ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไตรรัตน์พาสามสาวขึ้นไปชั้นบนอย่างฮึดฮัดขัดใจ แต่ขึ้นไม่ทันถึงห้องอาม่า สุคนธรสก็ชะงักทำจมูกฟุดฟิด กรรัมภาถามว่าได้กลิ่นหรือ เนตรสิตางศุ์ถามว่า กลิ่นเป็นยังไง

“เออ...กลิ่นแปลกๆผสมปนเป ข้างบนต้องมีอะไรแน่ๆ” สุคนธรสยังสำรวจกลิ่นต่อไป ยิ่งขึ้นไปกลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าห้องอาม่า ไตรรัตน์ร้องบอกอาม่าว่าตนพาเพื่อนมาไหว้อาม่า ระหว่างนั้นสามสาวหันไปซุบซิบกัน

“ฉันได้กลิ่นผสมปนเปกันระหว่างความดีกับความชั่ว ความรักกับความชัง” สุคนธรสบอก เนตรสิตางศุ์ถามหวาดๆว่า แสดงว่าห้องนี้ไม่ได้มีวิญญาณแค่ดวงเดียวใช่ไหม ไตรรัตน์เร่งสามสาวว่า

“ไปๆๆเข้าไปลาคุณย่าผม แล้วก็กลับๆไปซะ” พลางเปิดประตูเข้าไป

กลิ่นปะทะจมูกสุคนธรสจนเธอย่นจมูกยกมือปิดโดยอัตโนมัติ ส่วนเนตรสิตางศุ์มองเข้าไปข้างในแล้วถึงกับผงะหงายหลัง ดีแต่สุคนธรสรับไว้ทันเลยไม่ล้ม เนตร–สิตางศุ์ละล่ำละลักบอกว่า

“เขากำลังจะฆ่าอาม่า” ไตรรัตน์หันขวับถามอะไร?? ใคร?? “เขานั่งทับร่างของอาม่าอยู่ แต่วิญญาณอีกดวงคอยรั้งเขาเอาไว้”

“นี่มันอะไรกัน!!” ไตรรัตน์โวยหันมองไปในห้อง เห็นสีหน้าอาม่าอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก ไตรรัตน์เรียก “อาม่าครับ...อาม่าเป็นอะไรครับ” เห็นอาม่าทำปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงออกมา

สุคนธรสรับรู้ถึงสถานการณ์คับขัน เธอล้วงหาอะไรในย่าม ไล่ไตรรัตน์ให้ถอยไป ไตรรัตน์ยังงงๆ กรรัมภาเร่งให้เขาออกมา แต่เธอเองกลับถูกอาม่าคว้าแขนหมับ กรรัมภาตกใจเห็นร่างของผีไอ้มิ่งแยกเขี้ยวขู่อยู่ตรงหน้า เธอช็อกผงะเด้งออกไป ยืนตัวสั่นเทิ้ม

เนตรสิตางศุ์เห็นผีไอ้มิ่งกำลับบีบคออาม่าแต่ถูกผีอากงดึงมันไว้ไม่ให้ทำร้า ยอาม่า สุคนธรสถามว่าเห็นอะไรบ้าง เนตรสิตางศุ์บอกตามที่เห็น และผีอากงก็ร้องขอความช่วยเหลือด้วย

ไตรรัตน์ได้ยินแว่วๆว่าผี...ผี...ก็เอ็ดตะโรว่าพวกเธอพูดอะไรกัน สุคนธรสผลักเขาออกแล้วหยิบมีดหมอออกมา ทันทีที่ผีไอ้มิ่งเห็นมีดหมอมันแยกเขี้ยวคำรามขู่เธอ เนตรสิตางศุ์ที่มองเห็นวิญญาณเหล่านี้ร้องเตือนสุคนธรสว่า

“ยัยรส ระวัง มันหันมาจ้องจะเล่นงานแก แล้วมันพูดว่า พวกมึง...อย่ายุ่ง...ไม่...งั้นกูจะ...ฆ่าพวกมึงด้วย” พูดเสร็จเธอก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้น กรรัมภาช่วยพยุงไว้

ไตรรัตน์เห็นความวุ่นวายของสามสาว ถามเสียงดังว่าพวกเธอจะทำอะไรกัน กรรัมภาบอกว่าพวกเรากำลังช่วยอาม่าอยู่ สุคนธรสกำมีดหมอแน่น พึมพำ “เจอมีดหมอหลวงพ่อเดิมหน่อยเป็นไร”

ไตรรัตน์เห็นสุคนธรสกำมีดในมือก็พุ่งเข้าขวางบิดมือเธอแย่งมีดไป ผีไอ้มิ่งเห็นดังนั้นมันพุ่งพรวดมาเล่นงานสุคนธรสทันที มันบีบและกัดที่ต้นคอหมายเอาชีวิต สุคนธรสเซไปปะทะกำแพงร้องลั่น ที่คอเธอปรากฏรอยช้ำเห็นได้ชัด

ไตรรัตน์เห็นสามสาวเอะอะดิ้นรนต่อสู้กับความว่างเปล่า เขาถามว่าพวกเธอเป็นบ้าอะไร กรรัมภาบอกเขาให้คืนมีดให้สุคนธรส ไตรรัตน์ไม่ยอมคืน เนตรสิตางศุ์เห็นสุคนธรสกำลังจะแย่ เธอหันมองรูปอากงร้องเสียงดัง

“คุณตา...คุณตาช่วยด้วยค่ะ”

พลันรูปอากงก็หล่นลงมากระแทกหัวไตรรัตน์จนมีดหมอหลุดจากมือ กรรัมภาผวาไปสไลด์มีดไปให้สุคนธรส

สุคนธรสคว้ามีดหมอได้ก็ปักเข้ากลางอกผีไอ้มิ่งพลางสวดมนต์ในใจ ผีไอ้มิ่งแผดเสียงร้องโหยหวน แล้วค่อยๆปรากฏเงาดำทะมึนผุดขึ้นจากพื้นดึงร่างมันจมลงไปสู่พื้นห้อง

สุคนธรสรอดตายหวุดหวิด ลุกขึ้นนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน ไตรรัตน์ถามว่าเป็นบ้าอะไรกันนี่ สุคนธรสมองหน้าเขาพูดได้ไม่กี่คำก็ล้มลง ไตรรัตน์รับร่างเธอไว้งงๆ ส่วนสุคนธรสระทวย หลับผล็อยอยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของไตรรัตน์อย่างมีความสุข

ooooooo

เหตุการณ์ที่บ้านไตรรัตน์ทำให้โกศอันหนึ่งในห้องเก็บโกศของหมอสมคิดแตกดัง โพละ ฝุ่นกระจาย ควันบางๆรวมตัวพวยพุ่งหายไปทางช่องลมอย่างรวดเร็ว หาญกับกล้าไปเคาะประตูห้องที่หมอสมคิดกำลังทำพิธีอยู่ ถูกหมอสมคิดตวาดว่า บอกแล้วว่าทำพิธีอยู่ ห้ามรบกวน

“มีเรื่องสำคัญมากครับ” หาญละล่ำละลักบอก เมื่อพากันไปที่ห้องลับที่เก็บโกศ ซึ่งมีอยู่ 15 ใบ มีใบหนึ่งซึ่งเป็นใบของผีไอ้มิ่งแตกกระจาย

“ไอ้มิ่งมันลงนรกไปแล้ว!!” หมอสมคิดตกใจ กล้าบอกว่าต้องเป็นฝีมือของไตรรัตน์ลูกชายเจ๊หญิงแน่ เพราะเป็นคนไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ไอ้หาญเสริมว่าเขาคงไปได้ของดีที่ไหนมา หรือจะเป็นคนเดียวกับที่ให้พระรอด “พระรอดเหรอ...แต่ไอ้ไตรรัตน์มันอาจไม่รอดก็ได้...มันมีของดีนักใช่ไหม เดี๋ยวจะเอาของดีกว่าผีไอ้มิ่งไปให้สิบเท่า!” หมอสมคิดแค้นจัด

ooooooo

ที่เมืองกาญจน์ ญาณินโยนกระเป๋าเดินทางใส่รถสองแถวที่จ้างมาอย่างอารมณ์เสีย ติณห์เดินออกมาบอกว่าตนจ้างเธอ ญาณินยังฮึดฮัดหูอื้อเหมือนไม่สนใจ สมชาติช่วยพูดว่า

“คุณติณห์ตกลงจะจ้างพวกคุณตกแต่งรีสอร์ต และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พวกคุณเริ่มงานทันที ตั้งแต่วันนี้เลย”

เพนนีตามมาเตือนว่า อยากให้รีสอร์ตเป็นสำนักทรง เป็นศาลเจ้าหรือ ยุให้จ้างเจ้าอื่นดีกว่า ติณห์บอกว่าตนไม่ได้เชื่อสองคนนี้หรอก แต่ตนเชื่อเพื่อนที่เป็นคนแนะนำและการันตีบริษัทมากกว่า

ญาณินฮึนขึ้นมาอีก ติณห์ถามว่าแล้วจะทำหรือไม่ทำ กรรณารีบบอกว่าทำ พลางกระซิบเตือนญาณินว่า

“เราต้องการงานนี้ ไม่งั้นบริษัทเราเจ๊ง!”

ญาณินฮึดฮัดขึ้นรถ ติณห์ถามว่าจะไปไหนอีก เธอกระชากเสียงบอกว่าจะไปเอาสัญญามาให้เซ็น สั่งให้เตรียมเงินก้อนแรกเอาไว้ด้วยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่จ่ายไม่เริ่มงาน แล้วกระชากรถออกไปเลย

“หึๆเพี้ยนจริงๆ” ติณห์ส่ายหน้าขำๆ แต่สมชาติยืนมองอยู่ เขาอมยิ้มอย่างรู้อารมณ์ติณห์ ในขณะที่เพนนีกระฟัดกระเฟียดอย่างขัดใจ เดินสะบัดไป

ooooooo

ณัฐเดชคิดไม่ตกที่จะต้องมาทำงานร่วมกับหมอวรวรรธ ไปเสนอผู้การ พ.ต.ท.นิมิต ชอบสัมผัส ขณะที่ผู้การกำลังนั่งเพ่งกระแสจิตใส่ช้อนสแตนเลสอย่างจริงจัง เขาขอถอนตัวจากงานนี้ พอผู้การถาม เหตุผลก็อ้างข้างๆคูๆ ว่าเพราะหมอมีกลิ่นตัวแรงบ้าง ความคิดการเมืองไม่ตรงกันบ้าง เล่นรักบี้แล้วโกงบ้าง

“เหลวไหล เรื่องมันกี่ชาติมาแล้ว ไม่มีเหตุผล ไม่หนักแน่น ไม่อนุมัติ” ณัฐเดชพยายามจะอธิบายอีก ถูกผู้การตัดบท “นางสาวใบหม่อน นางเอกสาวละครเวทีมิวสิเคิล ถูกวางยาตายคาเวที ขณะเปิดการแสดง เห็นไหมว่ามันไม่ใช่คดีธรรมดาๆ มันซับซ้อนซ่อนเงื่อน”

ผู้การสรุปว่างานหินนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับเขา ย้ำว่า “ฉันไว้ใจในความสามารถของนาย หวังว่านายจะเป็นมืออาชีพ ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน เข้าใจไหม” ณัฐเดชรับคำจ๋อยๆ “ออกไปได้แล้ว ฉันมีงานต้องทำ เอ็นทีดี” ณัฐเดชร้องหา! ผู้การบอกว่า “เอ็นทีดี ณัฐเดชไง!! ไปๆ” ว่าแล้วก็เพ่งช้อนต่อ ปากก็พึมพำ “จงงอ...จงงอ...”

ณัฐเดชจำต้องตะเบ๊ะแล้วออกไปเงียบๆ เจอหมอวรวรรธจะมาห้องผู้การพอดี เขาเดาได้ว่าจะมาพูดเรื่องเดียวกัน บอกว่าไม่ต้องไปหรอกเสียเวลา คำตอบก็คงเหมือนตนนั่นแหละ หมอวรวรรธพูดอย่างรู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตว่า

“ที่ผ่านมา ผมไม่ได้ตั้งใจ ถ้าผมรู้ว่าเธอเป็นแฟนพี่ณัฐผมคงไม่...”

“พอเหอะ! เบื่อว่ะ...เหม็นขี้ฟัน” พูดแล้วเดินผ่านไป หมอวรวรรธยืนหน้าจ๋อยๆ อย่างรู้สึกผิด

ooooooo

ไตรรัตน์ยังตั้งป้อมกับสามสาว หาว่าเป็นพวกสติเฟื่องเพ้อเจ้อมาว่าบ้านตนมีผี สุคนธรสเบื่อที่จะโต้เถียง ชวนเพื่อนๆกลับ แต่ไม่ทันขยับก็ได้ยินเสียงอาม่าร้องครวญครางมาจากข้างบน

“อาหลิว...อาหลิว ลื้ออยู่ตรงนั้นใช่ไหม อาหลิว อั๊วคิดถึงลื้อ”

เจ๊หญิงรีบขึ้นไปดูอาม่า เสี่ยบอกสามสาวว่าอาหลิวคือเตี่ยของตน เป็นอากงของไตรรัตน์

อาม่ายังครํ่าครวญถึงอากง เนตรสิตางศ์ุมองไปที่อาม่า บอกเสี่ยกับเจ๊ว่า อากงพยายามจะพูดอะไรไม่รู้กับอาม่า กรรัมภาพึมพำว่าถ้ากรรณามาด้วยก็คงดี

ไม่มีใครสื่อสารกับอากงได้ เพราะเนตรสิตางศ์ุเห็นอย่างเดียวแต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ เธอจึงหันไปหว่านล้อมสุคนธรสให้ช่วยอากงหน่อย สุคนธรสทำท่าสยอง บอกว่าตนเพิ่งสู้กับผีจนหมดแรงมาหยกๆ

เสี่ยได้ยินสามสาวคุยกัน ถามว่าพวกเธอจะช่วยอาม่าได้ยังไง กรรัมภาบอกเสี่ยว่า

“พวกเรา...เอ่อ...พวกเรามีซิกซ์เซ้นส์ค่ะ เราสื่อสารกับวิญญาณได้ โดยเฉพาะยัยรส มันช่วยให้อาม่ากับอากงสื่อสารกันได้ค่ะ”

เจ๊หญิงมีความเชื่อทางนี้อยู่แล้ว ขอให้ช่วยอากงกับอาม่าด้วยเถิด ส่วนไตรรัตน์ค้านหัวชนฝาว่าจะไปเชื่ออะไรกับคนไม่เต็ม แค่บอกว่าเห็นผีก็ประสาทแล้ว นี่ยังบอกว่าสื่อสารพูดคุยกับผีได้อีก

สุคนธรสหมั่นไส้เลยชวนเพื่อนๆกลับ ระหว่างนั้นอาม่าก็รํ่าร้อง “อาหลิว...อั๊วคิดถึงลื้อ...อยากคุยกับลื้อ”

ด้วยความสงสารอาม่า ไตรรัตน์ฝืนใจไปตามสามสาว ขอให้กลับมาช่วยอาม่าด้วย

สุคนธรสใจอ่อนยอมช่วย มาบอกอากงว่า “อากงคะ...หนูอนุญาตให้ใช้ร่างหนูได้ค่ะ”

เมื่ออากงเข้าร่างสุคนธรสแล้ว สีหน้าท่าทางแววตา และนํ้าเสียงของเธอก็เปลี่ยนเป็นอากงหมด ยังความตื่นเต้นดีใจแก่เจ๊หญิงและเสี่ยมาก ไตรรัตน์จับตามองอยู่อย่างจับผิด

อากงกับอาม่าได้เจอกัน ต่างรำพึงรำพันความรักความคิดถึงและห่วงใยกัน อาม่าบอกว่าอยากไปอยู่กับอากง อากงบอกให้รอถึงเวลาก่อน ตอนนี้ให้อยู่ดูแลลูกหลานเหลนของเราต่อไป บอกว่าถึงเวลาเมื่อไรค่อยไปพบกันตรงที่มีแสงสว่าง อากงจะรออาม่าอยู่ตรงนั้น แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอีก อากงหอมอาม่าอย่างรักใคร่

ทุกคนซาบซึ้งนํ้าตาไหล มีแต่ไตรรัตน์ที่ยังสับสน ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า และเมื่อวิญญาณอากงออกจากร่างสุคนธรส ร่างเธออ่อนแรงลง ท่าทางสะลึมสะลือ อากง หันมองยิ้มให้สามสาว เอ่ยอย่างปลื้มปีติว่า

“แท้งกิ้วพวกลื้อมาก อารส อั๊วยกอาไตรให้ลื้อ ฝากดูแลด้วยนะ”

ไม่มีใครได้ยินที่อากงพูด ส่วนสุคนธรสก็ยังมึนๆงงๆอยู่

ooooooo

ไตรรัตน์ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี เมื่อนัดพบณัฐเดชที่ร้านอาหาร เขาบอกว่าพวกสามสาวเป็นอาชญากรยกแก๊ง มีเทคนิคการสะกดจิตหมู่ ชอบเล่นละครตบตาชาวบ้าน เผลอๆอาจเป็นพวกสิบแปดมงกุฎด้วยซํ้า ให้ไปบอกน้องสาวเลิกคบพวกนี้ก่อนจะหลวมตัวลงลึกเข้าขั้นวิกฤติกว่านี้

ณัฐเดชพูดอย่างไม่ลังเลว่าตัวไตรรัตน์นั่นแหละกำลังเข้าใจผิด เขาไม่อยากเผยความลับของ 5 สาว แต่เชื่อว่าจากนี้ไปอาการของอาม่าต้องดีขึ้นแน่ๆ ให้เชื่อเถิดว่าสุคนธรส ไม่ได้คิดร้าย แต่กำลังช่วยอาม่า แล้วตัดบทอย่างไม่อยากพูดมากกว่านี้ บอกว่าตนต้องรีบไปทำคดีที่พัทยากับหมอวรวรรธ ไตรรัตน์ที่รู้เรื่องของเขากับหมอวรวรรธตกใจ ถามเขาว่าไหวไหม ณัฐเดชตอบเต็มๆคำ ว่า “ไม่ไหว”

ไตรรัตน์ฟังแล้วได้แต่มองเพื่อนอย่างกังวล

ณัฐเดชไปรับเนตรสิตางศุ์ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์เร็วกว่าปกติ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานที่พัทยา พอ 5 สาวรู้ว่าเขาจะไปพัทยาก็มองกันตาเป็นประกาย ร้อง “พัทยา ...เยส” อย่างพร้อมเพรียงกัน

ระหว่างอยู่พัทยา ณัฐเดชไปทำงาน 5 สาวจึงเล่นน้ำกินอาหารทะเลกันเต็มคราบ แต่แล้วจู่ๆติณห์ก็โทร.เข้ามือถือของญาณิน ถามว่าเมื่อไหร่จะมาทำงานให้ตนได้

ญาณินบอกว่าพวกตนกำลังเร่งงานกันมือเป็นระวิง ติณห์เอ่ยถึงเรือนไทย ญาณินบอกทันทีว่าอย่ารื้อนะ ถามว่าคุณตาเขาเป็นใคร คนเขาว่าอะไรท่าน บอกว่างๆให้ทำบุญไปให้ท่านบ้าง ติณห์ถามงงๆว่า

“ว้อท!! อย่าบอกนะว่าคุณก็เกลียดกลัวตาผมเหมือนคนอื่นๆ”

“ไม่ใช่...แต่คุณจำไว้ว่าท่านไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆาตกรรม” ญาณินพูดได้แค่นั้นโทรศัพท์ก็แบตหมด แต่ติณห์ไม่รู้หาว่าพูดแบบนี้แล้ววางหูได้ไง พยายามติดต่อกลับแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาผลุนผลันออกไป จนเกือบชนเพนนี เขาชะงักนิดหนึ่งแล้วเดินเลยไป เพนนีถามงงๆว่าจะไปไหน แล้วรีบตามไป

ติณห์ไปที่เรือนไทย เพนนีตามมาดึงแขนไว้บอกว่าอย่าเข้าไป เดี๋ยวก็ได้เลือดอีกหรอก ยุว่า ถ้าเรือนไทยขัดหูขัดตานักก็รื้อทิ้งเสีย ติณห์ตอบอย่างสับสนว่า “ผม...ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เพนนีเอานามบัตรบริษัทรับเหมาให้เขา บอกให้เปลี่ยนผู้รับเหมาเสีย เพราะเรายังไม่ได้เซ็นสัญญากับผู้หญิงพวกนั้น อย่างมากก็จ่ายค่าเสียเวลาไปไม่เท่าไหร่หรอก

“สัญญาของผมไม่ได้อยู่ที่ลายเซ็นในกระดาษ แต่อยู่ที่พูด ผมพูดคำไหนคำนั้น” ติณห์เดินกลับทันที เพนนีบอกให้รอด้วยแล้วรีบวิ่งตาม รองเท้าส้นเข็มจิกลงไปในดิน พอออกแรงดึงก็เซจนล้ม ส้นเข็มหัก เลยต้องเดินกะเผลกๆตามไปน่าสมเพช

ooooooo

หมอสมคิดวางแผนสืบว่าใครให้พระรอดแก่ไตรรัตน์ ทำทีให้หาญกับกล้าเอายาบำรุงไปให้อาม่าและฝากให้ไตรรัตน์ด้วย แล้วเลียบเคียงคุยจนรู้ว่าคนที่ให้พระรอดแก่ไตรรัตน์ชื่อ สุคนธรส

มันรีบกลับไปรายงานหมอสมคิด หมอคาดว่าชื่อนี้ต้องเป็นผู้หญิง กล้ายืนยันว่าเป็นผู้หญิงแน่ๆ ถามว่าจะให้พวกตนไปสืบหาตัวกันไหม

“ไม่ต้อง ข้าจะหามันให้เจอด้วยวีธีของข้าเอง พระรอด...หึๆ แต่มันก็ไม่รอดแน่!”

หมอสมคิดให้นายธรรม วิญญาณนักโทษประหารในคุกไปทำงานให้ นายธรรมไม่อยากไปแต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง

วิญญาณนายธรรมเข้าไปในห้องนอนของไตรรัตน์ แต่เพราะเขามีพระรอดห้อยคออยู่ มันจึงยังทำอะไรเขาไม่ได้

ooooooo

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธต้องทำงานร่วมกันทั้งที่ใจมีเรื่องบาดหมางกันในอดีตที่เจ็บลึกมาถึงปัจจุบัน จึงไม่ลงรอยกันนัก มีโอกาสเมื่อไร ณัฐเดชก็จะแขวะหมอวรวรรธทันที

เมื่อไปพบปาณัทเจ้าของโรงละคร ณัฐเดชแนะนำตัวเองแล้วขอสอบถามรายละเอียดบางอย่าง ปาณัทยินดีให้ความร่วมมือ เพราะอยากให้ใบหม่อนได้รับความยุติธรรม เธอจะได้สงบสุขเสียที

อึดใจเดียว หมอวรวรรธก็เข้ามาแนะนำตัวเองว่ามาทำคดีนี้เช่นกัน ณัฐเดชแขวะทันทีว่า

“หมอวรวรรธ อาชีพหลักคือหมอนิติเวช ส่วนอาชีพเสริมคือรับจ้างแทงข้างหลัง”

ปาณัททำหน้างงๆ ยิ้มเป็นนัยๆ พลันก็มีเสียงวี้ดว้ายเอะอะดังมา ปาณัทมองไปทางเสียงบ่น “เอาอีกแล้ว...”

เมื่อไปถึงห้องแต่งตัว ปาณัทเห็นออนซ์ที่แสดงเป็นนางเอกเมาแอ๋กำลังมีปากเสียงกับลูกข่าว แองเจลล่าและมาริโอ้  เอะอะโวยวายกันลั่นห้อง ปาณัทเข้าไปร้อง เสียงดังกลบพวกนั้นอย่างอารมณ์เสียว่า

“เฮ้ย...อะไรกันเนี่ย ละครกำลังจะแสดงแล้ว ยังโวยวายหาเรื่องกันเองอยู่ได้ ฉันไม่สนว่าใครถูกใครผิด ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ใครยังไม่พร้อม ไม่สแตนด์บายออกไปหางานอื่นได้เลย!!”

เสียงโวยวายสงบลงทันที ทั้งหมดแยกย้ายกันไป สภาพความวุ่นวายด่าทอกันราวกับตลาดสดทำให้ณัฐเดชกับหมอวรวรรธเผลอมองหน้ากัน พอรู้ตัวต่างก็เชิดเมินไปทางอื่น

“คิดถึงใบหม่อนเนอะ” มาริโอ้เอ่ยขึ้น

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธมองหน้าออนซ์อย่างสงสัย แล้วเผลอมองหน้ากันอีกครั้ง พอรู้สึกตัวก็เชิดใส่กันอีก

ooooooo

5 สาวแต่งตัวสวยดูโดดเด่น ทุกคนใส่อุปกรณ์พิเศษของตัวเอง พากันแหวกผู้คนเพื่อเข้าไปดูละคร ทั้งกลุ่มกลายเป็นเป้าสายตาของผู้ชมราวกับดาราดวงเด่น

จู่ๆกรรณาก็ได้รับโทรศัพท์จากณัฐเดช พอเนตรสิตางศุ์รู้ว่าพี่ชายโทร.มา เธอรีบแย่งโทรศัพท์ไป ปดพี่ชายว่าอยู่โรงแรมไม่ได้ไปไหน ส่วนเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่เขาถามนั้น เธอบอกว่ากำลังดูละครมือปราบพ่อลูกอ่อนอยู่ แล้วทำเป็นร้องบอกเพื่อนให้หรี่เสียงลงหน่อย

ณัฐเดชถามขู่ๆว่าแน่ใจนะว่าไม่ได้หนีเที่ยว เธอรับรองแล้วทำเป็นง่วง ขอตัวไปนอน เพราะพรุ่งนี้จะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นและใส่บาตรด้วย พอวางสายจากณัฐเดช เพื่อนๆมองเธออย่างตำหนิ เนตรสิตางศุ์พูดอย่างรู้สึกไม่ดีว่า ตนก็แค่ไม่อยากเป็นเด็กสามขวบ ที่พี่ณัฐต้องประคบ ประหงมดูแลยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น พูดแล้วถอดแว่นซับนํ้าตา

เมื่อเข้าไปในโรงละคร เนตรสิตางศุ์เห็นสาวสวยนางหนึ่งในชุดราตรียาว ยืนอยู่บนพื้นยกสูงหน้านํ้าพุ เธอ ชี้ให้เพื่อนๆดู บอกว่า “คนนั้นสวยดีนะ นางเอกหรือเปล่าจ๊ะ”แต่พอเพื่อนๆมองไปไม่เห็นใคร เนตรสิตางศุ์เองมองไปอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว เลยคิดว่าคงมีคนเรียกไปถ่ายรูป แล้วใส่แว่นตามเดิม

ขณะนั่งอยู่ในโรงละคร ญาณินได้รับโทรศัพท์จากติณห์ บอกว่าเขาไม่อยากเก็บเรือนไทยเอาไว้ สั่งให้เธอต้องรื้อทิ้ง ญาณินตกใจหว่านล้อมว่า

“นายไม่เข้าใจเหรอว่าเรือนไทยมันเก๋ มันจะทำให้รีสอร์ตนายมีจุดเด่น เชื่อฉันเถอะ ฉันยังไม่สะดวกคุยตอนนี้ เอาไว้สะดวกเมื่อไหร่จะโทร.กลับ” ญาณินวางสายบ่นกับเพื่อนๆ “อีตาฝรั่งเรื่องมาก เอาแต่ใจ”

เพื่อนๆที่เงี่ยหูฟังอยู่ ใจคอไม่ดีกลัวไม่ได้งาน เธอบอกให้สบายใจกันว่า “ไม่มีไร ทุกอย่างโอเค” ทุกคนจึงโล่งอก

ooooooo

เมื่อการแสดงดำเนินไปถึงชุดเด่นประจำคณะ ทั้ง 5 สาวก็รู้สึกถึงความผิดปกติในบรรยากาศ สุคนธรสได้กลิ่นของวิญญาณที่โกรธและอาฆาต กรรณาได้ยินเสียง ร้องไห้โหยหวนครํ่าครวญ ส่วนเนตรสิตางศุ์รีบปิดตาทันที กลัวจะเห็นต้นเหตุของบรรยากาศสยองที่กรุ่นขึ้นทุกที

ในฉากที่นางเอกลอยตัวอยู่กลางโรงละคร ที่น้องออนซ์แสดงอยู่นั้น จู่ๆไฟก็ดับ แล้วปรากฏใบหม่อนลอยตัวอยู่กลางโรงละครโดยไม่มีลวดสลิง พร้อมเสียงร้องเพลงอย่างไพเราะ ได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมกึกก้อง

แต่บรรดานักแสดงต่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างกลัวตัวสั่น ที่ทนไม่ได้ก็วิ่งหนีไป

“ใบหม่อน” ปาณัทอุทาน

เนตรสิตางศุ์บอกว่าคนนี้แหละที่ตนบอกว่าสวย แต่ญาณินไม่เห็น

น้องออนซ์ที่แสดงเป็นนางเอกถึงกับช็อก พอเห็นคนอื่นวิ่งหนีก็จะวิ่งบ้าง ถูกใบหม่อนลอยมาขวางหน้า ตะคอก

“แกต้องตาย!!”

ใบหม่อนลากน้องออนซ์ไปกลางเวที จับตัวเธอหมุนจนลวดสลิงเป็นเกลียว พอปล่อย ร่างน้องออนซ์ก็หมุนติ้ว ผู้ชมปรบมือกันเกรียวนึกว่าเป็นการแสดง ปาณัทตะลึงกับสิ่งที่เห็น ร้องขอ “หยุดเถอะใบหม่อน” ทีมงานรีบพาเขาออกไป

5 สาวต่างรับรู้ในสัมผัสพิเศษของตัวเอง กรรัมภาบอกเพื่อนๆว่า ใบหม่อนจะฆ่าน้องออนซ์ เนตรสิตางศุ์ตกใจร้อง

“อย่านะ!!” ทำให้ใบหม่อนมองขวับถามว่ามองเห็นตนหรือ ปล่อยน้องออนซ์ร่วงลงพื้นแล้วตรงมาทางเนตรสิตางศุ์ สุคนธรสทนกลิ่นเหม็นไม่ไหวเอาผ้ายันต์อาคมออกมา ใบหม่อนร้องกรี๊ด แล้วร่างสวยงามนั้นก็กลายสภาพเป็นผี

ทุกคนตกใจแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน ทีมงานรีบประคองน้องออนซ์ออกไป หมอวรวรรธเห็นเนตรสิตางศุ์ จะฝ่าคนเข้าไปหาแต่ถูกเบียดดันออกไป เมื่อออกมาเจอณัฐเดช หมอบอกว่าเห็นน้องสาวเขาอยู่ในนั้น ไม่เชื่อก็ตามใจ ณัฐเดชจึงวิ่งไปดู

ผู้ชมหนีออกไปกันหมดแล้ว เหลือ 5 สาวที่ชุลมุนอยู่กับใบหม่อนที่ต่อสู้อย่างไม่หวาดกลัว เพียงเธอสะบัดมือประตูทุกบานในโรงละครก็ปิดหมด ณัฐเดชกับหมอวรวรรธวิ่งมาถึงก็เข้าไม่ได้ โทร.เข้ามือถือจึงรู้ว่าน้องสาวอยู่ในโรงละครจริงๆ

เนตรสิตางศุ์ถูกใบหม่อนใช้เล็บจิกที่คอ ญาณิน บอกใบหม่อนว่าอย่างสร้างเวรสร้างกรรมอีกเลย มันจะทำให้เธอไม่ได้ไปผุดไปเกิด ใบหม่อนย้อนถามว่าแล้วการที่พวกเธอเอาผ้ายันต์อาคมมาทำให้ตนเจ็บ ไม่ได้สร้างเวรสร้างกรรมหรอกหรือ

ระหว่างชุลมุนนั้น กระเป๋ากุชชี่ของกรรัมภาหลุดมือ เธอเสียดายคลานไปจะหยิบ เผลอมือแตะที่พื้นโรงละครทำให้เกิดภาพแว้บขึ้นมาในหัว เห็นใบหม่อนที่เคยเป็นดาราดาวเด่นบนเวทีนี้ ในชุดนางเอกมีเลือดไหลออกจากตาระหว่างการแสดงบนเวทีก่อนฟุบไป ทำให้กรรัมภาอุทานออกมาว่า “เธอถูกฆาตกรรม”

ใบหม่อนผละจากสุคนธรสถามเครียด “แกรู้เหรอว่าใครฆ่าฉัน...บอกมา ใครฆ่าฉัน!”

“พวกเราไม่รู้ว่าใครฆ่าเธอ แต่พวกเราช่วยหาตัวฆาตกรให้เธอได้” ญาณินร้องบอก แล้วตัดสินใจถอดจิตออกไปคุยกับใบหม่อน แต่จนแล้วจนรอดใบหม่อนก็ไม่ยอมพูดอะไรเพราะไม่ไว้ใจ จนจิตญาณินกลับสู่ร่างบอกว่าจะพิสูจน์ให้เธอเห็น

5 สาวจับมือกันตั้งสมาธินิ่ง ทันใดมีแสงสีขาวออกจากร่างทั้ง 5 สาว แล้วแผ่รังสีแห่งความเมตตาสู่ใบหม่อน ทำให้ร่างใบหม่อนกลับมาสวยงามเหมือนเดิม ใบหม่อนมอง 5 สาวด้วยแววตาอ่อนลง

ooooooo

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธพังประตูโรงละครเข้าไปเจอ 5 สาวยืนอยู่ ณัฐเดชตำหนิน้องสาวที่โกหกตน บอกว่าต่อไปนี้จะไม่เชื่อและไม่ให้ไปไหนอีกแล้ว

ใบหม่อนเสียใจร้องไห้วิ่งออกไป เจอหมอวรวรรธขี่มอเตอร์ไซค์มาพอดี เธอกระโดดขึ้นซ้อนท้ายบอกเขาให้พาหนี เธอให้เขาพาไปส่งโรงแรมที่พัก ณัฐเดชตามมาทันเขาจะเข้าเล่นงานหมอวรวรรธที่พาน้องตนเข้าโรงแรม กรรัมภาต้องเข้าชี้แจงว่าที่นี่เป็นที่พักของพวกตน ณัฐเดชจึงเย็นลง

หมอวรวรรธพูดยียวนว่า เรายังต้องทำงานกันอีกนาน เราน่าจะลืมเรื่องเก่าๆ แล้วมาดีกันดีกว่า เพื่อให้งานราบรื่น พลางยื่นมือออกไป แต่ณัฐเดชไม่เล่นด้วย พอหมอวรวรรธหัวเราะร่าเดินไป เขาพึมพำ “อะไรของมันวะ”

เสี่ยปิงหัวเสียเมื่อรู้จากเพนนีว่าติณห์จ้างผู้หญิงพวกนั้นทำงาน บ่นว่าลูกชายก็เอาแต่เมาหัวราน้ำลูกสาวก็ไม่ได้เรื่อง วันๆดีแต่สวยแต่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ บอกว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เอง เพนนีตกใจขอร้องพ่อว่าอย่าทำอะไรติณห์รุนแรง เสี่ยบอกว่า ก็แค่สั่งสอนนิดหน่อยเท่านั้น

ติณห์ยังติดใจการตายของตา สไกป์คุยกับแม่ แม่ก็ยืนยันว่าตาฆ่าตัวตายเพราะโกงแล้วไม่กล้าเผชิญความจริง แม่กับญาติพี่น้องและคุณยายอายผู้คนต้องอพยพหนีมาอยู่อเมริกา ทนายสมชาติมาได้ยินจึงหยุดฟัง

ติณห์ถามถึงการตายของคุณตา ถูกแม่ตัดบทว่าเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว แม่ไม่อยากฟังมันปวดหัว ติณห์จึงต้องหยุด พอหันมาเห็นทนายสมชาติ ทนายถามว่าเขาสงสัยว่าคุณหลวงไม่ได้ฆ่าตัวตายหรือ ติณห์ย้อนถามว่าตนคิดเรื่องไร้สาระใช่ไหม

“ไม่หรอกครับ ไม่ไร้สาระ เพราะเรื่องการตายของคุณหลวงก็มีอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่ แต่ก็ไม่มีใครคิดจะขุดคุ้ยอะไร ส่วนคนที่ใกล้ชิดกับคุณหลวงที่ทุกวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ ก็มีคนเดียวเท่านั้นที่ผมรู้จัก...พ่อผมเองครับ”

ไม่ทันคุยอะไรกันต่อ ญาณินก็โทร.เข้ามาพูดเรื่องที่เขาจะให้รื้อเรือนไทย ติณห์บอกว่าตนไม่ว่างไว้ค่อยคุยกัน แล้วชวนทนายสมชาติรีบไป

เพนนีไปนั่งดักในรถอยู่แล้ว เธออ้างว่าเป็นห่วงเขา ฉะนั้นเขาไปไหนก็จะไปด้วย

ญาณินหงุดหงิดที่ถูกติณห์ปฏิเสธการคุย แต่พอจะโทร.กลับก็ได้ยินเสียงคุณหลวงแทรกเข้ามา

“ช่วยด้วย...ญาณิน”

ญาณินเอะใจถือโทรศัพท์แนบหู เข้าฌาน เกิดภาพนิมิต เห็นติณห์กระเด็นด้วยอะไรบางอย่างกระแทกกับพื้นแน่นิ่งตาเหลือก มีคนพยายามปั๊มหัวใจแต่ติณห์ไม่ฟื้น มีเพนนีหัวเราะสะใจอยู่ใกล้ๆ

ด้วยความเป็นห่วงติณห์ กลับถึงบ้าน ญาณินเดินทางต่อไปเมืองกาญจน์ทันที ป้าออขอตามไปเป็นเพื่อนด้วย

ooooooo

ระหว่างทางที่ทนายพาติณห์ไปหาพ่อนั้น เจอกำนันยืนคุยอย่างตึงเครียดกับคนงานเก่าที่ผู้รับเหมาทิ้งงานไป พอแวะลงไปถาม พวกนั้นบอกว่าจะมาทวงค่าแรง ติณห์ให้ไปเอากับผู้รับเหมาเพราะจ่ายไปหมดแล้ว

เมื่อเจรจากันไม่รู้เรื่อง ทนายถูกคนงานต่อย ติณห์เข้าช่วยเลยถูกคนงานรุมกันเข้ามา กำนันพงษ์ใช้ไม้ตะพดหวดคนงานขู่ว่า กล้าทำร้ายติณห์ต่อหน้าตนหรือ เดี๋ยวจะเอาเข้าคุกให้หมด ติณห์ไม่อยากมีปัญหา ทนายก็ไม่เอาเรื่อง จึงแยกย้ายกันไป

ทนายบ่นอย่างเสียดายที่มาเกิดเรื่องเสียก่อน เลยไม่ได้ไปหาพ่อตน ติณห์พูดอย่างใจเย็นว่าไว้วันหลังก็ได้

เพนนีอาศัยเหตุการณ์นี้ บอกติณห์ว่าเหนื่อยนักก็ขายที่เสียเถิด รีสอร์ตคงไม่ถูกกับโฉลกของเขา ตนไม่อยากเห็นเขาซีเรียส

“ขอบคุณที่เป็นห่วงผม แต่ถ้าคุณไม่อยากให้ผมเครียด ก็อย่าพูดเรื่องขายที่ดินอีก แค่รีสอร์ตอันเดียวผมสร้างมันสำเร็จไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป”

“รีสอร์ตเรียกเป็นอันๆ เฮ้อ...” เพนนีกรอกตาอย่างอ่อนใจกับภาษาไทยที่อ่อนแอของเขา

เมื่อถึงบ้าน ติณห์แปลกใจที่บ้านปิดไฟมืด ซ้ำประตูก็เปิดทิ้งไว้  ขณะเขาเดินเข้าบ้านนั้น  คุณหลวงมายืนยกมือห้าม แต่ติณห์ไม่เห็น เดินเข้าไปข้างใน คุณหลวงพึมพำ “พระคุ้มครองนะ...”

ooooooo

ติณห์ก้าวเข้าไปในบ้านที่สลัวด้วยความสงสัย ไปกดสวิตช์ไฟ เห็นเงาคนวิ่งแว้บผ่านหลังไป เขาหันมองคว้าไม้กอล์ฟเตรียมป้องกันตัว เห็นเงานั้นวิ่งผ่านไปทางระเบียง จึงตะโกนให้หยุด แต่เงานั้นกระโดดระเบียงหายไปในป่าข้างล่างแล้ว

ติณห์ตามออกไปยืนดูที่ระเบียงด้วยความสงสัย เขาโทร.เรียกทนายสมชาติให้มาหา พลางกดสวิตช์ไฟใหญ่ เขาพูดได้แค่ว่า “มีคนเข้า...” ก็ร้องอ๊าก...มือถือตก เขาสะบัดมือสุดแรงจนมือหลุดจากสวิตช์ กระเด็นหงายหลังไปชนผนังล้มตึง

ที่หน้าบ้าน ญาณินขับรถมาถึงพอดี ป้าออถามว่า “นี่หรือ รีสอร์ตของคุณตีนอะไรนั่น” ญาณินบอกว่าเขาชื่อติณห์ไม่ใช่ตีน พูดไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงเพนนีกรีดร้องแหวกเข้ามา

“ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย ติณห์เป็นอะไรคะ...ติณห์...ใครอยู่ข้างนอกช่วยด้วย”

ญาณินตกใจรีบลงจากรถวิ่งไป ทนายสมชาติมาถึงพอดีวิ่งตามเข้าไปอีกคน ญาณินก้มฟังหัวใจติณห์พบว่าหัวใจเต้นอ่อนมาก เธอปั๊มหัวใจก็ไม่เป็นผล ตัดสินใจผายปอดให้เขา พอก้มลงประกบปากก็ถูกเพนนีกระชากออกมา หาว่าญาณินแอบดูดปากแฟนตน จากการผายปอดทำให้ติณห์ไอออกมาสองสามที แต่ญาณินก็ถูกเพนนีกระชากเหวี่ยงกระเด็นไปแล้ว

เพนนีโผเข้าคร่อมเขย่าเรียกติณห์ เขาลืมตาเห็นเพนนีคร่อมอยู่ เขามองตะลึงถาม

“เพนนี...ยูทำ C.P.R.ช่วยชีวิตผม”

“เยส...ใช่ค่ะ เพนนีเคยเรียนทำเม้าท์ทูเม้าท์และปั๊มหัวใจตอนเป็นเกิร์ลสเก๊าท์”

ญาณินเบ้ปากด่า “ช่างกล้าพูด ตอแหล” ป้าออกับทนายสมชาติที่มาถึงพอดีช่วยกันประคองติณห์ลุกขึ้น เขาบอกว่าถูกไฟช็อตยกนิ้วขึ้นดูเห็นเป็นแผลไหม้พุพอง

ติณห์แปลกใจว่าคนเพิ่งเปลี่ยนสายไฟ สวิตช์ไฟทุกดวงในบ้านทำไมเกิดไฟรั่วได้ เพนนีบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ญาณินแย้งทันทีว่า “มันไม่ใช่อุบัติเหตุ!! แต่มีคนจงใจทำให้คุณบาดเจ็บ”

เลยเกิดโต้เถียงกับเพนนีจนติณห์สั่งให้เงียบ เล่าว่า “ตอนที่ผมเข้าบ้านมา...ผมเห็นซัมวันอยู่ตรงนั้น”

ญาณินเตือนเขาให้ต้องระวังตัวมากกว่าเดิม เพราะคนทำซีพีอาร์ให้เขาตัวจริงอาจจะไม่สามารถคอยปกป้องเขาได้ตลอดเวลา ทำให้ติณห์สงสัยถามว่าใครคือตัวจริง ญาณินกับเพนนีปะทะสายตาอย่างรู้กันแต่ต่างก็ไม่พูดอะไร

เสี่ยปิงพอใจมากที่กำนันพงษ์ขัดขวางไม่ให้ทนายพาติณห์ไปพบคนเก่าแก่ได้สำเร็จ เอาเงินค่านายหน้านับล้านมาล่อใจกำนันให้ทำงานต่อ กำนันเห็นความยากลำบาก เพราะติณห์ไม่ยอมเลิกล้มความต้ังใจที่จะทำรีสอร์ตให้ได้ พูดอย่างหนักใจว่า

“โดยเฉพาะตอนนี้บริษัทตกแต่งเจ้าใหม่ก็คงจะเริ่มทำงานแล้วด้วย”

เสี่ยปิงหัวเราะเยาะว่าเด็กพวกนั้นไม่มีทางสร้างรีสอร์ตสำเร็จหรอก เดี๋ยวก็วิ่งกระโปรงเปิดไปแล้ว ย้ำเยาะๆว่าชื่อบริษัทอะไรไม่ชื่อ ชื่อบริษัทซิกซ์เซ้นส์ กำนันทวนคำพยายามท่องจำชื่อบริษัทไว้ให้ขึ้นใจ

เพนนีกลับไปที่บ้านตัวเอง จึงรู้ว่าที่แท้เตี่ยตัวเองคือเสี่ยปิงเป็นคนวางแผนเล่นงานติณห์ เสี่ยปิงถามเพนนีอย่างสะใจว่า ติณห์ถูกไฟช็อตตายรึเปล่า เพนนีบ่นว่าเตี่ยเล่นแรงไป เสี่ยพูดขำๆว่าทำเพื่อให้แฟนเธอหายซ่าหมดใจที่จะทำรีสอร์ตอีก

“หมดใจอะไร เขายิ่งระแวงน่ะไม่ว่า เตี่ยหยุดไปเลยนะ ไอ้ความรุนแรงแบบเตี่ยเนี่ย หนูจะใช้ความรักเปลี่ยนเขาเอง อ่อนนุ่มย่อมชนะแข็งกร้าว  น้ำเซาะหินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน” เพนนีว่าเตี่ยแล้วเดินไปเลย

“อ่อนนุ่มมันจะชนะแข็งได้ไงวะ ไร้สาระว่ะ อีหนูเอ๊ย” เสี่ยปิงตะโกนตามหลังลูกสาวไป

ooooooo

จู่ๆคืนนี้ไตรรัตน์ก็ขับรถไปที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ เพื่อเอาพระรอดไปคืนให้สุคนธรส โดยมีผีนายธรรมตามไปด้วย เนตรสิตางศุ์เห็นผีนายธรรม สุคนธรสก็ได้กลิ่นผีนายธรรม ไตรรัตน์จะถอดพระรอดคืนให้ตรงนอกรั้ว ผีนายธรรมจ้องคอยจังหวะเล่นงานเขา 4 สาวพากันร้องไม่ให้เขาถอดพระรอดออก แต่ไตรรัตน์หาว่าพวกเธอบ้า กรรณาจึงออกอุบายให้เข้าไปคุยกันข้างใน ทำให้ผีนายธรรมเข้าไม่ได้เพราะมี สายสิญจน์ล้อมบ้านไว้

ผีนายธรรมถูกผีเจ้าที่และโกลเด้นเบบี้ด่าทอเยาะเย้ย ก็ได้แต่่คำรามด้วยความโกรธแค้นอยู่นอกบ้าน

เมื่อไตรรัตน์เข้าไปในบ้านแล้วก็ถอดสร้อยพระรอด คืนให้ ถาม 4 สาวอย่างเย้ยหยันว่าไหนล่ะผี ตนถอดพระรอด แล้วก็ไม่เห็นผีสักตัว เขาแกล้งเอามือบีบคอตัวเองร้องโวยวายว่าถูกผีบีบคอ พอถูกสาวๆ จับได้ก็หัวเราะชอบใจ สุคนธรสเข้าไปกระชากคอเสื้อจะเอาเรื่อง ถูกกรรัมภาร้องห้ามเสียงหลง

“อย่ายัยรส...ผู้ชายมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัดนะหล่อน”

ไตรรัตน์ด่า 4 สาวว่าติงต๊อง ไร้สาระ ถอดพระรอด จากคอบอกว่า ขอบคุณที่หวังดีแต่เก็บไว้ใช้เองเถอะเพราะพระนี่แพงมาก วางพระรอดไว้บนโต๊ะแล้วลุกเดินออกไป พวกสาวๆได้แต่มองหน้ากันไปมา

ไตรรัตน์เดินออกไปที่รถ กรรัมภาพูดปลงๆว่า “ชะตาเขาคงถึงฆาตแล้วล่ะ” กรรณาพึมพำว่าเราทำดี ที่สุดแล้ว ส่วนเนตรสิตางศุ์บอกสุคนธรสว่าให้ทำใจเสียเถอะ แล้วก็ตกใจเมื่อไม่เห็นสุคนธรส ถามกันว่าเพื่อนหายไปไหน

ที่แท้สุคนธรสไปเอารถของกรรัมภาขับตะบึงพรวด ออกมา แล้วขับตามรถของไตรรัตน์ไปเอาเป็นเอาตาย เธอเห็นผีนายธรรมกำลังตามล่าไตรรัตน์ จึงตัดสินใจพุ่งรถ ไปปาดหน้า จอดรถแล้วลงไปกระโดดขึ้นนั่งคู่ เอาพระรอด สวมหัวให้ บอกว่าผีตนนั้นอยู่ในรถคันนี้ มันอาจจะกำลังนั่งคร่อมเขาอยู่ก็ได้

“ฮ่าๆๆ ดี...อยากไปด้วยกันนักใช่ไหม ได้ เดี๋ยวจัดแจ่มๆ 1 ดอก”

ไตรรัตน์ขับรถเหยียบมิดอย่างคึกคะนอง ปากก็ร้องท้าผีให้ฆ่าตนเลย ฆ่าเลย...

ผีไอ้ธรรมโผล่ในกระจกมองหลัง มือมันดึงพวงมาลัยรถจนไตรรัตน์คุมไม่ได้รถส่ายไปมาจนเขาเองก็ตกใจ โวยวายว่าสงสัยยางแตก ครั้นเบรกรถก็ไม่หยุด กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง

สุคนธรสหยิบสายสิญจน์ที่ร้อยด้วยลูกปัดอาคมออกมาพนมมือท่องคาถา ถูกไตรรัตน์ด่าว่าจะทำบ้าอะไรอีก พริบตานั้น สุคนธรสเหวี่ยงบ่วงสายสิญจน์ไปที่ พวงมาลัย ผีไอ้ธรรมร้องอ๊าก...มันกระเด็นออกไปจากรถ หน้าต่างด้านคนขับแตกกระจาย พวงมาลัยฟรี ไตรรัตน์รีบดึงกลับ ทำให้รถพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนน

สุคนธรสถลาข้ามเบาะไปช่วยดึงพวงมาลัย ตะโกนบอกไตรรัตน์ให้เหยียบเบรก เขากระทืบเบรกเต็มแรง เสียงล้อรถบดถนนดังแสบแก้วหู รถหยุดกึก หน้าอกไตรรัตน์อัดพวงมาลัยเต็มแรง สุคนธรสก็ถูกกระแทกหน้าไปจิ้มอยู่หลังเขา

รถหยุดแล้ว แต่เสียงแตรรถดังลั่น...

ooooooo

ทนายสมชาติช่วยหิ้วกระเป๋ามาส่งญาณินกับป้าออที่เรือนรับรอง บอกว่าถ้าญาณินกับคุณแม่ต้องการอะไรให้โทร.บอก

ทนายพูดยังไม่ทันจบ ป้าออรีบขัดว่าตนยังโสดไม่ใช่แม่ของญาณิน พ่อแม่ญาณินอยู่เชียงใหม่ ตนเป็นเพื่อนสนิทของแม่ แม่เธอเลยฝากให้มาดูแลแทน...

ป้าออชี้แจงแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทนายทนไม่ไหวรีบขอตัว พอทนายผละไป ป้าออก็หันมาต่อว่าญาณินว่าที่แท้อุตส่าห์บึ่งรถมาถึงนี่เพราะเป็นห่วงติณห์แบบส่วนตัวและหัวใจแต่ไม่ใช่งาน

“เขามีแฟนแล้ว ป้าออก็เห็น อย่าพูดแบบนี้ อีกนะคะ” ญาณินทำเสียงนิ่งๆ แต่ใจสั่น แล้วหิ้วกระเป๋าเข้าบ้านไป ป้าออมองตามหลังพึมพำอย่างรู้ทัน “ปากแข็ง...”

“ที่มุมมืดใต้ต้นไม้ วิญญาณคุณหลวงมองญาณิน อยู่อย่างกระวนกระวายอยากจะคุยด้วย

สุคนธรสขับรถพาไตรรัตน์มาส่งที่บ้าน เห็นเขานั่งจับหน้าอกอยู่ถามว่าเจ็บมากหรือ จะไปโรงพยาบาลไหม เขาตอบเสียงห้วนว่าอย่ามายุ่ง

เมื่อเธอถามว่าที่ผีฆ่าเขาไม่สำเร็จเพราะใครช่วยไว้ถ้าไม่ใช่ตน ถูกไตรรัตน์สั่งหยุดพูดเรื่องผีเสียที พวงมาลัยของตนเจ๊งไม่เกี่ยวกับผีทำหรอก สุคนธรสสวนไปว่าถ้าพวงมาลัยเจ๊งแล้วตนจะขับมาส่งเขาได้ยังไง ตาสว่างเสียทีสิ เลยเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าใช่ผีหรือไม่อยู่ในรถ

พลันก็มีไฟฉายส่องเข้ามาจากนอกรถ ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความตกใจนึกว่าผี ที่แท้คือเจ๊หญิง แซวยิ้มๆว่า

“กอดกันกลมเชียว มีอะไรในกอไผ่รึเปล่า...” เสี่ยจำเริญก็มาถามว่าทำไมหนูรสถึงมากับอาตี๋ได้

“นายไตรถูกผีตามล่าค่ะ แต่ตอนนี้เขาใส่พระรอดเหมือนเดิมแล้ว น่าจะพออุ่นใจได้ ฝากคุณจำเริญกับคุณหญิงเฝ้าเอาไว้ให้ดีนะคะ อย่าให้คลาดสายตา อย่าดื้อ อย่าซน อย่าประมาท จะทำให้คนอื่นเขาเหนื่อยค่ะ  ขอบคุณค่ะ กลับก่อนนะคะ”

เจ๊หญิงชวนเข้าบ้านก่อน เสี่ยจำเริญก็จะให้เอารถไปส่ง สุคนธรสตอบอย่างเข้มแข็งแอบแขวะไตรรัตน์ว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเป็นหญิงแกร่ง ดูแลตัวเองได้ ไม่ชอบรบกวนทำให้คนอื่นลำบากหรอกค่ะ” พูดแล้วรีบไปเลย ในขณะที่ไตรรัตน์ยังกุมอกจุกจนพูดไม่ออกอยู่

เมื่อเข้าบ้าน เขาปรารภกับเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงว่าคิดไม่ออกเลยว่าสุคนธรสต้องการอะไร ให้เงินทองก็ไม่เอา เสี่ยบอกว่าเธอไม่ต้องการเงินหรอก ไตรรัตน์ก็ยังตะแบงไปจนได้ว่าถ้าไม่ต้องการเงินก็ต้องการอย่างอื่น เตือนป๊ากับม้าว่าอย่าไว้ใจคนเกินไป

เจ๊หญิงบ่นว่า นับแต่โดนผู้หญิงคนนั้นหลอก เขาก็ขี้ระแวงจนเกินไป เสี่ยจุ๊ปากไม่ให้เมียพูด ส่วนไตรรัตน์ตัดพ้อแม่ว่า

“ม้า...หยุดพูดเรื่องที่มันจบไปนานแล้วเสียที ผมลืมไปหมดแล้ว ผมเหนื่อย ขอตัว” พูดแล้วเดินจุกๆออกไป

พอไตรรัตน์ไปแล้ว เจ๊หญิงถามเสี่ยว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นเนื้อคู่ของลูกที่ตนเคยฝันถึง เสี่ยพยักหน้าว่าดูโหงวเฮ้งเธอดุดันเป็นผู้นำ เป็นพญาหงส์ที่จะปราบตี๋น้อย

ของเราได้อยู่หมัด และทำให้ลูกลืมอดีตที่ผิดหวัง กลบเกลื่อนรอยแผลในหัวใจได้อย่างทุกวันนี้

เสี่ยกับเจ๊จับมือกันอย่างหมายมั่นปั้นมือจะเอาสุคนธรสมาเป็นลูกสะใภ้จริงๆ ให้ได้

ooooooo

คืนนี้...เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ญาณินไปยืนมองพระจันทร์ที่หน้าต่าง รำพึงอย่างนึกถึงเพื่อนอีก 4 คน...

“พระจันทร์เต็มดวงอย่างนี้แหละ ตัวดีเลยล่ะ พลังของพวกเรา 5 สาวแกร่งกล้านัก”

ญาณินจ้องพระจันทร์เกิดปฏิกิริยาของพลังที่

ส่งมาให้ รอบตัวญาณินเกิดแสงออร่าขาวใส ใบหน้าญาณินผ่องผุดผาด

ส่วนที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ สุคนธรสมาถึงเกสต์เฮาส์เห็น 3 สาวนั่งสมาธิอยู่กลางห้องรับแสงจันทร์เต็มดวง เธอจึงไปนั่งสมทบ ทุกคนนั่งกันอย่างนิ่งสงบ...

ญาณินถอดจิตออกจากร่างไปที่เรือนไทย เจอคุณหลวงออกมาทักว่ามาแล้วหรือ เธอถามว่า “ท่านมีอะไรจะบอกหนูหรือคะ”

คุณหลวงบอกว่าเรามารู้จักกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียที ท่านแนะนำตัวเองว่าชื่อหลวงพิชัยภักดีเป็นตาของไตรรัตน์ บอกเธอว่า อยากให้ช่วยหลานหัวดื้อคนนี้สร้างกิจการที่เขาฝันอยากทำให้สำเร็จ อย่าให้เขารื้อเรือนไทย และอย่าให้เขาแต่งงานกับนังปากแดงนั่นเด็ดขาด และไม่ต้องให้กำนันพงษ์มาช่วยเหลืออะไร

พูดได้แค่นี้คุณหลวงบอกว่าต้องไปแล้วรู้สึกเหนื่อย... เพราะวันนี้ใช้แรงไปเยอะ สุดท้ายเอ่ยปากฝากไตรรัตน์ไว้ด้วย

เมื่อคุณหลวงไปแล้วจิตญาณินคืนสู่ร่าง ทำให้ร่างที่นอนอยู่กระตุกนิดหนึ่ง ป้าออรู้สึกตัวถามว่าเป็นอะไรตะโกนเสียดังเชียว ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอน

“ก็ฉันเป็นห่วงคุณติณห์ มีทั้งคนทั้งผีคอยรุมทำร้ายเขา เท่าที่ดูก็มีทนายสมชาติเท่านั้นแหละที่ดูเป็นคนจิตใจดี”

ป้าออถามว่าแล้วเมื่อกี้ไปไหนมา เธอไม่ตอบแต่บ่นว่า

“คุณหลวงนะคุณหลวง ฝากซะหลายเรื่องเชียว แล้วแต่ละเรื่อง...เข้าข่ายแส่เรื่องของชาวบ้านทั้งนั้น ตาฝรั่งนั่นจะยอมฟังเราเหรอเนี่ย” พูดแล้วพลิกตัวหลับต่อ

“คุณญาณิน...ฝันหรือจริงเนี่ย คุณหลงคุณหลวงอะไรที่ไหน หมายถึงผีหรือเปล่า คุณหนูๆๆ”

ญาณินนอนหลับไปแล้ว ป้าออนอนไม่หลับลุกขึ้นมานั่งสวดมนต์ปากคอสั่น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:58 น.