ตอนที่ 3
กริชกับเดือนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคลองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เทียวกับลุยสู้กัน เห็นเทียวที่หายจากตกใจแล้วร้องสั่งลูกน้องให้ฆ่าลุยให้ได้ แต่เวลาผ่านไปไม่นานนักลุยก็เก็บพวกนั้นจนหมดโดยไม่ได้ทำให้ถึงตายแม้แต่คนเดียว เพียงเจ็บแค่แขนบ้างขาบ้าง เพื่อให้สู้กับเขาไม่ได้เท่านั้นเอง พอจัดการเสร็จลุยก็เดินต่อเพื่อไปพบปกาศิตให้ได้
“ลุย...อย่าไปเลย...ถ้านายใหญ่ไม่อนุญาตแกไม่ได้พบเขาหรอก” กริชร้องตะโกนเตือนข้ามฝั่งมา
“แต่ผมต้องการคำอธิบายจากปากนายใหญ่” ลุยร้องตอบ
เดือนมีสีหน้าไม่สบายใจ ทำท่าจะวิ่งตามแต่ถูกกริชห้ามให้ปล่อยลุยไป เดือนยังทำท่าจะตามอีกกริชเลยตวาด
“ฉันบอกให้ปล่อยมันไปไง...”
เดือนหยุดทันที ลุยจึงได้โอกาสวิ่งต่อ พอไปถึงสถานที่ประชุม ไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว ลุยหันซ้ายหันขวาร้องตะโกนว่า
“นายปกาศิต ผมต้องการคำอธิบาย...ผมไม่ต้องการฆ่าคนดี”
เงียบ ไม่มีเสียงใครอยู่ที่นั่นเลย ลุยกวาดตามองไปรอบๆอย่างผิดหวัง สายตาเหลือบไปเห็นระเบิดมัดรวมกันเป็นแท่งอยู่ที่ขาโต๊ะประชุม ลุยหันกลับพุ่งตัวออกทางหน้าต่างลงไปในคลองหน้าบ้านพร้อมๆกับเสียงระเบิดดังกึกก้อง สะเก็ดปลิวว่อนไฟลุกท่วมแดงฉาน
ooooooo
ลุยทะลึ่งขึ้นจากน้ำหลังจากนั้น พอเงยหน้าก็เจอปากกระบอกปืนจ่ออยู่ที่ขมับ เขามองไล่จากมือที่ถือปืนขึ้นไปก็เห็นดวงหน้าของสร้อยคีรีที่กำลังเอาปืนจ่อหัวเขาโดยมีลูกน้องสองคนยืนอยู่ด้านหลัง เธอพูดเสียงหวาน
“ฉันมารับนักโทษ”
“ฮึ...ไม่ง่ายหรอก สร้อยคีรี” ลุยบอกพร้อมกับเอื้อมมือมาจับกราบเรือที่ข้างขาเธอ
“จำสร้อยได้เหรอคะลุย...ดีใจจัง...แต่ถึงยังไงคุณก็ต้องโดนทำโทษที่ขัดขืนคำสั่งขององค์กร” มือข้างที่จับปืนยังจ่อหัวเขาอยู่เช่นเดิม ส่วนข้างที่เหลือเอื้อมลงมาจิกหัวลุยโขกกับกราบเรือไม่แรงนัก แต่ก็ทำเอาลุยมึนไปพักหนึ่ง แต่ชาติเสืออย่างเขาก็ทำเอาสร้อยคีรีแสบไปเหมือนกัน เพราะลากเธอลงจากเรือมาอยู่ในน้ำกับเขาได้ แต่แทนที่จะโกรธ สร้อยคีรีกลับยิ้มให้ก่อนที่จะปีนขึ้นเรือไปยืนตัวเปียก เสื้อผ้าแนบส่วนเว้าส่วนโค้งให้ลุยจ้องแทบตาไม่กะพริบ
“คุณยังไม่ลืมฉันเลยนะ...ลุย...ไม่กลัวที่จะต้องอยู่ใกล้ฉันเหรอ...”
ถามแบบไม่ต้องการคำตอบ เธอเอื้อมมือลงมาจับแก้มแล้วกรีดเล็บยาวที่เคลือบสีสดลงไปที่แก้มลุยจนเลือดหยดก่อนจะยืนตัวตรงบอกเขาว่า
“วันนี้ฉันแค่มาทักทาย...เราจะได้เจอกันอีกแน่...ลุย...”
ลูกน้องสร้อยคีรีขับเรือพาเจ้านายห่างออกไปแล้ว แต่ลุยที่มองตามเรือลำนั้นกลับคิดไปถึงเรื่องเก่าระหว่างเขากับสร้อยคีรีในสระว่ายน้ำกลางคืนคืนหนึ่งที่เธอใช้อุบายหลอกเขาว่าว่ายน้ำไม่เป็นทำให้เขาต้องโดดลงไปช่วยแล้วถูกเธอเข้ามากอดและจูบเขาอย่างดูดดื่ม
ooooooo
สร้อยคีรีกลับบ้านเปลี่ยนชุดเสร็จก็เรียกปกาศิตไปพบที่ศาลาริมตลาดน้ำ เธอพูดเหมือนสั่งเขาให้หยุดคำสั่งฆ่าลุยเสีย แต่ปกาศิตปฏิเสธว่าไม่ได้ สร้อยคีรีเสียงเข้มทันที
“นี่เป็นความต้องการของมิสเตอร์ทากาดะ”
“แน่ใจเหรอว่าเป็นความต้องการของทากาดะ” ปกาศิตพูดอย่างรู้ทัน
“ฉันกับทากาดะเหมือนคนคนเดียวกัน เขาคงไม่พอใจนักหรอกถ้ารู้ว่าคุณขัดใจฉัน” เสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจ
ปกาศิตกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่รู้จะทำยังไงจึงต้องโทร.ไปหาพวกลูกน้อง ยกเลิกคำสั่งตามล่าลุย แล้วสั่งให้พวกเด็กที่ไปรังควานที่บ้านของลุยให้ออกมาจากที่นั่นทันที
ดังนั้น เมื่อลุยรีบกลับบ้านเพราะเป็นห่วงไทรงามกับลูก จึงไม่พบอะไรผิดปกตินอกจากรูปเดี่ยวที่เขาถ่ายใส่กรอบไว้บนโต๊ะในห้องหายไปรูปหนึ่ง ซึ่งก็คือรูปที่แวววัลย์แอบเอาไปนั่นเอง
ooooooo
ปกาศิตยังคาใจเรื่องที่สร้อยคีรีมีคำสั่งให้เลิกตามล่าลุยไม่หาย คืนนั้นไปหาสร้อยคีรีที่คอนโดฯของเธอ ขณะที่เขายืนมองแสงสีของกรุงเทพฯยามค่ำคอยสร้อยคีรีอยู่นั้น สร้อยคีรีปรากฏตัวขึ้นในชุดกิโมโนสั้น เดินมานั่งลงที่โซฟา ปกาศิตเดินเข้า มาหามองด้วยสายตาโลมเลีย เธอจึงขยับขาไขว่ห้าง ให้ปกาศิตรู้ตัว
“ไอ้ลุยมันขัดคำสั่ง...มันต้องตาย” ปกาศิตเอ่ยขึ้นแก้ขวย
“ก็แค่ขัดคำสั่ง...เขายังไม่ได้ฆ่าคนขององค์กรตายแม้แต่คนเดียว วันนี้ก็โดนยิงแค่ที่แขนที่ขาเพื่อไม่ให้ต่อสู้กับเขาได้เท่านั้น”
“ฉันไม่เข้าใจ...เธอห้ามไม่ให้ฉันฆ่าไอ้ลุยทำไม หรือว่า เพราะเรื่องในอดีต”
ปกาศิตพูดไม่ทันจบสร้อยคีรีลุกพรวดเอามีดสั้นที่ชายแขนเสื้อจ่อคอเขาทันที
“อย่าลืมสิว่า ตอนนี้ฉันเป็นใคร”
ปกาศิตชะงักจ้องหน้าสร้อยคีรีเขม็ง “...นี่ถ้าไม่ใช่เมียมิสเตอร์ทากาดะ เธอไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่ตรงนี้แน่” เขาปัดมีด สั้นของเธอออกไปอย่างไม่กลัว ยกมือชี้หน้า “ฉันยอมให้แค่ครั้งนี้เท่านั้น...” ปกาศิตเดินออกไปอย่างหัวเสีย ยังไม่ทันพ้นห้องเสียงสร้อยคีรีดังตามหลัง
“ห้ามใครแตะลุย...จนกว่าคำสั่งตายจะออกจากฉัน”
ปกาศิตกระแทกประตูปิดดังโครม สร้อยคีรีเดินไปที่รูปถ่ายของเธอกับทากาดะ หยิบมันโยนลงถังขยะทันที พูดกับตัวเองว่า
“ผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในใจฉันตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ คือคุณเท่านั้น...ลุย”
ooooooo
หลังจากวันนั้นแล้ว ลุยซื้อกล้องวงจรปิดมาติดที่บ้านหลายตัวเพราะเริ่มไม่ไว้ใจปกาศิต ไทรงามถามทำไมต้องมากมายอย่างนี้ ลุยบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอกับลูก ไทรงามกลับคิดว่าพวกที่มาวันนั้นคงเป็นแค่โจรธรรมดาเท่านั้นเองเพราะไม่มีอะไรหายไปเลยนอกจากรูปของลุยใบเดียวเท่านั้น ลุยคิดว่าคงไม่ใช่อย่างที่ไทรงามคิดแน่ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นลุยไปส่งทอมที่โรงเรียนเอง
พอคุณครูออกมารับ ลุยสั่งบอยว่า “เย็นนี้อาไทรงามจะมารับนะ...จำไว้ อย่าไปไหนกับใครทั้งนั้นรออยู่ในโรงเรียนทั้งสองคน”
เด็กสองคนรับปาก ลุยจึงขับรถไปบ้านกริช พอเจอหน้า ลุยบอกกับกริชว่า
“ผมต้องการคุยกับนายใหญ่ อุดมการณ์ขององค์กรเราเปลี่ยนไปแล้ว พาผมไปรับโทษกับนายใหญ่เถอะ ผมไม่ต้องการให้ครอบครัวเดือดร้อนมากไปกว่านี้...”
“นายใหญ่ยกเลิกโทษตายของแกแล้ว เพราะเป็นคำสั่งจากหุ้นส่วนใหม่ขององค์กร...”
“สร้อยคีรี...” ลุยโพล่งทันที
“ลุย...” กริชเรียกคำเดียวเท่านั้นลุยก็รู้ว่ากริชจะพูดอะไรต่อ
“นายครับ...ผมรู้ว่านายกำลังจะเตือนเรื่องสร้อยคีรี... ผมไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลย ตั้งแต่แรกจนถึงวินาทีนี้...”
“แกอาจจะไม่เคยคิด แต่ผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่แกคิดมาก ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะลุย...”
คำเตือนของกริชทำให้ลุยรู้สึกกังวลขึ้นมา
ooooooo
ความกังวลของลุยเป็นความจริง เพราะขณะที่ไทรงามกำลังซื้อของอยู่ในซุปเปอร์มาร์เกต เธอรู้ สึกว่ากำลังถูกใครสักคนหนึ่งติดตามอยู่ ไทรงามรีบวาง ตะกร้าของแล้วหนีออกไปจากที่นั่น แต่ก็เหมือนโดนติดตามแบบไม่ปล่อย ท้ายที่สุดไทรงามก็ขับรถออก ไปจากห้างนั้นด้วยใจเต้นเป็นตีกลอง
ขณะขับรถเธอพยายามโทร.หาลุย แต่เผอิญลุยลืมมือถือไว้ในรถจึงไม่มีคนรับ ไทรงามจึงโทร.หาเดือนบอกว่าตอนนี้ เธอติดธุระด่วนมากให้เขาไปรับทอมกับบอยที่โรงเรียนให้ที
“ได้สิ ไม่ต้องห่วง เอ้อ...เธอเป็นอะไรหรือเปล่าไทรงาม เสียงเธอเหมือนเครียดๆชอบกล...”
“ไม่...ไม่มีอะไร เดือน ฉันโทร.หาลุยเขาไม่รับสาย... เธอพาเด็กสองคนนั่นไปกินไอติมก่อนนะ อย่าเพิ่งเข้าบ้าน แล้วโทร.บอกลุยให้ติดต่อฉันด้วย แบตของฉันกำลังจะ
หมด ดูทอมด้วยนะเดือน อย่าให้ลูกฉันเป็นอะไรไป...” เสียงโทร.ขาดหายเพราะแบตของไทรงามหมด
เดือนรีบโทร.หาลุย บอกว่าตอนนี้เขามารับทอมกับบอยแล้ว เพราะไทรงามสั่ง “...เออลุย...ฉันคิดว่ามันมีอะไร แปลกๆนะโว้ย...ตอนเขาโทร.มาเสียงรีบร้อนมากเลย...”
ลุยที่กำลังขึ้นรถแล้วรีบกลับลงไปที่ห้องทำงานกริชอีก ร้องถามว่า
“นาย...มีใครสั่งให้จองเวรเมียผม...”
“เฮ้ย...ไม่มี”
“แน่นะ...” ลุยถามย้ำอีกครั้ง กริชตอบคำเดิม
ooooooo
ไทรงามขับรถหนีการติดตามออกไปต่างจังหวัด ตาก็มองรถคันหลังที่จี้ตามมาไม่หยุด ถึงทางแยกเข้าบ้านโป่ง ไทรงามรีบเลี้ยวรถเข้าเส้นทางนั้นอย่างรวดเร็ว คันที่ตามเลี้ยวไม่ทันจึงเลยไปแล้วเลี้ยวกลับมาใหม่ตามเข้าไปบ้าง ไปเจอรถของไทรงามจอดอยู่ แต่ประตูรถเปิดทิ้งไว้ สร้อยคีรีลงจากรถตัวเองมองไปรอบๆ
ไทรงามวิ่งเข้าสวนโดยถอดรองเท้าทิ้งแล้ววิ่งต่อด้วยเท้าเปล่า กำลังจะข้ามท้องร่องเธอสะดุดขาตัวเองล้มลง พอจะลุกก็มีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาดักไว้ เป็นสร้อยคีรีนั่นเอง ไทรงามตัวสั่นด้วยความกลัว
“เธอ...เธอคือใคร ต้องการอะไรจากฉัน...” พูดพลางถอยหลัง แต่ไปเหยียบตะปูเลยร้องอุ๊ยด้วยความเจ็บก่อนจะทรุดลงนั่ง
“นี่เหรอผู้หญิงของลุย...อ่อนแอ เหยาะแหยะ น่าสมเพช” มองไทรงามอย่างเหยียดๆ
“เธอจะทำอะไรกับครอบครัวฉัน...ตามฉันมาทำไม”
“เฮ่อ...นอกจากอ่อนแอแล้ว ยังฉลาดน้อยอีกด้วย...แล้วมีดีอะไรนะ ลุยถึงยอมให้เป็นแม่ของลูกเขา”
“เธอ...เธอผิดหวังที่ลุยไม่ได้รักแต่มารักฉันใช่ไหม” ไทรงามเริ่มเอะใจ
สร้อยคีรีเงื้อมือขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันถึงตัวไทรงาม มะพร้าวทั้งทะลายก็หล่นลงมาเฉียดหัวสร้อยคีรีไปนิดเดียวเมื่อเสียงปืนลูกซองดังขึ้นนัดหนึ่ง ทั้งสองคนหันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนถือปืนอยู่ สร้อยคีรีชักมีดสั้นปาใส่ทันที แต่ผู้หญิงคนนั้นเอียงตัวหลบมีดไปปักอยู่ที่ต้นมะพร้าวพร้อมกับเสียงกระชากลูกเลื่อนของปืนลูกซองดังขึ้น ปากกระบอกของมันเล็งไปที่สร้อยคีรีพร้อมเสียงตวาด
“ที่นี่....อำเภอร่มเย็น ทุกตารางนิ้วอยู่ในความดูแลของฉัน”
“แก...แกกล้าผิดเวลาแล้ว” สร้อยคีรีกำลังจะปามีดสั้นใส่อีก
“เปรี้ยง...” สร้อยคีรีถูกผู้หญิงคนนั้นยิงทะลุแขนเสื้อของเธอพร้อมคำพูด
“บ้านเมืองไม่ใช่ของพวกมีอิทธิพล ออกไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจยิงแค่ชายเสื้อ”
ไทรงามรีบวิ่งไปอีกฝั่ง สร้อยคีรีขยับตัวจะตาม เสียงปืนดังเปรี้ยงอีกครั้ง
“ฉันบอกให้ไปซะ มาตามล่าเมียคนอื่นก็น่าอายไร้ศีลธรรม มากพอแล้ว จะต้องให้โดนข้อหาบุกรุกข่มขู่ด้วยใช่มั้ย...”
สร้อยคีรีไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่ฝากคำอาฆาตไว้ว่า “แกกับฉันไม่ได้เจอกันแค่วันนี้แน่!”
สร้อยคีรีกระแทกเท้าเดินกลับไปแล้ว บุปผารีบก้าวเข้าไปหาไทรงาม สองคนกอดรัดกันอย่างดีใจ เพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อน ไทรงามขอบใจบุปผาที่ช่วยเธอเอาไว้ แล้วเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง บอกว่าเธอไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครและชื่ออะไร แต่...เหมือนกับจะตามเอาชีวิตเธอ
“ฮื่อ”...บุปผาเห็นด้วย “ผู้หญิงคนนั้นท่าทางไม่ธรรมดาเลยนะ ถ้าแค่รักสามีเธอเขาก็ไม่น่าหึงโหดตามมาถึงนี่...ว่าแต่เธอเถอะ ผัวมีกิ๊กแบบนี้มันอันตรายไปหน่อยนะ”
“ไม่หรอก...ลุยไม่เคยมีคนอื่น” ไทรงามรีบบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ ทำให้บุปผาชักอยากเห็นหน้าสามีของเพื่อน และยังถามอีกว่าลุยทำงานอะไร ไทรงามอึกอักแล้วก็ตอบส่งๆว่า
“เขาทำงานรับจ้าง...เอ้อ รับจ้างทั่วไปน่ะ”
บุปผาแคลงใจที่ไทรงามพูดอึกอักเมื่อถามถึงอาชีพของลุย เพราะเธอคิดว่าจะเกี่ยวกับผู้หญิงที่ตามมาทำร้ายไทรงามเมื่อกี้หรือเปล่า ก็ไม่รู้
ooooooo
ไทรงามโทร.บอกลุยว่า ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ลุย จึงตามมารับ ใกล้จะถึงบ้านของบุปผา ลุยไม่เห็นว่าสร้อยคีรีแอบจอดรถรออยู่ ด้วยคิดจะหาทางเข้าไปฆ่าไทรงามให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังแถมยังเพิ่มศัตรูขึ้นมาอีกคนหนึ่งคือกำนันบุปผานั่นเอง เพราะพอเจอกับลุยซึ่งเดินเข้ามาในสวนตอนมืดๆ บุปผาคิดว่าลุยเป็นศัตรูของไทรงามจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น และจบลงเมื่อไทรงามร้องบอกว่า สองฝ่ายเป็นเพื่อนกัน บุปผาเริ่มรู้สึกติดใจฝีมือและหน้าตาหล่อเหลาของลุยเสียแล้ว แม้พยายามห้ามใจยังไงก็ไม่สำเร็จ
ลุยพาไทรงามกลับถึงบ้าน เขาขอโทษเธอที่งานที่ทำพาเอาไทรงามต้องเข้ามาเกี่ยวด้วย แต่ไทรงามบอกว่าคงไม่ใช่ เพราะคนที่ตามเธอไปเป็นผู้หญิง และจากการพูดจาดูเหมือนโกรธเคืองว่า เพราะเธอเป็นเมียของลุย ทำให้ลุยนึกออกว่าน่าจะเป็นสร้อยคีรีนั่นเอง จึงคิดว่าจะหาโอกาสไปตักเตือนสร้อยคีรีเสียหน่อยไม่ให้มายุ่งกับไทรงาม
ที่ห้องทำงานของปกาศิต เขากับเด็ด สมุนสนิทกำลังดูภาพของสร้อยคีรีในจอแอลซีดี เห็นภาพของเธอในอิริยาบถ ต่างๆที่ถ่ายในญี่ปุ่นหลายสิบภาพ ส่วนใหญ่แล้วจะถ่ายกับนายทากาดะ ทำงานร่วมกันบ้าง ออกงานร่วมกันบ้าง เด็ดเอ่ยขึ้นว่า
“ตั้งแต่สร้อยคีรีออกจากองค์กรของเราไปอยู่กับทา-กาดะ ผู้หญิงคนนี้ไปไกลกว่าที่เราคิดนะครับ”
“แน่ละสิ...เพราะทากาดะมันเป็นเบอร์ต้นๆขององค์กรต่างประเทศนี่...แต่...คงอีกไม่นานหรอก...”
“นายหมายความว่ายังไงครับ”
ปกาศิตยิ้ม กดปุ่มเลื่อนไปเป็นเครื่องหมายขององค์กร คำว่าลับสุดยอดปรากฏขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าของทากาดะเต็มหน้าจอ
“เพิ่งมีคำสั่งจากต่างประเทศ...ทากาดะเป็นนายใหญ่ขององค์กรญี่ปุ่นก็จริง...แต่...คนเรายิ่งสูงยิ่งหนาว องค์กรต่างประเทศเพิ่งมีคำสั่งขอความร่วมมือจากเรา...เก็บทากาดะ ซะที่เมืองไทย!!”
ooooooo
และวันนี้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เด็ดได้รับคำสั่งจากปกาศิตให้ไปที่นั่น สองคนติดต่อกันทางโทรศัพท์ จนกระทั่งนายทากาดะออกมาด้านนอกแล้ว เด็ดก็โทร.ไปรายงาน
“นายครับ...ไอ้ทากาดะมาถึงเมืองไทยแล้ว กำลัง จะเดินทางไปรับนังสร้อยคีรีที่ไหนไม่รู้ เดี๋ยวผมจะตามมัน ไปนะครับ”
สร้อยคีรีกำลังทำสปาอยู่ในห้องนวด มีพนักงาน สาวสองคนกำลังปรนนิบัติ กำลังนวดอยู่ดีๆ เสียงพูดคุยของ พนักงานสองคนนั่นเงียบไป สร้อยคีรีพลิกตัวขึ้นมอง กลายเป็น ลุยยืนอยู่ข้างเตียง เธอยิ้มหวานให้
“คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวเลยเหรอคะ”
“ไม่ใช่ความคิดถึง...แต่จะมาบอกว่า ไทรงามไม่เกี่ยว ถ้าคุณตามรังควานเธออีก...”
“ทำไม...เมียรักไปฟ้องว่ายังไงล่ะ”
“ไทรงามจิตใจดีกว่าที่คุณคิดเยอะ...และที่สำคัญ เขาคือผู้หญิงที่ผมรัก...ถ้าคุณหรือคนขององค์กรเข้าใกล้ไทรงามอีกก้าว เดียว... ถ้าคนที่ผมรักเจ็บ... ผมจะจองเวรไอ้คนทำ ให้มันเจ็บ จนไปถึงชาติหน้า” ลุยกระชากสร้อยคีรีเหวี่ยงไปกระแทกกับโต๊ะ แจกันดอกไม้หล่นลงมาดอกไม้กระจาย เขาเดินออกไป สร้อยคีรีลุกขึ้นกระทืบดอกไม้เหล่านั้นพลางด่า
“คุณไม่รัก ฉันยังไม่เจ็บเท่าเชิดชูผู้หญิงอ่อนแออย่าง ไทรงาม ลุย...ผู้หญิงที่คู่ควรและจะทำให้คุณแกร่งมากกว่านี้ คือฉัน ไม่ใช่ใครทั้งนั้น”
ooooooo
ลุยเดินออกมาจากสปา กำลังจะขึ้นรถ เสียงมือถือเข้าจึงหยุด กดรับ เสียงกริชดังมาทันทีบอกว่า องค์กรมีงานใหม่จะให้ทำ งานนี้ลุยจะได้แก้ตัวจาก ข้อหาคนทรยศ ตอนนี้กำลังจะส่งรายละเอียดไปให้
กริชวางโทรศัพท์แล้วพูดกับปกาศิตที่ยืนอยู่ด้วยว่า งานนี้เท่ากับส่งลุยไปตาย ปกาศิตตอบว่า
“มันขัดคำสั่งองค์กรก็เท่ากับตายไปแล้ว ที่ฉันยังให้ โอกาสหายใจ ปล่อยให้ลูกเมียมันใช้ชีวิตอยู่ถึงเดี๋ยวนี้ ยัง เมตตาไม่พออีกเหรอ...หรือแกจะตายแทนไอ้ลูกชายนอกไส้ก็ได้นะ กริชฉันจะจัดให้...แต่ขอให้จำไว้ว่า แกกำลังเอาชีวิตทุกคน ในตระกูลมาแลกกับชีวิตของไอ้ลุยเพียงคนเดียว...”
กริชพูดไม่ออก ปกาศิตหันไปกดปุ่มโปรเจกเตอร์ด้าน หลังขึ้นภาพทากาดะ ปกาศิตยิ้มชอบใจ
“นี่ไง...งานแก้ตัวของคนทรยศอย่างไอ้ลุย เป้าหมายใหญ่...”
ลุยที่กำลังกดปุ่มโหลดภาพในมือถือชะงักเมื่อภาพของทากาดะปรากฏขึ้นชัดเจน
กลับถึงบ้าน ขณะที่ไทรงามกำลังทำกับข้าว และเด็ก สองคนกำลังเล่นเกมกันอยู่ ลุยดึงเดือนออกมาคุยกันด้าน นอก บอกว่าองค์กรเพิ่งสั่งงานใหม่มาโดยนายใหญ่อ้างว่า เพื่อชดใช้ความผิดที่เขาขัดคำสั่งครั้งที่แล้ว คราวนี้เป็นคนที่แก แทบคิดไม่ถึงเลย
ลุยหยุดพูดนิดหนึ่งด้วยท่าทางขบคิด แล้วบอก กับเพื่อนว่า“ถึงองค์กรจะเปลี่ยนอุดมการณ์ แต่ยังไงซะ...ฉันก็ ไม่มีวันยอมฆ่าคนดีๆแน่”
เดือนจับมือเพื่อนมาบีบ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันอยู่ ข้างแกเสมอ ลุย”
ลุยยิ้ม หันไปมองเด็กสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่ พลางเอ่ยออกมาว่า เดือนไม่คิดจะหาแม่ใหม่ ให้บอยบ้าง เหรอ... เด็ก...บางครั้งก็ต้องการมากกว่าพ่อนะ ลุยพูดเพราะนึกไป ถึงแวววัลย์นั่นเองซึ่งเขาคิดว่าเหมาะกับเดือนมาก
พอดีวันรุ่งขึ้น โรงเรียนของทอมกับบอยมีการแข่งขัน กีฬาหลายอย่าง บางอย่างก็ต้องให้พ่อแม่และลูกแข่งด้วยกัน ไทรงามเลยแอบชวนแวววัลย์ไปด้วยและภาพของแวววัลย์กับเด็กๆวัน
นั้นก็ทำให้เดือนเริ่มนึกชอบเธอขึ้นมา
ooooooo
เช้าอีกหลายวันต่อมา ทากาดะกับสร้อยคีรี ที่ไป พักผ่อนที่พูลวิลล่าริมทะเลกันอยู่ สร้อยคีรีแอบเมสเสจ ไปหาลุย บอกว่าคิดถึงลุยที่สุด แถมมีภาพสร้อยคีรีที่ถ่าย อยู่หน้ารีสอร์ตส่งมาให้ พอลุยเห็นก็รู้ว่าเป็นที่ไหน จึง ตามไปเพื่อทำงานให้องค์กร ตอนแรกก็หลอกให้สร้อยคีรี ออกมาห่างจากทากาดะ จัดการเก็บเธอใส่ร่างแห เพื่อไม่ให้ไปขัดขวางงานของเขา แล้วตัวเองก็เข้ามา จัดการกับบอดี้การ์ดของทากาดะทั้งหกคนนั่น ก่อนจะ จัดการกับทากาดะ ซึ่งก็ค่อนข้างยาก เพราะทากาดะ เก่งรอบตัว กว่าจะได้ตัวลากขึ้นไปที่เกาะเล็กๆ ก็ใช้เวลา พอสมควร
ตอนที่สร้อยคีรีส่งข้อมูลมาให้ลุยนั้นพอดีไทรงามแอบเห็น เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากแต่ไม่รู้ว่าสร้อยคีรีคือใคร พอดี แวววัลย์ไปที่บ้านถามหาลุย เธอจึงถามแวววัลย์ ว่ารู้จักคนชื่อนี้ไหม พอแวววัลย์รู้ก็ตกใจรีบไปหาเดือน เค้นเอาความจริง ว่าตอนนี้ ลุยไปทำงานที่ไหน เดือนทนตื๊อไม่ไหว จึงเปิดจีพีเอสใน โทรศัพท์ของลุยแล้วบอกแวววัลย์ว่าลุยกำลังไปทำงานสำคัญ อยู่ที่เกาะช้าง แวววัลย์จึงขับรถตามไปทันที
ส่วนสร้อยคีรี พอหลุดจากร่างแหได้ก็เที่ยวเดินหา ทากาดะ พบแต่พวกบอดี้การ์ดนอนสลบอยู่จึงโทร.ไปหาปกาศิต กรอกเสียงลงไปว่า
“ฉันต้องการรู้ว่าตอนนี้ทากาดะอยู่ที่ไหน”
ปกาศิตที่กำลังยืนมองจอโปรเจกเตอร์ เห็นพิกัดกูเกิ้ล กำลังซูมไปหาทากาดะอยู่จนเห็นอักษรกะพริบถี่ๆบอกมาว่าเกาะช้าง แต่เขาไม่ยอมบอกสร้อยคีรี กลับถามเธอว่า
“ทำไมฉันต้องบอกเธอ”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
ปกาศิตหัวเราะเยาะ “สถานะของคนเปลี่ยนไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะยอมรับความจริงได้แค่ไหน” เขาพยักหน้า ให้เด็ดออกไปทำตามที่เขาสั่งไว้
“แกกับองค์กรทรยศฉัน” สร้อยคีรีแทบจะตะโกนใส่
“ไม่ใช่ฉัน...แต่เป็นพวกแกที่เล่นงานกันเองต่างหาก งานนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ ทากาดะ ตายซะคน ฉันกับองค์กรต่างชาติจะทำงานง่ายขึ้น ลาก่อน... สร้อยคีรี” พูดจบก็หัวเราะอย่างมีความสุข “ฮ่า ฮ่า...ให้มัน ได้อย่างงี้สิ...ไอ้ลุย”
ooooooo
ทากาดะถูกลุยขุดทรายฝังไว้โผล่แต่หน้า เขากำลังถามเอาความจริงจากทากาดะ เรื่องความ เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ขององค์กร ทากาดะตอบว่า
“โลกนี้ไม่มีคนดี มีแต่คนฉลาดกับคนโง่ แกอยาก เป็นคนประเภทไหนล่ะ แต่ที่แน่ๆ เจ้านายที่สั่งแกมา มันคือคนโง่ที่คิดกำจัดฉัน”
“ทำไมเราต้องกำจัดคุณ...”
“เพราะฉันอาจจะเป็นคนดีที่เหลืออยู่...ในนิยามของแกไง...อุดมการณ์ฆ่าคนเลว สนับสนุนคนดี คงใช้ไม่ได้แล้วในโลก สมัยใหม่ ฉันเป็นคนเดียว ที่ต้องการให้องค์กรสืบทอดเจตนารมณ์นี้ต่อไป...องค์กรในเมืองไทยที่แกทำงานอยู่...อุดมการณ์กำลังจะเปลี่ยนไปเช่นกัน...อำนาจกับผลประโยชน์มีใครบ้างที่ไม่ต้องการ...”
ลุยชะงักนิ่งฟังอย่างขบคิด
“ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้มาตายในดินแดนที่แสนสงบอย่างเมืองไทย ชีวิตคนในองค์กรไม่เคยมีใครออกไปได้ทั้งที่ ยังมีลมหายใจ...ทันทีที่แกฆ่าฉันสำเร็จ ขอให้แกมีชีวิตรอด ได้กลับไปเจอคนที่แกรัก...ฝากบอกสร้อยคีรีด้วย เขาเป็น ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ฉันมีความสุข และคิดจะวางมือตั้ง ต้นชีวิตครอบครัว ที่มีสร้อยคีรีเป็นแม่ของลูก...”
ลุยมองแววตาของทากาดะที่เรียบเฉย สงบก่อนจะหลับ ตายอมรับความตาย โดยมีลุยยืนอยู่เหนือหลุม เสียงปืนดังเปรี้ยง ขึ้นหลายนัดซ้อนๆกัน
ที่ห้องทำงานของปกาศิต เขากำลังนั่งหลับตาฟังเพลง ด้วยความสบายใจ กดโทรศัพท์พูดกับเด็ดทางปลายสาย “เด็ด...คนอย่างไอ้ลุย...ถ้าตั้งใจมันไม่เคยพลาด...จ่ายค่าตอบแทน ให้มันอย่างสาสมด้วยนะ”
ooooooo
ที่ริมทะเล คนขององค์กรร่วมยี่สิบคนกำลังบอกกับสร้อยคีรีว่าองค์กรโดยคำสั่งของปกาศิตให้มารับตัวเธอไปจากที่นี่ สร้อยคีรีตะคอกว่าจำเป็นที่จะต้องเชื่อพวกมันด้วยหรือ พร้อมกับลั่นกระสุนใส่พวกนั้นทันที คนขององค์กรล้มลงคนแล้วคนเล่า แต่ในที่สุดเธอก็ถูกพวกมันจับตัวไป
ลุยกำลังเดินมาตามชายหาด ทันใดนั้นก็มีเรือแล่นเข้ามาจอด เด็ดนำลูกน้องกระโดดลงจากเรือพร้อมสาดกระสุนใส่ลุย ลุยยิงต่อสู้ เสียงเด็ดตะโกนบอกลูกน้องว่า
“ใครฝากกระสุนไว้ที่อกไอ้ลุยได้ นายจะเลื่อนตำแหน่งให้โว้ย”
ปกาศิตกำลังดูการต่อสู้ของพวกลูกน้องกับลุยอยู่ที่บ้าน ครึ่งหนึ่งของจอเป็นเรื่องของลุย อีกครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของสร้อยคีรี ปกาศิตนั่งดูเหมือนดูหนัง
“ไอ้ลุย...วันนี้ฉันจะจบตำนานของแกให้เหลือแต่ซาก...ส่วนนังสร้อยคีรี...วันนี้แกจะไม่มีทั้งผัวทั้งชู้เก่า ฉันจะรอดูนํ้าหน้าว่ามันจะเหนือฉันไปได้ยังไง”
ooooooo
สร้อยคีรีเตรียมตัวตายเต็มที่ ขณะที่นั่งรถมากับพวกสมุนของปกาศิตตามชายหาด ก็มีชายคนหนึ่งออกมายืนขวางถนนแล้วยิงเข้าใส่พวกลูกน้องของ
ปกาศิตร่วงลงไปทีละคนสองคน ขณะเดียวกันชายคนนั้นก็เดินเข้าหารถเรื่อยๆ สร้อยคีรีตัดสินใจม้วนตัวพุ่งออกจากรถ ยังได้ยินเสียงปืนอีกหลายนัด พอเธอยืนได้ก็หันไปดู แล้วร้องออกมาด้วยความดีใจ
“ทากาดะ...” แล้วพุ่งตัวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
ทางด้านลุยก็กำลังต่อสู้กับพวกเด็ดอย่างเต็มที่ บางทีก็แอบหลังก้อนหินยิงใส่พวกนั้น บางทีก็ยิงกันซึ่งๆหน้า จนเข้ามาใกล้เด็ด ซึ่งร้องอย่างย่ามใจเสียงสั่น แต่ลุยอาศัยจังหวะนั้นโดดเข้าเอาปืนจ่ออกเด็ดซะแล้ว
“เป็นเกียรติจริงๆโว้ย ที่จะได้ตายด้วยกระสุนของมัจจุราชคุณธรรมอย่างลุย หล่มสัก” เด็ดทำใจดีสู้เสือ แต่เสือไม่เล่นด้วย ตะคอกว่า
“นายปกาศิตใช้ให้แกมาใช่ไหม”
“ฉันมีนายคนเดียว” เด็ดเล่นลิ้น
“งั้นดีแล้ว...ฝากกระสุนนัดนี้ไปให้นายปกาศิตด้วย” ลุยยิงที่ขา เด็ดร้องลั่น ลุยซํ้าอีกนัด บอกว่าเอาไว้เตือนความจำ เด็ดถูกยิงขาสองข้างจนทรุดลงไปนั่งคุกเข่า เงยหน้าขึ้นมองเห็นปากกระบอกปืนอยู่ใกล้แค่คืบ
“แกกับฉันไม่เคยมีความแค้นส่วนตัว เป็นลูกน้องที่รับคำสั่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแกไม่ควรมาตายเพราะฉัน...”
ลุยกดอีกนัด เด็ดนอนครางขาลาก ลุยก้าวข้ามผ่านไป เด็ดมองด้วยความแค้น ล้วงระเบิดออกมาจากเสื้อ
“มึงคิดว่าแน่กว่าคนอื่นนักเหรอวะไอ้ลุย...คนที่จะขึ้นไปเป็นใหญ่ ต้องไม่ใช่คนใจอ่อนอย่างเอ็งโว้ย”
เด็ดเงื้อมือจะขว้างระเบิด แวววัลย์ก้าวเข้ามาทางข้างหลังยิงแขนของมันทันที แต่เด็ดยังไม่ยอมปล่อยระเบิดในมือแม้เลือดที่แขนกำลังไหลพลั่กๆ มันเงื้อมือที่กำระเบิดอีก ลุยหันมาเห็นพอดีร้องบอกให้แวววัลย์หลบ แต่แวววัลย์กลับถลันเข้าเอาตัวบังลุยไว้พลางผลักเขาให้หลบเข้าโขดหิน ส่วน ตัวเองถูกระเบิดเข้าเต็มแผ่นหลังล้มลง เด็ดรีบคลานหนีไปทันที ลุยกระโจนออกมาอุ้มแวววัลย์ถามว่ามาที่นี่ทำไม แวววัลย์ตอบเสียงปนสะอื้นว่า “มาช่วยพี่ลุย...”
ลุยฟังแล้วแทบจะร้องไห้โฮออกมา กอดร่างแวววัลย์ไว้แน่น
ooooooo
เด็ดกลับถึงองค์กร ถูกส่งไปทำแผลเสร็จก็กลับไปหาปกาศิตอีก ปกาศิตเดินเข้าไปถีบไม้เท้าที่เด็ดใช้พยุงตัว ร้องด่าลั่น
“ทำไมแกไม่ตาย รอดกลับมาให้ทุเรศลูกตาฉันทำไม”
เด็ดถูกถีบจนล้ม แต่ก็ยังมองเจ้านายด้วยดวงตาที่ซื่อสัตย์ เหมือนหมามองเจ้าของ
“ไอ้ลุยมันตั้งใจปล่อยผม เพราะมันจะท้าทายนาย”
“ท้าทาย...” ปกาศิตสั่นด้วยความโกรธ
“เราไม่เจอศพทากาดะ คนที่ส่งไปเก็บนังสร้อยคีรีก็ตายเรียบเหมือนกับมีคนมาช่วยพวกมัน”
“ไอ้ลุย...ถ้ามันกล้าจะลองของกับองค์กร มันได้ลองสมใจแน่”
ปกาศิตแค้นจนแทบกระอัก
ooooooo
ทางบ้านของลุย ทอมกับบอยไม่รู้ว่าแวววัลย์ตายแล้ว เฝ้าแต่ถามพวกผู้ใหญ่ว่าทำไมแวววัลย์ไม่มาเล่นด้วยแต่ไม่มีใครกล้าบอก ลุยกับเดือนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยเอาแต่เงียบ สีหน้าเครียดทั้งสองคน หลังจากนั้นที่บ้านของลุยถูกพวกมือปืนมาตามล่าแต่ไม่เจอใครในบ้านเลย ปกาศิตไปหากริชคาดคั้นว่าลุยหนีไปไหน แต่กริชบอกว่าไม่รู้ ปกาศิตชี้หน้า
“ถ้าแกคิดจะปิดบังละก็...”
“องค์กรส่งมือดีมาล่า คิดว่าผมจะปกป้องมันได้เหรอ”
“แต่แกเหมือนพ่อมัน”
“พ่อที่ส่งลูกให้คนอื่นฆ่า...” กริชพูดอย่างเจ็บใจ จ้องหน้าปกาศิตอย่างแค้นๆ
“คนเรา ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ถ้าเป็นคนไร้คุณธรรมก็ไม่มีใครอยากจดจำสรรเสริญหรอก” เขาผละเดินออกไปอย่างไม่แคร์ ปกาศิตมองตามอย่างเดือดๆ
“จะเอายังไงดีครับนาย” เด็ดถาม
“ตามตัวมันให้พบ ทั้งไอ้ลุยทั้งทากาดะกับนังสร้อยคีรี เราจะปล่อยให้มันลอยนวลอยู่อย่างนี้ไม่ได้”
“ครับนาย...” เด็ดหันไปพยักหน้าเรียกลูกน้องแล้วพากันออกไป
ooooooo
ลุยพาลูกกับเมียไปหลบอยู่ที่อื่น หลังจากที่ทำบุญไปให้แวววัลย์แล้ว ไทรงามไปถอนเงินออกจาก ธนาคารทั้งหมดโดยการปิดบัญชีเตรียมย้ายไปต่างจังหวัด ลุยบอกกับเธอว่า
“คุณล่วงหน้าไปก่อน...ทำตามที่ผมสั่งนะ...สำหรับผมเสร็จธุระแล้วจะตามคุณกับลูกไปเอง”
ส่งไทรงามกับลูกแล้ว ลุยก็ไปหาเดือน เดือนกำลังทดลองระเบิดที่ประกอบอยู่เพราะเขาชำนาญในเรื่องนี้ พอลุยร้องถามว่าทำอะไร เดือนสะดุ้ง รีบเอาผ้ามาปิดของที่กำลังทำอยู่ ตอบว่า
“ไม่มีอะไร...ลองทำเล่นๆ...เผื่อสักวันอาจได้ใช้” เดือนคิดไปถึงแวววัลย์ที่ตายเพราะระเบิดแล้วเสไปเรื่องอื่น “ยังไม่มีใครได้ข่าวสร้อยคีรีกับทากาดะ”
“นั่นแสดงว่าสองคนนั้นยังไม่ตาย”
เดือนหันมองหน้าเพื่อน “ลุย...แกรู้หรือยัง...นายใหญ่สั่งทุกคนตามล่าแก”
“ถ้าฉันไม่รู้ ฉันคงไม่มาหาแกที่นี่” ลุยบอกเสียงต่ำๆ
“แกรู้ความลับอะไรขององค์กรมากกว่าที่ฉันรู้เหรอ”
“ทากาดะบอกฉันหมดแล้ว องค์กรกำลังจะยิ่งใหญ่จากซากศพของทุกคน ไม่เลือกว่าชั่วหรือดี ต้องการคุมอำนาจบริหารบ้านเมืองไว้กับคนของตัวเอง...”
“แกพอมีเวลาหนีนะ...”
“ฉันไปแน่ แต่ก่อนไป...ฉันมีงานสำคัญต้องสะสางให้เสร็จ” น้ำเสียงของลุยกร้าว เดือนมองหน้าเพื่อนรักทันที
“ฉันเป็นมือระเบิด แกมาหาฉันแบบนี้ แกต้องการอะไร”
ลุยนิ่ง ไม่ตอบคำถามนั้น
ooooooo










