สมาชิก

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

ตอนที่ 15

ทันทีที่ญาณินรู้สึกตัว เธอถามป้าออว่าติณห์

อยู่ไหน พอรู้ว่าแล่นไปหาเพนนีแล้ว เธอลุกพรวดเดินอ้าวไปจนป้าออตามแทบไม่ทัน

ไปเจอกรรณา กรรัมภา และณัฐเดช ที่กำลังเดินกลับมาพอดี กรรัมภาบอกญาณินว่ากลับไปก่อนดีกว่า แล้วตนจะอธิบายให้ฟัง ขณะกำลังยืนคุยกันนั้นเอง เสียงเพนนีก็แหลมแปร๊ดเข้ามา บอกญาณินว่ามาก็ดีแล้ว เพราะติณห์มีเรื่องจะคุยด้วย

ติณห์เดินเข้าไปหาญาณินอย่างเยือกเย็น มาดขรึม บอกเธอว่า “ลาก่อน ญาณิน เราจบกัน พวกคุณเลิกทำงานกลับกรุงเทพฯไปได้แล้ว ผมเลิกจ้างพวกคุณ!!”

ติณห์บอกเธอว่า ตนรักเพนนี เป็นรักที่บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งชั่วร้ายอย่างที่พวกเธอเข้าใจ ให้ป้าออไปหาทนายสมชาติ บอกว่าตนขอเลิกสัญญาและพร้อมจ่ายค่าเสียหาย

ในยามนี้  ไม่ว่าป้าออหรือแม้แต่ณัฐเดชที่เป็นเพื่อนรักพูดอะไรก็ไร้ผล ยิ่งเมื่อมีเพนนีคอยยุยงส่งเสริม ติณห์ก็เดินควงเพนนีกลับไป ไม่แยแสกับพวกญาณินแม้แต่นิดเดียว

ระหว่างที่กำลังเก็บของเตรียมกลับกันนั่นเอง

กรรัมภาก็ได้รับโทรศัพท์จากหมอรุทธ์ เตือนเรื่องจัดงานปาร์ตี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำศัลยกรรมที่เธอเคยตกลงกับหมอรุทธ์ไว้ แต่เพราะมัววุ่นวายกับเรื่อง

ติณห์จนลืม แต่เธอก็ทำเฉไฉเอาตัวรอดได้ บอกหมอว่าตนกำลังทำผมเตรียมจะไปงานคืนนี้อยู่แล้ว

ooooooo

กรรัมภา กรรณา และเนตรสิตางศุ์ เตรียมกลับไปงานปาร์ตี้ให้ทันเวลา แต่ญาณินยังไม่กลับ ณัฐเดชอ้างกับสาวๆว่า ตนก็ยังไม่กลับเพราะมีธุระสำคัญต้องทำอีกนิดหน่อย สั่งเนตรสิตางศุ์ว่าไปถึงแล้วให้โทร.บอกด้วย

แต่พอส่งพวกกรรัมภาไปแล้ว ญาณินยังไม่ทันเข้าบ้าน คุณหลวงก็หน้าตาตื่นมาบอกว่าแย่แล้ว พลางพาญาณินไปที่เรือนไทย

ปรากฏว่าที่เรือนไทย ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ที่พื้นก็ถูกขุดเหมือนค้นหาอะไร ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่คุณหลวงตั้งข้อสังเกตว่า ปกติใครไปใครมาท่านต้องเห็น การที่ไม่เห็นแสดงว่าต้องเป็นพวกที่มีอาคมบังตา

“อาคม...หรือมันจะเกี่ยวกับที่หนูเคยเห็นวิญญาณชายแก่ ไม่ใส่เสื้อ นุ่งโจงกระเบนแดงที่นี่เมื่อวันก่อน” ญาณินเอะใจ

กุมาริกาฉุกคิดได้โพล่งไปว่า หรือจะเป็นพวกที่อยากได้ทองคำของคุณตา คุณหลวงเชื่อว่าต้องเป็นพวกที่อยากได้ทองคำของตนจนตัวสั่นแน่ๆ

ทันใดนั้น กุมาริกาบอกว่ามีคนมา ทั้งสามจึงหายแว้บไปในพริบตา ครู่เดียวกายหยาบของญาณินที่นั่งอยู่บนม้ายาวที่เรือนไทยก็ลืมตาขึ้น เธอลุกไปโผล่หน้าต่างที่หลังเรือน ตะโกนถามว่าใคร ปรากฏว่าเป็นกำนันพงษ์กับสน

กำนันพงษ์ทำเป็นเดินดูทั่วเรือนไทยอย่างแปลกใจ สนทำทีถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ญาณินบอกว่าตนก็ไม่ทราบว่าใครแอบเข้ามารื้อเรือนไทย

“อาจจะเป็นพวกคนงานมาหาของเก่า เดี๋ยวผมอาสาแจ้งความให้เอง คุณญาณินจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเป็นธุระ อ้อ...แล้วนี่คุณติณห์อยู่ไหน ทราบเรื่องหรือยัง”

“คงยังไม่ทราบหรอกค่ะ เขาอยู่กับครอบครัวแฟนเขา”

“ครอบครัวแฟน? หมายความว่าไง” กำนันทำไขสือ

ooooooo

กำนันรีบไปที่บ้านเสี่ยปิง เจอเสี่ยกำลังยื่นเอกสารสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ติณห์เซ็นพอดี กำนันไม่พอใจมาก บอกติณห์ว่าจะทำอย่างนั้นไม่ได้

เสี่ยปิงกับกำนันทะเลาะกันรุนแรง กำนันไม่พอใจที่เสี่ยปิงผิดสัญญาที่จะให้ตนเป็นคนหลอกล่อซื้อที่ดินจากติณห์ด้วยค่านายหน้ามหาศาล แต่แล้วเสี่ยก็มาทำข้ามหน้าข้ามตาตน เสี่ยโต้ว่าให้กำนันทำมานานแล้วก็ไม่สำเร็จสักที ไล่กำนันกลับไปเสีย ตนไม่มีอะไรต้องรบกวนแล้ว

กำนันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แฉเสี่ยว่าให้ลูกสาวใช้มนตร์ดำมาทำเสน่ห์ติณห์สำเร็จแล้วมาทำเลวกับตน ไม่เพียงเท่านั้น กำนันยังสาวไส้เสี่ยว่า ตอนที่ติณห์ทำ

รีสอร์ตใหม่ๆ ผู้รับเหมากี่รายต่อกี่รายก็หนีไปหมดเพราะเสี่ยจ้างหมอผีมาหลอกหลอน เพื่อให้สร้างรีสอร์ตไม่สำเร็จ แล้วติณห์จะได้ถอดใจยอมขายที่ดิน

ติณห์แทรกขึ้นว่า ถึงเสี่ยจะทำอะไรอย่างไร ตนก็ยังเคารพเพราะเป็นพ่อตาตน กำนันโพล่งไปว่าที่เขาเป็นแบบนี้เพราะถูกเพนนีทำเสน่ห์ ติณห์ถามกวนๆว่า กำนันมีอะไรอยากแฉอีกไหม กำนันยิ่งแฉ ตนก็ยิ่งรักครอบครัวนี้ ยุว่าถ้ากำนันไม่แฉให้เปรมแฉเลย เปรมยิ้มอย่างภูมิใจลุกขึ้นพูดฉอดๆ

“พวกเราก็แค่เคยวางแผนจะฆ่าคนงาน แต่เตี่ยกลัวยุ่งยาก เลยใช้กำลังข่มขู่พวกผู้รับเหมาแทน ไม่ใช่ผี แต่สุดท้ายแผนที่ได้ผลที่สุด คือส่งยัยเพนนีมาเป็นนกต่อ ล่อแกมาติดกับ”

ในที่สุดกำนันก็ล่าถอยไปอย่างแค้นใจ กล่าวอาฆาตกับสนว่า “ไอ้เสี่ยปิง อย่าคิดว่าคนอย่างกำนันพงษ์จะยอมให้เสี่ยกระจอกๆ มาหักหลังได้ง่ายๆ แล้วแกจะต้องเสียใจที่ทำให้กำนันพงษ์โกรธ...ไอ้เสี่ยปิง!!”

ooooooo

เสี่ยปิงคะยั้นคะยอให้ติณห์เซ็นโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเสีย เราจะได้เป็นปึกแผ่นเป็นครอบครัวเดียวกัน ติณห์ ขอกลับไปเซ็นที่บ้าน แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เขาไม่ยอมเซ็น ทั้งยังเอาโทรศัพท์ที่อัดเสียงเปรมแฉไว้เมื่อครู่ มาชูให้ดูบอกว่า นี่คือหลักฐานที่จะเอาผิดกับพวกเสี่ย ทั้งเรื่องทำเสน่ห์ เรื่องข่มขู่ผู้รับเหมา

ขณะที่เสี่ยปิงกับเปรมและเพนนีกำลังอึ้ง งง นั้น ติณห์บอกพวกเขาว่า ที่ผ่านมานั้นตนแค่แอ็กติ้งเท่านั้น ดูไม่ออกกันเลยหรือ เขาประกาศตัดความสัมพันธ์กับเพนนีว่า ขอให้เราต่างคนต่างอยู่อย่าระรานกันอีกเลย

เสี่ยคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า เพราะโฉนดอยู่ที่ตน แต่ที่แท้ติณห์ฉกเอาคืนไปแล้ว ทำให้เสี่ยโกรธมาก เปรมทำท่าจะเข้าขย้ำติณห์ ถูกณัฐเดชพรวดเข้ามาขัดจังหวะ

“สวัสดีครับทุกคน... มีปัญหาอะไรกัน แจ้งตำรวจไหมครับ ข้อหาบุกรุก ข่มขู่ กรรโชกผู้อื่น แจ้งความไหมครับ ถ้าไม่แจ้ง งั้นก็ขอความสงบให้เพื่อนผมหน่อยนะครับ กลับไปได้แล้ว” พอเปรมจะไป เขาเรียก “เดี๋ยว...คุณเปรม คุณยังมีคดีเก่าที่ไม่หมดอายุความนะ ถ้าจะทำอะไรก็คิดให้ดีๆ”

เพนนีโวยวายไม่ยอมให้ติณห์ทำกับตนแบบนี้ เปรมกล่าวอาฆาตว่าตนจะไม่หยุดแค่นี้ ส่วนเสี่ยปิงคำราม

“ไอ้ติณห์...มึง!!” แล้วสามพ่อลูกก็พากันถอยไปด้วยความแค้น

ญาณินกับป้าออช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่พอไประหว่างทางคนขับบอกว่ารถเสีย แล้วลงไปก้มๆเงยๆ ตั้งแต่ฟ้าสางยันฟ้ามืดก็ยังทำอะไรไม่ได้

ที่แท้คนขับรถเป็นคนของติณห์ เขาถ่วงเวลาเพื่อรอติณห์มารับญาณินกับป้าออกลับไปที่รีสอร์ต ทีแรกญาณินกับป้าออจะไม่ยอมกลับ จนติณห์บอกว่าตนเป็นปกติแล้ว ไม่ได้ถูกเสน่ห์ของเพนนีแล้ว ณัฐเดชช่วยยืนยันอีกคนว่า ติณห์ทำเป็นโดนของ เพื่อหลอกเอาโฉนดที่ดินคืนจากพวกเสี่ยปิง ญาณินกับป้าออจึงเชื่อ

ญาณินดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อเห็นติณห์ปลอดภัยและกลับมาเป็นคนเดิม ติณห์กอดเธอไว้ด้วยความรัก บอกเธอว่า

“คุณทำเพื่อผมขนาดนี้ ผมคิดไม่ออกเลยว่า ชีวิตต่อไปของผมจะอยู่โดยไม่มีคุณได้ยังไง อยู่ที่นี่กับผมนะ ผมสัญญาจะดูแล ทะนุถนอม ไม่ทำให้คุณเจ็บอีก ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม ให้เหมือนกับที่คุณทำเพื่อผม...ญาณิน”

“อย่าพูดแบบเมื่อกี้ให้ใครได้ยินนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันทำเสน่ห์ใส่คุณ” ญาณินพูดขำ แล้วพากันหัวเราะสุขใจ

ooooooo

ในงานปาร์ตี้ที่บ้านหมอรุทธ์ กรรัมภา กรรณา และเนตรสิตางศุ์ แต่งตัวสวยจนหมอรุทธ์เห็นกรรัมภาถึงกับเอ่ยปากชมว่าเธอสวยมาก

สุพิชชาได้รับเชิญมางานนี้ด้วย เพราะอยู่ในวงการแพทย์เหมือนกัน เธอเจอหมอวรวรรธที่ตามตื๊อเนตรสิตางศุ์ในงาน สุพิชชายังพูดถึงความหลังจะให้เขากลับไปเหมือนเดิม เมื่อหมอวรวรรธบอกเธอว่า ตนรักเนตรสิตางศุ์คนเดียวเท่านั้น ทำให้สุพิชชาผิดหวังมาก ส่วนเนตรสิตางศุ์แอบได้ยินแล้วรู้สึกดีและเชื่อมั่นหมอมากขึ้น

เนตรสิตางศุ์เห็นใบหม่อนผ่านไปแว้บๆ จึงตามไป ใบหม่อนพาเธอไปยังห้องลับ หมอวรวรรธตามไปด้วย ทั้งสองเห็นตู้ปลาขนาดมหึมาที่ห้องลับ ในนั้นเลี้ยงสัตว์ทะเลมีพิษมากมาย รวมทั้งหอยเต้าปูนที่มีพิษรุนแรงถึงขนาดทำให้คนตายได้

ระหว่างนั้นยังมีหนังสือตกลงมาทั้งที่ไม่มีลม พอหยิบดูทั้งสองมองกันอึ้ง เพราะมันคือหนังสือ “รวมสัตว์ทะเลมีพิษ” และในหนังสือนี้ยังมีรูปแลบออกมา เป็นรูปหมอรุทธ์ยืนถ่ายอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิ มีชื่อวัดเป็นป้ายไม้เก่าๆ บอกไว้ชัดเจนด้วย

และที่ห้องลับนี่เอง เนตรสิตางศุ์สื่อสารกับใบหม่อนได้ ถามว่าเธอคือใบหม่อนใช่ไหม เธอส่ายหน้า และขอร้องให้เนตรสิตางศุ์ช่วยด้วย บอกว่าตนถูกฆาตกรรม

“เธอต้องช่วยฉันนะ ไม่อย่างนั้นจะต้องมีผู้หญิงกลายเป็นเหยื่อแบบเดียวกับฉัน อย่าให้เขาทำกับใครอีก เธอต้องไปห้ามเขาให้ได้”

ส่วนกรรัมภา ที่พยายามหาข้อมูลจากหมอรุทธ์ เธอชวนหมอเข้าไปในบ้าน บอกว่าอยากฟังหมออธิบายเรื่องทำหน้า หมอรุทธ์ดีใจมากที่เธอยอมให้ตนเนรมิตใบหน้าให้ พาเธอเข้าไปในห้องพิเศษที่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน เธอเลียบเคียงถามว่า “หมอมีห้องทำงานอยู่ในบ้านเลยเหรอคะเนี่ย”

“สำหรับคนพิเศษเท่านั้นครับ เครื่องมือทุกชิ้นนำเข้าจากเกาหลีนะครับ คุณแก้มสบายใจได้ คุณแก้มอยากจะประเดิมด้วยอะไรดีครับ”

กรรัมภาเริ่มกลัว บอกว่าขอลองซอฟต์ๆก่อน ดีกว่า หมอเสนอว่างั้นก็ฉีดโบท็อกซ์ก็แล้วกัน แล้วผายมือเชิญเธอขึ้นเตียง กรรัมภาถอดถุงมือออก พอได้สัมผัสเตียงเธอตกใจมาก เมื่อเห็นใบหม่อนนอนอยู่บนเตียงและหมอวางมีดเปื้อนเลือดลงในถาด ถอดผ้าคาดปากออก ยิ้มยินดีกับผลงานเหมือนคนเป็นโรคจิต

หมอรุทธ์เห็นเธอชะงัก ถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่ารู้สึกกลัวขึ้นกะทันหัน แล้วเลียบเคียงถามว่าตนเป็นคนที่เท่าไรที่มาทำกับหมอที่นี่ หมอรุทธ์บอกว่าไม่เคยพาใครมาที่นี่ เธอถามว่าแล้วใบหม่อนทำที่นี่ เตียงนี้หรือเปล่า

“คุณใบหม่อนไม่เคยมาที่บ้านผม จะให้ผมเริ่มได้หรือยังครับ” หมอตัดบท กรรัมภาขยับจะลุก หมอปรามว่า “มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมไม่ให้ถอนตัวหรอกครับ นอนลงนะ ก็แค่ฉีดโบท็อกซ์เอง ไม่ต้องกลัวหรอกครับ” ว่าแล้วกดตัวเธอนอนลงไปตามเดิม แล้วหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา หน้าตาหมอเวลานี้จริงจังดูเหมือนคนเป็นโรคจิต!

ooooooo

กรรณาถูกคู่แฝดแองเจโล่และมาริโอ้ตามกระแซะ เธอกลัวจนต้องวิ่งหนี นึกโมโหเพื่อนที่ทิ้งตนไว้ตามลำพัง

“ว้าย...” กรรณาตกใจเมื่อมีมือมาจับไหล่หมับ พอหันไปเห็นเนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธก็ถอนใจโล่งอก

“เนตรได้ข้อมูลแล้ว เรารีบไปจากที่นี่กันดีกว่า”

กรรณาบอกว่าตนยังตามหากรรัมภาไม่เจอเลยเห็นว่าไปกับหมอรุทธ์ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงแล้ว

“นู่น...คุณแก้มอยู่นู่น...” หมอวรวรรธชี้ให้ดู กรรัมภาที่เดินเซๆออกมากับหมอรุทธ์เพราะยังเมายานอนหลับอยู่

กรรณาดีใจที่เพื่อนยังไม่ตาย จะได้เป็นพยานว่าหมอรุทธ์พยายามฆ่าเธอ หมอรุทธ์ไม่พอใจบอกว่าตนแค่ฉีดโบท็อกซ์ให้ บอกกรรัมภาอย่าเพิ่งขยับหน้ามาก แล้วหันไปเหน็บกรรณาว่า ดูท่าทางเธอจะมีปัญหากับตนมากเกินกว่าที่ตนคิดเสียอีก

“ยัยบ้าเอ๊ย เรามาหาเบาะแสคดีคุณใบหม่อนแต่แกกลับไปนอนให้เขาฉีดโบท็อกซ์เนี่ยนะ” กรรณากระซิบด่า

“ก็ฉันไม่รู้จะเลี่ยงยังไง แต่ฉันก็ไม่ได้ออกมามือเปล่านะ หนึ่งได้หน้าตึงๆฟรี สอง...ฉันเห็นคุณใบหม่อน”

สองสาวชะงักกึก เมื่อหมอรุทธ์ถามว่ากระซิบ กระซาบอะไรกัน ก็พอดีก๊องวิ่งเข้ามาบอกกรรณาให้กลับเดี๋ยวนี้ไม่ต้องถามว่าทำไม พอสองสาวมองไปก็เข้าใจ เมื่อเห็นแองเจโล่กับมาริโอ้กำลังเดินดิ่งมาหากรรณา พอพวกเธอวิ่งหนีแฝดทั้งสองก็ถามพร้อมกัน “จะหนีไปไหน กลับมาก่อนนางฟ้า” แล้ววิ่งไล่กวดไป หมอรุทธ์มองตามไปงงๆสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เคธี่มาอยู่ที่บ้านไตรรัตน์ คืนนี้เธอไปยั่วเขาอ้อนว่านั่งสมาธิกับเจ๊หญิงจนปวดเมื่อยไปหมดให้ช่วยนวดให้ด้วย ไตรรัตน์นวดให้จนเกือบเผลอใจ ดีที่เห็นเจ๊หญิงเดินผ่านไปแว้บๆ จึงรีบตามไปถามว่าม้าจะไปไหน

เจ๊หญิงบอกว่าจะไปหาหมอสมคิด ไตรรัตน์กอดไว้ไม่ยอมให้ไป ถูกเจ๊กัดที่แขนจนร้องจ๊าก เจ๊ผลักเขาออกแล้วขึ้นรถปิดประตูล็อกทันที ไตรรัตน์ขอร้องอย่างไรก็ไม่ยอมเปิด อาอี๊กับอาม่าออกมาดูเห็นเจ๊ขับรถจะพุ่งชนไตรรัตน์จนเขาโดดหลบแทบไม่ทัน

“ไอ้หมอสมคิดแน่ๆ ผมจะไปพาม้ากลับมา อาอี๊ ฝากดูแลอาม่าด้วยนะครับ” อาม่าเป็นห่วงถามว่าจะไปคนเดียวหรือ “อาม่าไม่ต้องห่วง ผมไม่ไปคนเดียวหรอก”

ที่สำนักหมอผีสมคิด เพนนีไปตัดพ้อต่อว่าหมอที่ไม่สามารถทำให้ติณห์กลับมาหาตนได้ ด่าหมอว่าหลอกลวงเป็นพวก 18 มงกุฎ เลยถูกหมอผีสั่งไอ้หาญกับไอ้กล้าให้เอาตัวออกไปไม่งั้นจะเสกหนังควายใส่ปาก

เพนนีกระโจนเข้าทุบตีหมอผีสมคิด เป็นจังหวะที่เจ๊หญิงหิ้วถุงของกินมามากมายเข้ามาเห็น เจ๊เหวี่ยงถุงของกินทิ้งแล้วพุ่งเข้าถีบเพนนี ตะโกนลั่น “อาจารย์ข้า ใครอย่าแตะ”

เพนนีถูกถีบกระเด็นไปกระแทกฝาห้อง เจ๊จะตามไปตื้บซ้ำ ถูกหมอผีตะโกนห้ามแล้วไล่ออกไปจากสำนักตนเดี๋ยวนี้และอย่ากลับมาที่นี่อีก

เจ๊ตกใจถามว่าตนทำอะไรผิดช่วยบอกทีตนจะทำให้เดี๋ยวนี้เลย หมอผีจึงพูดเป็นนัยว่าจะทำได้หรือป่านนี้ทนายหลับไปแล้ว เจ๊จึงรู้ว่าหมอผีหมายถึงที่ตนเคยบอกว่าจะให้หมอผีเป็นผู้จัดการมรดกให้ สัญญาว่าจะรีบกลับไปจัดการให้เร็วที่สุด

“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เจ๊สมหญิงจะได้แต้มสะสมความดีเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า จากเลเวลสามก็กลายเป็นสามสิบ ทีนี้เราก็จะได้ไปทัวร์สวรรค์ด้วยกัน”

“สวรรค์...สวรรค์...สวรรค์...” เจ๊เคลิ้มตาลอยพึมพำไม่หยุด

ขณะไตรรัตน์ไปปรับทุกข์กับสุคนธรสที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากอาอี๊ ฟังแล้วตกใจรีบกลับบ้าน เจอเจ๊หญิงกำลังทำพิธีบูชาอีกา มีเสี่ยจำเริญถูกจับมัดปากมัดมือติดกับเก้าอี้รถเข็นดิ้นขลุกขลักอยู่ตรงนั้น

เจ๊หญิงบังคับให้เสี่ยเซ็นใน “เอกสารพินัยกรรม” มอบอำนาจให้หมอผีสมคิดเป็นผู้จัดการมรดก อาม่ากับอาอี๊มาเคาะประตู อาม่าตะโกนบอกเสียงสั่น

“อาตี๋ใหญ่ ลื้ออย่ายอมเซ็นนะ ไม่งั้นวิญญาณบรรพบุรุษแช่งพวกเราให้ตกนรกแน่”

เสี่ยดิ้นจนดึงผ้ามัดปากออกได้ ตะโกน “ไม่! อั๊วจะไม่ยกสมบัติของอั๊ว ของบรรพบุรุษอั๊วให้คนอื่น”

เคธี่เอะใจชะโงกมองเอกสารเห็นเป็น “เอกสารพินัยกรรม” ก็ตกใจ เปลี่ยนจากช่วยเจ๊หญิงเป็นหาทางต่อต้านคัดค้าน เพราะนั่นหมายถึงว่าความหวังจะได้สมบัติจากตระกูลนี้ไปแก้ปัญหาหนี้สินของแม่ตัวเองก็หมดหวัง รีบเสนอว่าให้รอถามความเห็นไตรรัตน์ก่อนดีไหม

เจ๊หญิงไม่ยอม ด่าไตรรัตน์ว่าเป็นลูกชายไม่รักดี จะบังคับให้เสี่ยเซ็นให้ได้ พอดีไตรรัตน์กลับมาพร้อมกับสุคนธรส เขาปีนระเบียงเข้าไป เป็นเวลาที่เจ๊หญิงจับมือเสี่ยเซ็นชื่อเสร็จพอดี เขาพรวดเข้าไปแย่งเอกสารนั้นส่งต่อให้สุคนธรสจุดไฟเผาทิ้ง เจ๊หญิงดิ้นพราดๆจะไปทำร้ายสุคนธรส

สุคนธรสได้กลิ่นวิญญาณชั่วร้ายจึงใช้อาคมไล่วิญญาณ ไตรรัตน์เองก็เอายาสลบโปะจนเจ๊หญิงหมดสติ สุคนธรสเอายันต์เก้ายอดแปะที่ประตู แล้วเธอก็วิ่งออกจากห้อง ไตรรัตน์วิ่งตามไปจนถึงบริเวณนอกบ้าน เธอบอกว่าได้กลิ่นชั่วร้ายแถวนี้ ไตรรัตน์ถามว่ามันคืออะไร

“หุ่นดินปั้น ฉันคิดว่าเจ๊หญิงต้องโดนทำฝังรูปฝังรอย มันเป็นวิธีทำเสน่ห์อย่างหนึ่ง”

เธอเริ่มขุดหาที่ฝังหุ่นพลางบรรยายถึงการทำพิธีฝังรูปฝังรอยว่ามันจะทำให้ผู้ถูกกระทำหลงผู้ทำพิธีอย่างโงหัวไม่ขึ้น ต้องไปหามีดตัดลูกนิมิตเก้าวัดมาทำลายอาถรรพณ์ เรื่องนี้ไม่ยากเพราะหลวงลุงมี แต่ที่ยากตอนนี้คือเราไม่รู้ว่าหุ่นฝังไว้ที่ไหน

เธอขุดไปจนถึงเช้ายังไม่เจอ ส่วนไตรรัตน์เพลียหลับไปนานแล้ว เธอปลุกเขา พอตื่นไตรรัตน์ก็จะขุดต่อ เธอห้ามไว้บอกว่าต้องรอคืนนี้ค่อยขุดอีกที

“ทำไมต้องรอ...หาให้เจอไปเลยแม่ผมจะได้หาย มาผมหาต่อ”

“ต้องรอให้แสงจันทร์ช่วยนำทางให้ กลางวันหมดสิทธิ์ ฉันพยายามแล้ว”

“โหย...เอาๆ คืนนี้ก็คืนนี้” ไตรรัตน์จำต้องยอมอย่างไม่เต็มใจ

ooooooo

คืนนี้เนตรสิตางศุ์ฝันเห็นใบหม่อนมาร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอยู่บนต้นไม้ เธอสะดุ้งตื่น หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดู ทนอยู่ไม่ได้ ลุกจากเตียงเดินออกไปอย่างเร็ว

รุ่งขึ้นเธอซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์หมอวรวรรธไปพัทยา แต่มีรูปใบเดียวที่หมอรุทธ์ยืนอยู่ข้างเจดีย์เก็บอัฐิ ทำให้ไม่รู้จะไปหาที่ไหน หมอวรวรรธให้ถามใบหม่อน เนตรสิตางศุ์ไม่กล้า แต่อ้างว่าใบหม่อนไม่เคยออกจากโรงละคร

แต่เมื่อยังมืดแปดด้าน เธอจึงตัดสินใจถอดแว่นแต่ยังหลับตาปี๋กลัวจะเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น จนหมอวรวรรธถามว่าถ้าเธอหลับตาอย่างนี้แล้วจะเห็นอะไร เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วก็ตกใจแทบร่วงจากรถเมื่อเห็นวิญญาณสัมภเวสีชายหญิงมากมาย ต่างพากันยื่นมือมาขอส่วนบุญ

เนตรสิตางศุ์แข็งใจมองไปรอบๆ เห็นวิญญาณใบหม่อนแว้บผ่านหน้าไป เธอรีบบอกหมอให้ตามไป

เข้าไปในวัดถามพระสงฆ์พลางเอารูปให้ดู พระสงฆ์ ชี้ไปทางหลังเมรุ ทั้งสองรีบไปทางนั้น จนเห็นเจดีย์หลังเมรุ เนตรสิตางศุ์ขอใส่แว่นเพราะเห็นวิญญาณเต็มไปหมด กอดเอวหมอวรวรรธไว้แน่น

เมื่อไปถึงหลังเมรุ ทั้งสองเห็นเจดีย์เก็บอัฐิตรงตามในรูป มีดอกไม้สดวางอยู่ช่อหนึ่ง แสดงว่าเพิ่งมีคนแวะมา

พอเข้าไปดูรูปและแผ่นป้ายที่เจดีย์ ทั้งสองก็แปลกใจ เมื่อเห็นรูปใบหม่อนติดอยู่ หมอเอะใจเพราะศพของใบหม่อนยังอยู่ที่สถาบันนิติเวช ชะโงกเข้าไปดู จึงเห็นข้อความใต้รูปว่า

“นางวาโย วรรณภู ยี่สิบหกธันวาคม สองพันห้าร้อยสี่สิบแปด” หมอบอกว่าตายไปแล้วเจ็ดปี

เนตรสิตางศุ์หันกลับมาเห็นวาโยยืนหน้าเศร้าอยู่ พึมพำถาม... “คุณไม่ใช่ใบหม่อน?”

ooooooo

ติณห์มีความสุขมากที่ญาณินยังทำงานอยู่กับเขา เขาชวนเธอไปดินเนอร์กันคืนนี้ตอบแทนที่เธออยู่เคียงข้างเขา ญาณินอึกอัก เขาเสนอว่าถ้าลำบากใจเปลี่ยนเป็นมื้อกลางวันก็ได้ ถามว่าโอเคไหม

“ค่ะ” เธอยิ้มอย่างสบายใจ

ระหว่างนั้นเอง มีข้อความเข้ามือถือ ญาณินกดดู “ออนไลน์ด้วย มีเรื่องด่วน...แก้ม” เธอทั้งกังวลและแปลกใจ

เมื่อออนไลน์กัน คำถามแรกที่กรรัมภาถามมาคือ “ยัยเจ๊ แกว่าหน้าฉันใสหรือยัง”

ญาณินถามเซ็งๆว่านี่หรือเรื่องด่วน กรรณาเลยตัดบทว่า

“เจ๊อย่าไปใส่ใจมันเลย ไร้สาระ เจ๊ช่วยคิดเรื่องไอ้เนตรดีกว่า น้องหนูของพวกเราไปเจอของเด็ดที่บ้านไอ้หมอรุทธ์เข้าแล้ว”

กรรณาเล่าเรื่องที่เนตรสิตางศุ์ไปเจอตู้ปลาสัตว์มีพิษในทะเลที่บ้านหมอรุทธ์ กรรัมภาหน้าตึงโต้เพื่อนว่า ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองชอบกันทั้งนั้น หมอรุทธ์จะชอบเลี้ยงสัตว์ทะเลก็ไม่เห็นแปลก

ญาณินตั้งข้อสังเกตว่าแปลกตรงที่ใบหม่อนพยายามให้เนตรสิตางศุ์ไปเห็น กรรณาจึงเปิดรูปถ่ายหมอรุทธ์ที่เจดีย์เก็บอัฐิให้ดู ญาณินบอกว่าใบหม่อนคงพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเนตร แต่อย่าเพิ่งสรุปอะไรจนกว่าจะมีหลักฐานแน่ชัด

เมื่อได้เวลานัดไปทานมื้อกลางวันกัน ญาณินแปลกใจที่เห็นติณห์แต่งหล่อพิเศษ กุมาริการะแวงไม่อยากให้ญาณินไป เห็นญาณินเดินมาก็จะเข้าไปบอก ถูกคุณหลวงฉุดไว้ไม่ยอมให้ขัดขวางความสุขของหลานชาย แล้วลากกุมาริกาหายแว้บไปเลย ญาณินมองขำๆกับคู่หูต่างวัยคู่นี้

ติณห์เดินออกจากตัวบ้าน ญาณินก้าวไปยืนดักเขาทำหน้านิ่ง ติณห์รีบบอกว่ากำลังจะเดินไปหาเธอที่เรือนรับรอง

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ” ญาณินหน้าเครียด ติณห์ เสนอว่าไปคุยกันตอนทานข้าวก็ได้ ตนก็มีเรื่องจะคุยเหมือนกัน “ฉันต้องคุยเดี๋ยวนี้” ญาณินเสียงเฉียบขาดแล้วหันหลังเดินไปเลย

“คุณณิน ทำไมไปทางนั้นล่ะ รถผมอยู่ด้านนี้” ร้องบอกแล้วยกมือเกาหัวแกรกๆ แต่ก็เดินตามไปงงๆ

ooooooo

วันนี้ ณัฐเดชพาลูกน้องที่ไปเฝ้าผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งทั้งวันทั้งคืนไปกินข้าว ระหว่างนั้น สุพิชชาเดินเข้ามาทัก ทำเป็นไม่มีโต๊ะว่างขอนั่งด้วยคน ลูกน้องกินเสร็จพอดีจึงลุกไปอย่างตั้งใจเปิดโอกาสให้เจ้านาย

หลังจากสั่งอาหารแล้ว สุพิชชาเล่าว่า เธอเจอเนตรสิตางศุ์ที่บ้านหมอรุทธ์ ชมว่าน่ารักมาก มิน่าล่ะพี่ชายถึงหวงมาก

เธอจงใจเล่าอีกว่า เจอหมอวรวรรธที่นั่นด้วย แต่แทบไม่ได้คุยกันเลยเพราะหมอเอาแต่เดินตามเนตรสิตางศุ์ ตอนกลับก็ปล่อยให้ตนกลับคนเดียว ไม่รู้หายไปไหนกันทั้งสองคน

เล่าแล้วเห็นณัฐเดชหน้าเครียดกำมือแน่น เธอทำหน้าเศร้าถามว่า

“เวลาผู้ชายนอกใจผู้หญิง เขาจะมีพิรุธแบบนี้ใช่ไหมคะ”

“ไม่รู้สิ พี่ไม่เคยนอกใจใคร มีแต่โดนคนอื่นนอกใจ” ณัฐเดชย้อนเอาจนสุพิชชาอึ้ง แต่แล้วก็ยิ้มสมใจที่เห็นเขาฮึดฮัดเรื่องน้องสาวกับหมอวรวรรธที่ตนจงใจเป่าหู

ooooooo

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด