นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    มือเหนือเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้จะเจอกับเหตุระทึกเมื่อคืน เฉียดไม่เชื่อว่าเสือสมิงมีจริง เวิ้งต้องพาไปดูต้นไม้ที่ห้างผูกอยู่เห็นเป็นรอยเล็บเสือ เขายังไม่ปักใจเชื่อ ถ้าเป็นเสือสมิงจริงทำไมไม่เล่นงานเขาตรงนี้เลยจะพาเข้าไปในป่าทำไม

    “ถ้าไม่ใช่เพราะเขี้ยวหมูตันที่ห้อยคออยู่นั่น ป่านนี้นายไปอยู่ในท้องมันแล้ว บอกไม่ให้ลงมา ได้ยินเสียงป่าอย่าทักเคยฟังไหม” เวิ้งต่อว่าเป็นชุด เฉียดหันมองรอยเล็บเสืออีกครั้งรู้สึกหวั่นๆขึ้นมาเหมือนกันแต่ปากแข็ง

    “แต่มันก็หนีไปแล้วนี่ ลุงยิงมันถูก เลือดเป็นทาง”

    เวิ้งหนักใจมากกว่าเดิม ถ้ายิงไม่เข้าจุดตาย อย่าโดนดีกว่า เสือลำบากยิ่งน่ากลัว เฉียดตัดบทจะเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง เราก็ต้องไปกันต่อได้แล้ว...

    ไม่ได้มีแต่เวิ้งที่หนักใจ ตองซึ่งเจอคราบเลือดเหม็นกลิ่นสาบเสือก็หนักใจไม่แพ้กัน รู้ดีว่าเสือเจ็บอันตรายแค่ไหน ถามจอมว่าจะถอยก่อนไหม ตอนนี้ยังทัน เจ้าพ่อหนุ่มส่ายหน้าสั่งให้ไปต่อ บุญตาอดแขวะไม่ได้ อยากได้สมบัติหรือเป็นห่วงพรพรรณ

    “บุญตาฟังพี่นะ พี่เป็นห่วงทุกคน ภารกิจของพี่คือมาช่วยลุงแบน อย่าพูดอะไรทำร้ายน้ำใจพี่อีก”

    หญิงสาวยังไม่ทันจะอ้าปากเถียง มีเสียงโวยวายจากลูกหาบที่อยู่ด้านหลังขบวน ลูกหาบคนหนึ่งถูกเสือลากเข้าไปในพงหญ้า จอมวิ่งมาถึงพุ่งไปคว้ามือเขาไว้แต่สู้แรงเสือไม่ได้ ลูกหาบถูกลากเข้าป่าลึก...

    ไม่ได้มีแต่เต้ยเท่านั้นที่ถูกอัศวินเสนอข้อต่อรองที่ยากจะปฏิเสธ ปอมก็ได้รับข้อเสนอนี้เช่นกัน ดังนั้นตอนที่เสี่ยเฮงประชุมอยู่กับปอมและเหล่าสมุนเพื่อระดมคน อาวุธ จะไปชิงสมบัติโจรตามแผนที่ของอัศวิน ปอมจึงทักท้วงให้เลื่อนเป็นพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะเห็นว่าสายมากแล้ว ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็จะมืดกลางทางเสียก่อน

    “ออกพรุ่งนี้แต่เช้าน่าจะได้ระยะทางไกลกว่าจะมืด”

    เสี่ยเฮงเห็นดีด้วย พ่อใหญ่หมอผีประจำหมู่บ้านบ่นเสียดายนี่ถ้าหนานคำอยู่คงจะดีไม่น้อย เสี่ยเฮงตวัดสายตามองไม่พอใจ พ่อใหญ่หุบปากทันที ปอมสงสัย หนานคำเป็นใคร เสี่ยเฮงเล่าให้ฟังว่ามันเป็นผีบ้าที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่พอใจที่ตนเอาคนเอาเงินมาลงที่นี่ เพราะเห็นนิมิตบ้าอะไรบางอย่างทั้งที่คนอื่นๆเห็นดีด้วย

    “หาว่าอั๊วจะทำให้ชุมโจรนี่ลุกเป็นไฟ มันก็เลยบ้าบอคอแตกอยู่คนเดียว”

    กว่าเสี่ยเฮงกับสมุนจะกำราบหนานคำได้ต้องใช้คนนับสิบช่วยกันรุม ปอมสงสัยตอนนี้ผีบ้านั่นอยู่ไหน เสี่ยเฮงตวาดลั่นจะรู้ไปทำไม ยุ่งไม่เข้าท่าแล้วสั่งให้ไปเตรียมคนเตรียมอาวุธพรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง

    ooooooo

    จอมกับตองเดินนำสิชล บุญตาและพวกลูกหาบมาถึงราวป่าใกล้หมู่บ้านโจร ได้ยินเสียงฝีเท้าคน ตองยกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนหลบ สักพักเห็นชาวบ้านชายหญิงคู่หนึ่งกำลังหาบเนื้อชิ้นใหญ่เป้งผ่านไปไกลๆ จอมชะเง้อมองตามเห็นแสงสะท้อนวิบวับจากเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านพึมพำว่านั่นเสื้อของพรพรรณ

    “จำกลิ่นได้ขนาดนั้นเชียว” บุญตาที่หลบอยู่ใกล้ๆ ไม่วายแดกดัน

    “ชาวบ้านเขาจะใส่แบบนี้ไหม” จอมส่ายหน้าอ่อนใจ สิชลตั้งข้อสังเกต ถ้าเป็นเสื้อผ้าของพรพรรณจริง มาอยู่กับชาวป่านี่ได้อย่างไร ตองส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วสั่งให้สะกดรอยตามพวกนั้นไป...

    อีกด้านหนึ่งของป่าทึบ เวิ้งรู้ดีว่าพวกที่ตามมาจะต้องเดินผ่านตรงนี้เหมือนกัน จึงคิดจะวางกับดักล่อ ไม่ใช่ล่อแต่คน ล่ออะไรก็ได้ที่ตามพวกเรามา เฉียดกลัวจะเสียเวลาเปล่าๆ

    “หรือจะเสียทุกอย่างที่เรากำลังจะได้มา เลือกเอา” คำพูดของเวิ้งทำเอาเฉียดหนีไม่ออก...

    ระหว่างที่อัศวิน บวรกับเตี้ย ลุงแบนกับพรพรรณและบรรดาลูกสมุนซึ่งถูกจับใส่ตรวนติดกัน นั่งกินอาหารอยู่ในเรือนเสบียง ปอมกับเสี่ยเฮงและลูกน้องต่างกำลังขนอาวุธขนเสบียงใส่ลังกันอย่างขะมักเขม้น บวรกระซิบกับอัศวิน จะมาเสียเวลากันอยู่แบบนี้ไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้ลูกในท้องจำปาจะเป็นอย่างไรบ้าง อัศวินรำคาญสงสัยคงแท้งไปแล้วเดินป่าขนาดนี้ ที่สำคัญเธอมากับผัวไม่ใช่หรือ บวรโกรธจัดจะเอาเรื่องแต่เตี้ยห้ามไว้

    “ตั้งคำถามให้ถูก ใครกันแน่ที่เราควรจะหันอาวุธไปหา” อัศวินมองบวรอย่างระอาใจ ก่อนจะหันไปสบตากับปอมที่ขนของอยู่ด้านนอกอย่างรู้กัน...

    จอม ตองกับสิชลและบุญตาสะกดรอยตามชาวบ้านมาถึงบ่อน้ำที่มีปากบ่อสูงจากพื้นครึ่งเมตร ทั้งคู่ช่วยกันอุ้มเนื้อชิ้นใหญ่ทิ้งลงไปในบ่อน้ำ นิ่งฟังอยู่อึดใจได้ยินเสียงสะท้อนขึ้นมาดังตุ้บไม่มีเสียงกระทบกับน้ำให้ได้ยินก่อนจะพากันผละจากไป ทั้งสี่คนรอกระทั่งชาวบ้านไปพ้นแล้วจึงวิ่งไปดูที่ปากบ่อ ตองลองเอาหินโยนลงไปไม่มีเสียงน้ำสะท้อนขึ้นมาให้ได้ยินแสดงว่าน้ำแห้งไปหมดแล้ว จอมสงสัยพวกนั้นโยนอาหารลงไปทำไม

    “หรือว่าพวกนั้นขังพรพรรณไว้ในนี้”

    มีทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องลงไปดู จอมกับตองจึงตัดสินใจลงไปในบ่อน้ำโดยใช้เชือกโรยตัวลงไป ครั้นทั้งคู่ถึงก้นบ่อ สิชลรีบสาวเชือกกลับ

    ไม่ใช่ทั้งพรพรรณและลุงแบนที่ถูกขังอยู่ในบ่อน้ำเก่าแต่เป็นหนานคำ สองฝ่ายตรงเข้าต่อสู้กัน หนานคำยังบอบช้ำจากโดนเสี่ยเฮงกับพวกเล่นงานเรี่ยวแรงยังกลับมาไม่เต็มร้อยจึงถูกตองกับจอมเล่นงานอยู่หมัด ตองกดหัวเขาไว้แล้วจะเอามีดของเขาเองแทงคอให้ตาย แต่จอมเอามือบังไว้ ตองแปลกใจช่วยมันทำไม

    “เขาเป็นนักโทษของฝ่ายตรงข้ามเรา แปลว่าน่าจะมีประโยชน์กับเรา”

    ตองจำต้องถอนมีดออก หนานคำมองเลือดที่ไหลจากฝ่ามือจอมด้วยสายตาไม่เป็นมิตร จอมซักว่าเขาเป็นใครพูดไทยได้ไหม แล้วแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร เขาได้แต่บอกว่าชื่อหนานคำ จอมปล่อยให้หนานคำผู้หิวโหยกินอาหารของตัวเองโดยมีตองถือปืนคุมอยู่ใกล้ๆ เขามองแผลที่มือตัวเองก่อนจะหันไปบอกตองว่าดีที่มีดไม่แหลมแผลก็เลยไม่ลึก หนานคำตวาดลั่นจะว่าอะไรก็ว่าได้ทั้งนั้นแต่อย่าบอกว่ามีดของตนไม่แหลมไม่คม

    “ใจเย็นๆ ตกลงว่ามีดนายทั้งแหลมทั้งคม แต่หนังเราเหนียว พอใจไหม”

    “นายอาจจะพูดเล่นนะ แต่ถ้าไม่มีตับเหล็กมือนายทะลุไปแล้ว”

    หนานคำหยุดกินทันที มองตับเหล็กที่ห้อยอยู่ที่ข้อมือจอมก่อนจะก้มหัวให้ พึมพำว่าคนมีบุญเท่านั้นถึงจะได้ครอบครอง จากนั้นเขาก็เปิดปากเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะคนเมืองที่ชื่อเสี่ยเฮงทำให้ตนต้องมาอยู่ที่นี่

    ooooooo

    เสี่ยเฮงกำลังนอนหลับสบายอยู่ในบ้านพัก ปอมค่อยๆย่องเข้าไปขโมยกุญแจห้องขังอัศวินกับพวก แล้วย่องกลับออกมาโดยที่เขาไม่รู้สึกตัว จากนั้นตรงไปที่เรือนคุมขัง พ่อใหญ่กำลังคุยอยู่กับลูกบ้านเหลือบมาเห็นปอมก็เดินตามเข้ามาในเรือนคุมขังด้วยพยายามจะขายช้องงูให้

    “ใครเห็นใครหลงงมงายมีอำนาจ สะกดเหนือสาลิกาที่ว่าแน่ทุกลิ้น แค่ตั้งใจบูชา”

    ปอมไม่สนใจ แต่พรพรรณหูผึ่ง พ่อใหญ่ดึงเขาไว้อยากจะขายของให้บังเอิญมือไปโดนพวงกุญแจหล่นพื้น พ่อใหญ่มองกุญแจสลับกับมองปอมรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็สายเกินไป เขาจับพ่อใหญ่หักคอเหวี่ยงร่างกระเด็นไปทางพรพรรณ รวมทั้งช้องงูในมือด้วย เธอรีบเก็บเครื่องรางเอาไว้ อัศวินยิ้มพอใจที่ปอมมาเข้าพวก

    “กลับพระนครได้ ต้องจัดการประวัติอาชญากรให้สะอาดเลยนะ”

    “ไม่ต้องห่วง...แล้วได้แผนที่มารึเปล่า”

    คนทรยศส่ายหน้า อัศวินถึงกับเซ็ง นึกว่าจะได้หนีไปเงียบๆเสียอีก...
    ลูกหาบกับสิชลและบุญตาช่วยกันดึงเชือกลากจอม ตองและหนานคำขึ้นจากบ่อน้ำ สิชลมองผู้มาใหม่อย่างไม่ไว้ใจนัก จอมรีบแนะนำว่าเพื่อนใหม่ ศัตรูของศัตรูก็คือเพื่อนของเรา เธอไม่วายถามว่าไว้ใจได้หรือ

    “ไม่ต้องไว้ใจกันก็ได้ ถือว่าผลประโยชน์ร่วมก็แล้วกัน...ทางไหนไปชุมโจรนายเร็วที่สุด”

    “ไม่มีใครรู้จักป่าดีไปกว่าหนานคำ” คุยอวดจบหนานคำเดินลิ่วออกไป จอมกับคณะรีบเดินตาม...

    ขณะที่จอมกับพวกมุ่งหน้าสู่ชุมโจร เวิ้ง เฉียดกับเหล่าสมุนทำกับดักสารพัดชนิดไว้รอบบริเวณเสร็จพอดี เฉียดบ่นอุบแล้วจะจำได้ไหมว่ากับดักอยู่ตรงไหนบ้าง เวิ้งตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่กลับมาทางนี้ เราจะอ้อมไปอีกทาง แล้วสั่งให้ทุกคนเดินตามตนเอง คืนนี้เราจะตั้งค่ายพักแรมหลังดงกับดัก

    จากนั้นทั้งหมดเดินเรียงแถวตามก้นเวิ้ง แต่อยู่ๆ ลูกหาบคนหนึ่งผลุบหายลงไปในพื้น เสียงร้องโหยหวนดังตามมา เฉียด จำปากับเวิ้งเดินไปดูเห็นลูกหาบถูกหลาวเสียบทะลุอกนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ในหลุม

    “เดินตาม...อย่าออกนอกแถว” เวิ้งเสียงเครียด ก่อนจะเดินนำออกไป

    ooooooo

    เสี่ยเฮงเดินหาวออกมาจากเรือนพัก เจอปอมเดินก้มหน้าสวนมาร้องถามว่าเห็นพ่อใหญ่บ้างไหม ไม่รู้เอากุญแจไปหรือเปล่า ปอมส่ายหน้าไม่รู้ไม่เห็น เสี่ยเฮงตะโกนสั่งสมุนที่ถือปืนเดินคุยกันอยู่

    “เฮ้ย ให้มันเตรียมพร้อมหน่อย ไปดูคลังแสงสิเอาแต่คุยกัน ใครเห็นพ่อใหญ่มั่ง มันไปไหน” เสี่ยเฮงเดินโวยวายออกไป ปอมมองตามเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง...

    ฝ่ายอัศวินพาสมุนลัดเลาะไปด้านหลังคลังแสง บวรคุมลุงแบนกับพรพรรณเดินตามรั้งท้าย เห็นลุงแบนชะเง้อคอยาวสำรวจพื้นที่ไปรอบๆก่อนจะหันมาสบตากับพรพรรณก็เตือนว่าหนีไปตอนนี้ก็ไม่รอด อย่าคิดอะไรโง่ๆจะดีกว่า อัศวินกับพวกจัดการสมุนที่ยืนคุมประตูทางเข้าคลังแสงได้อย่างเงียบกริบ แล้วพากันเข้าไปข้างใน

    ทุกคนต่างหยิบอาวุธทุกอย่างเท่าที่จะถือไหว อัศวินหยิบกุญแจมือแถวนั้นโยนให้นัทดูแลพรพรรณไว้ เขาเอากุญแจมือคล้องมือตัวเองข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งล็อกมือพรพรรณไว้ อัศวินหันมาขู่ลุงแบนหากตุกติกนังนี่ตาย

    “จะเอายังไงต่อก็เอา” บวรชะเง้อมองไปข้างนอก อัศวินบอกให้รอจนกว่าปอมจะได้แผนที่ก่อน...

    ปอมยังไม่สบโอกาสเหมาะจะขโมยแผนที่จากเสี่ยเฮงเพราะสมุนรายล้อมเขาเต็มไปหมด มีเสียงโวยวายเป็นภาษาพม่าดังขึ้น เสี่ยเฮงมองตามเสียงเห็นลูกน้องแบกร่างพ่อใหญ่พร้อมกับส่งเสียงเอะอะ เสี่ยเฮงหันไปถามสมุนที่พูดพม่าได้ว่ามันพูดอะไร พอรู้คำแปลว่าพ่อใหญ่ตายแล้วเชลยหนีถึงกับหน้าเครียด

    “ปอม เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราหามันให้เจอ จับตายได้เลย” เสี่ยเฮงรีบเก็บแผนที่ใส่กระเป๋าเสื้อ

    ปอมออกอุบายชวนเขาให้หลบไปกับตนเองก่อน เขาไม่ยอมหลบจะอยู่จัดการอัศวิน พูดไม่ทันขาดคำมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว เสี่ยเฮงกับพวกโดดหลบเข้าที่กำบังยิงตอบโต้ ไม่ได้มีแต่เสียงปืนเท่านั้น อัศวินยังใช้ระเบิดจัดการกับสมุนของเสี่ยเฮงอีกด้วย เสี่ยเฮงแค้นใจมาก

    “ฆ่ามันให้ได้ เอาหัวพวกมันมาขึ้นเงินที่อั๊ว”...

    เสียงปืนดังสลับกับเสียงระเบิดไม่ได้ทำให้หนานคำกลัวแม้แต่น้อย สั่งให้จอมกับพวกหลบอยู่ที่นอกหมู่บ้านนี่ก่อน ตนจะเข้าไปตัดหัวเสี่ยเฮงเอง จอมไม่รอในเมื่อเรามีศัตรูคนเดียวกันก็ลุยไปด้วยกันเลย

    เสียงสนั่นหวั่นไหวของทั้งปืนและระเบิดดังไปถึงจุดที่เฉียดกับพวกและเวิ้งตั้งค่ายพักแรม เวิ้งแปลกใจคนป่าไม่น่ามีอาวุธหนักแบบนี้ เฉียดเห็นด้วย แล้วที่ยิงต่อสู้กันอยู่เป็นพวกไหนกันแน่

    ooooooo

    ฝ่ายอัศวินกับฝ่ายเสี่ยเฮงยังคงยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด จอมกับพวกซุ่มหลบหลังที่กำบังกลัวจะถูกลูกหลง เขาค่อยๆโผล่หัวขึ้นไปเห็นพรพรรณนั่งปิดหูโดยมีกุญแจมือติดอยู่กับนัท บ่นพึมพำเรียกชื่อเธอออกมา บุญตาโผล่หัวไปดูบ้างถึงกับตาโตตื่นเต้นเมื่อเห็นลุงแบนอยู่ในกลุ่มบวร ยังไม่ทันจะว่าอะไรโดนจอมดึงกลับ

    “โผล่หัวขึ้นไปได้ยังไง เป็นอะไรไปพี่รับผิดชอบไม่ไหวนะ”

    “ไม่ต้องมารับผิดชอบ ลุงแบนอยู่ตรงนั้นด้วย” บุญตาเห็นจอมนิ่วหน้าสงสัยก็เดาออกว่าไม่เห็นลุงแบน แดกดันทันทีว่าเห็นแต่พรพรรณใช่ไหม หนานคำไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หันไปเจอเสี่ยเฮงหลบๆอยู่ กลิ้งตัวไปหยิบปืนเอ็ม 16 ที่ตกข้างศพกราดยิงเสี่ยเฮงอย่างบ้าคลั่ง บวรมองไปที่หนานคำสงสัยว่าพวกไหนกันแน่ แต่ครั้นมองเลยไปอีกเล็กน้อยเห็นจอมโผล่ขึ้นมาก็ยิงใส่ทันที จอมยิงตอบโต้

    “ไอ้จอม...มันตามมาถึงนี่”

    อัศวินไม่อยากเปิดศึกสองด้าน สั่งให้เตี้ยอ้อมไปตลบหลัง จัดการพวกมันให้หมด ฝ่ายหนานคำยิงจนกระสุนหมดแต่ยังยืนหัวโด่ไม่ยอมหลบ จอมต้องพุ่งไปรวบตัวให้นอนราบกับพื้นพ้นวิถีกระสุนไปได้หวุดหวิด เตือนเขาให้มีสติหน่อย อย่าวู่วาม ตองส่งสัญญาณเป็นทำนองว่าจะอ้อมไปด้านหลัง จอมพยักหน้ารับรู้

    ปอมสบโอกาสเหมาะ ชวนเสี่ยเฮงหลบไปกับตนเองก่อนขืนอยู่ตรงนี้ได้เป็นเป้านิ่ง เขาหลงกลตามปอมออกไปโดยไม่รู้ว่ากำลังจะเอาชีวิตไปทิ้ง...

    ตองกับเตี้ยไปเจอกันด้านหลังชุมโจรต่างเอาปืนจ่อใส่กัน แต่ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไกต่างปัดปืนของอีกฝ่ายกระเด็น จากนั้นทั้งคู่เปิดศึกกำปั้นใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร...

    อัศวินเห็นปอมวิ่งหลบออกไปกับเสี่ยเฮง หันมาบอกบวรให้จัดการทางนี้ไปก่อนตนจะไปเอาแผนที่ แล้วสั่งให้ขำลากลุงแบนมาด้วย เขาอิดออดไม่ยอมไป นัทเอาปืนจ่อหัวพรพรรณขู่ถ้าไม่ยอมไปดีๆจะยิงเธอทิ้ง

    ลุงแบนไม่มีทางเลือกจำต้องไปกับอัศวิน จอมยังคงยิงต่อสู้กับบวรโดยไม่รู้ว่าบุญตาถูกยิง

    ด้านเสี่ยเฮงหนีไม่รอดถูกปอมหักหลังยึดเอาแผนที่คืนให้อัศวินและถูกยิงตายอนาถ ได้แผนที่แล้วแทนที่จะไปหาบวร อัศวินกลับบอกให้เดินทางต่อ ไม่ต้องไปสนใจพวกนั้น ตัวหารจะได้น้อยลง...

    ตองยังคงต่อสู้กับเตี้ย จังหวะหนึ่งเตี้ยเจ้าเล่ห์

    ซัดทรายใส่ตาจนอีกฝ่ายตาพร่ามองอะไรไม่เห็น เตี้ยสบโอกาสเหมาะจะจัดการตองขั้นเด็ดขาดแต่หนานคำมาช่วยไว้ทันจับเตี้ยหักคอดังกร๊อบตายคามือ ตองพยักหน้า

    เป็นทำนองขอบคุณ แต่เขาไม่สนใจเดินตะลุยจัดการกับพวกศัตรูต่อไป...

    บวรรออยู่นานไม่เห็นอัศวินกลับมาสักที ชักเอะใจว่าจะโดนหักหลัง พรพรรณขอให้ยอมแพ้แต่เขาไม่ฟัง นัทเห็นไม่เข้าทีแนะให้ถอยกันก่อน บวรพยักหน้าเห็นด้วยรีบหลบออกไปโดยนัทลากพรพรรณติดไปด้วย จอมเห็นบวรหนี ขยับจะตาม บุญตาดึงตัวไว้ เขาก้มมองเห็นเธอ

    มีเลือดออกจากข้างลำตัว สองจิตสองใจ

    “สิชล ฝากบุญตาด้วย ลุงแบนอยู่แค่เอื้อมนี่เองนะบุญตา” พูดจบจอมวิ่งตามบวรไป

    “พี่จอมของเธอไปช่วยใคร ลุงแบนหรือพรพรรณ” คำพูดจี้ใจดำของสิชลทำให้บุญตายิ่งน้อยใจ

    ooooooo

    จอมไล่ตามบวรจนทันแต่เขาหันมายิงใส่ จอมจำใจยิงโต้ตอบจนกระสุนหมด บวรใจเหี้ยมเดินลุยกลับมากราดยิงจนหมดกระสุนเช่นกัน จอมเห็นเขากระสุนหมดพุ่งออกจากที่ซ่อนเปิดศึกกำปั้นใส่กัน นัทจะยิงจอมแต่ไม่ถนัดเพราะบวรต่อสู้ติดพันกลัวจะพลาดไปโดน

    “หยุดนะ ไม่งั้นนังนี่ตาย บอกให้หยุด” นัทเสียงกร้าว จอมถึงกับเงื้อหมัดค้าง

    บวรเดินไปหานัท คว้าปืนจ่อหัวพรพรรณ จอมร้องห้ามเสียงหลงขอร้องอย่าให้จบแบบนี้เลย เรามากันไกลเกินไปแล้ว เขาเห็นด้วย อยากรู้ว่าจอมตามมาทำไม จอมไม่ได้จะมาล่าสมบัติแต่จะมาตามลุงแบน บวรก็ไม่ได้มาล่าสมบัติเช่นกันเพราะเขามีเงินทองมากมายอยู่แล้ว แค่จะมาตามลูกของเขาที่อยู่ในท้องจำปาเท่านั้น เฉียดลากเธอมาด้วย จอมสงสารเพื่อนจับใจ

    “ลูกของนายกับจำปาตกเลือดแท้งไปแล้ว”

    “ไม่จริง...ไม่จริง” บวรหาว่าจอมโกหกเพียงเพื่อจะมีชีวิตรอด เขายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง จำปาแท้งตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลแล้ว บวรแค้นใจมากนั่นเท่ากับจำปาโกหกเรื่องลูก เหนี่ยวไกจะยิงจอม ตองโดดตัวลอยถีบเขากระเด็น นัทยังไม่ทันจะขยับ หนานคำเอามีดฟันแขนข้างที่ติดกุญแจมือกับพรพรรณขาด เธอกรีดร้องลั่นด้วยความกลัวที่เห็นมือนัทคาอยู่กับกุญแจมือ จอมเข้ามากอดเธอไว้

    “ไม่เป็นไรแล้ว พรพรรณไม่เป็นไรแล้ว”

    ตองจะเข้าไปเล่นงานบวรซ้ำ แต่เขาคลั่งควบคุมสติไม่อยู่ยิงกราดมั่วไปหมดถูกนัทร่างพรุน วิ่งแหกปากร้องว่า “ไม่” แล้วเตลิดเข้าป่า จอมจะวิ่งตามแต่พรพรรณกอดเอาไว้แน่น

    บวรคุมสติตัวเองไม่ได้วิ่งหนีไม่รู้ทิศรู้ทางจนหมดแรงกลิ้งตกลำธาร ปล่อยให้สายน้ำพัดลอยไปหมดอาลัย ตายอยากในชีวิตไม่คิดจะว่ายเข้าฝั่ง...

    ด้านเฉียดรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อเสียงปืนกับเสียงระเบิดสงบ เวิ้งกลับไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเป็นกังวลเรื่องเสือสมิงตัวนั้นมากกว่า เฉียดตั้งข้อสังเกตเสือตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าซุ่มอยู่แถวนี้ เราต้องได้กลิ่นสาบมันบ้าง เวิ้งอธิบายว่าเสือตัวนี้ไม่เหมือนเสือตัวอื่น มันฉลาดพอที่จะอยู่ใต้ลม

    “สัตว์มันไม่ฉลาดขนาดนั้นหรอก”

    เวิ้งก็หวังให้เป็นเช่นนั้น เฉียดมองไปทางจำปาอย่างเป็นห่วงแต่เธอกลับเมินไปทางอื่น...

    อาการของบุญตาไม่หนักหนาอะไร กระสุนแค่ถากไม่โดนอวัยวะสำคัญ ตองทำแผลให้เสร็จก็บอกให้ไปพักผ่อน เธออดถามไม่ได้ว่าลุงแบนอยู่ไหน จอมถอนใจไม่เห็นท่านเลย หนานคำเข้ามาบอกจอมว่าจับเชลยขังไว้หมดแล้วจะเอาอย่างไรต่อ ตอนนี้เขายังคิดอะไรไม่ออกหาอะไรมากินก่อนดีกว่า พรพรรณเอื้อมมือมาจับมือจอมไว้แบบให้กำลังใจ บุญตาได้แต่มองน้อยใจ...

    ลานกลางชุมโจรถูกจัดให้เป็นที่กินมื้อค่ำของทุกคน จอมเอาแต่มองบุญตาที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารไม่สนใจใคร พรพรรณเห็นเขามองเธอไม่วางตาคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง จอมเห็นหนานคำไม่แตะต้องอาหารถามว่า

    ไม่กินอะไรหน่อยหรือ เขามีของกินของเขาเอง แล้วชวนจอมกินเห็ดสวรรค์ที่ห่อไว้ในใบตองด้วยกัน

    จอมหยิบกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วหันไปชวนตองให้มากินด้วยกัน เขาขอผ่านเนื่องจากกินอิ่มแล้ว หนานคำหยิบเห็ดสวรรค์ให้เพื่อนใหม่กินอีก จอมจึงส่งอาหารของตัวเองให้เขาเป็นการตอบแทน ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างมีไมตรีที่ดีต่อกัน...

    ที่กลางป่า อัศวินกำลังดูแผนที่อยู่กับขำและปอม โดยที่ลุงแบนถูกมัดอยู่ห่างออกมา ใบหน้ามีร่องรอยถูกซ้อมหลับไม่รู้เรื่อง อัศวินคาดว่าถ้าเป็นไปตามที่ลุงแบนพูด พรุ่งนี้เราคงถึงที่ซ่อนสมบัติ ปอมยังคาใจ เรามีกันอยู่แค่นี้จะขนสมบัติไปอย่างไร อัศวินขอแค่เจอมันก่อน เรื่องขนย้ายไม่น่าจะยาก มันมีเรื่องยากกว่านั้นรออยู่

    “ใช่พวกที่นายบอกว่ามันล่วงหน้าไปก่อนแล้วใช่ไหม”

    อัศวินพยักหน้าให้ขำแทนคำตอบ “คงต้องระวังตัวกันอีกยกอึดๆกันหน่อย รับรองได้ว่างานนี้ฉันไม่ปล่อยให้พวกแกเหนื่อยเปล่าหรอก”...

    ที่ค่ายพักแรมของเฉียด จำปากินอาหารอิ่มแล้วลุกขึ้นจะเข้าเต็นท์นอน เฉียดวางอาหารในมือจะลุกตาม เธอบอกให้เขากินต่อ เธอไปเองได้ เขาไม่ได้จะไปส่งแต่ง่วงจะไปนอนเหมือนกัน จำปาเดินกลับเต็นท์ไปกับเฉียดโดยไม่รู้ว่าถูกเสือสมิงตัวนั้นจับตามองอยู่

    “เดี๋ยวครบยามแล้วจะไปปลุก” เวิ้งตะโกนไล่หลัง เฉียดยกมือขึ้นโบกเป็นทำนองรับรู้...

    บุญตาอยากพักจึงขอตัวไปนอนก่อน จอมจะลุกไปส่งแต่เมาเห็ดเดินไม่ไหว หนานคำอาสาไปส่งให้เอง พรพรรณขอไปด้วยอ้างจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ความจริงแล้ว เธออยากถามหนานคำเรื่องช้องงูที่เก็บได้

    ooooooo

    ระหว่างเดินกลับจากส่งบุญตาเข้านอน พรพรรณหลอกถามหนานคำถึงช้องงูว่าคืออะไร เขาเล่าว่าเป็นเดือยงูเหลือม เป็นเครื่องรางที่มีเมตตามหานิยม พรานที่แน่ๆโดนสะกดยังหลงทาง เธออยากรู้ว่าบูชาอย่างไร

    หนานคำกำลังมึนๆจึงไม่ได้สงสัยอะไรท่องคาถาบูชาช้องงูให้ฟัง พรพรรณพยายามจดจำทุกคำพูดของเขาไว้ หนานคำที่เดินนำอยู่ก้าวหนึ่งหันมองด้วยอาการเซนิดๆ “ถามทำไม”

    พรพรรณกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไรแค่ถามประดับความรู้...

    ด้านเฉียดเห็นจำปานอนหันหลังให้ ถอดสร้อยเขี้ยวหมูตันเอาสอดไว้ใต้หมอนที่เธอหนุน จำปารู้สึกหยุกหยิกด้านหลังหันมาถามว่าทำอะไร เขาส่ายหน้าไม่ได้ทำอะไร บอกให้เธอนอนพัก จำปาหลับตาลงอย่างว่าง่าย ขณะที่จอมนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปร้อยแปดพันเรื่อง ก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย...

    ดึกสงัด ขณะเวิ้งนั่งสัปหงกอยู่ข้างกองไฟ รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมายืนอยู่ข้างๆ สะดุ้งตื่นคว้าปืนขึ้นเล็ง แต่ต้องลดปืนลงแทบไม่ทันเมื่อเห็นจำปายืนอยู่ ต่อว่าว่าออกมาทำไมดึกๆดื่นๆ เธออยากจะเข้าส้วมให้เขาช่วยพาไปหน่อย เวิ้งสงสัยทำไมไม่ปลุกเฉียด เธอส่ายหน้าน้ำตาคลอ เขาไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ทะเลาะกันอีกสิ...ไปๆ” เวิ้งลุกขึ้นถือปืนเดินนำจำปาออกไป...

    ผ่านไปสักพัก เฉียดรู้สึกตัวตื่นขึ้นเนื่องจากได้ยินเสียงคำรามเบาๆดังมาจากนอกเต็นท์ เห็นเงาเสือเดินผ่านไป เขากระชับปืนในมือพลางสะกิดเรียกจำปาให้ระวังตัว แต่เธอนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่ม เขาดึงผ้าห่มออกถึงได้รู้ว่าผ้าคลุมสัมภาระไม่ใช่จำปาก็เป็นห่วง คว้าปืนลุกออกจากเต็นท์ มองไปที่กองไฟไม่เห็นเวิ้งนั่งอยู่ก็แปลกใจ

    พลันมีเสียงพุ่มไม้ไหวๆห่างจากที่ค้างแรมพอสมควร เฉียดคิดว่าเป็นจำปา เดินไปดูด้วยความเป็นห่วง โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าจำปาเดินอยู่อีกฟากหนึ่งของเต็นท์ที่พักกับเวิ้ง...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน จอมยังคงนั่งคุยอยู่กับหนานคำที่มีสภาพมึนๆจากเห็ดสวรรค์อยู่ที่ลานกลางหมู่บ้าน โดยมีพรพรรณกับสิชลและตองนั่งตบยุงฟังอยู่ด้วย หนานคำอยากรู้ว่าจอมมีสิ่งต้องการอะไรในชีวิต เขามีครบทุกอย่างแล้วทั้งเงินทองอำนาจและบารมี เหลือแค่อยากรู้เท่านั้นว่าใครฆ่าแม่ฆ่าทำไม สิชลถึงกับชะงัก

    “คือตอนนั้น ถ้าแม่ยังไม่ตาย รับรองได้ว่าป่านนี้คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ คงเรียนจบมีงานทำเหมือนคนอื่นๆ เพื่อนๆคงไม่แตกกันแบบนี้ สัวกิมก็คงไม่ไปจบอยู่ในคุก”

    “ทุกอย่างมันเป็นเหตุเป็นผล ที่สุดแล้ว ทุกคนก็ต้องชดใช้สิ่งที่ทำ” ตองพูดพลางปรายตามองสิชลซึ่งยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะลุกออกไป จอมกับหนานคำเริ่มหมดสภาพหลังจากกินเห็ดจนเมาหนักนั่งหักคอตัวเอง พรพรรณเห็นดังนั้นก็บอกให้จอมไปนอนได้แล้ว ทีแรกตองจะพาเขากลับที่พักแล้วให้หนานคำอยู่ยาม แต่หนานคำหลับกลางอากาศไปเสียก่อน ตองก็เลยไปไหนไม่ได้

    พรพรรณอาสาจะพาจอมไปส่งให้เอง แล้วประคองเขาออกไป...

    ทางด้านเฉียดเร่งฝีเท้าไปยังจุดที่พุ่มไม้ไหว แต่พอเข้าไปใกล้พุ่มไม้ก็เปลี่ยนไปไหวอยู่อีกทางหนึ่งเหมือนจะพาเขาออกห่างจากเต็นท์ที่พักไปเรื่อยๆ

    ooooooo

    พรพรรณพาจอมมาส่งถึงเตียงนอน พยายามจัดโน่นทำนี่เพื่อให้ตัวเองอยู่ใกล้ชิดเขามากที่สุด เขาเดาเจตนาเธอออกแม้จะมึนๆอยู่ก็ตาม จึงพูดตัดบทว่าถึงอย่างไรเราสองคนคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

    “เพราะบุญตาใช่ไหม”

    “นั่นสิ...เพราะบุญตาแน่ๆ” จอมหลับตานิ่งยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อบุญตา พรพรรณหยิบช้องงูขึ้นมาร่ายคาถา จอมออกอาการเมาหนักขึ้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเห็ดสวรรค์หรือฤทธิ์ของช้องงู ครั้นเธอท่องคาถาครบสามจบ จอมลืมตาขึ้นมองแทนที่จะเห็นพรพรรณกลับเห็นบุญตานั่งยิ้มอยู่แปลกใจมาได้อย่างไร

    “ฉันรักพี่จอมนะ”

    จอมยิ้มตอบ บุญตาซบหน้ากับอกเขาแต่ในความเป็นจริงหญิงที่อยู่ในอ้อมกอดเขาเป็นพรพรรณนั่นเอง...

    ทางด้านจำปาทำธุระส่วนตัวเสร็จชวนเวิ้งกลับ พอมุดเข้าเต็นท์ที่พักต้องตกใจที่เฉียดหายไป เห็นสร้อยเขี้ยวหมูตันแลบออกมาจากใต้หมอนตัวเองคว้าติดมือออกมาบอกเวิ้งว่าเฉียดไม่อยู่ เวิ้งเห็นสร้อยในมือจำปา ก็ใจคอไม่ดี จะถอดสร้อยออกทำไม เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

    “ก่อนออกไปฉันเอาผ้าคลุมไว้ไม่อยากให้เขาเป็นห่วง”

    “เขาคงถอดสร้อยไว้ให้คุ้มครองนะสิ...ทำไมเป็นอย่างนี้กันนะ” เวิ้งบ่นไม่ทันขาดคำมีเสียงปืนดังขึ้น ทั้งสองคนหันมองหน้ากันก่อนจะวิ่งปรู๊ดไปยังต้นเสียง...

    เฉียดยิงปืนขึ้นฟ้าเพราะคิดว่าจะปลุกจำปาที่เดินละเมอให้ตื่น แต่เธอไม่หันมองด้วยซ้ำ แถมเดินเซเอามือเกาะต้นไม้ไว้ แล้วพยายามจะสะบัดมือออกจากลำต้นแต่เล็บกลับฉีกเลือดไหล ตลอดเวลาเธอไม่หันมองเฉียดแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าหาด้วยความเป็นห่วง เสือสมิงในร่างจำปาวิ่งหนีต่ออย่างคล่องแคล่ว

    “จำปา...คุยกันก่อนจะไปไหน จำปา” แม้จะแปลกใจแต่เฉียดไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อยยังคงวิ่งตามจนเธอหายไปในความมืด จึงจำต้องหยุดวิ่งเหลียวมองไปรอบด้านแต่ทุกอย่างเงียบกริบผิดปกติ เขารู้สึกได้ว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ลูบที่คอตัวเองแล้วนึกได้ว่าสร้อยเขี้ยวหมูตันไม่อยู่ นึกเสียดายไม่น่าถอดทิ้งไว้

    เฉียดกระชับปืนในมือกวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง เสือสมิงโผล่มาด้านหลังกระโจนใส่ เขาหันกลับมาจะยิงแต่ไม่ทันมันพุ่งใส่เขาหงายหลังปืนกระเด็นไปทาง คนกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง เขารีบลุกขึ้นยืน เห็นเสือโคร่งตัวใหญ่ยืนจ้องอยู่ห่างออกไปประมาณห้าเมตร

    เวิ้งวิ่งฝ่าพงหญ้าออกมาโดยมีจำปาตามติด ทั้งคู่ต้องชะงักเมื่อเห็นเฉียดยืนประจันหน้ากับเสือโคร่งด้วยมือเปล่า เสือเหลียวมองมาทางทั้งคู่พร้อมกับส่งเสียงขู่ไม่ให้เข้ามา เวิ้งยกปืนจะยิง เสือหันมาขู่อีกครั้งจึงจำใจลดปืนลง เฉียดขอให้เวิ้งพาจำปาหนีไป ไม่มีทางที่เขาจะยิงมันทัน เธอไม่ยอมหนี กลับเดินล่อเสือไปอีกทาง

    “นี่....ฉันอยู่นี่ มาสิ มาเอาชีวิตฉันไป ยังไงฉันก็รักพี่นะ” ไม่พูดเปล่าจำปาวิ่งเข้าหาเสือ

    เฉียดยอมให้เธอมาสละชีวิตไม่ได้ตะโกนเรียกเสือพลางวิ่งไปหาหญิงคนรัก เสือรอจังหวะที่เฉียดวิ่งไปถึงจำปาจึงกระโจนใส่ เวิ้งเหนี่ยวไกปืนแต่กระสุนด้าน แต่แล้วร่างเสือสมิงร่วงลงไปในกับดักห่างจากทั้งคู่ไม่ถึงคืบหลาวแทงทะลุร่างตายอนาถ เฉียดกับจำปาที่กอดกันกลมต่างตระหนักในทันทีว่ายังรักกันมากแค่ไหน

    ooooooo

    บุญตาตื่นขึ้นตอนเช้าไม่เห็นพรพรรณนอนอยู่ในห้องด้วยกัน แถมจอมเองก็หายไปไม่ได้อยู่ที่ลานกลางหมู่บ้านกับตองและหนานคำ จึงวิ่งไปดูที่ห้องพักของเขา หวั่นใจว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีเคาะประตูเรียก

    “พี่จอม ตื่นหรือยัง จะเดินทางแล้วนะพี่”

    พรพรรณได้ยินเสียงบุญตา รีบล้มตัวลงนอนจับแขนจอมที่นอนเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่มมาทาบบนตัวเอง แล้วแกล้งหลับตา บุญตาเห็นเงียบเชียบ ค่อยๆเปิดประตูเข้าไป เห็นจอมนอนก่ายอยู่กับพรพรรณถึงกับน้ำตาร่วงทำอะไรไม่ถูก หันหลังจะไป พรพรรณทำเป็นตกใจร้องเรียกเธอเอาไว้

    “บุญตา มันไม่ใช่อย่างที่เธอเห็นนะ”

    “มันไม่ใช่เรื่องอะไรของฉันอยู่แล้วนี่ ขอตัวนะ” พูดจบบุญตาขยับจะไป พรพรรณหันไปเขย่าตัวเรียกจอมให้ตื่น พอเขาเห็นสภาพตัวเองถึงกับร้องเอะอะ พยายามจะอธิบายให้บุญตาเข้าใจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ตองจะเข้ามาตามเห็นสภาพของทั้งคู่ถึงกับอ้าปากค้าง สิชลกับหนานคำที่ตามเข้ามาก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน...

    ฝ่ายอัศวิน ลุงแบน ปอมกับขำและลูกหาบอีกหนึ่งคนที่คว้าติดมือมาจากชุมโจรกำลังลุยลำธารเพื่อข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง สารวัตรชั่วถึงกับชะงักเมื่อเห็นของเล่นเด็กที่บวรพกติดตัว ลอยมาติดริมตลิ่ง เดินมาหยิบดู พลางกวาด ตามองหา ลุงแบนสันนิษฐานว่าน่าจะตกน้ำแล้วลอยมา ดีไม่ดีอาจลอยน้ำนำหน้าเราไปแล้วก็ได้

    “แล้วศพบวรอยู่ไหน”

    “หรืออาจจะยังไม่ตาย กระดูกเหล็กน่าดู” อัศวินว่าแล้วมองไปรอบๆอีกครั้งเผื่อจะเจอบวร...

    คนที่อัศวินพูดถึงเดินโซซัดโซเซอยู่ในป่ากำลังเก็บผลไม้กินประทังชีวิต พร้อมกับคิดไปด้วยว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เขาเหลือบเห็นบางอย่างติดอยู่ที่โคนต้นไม้ พยายามแงะออกมาดู เป็นเล็บเสือที่หักคาอยู่ตอนแปลงร่างเป็นจำปา เลือดที่ติดอยู่ยังไม่แห้งสนิทด้วยซ้ำ...

    ทั้งจำปาและเฉียดต่างรู้สึกขัดๆเขินๆที่กลับมาคุยกันดีๆได้อีกครั้ง เธอเอาสร้อยห้อยเขี้ยวหมูตันคืนให้เขา แล้วเอาคล้องคอให้ เฉียดมองจำปาที่อยู่ใกล้แค่คืบ แม้จะยังรักเธออยู่ แต่จะให้ลืมเรื่องเลวร้ายระหว่างกันไม่ง่ายอย่างที่อยากให้เป็น...

    ที่ลานกลางชุมโจร ขณะที่ทุกคนเตรียมสัมภาระของตัวเองเพื่อออกเดินทาง พรพรรณเผลอทำช้องงูหล่น รีบเก็บขึ้นแต่ไม่พ้นสายตาของตองที่จ้องอยู่ เธอเห็นเขามองๆทำไม่รู้ไม่ชี้ ตองจะเข้าไปคุยด้วยแต่ถูกสิชลเรียกตัวไปใช้ให้มัดลังเสียก่อน ด้านจอมพยายามจะเคลียร์กับบุญตาแต่เธอไม่เปิดโอกาสให้

    ooooooo

    อัศวินกับพวกเดินลุยมาตามเส้นทางในป่า เจอหลุมดักสัตว์ที่เสือสมิงตกลงไปตาย ทำให้มั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว อัศวินเตือนให้ทุกคนระวังตัว หลุมนี่ไม่ได้มีไว้ดักเสือแต่น่าจะไว้ดักพวกเรามากกว่า ลุงแบนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเวิ้ง ลำพังนักเลงเมืองอย่างเฉียดไม่มีทางรู้เรื่องแบบนี้ อัศวินสั่งให้ลุงแบนมาเดินข้างหน้า

    “เพื่อนแกไม่ใช่เหรอไอ้เวิ้งอะไรนั่นน่ะ แกต้องรับผิดชอบสิ่งที่เพื่อนแกวางไว้”

    “มันไม่ใช่เพื่อน มันอยากจะฆ่าฉันจะตาย ถ้ามันมีโอกาส”

    สารวัตรชั่วไม่สนว่าทั้งคู่จะบาดหมางอะไรกันมาก่อน สั่งให้ลุงแบนเดินนำ เขากลับยืนนิ่ง อัศวินเอาปืนยิงลงพื้นใกล้ๆเป็นการขู่ ลุงแบนจำใจทำตามคำสั่ง...

    เสียงปืนได้ยินไปถึงหูบวร พยายามจับทิศทางของเสียง แล้วรีบเอาเชือกมัดเล็บเสือผูกเอวไว้...

    คณะของจอมมาถึงริมตลิ่งตรงจุดที่อัศวินกับพวกเดินข้าม จอมเห็นใกล้เวลาอาหารกลางวันจึงสั่งให้หยุดพักที่นี่กันก่อน แล้วเหลือบเห็นบุญตาจะเอาเป้สะพายหลังลงรีบเข้าไปช่วย เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง...

    ระหว่างมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางตามแผนที่ จำปาชวนเวิ้งคุยโน่นถามนี่แล้วให้เขาเล่าเรื่องลุงแบนให้ฟัง ได้ความว่าลุงแบนกับเขาเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่ลุงแบนทรยศปล่อยให้เขาติดคุกแล้วหนีไปกับเมียของเขา แถมมีลูกด้วยกันอีกต่างหาก ลูกคนที่ว่าก็คือบุญตานั่นเอง...

    ทางฝ่ายตองสบโอกาสเหมาะเห็นพรพรรณนั่งอยู่คนเดียว เดินมานั่งข้างๆถามถึงเรื่องช้องงู ทีแรกเธอปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น จอมมีอะไรกับเธอเพราะยังรักเธออยู่ ตองเตือนว่าช้องงูมีอาถรรพณ์

    “น่าเศร้าที่สุดคือคนที่มีอะไรกับเรา แต่เห็นเป็นหน้าคนอื่นนี่แหละ จอมเขาเห็นแต่หน้าคนที่เขารักเท่านั้น”

    พรพรรณรู้ว่าตองพูดเรื่องจริงเพราะเมื่อคืนจอมเรียกชื่อบุญตาออกมาตอนอยู่กับเธอ แต่เลือกที่จะไม่เชื่อ

    ขณะบุญตากำลังล้างมืออยู่ริมตลิ่ง จอมเข้ามาขอเคลียร์ด้วย อ้างไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ตลอดเวลาเขาไม่รู้ว่าทำอะไรพรพรรณ เขาไม่เห็นพรพรรณด้วยซ้ำ บุญตาแดกดันถ้าอย่างนั้นเขาเห็นเป็นคนที่เขารักหรือ

    “พี่เองก็ไม่แน่ใจ...บุญตาฟังพี่นะ พี่คิดว่าเป็นบุญตาจริงๆ พี่ขอโทษ เหมือนพี่โดนมนต์อะไรสักอย่าง พี่ไม่ได้เมาเห็ด พี่มีสติตลอดเวลา พี่...พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้ มันน่าอายนะที่พี่...รู้สึกแบบนั้นทั้งที่เห็นว่าเป็น บุญตา แต่ว่ามันคือความจริง”

    หญิงสาวบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ จอมมองตามบุญตาที่ผละจากไป แล้วหันกลับมามองอีกทีเห็นพรพรรณยืนอยู่ในระยะที่ได้ยินเขาพูดก็ได้แต่อึ้ง

    “พี่ไม่ต้องพูดอะไรหรอก” พรพรรณเดินจากไปทั้งน้ำตา...

    ก่อนจะออกเดินทางต่อไป พรพรรณเอาช้องงูทิ้งลงกองไฟดูจนมันมอดไหม้ถึงได้เดินตามคนอื่น...

    ในที่สุดเวิ้ง เฉียดกับจำปาและพวกก็มาถึงหน้าปากทางเข้าถ้ำเก็บสมบัติ ทั้งเวิ้งและเฉียดต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นสมบัติโจร ผิดกับจำปาไม่อยากให้เฉียดเข้าไปข้างใน เราไม่ได้ต้องการสมบัติถึงขนาดนั้นสักหน่อย

    “จำปาไม่อยากรู้เหรอว่ามันมีอยู่จริงไหม”

    เวิ้งเห็นว่าใกล้ค่ำแล้วไว้พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปสำรวจข้างใน เฉียดใจร้อนอยากให้เข้าไปตอนนี้เลย ผู้สูงวัยกว่าไม่เห็นด้วยเพราะไม่รู้ว่ามีอะไรรอเราอยู่บ้าง และที่สำคัญมีบางสิ่งที่เราต้องทำก่อน สิ่งที่เวิ้งว่าก็คือเอาระเบิดฝังไว้รอบปากถ้ำ เฉียดอดถามไม่ได้ทำแบบนี้ทำไม เวิ้งทำไว้สำหรับต่อรองเผื่อเกิดมีเหตุไม่คาดคิดขึ้น

    “เกิดอะไร ต่อรองกับใคร”

    “ใครก็ตามที่มันตามมา เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราไม่ได้ ก็ไม่ควรจะมีใครได้”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ริว” อวดกล้ามเฟิร์ม หุ่นฟิต ซิกซ์แพ็กแน่นๆ ส่งท้าย!! ละคร “พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน”

    “ริว” อวดกล้ามเฟิร์ม หุ่นฟิต ซิกซ์แพ็กแน่นๆ ส่งท้าย!! ละคร “พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน”
    26 ต.ค. 2564

    09:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 15:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์