ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในสวนบนดาดฟ้า ไตรรัตน์บอกสุคนธรสที่ผลักเขาออกห่างว่า นี่เป็นโรงแรมเพื่อนสนิทของตน เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ได้ทั้งคืนโดยไม่มีใครรบกวน ไม่ว่าเธอจะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์แค่ไหนก็ไม่มีใครเข้ามากวนใจ แล้วท้าให้เธอลองเลย

ไตรรัตน์เดินเข้าหาอย่างคุกคาม สุคนธรสเตะผ่าหมาก ถูกเขาจับขาดึงเข้าไปถามว่าเธอคิดว่าตนจะทำอะไร ตนแค่จะให้เธอไล่ผีที่เธอบอกว่าตามอาฆาตตนอยู่ อยากให้เธอสื่อสารกับผีตนนั้นเหมือนที่เคยช่วยอาม่ากับอากงแค่นั้นเอง

สุคนธรส กระโดดเตะผ่าหมากอีกครั้ง ถูกเขาจับขาไว้ คราวนี้ถามว่าจะช่วยตนไหมถ้าไม่ช่วยตนก็ไม่ปล่อย เธอจึงพุ่งเข้าใส่คว้าคอเขากอดเพื่อดึงเท้าออก ทำให้ใกล้ชิดกันมาก สุดท้ายเธอผลักสุดแรงจนเขาหลุดไป เธอเดินเขินๆ

จะลงจากดาดฟ้า ไตรรัตน์เดินตามปรามาสเย้ยหยันว่า

“คุณมันก็แค่สิบแปดมงกุฎ ทำเป็นอวดอ้างว่ามีวิชาอาคม ปราบผีได้ เป็นร่างทรง จริงๆมันก็แค่มุกหลอกหากินมายากลข้างถนน ต้มตุ๋นเงินชาวบ้านไปวันๆ คุณมันก็ไม่ต่างอะไรกะไอ้หมอผีสมคิดนั่นแหละ”

“นายได้เจอของจริงแน่!!” สุคนธรสหันขวับมาพับแขนเสื้อ กระชากคอเสื้อเขาเข้าไปจ้องอย่างท้าทาย

ooooooo

เพื่อพิสูจน์ให้เขาได้เห็นของจริง สุคนธรสทำพิธีจุดธูป 9 ดอกคุกเข่าหลับตาพนมมือ ทันใดนั้นฟ้าเป็นสีแดงปั่นป่วน ทีแรกไตรรัตน์ก็กอดอกมองอย่างท้าทาย แต่พอเห็นของจริงก็ถึงกับผงะมองอึ้ง

หมอผีสมคิดอยู่ที่สระน้ำในสำนัก รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีบขึ้นจากสระเรียกไอ้กล้ากับไอ้หาญให้กลับเข้าสำนักบอกว่ามีคนเล่นเด็กของ ตน เป็นตัวโปรดเสียด้วย

สุคนธรสเริ่มสั่น แววตาที่ว่างเปล่ากลายเป็นอาฆาต อำมหิตเลือดเย็น มีภาพนายธรรมซ้อนอยู่ในร่าง พริบตานั้น เธอพุ่งเข้าบีบคอไตรรัตน์คำรามเป็นเสียงผู้ชาย “มึงต้องตาย!!”

ทันทีที่ คว้าคอไตรรัตน์ สุคนธรสถูกพระรอดที่คอเขาถึงกับกระเด็นถอยออกมาทรุดหมอบกับพื้นร้องลั่น เพราะมือพอง ไตรรัตน์ตะลึงอึ้ง หยิบพระรอดออกมานอกเสื้อมองช็อกๆ

พอตั้ง สติได้ เขาชูพระรอดที่คอถามตามที่สุคนธรสบอกไว้ก่อนทำพิธีว่า “แกเป็นใคร...” มันบอกว่าชื่อนายธรรม “ฉันกับแกไม่เคยรู้จักกัน ทำไมแกอยากจะฆ่าฉัน” ผีนายธรรมบอกว่าเรื่องของกู ครั้นถูกซักถามมันบอกว่าถูกบังคับมาแล้วมันก็ระบายความคับแค้นว่า

“มัน ขังวิญญาณกูเอาไว้...มันไปขุดกระดูกกูขึ้นมาจากป่าช้าหลังเรือนจำ มันเอากระดูกกูไปทำอาคมแล้วใช้ให้กูไปฆ่าทุกคนที่มันต้องการ ถ้ากูขัดคำสั่งมันจะทำลายกูไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีก”

ไตรรัตน์ถามว่ามันเป็นใครตนมีเพื่อนเป็นตำรวจช่วยมันได้ ผีนายธรรมบอกว่ามันพูดไม่ได้แต่ใบ้ให้รู้ว่า

“มัน อยู่ใกล้ครอบครัวมึงมาก มันต้องการทำลายครอบครัวของมึง มันต้องการยึดทรัพย์สมบัติของครอบครัวมึงทั้งหมด...” ผีนายธรรมพูดไม่ทันจบก็ร้องอย่างเจ็บปวดทรมานเหมือนแสบร้อนไปทั้งตัว

สุคนธรส ดิ้นรนอย่างทรมานเสื้อผ้าเนื้อตัวควันออกเพราะความร้อน เธอฉีกเสื้อผ้าขาดวิ่น เธอร้องอย่างทรมานก่อนฟุบไป เผยให้เห็นเรียวขาและลำแขนที่เสื้อผ้าถูกฉีกออก ไตรรัตน์มองอึ้ง กลืนน้ำลายเอื๊อก...

เวลานั้นฝนตกหนัก เขาจึงอุ้มร่างเธอจะพาลงไป เจอเพื่อนเจ้าของโรงแรมพอดี เพื่อนกระเซ้าอย่างรู้กัน ไตรรัตน์ขอห้องพักสักห้อง เพื่อนจะเปิดห้องสวีตให้ เขาเห็นแม่บ้านออกมาจากห้องหนึ่งพอดีเลยขอห้องนั้น อุ้มสุคนธรสเข้าไปทันที

เขาพยายามปลุกเธอแต่ไม่รู้สึกตัว เลยบอกว่า “งั้นผมถือวิสาสะนะ” ถามตัวเองว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี...

หมอ สมคิดเข้าไปในห้องเก็บโถ เห็นยันต์ตกที่พื้น เป็นยันต์ที่ติดบนโถของนายธรรมนั่นเอง พริบตาเดียวผีนายธรรมก็มาหมอบอยู่ตรงหน้า ถูกหมอสมคิดหาว่าจะทรยศตน ใช้สายสิญจน์รัดรอบโถที่บรรจุกระดูกนายธรรมรัดจนแน่นเสียงนายธรรมร้องลั่น

“ตราบ ใดที่กูยังมีกระดูกมึง อย่าหวังว่ามึงจะเป็นอิสระ ไม่มีใครช่วยมึงได้ นอกจากกูคนเดียว หน้าที่มึงคือต้องฆ่ามันให้ได้ ไม่อย่างนั้น กูจะทำให้มึงทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์”

หมอสมคิดแววตาร้ายกาจ ในขณะที่ผีนายธรรมแอบมองอย่างอาฆาต ตาแดงก่ำ

ooooooo

กุมาริกาแม้จะซนๆเฮี้ยวๆแต่ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ขณะญาณินกำลังคุยงานกับโฟร์แมนอยู่นั้น กุมาริกาก็โผล่แผล็วมาบอกว่า กำนันพงษ์จะชวนติณห์ไปไหนไม่รู้ ให้รีบไปดู

พอญาณินขยับ ป้าออก็ถามว่าจะไปไหน เตือนว่า “เชื่อป้านะคะ โฟกัสที่งานอย่างเดียวพอ” แต่พอกุมาริกาลุ้นว่าพวกเขาจะไปกันแล้วนะ ญาณินตัดสินใจบอกป้าออว่าเดี๋ยวจะกลับมาแล้วเดินไปเรียกติณห์ที่กำลังเดินไป กับกำนันพงษ์ ถามว่าจะไปไหนหรือ

กำนันบอกว่าจะไปอำเภอ พยายามกันไม่ให้เธอรู้อะไรมากกว่านั้น ญาณินเสนอให้พาทนายสมชาติไปด้วยเผื่อจะช่วยเรื่องเอกสารได้ ถูกติณห์สั่งเด็ดขาดว่า

“ผมขอพูดชัดๆนะ คุณเป็นแค่ลูกจ้าง ไปทำงานของคุณ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผม” แล้วชวนกำนันไปกัน

ดาริกาลุ้นให้ญาณินรีบตามไป ญาณินขยับแต่เดินไปคนละทางกัน เธอเดินไปถึงที่ดินริมน้ำ ได้รับสัญญาณว่าคุณหลวงมาหา จึงถอดจิตออกไปคุย ทิ้งกายหยาบให้ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น

ญาณินบอกคุณหลวงว่าต่อไปนี้ตนไม่ขอยุ่งเรื่องของคุณหลวงอีกแล้วจะทำแต่งานอย่างเดียว

“ใจเย็นๆก่อน ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันมีสมุด

จดบัญชี ในนั้นมีรายละเอียดของทุกคนที่ฉันเกี่ยวข้องด้วย มันต้องอยู่ที่บ้านเจ้าติณห์มุมไหนสักมุม ไม่ก็ในหีบใบไหนสักใบ ฉันอยากให้เธอไปหามัน”

“ไม่ค่ะ” ญาณินปฏิเสธทันที แต่พอคุณหลวงบอกว่าอยากรู้ว่าตนตายได้อย่างไร หรือเพราะใคร ญาณินใจอ่อนลงแต่ก็ยังไม่ยอมทำให้ ปฏิเสธคุณหลวงแล้วหายแว้บไปทันที

ooooooo

พอจิตกลับสู่ร่าง ญาณินตกใจเมื่อลืมตาเห็นหน้าเพนนีกับเสี่ยปิงจ้องเข้ามาเกือบติดหน้าตน พอสองคนนั้นเห็นเธอตื่นแล้วก็หาเรื่องทันที

เพนนีหาว่าเธอมาแอบยืนหลับเดี๋ยวจะฟ้องติณห์ให้ไล่ออก ส่วนเสี่ยปิงหว่านล้อมหลอกล่อข่มขู่ทันทีว่า

การได้ทำงานรีสอร์ตริมแม่น้ำแควโปรเจกต์ใหญ่แบบนี้เป็นโปรไฟล์ที่ดี แต่ความจริงไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดหรอก เพราะที่นี่มีการเมืองเยอะ ทั้งเจ้าถิ่น ขาใหญ่ พวกเขาไม่เคยปรานีใคร เสี่ยเล่าบทเรียนของตัวเองเพื่อขู่ว่า

“ตอนที่ฉันสร้างริเวอร์มูนรีสอร์ท ฉันเจอมาหมดแล้ว ทั้งอำนาจมืด ทั้งมือที่มองไม่เห็น หรือแม้แต่สิ่งลี้ลับ ที่กะเล่นกันให้ถึงตาย”

ญาณิ นตัดบทว่า “ขอตรงประเด็นเลยค่ะ” เสี่ยจึงแสดงความเป็นห่วงเธอ ญาณินตอบอย่างถือดีว่า “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ฉันดูแลตัวเองได้ และยังไงก็จะอยู่ทำรีสอร์ตของคุณติณห์ให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะทำให้เจ้าถิ่นบางคนต้องผิดหวังที่ไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้”

เสี่ยปิงด่าว่าอวดดีแล้วผละไป คุณหลวงรีบมาบอกว่ามีเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยหลานตนได้ เธอบอกไปทันทีว่า

“คุณหลวงคะ หนูเปลี่ยนใจแล้วค่ะ” พูดแล้วเดินไปเลย คุณหลวงตบเข่าฉาดอย่างสมใจจริงๆ

ระหว่าง เดินข้ามรั้วกลับไปที่ริเวอร์มูนรีสอร์ทนั้น เสี่ยปิงด่าอย่างหัวเสียว่า ญาณินนั้นโอหังไม่กลัวทั้งคน ทั้งผี อยากรู้นักว่าจะเก่งจริงสักแค่ไหน เล่นกับใครไม่เล่น แล้วโทร.ออกสั่งปลายสายว่า

“ฉันอยากส่งผู้หญิงคนนึงไปทัวร์สวรรค์หรือทัวร์ นรกก็ได้ แล้วแต่แก แกช่วยจัดให้ฉันที”

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรรัมภาพยายามโทร.หาสุคนธรสที่หายไปทั้งคืนด้วยความเป็นห่วง กรรณาพูดอย่างใจเย็นว่าคนอย่างแม่หมอสุคนธรสไม่เป็นอะไรง่ายหรอก เผลอๆ เมื่อคืนดินเนอร์อาจลงเอยที่...พูดทิ้งไว้แล้วหัวเราะคิกคัก

ระหว่างนั้น ณัฐเดชพาเนตรสิตางศุ์มาส่ง เธอบอกพี่ชายให้ไปทำงานได้แล้วไม่ต้องห่วง ก่อนกลับไปณัฐเดชกำชับสองสาวว่า ฝากดูแลน้องสาวด้วยถ้ามีอะไรผิดปกติให้โทร.บอกทันที สองสาวรับคำอย่างขอไปที

พอณัฐเดชกลับไปไม่ทันไร เนตรสิตางศุ์ก็ได้รับข้อความจากลูกข่างว่า “วันนี้ห้ามเบี้ยวนะ พี่มีงานให้ ช่วยอย่างแรง”

เนตรสิตางศุ์เหลือบมองหาทางหนีทีไล่ เห็นกรรณายังง่วนอยู่กับการโทร.หาสุคนธรสเลยหลบแว้บออกไป

เธอออกไปเจอหมอวรวรรธที่มารออยู่แล้วแต่ไม่กล้าเข้าไป รอจนณัฐเดชไปแล้วจึงออกมาบอกว่ามารอ แต่เช้าแล้ว เพื่อจะต่อว่าที่เมื่อวานกลับไม่บอกกันปล่อยให้ หาจนวุ่น แต่พอเธอบอกว่าจะให้พาไปพัทยาอีก หมอถึงกับผงะถามว่าที่พูดไปเมื่อกี้ไม่เข้าหูเลยใช่ไหม

“คุณหมอพาเนตรไปพัทยาอีกครั้งนะคะ ครั้งนี้เนตรสัญญาว่าเนตรจะไม่หนีหมอกลับเองแล้วแน่ๆ”

หมอ วรวรรธบอกว่าตนไม่พาเธอไปไหนอีกแล้ว พลางเดินหนีอย่างไม่อยากยุ่งด้วย จู่ๆ ก๊องก็โผล่มามองเนตรสิตางศุ์อย่างสงสัย หาว่าแอบนัดกิ๊กมาพบ ทำเป็นพูดลอยๆ ว่า “เอ...เราจะฟ้องพี่ณัฐดี...หรือไม่ฟ้องดี”

ooooooo

ญาณินย่อง เข้าไปในบ้านติณห์ท่าทางระแวดระวัง กุมาริกาโผล่มาทัก เธอตกใจ บอกว่าแอบมาเพื่อหาสมุดบัญชี แล้วให้กุมาริกาช่วยกันหาก่อนที่ติณห์จะกลับมาเจอ

กุมาริกาหายแว้บเข้า ตู้โน้นตู้นี้แต่ไม่เจอ ส่วนญาณิน มองไปอีกด้านเห็นประตูจึงเดินเข้าไปพบว่าเป็นที่เก็บของเก่าที่ตกทอดมาจาก บ้านเรือนไทยของคุณหลวง และเธอก็เจอหีบใส่สมุดบัญชีที่มีรายชื่อผู้ที่เคยทำงานกับคุณหลวงมากมายจน บ่นว่า “ชื่อคนเยอะแยะไปหมด แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร”

กุมาริกาแนะว่าไม่รู้ก็ไปถามคนที่รู้สิ เธอเลยนึกได้ว่าต้องไปถามตาพุ่มพ่อของทนายสมชาติ อาจทำให้ตาพุ่ม จำอะไรขึ้นมาได้บ้าง

ทันใดนั้น ติณห์โผล่เข้ามาถามอย่างไม่พอใจ “ทำอะไร!!!”

ญาณินช็อก สมุดบัญชียังคาอยู่ในมือ แต่กุมาริกาหายตัวไปแล้ว

ติณห์คาดคั้นให้เธออธิบายมาว่า ต้องการบัญชีนี้ไปทำอะไร เธอบอกว่าแค่มาหาหลักฐานเกี่ยวกับการตายของ คุณหลวง บางทีเราอาจจะรู้เรื่องการตายของคุณหลวงก็ได้ หรือเราอาจจะได้รู้ว่าใครที่เสียผลประโยชน์และมีแรงจูงใจให้วางยาฆ่าคุณหลวง เพราะตนอยากทำความจริงให้กระจ่าง ย้ำกับเขาว่า

“เพราะถ้าคุณหลวงบริสุทธิ์ คุณกับครอบครัวคุณก็ไม่ใช่ลูกหลานของคนโกงชาติ คุณจะได้เลิกมีอคติกับบรรพบุรุษตัวเองอย่างที่เป็นอยู่”

กำนัน พงษ์เข้ามาถามดักคอว่า ไม่ใช่เกี่ยวกับข่าวลือ เรื่องสมบัติคุณหลวงหรือ ไม่แปลกไปหน่อยหรือที่อยู่ๆ ก็มาเรียกร้องความเป็นธรรมให้บรรพบุรุษคนอื่น

ไม่ว่าญาณินจะชี้แจงอย่างไร ทั้งติณห์และกำนันพงษ์ก็ยังมองเธออย่างสงสัย ไม่ไว้ใจ ทำให้เธอเจ็บปวดมาก กลับถึงบ้านก็โผเข้ากอดป้าออร้องไห้คร่ำครวญว่า ตนมีเจตนาดีแต่กลับถูกมองว่าเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น

ป้าออที่พอรู้เรื่อง ของเธออยู่บ้างแล้วเข้าใจอารมณ์เธอทันที ปลอบใจว่าปล่อยเขาไปเถอะ เรารู้อยู่แก่ใจเราเองก็พอแล้ว “คุณหนูของป้าเป็นนางฟ้า เป็นเทพธิดา ถ้าใครมองไม่เห็น...คนคนนั้นก็ไม่คู่ควรกับคุณหนูณินของป้าหรอกค่ะ”

ส่วน กำนันพงษ์ยุยงเป่าหูติณห์ว่าญาณินอาจจะเป็นพวกที่คิดจะมาขุดหาสมบัติของคุณ หลวงอยู่ก็ได้ เพราะคนแถวนี้รู้ดีว่าคุณหลวงฝังสมบัติเอาไว้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าฝังอะไร ไว้ตรงไหน ยุว่าเพื่อความปลอดภัยควรให้ญาณินออกไปดีกว่า ไม่ต้องกลัวเรื่องสัญญา มีผู้รับเหมาไม่ดี สู้ไม่มียังดีกว่า

“เรื่องนี้ผมตัดสินใจเองได้” ติณห์ตัดบท กำนันมองอย่างผิดหวังย้ำว่าคิดให้ดีๆก็แล้วกัน พลางเหลือบมองหีบใส่สมุดบัญชีอย่างครุ่นคิด

ooooooo

หมอสมคิดนั้นด้านหนึ่งเคลื่อนไหวสร้างบารมีแผ่ไปถึงบรรดาครูบาอาจารย์และ นักเรียนเบี่ยงเบนความสนใจ แต่อีกด้านก็ให้ไอ้กล้ากับไอ้หาญวางแผนเล่นงานตลาดหญิงจำเริญอย่างเร่งด่วน

ส่วนหมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์ถูกกรรัมภาและกรรณารุมซักไซ้ไล่เลียงว่าเมื่อวาน หายไปไหนมาด้วยกันทั้งวัน เนตรสิตางศุ์บอกตามตรงว่าตนไปช่วยใบหม่อน ส่วนหมอวรวรรธฟ้องว่าตนถูกบังคับให้พาไป

ระหว่างนั้นกรรัมภาโทร.ถึงสุคนธรสติด เธอบอกเพื่อนๆ ด้วยความดีใจ ทุกคนกรูกันมาเงี่ยหูฟังโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงไว้ใจจดจ่อ

ปรากฏว่า สุคนธรสยังนอนอยู่บนเตียง พอเพื่อนถามว่าอยู่ไหน ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สุคนธรสจึงเอะใจก้มมองตัวเองเห็นนอนอยู่บนเตียงซ้ำร้ายยังมีไตรรัตน์นอนเคียงข้างด้วย เธอตกใจลุกขึ้นผลักเขาแทบตกเตียง โทรศัพท์หล่นลงข้างเตียงทั้งที่ยังเปิดอยู่

ยิ่งสำรวจตัวเอง สุคนธรสก็ยิ่งตกใจที่พบตัวเองมีแต่เสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียว เธอโวยวายว่าเขาทำอะไรตน ชุดชั้นในของตนอยู่ไหน

เพื่อนๆ ที่สุมหัวกันฟังโทรศัพท์อยู่มองหน้ากันอย่างตื่นตกใจเชื่อว่าไตรรัตน์ทำปู้ยี่ปู้ยำสุคนธรสแน่แล้ว

เสียงสุคนธรสด่าทอทุบตีไตรรัตน์ดังลั่นมาในโทรศัพท์ กรรณาแค้นใจมากที่เพื่อนถูกไตรรัตน์ข่มขืน พรวดพราดจะออกไปฆ่า เพื่อนถามว่ารู้หรือว่าเขาอยู่ที่โรงแรมไหน ส่วนหมอวรวรรธบอกว่าคงไม่ต้องไปแล้ว เพราะจากเสียงที่ได้ยินนี้ไตรรัตน์อาจจะตายไปแล้วก็ได้ พูดแล้วรีบเผ่นไปเลย

เนตรสิตางศุ์เรียกไว้ไม่ทัน ได้แต่ผิดหวังที่เขาไม่ได้พาตนไปพัทยาตามสัญญาที่เธอให้ไว้กับใบหม่อน

ไตรรัตน์ยังถูกสุคนธรสเล่นงานไม่เลิก จนเธอเข้าห้องน้ำ เขาเดินหัวเสียมานั่งกดรีโมตทีวีระบายอารมณ์ บังเอิญไปเจอรายงานข่าวไฟไหม้ตลาดหญิงจำเริญ ไตรรัตน์ตกใจสุดขีดคว้าเสื้อใส่ทันที

สุคนธรสเห็นรอยช้ำที่คอเป็นจ้ำๆ เพราะถูกผีนายธรรมบีบคิดว่าเพราะถูกไตรรัตน์ดูด พรวดออกมาจะไล่ตีเขาอีก ไตรรัตน์หมดอารมณ์สนุกตวาดลั่น

“หยุดบ้าได้แล้ว ไฟไหม้ตลาด” แล้วเขาก็เปิดประตูห้องวิ่งอ้าวไปเลย

มือถือของสุคนธรสยังเปิดอยู่ เพื่อนๆ ที่สุมหัวกันฟังอยู่มองหน้ากันเลิกลั่ก ก๊องร้องถามว่า

“ตะกี้ได้ยินป่าวพี่ๆไฟไหม้ตลาด...ตลาดอะไร...”

ooooooo

ญาณินกับป้าออไปเล่าให้ทนายสมชาติฟังที่บ้านเขาทำหน้าหนักใจ ถามว่าเธอไปขโมยสมุดคุณหลวงทำไมหรือ ญาณินบอกตามตรงว่า ตนก็แค่อยากจะค้นหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของคุณหลวงเท่านั้นเอง

เมื่อญาณินเล่าถึงหลักฐานที่ค้นพบว่ามีรายชื่อมากมายแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครอยู่ที่ไหน เธอเอ่ยมาสองสามชื่อที่จำได้ ทนายสมชาติบอกว่าบางคนตายไปแล้ว ยังเหลืออีกสองคนที่รู้จักคือ นายสังข์กับนายเกิด แล้วเล่าให้ฟังว่า

“พ่อผมเล่าให้ฟังว่า นายสังข์เป็นคนใกล้ชิดคุณหลวงมากที่สุด เป็นญาติฝ่ายไหนผมจำไม่ค่อยได้ เพราะพ่อคุณหลวงมีเมียเยอะ นายสังข์เป็นคนเก่ง คล่องแคล่ว คุณหลวงไว้ใจให้ทำงานในบริษัทแทนท่านทุกอย่าง เรียกว่าเป็นมือขวาเลยทีเดียว ส่วนมือซ้ายของคุณหลวงก็นายเกิดนี่แหละครับ นายเกิดเป็นคนดูแลติดต่อซื้อพวกข้าวจากโรงสี น้ำตาลจากโรงงานแทนคุณหลวง เป็นพวกออกท้องที่ประมาณนั้น เก่งเรื่องการต่อรองราคาให้ได้ต่ำที่สุด สร้างกำไรให้คุณหลวงปีนึงๆหลายอยู่”

ทนายสมชาติเล่ารายละเอียดว่า นายเกิดเป็นปู่ของกำนันพงษ์ ญาณินดีใจมากที่ได้รู้เส้นสายใกล้ชิดกำนันพงษ์ ถามว่าแล้วตอนนี้ใครยังมีชีวิตอยู่บ้างนอกจากตาพุ่มพ่อของเขา

การสนทนาหยุดชะงัก บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที เมื่อเพนนีเข้ามาโวยวายว่าติณห์จ้างญาณินให้มาทำงานแต่กลับมาถามเซ้าซี้เรื่องครอบครัวคนอื่น เธอต้องการอะไรกันแน่ วางแผนจะมาปอกลอกติณห์ใช่ไหม ทั้งยังด่าทนายสมชาติว่าเป็นทนายของติณห์ แต่เอาเรื่องในครอบครัวเจ้านายมาเล่าให้ลูกจ้างชั่วคราวฟัง

ติณห์โผล่มาสั่งเพนนีให้หยุด เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในระหว่างตนกับคู่สัญญาตนจะเคลียร์เอง ติณห์กับญาณินจ้องหน้ากันตาแทบลุกเป็นไฟ เพนนีมองทั้งคู่อย่างข้องใจ

ooooooo

ที่ตลาดหญิงจำเริญ ไฟกำลังลุกไหม้ควันโขมง ชาวตลาดพากันหนีไฟโกลาหล ทั้งรถตำรวจ รถมูลนิธิ และรถดับเพลิงกำลังช่วยกันดับไฟ

ณัฐเดชมาถึงก่อนแล้ว ไม่นานไตรรัตน์ก็มาถึง เขาบอกเพื่อนว่ายังไม่เห็นเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงเลย พลันณัฐเดชก็เห็นกล้ากับหาญยืนกอดอกดูไฟไหม้อย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่ เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เพื่อสังเกตการณ์ เห็นมันทั้งสองโพสท่าชู 2 นิ้วถ่ายรูปกันก็เอะใจ

มันทั้ง 2 รู้ตัวและหลบออกไปเมื่อมีคนมาทักณัฐเดชว่า “อ้าว...ผู้กองณัฐเดช...มาทำอะไรแถวนี้ครับ”

ณัฐเดชวิ่งตามมันไปจนถึงซอยข้างตลาด ปรากฏว่าพวกมันหายตัวหลบเข้าไปอยู่ในซอก พอเขาเผลอพวกมันก็พรวดออกมา 6-7 คนรุมยำเขา ณัฐเดชชักปืนออกมาส่ายไปมาขู่พวกมัน ก็พอดีเจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญวิ่งมาเจอ ทั้งสองตกใจถามว่าอะไรกัน พวกสมุนหมอสมคิดกลัวมีคนจำได้รีบวิ่งหนีไป

เจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญจำได้ร้องห้ามณัฐเดชว่าจะทำอะไร พวกนั้นเป็นลูกศิษย์หมอสมคิด เป็นคนดีธรรมะธรรมโมไม่ใช่ผู้ร้าย พอณัฐเดชบอกว่าสงสัยพวกนี้จะเป็นมือวางเพลิง เสี่ยย้อนถามว่าพวกหมอสมคิดจะทำอย่างนั้นทำไม ส่วนเจ๊หญิงเสียงเข้มกว่าถามว่า ทำไมคิดอย่างนั้น มีหลักฐานอะไรหรือไปรู้อะไรมา ทำให้ณัฐเดชอึ้งตอบไม่ออก

ทันใดนั้นไตรรัตน์วิ่งเข้ามาอีกทาง ร้องถามป๊ากับม้าว่าไฟเป็นไงมั่ง

“อาตี๋...พวกดับเพลิงกำลังฉีดน้ำเลี้ยงอยู่ แต่ยังเอาไม่อยู่เลยลูก” เจ๊หญิงบอก ทุกคนฟังแล้วอึ้ง

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่งของตลาด สุคนธรสซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาถึง เธอลงไปยืนมองรอบๆ ตกใจที่ไฟไหม้ ตลาดหญิงจำเริญ ทำท่าจะเข้าไปแต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามเข้า

อีกมุมหนึ่ง กรรัมภาวิ่งมามองไปรอบๆ ไม่เห็น ใคร กรรณาตามมาเห็นสุคนธรสเธอบอกกรรัมภาและตะโกนเรียกแล้ววิ่งเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ถามไถ่กันด้วยความเป็นห่วงจนลืมเรื่องไฟไหม้ตลาดไปเลย

สุคนธรสอึกอักไม่อยากเล่า แต่พอเพื่อนๆบอกว่ารู้หมดแล้วจากโทรศัพท์ที่เธอเปิดทิ้งไว้ เธอก็ทำหน้าไม่ถูก

ระหว่างนั้น ทั้ง 4 เห็นณัฐเดช ไตรรัตน์ เสี่ยจำเริญ และเจ๊หญิงกำลังเดินมา กรรัมภาจะเข้าไปเอาเรื่องที่รังแกเพื่อนตน

“อย่ายัยกรรณ...สงบใจไว้ก่อน...ไม่ใช่ที่นี่...คนล้านเจ็ด...ยัยกรรณหยุดๆๆ” เนตรสิตางศุ์ร้องห้าม แล้ว เพื่อนๆก็พากันโดดล็อกคอกรรณาไว้

แต่แล้วเรื่องก็ฉาวโฉ่เมื่อเจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญอยากรู้ผลการไปดินเนอร์กันของไตรรัตน์กับสุคนธรส

สุคนธรสของขึ้นทันที ไตรรัตน์เห็นดังนั้นรีบเข้าแทรกแซงสั่งหยุดพูดเดี๋ยวนี้ แล้วบอกพ่อกับแม่ว่าไม่จริง ตนสาบานได้ ทั้งที่สุคนธรสยังไม่ได้พูดอะไรเลย เธอโมโหด่าไตรรัตน์ลั่นตลาดว่า

“นี่คิดจะเอาตัวรอดเหรอ อย่าหวังเลย นายตายแน่ ไอ้มารสังคม มานี่เล้ย!!” พรางจับคอเสื้อไตรรัตน์ลากออกไป

ทั้งสองไปโต้เถียงกัน สุคนธรสทั้งดึงทั้งทุบตีจนไตรรัตน์สั่งให้หยุด ถ้าไม่หยุดตนจะปล้ำ แล้วก็ได้ปล้ำจริงๆ เลยกลายเป็นสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกลางตลาด ทำเอาชาวบ้านเลิกสนใจไฟไหม้ หันมามุงดูทั้งคู่เชียร์กันลั่น

“ไม่ไหวแล้ว อาตี๋ของเรานี่มันน่าอายจริงๆ แบบนี้พ่อแม่จะเอาหน้าไปไว้ไหนกันละเว้ย” เสี่ยจำเริญตะโกนด่า ทำให้ทั้งสองชะงักเงยหน้ามอง เห็นไทยมุงมายืนดูกันเต็มก็ตกใจ

สุคนธรสผลักไตรรัตน์ออกรีบลุกขึ้นถามเพื่อนๆ “นี่พวกแก...มีใครได้ยินเรื่องที่ฉันคุยกับนายไตรไหม?”

“เขารู้กันทั้งตลาดแล้วย่ะ” กรรัมภาลอยหน้าใส่

ส่วนไตรรัตน์ก็ถูกเสี่ยจำเริญตบหัวผัวะ ด่าว่า “ลื้อรังแกผู้หญิงเหรอ ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน”

“เธอว่าฉันเหรอ” เจ๊หญิงเอาพัดฟาดเสี่ยจนสะดุ้ง เสี่ยเสียงอ่อยว่าเปล่า ปากมันพาไปต่างหาก เจ๊หญิงหันไปถามไตรรัตน์ว่า “อ๋อ...นี่ลูกไม่กลับบ้านเมื่อคืนเพราะอย่างนี้เหรอ”

“โว้ย...โดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลย ซวยเพราะยัยนี่แท้ๆเชียว” ไตรรัตน์ตะโกน

“ฮือ...ชื่อเสียงฉันป่นปี้หมดแล้ว...” สุคนธรสครวญ รีบดึงหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดบังใบหน้าตัวเอง

ooooooo

ญาณินถูกติณห์คาดคั้นจะให้บอกว่าเธอไปหาสมุดบัญชีเพื่ออะไร จะดูว่าคุณหลวงซ่อนอะไรไว้ที่ไหนหรือหาลายแทง เธอยังคงยืนยันว่าตนไม่อยากได้ของพวกนั้น เขาหันบอกป้าออกับทนายให้ออกไปตนจะคุยกับเธอตามลำพัง สองคนนั้นไม่ทันทำอะไร เพนนีก็เข้ามาสมทบอีกคน

เมื่อไล่ไม่มีใครยอมไป เขาจึงฉุดเธอออกไปเอง ญาณินหัวใจแทบละลายที่มือตัวเองอยู่ในมืออุ่นๆของเขา ติณห์ลากเธอไปที่ริมแคว ซึ่งกุมาริกากำลังกระโดดเชือกเล่นอยู่ พอเห็นสองคนมาก็หยุดกระโดดเชือกยืนมอง

ติณห์ยังคงคาดคั้นไม่เลิก เธอจึงเล่าให้ฟังว่าตนเจอชื่อนายสังข์กับนายเกิดในสมุดบัญชี ซึ่งทนายสมชาติบอกว่าทั้งสองเป็นมือขวาและมือซ้ายของคุณหลวง จึงคิดว่าเราน่าจะสืบสาเหตุการตายของคุณหลวงจากคนสนิทสองคนนี้ หรือคนที่ยังมีชีวิตอยู่นอกจากตาพุ่ม

คุณหลวงได้ยินชื่อสองคนนี้จึงเพิ่งนึกได้ ก็พอดี มีอีกาบินผ่านไปหลายตัว คุณหลวงรู้สึกถึงความผิดปกติ บอกกุมาริกาให้รีบไปบอกญาณินพาติณห์ไปจากที่นี่เสีย

ที่แท้เป็นฝีมือของหมอสมคิด หลังจากให้ไอ้หาญกับไอ้กล้าไปเผาตลาดเพื่อให้เจ๊หญิงร้อนใจรีบมาหาให้เช็กดวง แล้วจะได้ปั่นหัวให้ขโมยพระที่ห้อยคอลูกผัวออกแล้วส่งผีไปเล่นงาน เจ๊หญิงจะได้หันมาซื้อเครื่องรางของขลังขนานใหญ่

หลังจากวางเพลิงตลาดหญิงจำเริญแล้ว จึงทำพิธีไสยศาสตร์ใหญ่ใช้ควายธนูที่ดุร้ายไปเล่นงานญาณินที่รีสอร์ต

คุณหลวงรู้ถึงเหตุร้ายให้กุมาริกาไปบอกญาณินให้พาติณห์รีบไปจากที่นี่ กุมาริกาไปบอกญาณินว่าได้ยินเสียง เสียงเหมือนพวกผีตายโหง ตัวคุณหลวงเองก็ไปร้องเรียกติณห์ จิตญาณินดิ่งสู่สมาธิ เพราะเสียงของคุณหลวงทันที

คุณหลวงเร่งให้ญาณินรีบไปเสีย เพราะพวกเดรัจฉานกำลังมุ่งมาเอาชีวิตเธอ ระหว่างนั้นติณห์เห็นกายหยาบของญาณินยืนนิ่งอยู่ เขาถามว่าเป็นอะไร จิตเธอกลับมาพอดีบอกเขาว่า เปล่าไม่มีอะไร ชวนรีบไปจากที่นี่กันเถอะ เพราะคุณหลวงมาเตือนว่ากำลังจะมีอันตราย

ติณห์พูดอย่างเบื่อหน่ายว่าอีกแล้วเหรอ ยืนยันไม่ไป พลันเขาก็เห็นดวงตาของสัตว์ร้ายจากข้างป่าจ้องเขม็งมาอย่างดุร้าย คุณหลวงตะโกน “ไอ้ติณห์หนีเร็ว!” กุมาริกาก็ร้องเสียงแหลม “วิ่งงงงงง”

ติณห์เหมือนกับได้ยินกระตุกข้อมือญาณินพาวิ่งออกไปสุดฝีเท้า

พริบตาเดียว เดรัจฉานตัวนั้นก็พุ่งออกมา คุณหลวงเห็นถึงกับอุทาน “ควายธนู!” มันวิ่งไล่ตามติณห์กับญาณินไป กุมาริกาตะโกนลั่นให้ญาณินรีบวิ่งเร็วๆ แต่ควายธนูก็พุ่งเข้าขวิดญาณิน ติณห์ลากญาณินตะโกนให้กระโดดข้ามไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทางอยู่ ควายธนูจึงขวิด ต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างจัง มันคำรามฟืดฟาดแล้วไล่ตามญาณินกับติณห์ไปอีก

คุณหลวงตัดสินใจโผล่ไปขวางหน้ามัน ตะโกนถาม

“ใครส่งให้แกมาทำร้ายหลานฉันกะหนูญาณิน กลับไปหาไอ้คนชั่วเสีย อย่ามาทำร้ายคนดี”

ควายธนูคำรามแล้วกระโดดขวิดคุณหลวง พ่นไฟนรกจากสองรูจมูกเข้าเผาผลาญคุณหลวงจนท่านร้องลั่น ต้องหายตัวหลบทางให้มันวิ่งผ่านไป

คุณหลวงไปสมทบกับกุมาริกา บอกว่าสองคนนั้นคงไม่รอด เพราะควายธนูร้ายกาจมาก

“ได้ไง! หนูถูกส่งมาพิทักษ์พี่ญาณิน หนูไม่ยอมให้มันทำอะไรพี่ญาณินหรอก คุณตาไม่ต้องห่วง วันนี้กุมาริกาจะขี่ควายธนูให้ดู อึ๊บ...” กุมาริกากลั้นหายใจ พลันร่างก็แตกกระจายระยิบระยับ ก่อนรวมกันเป็นลูกดอกธนูหัวเป็นหน้ากุมาริกาพุ่ง ไล่ตามควายธนูไปทันที

กุมาริกาไปขวางควายธนูไว้ พลางตะโกนบอกให้

ญาณินกับติณห์หนีไป คุณหลวงตามมาตะโกนบอก

กุมาริกาให้ระวัง กุมาริกาเร่งคุณหลวงให้รีบพาสองคนหนีไป คุณหลวงนึกขึ้นได้ว่ามีกระท่อมต้นแบบก่อสร้างอยู่ไม่ไกลนัก ร้องบอกทั้งสองให้รีบวิ่งไปทางนั้น
ส่วนกุมาริกาเสกเรียกดาบมาสู้กับควายธนู ถูกมัน

พ่นไฟจากรูจมูกหลอมเหล็กหายไปในพริบตา กุมาริกามัวตกใจ เลยถูกมันขวิดเข้าที่แขน ปลิวไปกระแทกต้นไม้โครม!

ญาณินรับรู้ หันไปมอง ถูกติณห์เร่งให้ไปเร็วๆ เธอเดินกะเผลกๆ เขาทนไม่ไหวจับพาดบ่าพาวิ่งไปทันที แต่ข้างหลังเขาควายธนูกำลังพุ่งมาติดๆ

“เร็วเข้าคุณ...เร็ว มันจะขวิดแล้ว” ญาณินร้องตะโกนอยู่บนบ่าเขา

“เร็ว!! อีกนิดเดียวไอ้ติณห์ เร็วเข้า จะถึงแล้ว” คุณหลวงร้องเชียร์ราวกับกำลังเชียร์การแข่งขันอะไรอยู่

พอถึงหน้ากระท่อม ติณห์กระแทกประตูเปิดแล้ววิ่งเข้าไปล้มกลิ้งกันไม่เป็นท่า ญาณินรีบเอายันต์ที่สุคนธรสให้จากย่ามออกมาแปะที่ประตู ควายธนูพุ่งเข้ามาชนประตูโครม แต่เข้าไม่ได้กลับถูกอาคมทิ่มแทงจนมันชะงัก คำรามลั่นอย่างเจ็บปวดและโกรธแค้น

ติณห์นั่งหอบบอกว่ามันยังไม่ยอมไป ญาณินพูดอย่างใจเย็นว่า แต่มันทำอะไรเราไม่ได้ ยันต์นั่นป้องกันเราไว้

“หา! ไอ้ตัวประหลาดนั่น กับยันต์ มันอะไรกันเนี่ย What the heck???” ติณห์ร้องถามงงๆ...

ooooooo

ที่สำนักหมอผีสมคิด เจ้าตัวหน้าเครียด พึมพำอย่างเข้าใจไม่ได้ว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่เคยมีใครต้านทานอิทธิฤทธิ์ของไอ้หน้าบากได้ ลุกขึ้นเขวี้ยงของแตกกระจาย คำราม

“ใครวะ...ใครมันเป็นจอมขมังเวทย์วะ กูถึงทำอะไรมันไม่ได้!”

ในกระท่อมต้นแบบ ติณห์บอกญาณินว่าได้ยินเสียงควายธนูยังอยู่ แต่มองไม่เห็นตัว แต่ญาณินไม่ได้สนใจฟังเพราะกำลังคุยอยู่กับกุมาริกา ถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม กุมาริกาทำหน้ามุ่ยบอกว่าเจ็บสิพี่ บ่นกะปอดกะแปดว่า

“ไอ้ควายธนูมันแข็งแรงมาก มันสร้างมาจากเหล็กของตะปูตอกโลงศพเจ็ดป่าช้า กับเหล็กขนันพรายใช้รัดศพ หนูสู้มันไม่ได้เลย”

“แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว ถ้าไม่มีหนู พี่กับคุณติณห์คงถูกมันขวิดตายไปแล้ว”

ติณห์ได้ยินเสียงญาณินคุยถามว่าพูดกับใครหรือ แต่ตาเขายังจ้องออกไปนอกหน้าต่างคอยระวังควายธนู ญาณินไม่ตอบแต่บอกกุมาริกาว่าให้รีบกลับไปหาสุคนธรสให้ช่วยรักษาเสีย ไม่ต้องห่วงทางนี้เดี๋ยวตนจัดการเอง

พอกุมาริกาไปแล้ว ญาณินบอกติณห์ว่าเราคงต้องหลบอยู่ในนี้สักพัก รอจนกว่าไอ้ควายธนูมันจะไป

ระหว่างนั้น ติณห์เห็นหัวเข่าเธอมีแผลถลอกเลือดไหล เขาบอกให้รอเดี๋ยวแล้วเข้าไปในห้องเพื่อหายา แต่ไม่มีอะไรเลย เห็นเธอเอามือปาดเลือดเขารีบจับไว้บอกว่ามือสกปรก แล้วถอดเสื้อตัวเองเผยให้เห็นกล้ามเป็นมัด ทำเอาญาณินใจเต้นตึ้กตั้กลืมความเจ็บปวดไปเลย

ติณห์ฉีกเสื้อเอามาเช็ดเลือดที่แผลให้อย่างเบามือ ญาณินรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เขาทำแผลดูแลตนอย่างดี

“น่าขอบใจไอ้ควายธนูตัวนั้น ทำให้สองคนนี้ใกล้ชิดกัน หึๆๆ” คุณหลวงหัวเราะชอบใจ

ooooooo

ที่บ้านไตรรัตน์ เจ๊หญิงจัดเลี้ยงอาหารสามสาวและก๊องอย่างดี เจ๊ประกาศต่อหน้าทุกคนที่กำลังกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยว่า ในฐานะแม่ตนขอโทษสุคนธรสด้วยที่ลูกชายชิงสุกก่อนห่าม

“เพื่อแสดงความรับผิดชอบ อั๊วจะให้อาไตรแต่งงานกับหนูรส” เสี่ยจำเริญประกาศ ทำเอาทั้งไตรรัตน์และสุคนธรสตกใจ เจ๊หญิงปรามว่าไตรเป็นลูกผู้ชาย ทำอะไรไว้ต้องรับ ผิดชอบ พอทั้งสองบอกว่าตนไม่ได้รักกัน เสี่ยตัดบทว่า

“เอาน่า...ไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวอยู่กันไปก็รัก กันเองแหละ แล้วถ้าลูกชายอั๊วเกเรไม่ยอมไปขอขมาพ่อแม่หนู อั๊วจะตัดมันออกจากกองมรดก” จากนั้นให้ณัฐเดชช่วยบันทึกไว้เป็นพยานด้วยว่าทางตนยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง

ณัฐเดชเห็นทั้งสองยังไม่ยอม เขากระซิบสุคนธรสว่า “เอาเถอะรส...เขาเสนอมาก็เก็บไปคิดดู แล้วค่อยมาตกลงกันอีกที” แล้วหันไปทางไตรรัตน์ “เอาน่าไอ้ไตร เออออห่อหมกไปก่อน ถ้าไม่อยากถูกตัดออกจากกองมรดก แล้วแกกับยัยรสค่อยมาพูดจาตกลงกันดีๆ”

เมื่อกลับมาที่บริษัทซิกเซ้นส์ สุคนธรสบอกเพื่อนๆ ว่าเป็นตายยังไงตนก็ไม่ยอมแต่ง กรรณาบอกว่าถ้าไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง ถ้าเกิดท้องขึ้นมาพวกตนจะช่วยเลี้ยงลูกเอง ดีเสียอีกเด็กจะได้มีแม่ทีเดียว 5 คนไปเลย

เมื่อสุคนธรสรู้ว่ากุมาริกาถูกควายธนูขวิดก็รีบช่วยรักษา เธอยื่นมือแบไปร่างกุมาริกาวูบเป็นกลุ่มควันกลายเป็นตุ๊กตาเด็กผมจุกอยู่ในมือสุคนธรส จากนั้นสุคนธรสจัดอาหารและยาไปถวายเบื้องหน้าตุ๊กตา

กุมาริกา บอกให้กินและทำแผลเสียจะได้หายเร็วๆ

เนตรสิตางศุ์บอกว่าตนเป็นห่วงญาณินติดอยู่ในกระท่อมกับติณห์ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง สุคนธรสบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะมียันต์แปะประตูอยู่ พอพระอาทิตย์ขึ้นควายธนูก็จะหมดฤทธิ์เอง

กรรณาเป็นห่วงว่าญาณินค้างกับผู้ชายทั้งคืนไม่กลัวเกิดเหตุซ้ำรอยเหมือนสุคนธรสกับไตรรัตน์หรือ

“แกก็...ผู้ชายมันคงไม่ตกมันพร้อมกันหรอกย่ะ” กรรัมภาลอยหน้าใส่เพื่อน

“ควายธนู...ฉันอยากรู้นัก หมอผีซาตานคนไหนมันปล่อยของแบบนี้มาไล่ฆ่าเพื่อนเรา” สุคนธรสพึมพำ หน้าเครียด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:36 น.