนยุทธเป็นคนบ้ากามมาก และที่พี่สาวตนต้องตายก็เพราะสองคนนั้นวางแผนฆ่าเพื่อจะได้รักกันอย่างเปิดเผยบนทรัพย์สมบัติของพิมอร

พงอินทร์พูดอย่างมีข้อมูลว่า พอพี่สาวตนตายช่อเพชรก็หายไป คงรอเวลาให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา พูดอาฆาตว่า “คอยดู ผมจะไม่มีวันยอมให้พวกมันลอยนวลเด็ดขาด!! ผมไม่ยอมให้พี่พิมตายเปล่า ผมจะต้องเอาพวกคนชั่วมารับกรรมให้ได้!” พงอินทร์น้ำตาไหลออกมาอย่างสะเทือน

น้ำหนึ่งบอกว่าตนเห็นใจเขาหากมีอะไรช่วยได้ตนยินดี พงอินทร์จึงให้เธอช่วยโทร.นัดช่อเพชรออกมาพบ น้ำหนึ่งจะอ้างอะไรก็ได้ ขอแต่หลอกให้ช่อเพชรออกมาพบตนได้เท่านั้น น้ำหนึ่งบอกว่าตนไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้ แต่จะพยายาม แล้วหยิบมือถือออกมาโทร. ปรากฏว่าโทร.ถึง 19 ครั้งก็ยังให้ฝากข้อความ เธอคาดว่าช่อเพชรคงเห็นแต่ไม่รับมากกว่า

“หนึ่งโทร.อีกทีเดียว ถ้าเขาไม่รับอีก ก็ฝากข้อความไว้แล้วกันครับ” พงอินทร์บอก กรรณาไม่พอใจถามว่าทำไมล่ะ เขาตอบแทนน้ำหนึ่งว่า “หนึ่งต้องกลับไปทำงาน เรารบกวนเวลาของหนึ่งมากไปแล้ว”

น้ำหนึ่งทำตามที่พงอินทร์บอก เมื่อไม่มีคนรับสายเธอจึงฝากข้อความว่า

“คุณช่อเพชรเหรอคะ น้ำหนึ่งนะคะ พอดีว่าคุณแผนยุทธซื้อของขวัญมาฝากคุณน่ะค่ะ คุณสะดวกเข้ามารับเองหรือจะให้หนึ่งจัดส่งไปให้ที่ไหนดีคะ รบกวนติดต่อกลับหนึ่งด้วยนะคะ”

น้ำหนึ่งวางสาย บอกพงอินทร์ว่าถ้าช่อเพชรติดต่อมาเมื่อไรจะรีบโทร.บอกทันที แต่น้ำหนึ่งออกไปเพียงอึดใจเดียวก็วิ่งกลับมาบอกว่าช่อเพชรส่งข้อความกลับมาแล้วพลางเอามือถือให้พงอินทร์กับกรรณาดู

“กำลังจะไปธุระที่ดรีมเวิล์ด ให้แมสเซนเจอร์เอามาให้ที่นี่ได้ไหม ขอบคุณค่ะ จากช่อเพชร”

กรรณาชวนไปกันเดี๋ยวนี้เลย น้ำหนึ่งขอตัวอ้างว่ามีธุระ พงอินทร์ก็ตัดบทว่า

“เราก็รู้จักหน้าค่าตาช่อเพชร ไปจัดการกันเองน่ะดีแล้ว ไป” พูดแล้วคว้ามือกรรณาพาไปเลย

ooooooo

ที่รีสอร์ตตินห์...รอบบี้ คิดส์ รุกหนัก หลังจากใช้เสน่ห์ชายอ่อยมิรันตีเสียจนเคลิ้มแล้ว ก็เสนอจะมาร่วมทุนกันทำรีสอร์ตโดยซื้อที่ดินติดกันซึ่งเป็นที่ดินของกำนันพงษ์ มาสร้างเป็น คิดส์แอนด์แมรี่แลนด์

ทั้งรอบบี้ คิดส์และมิรันตีต่างจินตนาการเพ้อเจ้อขนาดจะตั้งเป็นประเทศใช้เงินตราสกุลดอลลาร์คิดส์ ปกครองด้วยระบบคิดส์ธิปไตย แต่พอมิรันตีให้ตามติณห์มาเล่าให้ฟัง ติณห์ปฏิเสธว่าไอเดียนี้ตนไม่ซื้อ ให้เหตุผลว่า

“ผมทำใจซื้อไอเดียประเทศคิดส์แอนด์แมรี่แลนด์ไม่ได้ครับ แต่ถ้าเป็นประเทศคิดส์ติณห์แมรี่แลนด์ ผมโอเค”

รอบบี้ คิดส์ เห็นด้วยทันที คุณหลวงที่ฟังอยู่ด้วยด่าว่า “พวกเอ็งบ้ากันไปหมดแล้ว อะไรกันนี่! ใครก็ได้ช่วยที!!”

ติณห์กับรอบบี้ คิดส์กอดกันเฮฮา มิรันตีดี๊ด๊าสุดๆ แต่ไม่มีใครเห็นว่าแววตาติณห์นั้นเครียดมาก

ไตรรัตน์เกิดภาพหลอนว่า  ตนถูกผีรุมกัดกินน่อง ร้องโวยวายดิ้นทุรนทุรายอยู่กับเสาที่ถูกมัด ญาณินถามจิตกำนันพงษ์ที่นั่งสมาธิหาทางช่วยไตรรัตน์อยู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“สิ่งที่ผมเห็นในสมาธิ ผมคิดว่ามันน่าจะช่วยนายไตรได้ แต่มันอันตรายถึงตาย” กำนันเล่าว่า “ในนิมิต ผมเห็นดวงจิตดวงหนึ่งไล่ตามดวงจิตอีกดวงหนึ่ง มันตรงกับความเชื่อของชนเผ่าลึกลับบนเทือกเขาทิเบต ที่พูดถึงการตามดวงจิตของคนรักที่จากไปแล้วให้กลับเข้าร่าง” แต่กำนันบอกว่า “เซ้นส์ที่ผมสัมผัสได้ในนิมิต มันคือดำ อันตราย พลัดพราก สูญเสียและซากศพ ผมรู้สึกว่า ผู้ที่ไปตามจะไม่ได้ฟื้นขึ้นมาอีก”

แต่ไม่ว่าจะอันตรายหรือลี้ลับเพียงใด สุคนธรสก็ตัดสินใจที่จะทำ ญาณินร่วมด้วยถือว่าที่ไตรรัตน์เป็นแบบนี้เพราะช่วยตนกับติณห์ ณัฐเดชเป็นห่วงแต่ก็หยุดสองสาวไม่ได้ ได้แต่เตือนให้ระมัดระวังตัวให้มากที่สุด

สุคนธรสกับญาณินสั่งสมาธิถอดจิตออกตามหาจิตของไตรรัตน์ที่ล่องลอยไป โดยมีณัฐเดชกับป้าออเฝ้าดูแลกายหยาบของทั้งสองอยู่อย่างระมัดระวัง พอร่างของสุคนธรสและญาณินสิ้นใจล้มลง ทั้งสองก็ช่วยกันปั๊มหัวใจทันที

จิตญาณินและสุคนธรสจมดิ่งไปอยู่ในความมืดมองไม่เห็นอะไรเลย ญาณินบอกสุคนธรสว่า

“เรามีเวลาไม่มาก ก่อนที่ป้าออกับพี่ณัฐจะหมดแรง เราต้องรีบหาจิตของนายไตรรัตน์ให้เจอ รีบไปเถอะ”

ขณะที่จิตของสุคนธรสกับญาณินตามหาจิตของไตรรัตน์ถูกจิตมืดดำโหดของไตรรัตน์ที่ถูกอาคมสกปรกเข้ามาครอบงำเล่นงานแทบย่ำแย่ สุคนธรสพยายามบอกไตรรัตน์ว่า

“ไตรรัตน์ ได้ยินฉันไหม ฉันมาช่วยนาย แต่นายต้องช่วยฉันด้วย สิ่งเหล่านี้คือมายา จิตของนายถูกปรุงแต่งขึ้นมาด้วยอาคมมนต์ดำที่พวกคนชั่วทำไว้ นายต้องควบคุมมันให้ได้ อย่ายอมแพ้ เข้าใจไหม”

ญาณินบอกว่า “คุณรับรู้ทุกอย่าง แต่คุณทำอะไรไม่ได้เพราะถูกอาคมสะกดอยู่ใช่ไหม คุณต้องทำให้ได้ สิ่งเหล่านี้ถูกปรุงแต่งขึ้นมา ทั้งที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรเลย ไม่มีรูป ไม่มีสังขาร ไม่มีความรู้สึก ไม่มีแม้กระทั่งความว่างเปล่า อย่าหลงในมายาของจิต คุณต้องก้าวพ้นออกมาจากจิตตัวเอง”

ในที่สุด ไตรรัตน์ก็ค่อยๆลุกขึ้น ไล่ตะเพิดไตรรัตน์โหดที่เล่นงานสุคนธรสเตลิดไป

ณัฐเดชกับป้าออช่วยกันปั๊มหัวใจสุคนธรสกับญาณิน ป้าออปั๊มจนหมดแรง จนณัฐเดชต้องช่วยปั๊มทั้งสองคน พริบตานั้นสุคนธรสรู้สึกตัวขึ้น จิตกำนันพงษ์ดีใจบอกว่า

“เขาปลอดภัยแล้ว เธอทำสำเร็จแล้วสุคนธรส”

ป้าออร้องไห้เมื่อญาณินยังไม่ฟื้น ติณห์ที่มาปั๊มหัวใจให้ญาณินอยู่ร้องบอกว่าอย่างขวัญเสียว่า

“คุณจะทิ้งผมไม่ได้ ตื่นขึ้นมา กลับมาแต่งงานกับผมก่อน...กลับมา!”

ญาณินผวาเฮือก ลืมตาฟึ่บ! ทุกคนอึ้ง ดีใจ โล่งใจ ญาณินถามงงๆว่าติณห์มาได้ยังไง ไตรรัตน์ปลอดภัยแล้วใช่ไหม ติณห์บอกว่าตนมีเรื่องมาคุยกับเธอจึงได้ช่วยเธอพอดี

“ได้ยินคำว่าแต่งงานปุ๊บ ฟื้นปั๊บเลยนะ ไอ้เพื่อนบ้า” สุคนธรสหยอกแล้วโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความปลื้มปีติ

ooooooo

กรรณากับพงอินทร์รีบไปที่สวนสนุกที่ช่อเพชรนัดให้เอาของไปให้ มีเสียงประกาศเรียก แต่พอไปถาม พนักงานชี้ไปที่หญิงคนหนึ่งที่เห็นแต่ข้างหลัง

ทั้งสองรีบตามไป แต่ถูกหญิงคนนั้นหลอกล่อเข้าไปในเมืองหิมะที่เขากำลังปิดซ่อม ทั้งสองถูกขังอยู่ในเมืองหิมะต้องหาวิธีแก้หนาวกันสารพัด จนกระทั่งต้องกอดให้ความอบอุ่นกัน

โชคดีที่รุ่งขึ้นพนักงานมาเปิดซ่อม กรรณากับพงอินทร์จึงออกไปได้ แต่กรรณาก็หนาวจนจับไข้ พงอินทร์จึงพาเธอไปพักที่บ้านเขา

ที่บ้านกำนันพงษ์...ไตรรัตน์ปลอดภัยแล้วแต่ยังอ่อนเพลีย อยู่ในความดูแลของสุคนธรสและเพื่อนๆ

ณัฐเดชบอกน้องๆว่าตนต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว เพราะกรรัมภาโทร.มาบอกว่าได้ข้อมูลเพิ่มเติมคดีของพิมพิลาส อยากให้หลักฐานนั้นแก่ตนด้วยมือตัวเอง เขาบอกติณห์ว่า ฝากน้องๆด้วย

พอณัฐเดชไป ญาณินถามติณห์ว่า เห็นว่ามีเรื่องจะปรึกษา เรื่องอะไรหรือ?

ติณห์ปรึกษาญาณินเรื่องสมคิดหรือในนามรอบบี้ คิดส์ อยากหุ้นทำรีสอร์ตกับมิรันตี ญาณินตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมิรันตีจึงเชื่อสมคิดง่ายนัก ถามว่าโดนทำเสน่ห์หรือเปล่า ติณห์บอกว่ามิรันตีหลงเสน่ห์สมคิดจริงๆ ถามว่าสมคิดทำลายอาคมไปแล้วแต่ทำไมไตรรัตน์จึงยังเจออาคม ทำไมผ้ายันต์ที่เจอในเรือนคุณหลวงกับผ้ายันต์ของสมคิดที่สุคนธรสเจอที่บ้านไตรรัตน์จึงเหมือนกับถูกปลุกเสกโดยคนคนเดียวกัน? หรือว่า...หมอสมคิดยังมีอาคมอยู่?

“หรือไม่ก็อาจจะมีใครบางคนที่มีอาคมระดับเดียวกับหมอสมคิด” ญาณินเสริม พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือติณห์ ญาณินอุทาน “เบญจา” ทั้งสองมองหน้าพูดพร้อมกัน “เบญจา!”

ooooooo

เบญจาโทร.ตามติณห์ เมื่อเขากลับไปเธอถามว่าไปไหนมา ก็พอดีมิรันตีเดินมาถามว่าเรื่องรอบบี้ คิดส์จะมาลงทุนด้วยคิดอย่างไร ติณห์ตอบโอเคชมว่าไอเดียเขาเจ๋งจริงๆ

มิรันตีเสนอให้จัดปาร์ตี้เล็กๆให้รอบบี้ คิดส์ ให้เขาประทับใจจะได้ไม่คิดไปลงทุนที่อื่น

ติณห์ส่งข้อความบอกญาณินเรื่องจะจัดปาร์ตี้ให้รอบบี้ เธอกับสุคนธรสจึงแอบไปที่งาน

คุณหลวงไม่พอใจมากที่ติณห์อี๋อ๋อกับเบญจาเหมือนหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ทนไม่ได้จึงแกล้งโบกมือไปมาที่หน้าเบญจา เบญจารู้ว่าเป็นคุณหลวงจึงตบแปะไปที่หน้า คุณหลวงร้อนเหมือนถูกไฟนาบ จนปวดแสบปวดร้อนไปหมด คุณหลวงจึงรู้ว่าเบญจาเห็นตนและมีอาคมร้ายกาจมาก

“เอ็ง...เอ็งมีอาคมสามารถเล่นเตโชกสิณได้ขนาดนี้ เอ็งเป็นระดับเดียวกับกำนันพงษ์หรือเหนือกว่าด้วยซ้ำ”

ติณห์เองก็เห็นคุณหลวงและเห็นทุกอย่าง แต่ไม่อาจแสดงอะไรได้จำเป็นต้องทำเป็นไม่เห็นแม้จะเจ็บปวดทรมานใจมาก

ขณะที่ญาณินกับสุคนธรสและไตรรัตน์ที่แอบตามมา กำลังมองหารอบบี้ คิดส์อยู่ สุคนธรสสะกิดให้ญาณินมองไปที่สิบสี่นาฬิกา พอญาณินหันมองกรกฎคนสนิทที่ติดตามรอบบี้ คิดส์ ตลอดเวลากำลังจ้องเขม็งที่พวกตน ญาณินกับสุคนธรสสัมผัสได้ว่ากรกฎไม่ธรรมดา จึงแกล้งทำเนียนมองไปทางอื่น ญาณินกระซิบบอกสุคนธรสว่าหลบไปก่อนดีกว่าพอหลบไปได้แล้ว ญาณินถามสุคนธรสว่า

“ยัยรส...ผู้ชายคนนั้น ไม่ธรรมดาใช่ไหม ฉันรู้สึกเหมือนว่ากระแสเขาไม่ใช่คน ไม่ใช่ผี”

“ตรงเผง! เหมือนอสูรกายในร่างมนุษย์ แกรู้สึกไม่ผิดหรอกยัยเจ๊” พลันสุคนธรสก็เห็นรอบบี้ คิดส์ จูงม้าให้มิรันตีนั่งผ่านมา ทั้งสองหัวเราะคิดคักกันอย่างมีความสุข จังหวะหนึ่งรอบบี้ คิดส์หันมา สองสาวเห็นหน้าเต็มตาผงะอุทานพร้อมกัน

“หมอสมคิด!!”

ทันใดนั้น คุณหลวงโผล่มาในสภาพบอบช้ำทรุดลงไปกองกับพื้นตรงหน้าทั้งสอง

“หนูณิน หนูรส ช่วยฉันด้วย นังนั่น...นังนั่นมันเห็นฉัน มันจับต้องฉันได้ แล้วใช้เตโชกสิณทำร้ายฉันได้ด้วย”

“ฝีมือยัยเบญจาหรือเนี่ย” สุคนธรสตกใจกับสภาพคุณหลวงที่บอบช้ำสาหัสมาก

“ยัยนี่โหดเหี้ยมอำมหิตมาก” คุณหลวงพูดอย่างลำบากยากเย็น

สุคนธรสบอกญาณินว่าตอนนี้ยังมีพระจันทร์ ช่วยกันรักษาคุณหลวงกันก่อนเถอะ แต่พอจะใช้พลังรักษา คุณหลวงกลับร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเพราะแสบร้อนมาก

ขณะญาณินกับสุคนธรสกำลังตกใจงุนงง ไตรรัตน์ก็บอกทั้งสองมองไปอีกทาง เห็นติณห์กับเบญจากำลังเดินมา

“พี่ติณห์ ดูสิคะว่าใครมา” เบญจาบอกติณห์อย่างสะใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 14:49 น.