ตอนที่ 12
พอได้เห็นเตชยืนกอดอกอยู่มุมหนึ่ง ม่านมัสลินก็เข้าใจแล้วว่านี่มันเรื่องอะไร จึงบอกลูกน้องเตชไปว่า นึกว่าเงินจะฟาดหัวได้ทุกอย่างหรือ กลับไปบอกเจ้านายแกว่าให้ลูกสาวเขาเลิกมายุ่งกับตนดีกว่า ลูกน้องเตชขู่ว่าอยากมีเรื่องหรือ ม่านมัสลินยิ้มเยาะ
“มีเรื่องน่ะ ฉันมีจนชินซะแล้ว ถ้าจะมีอีกสักเรื่องก็ไม่มีอะไรต้องกลัว” ม่านมัสลินขว้างถุงเงินไปทางเตชแล้วตะโกนให้ได้ยิน “เงินนี่น่ะเหรอ มันน้อยไปไหมกับสิ่งที่พวกแกทำน่ะ...ถ้าแน่จริงก็เดินเข้าไปดูอาการคนไข้ใน ห้องข้างหลังฉันซะ ผลจากสิ่งที่ลูกสาวคุณได้ทำเอาไว้ และเมื่อพวกคุณคิดจะใช้อำนาจกับฉันแบบนี้ ฉันก็จะไม่ยอมพวกคุณเหมือนกัน”
สีหน้าม่านมัสลินที่พูดกับเตชดูชิงชังเขาเป็นที่สุด
เธอ ชี้ไปที่ห้องคิม “ไม่กล้าใช่ไหมล่ะ หรือว่ากลัวจะรับไม่ได้ว่าลูกสาวซื่อ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสาของคุณไม่ได้อ่อนต่อโลกอย่างที่คุณคิด”
เตชกับ ม่านมัสลินจ้องหน้ากันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ลูกน้องเตชเข้ามาประกบคอยคุ้มกัน ม่านมัสลินพูดใส่หน้าเตชว่า คิมกำลังจะตายลูกสาวเขาต้องรับผิดชอบ เตชโต้อย่างดุเดือด
“ฉันไม่สนใจ หรอกว่าใครจะเป็นจะตาย หรือใครผิดใครถูก ฉันรู้แต่ว่าเธอต้องอยู่ห่างจากลูกสาวฉันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ยังงั้นเธออาจจะมีสภาพไม่ต่างจากคนที่นอนในห้องนั้นแน่ๆ”
“ถ้าจะทำอะไรผู้หญิงอย่างฉัน ก็ขอให้ทำซึ่งๆหน้าแล้วกัน อย่ามาลอบทำร้ายกันแบบที่พวกคุณถนัด” ม่านมัสลินยื่นหน้าท้าทาย
“ปากดีนักนะ” เตชขยับเข้าหา
กานนเข้ามาทันเห็นเหตุการณ์แต่ทำไม่รู้เรื่องเข้ามาทัก “คุณอาครับ...”
เตช ชะงัก แล้วเข้าใจไปว่ากานนมากับม่านมัสลิน “ในที่สุดวันนี้ฉันก็ได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าเรื่องที่ฉันได้ยินมาว่าคุณ นอกใจลูกสาวฉันมันเป็นเรื่องจริง”
“ผมตั้งใจว่าจะหาโอกาสคุยกับคุณอา เรื่องนี้ แต่ในเมื่อคุณอาคิดอย่างนี้ ผมก็อยากให้คุณอาเข้าใจด้วยครับว่า ผมไม่เคยนอกใจเดียร์” กานนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วที่ฉันเห็นอยู่นี่มันคืิออะไร ทำไมล่ะครับคุณกานน ขนาดนี้แล้วยังไม่กล้ายอมรับกันอีกหรือ”
“ที่ผมบอกว่าผมไม่เคยนอกใจเดียร์ ผมหมายความว่าผมไม่เคยคิดอะไรกับเดียร์มากเกินไปกว่าความเป็นพี่ชายน้องสาว”
ม่านมัสลินยืนงง เตชหน้าชามองกานนที่สบตานิ่งเหมือนยืนยันคำพูดตัวเอง...
เตช กลับมาที่ออฟฟิศอาละวาดใส่ลูกน้อง ปาซองเงินใส่แล้วไล่ตะเพิดให้ออกไป ศักดาเดินสวนเข้ามา ถามว่าหัวเสียอะไรมา หรือว่าทะเลาะกับเมีย เตชโพล่งว่า ม่านมัสลิน
“ผมพอจะเดาเรื่องออกแล้ว มันจะไปยากอะไรคุณ เรามีเงินฟาดๆหัวมันไป คนประเภทนี้ขี้คร้านเห็นเงินก้อนโตๆเข้า ปากก็เปิดไม่ขึ้น” พลันศักดาเห็นซองที่พื้นจึงเก็บขึ้นมาวางบนโต๊ะ
เตช ยิ่งหัวเสีย เพราะผลมันไม่เป็นอย่างนั้น แล้วเลยเล่าเรื่องที่โรงพยาบาลให้ฟัง ศักดาได้ยินว่าเป็นคิมก็ตกใจรีบถามว่าอาการเป็นอย่างไร เตชไม่ทันตอบ ม่านมัสลินโทร.เข้ามาเลื่อนนัด ศักดาหงุดหงิดขึ้นมาทันที เตชถามว่าม่านมัสลินมาเกี่ยวอะไรด้วย
“ก็จะอะไร ก็เรื่องไอ้คิมเนี่ยแหละ” ศักดาบ่นแล้วเล่าเรื่องที่เกิดให้เตชฟัง
เตช ฟังแล้วพลอยหนักใจ เพราะคิมเป็นลูกของแม็กกี้ แต่มันก็เป็นเรื่องของเด็กทะเลาะกัน ไม่น่าทำให้ผู้ใหญ่กลายเป็นศัตรูกัน แต่ศักดารู้ดีว่าแม็กกี้รักลูกมากแค่ไหน
ooooooo
กานนยืนกอดอก มองม่านมัสลินที่นั่งข้างเตียงคนไข้ไม่ยอมไปทำงาน เธอเป็นห่วงเกรงเตชส่งคนมาทำร้ายคิมอีก กานนเตือนลำพังเธอก็คุ้มกันคิมไม่ได้ ม่านมัสลินว่ากานนน่าจะบอกเตชไปเลยว่าเราเป็นพี่น้องกัน แต่กานนเห็นว่านั่นเป็นการแก้ตัว
“ก็จริงของคุณ ฉันมันก็คิดได้แค่ตื้นๆ”
“อย่าประชดกันเลยมัสลิน ผมทำดีที่สุดแล้ว ผมไม่อยากให้มีใครเสียหาย โดยเฉพาะคุณ”
“ฉัน มันด้านซะแล้ว ไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก ขอบคุณที่ห่วงกัน แต่ก็ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะคะ...ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะชดใช้ให้คุณคิม”
“คุณพูดอะไรของคุณมัสลิน”
“ฉันต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ฉันจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ถ้าจะต้องแต่งงานกับเขา ฉันก็จะทำ” ม่านมัสลินสบตากานนพูดอย่างมั่นใจ
กานนใจหาย ช่วงนั้นไม่มีใครเห็นนิ้วคิมกระดิกเหมือนรับรู้คำยืนยันของม่านมัสลิน...
พี ระพลใช้เจลเย็นประคบหน้าตัวเองลดอาการบวม พลันนั่งทับกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กก็นึกได้ว่าคงเป็นของ มธุริน เขาจะบอกพินสุดาว่ามธุรินมาเมื่อคืน แต่พินสุดาเอาแต่บ่นว่าเขาไม่หยุด ท่าทางโมโหที่ไม่เลิกคบกับศิธาเสียที พีระพลเซ็งปากระเป๋าไปกองรวมกับหนังสือ
กุเทพยังคงครุ่นคิดเรื่อง เมื่อคืน เหมือนคลับคล้าย คลับคลาว่าเขาจะได้ยินเสียงมธุริน...ผู้จัดการเอาซองเอกสารมาวางให้ บอกว่ามธุรินฝากไว้ กุเทพรีบเปิดออกดู เป็นเอกสารการขายหุ้นของเธอ และมีกระดาษโน้ตว่า
“คุณกุคะ เดียร์ตัดสินใจขายหุ้นในส่วนของเดียร์ให้กิ๊บไปแล้ว ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้คุณทราบก่อน เดียร์ คงไม่ได้เข้าไปที่ร้านอีก”
กุ เทพหงุดหงิดพยายามโทร.หามธุรินแต่เธอปิดเครื่อง พินสุดาส่งเสียงเจื้อยแจ้วเข้ามา กุเทพยิ่งอารมณ์เสีย พินสุดาทำ เป็นไม่สนใจและบอกว่าตนมาทำงานส่วนที่มธุรินทิ้งไว้ กุเทพนึกได้ หยั่งเชิงเรื่องเมื่อคืน พินสุดายิ้มหวาน
“คิดว่ากุจะไม่คุยเรื่องนี้ซะแล้ว ฉุกละหุกไปหน่อยนะคะเมื่อคืน ยังไงกิ๊บขอแก้ตัวคราวหน้านะคะ”
กุเทพถึงกับกุมขมับส่งเสียงร้อง โว้ย...ระบายอารมณ์
ขณะ เดียวกัน มธุรินนั่งเหม่ออยู่ริมสระน้ำในบ้าน อุษยาแวะมาหาเพื่อบอกข่าวว่ากานนกับม่านมัสลินกลายเป็นพี่น้องกันไปแล้ว มธุรินงง อุษยาหัวเราะวันหลังจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ให้เธอหมั่นไปดูแลใกล้ชิดกานนหน่อยจะได้ดีวันดีคืน มธุรินน้ำตาไหลพราก อุษยาเข้าใจว่าเธอดีใจ แล้วเลยชวนให้มาช่วยตนจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับสองแม่ลูกมาเป็นครอบครัวเดียว กับตน
ออกจากบ้านมธุริน อุษยาก็มาที่บ้านจิรดา ได้ยินม่านมัสลินพูดว่าจะไม่ไปงานเลี้ยงที่บ้านเจ้าสัว จิรดาตื๊อให้ไปเป็นเพื่อนกันหน่อย อุษยาเข้ามาประกาศว่าต้องไปทั้งสองคน แล้วยื่นถุงเสื้อที่ตนซื้อมาฝากให้จิรดา เธอเปิดดูสวยถูกใจก็อมยิ้มม่านมัสลินชำเลืองมองยินดีที่แม่ชอบ
“เออ วันงานน่ะฉันชวนหนูเดียร์เขามาด้วยนะ จะได้ทำความคุ้นเคยกันไว้ อีกหน่อยก็ต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ดี”
จิรดาสงสารลูกจึงว่า “แกติดงานนี่นังมัส จริงๆฉันว่าแค่กินข้าวเย็นแกไม่ต้องไปก็ได้นะ”
“ไม่ เป็นไรค่ะแม่ เดี๋ยวมัสโทร.ไปเลื่อนได้ จริงอย่างที่คุณอาพูดเราควรจะไปทำความรู้จักคุ้นเคยกันเอาไว้” ม่านมัสลิน ดีใจที่แม่ออกตัวแทน จึงตัดสินใจไป
“ดีมาก อะไรๆที่แล้วก็ให้มันแล้วกันไป คิดแค่ว่าเธอกับกานนเป็นพี่น้องกัน ก็จบ”
อุษ ยาบอกแล้วเจอกันที่บ้านก่อนจะกลับ ม่านมัสลินยกมือไหว้ อุษยามองจิรดาเหมือนทวง จิรดายกมือไหว้แกนๆ อุษยาแสยะยิ้ม จิรดาบ่นพึมพำ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ต้องมาเป็นพี่น้องกัน ม่านมัสลินบอกว่าต้องโชคดีสิ เธอพูดเหมือนให้กำลังใจตัวเองไปด้วย
ooooooo
เรื่อง ม่านมัสลินกับกานนกลายเป็นพี่น้องกัน ทำให้มธุรินมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เธอมาหยั่งเชิงพินสุดาว่าระแคะระคายเรื่องระหว่างตนกับกุเทพ
บ้างหรือเปล่า เมื่อเห็นพินสุดามีท่าทีจะกลับไปคืนดีกับกุเทพ เธอถามย้ำจนมั่นใจ จึงตั้งใจว่าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ศักดา มาเล่นงานศิธาถึงสตูดิโอ เรื่องที่คิมบาดเจ็บสาหัส ไม่ทันไร เกวลินโผล่มาต่อว่าศิธาและพูดกระทบศักดาว่า “ลูกคุณไม่ได้โง่คนเดียวหรอกค่ะ”
ศิธาโกรธมาทำไมและไล่ให้กลับไป แต่เกวลินกลับยืนจ้องหน้าศิธา “ถามว่าทำไมน่ะเหรอ ฉันมาก็เพื่อจะบอกให้พ่อเธอรู้ไงว่า ไอ้เงินที่พ่อส่งมาน่ะ เธอเอาไปลงทุนที่ไหน”
“เธอพูดอะไรของเธอ เงินพ่อฉันก็เอาไปลงทุนทำสตูฯน่ะสิ ไปกลับไปได้แล้ว ไม่ต้องบุกมาง้อฉันถึงที่นี่ ยังไง ฉันก็ไม่เอาเธอ...ไป๊”
“ไอ้ศิธาหยุด...พูดเรื่องของเธอให้จบ ไม่ต้องสนไอ้ลูก ทรพีฉัน” ศักดาตวาดศิธา
“เงินที่คุณส่งมาให้น่ะ เขาเอาไปลงทุนในบ่อนโน่น ส่วนสตูดิโอที่เห็นทุกวันนี้มันเป็นเงินของฉันทั้งนั้นแหละค่ะ”
ศิธา โกรธจะพุ่งใส่เกวลิน ศักดาปราดเข้าตบหน้าศิธา เขาชะงักแล้วมองเกวลินตาขวาง ดุสิตตามมาปราดเข้าชกศิธา ดึงเกวลินหลบหลังและต่อว่าอย่างรุนแรง
“ไอ้หน้าด้าน เอาเงินเขาไปยังจะมีหน้าไปทำร้ายเขาอีกเหรอวะ เก๋ก็เหมือนกัน ทำไมดื้ออย่างนี้ บอกไม่ให้มาๆ” ดุสิตหันมาเอ็ดเกวลิน
ศักดา เซกุมขมับความดันขึ้น เกวลินพูดทิ้งท้าย “ฉันไม่ได้คิดจะมาทวงเงินคืนหรอกนะ ก็แค่จะมาบอกให้พ่อเธอตาสว่างซะที หลังจากที่โดนลูกชั่วๆอย่างเธอหลอกมานาน... เหมือนฉัน”
ศิธาร้อนรนรีบ แก้ตัวว่าไม่จริง ศักดาทั้งโกรธทั้งผิดหวัง กับลูกชายคนเดียว เงื้อมือจะตบอีก คราวนี้ศิธาไม่หลบ กลับจ้องหน้าพ่อน้ำตาไหล ศักดากัดฟันกรอดเงื้อค้าง ไล่ให้ไปพ้นหน้า
ศิธาเหลืออดโต้ “ป๊าจะมาด่าแต่ผมไม่ได้หรอก ป๊าเองนั่นแหละที่วันๆก็ทิ้งผมขลุกอยู่แต่ในบ่อน ผมเห็นยังไงผมก็ทำยังงั้นแหละ มันแปลกตรงไหน เอะอะป๊าก็จะตีผม ต่อไปนี้ผมจะเป็นตัวผมเอง ไม่สนใจใครอีกต่อไป ป๊าเกลียดกะเทยนักใช่มั้ย ผมจะบอกให้โลกทั้งโลกรู้ว่าผมเป็นเกย์ ผมชอบผู้ชาย ผมเป็นเกย์...”
ศักดาฟาดมือลงที่หน้าศิธาก่อนที่เขาจะพูดจบ ศิธามองหน้าพ่ออย่างเจ็บปวด...
กลับ มาถึงออฟฟิศ ดุสิตอยากตำหนิเกวลินแต่กลับต้องมาปลอบใจเพราะเห็นเธอร้องไห้เสียใจที่ต้อง มาเสียรู้ ดุสิตปลอบว่าเงินน่ะไม่ตายก็หาใหม่ได้ เอาเวลามาคิดงานใหม่ๆดีกว่า แต่พอเกวลินบอกว่าเงินตั้งสิบล้าน ดุสิตตาโพลงตะเบ็งเสียงดัง
“ตั้งสิบล้าน งั้นเปลี่ยนใหม่ ถ้าฉันเป็นแกฉันเอาปืนไปจ่อขมับมันตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”
“สิบล้านอะไรกันคะ นี่นายศิธาสร้างหนี้ให้พี่เก๋เยอะขนาดนั้นเชียวเหรอคะ” ม่านมัสลินเดินเข้ามาได้ยินพอดี
ดุสิต กับเกวลินชะงัก เกวลินรู้นิสัยม่านมัสลินดีเกรงจะไปเอาเรื่อง รีบบอกว่าไม่มีอะไรแค่บ่นๆเท่านั้น คนอย่างศิธาไม่คุ้มที่จะตามไปราวี ม่านมัสลินโกรธ ทำไมจะต้องยอมคนแบบนั้นตลอดไป เกวลินค้อนดุสิตที่เสียงดังจนเป็นเรื่อง
จากนั้น ม่านมัสลินมาเยี่ยมคิม พยาบาลรายงานว่า เมื่อสักครู่มีคนมาเยี่ยมเธอตกใจรีบถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชายเกรงเป็นพวก ศักดา พยาบาลบอกว่าเป็นผู้หญิงท่าทางดูดีน่าไว้ใจ เธอจึงโล่งใจแล้วจัดแจงเปลี่ยนดอกไม้ในแจกัน ระหว่างนั้นก็คุยกับคิมไปด้วย ว่าตนเลือกดอกไม้ตามใจตนไปก่อน คิมฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ตนจะตามใจเขาทุกอย่าง พอหันมาต้องตกใจเมื่อเห็นผู้หญิงท่าทางสง่างามยืนยิ้มอยู่ เธอแนะนำตัวว่าชื่อแม็กกี้เป็นแม่ของคิม
ม่านมัสลินรีบยกมือไหว้ จะแนะนำตัว แต่แม็กกี้บอกว่าเธอรู้ คิมพูดถึงบ่อยๆ ม่านมัสลินแสดงความเสียใจที่ตนเป็นต้นเหตุให้คิมต้องเป็นแบบนี้
“ฉัน รู้เรื่องจากดุสิตหมดแล้ว ศิธาเป็นเด็กเกเรมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉันรู้ดี เอาเป็นว่าฉันมีเรื่องจะขอร้องเธอสักหน่อย...ฉันอยากให้เธอเก็บเรื่องที่เรา เจอกันวันนี้เป็นความลับก่อน เพราะฉันมีแผนบางอย่าง รับรองว่าพวกมันจะต้องชดใช้อย่างสาสม” แม็กกี้พูดด้วยแววตาดุดัน
ooooooo
กุ เทพนอนเซ็งอยู่บนโซฟา อุษยาเข้ามาตีแขนให้ทำตัวเป็นประโยชน์รับม่านมัสลินไปดูกิจการที่บริษัทตาม คำสั่งเจ้าสัว แถมเยาะว่าน่าจะดีใจที่จะได้เห็นหน้าม่านมัสลินทุกวัน กุเทพยิ่งเซ็ง พลันมธุรินยิ้มแย้มเข้ามาทักทายอุษยา แต่พอเห็นกุเทพก็เจื่อนลง กุเทพลุกพรวดขึ้นจ้องมองเพราะคาใจบางเรื่องกับเธออยู่ มธุรินแววตามีพิรุธแต่ทำเป็นทักทายเขาปกติ อุษยาโอบไหล่มธุรินชวนไปช่วยกันจัดงาน เธอรีบบอกว่างานถนัดแล้วเดินตามไปอย่างรวดเร็ว กุเทพยิ่งสงสัย
อึดอัด จนต้องมาเคาะห้องกานนเพื่อขอคำปรึกษา แต่พอกุเทพเห็นหน้ากานนก็อึกอักพูดไม่ออก เปลี่ยนใจเป็นขอให้กานนไปรับม่านมัสลินแล้วพาทัวร์บริษัทตามคำสั่งเจ้าสัว แทน
กานนงงแต่ก็ดีใจ เขามารับม่านมัสลินที่โรงพยาบาล เห็นเธอลังเล เขาจึงอ้างคำสั่งเจ้าสัว
“คุณปู่ให้มารับ เคลียร์ยัง ด่วนครับเรื่องงานเลี้ยงต้อนรับอาจิรดา”
ม่าน มัสลินถอดใจตามกานนไป ระหว่างนั่งในรถเธอนิ่งเงียบพอเห็นว่าเขาพาเธอมาที่บริษัทก็พูดว่า แค่นี้ตนมาเองก็ได้ กานนแกล้งจับหัวเธอมาหอมดื้อๆ
“อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะเป็นอย่างนี้ไปได้นานเท่าไหร่ ทั้งๆที่มีพี่ชายแสนดีอย่างผม”
ม่าน มัสลินตาค้าง กานนหัวเราะทำให้เธอเจ็บใจ... กานนจูงมือเธอเดินแนะนำให้พนักงานรู้จักว่าเป็นหลานสาวเจ้าสัว และเป็นน้องสาวเขา ม่านมัสลินทั้งเขินทั้งอายพยายามดึงมือออกแต่เขาจับไว้แน่น เธอจำต้องฉีกยิ้มไปตลอด มธุรินรู้ว่ากานนเป็นคนพาม่านมัสลินมาจึงตามมาดักทำทีเป็นมาแสดง ความยินดี เธอเข้ามากอดแขนกานน
“ยินดีต้อนรับนะคะ”
“ดิฉันต่างหากมังคะที่ต้องยินดีต้อนรับคุณ เพราะฉันคือเจ้าของที่นี่ ใช่มั้ยคะพี่ปลิว”
กานน ทำหน้าไม่ถูก มธุรินหน้าเจื่อนที่ม่านมัสลินเล่นมุกนี้ ม่านมัสลินมองมธุรินด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะพูดว่า “ความจำฉันดี ตราบใดที่เพื่อนฉันยังนอนเจ็บไม่รู้อนาคต ด้วยสาเหตุที่มาจากคุณ คุณอยู่ห่างๆฉันซะเถอะ”
ม่านมัสลินหันมาดึงแขนกานนบอกให้ไปกันตน มธุริน มองตามด้วยความโกรธและอาย กานนขับรถพาม่านมัสลินจะไปส่งบ้าน เห็นเธอหลับดูท่าอ่อนเพลียจึงตัดสินใจเลี้ยวรถไปจอดริมน้ำที่ที่เขากับเธอพบ กันบ่อยๆ มองเธอยิ้มๆที่เห็นเธอหมดฤทธิ์ลง...
คืนเดียวกัน กุเทพนอนฝันว่าพินสุดาท้องโตแต่งชุดเจ้าสาวเข้ามาเป็นเจ้าสาวของเขา พลันมีเสียงมธุรินดังขึ้น...อย่าค่ะ นี่เดียร์เอง คุณกุ...ภาพเหตุการณ์ที่เขาปล้ำมธุรินปรากฏขึ้น กุเทพสะดุ้งตื่นสะบัดหัวไปมา เขาสับสนว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับใครกันแน่
กุเทพมาหาพินสุดากลางดึก เธอดีใจคิดว่าเขาจะมาสานสัมพันธ์ต่อ แต่พอกุเทพพูดขึ้นว่า
“กิ๊บ เรื่องคืนนั้นผมขอโทษ ผมไม่รู้ตัวจริงๆว่าทำอะไรลงไปบ้าง เอ่อ ผม...เอ่อ...”
พินสุดาปะติดปะต่อเรื่องราว “นี่คุณอย่าบอกนะว่าคุณจำอะไรไม่ได้”
ท่าทาง กุเทพงงๆทำให้พินสุดามั่นใจว่ากุเทพคิดว่าคืนนั้นเรามีอะไรกัน จึงทวงความรับผิดชอบ กุเทพขอให้เธอเข้าใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ เขายอมทำทุกอย่างไถ่โทษ ยกเว้นให้กลับมาคืนดี พินสุดาปรี๊ดแตก ตบหน้าเขาผัวะ
“ทุเรศที่สุด คุณมันก็ไม่เคยเปลี่ยน คราวนี้นังคนไหนล่ะ ที่มันให้คุณมาพูดกับฉันแบบนี้ นังมัสลินมันก็กลายเป็นญาติคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ รึว่านังเดียร์ นังเพื่อนทรยศ ดีละ กิ๊บจะไม่ทนต่อไปอีกแล้ว กิ๊บจะจัดการมัน โทร.ไปด่ามันให้รู้เรื่อง”
กุเทพแย่งมือถือปาทิ้งบนโซฟา“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับใครทั้งนั้น ผมเองนี่แหละที่รู้ตัวผมดีว่าผมไม่มีวันกลับมาคืนดีกับคุณได้”
พิน สุดากรีดร้องเสียงดัง กุเทพห้ามให้หยุด เธอก็ไม่หยุด เขาจึงผละกลับไป พินสุดาโกรธเกรี้ยวแล่นไปหามธุริน บุกเข้าไปหาในห้องนอน เห็นนอนหมดอาลัยตายอยากบนเตียงก็โวย
“นี่ใจคอมีเรื่องอะไรจะไม่เล่าให้เพื่อนฝูงฟังกันบ้างเลยเหรอ”
มธุ รินมองพินสุดาเซ็งๆ ถามว่ามาทำไมดึกดื่นอย่างนี้ พินสุดาหัวเราะเยาะว่าตนก็มาแบบนี้บ่อยๆและย้อนว่าเธอนั่นแหละที่เปลี่ยนไป ทำเหมือนมีอะไรไม่ยอมพูด มธุรินอ้างว่ามีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย พินสุดาเริ่มยุแยงใส่ไฟว่าโง่ที่ไปเชื่อว่าม่านมัสลินกับแม่เป็นทายาทเจ้า สัว มธุรินยิ่งเหนื่อยใจขอให้พินสุดากลับไปก่อน ตนไม่สบายจริงๆพินสุดาโกรธสะบัดหน้ากลับไป
ด้วยความแค้นใจ พินสุดากลับมาค้นหลักฐานที่พีระพลเคยหาไว้ให้ รวบรวมเพื่อยืนยันว่า ม่านมัสลินไม่ใช่ลูกจิรดา แต่เป็นลูกบัวบงกช พีระพลถามว่าจะทำไปทำไมในเมื่อม่านมัสลินเป็นหลานเจ้าสัวก็ทำให้รักกับกุเทพ ไม่ได้ แต่พินสุดากลับตอบว่า ตนไม่ต้องการให้ม่านมัสลินได้ดิบได้ดีแบบนี้ ตนต้องการให้พินาศไม่ได้ผุดได้เกิด
ooooooo
ลมพัดวูบมาปะทะหน้า ม่านมัสลินตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในรถ มองไปเห็นกานนยืนอยู่ริมน้ำ จึงลงมาเรียกเขาให้กลับ กานนหันยิ้มแล้วบอกว่าเห็นเธอหลับจึงไม่อยากปลุก เธอพูดเขินๆขอโทษที่หลับนานไปหน่อย
“คุณคงเหนื่อย ผมลากคุณเดินเซอร์เวย์ออฟฟิศทั้งวัน ขอโทษนะ”
“ขอโทษทำไม ที่คุณทำก็เพื่อฉันกับแม่”
“มัสลิน...มันถึงเวลาแล้วใช่มั้ยที่ผมต้องเป็นพี่คุณจริงๆซะที”กานนพูดอย่างจริงจัง
“ฉันเองก็ต้องทำใจว่าเป็นน้องสาวคุณ”ม่านมัสลินหลบสายตา
“คุณพูดว่าทำใจ...”กานนประหลาดใจ
“ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ ไม่ว่าฉันจะเคยรู้สึกกับคุณยังไง ต่อจากนี้เราเป็นแค่พี่น้อง”
“มัสลิน ทำไมคุณไม่เคยบอกผม ทำไม...”กานนโผเข้าจับไหล่ม่านมัสลินเขย่า
เธอ ตัวโยนไปตามแรงเหวี่ยง ม่านมัสลินเรียกกานนว่าพี่ชายเพื่อเตือนสติเขา กานนมือหล่นจากไหล่เธอ พยักหน้ายอมรับเรียกเธอว่า น้องสาว...สักพักก็สูดหายใจเข้า ยกมือขยี้หัวเธอ
“ทำอะไรของคุณเนี่ย”
“พี่เล่นกับน้องไง” กานนฝืนหัวเราะ แล้วทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปขึ้นรถอย่างไร้ชีวิตชีวา
วัน รุ่งขึ้น...กานนมาทำงาน ได้ยินได้เห็นพนักงานเม้าท์เรื่องความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปของเขากับม่าน มัสลิน ส่วนใหญ่บ่นเสียดาย ยามหอบจดหมายหลายฉบับมาวาง แยกที่เป็นจดหมายของกานนไว้ให้ ปากก็ซักถามเรื่องที่กำลังเม้าท์ไปด้วย ทำให้แยกจดหมายผิด มีซองที่จ่าหน้าถึงเจ้าสัว วงเล็บว่าเป็นเอกสารลับติดไปกับของกานนที่เลขานำเข้าไปให้
กานนดู จดหมายแต่ละฉบับ จนเห็นที่เขียนว่าเอกสารลับจึงเปิดออกดูก่อน เป็นข่าวต่างๆของบัวบงกช และมีกระดาษโน้ตว่า “ม่านมัสลินไม่ใช่ทายาทของเจ้าสัวทศ แต่เธอคือลูกของดาราดังบัวบงกช นี่คือความหวังดีที่ไม่อาจทนเห็นครอบครัวรัตนรัชถูกหลอกได้...”
กานน อ่านคำลงท้ายว่า ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม สีหน้าเขางุนงงมาก เลขาเข้ามาถามว่ามีจดหมายเจ้าสัวติดมาบ้างไหม กานนส่ายหน้าแทนคำตอบ เลขากลับออกไป...
ตัดสินใจโทร.เรียกพัดออกมาพบที่ร้านกาแฟ กานนเลียบเคียงถามว่าพัดเลี้ยงม่านมัสลินตั้งแต่เกิดหรือ พัดตอบว่ามาเลี้ยงตอนอายุเกือบเดือน กานนจึงถามตามตรงว่าม่านมัสลินไม่ใช่ลูกจิรดาใช่ไหม พัดตกใจ กานนบอกว่ามีคนส่งหลักฐานมาให้แต่เขายังไม่ปักใจเชื่อ พัดน้ำตาคลอ ขอร้องกานนอย่าทำร้ายจิตใจม่านมัสลินอีกเลย ตนสงสารที่เธอเป็นเด็กดีเพิ่งจะมีความสุข
“คิดซะว่าไม่ได้เจอพัดละกันนะคะ พัดต้องไปแล้วค่ะ”
“เดี๋ยวครับ ที่ผมต้องการรู้ก็เพราะผมรักมัสลิน ไม่ว่ามัสจะเป็นใคร ผมก็รักเขา น้าพัดเชื่อใจผมมั้ย”
พัด มองกานนอย่างว้าวุ่นใจ ก่อนจะพูดว่า ทั้งจิรดาและม่านมัสลินเป็นเจ้านาย ตนไม่อาจพูดอะไรได้ กานนครุ่นคิดในคำพูดของพัด...ยังไม่ย่อท้อ กานนนัดพบจิรดา เอาเอกสารให้ดู
“ผมรบกวนคุณอากะทันหันแบบนี้ เพราะผมคิดว่าคุณอาน่าจะเป็นคนอธิบายให้ผมเข้าใจได้มากที่สุด...ถ้าคุณอาไม่ ตอบอะไร ผมจะถือว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง”
เมื่อเห็นจิรดาทำหน้าไม่ถูก กานนสรุปความว่าม่านมัสลินเป็นลูกบัวบงกชกับสามีเธอ
“คุณขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรไม่ทราบ” จิรดาหมดความอดทน
“ผมบอกคุณอาแล้วว่ามีคนส่งมาให้ผม แล้วถ้าเรื่องมันไม่รุนแรงขนาดส่งผลให้คนเป็นสิบๆต้องเสียใจ ผมไม่รบกวนคุณอาให้มาเสียเวลาหรอกครับ”
จิร ดาให้กานนหยุดเสียที กานนไม่เข้าใจ “คุณอารู้ทั้งรู้ว่ามัสลินรักและเทิดทูนคุณอาที่สุดในชีวิตของเขา แต่คุณอาตอบแทนความรักของเขาได้อย่าง...ใจดำที่สุด”
“คุณกานน คุณคิดเหรอว่าฉันมีความสุขที่เรื่องมันเป็นแบบนี้” จิรดาจ้องกานนกลับ
“ผมรักมัสลินและผมก็คิดว่ามัสลินคงรู้สึกไม่ต่างจากผม แต่สิ่งที่คุณอาทำอยู่ มันคือการทรมานเราสองคน”
“ทรมานเธอสองคนไม่ให้รักกันน่ะเหรอ”
“คุณอารู้ทั้งรู้ แต่คุณอายังทำร้ายมัสลินได้ลงคอ” กานน มองจิรดาอย่างเจ็บปวด
จิร ดาเสียงกร้าว “ฉันจะบอกคุณให้นะ ถึงเอกสารพวกนี้จะเป็นหลักฐานบอกว่าฉันไม่ใช่แม่ยัยมัส แต่ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพราะฉันรักมัสลิน...คุณไม่ใช่คนโง่ ลองคิดดูเอาเองละกันว่าอะไรที่จะทำให้ยัยมัสเสียใจได้มากกว่า ระหว่างการที่คุณสองคนรักกันไม่ได้ กับการที่ยัยมัสรู้ว่าฉันไม่ใช่แม่เขา” จิรดาเห็นกานนอึ้งพูดไม่ออก จึงพูดทิ้งท้ายก่อนจะไป “คุณจะบอกเรื่องทั้งหมดนี่กับยัยมัสก็ได้นะคุณกานน แต่รู้ไว้เลยว่า คนที่จะเสียใจที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือ...ยัยมัส”
กานนนิ่งอึ้งอย่างเจ็บปวด มองจิรดาเดินจากไปอย่างหมดข้อโต้แย้ง
ooooooo
เมื่อ ไม่เป็นตามข้อตกลง ม่านมัสลินมาหาศักดาที่ออฟฟิศเพื่อบอกว่า ตนไม่จำเป็นต้องเล่นหนังให้เขา เพราะเขาไม่ได้เป็นคนหาคิมเจอ และที่มานี่เพื่อจะให้เขาคืนเงินแก่เกวลิน ศักดาโกรธชี้หน้าว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง ม่านมัสลินย้อนว่าตนแค่ทำตามคำพูด ศักดาขู่ว่าเธอได้อยู่ไม่เป็นสุขแน่ เขาทุบโต๊ะเปรี้ยงเรียกคนมาลากม่านมัสลินออกไป แม็กกี้เดินเข้ามาเสียงกร้าว
“ไม่ต้องเรียกใครมาลากหรอก เดี๋ยวฉันจะพาออกไปเอง ฉันเป็นคนพาเขามา ฉันก็ต้องพาเขากลับ”
ศักดาหน้าซีด แม็กกี้ทักไม่ได้เจอกันนาน นานจนเขาลืมไปเลยหรือ ว่าคิม ลีเป็นลูกชายตน ศักดารีบแก้ตัวว่าเขาตั้งใจจะไปหาเธอด้วยเรื่องนี้อยู่พอดี แม็กกี้ดักคอว่า แต่ไม่ทำ
ศักดาอึกอักหันไปพูดกับม่านมัสลิน “เอาเป็นว่าฉันรับปากว่าฉันจะจัดการเรื่องเงินคืนให้กับเพื่อนหนูให้ครบ เท่าไหร่ก็บอกมาละกัน”
“เรื่องเงินก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉันต้องการให้คุณส่งตัวลูกชายตัวดีของคุณมาให้ฉัน” แม็กกี้เสริม
ศักดาถึงกับเข่าอ่อน ขอให้ตกลงกันดีๆ แม็กกี้ไม่มีอะไรจะตกลง แต่ย้ำว่าอย่าให้ตนเจอตัวศิธาเอง เพราะมันจะบานปลาย พูดจบแม็กกี้ก็ชวนม่านมัสลินกลับ แต่ไม่ลืมย้ำว่าเงินคืนอย่าให้ขาดสักสตางค์แดงเดียว ศักดากัดฟันกรอด เคียดแค้นม่านมัสลิน เขาโทร.หาเตชให้จัดการม่านมัสลินเสียที เขาทนไม่ไหวแล้ว หรือจะให้เขาเป็นคนจัดการเอง...
กานนเอาเอกสารที่เป็นหลักฐานว่าศิธาพัวพันการทำร้ายคิมมาให้ดุสิตที่โรงพยาบาลเพื่อเวลาตำรวจมาสอบปากคำจะได้ใช้เป็นหลักฐาน เขามองหาใครบางคน เกวลินเหมือนรู้รีบบอกว่าม่านมัสลินไม่อยู่ กานนเป็นห่วงกลัวไปทำเรื่องอะไรที่อันตรายอีก ดุสิตก็กลัวเหมือนกัน
ม่านมัสลินเดินเข้ามากับแม็กกี้ ส่งเสียงถามว่านินทาอะไรตนอยู่ ดุสิตรีบยกมือไหว้แม็กกี้และแนะนำให้รู้จักเกวลินกับกานน แม็กกี้ขอบใจทุกคนที่หวังดีต่อคิม แล้วบอกเกวลินว่า หนี้สินทุกบาททุกสตางค์จะได้คืน เกวลินงง แม็กกี้เหลือบมองม่านมัสลิน
“ก็ฝีมือคนนี้เขานั่นแหละ บุกไปทวงหนี้ถึงถ้ำเสือ ฮ่ะๆๆ”
กานนมองม่านมัสลินอย่างดุๆ เธอหลุบตาหลบ...สบโอกาสกานนดึงม่านมัสลินออกมาตำหนิและสั่งห้ามไม่ให้ไปเจอศักดาอีก เธอย้อนถามว่ากลัวตนทำเสื่อมเสียสกุลหรือ
“มัสลิน ทำไมคุณไม่คิดบ้างว่าที่ผมห้ามเนี่ยเพราะผมเป็นห่วงคุณ”
“ยังไงๆฉันก็ต้องตอบแทนคนที่ทำดีกับฉัน ทั้งพี่เก๋แล้วก็คุณคิม ถ้าไม่มีพี่เก๋กับคุณคิมก็คงไม่มีมัสลินให้คุณลากมายืนตรงนี้หรอก...ห้ามอะไรฉันก็ห้ามไปเถอะ แต่อย่าห้ามฉันไม่ให้ตอบแทนคุณคนเลย โดยเฉพาะคุณคิมที่ฉันต้องทดแทนให้เขาทั้งชีวิต”
“ด้วยการแต่งงานกับเขาอย่างที่คุณเคยพูดงั้นหรือ คุณคิดอะไรฉลาดๆกว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง...ผมไม่ให้คุณแต่งงานกับนายคิม” กานนสั่งเสียงเฉียบ
“คุณเสียสติไปแล้ว แค่ความเป็นญาติ ความเป็นพี่ชายมันทำให้คุณมีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวฉันด้วยเหรอ”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ ผมขอสั่งห้ามไม่ให้คุณแต่งงานกับนายคิม แค่คิดก็ไม่ได้”
“บ้าอำนาจ น่ารังเกียจที่สุด ฉันไม่น่ามีญาติอย่างคุณเลย” ม่านมัสลินวิ่งหนีไปอย่างคับแค้นใจ กานนมองตามด้วยความอัดอั้นทุบกำแพงเปรี้ยงระบายอารมณ์...
กลางดึก มธุรินแอบมาที่ร้านเพื่อเก็บของส่วนตัว เผอิญกุเทพแวะมาเจอเข้า จึงทักว่าจะถามเรื่องขายหุ้น ไม่พอใจอะไรเขาหรือ ถึงขนาดแอบมาเก็บของกลางดึก แสดงว่าหลบหน้าเขา มธุรินส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก กุเทพตกใจยิ่งทำให้เขานึกถึงคืนนั้น เสียงที่หลอนอยู่ในหูเขาตลอดเวลา คงเป็นเธอแน่ มธุรินวิ่งหนีออกไป เขาตามมารวบตัวเธอไว้ให้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น...
ooooooo










