ตอนที่ 17
ด้วยความเสียหน้าเมธาพาลูกน้องไปที่รีสอร์ตอีก แค่คราวนี้ไม่ได้เข้าไปถึงข้างในแต่ใช้ลูกน้องให้เฝ้ารอบๆไว้ ส่วนตัวเองอยู่บนฝั่งคอยรับรายงานจากลูกน้อง วันหนึ่งก็แล้ว สองวันก็แล้ว พอวันที่สามลูกน้องก็โทร.มาบอกว่าเฝ้าอยู่สามวันแล้วแต่ไม่เห็น เงาน็อตกับบอยเลย จะให้รายงานไปทางปกาศิตมั้ย
เท่านั้นเองเมธาก็ตบะแตก ตวาดมาว่า “ข้าสั่งหรือยัง ขืนบอกไปคุณอาก็ต้องเห็นข้าเป็นไอ้งั่ง เจ้าสาวคนเดียวยังไม่มีปัญญาตามกลับมา เฮ้ย เอางี้ดีกว่า เอาคนของเรามาเพิ่ม
ขับเรือวนดูทุกเกาะเลย”
ลูกน้องเสียงอ่อย “ทุกเกาะเลยเหรอ”
“เออซิวะ ต่อให้มันมีร้อยเกาะข้าก็จะลากไอ้บอยมากราบตีนข้าให้ได้” เมธาเสียงกร้าว
พวกลูกน้องจะทำตามหรือเปล่าไม่รู้ แต่เมธาอดทนได้อีกวันเดียวก็ยกพวกกลับไปหาปกาศิต เลยถูกว่าที่พ่อตาตวาดเอา
“อะไรวะ จนป่านนี้แกยังหาลูกสาวฉันไม่เจอรึ”
ศักดามองหน้าลูกชาย เห็นเมธาหลบตาก้มลงมองพื้น ปกาศิตส่ายหน้าหันไปสั่งขรรชัย พอเรียกชื่อเท่านั้นขรรชัยก็ขยับตัว
“แกไปเองเลยนะ แล้วอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าเป็นอันขาดถ้าไม่ได้ตัวน็อตกับไอ้ผู้ชายคนนั้นมาด้วย เอามันกลับมาแบบมีลมหายใจเพราะฉันจะให้มันตายตรงตีนฉัน” ปกาศิตสั่งลูกน้องแบบไม่ไว้หน้าเมธากับศักดาเลย
ตอนกลางวันนั้นเองเมื่อขรรชัยพาลูกน้องเหยียบขึ้นไปบนเกาะคราม ก็ได้ยินเสียงทักจากฟางแก้วที่ยืนอยู่บนโขดหินไม่สูงนัก
“มีเวลามาพักผ่อนที่รีสอร์ตด้วยหรือ อดีตผู้การขรรชัย”
ขรรชัยกับลูกน้องเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นฟางแก้วก็ยกปืนเล็ง แต่ช้าไป เพราะฟางแก้วปามีดสั้นปาดคอลูกน้องขรรชัยตายไปต่อหน้าต่อตาเสียสามคนในนาทีเดียว พวกนั้นกระหน่ำยิง แต่เธอโดดหลบหายไปจากโขดหินที่ยืนอยู่เสียแล้ว ลูกน้องคนหนึ่งรีบวิ่งไปหลังโขดหิน เป็นเวลาเดียวกับที่ฟางแก้วโดดลงไปจึงถูกเธอแทงด้วยมีดสั้นตายไปอีกคน ขรรชัยวิ่งตามมาพอดีเห็นฟางแก้วชักมีดออกจากอกลูกน้องที่ตายแล้วปามาที่เขา จึงกระชากลูกน้องเข้ามาเป็นเป้าแทน ขรรชัยยิงใส่เธอถูกเข้าที่ไหล่ เธอล้มลง เขาปราดเข้าไปยืนค้ำจ่อปืนจะยิง ปากก็ร้องว่า
“ฉันรอเวลานี้มานานแล้วนังฟางแก้ว”
เปรี้ยง! เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ขรรชัยร้องโอ๊ย ยกมือกุมไหล่ตัวเอง หันกลับไปมองเห็นสร้อยคีรียืนจ้องปืนมาที่เขา จึงรีบปล่อยกระสุนออกไปก่อนที่จะโดดหลบ ลูกน้องที่เหลือออกมาช่วยยิงสู้กับสร้อยคีรี เสียงปืนสนั่นไปทั้งเกาะ สองสาวหันหลังชนกันกระหน่ำยิงจนลูกน้องขรรชัยตายเรียบไม่เหลือสมุนสักคนเดียว ขรรชัยชักปอดแหก หยิบระเบิดออกมาขว้างใส่ สองสาว ขณะระเบิดกำลังลอยคว้างไปก็มีเสียงปืนดังขึ้น ระเบิด ลูกนั้นแตกกลางอากาศ เขาหันไปดูอย่างตกใจ ลุยนั่นเองที่ยิงกระสุนนัดนั้น
ลุย ฟางแก้ว และสร้อยคีรียืนล้อมขรรชัยเอาไว้พลางย่างเข้าไปหาทีละก้าว ขรรชัยรีบยกมือยอมแพ้ ฟางแก้วพรวดเข้าไปจะรวบมือมัดแต่โดนขรรชัยล็อกคอเอาปืนจ่อหัว ทำให้ลุยกับสร้อยคีรีชะงักไม่กล้ายิง มันลากฟางแก้วเป็นตัวประกันไปจนถึงเรือ พอโดดขึ้นเรือติดเครื่องฟางแก้วก็ดิ้นจนหลุดลงน้ำ ขรรชัยรีบออกเรือทันที ลุยวิ่งเข้ามาช่วยฟางแก้ว
ส่วนสร้อยคีรียิงตามขรรชัยไปแต่ไม่ถูก
ooooooo
ส่วนประดู่กับองศาที่อยู่บ้านบุปผา หลายวันมานี้องศาพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ประดู่พูดได้ แต่ก็ไม่สำเร็จสักที จนแม้แต่บุปผาเองก็ท้อ ถามองศาว่า
“ถ้าประดู่พูดไม่ได้จริงๆ คุณจะทำยังไง”
“ผมก็จะอยู่เคียงข้างเธอ”
“หมายความว่าหมอไม่รังเกียจประดู่งั้นหรือ”
“ไม่มีอะไรในตัวประดู่ที่ผมจะรับไม่ได้...ผมรู้ว่าประดู่มีจิตใจที่ดี แค่นี้ก็พอแล้วถ้าผมจะรักผู้หญิงสักคน” น้ำเสียงหมอหนักแน่นมากจนบุปผาถึงกับยิ้มออกมา หมอองศาเที่ยวเดินหาประดู่เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน
ประดู่เดินไปที่บ้านร้างซึ่งผุพังไปตามกาลเวลา คิดถึงเรื่องราวในอดีตแล้วเกร็งไปทั้งตัว เธอพยายามกลั้นอารมณ์ด้วยการออกเสียงเรียกพ่อกับแม่โดยใช้พลังทั้งหมดที่มี
“แม่...พ่อ”
องศาที่เดินมาถึงบริเวณนั้นได้ยิน ตะลึงตัวชาไปหมดรีบวิ่งไปที่นั่นทันที เห็นประดู่หน้าแดงด้วยความดีใจร้องเสียงดังอยู่คนเดียว
“ฉันพูดได้...ฉันพูดได้แล้ว...บอย ต้องบอกบอย เขาอยากได้ยินฉันพูด”
หมอองศาหน้าเสียเมื่อได้ยินประดู่พูดเช่นนั้น แสดงว่าในใจของเธอมีแต่บอยอยู่ตลอดเวลา พอประดู่หันมาเห็นเขา เธอก็บอกอย่างดีใจว่า
“ฉันพูดได้แล้ว ขอบคุณนะหมอ ขอบคุณมาก”
“ผมดีใจจริงๆประดู่ ในที่สุดคุณก็ทำได้”
ประดู่โผเข้ากอดองศาอย่างลืมตัว แต่องศายืนเฉยรู้ว่าประดู่คิดไปว่าเธอกอดบอยไม่ใช่เขาสักหน่อย บุปผาเดินตามมาเห็นเข้าอีกคนพลอยดีใจไปด้วย ประดู่ผละจากองศาเข้าไปกราบบุปผาที่อก
“ขอบคุณน้าบุปผาที่เลี้ยงประดู่มา”
องศาขอตัวเดินออกไป ประดู่เขย่าตัวบุปผาถามว่า
“บอยจะดีใจใช่มั้ยคะน้าบุปผา ประดู่จะพูดคำแรกกับบอยว่าอะไรดีคะ” เสียงประดู่ถามบุปผาดังไปถึงหมอองศาที่กำลังเดินไป เขาชะงักนิดหนึ่งแล้วเดินต่อ บุปผามองตามไปด้วยความสงสาร
ooooooo
ส่วนทางด้านพวกลุยหลังจากที่ขรรชัยหนีไปแล้วก็พากันกลับมาที่รีสอร์ต ทั้งสามคนมาเตรียมอาวุธของตนให้อยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้ ฟางแก้วเห็นสีหน้าเครียดของลุยจึงบอกว่า
“คุณไม่ต้องอยู่ที่นี่ก็ได้นะลุย ถ้าอยากจะไปตามหาบอย ฉันอยู่ทางนี้รับมือกับพวกมันไหว”
สร้อยคีรีเบะปากให้ “ไหวเหมือนเมื่อกี้ที่ถูกขรรชัยถีบตกน้ำน่ะเหรอ”
“สร้อยคีรี” ฟางแก้วหันไปจะเอาเรื่อง
“เอ๋ หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะตาฝาด” สร้อยคีรีลอยหน้า เลยถูกลุยดุทั้งสองคน
“จะกวนประสาทกันให้ได้อะไรขึ้นมา หรือจะต่างคนต่างสู้”
“สอนคนของคุณเถอะลุย ฉันน่ะพร้อมอยู่แล้ว” ฟางแก้วกระฟัดกระเฟียดใส่
ลุยหันไปทางเพื่อนสาว “สร้อย เธอไปตามหาบอยก็แล้วกัน ฉันคิดว่าเขาต้องหลบอยู่ที่เกาะแถวๆนี้แหละ ขรรชัยกลับไปคราวนี้ต้องพาปกาศิตมาที่นี่แน่ๆ”
ooooooo
ที่บ้านปกาศิต เขากำลังดูแม่พิมพ์ธนบัตรอยู่อย่างชอบอกชอบใจ ดูพลางพึมพำพลางอยู่คนเดียว พอดีศักดาเดินเข้ามาจึงได้คนคุยด้วย
“แม่พิมพ์แบงก์อันนี้จะทำให้องค์กรของเราเข้มแข็งมากกว่าเดิมแน่นอน เราต้องรักษามันไว้ยิ่งกว่าชีวิตเลยนะ”
เมธาเดินหงุดหงิดเข้ามาเอ่ยปากถามโดยไม่เจาะจงคน “ขรรชัยพาคุณน็อตกลับมาหรือยัง”
ปกาศิตมองเขม็งอย่างไม่พอใจ ศักดารีบเบรกลูก
“เมธา หัดรอนิ่งๆบ้าง”
“รอ ผมรอมานานเกินไปแล้วนะพ่อ ป่านนี้เจ้าสาวของผมจะโดนไอ้บอยมันขยี้เละไปแล้วมั้ง”
ขรรชัยเดินเข้ามาอีกคนหนึ่ง ปกาศิตกวาดตามองก่อนจะตวาดออกมา
“ฉันบอกแล้วไง ถ้าไม่ได้ตัวน็อตก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้า”
ขรรชัยรีบบอก “ผมไปที่ที่คุณเมธาบอก แล้วก็เจอคนที่เป็นศัตรูสำคัญของเรา พวกมันรอผมอยู่แล้ว แสดงว่ามันรู้ว่าผมจะไปที่นั่น ไอ้คนที่เอาตัวคุณน็อตไปคงเกี่ยวข้องกับพวกมัน ไอ้ลุยไงครับ”
ศักดากับปกาศิตเหวอ ครางออกมาพร้อมกัน “ลุย หล่มสัก”
“ฉันต้องการรู้คำตอบเดี๋ยวนี้ว่าไอ้คนที่เอาตัวลูกสาวฉันไป มันเป็นอะไรกับไอ้ลุย หล่มสัก”
“มันชื่อบอยครับ” เมธารีบเสนอหน้า
“ชื่อนี้คุ้นหูเหลือเกิน ว่ามั้ยขรรชัย” ปกาศิตยิ้มร้ายมองขรรชัย
เมธาหันไปมองคนนั้นทีคนนี้ทีเพราะไม่รู้ว่าลุยคือใครเกี่ยวอะไรกับบอยด้วย
“บอยก็คือลูกชายคนของเรา ที่สรรเสริญคำว่ามิตรแท้ สุดท้ายก็เลยสังเวยชีวิตตัวเองด้วยกระสุนจากเพื่อนรัก”
“นี่แสดงว่าที่ไอ้บอยมันอยู่กับไอ้ลุย มันก็ยังไม่เคยรู้ความจริงมาก่อนว่าพ่อมันตายด้วยมือของใคร...” ปกาศิตสรุปแล้วหัวเราะอย่างสะใจสุดๆ
ooooooo
กริชไปหาลุยที่รีสอร์ตด้วยเรื่องเดียวกันนี้ ถามลุยว่า “ตามตัวบอยที่หายไปกับลูกสาวปกาศิตพบหรือยัง”
“ยังเลยครับ ผมกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับบอย” ลุยตอบหน้าเครียด กริชจึงเดินเข้ามาตบไหล่ลุยเบาๆ
“ฉันรู้ บอยน่ะแกเลี้ยงมาเหมือนลูกชายตัวเองเลยนี่”
“ผมจะไม่ยอมให้พวกนรกนั่นมันแตะบอยอย่างเด็ดขาด” ลุยหน้าเหี้ยม เล่าให้กริชฟังอีกว่าตั้งแต่วันที่เขาเหลือแต่บอย บุปผา ประดู่ เขาก็คิดว่าทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกันที่ตัวเองต้องคอยปกป้อง จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหมือนตอนไทรงามกับทอมในคราวนั้นเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าบอยเป็นตัวแทนของทอม แต่ผมทำผิดกับเดือน มันเป็นความผิดที่หลอกหลอนผม มันเป็นยิ่งกว่าฝันร้ายในชีวิต”
“ลุย แกทำลงไปเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเดือนรู้เห็นกับการฆ่าลูกเมียแก” กริชปลอบ
“ผมน่าจะฟังเดือน ผมน่าจะเชื่อใจเพื่อน ผมมันเลวที่คิดว่าเดือนหักหลังผม ผมมันเลวยิ่งกว่าปกาศิต เพราะผมฆ่าเพื่อนรักของผม เพื่อนคนเดียวที่ปกป้องผมมาตลอด”
“เดือนมันเป็นคนดีมันต้องให้อภัยในสิ่งที่แกทำพลาดไป ที่ผ่านมาฉันเชื่อว่าทุกครั้งที่แกมองหน้าบอย แกเห็นแต่รอยยิ้มของเดือน และความผิดมันก็ทิ่มแทงใจของแกตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา” กริชตบหลังลุยเบาๆ
“ผมผิดเหลือเกินนาย ผมผิดจนอภัยให้ไม่ได้ ผมอยากสารภาพกับบอย อยากบอกเขา แต่ผมขี้ขลาด ผมกลัวว่าผมจะต้องสูญเสียเขาไปอีกคน...” ลุยคุกเข่าลงกับทรายใต้ต้นไม้ กริชก้มลงพยายามดึงตัวเขาขึ้น ไม่มีใครในสองคนนี้รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดบอยยืนฟังอยู่นานแล้ว
บอยรีบเดินกลับไปที่น็อตนั่งคอยอยู่ ไปถึงก็ลากแขนน็อตให้ลุกขึ้นเดินไปกับเขา น็อตถามว่าเจอคุณอาแล้วหรือ บอยไม่ตอบแต่ตวาดน็อตว่าให้หยุดพูดแล้วตามเขาไป
สร้อยคีรีอยู่ที่หน้าฟร้อนต์รู้สึกว่าตัวเองจะเห็นบอยแวบๆ ร้องเรียกแต่บอยไม่หัน เธอวิ่งตามออกไป บอยพาน็อตไปไว้ที่ท่าเรือบอกให้คอยแล้วเขาก็วิ่งกลับมา พบสร้อยคีรีกลางทางเธอดีใจรีบเข้าไปจับตัว
“บอย หายไปไหนมา รู้มั้ยว่าลุยเป็นห่วงเธอมาก”
“คุณสร้อย ผมมีเรื่องจะถามหน่อย คนที่ฆ่าพ่อผมเป็นใคร ตอนนี้ผมไม่ใช่เด็กแล้ว อย่าหลอกผม ช่วยบอกความจริงกับผมทีเถอะ ช่วยยืนยันว่าคนที่ฆ่าพ่อผมคือพวกปกาศิต”
สร้อยคีรีตกใจ “บอย...เธอรู้อะไรมาจากไหนเหรอ”
“ผมไม่รู้อะไรเลยน่ะสิ ผมไม่รู้แม้กระทั่งว่าผมจะเชื่อใจใครได้อีก”
สร้อยคีรีอึกอักแต่ไม่พูดอะไรออกมา บอยชักแน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินลุยกับกริชคุยกันเป็นเรื่องจริงจึงหันกลับไปพาน็อตขึ้นเรือออกไปจากเกาะทันทีด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสน สร้อยคีรีรีบไปทางหลังรีสอร์ตเห็นลุยกำลังจะขึ้นเรือและบอกกับเธอว่าเขากำลังจะกลับหาดทรายขาว
“เอ้อ...อย่าเพิ่งกลับเลย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรื่องบอยหรือเปล่า เธอไม่ต้องตามแล้ว ฉันจะไปตามหาเขาเองแล้วพากลับมาหาเธอ” ลุยบอก
สร้อยคีรียิ่งไม่กล้าเล่าเรื่องที่บอยถามเธอเมื่อครู่นี้ให้ลุยฟัง ลุยจึงออกเรือไปเลย สร้อยคีรีส่ายหน้า
“ฉันไม่กล้าบอกเธอ ลุย และก็ไม่กล้าตอบคำถามบอยด้วย คิดเอาเองว่าบอยต้องไม่มีวันเชื่อว่าคนที่รักเขาเหมือนลูกอย่างลุยคือฆาตกรที่เอาชีวิตของเดือน แรมกล้า ไป”
ooooooo
ที่ห้องรับแขกบ้านปกาศิตคืนนี้ เมธาผุดลุกผุดนั่งจนพ่อตัวเองเหลือบตาขึ้นดูหลายครั้ง แล้วเมื่อก้นร้อนเป็นไฟจนหย่อนนั่งไม่ได้แล้ว เมธาก็ลุยขึ้นโวยกับพ่อ
“ป่านนี้ไอ้บอยมันขยำขยี้คุณน็อตไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้”
“เงียบ ไอ้เมธา หรือแกอยากจะตายอยู่ที่นี่” ศักดาเหลือบไปรอบๆห้อง ซึ่งตอนนี้มีแค่เขากับลูกเพียงสองคน
เมธาลดเสียงลง “ผมไม่กลัวมันหรอกนะพ่อ ทำไมต้องเกรงใจมันนักหนา อีกหน่อยก็มีนายรุ่นใหม่ที่เก่งกว่ามัน” เขาหมายถึงปกาศิตนั่นเอง
“อย่าพูดแบบนี้ให้ใครได้ยิน นอกจากฉัน” ศักดาดุดันทำให้เมธาต้องนั่งลงอย่างหงุดหงิด
ที่หน้าบ้านลูกน้องปกาศิตเดินยามกันรอบบ้านโดยมีฉกาจเดินตรวจลูกน้องอีกที เสียงเหมือนรถจอดหน้าบ้านและพวกลูกน้องเอะอะขึ้น ฉกาจรีบเดินไปดู เห็นบอยแบกน็อตพาดบ่าเข้ามาอย่างไม่กลัวเกรง ฉกาจตวาดทันที
“วางคุณน็อตลง ถ้าแกไม่อยากตาย”
ไม่ต้องออกคำสั่งพวกสมุนชักปืนเล็งบอยทันที แต่บอยยืนเฉย
“ฉันสั่งให้วางคุณน็อต” ฉกาจตะเบ็งเสียงอีก
“ฉันจะคุยกับนายแกเพียงคนเดียว” บอยสวนเสียงเข้มเช่นกัน
“แกไม่มีสิทธิ์ต่อรอง”
“แน่ใจหรือว่าอยากเห็นลูกสาวนายแกตายอยู่ตรงนี้”
ฉกาจมองไปที่น็อตซึ่งถูกมัดมือ ปาก และขากำลังดิ้นรนทุบบอยอยู่ แต่โดนบอยรัดตัวเอาไว้แน่น
“ไปเรียกปกาศิตออกมา” คราวนี้เป็นบอยตวาดบ้าง
ฉกาจตัดสินใจเหนี่ยวไกไปที่บอย แต่ยังไม่ทันสุดก็โดนบอยชักปืนที่ลุยเคยให้ยิงไปที่มือก่อน ปืนหล่นจากมือฉกาจสะบัดมือเร่าๆ พวกลูกน้องฉกาจจะยิงช่วยนาย แต่บอยตวาดทันที
“ฉันเห็นพวกแกตั้งแต่ฉันเดินเข้ามา ฉันจำที่ยืนพวกแกทุกตำแหน่ง รับรองว่ายิงพวกแกทุกคนได้ตรงหัวใจโดยที่ฉันไม่ต้องขยับด้วยซ้ำ ฉันต้องการเจอนายแก” หันไปบอกฉกาจที่ยืนกุมแผลที่โดนยิง
เมธาได้ยินเสียงปืนวิ่งออกมาดู พอเห็นบอยก็ชักปืนจะยิง แต่ต้องชะงักเพราะเสียงปกาศิตดังขึ้น
“ทุกคนเก็บปืน!”
พวกลิ่วล้อจ๋อย ลดปากกระบอกปืนลงเหมือนนกคอหัก บอยจ้องปกาศิต แต่เขากลับยิ้มให้
“ไม่ได้เจอกันหลายปี โตขึ้นมากนะบอย” ทักน้ำเสียงปรานี แต่บอยสวนกลับไปว่า
“ฉันไม่ได้มาเยี่ยมญาติผู้ใหญ่”
“วางลูกสาวฉันลงก่อนสิ แล้วเรามานั่งคุยกันดีๆ” ปกาศิตพยายามอีก
“คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อพวกเลวชาติอย่างแก”
“งั้นเธอต้องการอะไร ถ้าลำพังจะคืนตัวน็อตคงไม่ต้องบุกมาถึงนี่มั้ง หรือว่ามีเรื่องในอดีตที่อยากคุยกัน”
“แกฆ่าพ่อฉัน”
ทุกคนอึ้ง แต่ปกาศิตหัวเราะ
“ฉันไม่ใช่คนชอบรื้อฟื้น”
“แต่วันนี้แกต้องตอบฉัน และถ้าแกโกหก...” บอยจับน็อตลงยืนเผชิญหน้ากับพ่อของเธอ แล้วเอาปืนจ่อหลังพยักหน้าท้าปกาศิตอีกเมื่อพูดว่า“ไม่ต้องบอกนะว่าฉันจะทำยังไง”
ลูกน้องคนหนึ่งแอบย่องเงียบไปทางด้านหลังบอยหวังจะซุ่มยิง บอยไม่ได้หันไปดู แต่วาดปืนไปลั่นไกใส่ทั้งๆที่ตายังมองปกาศิต น็อตตกใจหันไปดูเห็นหน้าผากไอ้คนนั้นเป็นรูโบ๋ล้มลงตายคาที่
“กระสุนฉันเหลือน้อย มีไว้เฉพาะคนพิเศษเท่านั้น”
ตอนนี้ปกาศิตยิ้มไม่ออกแล้ว เอ่ยถามดีๆว่าบอยต้องการอะไร บอยบอกว่าอยากรู้ว่าใครฆ่าพ่อของเขา ไอ้ขรรชัยใช่ไหมที่เป็นคนยิง
“แกเห็นด้วยตาตัวเองหรือเปล่าไอ้หนู หรือว่าเห็นตอนที่พ่อแกถูกยิงแล้ว” ขรรชัยเดินออกจากในบ้านมาหยุดตรงหน้าบอย “นึกดีๆสิบอย แกเห็นใครอยู่ใกล้ศพพ่อแกที่สุด ใครกันแน่ที่อยู่ในตำแหน่งที่จะยิงพ่อแกได้แม่นขนาดนั้น ฉันหรือว่าลุย หล่มสัก ถ้าแกอยากดูหลักฐานวิถีกระสุนในคดีพ่อแก ฉันจะให้ลูกน้องเอามาให้แกจะได้ตาสว่างเสียที ไอ้ลุยที่ชุปเลี้ยงแกมาตลอดคือคนที่ยิงพ่อแกตาย”
“มันไม่ได้เลี้ยงแกด้วยความรักหรอกบอย เครื่องจักรฆ่าคนอย่างไอ้ลุย หล่มสัก องค์กรสร้างมันมาให้ไร้หัวใจ”
ปกาศิตตอกย้ำอีกคน
“ไม่จริง”บอยเสียงสั่น
ปกาศิตเดินเข้าไปอีกก้าว “มันเลี้ยงแกไว้เพราะแกเป็นลูกของเพื่อนรักที่มันยิงตายเหมือนหมา มันกลัวว่าวันนึงแกจะหันปากกระบอกปืนไปหามัน แล้วลั่นไกเพื่อพ่อ”
“ฉันบอกให้แกหยุดพูด!” บอยเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
เมธาสังเกตเห็นตัดสินใจยิงใส่ บอยผลักน็อตล้มลงแล้วเอนตัวยิงสวน คนทั้งกลุ่มกระเจิง ฉกาจพุ่งเข้าด้านหลังบอยตีศอกเข้าที่หัว บอยล้มลงหน้าคว่ำ เมธาโดดถีบจนบอยหงาย พวกเหล่าร้ายกลุ้มรุมเข้าจับตัวบอย เมธาจ่อปืนแต่ปกาศิตร้องห้ามแล้ว สั่งให้สมุนคุมบอยไปจากตรงนั้น พวกมันลากบอยไป น็อตมองเห็นหน้าบอยแตกเลือดไหลอาบ ขยับจะเดินตามไปแต่โดนเมธารั้งไว้
ooooooo
น็อตเดินหนีเมธามาถึงห้องนอนตัวเอง พอเปิดประตูจะเข้าห้องเมธาก็กระชากด่าทันทีว่าไปอยู่กับไอ้บอยชั้นต่ำสนุกมากมั้ย แถมด้วยคำว่าหลายใจสำส่อน จบด้วยการสำทับว่า เขายังไม่ได้ฟ้องพ่อเธอนะว่าที่จริงเธอตั้งใจหนีไปกับไอ้บอย
“ก็บอกสิ” น็อตกระชากมือกลับ
“อย่าท้านะน็อต เธอทำฉันอาย เพราะฉะนั้นต้องทั้งอายทั้งเจ็บมากกว่าฉัน”
“ฉันไม่แต่งงานกับแก”
“สายไปแล้วละ ทุกคนรับรู้ว่าเธอคือเจ้าสาวของฉัน เพียงแต่เรายังไม่ได้เข้าห้องหอกันอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง”
น็อตรีบเข้าห้องแต่โดนเมธาสอดมือมาขวางประตูหวังจะตามเข้าไปปล้ำ เลยโดนน็อตกระแทกประตูหนีบมือจนร้องลั่น รีบกระชากมือตัวเองออกไป น็อตกดล็อกข้างในทันที เดินไปยืนหน้ากระจก ตั้งคำถามกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“บอย เธอจะฆ่าพ่อฉัน หรือว่าเธอมีแผนการอะไรกันแน่”
ส่วนเมธาไปที่ห้องซึ่งขังบอยเอาไว้ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงตรงเข้าถีบกลางตัว บอยไม่ทันระวัง กระเด็นไปมุมห้อง เมธาด่าไปเตะไป
“นึกว่าแน่มากใช่มั้ย ที่เอาตัวเจ้าสาวฉันไปกกได้”
บอยลุกขึ้นยืนจ้องหน้าเมธา เตือนเสียงเรียบ “ให้เกียรติผู้หญิงด้วย”
“แหม สุภาพบุรุษเหลือเกินนะไอ้บอย” เมธาพุ่งเข้ามาจะเตะซ้ำ บอยที่คอยจังหวะอยู่แล้วเพียงแต่เอี้ยวตัวหลบนิดเดียวเมธาก็พุ่งเข้าเตะผนังห้องแทน บอยแถมลูกถีบเข้ากลางหลังแล้วคว้าผมเมธากระชากก่อนกระแทกกลับเข้าผนังห้องจนเมธามึน แล้วขึ้นเข่าซ้ำจนเขาลงนอนแผ่
“อย่าให้ฉันได้ยินว่าแกล่วงเกินคุณน็อตอีก” ยกมือชี้หน้า
เมธาโซซัดโซเซวิ่งหนีออกไปจากห้องแล้วใช้ลูกแปถีบประตูปิดเพราะกลัวบอยจะตาม
ในห้องวงจรปิด ปกาศิตกับขรรชัยยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตั้งแต่แรกจนนาทีสุดท้าย ปกาศิตบอกขรรชัยว่า
“ไอ้ลุยมันเก่งที่ถอดแบบตัวมันไว้ให้ไอ้เด็กคนนี้ สั่งคนของเราทั้งหมดอย่าฆ่าบอย มันนี่แหละที่จะทำให้เรากำจัดไอ้ลุยได้สิ้นซาก”
ส่วนบอยลงนั่งพิงฝาห้อง นึกย้อนไปถึงคำพูดของกริชและลุยที่ได้ยินมา แล้วพลอยนึกไปถึงคำพูดของขรรชัยด้วย บอยรู้สึกเจ็บในอกจนต้องตะโกนออกมา
“ไม่ใช่อาลุย คนที่มันฆ่าพ่อต้องไม่ใช่อาลุย!” กำมือทุบพื้นห้องแรงๆอย่างอัดอั้น
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น บอยถูกนำตัวออกไปจากห้องโดยการมัดมือออกไปนั่งอยู่ในสวน ลูกน้องของปกาศิตเดินเฝ้าอยู่แถวๆนั้น น็อตเดินเข้ามาหา บอยหันไปมองด้วยแววตาเลื่อนลอย น็อตเข้ามาถามเขาว่าพาเธอกลับมาที่นี่ทำไม
“ผมอยากรู้เรื่องคนที่ฆ่าพ่อผม”
“เธอเชื่อที่ขรรชัยพูดหรือเปล่า”
บอยไม่ตอบ น็อตเลยลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาด้วยความสงสาร บอกเขาว่าเธอจะช่วยหาความจริงเรื่องนี้ให้ เมธาเดินเข้ามาเห็นภาพนั้นก็โกรธจี๊ด
“ห่วงยิ่งกว่าผัวตัวเองอีกนะ”
น็อตรีบลุกขึ้น บอยจ้องหน้าเมธาทำให้เขาชะงักเพราะยังจำรสชาติเมื่อคืนนี้ได้ ส่วนน็อตถามว่า
“เอาหน้าไปสะดุดเท้าใครมาน่ะ เมธา”
เมธาฉุนขาด เข้าไปจะลากข้อมือน็อตให้ไปกับเขา น็อตดิ้นรนร้องเรียกให้บอยช่วยแต่บอยยืนเฉย เมธาเห็นมือบอยถูกมัดอยู่ชักได้ใจ
“ดีแล้วที่เจียมตัว ไอ้บอย แกน่ะมันชายชู้ ผัวถูกกฎหมายยืนอยู่ที่นี่ทั้งคน”
“ทุเรศ ไอ้ปากโสโครก” น็อตร้องด่า
“อ้าว หรือว่าฉันพูดผิด จะต้องให้ฉันบอกพ่อเธอมั้ยว่า เธอแล่นตามมันไปเอง พ่อจะได้ขังเธอไว้เหมือนตอนที่ไม่ยอมแต่งงานกับฉัน อย่าไปเรียกให้มันช่วยเลย ตอนนี้ลำพังตัวมันเองเอาให้รอดก่อนเถอะ” พูดไม่พูดเปล่า เมธาเข้าไปรวบตัวน็อตกอดไว้ น็อตร้องเรียกให้บอยช่วยอีก แต่บอย กลับบอกว่า
“ไปกับเขาเถอะ นั่นมันเจ้าบ่าวของคุณ”
“เธอบ้าไปแล้วเหรอบอย” น็อตกรี๊ดลั่น แต่เมธาหัวเราะเยาะ
“มันฉลาดต่างหาก เพราะรู้ว่ากำลังต้องหาที่พึ่งใหม่ พ่อฉันกำลังไปถลกหนังหัวอาลุยผู้มีพระคุณของมันอยู่ เสียดายนะไอ้บอย แกน่าจะได้ยิงคนที่ฆ่าพ่อแกด้วยตัวเอง”
เมธาจบคำพูดพร้อมกับลากน็อตออกไป บอยยืนนิ่งเหมือนไม่รับรู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
พักเดียวบอยก็ร้องปวดท้องฉี่ ลูกน้องปกาศิตจึงพากลับเข้าไปในบ้าน แต่พอเข้าไปบอยไม่ได้ไปฉี่แต่ตรงเข้าไปหาเมธาที่กำลังลวนลามน็อตอยู่ จัดการซะเมธาหมอบอยู่ตรงนั้น เมธาลุกได้จะเข้าไปหาเรื่องบอยอีก แต่สมุนปกาศิต รีบบอกว่านายปกาศิตห้ามใครทำร้ายมัน แล้วพาบอยออกไป เมธาตะโกนตามหลัง
“คอยดูนะ พ่อกูถล่มเกาะได้เมื่อไหร่ ไม่เก็บเอ็งเอาไว้บูชาแน่”
ooooooo
กลางวันวันนี้ ลุยกลับจากไปตามหาบอยมาถึงรีสอร์ต เขาเข้ามาอย่างเงียบๆและเร็วพลางเรียกหาสร้อยคีรี แต่ไม่มีเสียงตอบ พอเลี้ยวทางมุมบังกะโลหลังหนึ่ง ลุยเห็นพนักงานหลายคนโดนทำร้ายนอนกันระเนระนาด ส่วนอีกพวกโดนมัดมือมัดปากอยู่รวมกัน เห็นฉกาจที่มือถูกพันผ้าเอาไว้กำลังควบคุมพวกสมุนอยู่ พอเห็นลุยเดินเข้ามาทุกคนก็หันปืนใส่
“ปล่อยพวกเขา” ลุยร้องสั่งให้ปล่อยคนงาน
“คนที่สั่งที่นี่ได้คือข้า” ฉกาจตวาดกลับ
“ฉันบอกให้ปล่อยพวกเขา”ลุยย้ำเสียงกร้าว
ฉกาจกับลูกน้องหัวเราะ พอลุยขยับตัวฉกาจก็ยิงใส่ทันที โดยมีพวกลูกน้องร่วมด้วยช่วยกัน เสียงปืนดังสนั่นเป็นชุด พอควันปืนจางกลับไม่เห็นลุยอยู่ตรงนั้น
“มันอยู่ไหนวะ”ฉกาจกับพวกมองหา ไม่รู้ว่าลุยไปยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง แถมยังยิงลูกน้องฉกาจล้มลงทีละคนอย่างรวดเร็วจนมาถึงฉกาจ มันยกปืนยิงใส่ลุยบ้าง ลุยหลบวืดแล้วอ้อมมาเอาปืนจ่อหัวมัน เสียงลูกเลื่อนขึ้นลำดังกริ๊กข้างหลัง ฉกาจเย็นวาบตาเหลือก พวกแขกและพนักงานที่ดูเหตุการณ์อยู่ตาโตด้วยความหวาดเสียว และช็อกเมื่อเสียงปืนในมือลุยดังขึ้นพร้อมกับฉกาจม้วนตัวลงนอนตายตาค้างอยู่กับที่ ส่วนลุยหายไปจากที่นั้นแล้ว
เขาไปปรากฏตัวที่ชายหาด เห็นสร้อยคีรีถูกมัดติดกับถังน้ำมันลอยอยู่ในน้ำ ลุยวิ่งลงไปทันที
“อย่าเข้ามาลุย มันผูกระเบิดไว้ใต้น้ำ” สร้อยคีรีกระอักกระไอ เพราะสำลักน้ำร้องบอก
ลุยไม่ฟังเดินเข้าไปใกล้ ทันใดเสียงระเบิดดังขึ้น น้ำกระจาย แรงอัดทำให้ลุยหงายหลังตาพร่าไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นโงนเงน
“หนีไปลุย หนีไป”สร้อยคีรีตะโกนเร่ง แต่ลุยกลับวิ่งเข้าหาถังน้ำมันที่สร้อยคีรีถูกผูกเอาไว้ เสียงเรือเร่งเครื่องมาดังสนั่น จึงหันไปมอง เห็นศักดากำลังขับเรือเพื่อจะชนเขาจึงกระโดดหลบ เรือลอยข้ามหัวไปหางเสือปัดกระแทกไหล่อย่างแรงจนล้มลง ศักดาเลี้ยวเรือกลับมาจะชนซ้ำอีกพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“ดูซะไอ้ลุย ดูให้เต็มตาตอนที่ฉันจะทำให้ร่างของนังงูพิษแหลกไม่มีชิ้นดี”
ศักดาเบนหัวเรือไปทางสร้อยคีรีพลางเร่งเครื่อง เป้าหมายเบือนหน้าหนีนึกว่าไม่รอดแน่แล้ว เธอไม่เห็นว่าพอเรือแล่นผ่านลุยก็โดดขึ้นบนเรือ คว้าคอศักดาบิดเต็มแรง เขาเจ็บจนตาเหลือกพยายามขืนแต่โดนกระแทกหน้าซ้ำด้วยหมัดจนต้องปล่อยพวงมาลัยเรือ ลุยพรวดเข้าคว้าแขนบิดอย่างแรง หัวเรือเฉียดร่างสร้อยคีรีไม่ถึงคืบ ศักดาชักปืนจะยิงเลยโดนถีบตกน้ำ ลุยเอื้อมมือลงมากดหัวเอาไว้อีก เขาซักฟอกศักดาสลับกับกดหน้าลงน้ำแล้วกระชากขึ้นมาถามใหม่ว่า ต่อไปองค์กรกับพวกมันจะทำอะไร ทีแรกศักดาตอบแต่ว่าไม่รู้ๆ จนลุยรำคาญ
“ฉันจะถามอีกครั้งเดียว หรือว่าแกอยากนอนอืดอยู่ที่นี่”เอาปืนจี้หัวศักดาด้วยคราวนี้
ศักดากลัวลนลาน“เรากำลังเตรียมอาวุธไว้ถล่มจังหวัดใหญ่ๆอาวุธอยู่ที่เกาะมุก”
“ไอ้บัดซบ...แล้วแม่พิมพ์แบงก์เอาไว้ที่ไหน”
“ที่เกาะคราม เราจะพิมพ์แบงก์เอง มีอาวุธ มีเงิน แล้วก็จะสร้างสถานการณ์ป่วนเมืองเพื่อเลือกตั้งใหม่ให้คนขององค์กรเป็นนายกฯ”
ลุยเหลือจะทนฟังต่อ เขาลากศักดาขึ้นมาบนเรือ เตะจนล้มคว่ำล้มหงาย ศักดาร้องขอชีวิต
“ไว้ชีวิตฉันเถอะลุย ฉันมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องจะบอก คนของแกไอ้บอยน่ะ มันอยู่กับปกาศิต”
ลุยไม่ได้ฟังจนจบ ติดเครื่องเรือดังสนั่น ศักดาพยายามตะโกนแข่งแต่ไม่สำเร็จ เขาพาศักดาไปกลางทะเลแล้วฆ่าอย่างทรมานด้วยการผูกร่างของมันติดกับร่ม เร่งเครื่องเต็มที่จนร่างนั้นปะทะลมแกว่งไปแกว่งมาอย่างแรงก่อนที่จะจอดเรือยกปืนขึ้นเล็งแล้วปล่อยกระสุนออกไป กระสุนพุ่งทะลุร่างไปที่ร่ม เชือกถูกตัดขาดร่างศักดาลอยละลิ่วลงกระแทกผืนน้ำ จบชีวิตชั่วไปอย่างน่าอนาถ
ลุยกลับถึงเกาะเวลาเย็นมากแล้ว สร้อยคีรีที่คอยอยู่วิ่งไปรับ เขาสั่งเธอทันที
“รีบบอกฟางแก้ว เราต้องลงมือวางแผนถอนรากถอนโคนองค์กร ก่อนที่มันจะยึดประเทศนี้สำเร็จ”
ooooooo
ที่บ้านปกาศิตคืนนั้น เจ้าของบ้านกำลังสบายอารมณ์อยู่กับการดูโทรทัศน์ ประตูห้องเปิดพรวดเข้ามาโดยไม่มีการเคาะก่อน ปกาศิตหันไปมองอย่างไม่พอใจ ยังไม่ทันอ้าปากด่า ลูกน้องคนนั้นก็กระหืดกระหอบรายงานว่าศักดาตายแล้วด้วยวิธีสุดโหดฝีมือลุย ปกาศิตตกใจจนพูดไม่ออก
ส่วนบอยที่ถูกขังอยู่ในห้อง สะดุ้งเมื่อเมธาเปิดประตูพรวดเข้าไปว้ากเสียงลั่น
“พ่อกูตายเพราะไอ้ลุย”
บอยตกใจแต่ไม่ทันระวังตัว เมธาพุ่งเข้าเตะต่อยจนล้มกลิ้งไปมา ปกาศิตพรวดเข้ามาอีกคนจับเมธาเหวี่ยงเข้าฝาห้อง พวกลูกน้องรีบเข้ามาจับเมธาล็อก แต่เมธาไม่สิ้นฤทธิ์ยกมือชี้หน้าบอย
“เอ็งจำเอาไว้ ข้าจะจองล้างจองผลาญไอ้ลุย พวกเอ็งทั้งหมดต้องตายอย่างหมา”
เขาถูกลากออกไปเหลือแต่ปกาศิตกับบอย
“ฉันไม่มีเวลาให้แกอีกแล้ว ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเชื่อขรรชัยหรือเชื่อไอ้ลุยฆาตกรที่อยู่ใกล้ตัวแก”
บอยยิ้มหยัน “จะถามฉันทำไม”
“เพราะฉันรู้ว่าความแค้นของแกมันกำลังจะระเบิดแล้วน่ะสิ หรือแกจะยกย่องคนที่ฆ่าพ่อแกว่าเป็นผู้มีพระคุณล่ะ”
บอยกับปกาศิตต่างจ้องหน้าวัดใจกัน
ooooooo
ที่บ้านสวนของบุปผา วันนี้เธอพาประดู่และหมอองศาไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด ประดู่ถวายของตัวเองชุดหนึ่งอุทิศส่วนกุศลให้พ่อกับแม่ โดยมีหมอองศาช่วยยกของประเคนพระ บุปผามองสองคนนั่นแล้วยิ้มเพราะเห็นว่าเหมาะสมกันดี
ประดู่กับองศาออกมากรวดน้ำด้วยกันที่ต้นไม้ใหญ่
“พ่อจ๋า แม่จ๋า ประดู่ขออุทิศบุญกุศลครั้งนี้ให้พ่อกับแม่นะจ๊ะ เกิดชาติหน้าฉันใดขอให้ประดู่ได้เกิดเป็นลูกพ่อกับแม่อีก”
สองคนเทน้ำรดโคนต้นไม้ฝากแม่พระธรณีไปให้คนตาย แล้วหันมายิ้มให้กัน
“ผมดีใจที่ประดู่พูดได้อีกครั้ง”
“ประดู่ก็ดีใจค่ะ และที่มีวันนี้ได้ก็เพราะพี่หมอ ขอบคุณนะคะที่ช่วยรักษาประดู่ ขอบคุณที่อดทนกับประดู่ตลอดมา ประดู่อยากถามพี่หมอว่าทำไมถึงดีกับประดู่ขนาดนี้”
“เพราะว่าผม...เอ้อ...ผม...” องศามัวแต่เอ้อๆ เลยหมดโอกาสเพราะบุปผาเดินมาเรียกให้กลับบ้านกันได้แล้ว
พอขึ้นรถขับมาได้สักครู่เดียว บุปผาก็สังเกตเห็นรถคันหนึ่งติดตามมา “มีคนสะกดรอยตามเรา”
ประดู่กับองศาตกใจถามว่าใครตาม บุปผาไม่ตอบกลับเร่งเครื่องหนีทันที รถคันนั้นเร่งความเร็วตามมา พอใกล้ก็ชักปืนยิงรถบุปผา เธอขับรถซิกแซ็ก หลบกระสุน จนทิ้งห่างมาพอสมควร บุปผามัวแต่มองกระจกหลังจึงไม่เห็นว่าข้างหน้ามีรถจอดขวางถนนอยู่ องศาเห็นก่อนร้องเตือนให้ระวัง บุปผาเหยียบเบรกทันที
เมธาก้าวลงจากรถเล็งปืนใส่บุปผา “ถ้าไม่อยากตายก็ยอมซะดีๆ”
รถคันที่ตามมากำลังจะจอดประกบ บุปผาตัดสินใจเลี้ยวรถลงข้างทางเข้าป่าไป แต่เพราะไม่ชินเส้นทางนี้เลยไปชนกับต้นไม้จนเครื่องดับ ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บเพราะแรงกระแทก แต่ก็พยายามพากันลงจากรถ องศาประคองประดู่อย่างห่วงใย บุปผาคว้าปืนในรถออกมาเตรียมสู้พลางบอกให้องศาพาประดู่หนีไปก่อน พวกนั้นตามมาทันยิงใส่ถูกองศาที่ไหล่ บุปผายิ่งเร่งให้ทั้งสองคนหนีไป ส่วนตัวเธอยิงสู้กับพวกมัน แต่ไม่นานกระสุนก็หมด พวกมันกระจายกันล้อมบุปผาไว้
“หนีไม่รอดแล้วสิ พูดดีๆไม่ชอบอยากตายนักใช่มั้ย” เมธาเยาะเย้ยพลางยกปืนจะยิงใส่
เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด พวกลูกน้องเมธาล้มลงบาดเจ็บระนาว ประดู่ องศา และบุปผาหันไปมองคนยิงแล้วร้องออกมาพร้อมกัน
“บอย...”
บอยชะงักที่ประดู่พูดได้...เมธากับสมุนที่เหลือยิงใส่อีก บอยร้องเรียกให้ทั้งสามคนขึ้นรถแล้วขับหนีไป พวกนั้นไม่มีรถจึงตามล่าไม่ได้
ooooooo
หลังจากหนีมาได้ไกลแล้ว องศาซึ่งนั่งเหลียวมองข้างหลังอยู่ตลอดก็ถอนใจอย่างโล่งอก บอกว่าเกือบไปแล้วถ้าบอยมาไม่ทันคงต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าแน่
“แต่บอยไม่เคยจับอาวุธนี่” ประดู่มองปืนในมือบอย อย่างแปลกใจ
บอยเงียบไม่พูดไม่ตอบคำถามใครทั้งนั้น บุปผามองข้างทางแล้วชักผิดสังเกต ร้องออกมา
“นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่ บอย จะพาพวกเราไปไหน”
สามคนมองหน้าบอยเป็นตาเดียว รู้สึกบอยมีกิริยาแปลกๆไป พักเดียวบอยก็ขับรถมาจอดหน้าบ้านปกาศิต เขาดับเครื่องแล้วลงจากรถ สามคนตามลงมาด้วย
“ที่นี่ที่ไหนบอย” บุปผาถาม พอเห็นปกาศิตเดินออกมาพร้อมลูกน้องก็ตกใจ เมธากับพวกลูกน้องเพิ่งมาถึงตรงเข้ากระชากคอเสื้อบอยทันที
“แกขวางฉันทำไม”
“เพราะผมรู้ว่าวิธีของคุณไม่ได้ผลน่ะสิ” บอยดึงมือเมธาออกจากปกเสื้อของตนอย่างแรง
“แกดูถูกฉัน” เมธาเงื้อหมัด ปกาศิตรีบร้องห้าม
“ไม่เอาน่าเมธา ปล่อยบอยซะ”
เมธาหงุดหงิดแต่จำต้องทำตาม บุปผา ประดู่ และองศางงไปหมด ปกาศิตมองหน้าพวกบุปผาแล้วหันไปชมบอย
“ทำดีมาก บอย”
“หมายความว่าไง บอย เธอรู้จักกับพวกมันรึ” บุปผาคาดคั้นด้วยความสงสัย
บอยยืนนิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ปกาศิตไปเอาคำตอบจากเขา แล้วเขาก็ย้อนนึกไปถึงที่ขรรชัยพูด เขาเงียบคิดไปนานจนเมธาทนคอยไม่ไหวตวาดออกมาว่า ถ้าเป็นพวกเดียวกับลุย เขาจะฆ่าเดี๋ยวนี้ บอยจึงพูดออกมาว่า คนอย่างลุย หล่มสัก มีพิษสงรอบตัว ไม่ใช่จะกำจัดได้ง่ายๆ แต่ต่อให้เก่งแค่ไหนคนเราย่อมมีจุดอ่อน ซึ่งทำให้ปกาศิตสนใจมาก และวันนี้เขาก็ลงมือตีจุดอ่อนของลุยแล้ว
เสียงปกาศิตหัวเราะอย่างชอบใจ ดึงภวังค์ของบอยกลับมาสู่ปัจจุบัน เห็นปกาศิตพูดไปหัวเราะไปอยู่ตรงหน้า
“ไม่นึกเลยว่า จุดอ่อนของไอ้ลุย ก็คือผู้หญิงที่มันรัก ไป จับพวกมันไปขัง”
พวกลูกน้องกรูเข้าลากตัวบุปผา องศา และประดู่ไปจากตรงนั้น แต่องศาดิ้นรนต่อสู้จึงถูกซ้อมอย่างหนัก บอยยืนดูหน้าเครียด แต่ไม่ห้าม สามคนถูกผลักเข้าห้องขัง ครู่หนึ่งบอยก็เปิดประตูเข้ามาย่ืนกล่องยาให้ประดู่ บอกให้รีบห้ามเลือดให้องศา ประดู่กับบุปผาช่วยกันทำแผลให้องศา ประดู่มือทำไปปากก็ต่อว่าบอยไป
“ทำไมบอยถึงมายุ่งกับคนพวกนี้ พวกมันเป็นคนชั่ว” บอยไม่ตอบ ประดู่ลุกขึ้นทุบบอยด้วยความโมโห
“ทำไมถึงหักหลังอาลุย ทั้งๆที่อาลุยรักและดีกับบอยทุกอย่าง ทำไมถึงทำแบบนี้”
บอยจับมือประดู่ที่ร้องไห้โฮ ในใจรู้สึกเจ็บปวดมากเหมือนกัน “เลิกพูดถึงฆาตกรซะที อาลุยไม่ใช่คนดีอย่างที่ทุกคนคิด เขาฆ่าพ่อของบอย เขาเสแสร้งทำดีเพื่อปกปิดความชั่ว เขาโกหกบอย โกหกทุกคนมาตลอด”
“ประดู่ไม่เชื่อ อาลุยไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด”
“ผมได้ยินจากปากของเขาเอง เขาสารภาพเองว่าฆ่าพ่อเดือน เขาฆ่าเพื่อนรักของเขาได้ลงคอ...คนที่ฆ่าพ่อเดือน มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
บอยเดินออกจากห้องด้วยความแค้น บุปผา ประดู่ และองศามองหน้ากัน ไม่รู้ว่าอะไรคือความจริงกันแน่
บอยเดินออกจากห้องขังสีหน้าเครียดสุดๆ เมธาก้าว ออกมาจากมุมหนึ่ง เพราะมาคอยจับผิดบอยอยู่ สั่งคนเฝ้าว่าจับตาดูให้ดีๆ มีอะไรน่าสงสัยให้รีบมารายงาน
ooooooo
บอยเดินออกมาเจอน็อต เธอถามเขาว่า
“จับน้าบุปผากับเพื่อนๆมาทำไม คิดจะใช้พวกเขาเพื่อแก้แค้นอาลุยของคุณหรือ ไหนคุณเคยบอกว่าพวกเขาคือครอบครัวของคุณ พวกเขารักคุณ ดีกับคุณ แล้วคุณตอบแทนโดยการส่งพวกเขาไปตาย คุณมีหัวใจหรือเปล่า”
น็อตรัวเป็นชุดจนบอยทนไม่ไหว “คุณไม่ใช่ผมคุณไม่เข้าใจหรอกว่าการเห็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อลอยนวลอยู่ มันเจ็บปวดแค่ไหน”
“ใช่ ฉันไม่เข้าใจคุณ ไม่เข้าใจว่าคุณทนเห็นคนที่คุณรักและเขาก็รักคุณต้องตายได้ยังไง หยุดเถอะบอย ฉันขอร้อง”
“ไม่...หยุดพูดได้แล้ว ผมไม่อยากฟัง”
“คุณมันไม่มีหัวใจ ฉันโง่จริงๆที่ไปรักคนอย่างคุณ” น็อตร้องไห้วิ่งหนีไป บอยยิ่งเครียดขึ้นเป็นทวีคุณ
วันเดียวกันนี้ ลุยคุยกับสร้อยคีรีและฟางแก้ว
“แผนของปกาศิต ถ้ามันทำสำเร็จ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ คนบริสุทธิ์จะเดือดร้อนและล้มตายอีกมาก ผมไม่อยากให้ใครสูญเสียครอบครัวและคนรักเหมือนผม ผมต้องหยุดมันให้ได้”
“แต่องค์กรเหมือนไม้ต้นใหญ่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะถอนรากถอนโคน” สร้อยคีรีท้วง
“จะโค่นต้นไม้ใหญ่ เราต้องลิดกิ่งก้านสาขาที่เกะกะออกเสียก่อนสิ”
“คุณหมายถึงมือขาของพวกปกาศิตใช่มั้ย” ฟางแก้วเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง
ลุยยิ้มให้อย่างหมายมาด ย้ำว่าเขารู้จักขรรชัยดี รู้ว่าจะหาตัวได้ที่ไหน
และคืนนั้น ฟางแก้วกับสร้อยคีรีก็แปลงตัวเป็นสาวเปรี้ยวไปเที่ยวผับที่ขรรชัยไปเกือบทุกคืน พอเข้าประตูผับเท่านั้น ทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาผู้ชายในผับ ที่พากันมองตามการเยื้องย่างของสองสาวเป็นตาเดียว
สองสาวไม่สนใจใคร เดินเข้าไปหาที่นั่งแล้วสั่งเครื่องดื่ม ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนมองตาไม่กะพริบรีบปราดเข้ามาตีสนิท
“มากันแค่สองคนหรือครับ มื้อนี้ให้ผมเลี้ยงเองนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ แต่แค่นี้เราสองคนจ่ายเองได้” ฟางแก้วบอก แต่เจ้าหนุ่มยังตื๊ออยู่นั่น สร้อยคีรีเสียงแข็งขึ้นมาทันที
“ไม่เข้าใจรึไง ว่าเราต้องการความเป็นส่วนตัว” พูดไม่ทันจบไอ้หนุ่มก็คว้ามือหมับ
“เล่นตัวนักนะน้องสาว”
สร้อยคีรีสะบัดมือโดยฟางแก้วช่วยตะเบ็งเสียงร้องเรียกให้คนช่วย ขรรชัยได้โอกาสเดินเข้ามากระชากมือชายคนนั้น
“ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยยังตอแยอีก น่ารำคาญ เห็นแล้วขัดหูขัดตา” เขาจับแขนมันบิดพร้อมกับจับหัวกดลงกับโต๊ะ เจ้าชู้ไก่แจ้ตัวนั้นร้องจ๊าก รีบขอโทษสร้อยคีรีกับฟางแก้วดังลั่น ขรรชัยผลักมันล้มแล้วชี้มือไปทางประตูไล่ให้ออกไปไกลๆอย่ามาให้เห็นหน้าอีก พอเจ้านั่นลนลานออกไปขรรชัยก็ยิ้มกับ
สองสาว ซึ่งชิงกันขอบใจพลางแนะนำตัวเอง
“ฉันชื่อแพท นี่เพื่อนฉันชื่อเอมมี่ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” สร้อยคีรีโปรยยิ้ม
“ผมชื่อขรรชัยครับ ยินดีครับ”
“แหม เมื่อกี้ถ้าไม่ได้คุณขรรชัยช่วยไว้ เราสองคนแย่แน่เลย พวกเราไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดี” ฟางแก้วส่งสายตาให้ขรรชัย สร้อยคีรีเองก็ทำเป็นปลื้มขรรชัยซะไม่มี ในที่สุด
ขรรชัยก็หย่อนก้นลงนั่งแหมะอยู่ที่นั่นเอง
เวลาผ่านไปอีกชั่วโมงกว่าๆ ทั้งสามคนต่างก็เมาแอ๋ พากันเดินไปหาห้องพัก ขรรชัยโอบสองสาวทั้งมือซ้ายมือขวาข้างละคนเข้าไป สองสาวนั่งเก้าอี้ ส่วนขรรชัยขอตัวไปห้องน้ำ อยู่ทางนี้สองคนเอายานอนหลับใส่ในขวดเบียร์ พอขรรชัยออกมาก็ชวนดื่ม พักเดียวขรรชัยก็ม่อยกะรอกอยู่บนเตียงนั่นเอง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฟางแก้วแปลกใจว่าทำไมมาเร็วจัง แต่ก็เดินไปเปิด มีผู้ชายห้าคนผลักฟางแก้วเข้ามาล้มกับพื้น สองสาวตกใจร้องถามว่าพวกมันเป็นใคร แล้วต่างก็หยิบอาวุธที่ซ่อนขึ้นมาถือไว้ มัวแต่จ้องห้าคนนั่นเลยไม่รู้ว่าขรรชัยมาทางด้านหลังจับมือบิดจนมีดและปืนหลุดลงพื้น
“ลูกไม้ตื้นๆแค่นี้ คิดรึว่าจะเล่นงานฉันได้” เสียงขรรชัยตวาดอยู่ด้านหลัง
ooooooo
ลุยมาถึงห้องพักที่นัดหมายกันไว้กับสองสาว ลองบิดลูกบิดดูปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อก เปิดเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวังไม่เจอใครอยู่ในนั้นแม้แต่คนเดียว ไปดูที่ห้องน้ำก็ไม่มี ชักเป็นห่วงสร้อยคีรีกับฟางแก้วขึ้นมาทันที ได้ยินเสียงไอโฟน 4 ของสร้อยคีรีที่วางอยู่บนเตียงนอนดังจึงหยิบขึ้นมารับสาย
“สวัสดีลุย” ขรรชัยแสยะยิ้มบนหน้าจอ
“แกจะทำอะไร” ลุยตกใจ
“ไม่ทำอะไรมากหรอก ฉันแค่จะสั่งสอนนังคนทรยศทั้งสองให้แกดู” ขรรชัยหันกล้องไปทางเตียงนอนเห็นสร้อยคีรีและฟางแก้วกำลังดิ้นรนต่อสู้ เสียงพูดกับลูกน้องดังเข้ามา “เฮ้ยพวกเอ็ง คืนนี้จะได้ลิ้มรสความหอมหวานของผู้หญิงระดับหัวหน้าขององค์กรสองคนเชียวนะเว้ย” แล้วตามด้วยเสียงหวีดร้องของสองสาว
“ไอ้ขรรชัย ฉันจะฆ่าแก” ลุยคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“เออ จะคอย แต่ต้องรีบหน่อยนะ ถ้าขืนช้านังสองคนยับเยินแน่”
ลุยตั้งสติหาทางช่วย สังเกตวิวนอกหน้าต่างด้านหลังขรรชัย ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ไฟสว่างบนดาดฟ้าอาคารเขากดตัดสายรีบไปดูที่หน้าต่าง เห็นป้ายโฆษณานั้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ลุยยิ้มออก พักเดียวก็ไปถึงที่นั่นทันเวลา
เข้าไปในห้อง ไอ้พวกนั้นกำลังปลุกปล้ำสร้อยคีรีและฟางแก้ว ต่างคนต่างวางปืนไว้ห่างตัว พักเดียวลุยก็จัดการพวกมันหมดเหลือแต่ขรรชัย ที่ต่อสู้ได้ไม่นานก็หนีออกไปจากห้องพัก สองสาวร้องบอกลุยให้ตามไปไม่ต้องห่วงทางนี้ ลุยจึงคว้ามีดของฟางแก้วมาตัดเชือกที่มัดสองสาวให้แล้ววิ่งออกไป ฟางแก้วกับสร้อยคีรีเป็นอิสระแล้วหันไปจ้องไอ้ห้าคนที่โดนลุยซัดจนลุกไม่ขึ้นด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์ เจ้าพวกนั้นบาดเจ็บหนักแต่ยังไม่ตายร้องขอชีวิตกันระงม
“อย่า...อย่าทำอะไรพวกเราเลย”
“เมื่อกี้ฉันขอร้องพวกแก พวกแกฟังมั้ย” ฟางแก้วตวาด
“คืนนี้พวกแกจะได้ลิ้มรสโทษของการที่ดูถูกเพศแม่” สร้อยคีรีก้มลงเก็บปืนตัวเองขึ้น ในขณะที่ฟางแก้วก็หยิบมีดผีเสื้อของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน ทั้งสองสาวยิ้มเหี้ยมให้พวกนั้นก่อนลงมือ เสียงร้องโอดโอยโหยหวนดังลั่น ผ้าปูที่นอนเลือดสาดกระจายไม่รู้เลือดของคนไหนเป็นคนไหน
ooooooo
ด้านลุยที่วิ่งตามขรรชัยไปต่อสู้กันจนบาดเจ็บทั้งคู่ ท้ายที่สุดขรรชัยก็เสียท่าถูกลุยไล่ต้อนไปยังที่เตรียมการเอาไว้ เขาวิ่งหนีมาเจอรถคันหนึ่งจอดอยู่ ประตูด้านคนขับเปิดอ้าแถมมีกุญแจรถ เสียบคาอยู่ด้วย ขรรชัยโดดขึ้นไปสตาร์ตเครื่องติดแต่รถไม่เคลื่อนที่ รู้สึกแปลกใจลองเข้าเกียร์ ปรากฏว่าเกียร์หลุดติดมือออกมา
“อะไรวะเนี่ย” ขรรชัยโมโหขว้างเกียร์ทิ้งเห็นลุยเดินมาหยุดยืนหน้ารถ จึงเปิดประตูจะหนีแต่เปิดไม่ได้ ขรรชัยทุบประตูโครมคราม
“แกติดกับดักของฉันแล้ว ไอ้ขรรชัย”
“แกจะทำอะไร”
“รถคันนี้ถูกดัดแปลงเป็นเตาเผา เมื่อแกสตาร์ตรถก็เท่ากับปั๊มน้ำมันเข้าเครื่องทำความร้อน”
ขรรชัยตกใจมองไปรอบๆเพิ่งเห็นว่าในรถคันนี้เต็มไปด้วยขดลวดเหมือนเตาไฟฟ้า ขดลวดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงแผ่ความร้อนไปทั่ว เขาพยายามทุบกระจก แต่โดนขดลวดที่ร้อนจัดนั้นจนมือพอง ขรรชัยดิ้นรนร้องขอชีวิต แต่ลุยซึ่งรอโอกาสแก้แค้นมานานมีหรือจะสนใจฟัง
“ฉันบอกแกแล้วว่าจะไม่ฆ่าแก แกจะต้องตายด้วยมือของแกเองที่ใช้ฆ่าลูกเมียฉัน มือที่ใช้ฆ่าคนบริสุทธิ์มานับไม่ถ้วน มือแกนั่นแหละที่สตาร์ตรถคันนี้ ไม่ต้องร้องอ้อนวอนอะไรทั้งนั้น ลูกกับเมียฉันยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิตเลย”
“ลุย แกยิงฉันเถอะฉันขอร้องล่ะ ยิงให้ตายเดี๋ยวนี้เลย” ขรรชัยเริ่มทรมานเพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ ตาแดงก่ำ ปวดหัวจนเลือดกำเดาทะลักออกมาทางจมูก ผิวหนังที่แขนเริ่มพองแล้วแตกเสียงดังเหมือนหนังไก่ตอนถูกย่างไขมันหยดฉ่าๆ ขรรชัยเบิกตามองลุย พอเห็นแววตาเขาก็รู้ว่าหมดหวัง สติแตกทันที หัวเราะออกมาดังลั่น
“ฮ่าๆๆ แกว่าฉันสมควรตาย แล้วแกล่ะ มันก็ไม่ต่างกันหรอกเว้ย แกฆ่าไปกี่ชีวิต แม้แต่ไอ้เดือนเพื่อนรักแกยังฆ่าได้นี่นา จำคำฉันไว้ไอ้ลุย กรรมกำลังตามสนองแก แกต้องตายด้วยมือของคนที่แกรัก แกต้องเจ็บปวดเพราะโดนคนที่แกรักหักหลัง ฮ่าๆ ฉันจะไปรอแกอยู่ในนรก ไอ้ลุย”
ขรรชัยกระอักเลือดออกมาจนพูดอะไรอีกไม่ได้
ลุยยืนมองวาระสุดท้ายของมันพร้อมกับความรู้สึกลึกๆในใจ บอกตัวเองว่า คำสุดท้ายของขรรชัยทำไมถึงก้องอยู่ในหูตลอดเวลา...
ooooooo
กลับถึงบ้านคืนนั้น ลุยไปยืนมองต้นมะลิที่ปลูกไว้ เขาคิดอยู่เสมอว่ามันคือตัวแทนของไทรงาม แววตาเศร้าเมื่อคุยกับต้นไม้เหมือนคุยกับเธอ ในที่สุดเขาก็ลากคอคนที่ฆ่าเธอกับลูกอย่างโหดเหี้ยมไปให้เธอได้แล้ว มันต้องเอาชีวิตมันชดใช้ให้อย่างที่เขาเคยสัญญา
ลุยลุกเดินไปจากตรงนั้น ในใจคิดว่า คนต่อไปก็คือ
ปกาศิต เมื่อไหร่ที่ถอนรากถอนโคนองค์กรชั่วหมดไปจากแผ่นดินได้ เมื่อนั้นก็คงถึงเวลาของตัวเองที่ต้องใช้หนี้กรรมเช่นกัน หวนคิดไปถึงคำพูดของขรรชัยก่อนตาย ลุยรู้สึกเจ็บปวดมาก
“ขรรชัยมันพูดถูกเราไม่ได้ดีไปกว่ามัน เราฆ่าเพื่อนที่ไม่มีความผิด ทำลายชีวิตบอยซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ว่าเราจะพยายามทำดีกับบอยแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างความผิดที่ฆ่าพ่อของเขาได้” ลุยยกมือขึ้นบีบขมับตัวเองด้วยความปวดร้าว
ooooooo
มีคนไปรายงานปกาศิตที่บ้านว่าพบศพขรรชัยถูกย่างสดอยู่ในรถ เขาเจ็บแค้นอย่างมาก แต่ต่อหน้าพวกลูกน้อง ปกาศิตพยายามไม่แสดงอาการอย่างใดออกมา ส่วนเมธากระชากปืนออกจากเอวพลางคำราม
“ไอ้ลุยมันชักจะมากเกินไปแล้ว ผมจะไปฆ่ามัน”
“อย่าวู่วามเมธา ใจร้อนจะเสียแผน มันฆ่าคนของเรา แต่คนสำคัญของมันก็อยู่ในมือเรา หมากกระดานนี้อาจจะสูสี แต่ถึงที่สุดแล้วคนที่เหลือต้องเป็นเรา” ปกาศิตยิ้มเมื่อคิดถึงแผนที่จะเล่นงานลุย
ขณะเดียวกันที่ห้องขังบุปผาและประดู่กับองศา ลูกน้องปกาศิตเอาข้าวไปให้กิน แต่สามคนระแวงว่าจะถูกวางยาจึงไม่ยอมกิน แถมประดู่ยังด่าพวกมันอีก เลยเข้าแผนหมาป่าหาเรื่องจะกินลูกแกะทันที มันตรงเข้าลวนลามกอดปล้ำเธอ องศากับบุปผาเข้าช่วยก็ถูกพวกมันเตะตี เสียงร้องให้ช่วยของประดู่ดัง
มาถึงข้างนอก บอยโผล่เข้าไปกระชากมันออกจากประดู่ เจ้านั่นคว้ามีดจะแทงแต่ถูกเขาจับมือบิดพร้อมถีบจนล้มลง
“ปล่อยพวกเขาทั้งหมดเดี๋ยวนี้” บอยตวาด
คนอื่นๆเห็นไอ้คนนั้นเป็นตัวอย่างเลยไม่กล้าทำอะไรอีก เมธาเดินเข้ามาถามบอยว่ามีเรื่องอะไรกัน เขาไม่ตอบ เมธาจึงไปฟ้องปกาศิตว่าบอยเล่นงานพวกลูกน้อง
“ผมไม่เคยหาเรื่องใครก่อน แต่คนของคุณทำร้ายผู้หญิง”
“แล้วยังไงล่ะ ท่าทางแกเป็นห่วงพวกมันมากเหลือเกินนะ ตกลงอยู่ข้างไหนกันแน่ อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจแล้ว”
คำพูดของเมธาทำให้ปกาศิตสนใจ หันไปถามบอยว่ามีอะไรจะอธิบายไหม
บอยรู้ทันจึงทำหน้าเฉยตอบว่า “ผมแค่ไม่อยากให้เสียเรื่อง การจะเล่นงานศัตรูของเราไม่ใช่เรื่องง่าย ผมไม่อยากให้พลาดเหมือนที่ผ่านมา”
“แกว่าใครพลาด หนอยแน่...” เมธาจะสวดต่อ แต่ปกาศิตยกมือห้าม
“งานใหญ่รออยู่ข้างหน้า อย่ามาแตกคอกันเพราะเรื่องแค่นี้เลย พรุ่งนี้เราจะไปเกาะมุกกัน ถึงเวลาล้างแค้นคนที่ฆ่าเดือน แรมกล้า แล้วบอย!”
ooooooo










