ตอนที่ 16
คำพูดของกริชที่ว่าพวกองค์กรไม่เด็ดขาดลุยจึงยังมีชีวิตอยู่ทำให้ปกาศิตโมโห ยกปืนยิงเฉียดแก้มคนพูดทันที แถมขู่ว่าถ้าเขารู้ว่ากริชติดต่อลุยเมื่อไหร่จะยิงให้ตายเมื่อนั้น แต่กริชไม่สะดุ้งสะเทือน ขรรชัยไม่รู้ สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในห้องโผล่เข้ามา
“นายครับ ไอ้ลุยยังติดต่อกับฟางแก้วอยู่ ถ้าเราหาตัวฟางแก้วเจอก็ต้องได้ตัวไอ้ลุยแน่”
“ไม่ต้องรายงานอะไรอีกทั้งนั้น” ศักดาตวาด
ปกาศิตกับศักดามองหน้ากันเพราะคิดว่ายังไงเสียกริชต้องติดต่อลุยแน่ๆ
เป็นจริงดังที่พวกมันคาด เพราะเย็นนั้นทางเกาะครามก็ส่งเรือมารับกริชไป โดยลุย สร้อยคีรี และฟางแก้วรอรับอยู่ที่ท่าน้ำ เรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างเร็ว ลุยกับสร้อยคีรีชะเง้ออย่างตื่นเต้น พอเรือจอดสร้อยคีรีรีบลงไปประคองกริชขึ้นมาบนท่า
กริชมองสร้อยคีรียิ้มๆ “เธอยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ”
“คุณก็เหมือนกันแหละ ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด”
สร้อยคีรีผละจากกริชแล้วหันไปแนะนำฟางแก้ว “กริชค่ะ นี่ฟางแก้ว น้องสาวอภิชัยและเป็นเจ้าของเกาะนี้”
ฟางแก้วยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”
กริชรับไหว้มองฟางแก้วอย่างเอ็นดู เห็นลุยยังยืนอึ้งมองตัวเขาอยู่จึงถาม “ว่าไงลุย ฉันแก่ขึ้นจนจำไม่ได้เลยเหรอ”
ลุยก้มลงจะกราบเท้า กริชดึงเอาไว้บอกว่าไม่ต้อง แต่ลุยไม่ยอม
“ไม่ได้ครับนาย...ตั้งแต่เกิดเรื่องผมไม่เคยมีโอกาสได้ขอบคุณนายสักครั้งเดียว และที่ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะนาย”
เขาก้มลงกราบจนได้ กริชดึงลุยขึ้นมากอดด้วยความรัก ยิ่งเห็นความกตัญญูของเด็กที่เคยเลี้ยงมา กริชถึงกับน้ำตาคลอ
ooooooo
พวกเขาพากริชไปที่ฟรอนต์ต้อนรับ สร้อยคีรีแยกไปจัดการเรื่องห้องให้กริช ส่วนลุยแวบหายออกไปเมื่อไหร่ไม่มีคนเห็น ฟางแก้วเชิญกริชนั่งแล้วชวนพูดคุย กริชบอกว่าเขาคงพักได้แค่คืนเดียวเท่านั้นไม่ต้องยุ่งยากอะไรก็ได้
ฟางแก้วส่ายหน้า “ไม่ยุ่งอะไรหรอกค่ะ อยากให้คุณได้เห็นบริเวณเกาะของเราด้วย ถึงคุณว่าจะพักแค่คืนเดียวแต่รับรองว่าคุณจะติดใจที่นี่แน่ๆ”
“ขอบคุณนะ ที่คุณช่วยเหลือลุยกับสร้อยคีรี”
“ทั้งสองคนนั่นก็ช่วยชีวิตคนในครอบครัวฉันไว้เหมือนกัน”
สร้อยคีรีเดินเข้ามาหาพร้อมกุญแจห้องพัก บอกกริชยิ้มๆว่า “ห้องพักของคุณ คือห้องที่วิวสวยที่สุดของรีสอร์ต”
“ขอบใจ...อ้าว แล้วลุยไปไหนล่ะ”
ลุยพาบอยเดินเข้ามาพอดี “นายครับ...นี่บอย ลูกของเดือน บอยไหว้นายกริชซะ นายกริชเป็นคนที่มีบุญคุณมากที่สุดในชีวิตอา”
กริชรับไหว้บอย อุทานออกมา “โตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเหรอ นี่คงจำฉันไม่ได้แล้วมั้ง”
“บอยจำนายกริชได้ครับ บอยไม่เคยลืมคนที่มีบุญคุณกับพ่อเดือน นายกริชเคยช่วยพ่อเดือนไว้ก่อนที่พ่อเดือนจะจากบอยไป”
ทุกคนอึ้งกันไปหมดไม่นึกว่าบอยจะจำเรื่องตอนนั้นได้ สร้อยคีรีเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ฉันว่าเราพานายกริชไปพักผ่อนที่ห้องดีกว่า...บอย อาฝากดูฟรอนต์ด้วยนะ”
ooooooo
เย็นนั้นที่ห้องนอนกริช พวกลุยไปชุมนุมกันอยู่ที่นั่น ฟังกริชเล่าเรื่องปกาศิตที่กำลังพยายามจะฟื้นชีพองค์กร โดยการลักลอบขนอาวุธและพิมพ์แบงก์ปลอมขึ้นมาเป็นค่าใช้จ่าย กริชยังบอกพวกเขาว่า
“ปกาศิตมันมั่นใจเรื่องพิมพ์แบงก์มาก มันยืนยันว่าไม่มีใครสามารถจับได้ว่าเป็นแบงก์ปลอม”
ลุยนิ่วหน้า “แสดงว่าพวกมันต้องมีแผนอื่นอีกแน่เลย แต่มันไม่บอกให้นายรู้”
“ใช่ พวกมันไม่ไว้ใจฉัน ถ้ารู้ว่าฉันติดต่อลุยฉันโดนเก็บแน่”
ลุยฮึดฮัดทันที “ถ้าผมยังอยู่ พวกมันไม่มีทางทำร้ายนายได้!”
“ก่อนจะปกป้องคนอื่น ปกป้องตัวเองก่อนเถอะลุย” สร้อยคีรีเตือน...ฟางแก้วเห็นด้วยทันที
“ใช่ ป่านนี้คนของปกาศิตคงเตรียมล่าตัวคุณแถวนี้แล้วแน่ๆ”
สองสาวชวนกันกลับไปทำงานต่อ โดยสร้อยคีรีส่งสายตาให้กริชช่วยพูดกับลุยแทน กริชพยักหน้าตกลง เหลือกันสองคนลุยพากริชไปยืนรับลมที่ระเบียง ลุยเล่าเรื่องตัวเองให้กริชฟังว่า
“สิบปีที่ผ่านมานายคงไม่รู้ว่าผมต้องซ่อนตัว ใช้ชีวิตอย่างคนไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้ แต่ในที่สุด วันนี้ผมก็ต้องกลับมาจับปืนอีก”
กริชพยักหน้าเนือยๆ “มันคงเป็นเวรกรรมของคนอย่างพวกเรา”
“มือที่ชุ่มไปด้วยเลือดจะล้างให้สะอาดยังไง กลิ่นคาวของมันก็ยังอยู่...เร็วนาย หันหลังเร็วแล้วกอดคอผมไว้ ทำเหมือนเรากำลังคุยกันสนุกอยู่ มีคนตามนายมา มันอยู่ในเรือกลางทะเลนั่น”
ลุยพยักหน้าให้กริชดูภาพนั้นที่ประตูกระจก ซึ่งเป็นลูกน้องขรรชัยนั่นเองกำลังใช้กล้องส่องอยู่ พอเห็นชัดว่าเป็นกริชกับลุยกำลังคุยกันก็หยิบมือถือมาโทร.หาขรรชัยแต่ไม่มีสัญญาตอบรับจึงหยุดกด ขับเรือออกจากที่นั่นไปทันที ไปได้พักเดียวก็เห็นมีเรือไล่กวดมา ทีแรกยังไม่รู้ว่าใครแต่เข้าใกล้จึงเห็นว่าเป็นลุยกับสร้อยคีรี ไอ้เจ้านั่นเหมือนเห็นยมบาลกวักมือเรียก รีบเร่งเครื่องเรือหนีจนสุดชีวิต แต่ก็ถูกสร้อยคีรียิงเข้าที่มือ เจ็บจนร้องจ๊ากปล่อยมือจากพวงมาลัยเรือทันที ลุยยกปืนเล็งไปที่ถังน้ำมันของเรือคนร้ายแล้วลั่นกระสุนใส่จนหมดแม็ก เรือลำนั้นระเบิดตูม!
ลุยขับเรือตัวเองไปวนรอบๆซากเรือ เห็นร่างลูกน้องขรรชัยกระเสือกกระสนเจ็บปางตาย แต่ยังพยายามว่ายน้ำเอาตัวรอด ลุยยกปืนเล็งไปที่ร่างนั้นแล้วชะงัก ไม่กล้าลั่นกระสุน สร้อยคีรีเห็นท่าทีลุยแล้วร้องออกมาว่า
“ถ้าคุณไม่อยากทำ ฉันจัดการเอง” ยกปืนเล็งจะเหนี่ยวไก ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง เห็นกระสุนนัดนั้นเจาะเข้ากลางหน้าผากของลูกน้องขรรชัย ลุยกับสร้อยคีรีหันไปมองคนยิง
“ให้มันมีชีวิตรอดกลับไปไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน” กริชยืนอยู่บนเจ็ตสกีที่มีฟางแก้วเป็นคนขับ
ฟางแก้วเสริมว่า “ฉันวนรอบเกาะแล้ว ไม่มีใครตามมาอีกแน่นอน”
“นายรีบกลับไปก่อนดีกว่า ฟางแก้วผมฝากไปส่งนายที่ฝั่งด้วย”
“ตอนนี้อย่าติดต่อมา ถ้าจำเป็นจริงๆติดต่อผ่านคนของฟางแก้ว” สร้อยคีรีร้องบอก
กริชพยักหน้า “ดูแลตัวเองด้วย เราต้องได้พบกันอีก”
ฟางแก้วเร่งเครื่องเจ็ตสกีไปโดยเร็ว
ooooooo
ที่บ้านปกาศิต ขรรชัยกำลังพยายามติดต่อลูกน้องที่ให้ไปติดตามกริช แต่โทร.เท่าไหร่ก็มีแต่เสียงตอบกลับมาว่าหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ขรรชัยนึกรู้ทันทีว่าลูกน้องที่ส่งไปโดนเก็บเสียแล้ว ปกาศิตนั่งคอยอยู่นานมากจึงเดินออกมาถาม
“ว่าไง ได้เรื่องมั้ย”
“คนของเราคงถูกพวกมันเล่นงานไปแล้วครับนาย”
ปกาศิตชะงักเพราะนึกอยู่แล้วเหมือนกัน “คิดแล้วเชียว กริช ลมกรด เป็นถึงระดับหัวหน้าขององค์กรไอ้ที่คิดว่าจะเล่นงานมันได้ง่ายๆไม่มีทางหรอก”
“แต่ตอนนี้พวกมันคงรู้ตัวแล้ว เราจะทำยังไงต่อไปครับ”
“จับตาดูมันไว้ สักวันมันต้องพลาดจนได้แหละ แต่ว่าตอนนี้เรามีงานใหญ่ที่สำคัญรออยู่”
งานที่สำคัญที่ปกาศิตว่าก็คือจับลูกสาวให้แต่งงานกับเมธา และอาศัยวันงานแต่งนี้ดำเนินแผนการที่คิดเอาไว้ ดังนั้น พอกลับถึงบ้าน ปกาศิตก็ไปที่ห้องขังน็อต ยื่นการ์ดแต่งงานให้ลูกสาว พอเธอรับมาดูก็ตกใจในการ์ดเขียนว่าพิธีการสมรสระหว่างเธอกับเมธานั่นเอง เขาสำทับอีกว่า
“แกต้องแต่งงานกับเมธา ฉันเตรียมทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
น็อตตาค้าง “หนูบอกพ่อแล้วว่าหนูไม่ได้รักเมธา หนูไม่แต่ง”
“ฉันไม่ได้ถามความเห็นแก เพราะนี่คือคำสั่ง”
“แต่การแต่งงานคือชีวิตคนทั้งชีวิตนะพ่อ แต่งกับคนที่ไม่ได้รักก็เท่ากับตายทั้งเป็น หนูไม่แต่งเด็ดขาด พ่อไม่มีสิทธิ์บังคับหนู” น็อตโวย
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ฉันเป็นพ่อของแก แกต้องทำตามคำสั่งของฉัน”
ปกาศิตพูดไม่ทันจบ น็อตก็ฉีกการ์ดทิ้งแล้วจะวิ่งหนีออกจากห้อง ปกาศิตกระชากตัวไว้
“จะไปไหน จะไปอยู่กับไอ้พวกศัตรูใช่มั้ย ฉันไม่ให้ไปเด็ดขาด จะขังแกไว้จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้”
เขาผลักลูกสาวจนล้มลงกับพื้นก่อนออกไปปิดประตูลั่นกุญแจขัง พอดีขรรชัยที่คอยอยู่นอกห้องบอกว่า
“นายครับ คุณศักดามารอพบ”
ปกาศิตพยักหน้า กำชับลูกน้องให้เฝ้าน็อตไว้ให้ดีก่อนเดินไปจากตรงนั้น ไม่สนใจเสียงน็อตร้องเรียกเปิดประตูเข้าห้องทำงาน ศักดาที่รออยู่รีบบอกว่า
“เรื่องขนอาวุธท่าทางจะไม่ง่ายเพราะจนป่านนี้ยังหาตัวลุยไม่เจอ ถ้าจะทำก็ดูจะเสี่ยงเกินไปไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”
“ในเมื่อแผนหนึ่งทำไม่ได้ก็ยังมีแผนสอง เรามีทางหาเงินได้มากกว่าค้าอาวุธหลายร้อยเท่า”
ศักดาตื่นเต้น “แผนอะไร?”
“ขโมยแม่พิมพ์ธนบัตร เท่านี้เราก็จะพิมพ์เงินใช้เท่าไหร่ ก็ได้” ปกาศิตพูดหน้าตาเฉย
“โอ๊ย เป็นไปไม่ได้หรอก ขโมยแม่พิมพ์ธนบัตรไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”
ปกาศิตหัวเราะหึๆ “แม่พิมพ์มันอยู่ในห้องนิรภัยของสำนักงานธนบัตรแห่งชาติ” เขาอธิบายถึงสภาพของห้องเก็บแม่พิมพ์และการรักษาความปลอดภัยให้ศักดาฟังอย่างละเอียด แต่ศักดาก็ยังไม่ค่อยเห็นด้วยอยู่ดี
“เราจะเอาคีย์การ์ดกับลายนิ้วมือของไอ้อภิชัยมาได้ยังไง อย่าบอกนะว่าจะส่งคนไปตัดนิ้วมันมา”
“นั่นคือเหตุผลที่ฉันจัดงานแต่งงานของน็อตกับเมธา
ขึ้น ฉันเลือกจัดงานวันเดียวกับวันส่งมอบแม่พิมพ์ธนบัตรใหม่ ตามกำหนดการ อภิชัยต้องไปตรวจสอบก่อนจะมาร่วมงานแต่ง...”
“แต่จะเข้าถึงตัวมันไม่ใช่เรื่องง่าย” ศักดายังกังขา แต่ปกาศิตมั่นใจ
“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ฉันมีวิธี แล้วแกคอยดูก็แล้วกัน”
ooooooo
น็อตนั่งมองพระจันทร์อยู่ที่ระเบียงห้องนอนคิดถึงบอยสุดๆ รำพันอยู่ในใจว่าทำยังไงเราจึงจะได้พบกันอีกสักครั้ง เดินเข้าห้องหยิบรูปแม่ขึ้นดู ลังเลระหว่างคำสัญญาที่แม่ขอก่อนตายว่าให้เธอเชื่อฟังพ่อกับความรักของตัวเอง ถามรูปแม่ว่า
“แม่คะ หนูควรทำตามที่พ่อต้องการ หรือทำตามหัวใจของตัวเองดีคะแม่” แล้วก็คิดวนเวียนอยู่แบบนั้นเกือบทั้งคืน
ตอนเช้า ปกาศิตกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ ลูกน้องรีบร้อนเข้ามาจะรายงาน แต่ยังไม่ทันพูดอะไร น็อตก็เดินตามเข้ามาด้วย เธอตรงมาที่พ่อนั่งอยู่
“พ่อคะ หนูตัดสินใจแล้ว หนูจะแต่งงานกับเมธาค่ะ”
ปกาศิตไม่เชื่อมองอย่างจับผิด “อะไรทำให้แกเปลี่ยนใจได้ชั่วข้ามคืน”
“หนูทบทวนดูแล้ว พ่อสำคัญต่อหนูมากกว่าผู้ชายคนนั้น หนูรักพ่อเชื่อในการตัดสินใจของพ่อ พ่อเป็นผู้ใหญ่ต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งดีสำหรับลูก” น็อตหยิบโทรศัพท์ของพ่อมากดหาบอยทันที
บอยอยู่ทางโน้นพอเห็นหน้าจอรู้ว่าน็อตโทร.มาดีใจมาก “น็อต คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ผมโทร.หาคุณทั้งคืนแต่คุณไม่รับสาย ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”
ปกาศิตจ้องลูกสาวตาไม่กะพริบฟังว่าจะพูดอะไรตอบทางโน้น น็อตทำเสียงเย็นชาพูดโทรศัพท์
“บอย ฟังให้ดีนะ ต่อไปนี้ไม่ต้องโทร.มาอีก ฉันกำลังจะแต่งงานกับเมธา เขาเหนือกว่าคุณทุกอย่างทั้งเงินและอำนาจ คุณเทียบเขาไม่ได้หรอก เมธาบันดาลชีวิตที่สุขสบายให้ฉันได้ สำหรับฉัน เงินสำคัญกว่าความรัก”
“ผมไม่เชื่อ คุณถูกบังคับใช่มั้ย พ่อคุณต้องบังคับคุณแน่ๆ ผมจะไปพูดกับพ่อคุณเองว่าเรารักกัน”
ปกาศิตนั่งยิ้มเพราะน็อตเปิดสปีกเกอร์ให้เขาฟังเสียงด้วย ส่วนน็อตพูดต่อด้วยความเจ็บปวด
“ถ้าไม่เชื่อจะมาดูกับตาตัวเองก็ได้นะ งานแต่งจะมีวันจันทร์หน้าที่โรงแรมหรูเชียวละ...”
“ไม่ว่าคุณจะพูดยังไงผมก็ไม่เชื่ออยู่ดี ผมรู้จักคุณมากพอสมควรนะ”
“คุณกับฉันเพิ่งรู้จักกันไม่นานคุณจะรู้ใจฉันได้ยังไง ฉันรู้ใจตัวเองดีว่าต้องการอะไร จำไว้นะ หัวใจของฉันมีเจ้าของแล้ว คนอย่างคุณไม่มีทางขโมยหัวใจดวงนี้ไปจากเมธาได้”
น็อตกดปิดการติดต่อ ถามปกาศิตว่า “ทีนี้พ่อเชื่อหรือยังคะ”
“ดีมาก ต้องให้ได้อย่างนี้สิลูกพ่อ” ปกาศิตฉีกยิ้มอย่างพอใจ
เวลาเดียวกันนี้ที่รีสอร์ต ฟางแก้วเอาการ์ดแต่งงานของน็อตกับเมธามายื่นให้สร้อยคีรี บอกว่านายกริชฝากมาให้ สร้อยคีรีรับมาดูแล้วตกใจ เห็นเป็นงานแต่งของลูกสาวปกาศิตกับลูกชายของศักดา ลุยพูดขึ้นทันที
“งานนี้ไม่ใช่งานแต่งธรรมดาแน่ ผมรู้จักคนอย่างปกาศิตดี คนอย่างมันไม่เคยคิดชั้นเดียว จะทำอะไรต้องได้ผลประโยชน์เสมอ”
ฟางแก้วพยักหน้า “คุณกริชกับฉันก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน แต่เราไม่รู้ว่าพวกมันมีแผนอะไร”
“ไม่ว่ามันจะคิดทำอะไร ผมไม่ยอมเด็ดขาด...ไม่มีประโยชน์ที่จะหนีอีกต่อไป ผมจะไม่ยอมให้มันทำร้ายใครอีก” ลุยพูดหนักแน่น
สร้อยคีรีมองตาลุยก็รู้ว่าห้ามไม่ได้ “งั้นฉันไปด้วย”
“ฉันก็ไม่พลาดอยู่แล้ว” ฟางแก้วโพล่งขึ้นมา...สามคนมองหน้าแล้วยิ้มให้กันเหมือนสัญญาว่ายังไงก็ร่วมด้วยช่วยกันแน่ๆ
ooooooo
ถึงวันแต่ง น็อตนัดให้เมธามารับที่หน้าบ้านแต่เช้า หลอกเขาว่าจะต้องไปแต่งหน้าทำผมที่ร้านนอกบ้าน เมธาหลงเชื่อมายืนรออยู่ ถึงเวลาน็อตก็ย่องอย่างรีบร้อนออกไปหา พอถึงตัวก็ลากแขนเขา บอกว่าเธอพร้อมแล้วให้ไปเร็วๆ ทั้งสองกำลังจะขึ้นรถ มีรถตู้วิ่งเข้ามาจอด ขรรชัยลงจากรถพร้อมผู้หญิงอีกสองสามคน
“คุณน็อต ไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น เพราะไม่ว่าจะแต่งหน้าทำผมหรือชุดเจ้าสาว ทุกคนก็มาบริการถึงที่นี่แล้ว”
น็อตผิดหวัง “ใครสั่งให้ทำแบบนี้”
“พ่อเอง” เสียงปกาศิตดังมาจากข้างหลัง น็อตชะงัก ปกาศิตถามอีกว่าไม่ดีหรือ น็อตจึงหันกลับไปยิ้มหวานให้พ่อ
“ดีสิคะ น็อตจะได้ไม่เหนื่อย ขอบคุณนะคะพ่อ” เดินหน้าเสียกลับเข้าบ้าน แผนจะหนีเลยพับไป
ขณะเดียวกันที่ชายหาดของรีสอร์ต บอยนั่งเหม่อด้วยความเศร้าและเจ็บปวด ในมือกำต่างหูเพชรของน็อตที่เขาเก็บได้ตอนเจอเธอครั้งแรกไว้แน่น
สร้อยคีรีกับลุยแอบมองอยู่ห่างๆ “บอยดูแปลกไปนะ หรือว่าจะรู้เรื่องที่น็อตจะแต่งงานแล้ว” เธอทำท่าจะเดินไปหาบอย แต่ถูกลุยดึงเอาไว้
“บอยคงต้องการเวลาทำใจ ให้เขาอยู่คนเดียวเถอะ การสูญเสียคนรักมันเจ็บปวดที่สุด ผมเข้าใจดี” ลุยเดินกลับไป สร้อยคีรีมองตามพึมพำกับตัวเองหน้าเศร้า
“การสูญเสียคนรักมันเจ็บปวดก็จริง แต่การเห็นคนที่เรารักอยู่ตรงหน้า แต่ไม่สามารถครอบครองหัวใจเขาได้ มันเจ็บปวดยิ่งกว่า”
สร้อยคีรีเดินไปแล้ว ประดู่ย่องมาอีกคน พูดด้วยวิธีของตัวเองที่ยังออกเสียงไม่ได้
“บอยเป็นอะไร ใครทำให้บอยเศร้า ผู้หญิงที่ชื่อน็อตใช่มั้ย เขาเป็นลูกของคนไม่ดี อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ลืมเขาซะเถอะ”
“ขอโทษนะประดู่ ผมอยากอยู่คนเดียว” บอยตอบโดยไม่มองหน้าประดู่ จึงไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร เขาลุกขึ้นเดินหนีแต่ถูกประดู่ดึงเอาไว้
“จะไปไหน ประดู่ไม่ให้ไป ขอร้องละ ลืมผู้หญิงคนนั้นซะ ประดู่ไม่อยากเห็นบอยมีอันตราย”
คราวนี้บอยกระชากมือตัวเองที่ประดู่จับเอาไว้ออกพลางตวาด “ปล่อย ไม่ได้ยินรึไง ผมอยากอยู่คนเดียว”
บอยเดินหนีไปแล้วไม่สนใจเสียงอืออาของประดู่ที่พยายามตะโกนแต่ก็ไม่มีเสียงออกจากปากเธออยู่ดี
“บอย กลับมาก่อน ตัดใจจากเขาซะเถอะประดู่ขอร้อง เรารักบอยนะได้ยินมั้ย เรารักบอย”
บอยไม่หันกลับมามองเธอเลย ประดู่กลับไปร้องไห้ที่ห้องนอนตัวเอง พรรณนาว่า
“ที่ผ่านมาฉันไม่เคยรู้สึกเลยว่าการที่ฉันพูดไม่ได้จะเป็นปัญหา เพราะเธอคอยมองปากฉันเสมอ ขอแต่เธอเข้าใจฉันเพียงคนเดียวฉันก็ไม่ต้องการใครอีก แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะเธอไม่มองฉันเลย ถ้าฉันพูดได้ก็คงดีเพราะฉันจะได้บอกความรู้สึกของฉันกับเธอได้...”
พอความคิดนี้เกิดขึ้น ประดู่ก็นึกถึงหมอองศาทันที เธอรีบออกจากห้องไปตามหาเขา หมอองศากำลังจะออกจากเกาะกลับบ้านในวันนี้เพราะหมดหวังที่จะช่วยรักษาประดู่ แต่แล้วประดู่ตามไปดึงหมอองศากลับมาจนได้ด้วยท่าทางใบ้ๆของเธอแต่หมอองศาเข้าใจ
ooooooo
หมอองศาพาประดู่ไปที่ชายหาดให้เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เขาคิดว่าจะรักษาเธอได้แน่ๆ แต่แม้ประดู่จะเล่าทั้งหมดให้ฟังด้วยความหวังว่าเธอจะพูดได้เสียทีก็ไม่มีผล ประดู่ก็ยังพูดไม่ได้อยู่ดี ท้ายที่สุดหมอองศาคิดว่าต้องพาเธอกลับไปยังสถานที่เกิดเรื่องจริงๆ ซึ่งคือบ้านบุปผานั่นเอง
ด้วยความหวังว่าจะบอกความในใจของตัวเองกับบอยได้ ประดู่ยอมไปตามที่หมอองศาบอก แต่ก่อนที่จะไปจากเกาะ สองคนพยายามเดินตามหาลุย สร้อยคีรี ฟางแก้วและบอย แต่ไม่พบกับคนพวกนั้นเพราะทุกคนขึ้นบกกันหมดแล้ว เพื่อจะไปที่งานแต่งของน็อตกับเมธานั่นเอง เมื่อไม่เจอใครประดู่กับหมอองศาก็ตัดสินใจออกเดินทางโดยคนที่เกาะไม่รู้เลยว่าสองคนนี่จะไปไหน
พอไปถึงบ้านบุปผาก็ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี เพราะบุปผาเองก็อยากให้ประดู่พูดได้มานานแล้ว ประดู่ไม่รู้เลยว่าคนที่เธอรักกำลังจะเผชิญกับอะไรบ้างหลังจากนี้
ที่ห้องพักของโรงแรมที่จัดงานแต่งงานระหว่างน็อตกับเมธา ขณะนี้น็อตนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งโดยมีช่างกำลังแต่งหน้าให้ แต่น็อตลุกลี้ลุกลนจนช่างไม่สามารถแต่งหน้าให้สำเร็จเนื่องจากน็อตมัวแต่วางแผนหนีแต่ยังหาโอกาสไม่ได้
เมธาเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ ทั้งช่างแต่งหน้าทั้งน็อตตกใจ ช่างรีบบอกเมธาว่า
“เจ้าสาวยังแต่งหน้าไม่เสร็จเลยค่ะ”
เมธาตวาดเสียงดัง “เธอออกไป ฉันบอกให้ออกไปไงเดี๋ยวนี้ด้วย”
ช่างแต่งหน้าลนลานออกไปทันที ส่วนน็อตเห็นท่าเมธาก็พอจะเดาอะไรได้ เธอกระชับเสื้อคลุมแน่น ถามว่าเข้ามาทำไมเธอยังแต่งตัวไม่เสร็จ ฝ่ายนั้นไม่พูดพล่ามทำเพลงตรงเข้าปลุกปล้ำผลักน็อตลงบนเตียง ปากก็คำราม
“ยังไงคุณก็ต้องเป็นของผม ผมไม่อยากรอคืนนี้” เมธาซุกไซ้ น็อตคิดว่าคงสู้แรงไม่ได้จึงแกล้งโอนอ่อน
“อย่าใจร้อนสิคะ งานใกล้เริ่มแล้วเดี๋ยวเจ้าสาวไม่สวยนะ”
“ช่างปะไร...” เมธางึมงำอยู่ที่ซอกคอเธอ
“โธ่ วันนี้วันสำคัญของเราสองคนนะคะ น็อตอยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดให้คุณภูมิใจไงคะ...น่า อดใจรออีกนิดเดียวนะคะคนดี”
โดนเข้าไม้นี้ เมธายอมปล่อยตัวเธอโดยดี น็อตหว่านล้อมอีกจนเขายอมออกไปจากห้อง และถือโอกาสนี้เดินตามออกไป พบลูกน้องปกาศิตยืนเฝ้าหน้าห้องอยู่ เธอถามถึงช่างแต่งหน้า เจ้านั่นตอบว่าไม่รู้ เธอเลยไล่ให้ไปตาม มันไม่ยอมไปอ้างว่าปกาศิตสั่งไว้ให้ดูน็อตไม่ให้คลาดสายตา
น็อตแกล้งวีนใส่ “พูดไม่รู้เรื่องรึไง ถ้าฉันแต่งตัวไม่ทันฉันจะฟ้องพ่อให้ไล่แกออก”
“ครับๆ...” เจ้านั่นกลัวไม่มีงานทำรีบไปตามคำสั่งทันที
ooooooo
น็อตรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ย่องหนีลงมาข้างล่าง บังเอิญลูกน้องปกาศิตผ่านมาเห็นเข้าจึงตะโกนบอกเพื่อนๆว่าเจ้าสาวกำลังหนี น็อตถอดรองเท้าส้นสูงขว้างใส่หน้ามันแล้ววิ่งเท้าเปล่าออกไป
เมธากำลังคุยกับปกาศิตและศักดาอยู่ที่ซุ้มดอกไม้หน้างาน
“ทำไมป่านนี้น็อตยังแต่งตัวไม่เสร็จอีก ช้ามากเกิน
ไปแล้วนะ” ปกาศิตยกมือดูนาฬิกา
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้ามาบอก “คุณน็อตหนีไปแล้วครับ”
สามคนตกใจอ้าปากค้าง ปกาศิตนึกขึ้นมาได้รีบสั่งการให้ลูกน้องแยกกันติดตาม น็อตวิ่งพลางโทร.เรียกรถที่จ้างเอาไว้ พอเห็นรถตู้คันหนึ่งวิ่งมานึกว่าใช่รีบโบกมือ พอรถจอดน็อตเอื้อมมือไปเปิดประตู เห็นเมธานั่งยิ้มอยู่ในรถ เพราะคนขับรถที่น็อตจ้างเอาไว้ถูกพวกเจ้าบ่าวจับได้
ปกาศิตลากลูกสาวขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องเดิม พอผลักน็อตเข้าห้องได้ปกาศิตก็ตามเข้าไปตบ
“แกคิดว่าฉันไม่รู้ทันแกรึ ลูกไม้ตื้นๆแค่นี้ หลอกฉันไม่ได้หรอก รีบแต่งตัวเข้า แขกรอนานแล้ว และอย่าทำตัวมีปัญหาอีก”
พอว่าที่พ่อตาเดินออกจากห้อง เมธาก็เข้ามาเชยคางน็อต
“ดื้อนะที่รัก คืนนี้ผมจะปราบพยศคุณเอง”
น็อตปัดมือเมธาอย่างรังเกียจ ช่างแต่งหน้ารีบเข้ามาจัดการแต่งหน้าให้ น็อตมองตัวเองในกระจกแล้วร้องไห้ออกมาอย่างคับแค้น...
ที่ห้องแต่งตัวของพนักงานในโรงแรม เพื่อนบอยที่เป็นพนักงานของที่นี่ยื่นชุดเครื่องแบบพนักงานเสิร์ฟให้บอย
“ขอบใจนะที่ช่วย” บอยตบหลังเพื่อนเบาๆ
“เฮ่ย เรื่องแค่นี้ เพื่อนต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว”
ooooooo
บรรยากาศงานเลี้ยงในสวนสวย แขกยืนคุยกันเป็นกลุ่มๆท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงเพลงอยู่ตลอดเวลา อภิชัยและสุนิสาคู่หมั้นของเขาเพิ่งมาถึงพร้อมบอดี้การ์ดแต่งสูทตามคุ้มกันอยู่ห่างๆ บรรดาแขกหันไปมองอภิชัยด้วยความชื่นชม
ปกาศิตและศักดารีบมาต้อนรับ “ขอบคุณครับท่านนายกฯที่ให้เกียรติมาร่วมงาน”
“สวัสดีครับคุณปกาศิต ได้ข่าวว่าคุณป่วยหนัก แล้วนี่หายดีแล้วหรือ”
“แหม ท่านหูไวตาไวจังเลยครับ”
“คงไม่ถึงยังงั้นหรอกครับ คุณสองคนเป็นคนสำคัญสำหรับผม มีผลงานให้ผมคอยติดตามตลอด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยทำไว้ผมจำได้ไม่เคยลืมเลย”
อภิชัยมองปกาศิตและศักดาหน้าขรึมๆ บอกให้รู้อยู่ในทีว่าเขารู้ไส้รู้พุงความเลวหมดแล้ว สองคนนั่นแม้จะไม่พอใจแต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้
ขณะนี้บอยในคราบของพนักงานเสิร์ฟเที่ยวเดินแจกจ่ายเครื่องดื่มให้บรรดาแขกอย่างเอาการเอางาน ส่วนนัยน์ตาก็สอดส่ายมองหาน็อตไปด้วย ปกาศิตกับศักดาเดินผ่านไปโดยไม่ได้สังเกตบอย บอยรีบก้มหน้าหลบ เพราะกลัวสองคนนั่นจำเขาได้
ที่มุมเปลี่ยวรอบบริเวณงาน ลุยยืนแอบอยู่ ลูกน้องปกาศิตคนหนึ่งเดินตรวจมาทางนี้จึงโดนลุยใช้ด้ามปืนทุบหัวลากไปที่พุ่มไม้ จัดการเปลี่ยนชุดของลูกน้องปกาศิตมาใส่แล้วเดินออกมายืนแทนที่เจ้านั่นหน้าตาเฉย สมุนคนอื่นๆของปกาศิตกับศักดาเดินผ่านไม่ได้สนใจ พอปลอดคนลุยก็ส่งสัญญาณให้สร้อยคีรีและฟางแก้วเข้ามาในงาน
ooooooo
ส่วนพวกปกาศิตก็เริ่มแผนที่หนึ่งของมันแล้ว ขณะที่อภิชัยกับสุนิสากำลังคุยกับแขกคนอื่นๆอยู่ พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งก็นำแก้วแชมเปญไปส่งให้อภิชัยและคนในกลุ่มนั้น อภิชัยรับแก้วไปดื่มแล้ววางลงบนโต๊ะใกล้ๆก่อนจะเดินไปด้านอื่น พนักงานคนเดิมรีบเข้าไปเก็บแก้วใบนั้นทันที
ปกาศิตกับศักดาที่คอยติดตามอยู่หันมายิ้มให้กัน เมื่อพนักงานคนนั้นส่งถุงพลาสติกใส่แก้วใบนั้นให้ขรรชัย ซึ่งรีบรายงานเจ้านายว่าแผนหนึ่งเรียบร้อยแล้ว
ที่ลานจอดรถของโรงแรม พนักงานเสิร์ฟนำอาหารไปให้คนขับรถของอภิชัยกิน พักเดียวคนขับรถก็หลับ คนของปกาศิตอีกคนหนึ่ง เข้ามาเปิดประตูรถของอภิชัยแล้วใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมาเปิดตู้เซฟในรถ ค้นหาอะไรพักหนึ่ง ก็รายงานไปทางคนคอยรับข่าวว่าไม่พบคีย์การ์ด ปกาศิตเลยเปลี่ยนแผนอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ใช้แขกซึ่งเป็นคนของขรรชัยแกล้งเดินชนพนักงานเสิร์ฟน้ำจนหกเลอะสูทของอภิชัย
พนักงานตกใจ “โอ๊ะ ขอโทษครับท่าน”
ศักดาปราดเข้าไปทันที “แกทำงานยังไง ไม่รู้รึว่าท่านเป็นใคร ฉันจะฟ้องหัวหน้าแก”
พนักงานลนลานยกมือไหว้ “ผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษจริงๆครับ เอ้อ เสื้อสูทท่านสกปรกหมดแล้ว กรุณาถอดให้ผมไปทำความสะอาดให้เถอะครับ เดี๋ยวเดียวเท่านั้น”
อภิชัยรีบถอดให้ทันที แล้วก็สาละวนเช็ดเสื้อตัวในที่เปื้อนเครื่องดื่ม แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้อภิชัยรีบบอกลูกน้องตัวเองให้ไปตามพนักงานที่เอาเสื้อสูทไป พอได้เสื้อกลับมาอภิชัยรีบตรวจดูคีย์การ์ดในกระเป๋า เห็นว่าอยู่เรียบร้อยดีก็โล่งอก โดยไม่รู้ว่าตอนนี้ขรรชัยกำลังรายงานปกาศิตว่า
“เรียบร้อยแล้วครับ เราได้ทั้งลายนิ้วมือและคีย์การ์ดไว้แล้ว นี่ครับคีย์การ์ดของจริง” ขรรชัยยื่นของให้ปกาศิต
ooooooo
ที่ในสวนโรงแรมบริเวณจัดงานขณะนี้ พวกแขกมารวมกลุ่มกันคอยการปรากฏตัวของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อมารับคำกล่าวอวยพรจากนายกฯอภิชัย ดนตรีเพลงแต่งงานดังขึ้น ไฟในงานเริ่มหรี่ลงเหลือเพียงสปอตไลต์ส่องไปที่น็อตและเมธา ที่เดินมาตามถนนในงาน เมธากอดเอวน็อตแน่นกลัวเธอจะหนี น็อตเดินผ่านบอย เธอจำได้ตกใจสุดๆ สะดุ้งจนเมธาสงสัย
“มีอะไร คิดจะหนีอีกเหรอ หนีไม่พ้นหรอก คืนนี้ยังไงก็ต้องเป็นของผม”
น็อตไม่กล้าเหลียวมองบอยกลัวเมธาจำได้ ก้มหน้าเดินไปยังเวที อภิชัยขึ้นเวทีกล่าวคำอวยพรแล้วชวนเชิญให้ทุกคนดื่มอวยพรบ่าวสาว
เสียงบรรดาแขกตะโกนเชียร์ให้เจ้าบ่าวหอมเจ้าสาว เมธารีบคว้าน็อตมากอดและจูบเป็นการใหญ่ น็อตทั้งเสียใจและเจ็บใจจนร้องไห้ออกมา เมธากลับเห็นเป็นเรื่องควรอวดจึงประกาศกับแขกว่าเจ้าสาวของเขาซาบซึ้งจนน้ำตาไหลเลย
บอยทนดูทนฟังไม่ได้รีบเดินหนี บังเอิญไปชนกับขรรชัยเข้า โดนขรรชัยตะคอกใส่ว่าตาบอดรึไง บอยจำเสียงได้เงยหน้ามองยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ว่าไอ้คนนี้เองที่ซ้อมพ่อเดือนของเขา บอยจ้องตาขรรชัยด้วยความแค้น ยังไม่ทันทำอะไรไฟดับพึ่บ
บนเวที อภิชัย เมธา และน็อตต่างแปลกใจ สปอตไลต์ ดวงหนึ่งสว่างจ้าขึ้น ส่องไปที่ร่างของลุยและสร้อยคีรียืนอยู่ ปกาศิตกับศักดาครางออกมา
“ลุย...ไอ้ลุย”
ขณะเดียวกันลุยกับสร้อยคีรีก็ยกปืนยิงขึ้นฟ้าดังสนั่นและก้าวเดินเข้ามาพร้อมๆกัน พวกแขกแตกตื่นหวีดร้องหลบกระสุนด้วยความกลัว ขรรชัยที่ยืนเผชิญหน้าอยู่กับบอยรีบกลับเข้าไปในงาน บอยจะตามแต่เป็นห่วงน็อต
พวกแขกวิ่งหนีกันไปหมดแล้ว เหลือแต่บรรดาพวกคนที่ต้องชำระความแค้นกัน ลูกน้องอภิชัยพาเจ้านายกับคู่หมั้นหลบลงจากเวทีโดยมีฟางแก้วเข้ามาคุ้มกันให้พี่ชาย ส่วนขรรชัยเห็นท่าไม่ดีรีบบอกปกาศิตกับศักดาให้หนีไปก่อน ส่วนตัวเขากลับเข้าไปหาลุย พอเจอก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนท้ายที่สุดขรรชัยก็โดนลุยจัดการยิงเครื่องเล่นชิ้นใหญ่ที่หนักมากล้มลงมาทับตัวขรรชัยจนรากเลือด ลุยจ้องปืนใส่จะยิง แต่แล้วก็ลดปืนลง เขาบอกให้ขรรชัยส่งคีย์การ์ดที่ยึดไปจากอภิชัยคืนมา ขรรชัยทำตามเพราะหนีไปไหนไม่ได้ รับของมาแล้วลุยบอกว่า
“ฉันอยากจะฆ่าแก แต่แกก็จะตายสะดวกเกินไป ให้แกอยู่เพื่อรับกรรมที่ทำไว้กับลูกเมียฉันให้สาสมดีกว่า”
ลุยเดินจากไป ทิ้งให้ขรรชัยนอนดิ้นกระแด่วๆอยู่ใต้เครื่องเล่นนั้นเอง...
ooooooo
หลังจากฟางแก้วส่งพี่ชายขึ้นรถไปกับบอดี้-การ์ดแล้ว เธอก็กลับเข้ามาช่วยสร้อยคีรีสู้กับพวกสมุนของปกาศิตกับศักดา สร้อยคีรีใช้อาวุธปืนที่เธอถนัดยิงใส่พวกนั้นตายเป็นเบือ ส่วนฟางแก้วก็ใช้มีดพกคู่กายด้วยความชำนาญใช้มีดขว้างออกไป เชือดคอพวกมันเสร็จแล้วมีดก็ลอยกลับมาเข้ามือตัวเองอีก พวกสมุนปกาศิตงง คิดว่าเธอคงจบมาจากสำนักบู๊ลิ้มที่ไหนสักแห่งเป็นแน่
บอยถือโอกาสที่ผู้คนกำลังชุลมุนตามล่ากันอยู่ เที่ยวหาน็อตจนเจอโดยเมธากระชากตัวน็อตที่วิ่งหนีไปกับเขาบอยจึงต้องต่อสู้เพื่อแย่งน็อตมาให้ได้ การสู้กันครั้งนี้ไม่เหมือนตอนที่เมธาไปย่ำยีเขาที่เกาะคราม เพราะบอยสู้อย่างถวายหัว จนน็อตแปลกใจ ในที่สุดบอยก็เอาตัวน็อตขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปกับเขาจนได้ เมธาจนแต้มต้องกลับไปหาพ่อตาและพ่อตัวจะบอกว่าตัวเองสู้บอยไม่ได้ก็เสียหน้าเลยโกหกว่า
“มันอาศัยช่วงชุลมุนลักพาตัวคุณน็อต”
ขรรชัยที่รู้นิสัยเมธาดีแย้งว่า “แน่ใจนะว่าลักพาตัว”
เมธาหน้าเสียรีบตวาดกลบเกลื่อนทันที “เจ้าสาวของฉัน เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่จะวิ่งหนีตามผู้ชายสวะๆแบบนั้น”
ศักดาถามลูกชายว่า “แล้วแกรู้หรือเปล่าว่ามันเป็นใคร อยู่ที่ไหน เราจะได้เอาคนตามไป”
“ไม่ต้อง ผมจัดการคนเดียวได้ ผมแค่มาบอกคุณอาให้ทราบไว้ว่ายังไงก็ต้องพาน็อตกลับมาเป็นเจ้าสาวผมให้ได้”
เมธาเหลือบตาไปจิกใส่ขรรชัยที่รู้ไส้ตัวเขาก่อนจะเดินออกไป
ooooooo
บอยพาน็อตที่ยังใส่ชุดเจ้าสาวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ขับไปอย่างรวดเร็ว จนน็อตนึกกลัวซบหน้าลงกับหลังบอยพลางร้องบอก แต่บอยไม่ฟังยังคงตะบึงไปอย่างนั้นจนน้ำมันใกล้หมด จึงแวะปั๊มน้ำมัน ร้องสั่งพนักงานว่าเอาเต็มถัง
น็อตหอบชุดเจ้าสาวลงไปยืนข้างๆ ท่ามกลางสายตาของพนักงานเติมน้ำมันที่มองอย่างสงสัย เธอถามเขาว่า “บอย นี่เรากำลังจะไปไหน”
บอยมองหน้าน็อตอย่างเจ็บใจ ย้อนถามว่า “พ่อคุณชื่อปกาศิตเหรอ”
“ใช่ บอย เราต้องรีบก่อนที่คนของพ่อจะตามเจอเรา”
“ผมรู้ ไม่ต้องย้ำหรอกว่าพ่อคุณเป็นมาเฟีย”
“หา!...อย่ามาเรียกพ่อฉันแบบนั้น พ่อฉันเป็นนักธุรกิจ” น็อตไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของพ่อตัวเองเลย
“ธุรกิจเอาชีวิตคนน่ะสิ ไป” บอยกระชากน็อตขึ้นรถหลังจากจ่ายค่าน้ำมันแล้วไม่รอเงินทอน พอน็อตถามว่าจะไปไหน เขาก็ตวาดให้หยุดถามจนน็อตกลัวไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก
บอยพาน็อตมาถึงท่าเรือ น็อตถามว่าทำไมต้องลงเรือ แล้วนึกขึ้นได้ บอกเขาว่า
“ถ้าเราไปเกาะคราม อาศักดากับเมธาจะตามหาเราเจอนะ เอ๊ะ หูแตกหรือไง ฉันบอกว่าที่นั่นไปไม่ได้ไง”
บอยโดดพรวดขึ้นจากเรือเข้าประชิดตัวน็อต กระชากจะให้ลงเรือให้ได้ แต่น็อตขัดขืน
“ถ้าเธอไม่บอกว่าจะไปไหน ฉันจะไม่ไปกับเธอ”
“ไม่ไปกับผม แสดงว่าคุณจะกลับไปแต่งงานกับเมธาสิ”
“ชีวิตฉันไม่ได้มีทางเลือกทางเดียวหรอกนะ”น็อตค้อนให้
“งั้นแสดงว่าเป็นผู้หญิงหลายใจหลายทางเลือก”
น็อตตบบอยทันที สีหน้าเธอผิดหวังมากเมื่อบอกเขาว่า “เธอเป็นอะไรไป ตั้งแต่ออกจากงานเธอเหมือนไม่ใช่คนที่ฉันเคยรู้จัก”
“นี่แค่เริ่มเท่านั้นน็อต ต่อไปคุณจะได้รู้จักผมแบบที่คุณนึกไม่ถึง ลงมา” บอยกระชากจะให้ลงเรือให้ได้แต่น็อตไม่ยอม บอยจึงยกตัวเธอพาดบ่าแล้วตีก้นแรงๆ น็อตร้องจ๊าก บอยยื่นคำขาดทันที “ถ้าคุณไม่หยุดดิ้น ผมจะแก้ผ้าคุณแล้วทิ้งไว้ตรงนี้”
แววตาของบอยวาวโรจน์จนน็อตกลัวไม่กล้าขัดขืนอะไรอีก บอยจึงขับเรือออกไปอย่างรวดเร็ว
ooooooo
บอยพาน็อตไปอาศัยอยู่ที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง คืนนั้นทั้งคืนสองคนยังทะเลาะกันเรื่องพ่อไม่รู้แล้ว น็อตใช้ไม้แข็งไม่ได้ก็ใช้ไม้อ่อน บอกกับเขาว่าเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนเลวคนก้าวร้าว เขาอาจจะเข้าใจอะไรผิดก็ได้
“ผมไม่ได้เข้าใจผิด ผมตาสว่างแล้ว คุณก็คงจะเชื้อไม่ทิ้งแถวเหมือนพ่อคุณนั้นแหละ”
น็อตของขึ้นเงื้อมือหรา “ถ้านายพูดถึงพ่อฉันอีกคำเดียว...”
บอยสวนกลับทันที “ทำไม คุณรักพ่อปกป้องพ่อ แล้วคนอื่นไม่มีสิทธิ์รักพ่อของตัวเองหรือไง รู้บ้างไหมว่าพ่อคุณทำให้เด็กกำพร้าพ่อมากี่คนแล้ว พ่อคุณมันคือปิศาจที่ทำลายครอบครัวคนอื่น เขาไม่มีสิทธิ์ทำลายชีวิตใครแต่เขาก็ทำเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองมากกว่าความถูกต้อง มากกว่าศีลธรรม”
“ไม่จริ๊ง...” น็อตตะโกนเสียงหลง
“แล้วเรื่องไหนจริงน็อต คุณก็เห็นแล้ว งานแต่งงานของคุณมันคือที่ชุมนุมของคนเลว คนชั่วพวกนั้นมารวมตัวกันดื่มอวยพรให้ลูกสาวหัวหน้าปิศาจ คนที่มันสั่งฆ่าพ่อผม พ่อผมตายจากคำสั่งของปกาศิต จอมพลัง ไอ้ขรรชัยมันยิงพ่อต่อหน้าเด็กเจ็ดขวบที่ต้องจำภาพความตายของพ่อไว้ทุกลมหายใจ นี่แหละคือความจริง”
“พ่อฉันทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นไม่ได้แน่บอย อาจจะมีคนใส่ร้ายพ่อฉัน”
“ต้องให้พ่อคุณคุกเข่าสารภาพต่อหน้าคุณหรือไงว่าผิดไปแล้วที่ก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่น แล้วปิดหูปิดตาลูกสาวคนเดียวไว้ด้วยหน้ากากคุณพ่อที่แสนประเสริฐ...บอกมาสิว่าไอ้ขรรชัยมันไม่ใช่ลูกน้องพ่อคุณ”
“งั้นเธอก็แจ้งตำรวจสิ ให้จับพ่อฉันไปสอบสวนแล้วลงโทษตามกฎหมาย”
“โธ่เอ้ย ถ้าทำได้อย่างที่เธอพูด โจรมันคงไม่เต็มเมืองขนาดนี้หรอก สำหรับเผ่าพันธุ์คนเลว ฉันมีวิธีลงโทษที่ดีกว่านั้น”
บอยย่างสามขุมเข้าหาน็อต เธอหันหลังวิ่งหนีทันที บอยไล่ตามกระโดดคว้าตัวจนล้มลงไปด้วยกัน น็อตพลิกตัวมองหน้าเขาร้องขอว่าอย่าทำอะไรเธอเลย พอบอยเผลอนิดเดียวน็อตก็กำทรายสาดใส่หน้าเขาจนทรายเข้าตา บอยร้องโอ๊ยยกมือขยี้ น็อตลุกขึ้นวิ่งหนีทันที เธอวิ่งไปที่ชายหาดเห็นเรือประมงลำหนึ่งอยู่ลิบๆจึงร้องตะโกนให้ช่วย ไม่มีใครบนเรือเห็น น็อตจึงลงน้ำไปทั้งชุดเจ้าสาวเปียกปอนไปทั้งตัว บอยตามมาทันคว้าตัวเดินขึ้นไปบนหาดแล้วเอาเชือกมามัดมือลากพากลับไปที่กระท่อมร้าง แถมขู่น็อตว่าที่นี่มีแต่งูกับเสือถ้าเธอหนีไปก็จะเจอแต่สองอย่างนี้ น็อตกลัวจนตัวสั่น
ooooooo
ที่หน้าผาของเกาะคราม สร้อยคีรีกับลุยยืนอยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างมองเหม่อลงไปที่ทะเล อยู่ๆฝ่ายหญิงก็เอ่ยว่า งานแต่งงานของน็อตกับเมธาเป็นงานแต่งที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
“เด็กสองคนนั่นไม่ควรเจอกันเลย”ลุยเปรยขึ้นมา
“สายไปแล้ว คุณห้ามความรักไม่ได้หรอก...ความรักไม่เคยมีเหตุผล ไม่เคยแคร์ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ และไม่รู้จักคำว่ามิตรหรือศัตรู”
“บอยกับน็อตจะรักกันเข้าไปได้ยังไง น็อตเป็นลูกสาวปกาศิต ผมต้องไปตามบอย”
“อย่าเพิ่งลุย” สร้อยคีรีเอื้อมมือมารั้งเขาไว้ “บอยไม่ใช่เด็กแล้ว ให้เขาตัดสินใจเอง คุณก็รู้ใช่ไหม กฎข้อแรกของความรัก ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ”
ลุยสบตาสร้อยคีรี เห็นในดวงตาของเธอมีแววของคนที่ผ่านโลกมาอย่างลึกซึ้ง ลุยถอนใจเดินเข้าบ้านไป
ooooooo
คืนนี้ที่เกาะร้าง น็อตยังถูกบอยขังอยู่ในกระท่อมแถมล่ามโซ่เอาไว้ด้วย น็อตพยายามหาอะไรก็ได้ที่ใช้เป็นอาวุธเอาไว้สู้กับบอย คว้าได้ก้อนหินไม่เล็กนัก แต่พอดีบอยเดินเข้ากระท่อมมา จึงรีบเอาซ่อนไว้ บอยโยนเสื้อผู้ชายเก่าๆที่ไปหามาได้ให้น็อต
“เปลี่ยนซะ ชุดนั้นเห็นแล้วอยากฉีกออกจากตัวคุณวันละหลายรอบ”
“ฉันชอบชุดเจ้าสาวของฉัน ไม่เปลี่ยนหรอก”
“อย่าลองดีกับผม คิดว่าผมจะใจดีทุกครั้งไปหรือไง ตอนนี้มันไม่เหลือแล้วตั้งแต่ผมเห็นหน้าพ่อคุณ”
สองคนเริ่มทะเลาะกันอีก น็อตพยายามพูดให้บอยโมโหจนจะเข้าไปขย้ำเธอ พอได้จังหวะน็อตก็เอาก้อนหินที่ซ่อนไว้เขวี้ยงใส่บอยจนหัวแตก บอยเห็นเลือดยิ่งเพิ่มความโกรธพุ่งเข้าไปหาอีก คราวนี้น็อตใช้โซ่ที่ล่ามเธอไว้รัดคอเขาจนตาเหลือก ถามว่า
“กุญแจอีกดอกอยู่ไหน เอามาให้ฉัน”
“มีอันเดียวที่ผมโยนเข้าป่าไปคุณก็เห็น”
“โกหก”
“ผมอยากอยู่กับคุณ เราจะตายด้วยกันที่นี่ ผมรู้ว่าคุณใจแข็ง คุณถึงอยากเห็นผมตายด้วยมือคุณ” บอยเริ่มขาดอากาศหายใจเพราะโซ่ที่น็อตรัดคอ พยายามลุกขึ้นบอกน็อตว่า “ผมรู้แล้วว่า คุณฆ่าผมได้จริงๆ คุณรักพ่อคุณ ผมก็รักพ่อผม ทั้งที่ผมไม่มีอ้อมกอดของพ่ออีกแล้ว”
บอยล้วงกระเป๋าหยิบกุญแจโยนให้น็อต “รีบกลับไปสิ กลับไปหาพ่อคุณ รักเขา กอดเขา อยู่กับเขา...ให้นานที่สุด เพราะชีวิตของปกาศิต ทรงพลัง มีเวลาเหลือไม่มากแล้ว”
บอยประสานสายตากับน็อตก่อนจะเดินจากไป น็อต
รีบไขกุญแจโซ่พาตัวเองออกไปที่ชายหาด มองหาของอะไรที่จะเป็นพาหนะพาเธอไปจากเกาะได้ มองเห็นแต่ลูกมะพร้าวแห้ง รีบเอาไปกอดแล้วลงว่ายน้ำ แต่ไปไม่เท่าไหร่คลื่นก็กระแทกจนมะพร้าวหลุดจากมือ น็อตพยายามว่ายต่ออีก แต่ที่สุดก็หมดแรง ก่อนจะจมลงไปเธอเห็นบอยเข้ามาช่วยพาเธอไปที่กระท่อม
“ช่วยฉันทำไม คุณอยากให้ฉันกับพ่อตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...เอาชีวิตฉันไปสิบอย แต่ฉันขอร้องนะ อย่าทำอะไรพ่อฉันเลย” น็อตน้ำตาไหลพราก
“น็อต ผมขอโทษ ผมปล่อยให้คุณตายไม่ได้หรอก”
“ทั้งๆที่พ่อฉันอาจจะเป็นคนสั่งฆ่าพ่อคุณงั้นหรือ ทั้งๆที่ระหว่างเราจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”พูดไปสะอื้นไป บอยเข้ามากอดเธอไว้แน่น
“คุณก็รู้ ผมช่วยคุณเพราะอะไร แต่ผมก็ทนเห็นรอยยิ้มของคนที่ฆ่าพ่อผมไม่ได้”
น็อตกอดตอบบอยแน่นเช่นกัน “บอย เราหนีไปให้ไกลๆเลยได้มั้ย ลืมการแก้แค้นนั้นเสีย อย่าให้ความแค้นมาทำลายความรักของเราเลยนะ”
บอยไม่ตอบแต่มองน็อตด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ก้มลงจูบ เธออย่างดูดดื่ม สองคนเอนเข้าซบกันท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดซ่าอย่างบ้าคลั่งภายนอกกระท่อม ความรักที่ถ่ายทอดให้กันนั้นทำให้ความเย็นของอากาศไม่สามารถแทรกเข้ามาได้
ooooooo










