ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หมอสมคิดนั่งหลับตาบริกรรมคาถาอยู่ในสำนักท่ามกลางควันกำยานอบอวล เขาขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ถึงเหตุที่เกิดขึ้นกับผีร้ายของตน

อึดใจเดียวผีนายธรรมก็โผล่ทะลุผนังร้องลั่นเข้ามาจับมือข้างที่ถูกบ่วงสายสิญจน์จนลุกเป็นไฟ หมอสมคิดถามใครทำ มันบอกว่า “ผู้หญิง...ผู้หญิงจอมขมังเวทย์”

หมอสมคิดคำรามว่ามันบังอาจท้าทายตนมากเกินไปแล้ว ส่วนผีนายธรรมก็อ้อนวอนขอให้ปล่อยตนไปเถอะ

“ถ้ามึงพูดอีก มึงจะโดนหนักกว่านี้” หมอสมคิดตวาด ผีนายธรรมมองหน้าอย่างอาฆาต หมอสมคิดไม่สนใจพึมพำ “มันเป็นใคร...มันเป็นใคร กูต้องรู้ให้ได้!”

รุ่งขึ้น หมอสมคิดก็รู้ได้สมใจ เมื่อเจ๊หญิงมาหาที่สำนัก บอกว่าดูเหมือนว่าไตรรัตน์จะเจอเนื้อคู่อย่างที่หมอบอกแล้ว เพราะตนฝันว่ามีเทวดาอุ้มตุ๊กตาเด็กผู้หญิงมาให้ พอไปอ่านหนังสือเขาก็บอกว่าฝันแบบนี้จะได้ลูกสาวหรือลูกสะใภ้

“หนูคนที่ฉันเจอนี่ เขาเป็นคนเอาพระรอดมาให้เสี่ยจำเริญไง” หมอสมคิดหูผึ่งถามว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครบ้านช่องอยู่ไหน “เขาบอกว่าเป็นคนอยุธยา พ่อเป็นเจ้าของโรงสี ชื่อหนูสุคนธรส”

“อืม...สุคนธรส...ก็คงเป็นลูกศิษย์ลูกหาเกจิอาจารย์ที่ไหนสักคน” แล้วหมอสมคิดก็ออกอุบายว่าถ้าอยากรู้ว่าเป็นเนื้อคู่แท้หรือไม่ก็ให้เอาวันเดือนปีเกิดมาให้
ผูกดวง “ถ้าใช่เนื้อคู่กัน อาจารย์จะได้ช่วยทำพิธีให้ลูกชายเจ๊สมหวังเร็วๆ”

พอเจ๊หญิงรับปาก หมอสมคิดบอกให้เอารูปถ่ายกับข้าวของเครื่องใช้มาด้วยสักอย่าง เกิดมีดวงกาลกิณีจะได้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้เลย แต่ต้องเอามาโดยไม่ให้เขารู้ตัว

เจ๊หญิงรับปากกลับไป หมอสมคิดยิ้มอย่างสมใจที่ได้วิธีจัดการกับสุคนธรสแล้ว

ooooooo

ฝ่ายเนตรสิตางศุ์รบเร้าณัฐเดชจะขอไปทำเรื่องใบหม่อน ถูกพี่ชายปฏิเสธทันทีว่าไม่ยอมให้ทำเด็ดขาด

“ก็เนตรรับปากกับใบหม่อนเขาไว้นี่คะ ว่าจะช่วยหาตัวฆาตกรที่ฆ่าเธอให้ได้ จะได้หาวิธีส่งเธอไปผุดไปเกิด อย่างหมดห่วงเสียที”

“พี่ไม่อนุญาต แล้วถ้าพ่อกับแม่รู้ก็คงไม่อนุญาตให้เนตรมายุ่งเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมแบบนี้ มันอันตรายเกินไป”

เมื่อพี่ชายไม่ยอม เนตรสิตางศุ์บ่นกับเพื่อนๆว่าพี่ชายไม่ให้โอกาสตนเลย สุคนธรสบอกว่าพี่ชายเป็นห่วงเธอต่างหาก และที่สำคัญอย่าลืมว่า “เธอมีดีตรงที่มองเห็นผี แต่ในพวกเรา 5 คน เธอน่ะขวัญอ่อนกลัวผีมากที่สุด”

ไม่ว่าณัฐเดชหรือเพื่อนๆจะให้เหตุผลอย่างไร เนตรสิตางศุ์ก็ยังคิดไม่ตก เชื่อว่าถ้าตนทำงานชิ้นนี้สำเร็จ จับฆาตกรได้ ใครๆก็จะได้เลิกสบประมาทว่าตนหน่อมแน้มเสียที

กรรณาบอกว่าถ้าเธออยากทำจริงๆก็ทำไปเลยแต่ทำแล้วต้องสำเร็จ ลุยให้มันสุดลิ่มทิ่มประตูไปเลย ว่าแล้วขอไปคุยงานกับลูกค้าดีกว่า แต่ก็ยังให้กำลังใจเนตรสิตางศุ์ให้สู้ๆ

เมื่อกรรณาไปแล้ว เนตรสิตางศุ์หันไปอ้อนสุคนธรสกับกรรัมภา ถูกทั้งสองปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน “ไม่!!!”

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ทั้งตื๊อทั้งอ้อนอีก เลยถูกสุคนธรสกับกรรัมภาแกล้งอำว่าผีมาแล้ว ทำเอาเธอหน้าเสีย กรรัมภาเลยอำสุคนธรสอีกต่อว่า ไตรรัตน์มา สุคนธรสหน้าตื่นหันมอง พอรู้ว่าถูกเพื่อนอำ เธอพูดอย่างเข็ดขยาดว่า

“เฮ้อ...อย่าเล่นแบบนี้อีกนะเพื่อน ขออธิษฐานต่อหน้าพระเลย...ว่าฉันไม่เอาอีกแล้ว ต้องไปช่วยคนที่เขาไม่อยากให้เราช่วย ไม่เชื่อเรา แถมดูถูกเราขนาดนี้ ทั้งๆที่ถ้าไม่มีเรา เขาต้องโดนผีเอาชีวิตไปแล้วด้วยซ้ำ”

“แล้วรู้ยังว่าผีมันมาจากไหน เป็นเจ้ากรรมนายเวรของตัวนายไตรรัตน์เองป่าว” เนตรสิตางศุ์สนใจ

“นั่นสิ เพราะถ้าเป็นเจ้ากรรมนายเวรของตัวเขาเองมาทวงหนี้อ่ะนะ รสก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรเขาได้หรอก เพราะมันคือวิบากกรรมของเขาเอง” กรรัมภา
วิเคราะห์ สุคนธรสยอมรับว่า

“ไม่ใช่สิ...ไม่น่าจะใช่นะ เพราะ...ฉันได้กลิ่นของความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดของวิญญาณตนนั้นอย่างแรง ถ้าเป็นเจ้ากรรมนายเวรมาตามทวงอะไรใคร คลื่นมันจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอาฆาต ความกระหายที่จะแก้แค้นเอาคืน”

กรรัมภาเอะใจว่าหรือจะมีใครส่งผีมาโดยวิธีบีบบังคับ เนตรสิตางศุ์เชื่อว่าถ้าทำแบบนั้นได้ต้องเป็นหมอผีที่มีอาคมเก่งๆแน่ถึงส่งผีให้ไปฆ่าคนได้ สุคนธรสเห็นด้วยแต่ก็สงสัยว่ามันจะทำทำไมในเมื่อเจ๊หญิงก็นับถือมันมาก

สามสาววิเคราะห์กันไปต่างๆนานา จนสุดท้ายเนตรสิตางศุ์ถามว่าแล้วเรื่องของตนล่ะ เพื่อนทั้งสองเดินหนีไปเลย เธอพูดฉุนๆว่า “อืม...ทำเองก็ได้”

ooooooo

ก๊อง เป็นน้องชายต่างแม่ของกรรณา เล่นพนันบอลจนเป็นหนี้ พอถูกแก๊งทวงหนี้ตามล่าก็หลอกล่อจนหนีรอดไปได้ขี่มอเตอร์ไซค์บ่ายหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตรงไปที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ แต่ไม่เจอใครจึงพยายามงัดประตูเข้าไป

เจ้าที่ปรากฏตัวเป็น รปภ.ถามว่ามาหาใคร ก๊อง บอกว่ามาหากรรณาพี่สาวตน ไขกุญแจให้หน่อยตนปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำ เจ้าที่จึงเปิดประตูให้ พอก๊องหันไปขอบคุณก็ไม่เห็น รปภ.แล้ว

เดินเข้าข้างในเจอกุมารีเข้าอีก ก๊องถามว่าลูกใครชื่ออะไรน่ารักจัง กุมารีบอกว่า “ชื่อกุมาริกา ลูกเจ้าแม่ไทรทอง” แล้วยังแนะนำให้รู้จักกับพี่เหมยฟ้าว่าเป็นนางรำ ทันใดนั้นตุ๊กตานางรำก็ขยับร่ายรำทันที

ก๊องหัวเราะชอบใจถามว่าตุ๊กตารุ่นนี้ใช้ถ่านหรือ แต่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนเดี๋ยวจะมาคุยด้วย กุมารีชี้ทางไปห้องน้ำให้ พอก๊องไปเข้าห้องน้ำ กรรณากลับมาถึงเจอประตูเปิดอยู่ เห็นหมวกกันน็อก เห็นมอเตอร์ไซค์เชื่อว่าเป็นขโมยแน่ๆ

เข้ามาเจอกุมารีกระซิบบอกให้เล่นมันเลย มันกำลังไปเข้าห้องน้ำ กรรณาคว้าไม้กวาดไปยืนดักที่หน้าห้องน้ำ

ก๊องถูกเจ้าที่หายตัวเข้าไปในห้องน้ำเห็นก๊องยืนฉี่อยู่เลยแกล้งปิดฝาส้วมปังหนีบน้องชายก๊องจนร้องจ๊าก รีบออกจากห้องน้ำ พอเปิดประตูออกมาเจอด้ามไม้กวาดฟาดเข้ากลางหน้าผากหงายตึงลงไปนอนร้องครวญคราง พอกรรณาเห็นหน้าเต็มๆถึงกับร้องลั่น “หา!...ไอ้ก๊อง!!”

พาก๊องมานั่งเอากระเป๋าน้ำร้อนประคบให้ที่หน้าผาก ที่รูจมูกมีทิชชูอัดไว้เพราะเลือดกำเดาไหล

ก๊องตัดพ้อต่อว่าพี่สาวต่างแม่ว่าอุตส่าห์มาหา ดูสิทำกันได้ กรรณาคิดว่าคงมาขอเงินตามเคย แต่คราวนี้ ก๊องบอกว่าไม่ได้มาขอเงินแต่มาของานทำ

กุมาริกาโวยวายว่าไม่เอา ที่นี่มีแต่ผู้หญิง ตนไม่ชอบผู้ชาย กรรณาถามว่าแล้วใครบอกว่าตนชอบล่ะ ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้ หรือจะเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้เรา บอกกุมาริกาให้ช่วยดูแลด้วยก็แล้วกัน

ก๊องมองกรรณาแปลกๆ ถามว่าพูดกับใคร พอเธอบอกว่าพูดกับผี ก๊องเด้งดึ๋งหน้าซีดถามว่า “ที่นี่มีผีด้วยหรือ”

ooooooo

ที่บ้านพักแขกในรีสอร์ต ญาณินในชุดสบายๆเดินตามหาป้าออที่ไม่รู้หายไปไหน จู่ๆก็เห็นติณห์วิ่งออกกำลังกายเหยาะๆมาเหงื่อโชก เธอมองตะลึง ยิ่งเมื่อเขายิ้มให้หัวใจเธอก็แทบละลาย

ติณห์ทักกู๊ดมอร์นิ่งก่อน เธอตอบแบบแทบไม่รู้ตัวว่าอรุณสวัสดิ์ค่ะ ติณห์ถามหาป้าออ เธอส่ายหน้าดิก บอกว่าไม่รู้ เขาบอกว่า “งั้นก็ไปกันดีไหม” ทำเอาเธองงถามว่าไปไหน “ร้านข้าวต้มเจ้าอร่อยอยู่ใกล้ๆ ที่ผมนี่เองเดินไปด้วยกันนะ”

สิ้นเสียงเขาก็คว้ามือเธอหมับพาเดินออกไป ญาณินเดินตามไปอย่างเร็วแบบแทบไม่ได้ตั้งตัว พอรู้ตัวอีกทีมือของตัวเองก็อยู่บนแขนติณห์แล้ว

ป้าออถือตะกร้าไปเก็บผักธรรมชาติที่ขึ้นอยู่มากมายกลับมา ยิ้มแย้มดีใจที่ไม่ต้องซื้อต้องหา ทุกอย่างมีอยู่สองข้างทาง แต่พอมาถึงหน้าบ้านร้องเรียกญาณิน กลับเจอเพนนีมาถามหาติณห์ บอกว่าที่บ้านก็ไม่มี ที่นี่ก็ไม่มี ระแวงจี๊ดขึ้นมาทันทีว่า

“แล้วนี่ยัยยิปซีมันหายไปไหน มันเอาติณห์ไปกกที่ไหนบอกมา!”

ป้าออหมั่นไส้ บอกว่าไม่ทราบถึงทราบก็ไม่บอก ถูกเพนนีตะคอกว่าจะบอกมาดีๆ หรือจะให้ใช้กำลัง

“คุณเพนนี!!” เสียงทนายสมชาติแทรกเข้ามา “ถ้าคุณติณห์ทราบว่าคุณทำตัวอย่างนี้คงจะไม่ปลื้มแน่ๆ”

เพนนีผลักป้าออแทบล้มด่า “ไม่ต้องมาสาระแน อีแก่ ฝากไว้ก่อนเถอะ” แล้วเดินสะบัดออกไป ทนายสมชาติรีบเข้าไปถามอย่างเป็นห่วงว่า “เป็นอะไรไหมครับคุณอรวรรณ”

“สะเทือนใจนิดหน่อยค่ะ ไม่นึกว่าจะมาเจอแบบนี้”

ทนายสมชาติมองหน้าป้าอออย่างสงสารสะเทือนใจ

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ตัดสินใจจะไปช่วยใบหม่อนเอง เธอไปดักพบหมอวรวรรธที่หน้านิติเวช พอเขามาเธอรีบเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ไม่ทันได้พูดอะไรกัน เธอก็ตกใจเมื่อเห็นณัฐเดชจอดรถลงมาพอดี เธอรีบลากหมอวรวรรธหลบเข้าตึก

ณัฐเดชเห็นหลังเนตรสิตางศุ์ไวๆจึงรีบตามไป

หมอวรวรรธงงว่าทำไมเนตรสิตางศุ์จึงมีท่าทีลนๆเหมือนหนีใครมา เธอบอกเขาตามตรงว่าตนมาหาเขาโดยที่ณัฐเดชไม่รู้ ขอร้องให้เก็บเป็นความลับด้วย หมอลังเลกลัวจะมีปัญหาเพราะณัฐเดชมองตนไม่ดีในเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว

เนตรสิตางศุ์ยกมือไหว้ขอร้อง หมอวรวรรธใจอ่อน ก็พอดีเห็นณัฐเดชเดินมาถึง เขาพาเธอเข้าไปในห้องดับจิตทันที ลากแรงไปหน่อยเลยทำให้แว่นดำเธอหลุดกระเด็นไป

“แว่นฉัน!” เนตรสิตางศุ์ตกใจที่แว่นหล่น พยายามจะไปเอาแว่น ถูกหมอวรวรรธขู่ว่า จะเอาแว่นหรือจะให้พี่ชายจับได้ว่ามาแอบอยู่ที่นี่ เนตรสิตางศุ์ร้องไห้ฮือๆ บอกว่า “ฉันจะเอาแว่น...”

เห็นน้ำตาเธอ หมอก็ใจอ่อนบอกว่าเดี๋ยวออกไปเอามาให้ พอเปิดประตูหมอก็ชะงักกึกเพราะณัฐเดชมายืนรออยู่แล้ว

ณัฐเดชถามว่าผู้หญิงที่มากับเขาเมื่อกี้ไปไหนแล้ว หมอทำไขสือ ณัฐเดชคาดคั้นว่า “ผู้หญิงที่ดูเหมือนยัยเนตร น้องสาวฉันที่เดินเข้ามากับแกเมื่อกี้อยู่ไหน!?”

หมอวรวรรธหันมองในห้องไม่เห็นเนตรสิตางศุ์แล้ว หมอเป่าลมออกมาอย่างโล่งอก ทำใจเย็นสู้เสือบอกว่า

“พี่เห็นผมเข้ามากับผู้หญิงน่ะผมไม่เถียง แต่พี่คิดว่าเป็นน้องพี่เนี่ยนะ น้องสาวพี่จะมาทำอะไรที่นี่”

“อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกก็แล้วกัน”

เนตรสิตางศุ์นอนฟังอยู่ใต้ผ้าห่มข่มตัวเองจนแทบไม่กล้าหายใจ เงี่ยหูฟังอย่างอยากรู้

ทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องเมื่อ 5 ปีก่อนที่หมอวรวรรธพาสุพิชชาคนรักของณัฐเดชไปเข้าห้องยิม ณัฐเดชเห็นแว้บๆ ถามว่าเมื่อกี้พาใครเข้าห้องยิม ลืมกฎที่ว่าห้ามพาผู้หญิงเข้าห้องยิมไปแล้วหรือ

วรวรรธปฏิเสธ ณัฐเดชไม่เชื่อเปิดประตูเข้าไปดู เจอสุพิชชากำลังเดินเลือกอุปกรณ์อย่างสบายใจอยู่ พอหันมาเห็นกันต่างก็ตะลึง ณัฐเดชถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมเธอมากับวรวรรธ เธอย้อนถามว่า “ไหนพี่ณัฐบอกว่าพี่ณัฐไปสิงคโปร์”

วรวรรธเดินตามเข้ามาพูดด้วยใบหน้าซีดๆว่าตนพาแฟนมาแต่ไก่โห่อย่างนี้ไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็น ขอร้องอย่าบอกใครเลย ณัฐเดชตาแดงก่ำถามว่า “แฟนนายเหรอ...พีชเป็นแฟนนายตั้งแต่เมื่อไหร่”

“พีชบอกผมว่าเขาเพิ่งอกหัก ไม่มีใคร มันเป็นความผิดของผมเหรอครับ” วรวรรธย้อนถาม

เนตรสิตางศุ์จึงรู้ว่าที่จริงแล้ว สุพิชชาทิ้งณัฐเดชไปคบหมอวรวรรธนี่เอง ได้ยินพี่ชายตัดบทว่าไม่อยากฟังเรื่องนี้อีกแล้ว ถามว่าเรื่องคดีใบหม่อนคืบหน้าถึงไหนแล้ว หมอวรวรรธตอบอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า ยังไม่มี ถ้ามีแล้วจะเรียนนำเสนอ

เมื่อณัฐเดชออกไปแล้ว เนตรสิตางศุ์รีบลุกจากใต้ผ้าห่มที่กำลังมีผมผู้หญิงเลื้อยเข้ามาปิดหน้าเธอ

หมอวรวรรธจะเรียกณัฐเดชมาพาเธอกลับ เพราะตนไม่อยากมีปัญหากับเขา ถูกเธอขู่ว่า จะฟ้องพี่ชายว่าเมื่อกี้เขาโกหกเพื่อช่วยตน ขู่แล้วขอร้องหมอวรวรรธ

ให้พาตนไปพัทยาด้วย เพราะตนสัญญากับใบหม่อนไว้ว่าจะตามหาฆาตกรที่ฆ่าเธอให้ได้ แล้วบีบน้ำตาน่าสงสาร

“อย่าคิดว่าวิธีนี้จะบังคับผมให้ใจอ่อนเด็ดขาด ผมจะไปทำงานแล้ว” พูดแล้วจะเดินเข้าไป คราวนี้เธอร้องไห้เสียงดังตัดพ้อว่า คนใจดำ แย่งแฟนพี่ชายแล้วยังใจร้ายกับน้องสาวอีก หมอวรวรรธชะงักกึก ทำหน้าอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด เดินกลับมาบอก “ผมทนน้ำตาผู้หญิงกับคำตัดพ้อต่อว่าแบบนั้นไม่ได้...”

ooooooo

ระหว่างกินข้าวต้มนั้น ญาณินตัดสินใจที่จะบอกติณห์เกี่ยวกับเรื่องที่คุณหลวงฝากฝังไว้ เธอเลียบเคียงถามว่า เขาไม่มีญาติพี่น้องที่นี่บ้างหรือ

เขาบอกว่ามีแต่ไม่รู้อยู่ไหน ที่เห็นก็มีแต่กำนันพงษ์ ที่แม่บอกว่าเป็นหลานชายของเลขาฯของคุณตา และทนายสมชาติที่คอยดูแลเรื่องบ้านกับที่ดินให้

“คุณติณห์ เรื่องรื้อเรือนไทยของคุณหลวงฉันว่าคุณ...”

“โน...นี่ไม่ใช่เวลาทำงาน ผมไม่คุย” พูดแล้วชวนกลับเลย ญาณินเลยไม่คุยเรื่องงาน แต่ถามเรื่องเมื่อคืนว่าที่มีคนคิดทำร้ายเขา คิดว่าเป็นฝีมือใคร ติณห์คาดว่าคงเป็นพวกผู้รับเหมาที่ทิ้งงานไปและตนไม่จ่ายค่าแรงให้

ติณห์นึกขึ้นได้ถามว่า แล้วคุณตาไม่มาไล่เธอบ้างหรือ

“คุณตาคุณไม่ได้ขัดขวางการสร้างรีสอร์ตนะ ท่านบอกว่าอยากให้ฉันช่วยคุณทำรีสอร์ตให้สำเร็จด้วยซ้ำ”

“บอกยังไง โทร.มาบอกหรือไง...เฮ้อ ไม่ต้องสร้างเรื่องมาซัพพอร์ต เอ่อ...สนับสนุนตัวเองหรอก ไงๆผมก็จ้างคุณทำงานอยู่แล้ว คุณก็ช่วยทำให้ดีๆหน่อยก็แล้วกัน”

ญาณินยืนยันว่าตนไม่ได้สร้างเรื่อง ตนพูดจริง ก็พอดีมือถือเธอดังขึ้นเลยรับสาย เป็นสายจาก 3 สาวถามแซวๆว่า เมื่อคืนเป็นไงมั่ง เลยถูกสวนเอาว่า “พวกแกคิดอะไรให้มันดีๆหน่อยนะ ฉันมาทำงานไม่ได้จะมาหาแฟน”

3 สาวร้องประสานเสียงกันล้อๆว่า “ไม่เชื่อออออ” โดยมีก๊องเงี่ยหูฟังอยู่อย่างสนใจ

พอดีญาณินเห็นกำนันพงษ์เดินเข้าไปหาเสี่ยปิงในร้านอาหาร เลยตัดสายแล้วรีบไปแอบฟัง ได้ยินกำนันบอกเสี่ยว่า

“ผมก็คาดไม่ถึงครับเสี่ย เด็กผู้หญิงนักออกแบบตกแต่งพวกนี้ดื้อด้านมากกว่าที่คิดจริงๆ”

เสี่ยบอกว่าเดี๋ยวจับมาปล้ำเรียงตัวแล้วส่งไปขายชายแดนเสียเลย กำนันติงว่าเสี่ยอย่าพูดอย่างนั้น ใครมาได้ยินเข้าจะว่าเราเป็นผู้ร้าย เสี่ยเลยตัดบทจริงจังว่า

“ไม่รู้ล่ะ กำนันต้องหาทางกำจัดพวกมันไปให้ได้ ให้เหมือนพวกผู้รับเหมาและช่างทีมก่อนๆ ถ้าเรื่องแค่นี้กำนันทำไม่สำเร็จก็เป็นอันว่ากำนันอดค่านายหน้าทั้งหมด แล้วกำนันก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาให้ผมเห็นด้วย!!”

ญาณินจึงเข้าใจว่าทำไมคุณหลวงถึงไม่อยากให้ติณห์ไปยุ่งกับกำนัน ที่แท้ก็เพราะกำนันเป็นนายหน้าขายที่ดินผืนนี้นั่นเอง

คิดแล้วสมเพชติณห์ที่ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย ก็พอดีเขาเดินมาเร่งให้ไปกัน เพราะเรามีธุระต้อง คุยกันอีกเยอะ ญาณินถามว่าไปไหน เขาไม่บอกแต่ลากเธอไปเลย

ooooooo

ก๊องแอบฟังการคุยโทรศัพท์จับความได้ว่ากำลังมีการทำโปรเจกต์ที่รีสอร์ตอยู่ สอดเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า ถูกกรรัมภา สุคนธรส และกรรณา ถามว่างานที่ให้ทำนั้นทำเสร็จหรือยัง ให้ไปรับเอกสารที่ผู้รับเหมาเอามาแล้วรึยัง??

โดนสาวๆรุมว่า ก๊องเลยคว้าหมวกกันน็อกจะออกไป ชนเข้ากับผีเจ้าที่เข้าอย่างจังเลยเม้าท์กันต่อเรื่องผีๆ เถียงกับผีเจ้าที่ว่า ผีไม่มีจริง ผีเจ้าที่บอกว่า ผีมีจริง ก๊องถามว่า

“เห็นอ๊ะเปล่า ทุกคนไม่มีใครตอบได้หรอกว่าตัวเองเคยเจอผีจังๆ มีแต่เคยฟังเขาเล่ามา อย่างมากก็ผีอำ ฝัน ไม่ก็เมายา” เจ้าที่ถามว่าอยากเห็นผีไหมล่ะ “เห็นผี... แบบพี่เนตรน่ะเหรอ พวกเพื่อนๆพี่กรรณทุกคนไม่มีปกติสักคน แต่ละคนบ๊องๆติงต๊องๆ ผมว่าพี่เนตรแกก็ไม่เห็นผีจริงๆหรอก แกหลอน”

“แกเป็นใคร กล้าดียังไงมาหาว่าน้องฉันหลอน” ณัฐเดชได้ยินพอดี เดินเข้ามาถาม

ก๊องเห็นณัฐเดชในชุดนอกเครื่องแบบแต่แขวนตราตำรวจที่คอก็หนาวเยือก ณัฐเดชถามว่าเป็นใคร ทำไมถึงกลัวตำรวจ ก๊องแก้ตัวพัลวันว่าที่นี่ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายอะไรทั้งนั้น แล้วหันไปถาม รปภ.ว่าจริงไหมพี่ แต่ไม่เห็นใครเลย

“พี่เพ่ออะไรที่ไหน...แล้วทำไมอยู่ๆมาเพ้อรำพันถึงน้องสาวฉัน ใช้สารเสพติดอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นนายพูดคนเดียวอยู่ตั้งนาน”

“ใครพูดคนเดียว ผมไม่ได้พูดคนเดียว” ก๊องเถียงคอเป็นเอ็นเพราะเห็นๆอยู่ว่า รปภ.มายืนคุยด้วย

ณัฐเดชมาตามหาเนตรสิตางศุ์ว่าหายไปไหน ที่บริษัทก็ไม่มีใครรู้ เขาบ่นว่าทำงานกันยังไงคนหายไปไม่มีใครรู้ ทั้งสุคนธรสและกรรัมภาบอกว่าเนตรสิตางศุ์บรรลุนิติภาวะแล้ว จะให้มานั่งเฝ้ากันเหมือนเด็กๆได้ไง

ณัฐเดชโมโหโทร.สั่งจ่าให้แจ้งตำรวจจราจรช่วยตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยทุกคัน ถ้าเห็นน้องสาวตนซ่อนอยู่ให้ยึดตัวเอาไว้ เดี๋ยวตนจะส่งรูปไปให้ดู สุคนธรสกับกรรัมภาเห็นอาการของณัฐเดชแล้วมองกันอย่างเหนื่อยใจ

หารู้ไม่ว่า เนตรสิตางศุ์เกาะมอเตอร์ไซค์หมอวรวรรธไปอย่างฉลุย แต่เธอก็กลัวแทบขาดใจเมื่อเห็นผี 3 ตัวนั่งซ้อนกันขึ้นเกาะเอวตนอยู่ เธอกลัวจนร้องไห้ ขอให้หมอวรวรรธรับปากว่ากลับไปจะทำสังฆทาน จนหมอรับปากเธอจึงบอกผีพวกนั้น ไม่นานผีก็หายไป

หมอวรวรรธงงมากที่เธอพูดกับผีได้ หันมอง รอบๆอย่างไม่เชื่อ

ooooooo

ติณห์ขับรถพาญาณินมาที่บ้านทนายสมชาติ ซึ่งทนายกับป้าออยืนรออยู่แล้ว ทนายสมชาติเล่าถึงพ่อที่เขาจะพาไปพบให้ทุกคนฟังว่า

“คุณพ่อผมเคยเป็นเด็กรับใช้ในบ้านคุณหลวงครับ คุณหลวงชอบเรียกพ่อไปทำบัญชีให้บ่อยๆ แต่ช่วงหลัง คุณพ่อไปช่วยงานคุณมะลิ ภรรยาคนเล็กสุดของคุณหลวง ช่วยดูแลเรื่องมรดกที่ดินทั้งหมด จนตำแหน่งหน้าที่ของท่านตกทอดมาถึงผมนี่แหละครับ วันที่คุณหลวงเสีย คุณพ่อผมก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย”

แล้วทนายสมชาติก็พาเดินไปที่ศาลาริมน้ำ ชี้ให้ดูตาพุ่มพ่อของเขาวัย 94 ปี ที่นั่งมองวิวตรงหน้า แววตา เลื่อนลอย ปากก็งึมงำอะไรในลำคอเบาๆ

“คุณพ่อครับ คุณติณห์มาเยี่ยมครับ”

ตาพุ่มค่อยๆหันมองแววตาเลื่อนลอยแล้วเสียงงึมงำในลำคอก็ดังออกมาเป็นเสียงเพลง “งามแสงเดือน... มาเยือนส่องหล้า...งามใบหน้า เมื่ออยู่วงรำ...”

ทุกคนมองอึ้ง...

ooooooo

เมื่อหมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์มาถึงหน้าโรงละครพัทยา เธอยังเห็นพวกผีต่างๆตามมา แต่พอบอกเขา กลับถูกเขาพูดขำๆว่า

“ผมว่าพี่ณัฐแกออกจะบ๊องๆนิดๆแล้วนะ แต่คุณนี่...บ๊องกว่าพี่ชายอีก”

เนตรสิตางศุ์เบื่อที่จะพูดอีกเพราะพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ที่ทำให้เธอตกใจจนต้องบอกหมอวรวรรธคือ เธอเห็นใบหม่อนยืนตายซากอยู่ใกล้ๆนั้น หมอวรวรรธฟังแล้วยิ่งตลก แต่เนตรสิตางศุ์ขำไม่ออก

เมื่อพาเธอมาส่งในโรงละครแล้ว หมอวรวรรธกำชับว่า มาส่งถึงที่นี่ตนก็ต้องทำงานแล้ว ขอให้เธออยู่เฉยๆ ระหว่างที่ตนทำงานห้ามเธอทำอะไรวุ่นวายเด็ดขาด ทำได้แค่สังเกตการณ์เฉยๆ แล้วหันไปบอกพนักงานว่า “มาพบคุณปาณัทครับ”

ทันทีที่หมอวรวรรธเดินเข้าไป ใบหม่อนก็พรวดมาขวางเนตรสิตางศุ์ไว้ เธอถึงกับตัวสั่น บอกใบหม่อนที่จ้องเขม็งว่า

“เนตรมาช่วยสืบคดีของคุณตามสัญญาแล้ว ใจเย็นๆนะคะ” พลางจะเดินตามหมอวรวรรธไป จู่ๆ ลูกข่างก็วิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องคอสตูมถามหาทีมเสื้อผ้าของตนว่าหายไปไหน ทำไมไม่มาเตรียมชุดไว้ให้นักแสดงอีก พอเห็นเนตรสิตางศุ์ก็รี่เข้าไป

“เอ๊ะ...เธอเป็นเด็กฝึกงานแล้วมาอู้อีก เดี๋ยวแม่ตีตายชักเลย กำลังยุ่งๆเลยนะจ๊ะ” ว่าแล้วลากแขนเนตรสิตางศุ์ไปเลย

ooooooo

ตาพุ่มร้องเพลงงามแสงเดือนจบก็ต่อด้วยเพลงรำวงดาวพระศุกดิ์ แต่ร้องได้อึดใจเดียวจู่ๆก็หยุดกึกนั่งค้าง แข็งนิ่งเหมือนไฟดับ ทุกคนมองหน้ากัน ป้าออพยักหน้าให้ทนายสมชาติรีบเข้าไปจับมือพ่อบีบให้รู้สึกตัว บอกว่า

“คุณพ่อครับ นี่คุณติณห์หลานชายคุณหลวงพิชัย–ภักดีครับ คุณติณห์แกกลับมาอยู่ที่นี่แล้ว”

ตาพุ่มมองตาเป็นประกายร้องทักและยกมือไหว้ ติณห์รับไหว้แทบไม่ทันบอกว่าไม่ต้องไหว้ตนหรอก

ตาพุ่มชมว่าคุณหนูหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้คุณตา เลย ทนายสมชาติจึงแนะนำญาณินว่าเป็นคนตกแต่งรีสอร์ตคนใหม่ของติณห์ และแนะนำป้าออว่าเป็นคนดูแลญาณิน

ญาณินถามถึงเหตุการณ์วันที่คุณหลวงท่านเสีย ขอให้ตาพุ่มช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม

“วันที่คุณหลวงเสียเหรอ...ตอนนั้น ลุงยังเด็กมาก แต่ลุงจำได้ว่า ลุงนั่งทำบัญชีอยู่ ตอนที่พี่มะลิพี่สาวของลุงภรรยาคนสุดท้ายของคุณหลวงกำลังจะไปทำบุญที่วัด...”

มะลิมาสั่งพุ่มในวัย 15 ปีว่า คุณหลวงท่านไม่ค่อยสบายคลื่นไส้วิงเวียนตั้งแต่เช้า ตนสั่งเด็กต้มยาหม้อไว้ฝากให้ช่วยยกไปให้ท่านด้วย ตื่นมาจะได้กินทันที ตนต้องรีบไปวัดเพราะเป็นประธานวันนี้ ไม่อยากไปสาย

พุ่มทำตามคำสั่งเอายาไปวางไว้ที่หัวเตียงแล้วกลับมานั่งทำงานต่อ อยู่ๆก็มีเสียงตึงตังโครมครามในห้องคุณหลวง พอวิ่งไปดูเจอคุณหลวงกำลังชักกระตุกที่พื้น ตาเหลือก อาเจียน พุ่มตะโกนขอความช่วยเหลือ ประคองคุณหลวงขึ้นมาไม่นานท่านก็สิ้นใจคาตัก

“คุณหลวงสิ้นใจคามือสองข้างของลุงนี่เอง” ตาพุ่มสรุป ชี้แจงว่า “คุณหลวงท่านเป็นคนแข็งแรง แต่พอย้ายมาอยู่เรือนไทยริมน้ำท่านก็เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ หมอญี่ปุ่นมาดูบอกว่าท่านความดันต่ำ พี่มะลิเลยไปให้หมอไทยจัดยาหม้อมาดื่มบำรุง แต่ก็ไม่ดีขึ้น แล้วท่านก็...ไปดี”

ทนายสมชาติถามว่าแบบนี้ท่านก็ไม่ได้ฆ่าตัวตายใช่ไหม ตาพุ่มยืนยันทันทีว่า “ฆ่าตัวตายสิ” แล้วแจงรายละเอียดว่า “จริงๆแล้วท่านเครียดที่ถูกจับได้ว่าโกงสมบัติชาติ ความดันเลยตก เวียนหัว อาเจียน อารมณ์แปรปรวน ท่านเลยป่วยแล้วก็ตาย”

ญาณินเถียงว่าไม่จริง ให้ตาพุ่มคิดดีๆอาจมีอะไรบาง อย่างที่มองข้ามไปก็ได้ ยืนยันว่า คุณหลวงไม่ ได้ฆ่าตัวตาย

“คุณหลวงฆ่าตัวตาย” ตาพุ่มเสียงแข็ง ญาณินเสียง แข็งบ้างว่าไม่จริงเพราะคุณหลวงบอกตนมาไม่ใช่อย่างนี้

“พอได้แล้ว” ติณห์ฉุนขาดพูดเกือบเป็นตวาดใส่ญาณินแล้วเดินออกไปทันที

ooooooo

ญาณินตามออกไปหว่านล้อมว่า ตาพุ่มอาจตกหล่นหลงลืมอะไรไปบ้าง อีกสองสามวันค่อยมาคุยใหม่ดีไหม ติณห์ไม่มาอีกแล้ว ซ้ำยังบอกเธอว่าอย่ามาปั่นหัวกันเลย ตนไม่เชื่ออีกแล้ว

“ลึกๆแล้วคุณเชื่อฉัน คุณรักคุณตาของคุณ และคุณก็ข้องใจมาตลอดว่าคุณตาของคุณตายเพราะอะไรกันแน่ คุณอยากให้คุณหลวงบริสุทธิ์ ไม่อย่างนั้นคุณไม่กลับมาเมืองไทย มาสร้างรีสอร์ตบนที่ดินของคุณตาคุณเพื่อพิสูจน์ความจริงหรอก!”

“ไม่จริง ผมเกลียดแกรนด์ปา” ติณห์เสียงดัง ญาณินเสียงดังยิ่งกว่าว่าเขาไม่ได้เกลียด เขาคว้าแขนเธอบีบอย่างแรงบอกว่า “ผมจะรื้อเรือนไทย จะเอารูปแกรนด์ปาออกไป ผมไม่ต้องการได้ยินเรื่องของแกรนด์ปาอีก ถ้าคุณพูดอีกครั้งผมจะไล่คุณออก!!”

ป้าออกลัวไม่ได้งานรีบเตือนสติญาณินให้ใจเย็นๆ เธอบอกว่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้ตนมีสติที่สุดแล้วรับรองไม่ทำให้เสียงาน ว่าแล้วเดินพุ่งตามติณห์ไป ทนายสมชาติพูดตามหลังว่า “ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณติณห์แค่ขู่ ไม่ไล่ออกจริงๆหรอก”

ญาณินตามไปยื่นคำขาดว่าตนไม่ให้รื้อเรือนไทย ติณห์อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินพูดคำไหนคำนั้น

“เจ้าของตัวจริงคือคุณหลวงพิชัยภักดี และคุณหลวงก็ต้องการให้คุณสร้างรีสอร์ตโดยเก็บเรือนไทยของท่านไว้ อีกอย่างท่านบอกว่าไม่อยากให้คุณสนิทสนมกับกำนันพงษ์ ถ้าคุณมีเรื่องอะไรก็ให้ปรึกษาทนายสมชาติคนเดียวเท่านั้น แล้วเรื่องสำคัญที่สุด คุณหลวงห้ามคุณแต่งงานกับยัยปากแดง ท่านไม่ชอบ”

เพนนีถามว่าหมายถึงใคร จะพรวดเข้าไปหาญาณิน แต่ติณห์เดือดยิ่งกว่าย้อนถามว่าตนจะแต่งกับคนปากแดงปากส้มแล้วใครจะทำไม ใครก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามตนได้ ญาณินพยายามใจเย็นบอกว่าคุณหลวงให้ตนมาบอกเขา ถูกเย้ยว่าอย่างนั้นเธอก็เป็นตัวประหลาด พูดกับผีได้

“ใช่ ฉันมันตัวประหลาด แต่ฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณ ฉันแค่ทำทุกอย่างที่คิดว่ามันถูกต้องและต้องทำ...ถ้าไม่เชื่อ ก็ขอให้คุณอยู่กับคนดีของคุณเถอะ ฉันจะกลับกรุงเทพฯแล้ว!!”
ติณห์ไล่ตะเพิดว่าเชิญเลย แล้วไม่ต้องกลับมาอีก เพนนีดี๊ด๊าเข้าไปชมติณห์ว่า “เก่งมาก ทำถูกแล้ว คนดีของเพนนี”

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ตีขลุมเป็นเด็กใหม่เข้าไปรีดผ้าให้นักแสดง ถูกมาริโอ้กับแองเจโล่เข้ามาเกาะแกะก่อกวน ลูกข่างไล่ตะเพิดให้ไปไกลๆเลย เพราะน้องคนนี้เป็นหญิงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ระหว่างนั้น ปรากฏร่างใบหม่อนมามองทุกคนด้วยความแค้นเคือง

ส่วนหมอวรวรรธไปหาปาณัทขอรายละเอียดการตายของใบหม่อน ให้เหตุผลว่าเพราะจากการผ่าศพพบว่า ใบหม่อนมีเลือดออกในทางเดินอาหาร แต่ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย เชื่อว่าเธอน่าจะเสียชีวิตจากการถูกยาพิษ

“คุณหมอช่วยใบหม่อนด้วยนะครับ ผมอยากให้เธอได้รับความเป็นธรรม...ใคร...ใครมันเลวทรามได้ขนาดนี้!” ปาณัทขอร้องหมอ กุมหัวอย่างเครียดหนัก

ส่วนเนตรสิตางศุ์ถูกใบหม่อนทวงถามว่าไหนบอกว่าจะมาช่วยตน เธอบอกว่ากำลังดูอยู่ คนที่นี่น่าสงสัยทุกคน ใบหม่อนชี้ชัดลงไปว่าต้องเป็นออนซ์แน่ๆ ซึ่งเนตรสิตางศุ์คิดว่าก็น่าจะเป็นไปได้ที่เธอทำเพื่อแย่งบทนางเอกจากใบหม่อน

เนตรสิตางศุ์ถามมาริโอ้ว่า ทำไมน้องออนซ์ถึงมาเป็นนางเอกแทนใบหม่อนได้

ไม่ทันที่มาริโอ้จะเล่า เนตรสิตางศุ์เห็นใบหม่อนพุ่งพรวดทะลุประตูออกไปอย่างฉุนเฉียวจึงรีบตามไปดู ไปเห็นปาณัทกำลังกอดกันอยู่กับน้องออนซ์ ใบหม่อนจ้องเขม็งจนเกิดลมพัดกระพือข้าวของปลิวคว้าง ผู้คนตกใจโกลาหล

“พวกแก...ตาย!” ใบหม่อนคำรามอย่างดุร้าย เนตรสิตางศุ์ต้องรีบเข้าไปปลอบให้ใจเย็นๆ ตนกำลังช่วยเธออยู่ เธอทำอย่างนี้จะยิ่งทำให้ผู้คนเกลียดกลัวเธอตลอดไป ใบหม่อนขอให้เธอสัญญา “ได้ค่ะ เนตรสัญญา เนตรจะมาที่นี่ทุกวันเลยนะคะ” ทำให้ใบหม่อนสงบลง

เนตรสิตางศุ์ดูนาฬิกาเป็นเวลาบ่ายสามโมงที่ณัฐ–เดชต้องมารับแล้ว ใจร้อนอยากจะกลับแต่หาหมอวรวรรธไม่เจอ วิ่งออกมาโทร.เข้ามือถือก็ไม่มีคนรับสาย เหลือบเห็นรถตู้กรุงเทพฯ-พัทยาแล่นผ่านไป เธอมองตามรถคันนั้นไปไม่ละสายตา

ooooooo

ที่รีสอร์ตติณห์...ขณะญาณินตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯนั่นเอง มีลมพัดแรงมากระทบ เธอรู้ว่านั่นคือคุณหลวง เธอขอโทษเพราะทำเต็มที่แล้ว ถามว่ามีอะไรกับตนอีกไหม

คุณหลวงปรากฏตัวตรงที่ดินริมน้ำ ขอให้ญาณิน อยู่ช่วยติณห์นานอีกสักนิด จนกว่าเขาจะเปิดรีสอร์ตสำเร็จ เธอถามว่าแล้วจะให้ตนอยู่ในฐานะอะไร

“ฐานะลูกจ้างฉันน่ะสิ ฉันมีทองคำซ่อนอยู่ที่ดินผืนนี้ มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้าหนูรับปากว่าจะทำงานให้ฉัน ฉันจะบอกที่ซ่อนทองคำให้ ไม่รู้ว่าทองคำสมัยนี้บาทละเท่าไหร่” ญาณินบอกว่าบาทละ สองหมื่นห้า “ฉันมีทองคำแท่งอยู่แท่งละสิบบาท ถ้าหนูยอมช่วยฉัน ฉันยกให้หนู สิบแท่งเลย”

ญาณินอุทานว่า สิบแท่งก็สองล้านห้า แต่ก็ยังเล่นแง่เสนอว่าตนมีเพื่อนอีก 4 คนให้คุณหลวงเลือกเอาก็แล้วกัน แต่คุณหลวงไม่เอา เจาะจงเลือกเธอเพราะรู้ว่าติณห์ชอบผู้หญิงแบบนี้ เพื่อนเธอสองคนก็ผอมเหมือนกุ้งแห้ง อีกสองคนก็เปราะบางเหมือนตุ๊กตา เสนอแล้วเป็นเธอลังเล คุณหลวงถามว่า

“หนูไม่สงสารมันเหรอ...อย่าคิดนานนักนะ หนูก็เห็น ว่าเจ้าติณห์มีทั้งคนทั้งผีคิดร้ายอยู่เต็มไปหมด เจ้าติณห์ต้องการใครสักคนที่อยู่ข้างมันจริงๆเหมือนอย่างหนู ไม่อย่างนั้นมันหายนะแน่ๆ”

“สองล้านห้าแน่ะ...เอาไงดี” ญาณินคิดหนัก

ที่ริเวอร์มูนรีสอร์ต เสี่ยปิงชอบใจมากชมเพนนีว่าเก่งมากที่ไล่นักตกแต่งสาวคนนั้นไปได้ สองพ่อลูกวางแผนจะซื้อที่ดิน แล้วรวบรัดให้เพนนีแต่งงานกับติณห์ และสร้างเรือนหอทับเรือนไทยเสียเลย แต่ถ้ามีปัญหา เสี่ยก็จะให้ลูกชายที่กำลังจะกลับมาจัดการเคลียร์ทุกอย่างแทนตน พูดทิ้งไว้ให้เพนนีเตรียมใจว่า

“ถ้าจุดสุดท้าย...มันกลายเป็นแบบนั้น เพนนี...แกก็ต้องตัดใจซะนะ”

เพนนีนิ่งไป หน้าซีดเผือด

ooooooo

ณัฐเดชเป็นห่วงน้องสาวจนสติแตก ส่งกำลังตำรวจมาตรวจค้นบริษัทซิกซ์เซ้นส์เพราะคิดว่าเนตร-สิตางศุ์คงถูกฆาตกรรมอยู่ในนี้ ระหว่างตรวจค้นนั้น เนตรสิตางศุ์ซึ่งรู้เวลาของพี่ชายกลับมาถึงพอดี เดินเข้ามาถามพี่ชายหน้าใสซื่อว่า

“เกิดอะไรขึ้นคะพี่ณัฐ...ทำไมตำรวจเต็มเลย”

“ยัยเนตร!!!” ณัฐเดชโผเข้าหาน้องสาวด้วยความดีใจสุดชีวิต

ณัฐเดชสอบถามเนตรสิตางศุ์ว่าหายไปไหนมา เธอปดว่าเมื่อคืนไปเลือกลายผ้าม่านจนดึกเลยนอนที่ห้องเก็บของหลับไม่รู้เรื่อง ปิดเสียงโทรศัพท์เลยไม่ได้รับสายใคร แล้วตัดบทเร่งให้รีบกลับบ้านกันเถอะตนเหนื่อยแล้ว พอดีมือถือของเธอสั่น กรรณาไปหยิบดูเห็นชื่อหมอวรวรรธก็เอะใจ กำลังจะกดรับ เนตรสิตางศุ์ก็มาคว้าไปกดปิดเครื่องแล้วเอาไปเลย

กรรณามองตามเพื่อนรักไปอย่างสงสัยจับผิดว่า ทำไมหมอวรวรรธถึงโทร.มาหา??

เวลาเดียวกันที่บ้านไตรรัตน์ อาอี๊ยังคงดูแลอาม่าตามเดิม วันนี้ก็สอนอาม่าให้แกว่งแขน พออาม่าทำไม่ถูกก็บอกให้อดทนหน่อย ทำแค่นี้ก็บ่นเหนื่อยแล้วหรือ ถูกเสี่ยจำเริญติงว่าอย่าดุอาม่านักสิ

“ฉันแค่ทำหน้าที่คนอาศัยที่มีความกตัญญูเท่านั้นแหละ อยากได้คำพูดหวานๆก็ให้เมียตัวเองมาทำหน้าที่สะใภ้ที่ดีสิ”

พูดแล้วสะบัดไปเลย พอดีไตรรัตน์กลับมาจึงดูแลอาม่าแทน อาม่าพูดอย่างชื่นชมว่า

“อาตี๋เล็ก ลื้อเป็นเด็กที่ดีมาก ลื้อต้องประสบแต่ความสุขความเจริญ ได้พบกับเนื้อคู่เร็วๆนี้และได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองสืบตระกูลของเราต่อไป”

เจ๊หญิงเอาโทรศัพท์มายื่นให้เขาโทร.นัดสุคนธรสมาดินเนอร์กัน เพราะเธอช่วยพวกเราไว้เยอะต้องชวนเธอไปกินอะไรดีๆเป็นการตอบแทน

ไตรรัตน์ฟังแล้วหงุดหงิดหาว่าพ่อกับแม่เชื่อได้ยังไงว่า “ยัยทอม” นั่นเป็นคนช่วยให้อาม่าดีขึ้น พูดอย่างสมเพชว่า

“เรื่องไล่ผีหรือเรื่องเข้าทรงอากงเพ้อเจ้อทั้งนั้น ยัยสุคนธรสก็แค่พวกหาเงินจากความงมงายของคน”

อาม่าถามว่าแล้วเธอเคยเรียกเงินไปกี่บาท เสี่ยบอกว่าไม่เคยไม่เหมือนกับหมอสมคิด พอดีเจ๊หญิงโทร.ติดรีบเอาโทรศัพท์มายัดใส่มือไตรรัตน์ให้เป็นคนนัด เสี่ยจำเริญเข้าไปกระซิบลูกชายว่า

“ถ้าเป็นพ่อ พ่อจะลองปรึกษาหนูสุคนธรสว่าเราจะกำจัดไอ้หมอผีขี้งกไปจากแม่เราได้ยังไง”

ไตรรัตน์ฟังแล้วสะดุดใจ คิดได้ ตั้งสติทำเสียงนุ่มนวลชวนสุคนธรสมาดินเนอร์ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับเธอด้วย พอเธอรู้ว่าเขาจะคุยเรื่องหมอสมคิด จึงนัดพบกันที่ร้านอาหารใกล้ๆที่ปากซอยออฟฟิศตนก็แล้วกัน กินกันแบบธรรมดาๆ ตนจะได้รีบกินรีบกลับ

พออาม่ารู้ว่านัดกันเรียบร้อยแล้วก็พอใจมาก บอกว่า “แม่หนูคนนี้อาจจะทำให้อาม่าได้คุยกับอากงอีกบ่อยๆ”

ส่วนสุคนธรสก็หมายมาดว่า “บางทีจะกระชากหน้ากากหมอสมคิด เราคงจำเป็นต้องร่วมมือกะนายนี่ด้วย”

ooooooo

สุคนธรสแต่งตัวแบบปกติที่จะไปกินข้าวร้านปากซอยออฟฟิศ แต่เมื่อไตรรัตน์มารับ เขากลับพาเธอไปห้องอาหารอิตาเลียนเลิศหรูในโรงแรม ทำให้ เธออับอายขายหน้าสายตาของผู้คนที่ล้วนแต่งตัวระดับไฮโซทั้งสิ้น

แต่เธอก็ต้องทนกล้ำกลืนกับสายตาของผู้คนที่มองมา เพื่อเป้าหมายการยืมมือไตรรัตน์เล่นงานหมอสมคิด ส่วนไตรรัตน์ก็แอบยิ้มสะใจที่แกล้งเธอได้อย่างแนบเนียน

ฝ่ายญาณินแม้จะรู้ว่าถ้าไม่ได้งานนี้บริษัทซิกซ์– เซ้นส์ต้องเผชิญปัญหาหนักจนอาจอยู่ไม่ได้ แต่เธอก็ทิฐิรักษาคำพูดที่ลั่นวาจาออกไปว่าจะกลับก็ต้องกลับ

ทนายสมชาติไม่สบายใจ ถามติณห์ว่าจะปล่อยให้ ญาณินกลับไปจริงๆหรือ เพนนีบอกว่าปล่อยเขาไป เดี๋ยวตนจะให้ป๊ะป๋าช่วยหาผู้รับเหมาใหม่ให้

ป้าออไม่อยากถอนตัวอยู่แล้ว เมื่อถูกเพนนีขู่ว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานยกเลิกสัญญาก็โวยวายไม่ยอมให้ญาณินกลับหรือไม่ก็ให้ติณห์เป็นคนไล่พวกตนออกจะได้จ่ายค่าปรับให้พวกตนแทน เพนนียุติณห์ให้ไล่ออกไปเลย

“ตัดสินใจเลยคุณติณห์ ตามสัญชาตญาณของคุณเอง” ทนายสมชาติลุ้น

สุดท้ายติณห์ไม่ยกเลิกสัญญาแต่มีข้อแม้ว่าอย่าพูดเพ้อเจ้อเรื่องผีแกรนด์ปาหรือผีบ้าบออะไรให้ได้ยินอีก และให้รื้อเรือนไทยด้วย

“ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อ เรื่องเรือนไทยฉันก็ไม่รื้อ ไล่ฉันสิ ไล่เลย...ไล่เล้ย” ญาณินท้าเหยงๆ

“เรื่องอะไรผมจะไล่ให้โง่!” ติณห์สวนไป เพนนีไม่พอใจถามว่าทำไม “ผมไม่อยากมีปัญหาการฟ้องร้อง” พูดแล้วเดินผละไปอย่างรำคาญเสียงโวยวายของเพนนี

ทนายสมชาติรีบเข้าไปช่วยป้าออเอากระเป๋ากลับเข้าบ้านพักด้วยความดีอกดีใจด้วยกันทั้งสองคน

เพนนีแค้นใจนัก กลับไปบอกเสี่ยปิงว่าญาณินไม่ยอมไปกลับลำมาทำงานเฉยเลย เสี่ยปิงไม่พอใจเพราะนั่นหมายถึงติณห์ไม่ขายที่แน่ เพนนียุให้เตี่ยจัดหนักไล่ญาณินออกไปจากชีวิตติณห์เสีย

“เตี่ยจะทำยังไงก็ทำ ให้นังญาณินมันสลายตัวไปให้ได้ก็แล้วกัน เตี่ยก็จะได้ที่ดิน หนูก็จะได้ติณห์...เตี่ย เก็ตไหมล่ะคะ”

ooooooo

สุคนธรสถูกไตรรัตน์แกล้งจนเสียหน้าอับอายขายหน้ามาก เธอเลยยิ่งแกล้งเปิ่นให้เขาอายคนอื่นยิ่งกว่า จนเมื่อเดินออกจากโรงแรม สุคนธรสจะแยกไป เขาไม่ยอมบอกว่ามีธุระคุยกับเธอยังไม่เสร็จ

“แต่ฉันไม่เชื่อนายอีกแล้ว เราต่างคนต่างทำภารกิจของตัวเองไปละกัน นายก็ดูแลพ่อแม่ญาติๆของนายไป ฉันกับเพื่อนๆ จะไปจัดการกับพวกมันแบบของฉัน จบ!”

ไตรรัตน์ไม่ยอมหาว่าเธอไม่กล้าเผยความจริงว่าที่แท้ตัวเองกำลังหลอกลวงครอบครัวตน เธอกับหมอสมคิดเป็นคู่แข่งที่กำลังเล่นเกมกันเพื่อแย่งลูกค้าถุงเงินถุงทองอย่างแม่ของตน เพราะท่านคือเหยื่ออันโอชะ

“อีตาบ้า!” สุคนธรสจะชก ถูกไตรรัตน์โผเข้าใช้ตัวกันเอาไว้แล้วลากเธอไปทางบันไดหนีไฟ เธอดิ้นรนร้องให้เขาปล่อย ไตรรัตน์ท้าว่ากลัวตนหรือ สำแดงอิทธิฤทธิ์เสกหนังควายเข้าท้องตนเลย ในกระเป๋ามีเครื่องรางของขลังมากมายไม่ใช่รึ น้ำมันพรายเป็นไง ควักมาป้ายให้ตนหลงรักเลยสิ

ไตรรัตน์ลากเธอไปตามทางบันไดหนีไฟ จนถึงบริเวณสวนชั้นบนของโรงแรม สุคนธรสมองตะลึง เขาปล่อยเธอถามว่า “ถูกใจใช่ไหม ขอต้อนรับสู่ลานโชว์ของคุณได้ เพราะผมอยากลองของคุณเต็มทีแล้ว”

เจอไม้นี้เข้า สุคนธรสก็อึ้งๆ งงๆ ทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

คืนนี้ ญาณินถอดจิตออกไปพบคุณหลวงที่บริเวณรีสอร์ต คุณหลวงให้กำลังใจว่าอย่ายอมแพ้ เราต้องร่วมมือกัน รับรองว่าเธอจะได้สิ่งที่คุ้มค่ายิ่งกว่าทองหลายร้อยเท่า

ญาณินบอกว่าตนก็อยากรับข้อเสนอของคุณหลวง แต่คงทนอารมณ์เสียกับการกราดเกรี้ยวของติณห์และสะใภ้ปากแดงของคุณหลวงไม่ได้ สู้ตนมอบหมายให้เพื่อนสักคนอาจจะเป็นสุคนธรสหรือกรรณามาดูแลโปรเจกต์นี้แทน

“ยัยปากแดงไม่ใช่สะใภ้ฉัน เธออย่ามาพูดแบบนี้ ฉันไม่ยอมรับ เธอคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมกับเจ้าติณห์”

ญาณินตกใจ ถูกคุณหลวงดักคอว่า รู้ว่าเธอแอบมีใจให้หลานชายตนตั้งแต่แรกที่เธอมาแล้ว บอกว่าไม่ต้องเขินตนจะช่วยเชียร์ให้เอง ญาณินก็ยังยืนยันไม่เอา เพราะเวลาลงสนามจริงตนแพ้ ตนเจ็บไม่เห็นมีกองเชียร์ที่ไหนช่วยได้ คุณหลวงดักคออีกว่าที่จะกลับเพราะกลัวจะรักหลานชายตนใช่ไหม

“หนูไม่กลัวเพราะหนูไม่มีวันรู้สึกอะไรอย่างนั้นกลับหลานชายคุณหลวงแน่” ญาณินเสียงแข็ง

คุณหลวงเลยเปลี่ยนเป็นขอให้อยู่ดูแลหลานชายตนก่อน เพราะเขาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนแถวนี้ ช่วยให้ตนได้เป็นอิสระจะได้ไปผุดไปเกิดได้เสียที และที่สำคัญ “เธอต้องช่วยเจ้าติณห์ไขปริศนาการตายของฉันเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลฉันกลับคืนมาให้เจ้าติณห์มัน”

เหตุผลของคุณหลวงทำให้ญาณินจนใจที่จะปฏิเสธ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:52 น.